นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ร่านรักเมียนอกทะเบียน นิยายชุดร่านไม่เลิก    by Annakan
ชื่อตอน ตอนที่ 1 กิ่งทองใบหยก


ตอนที่ 1 กิ่งทองใบหยก

      “ที่รัก วันนั้นขอแบบนี้เลยนะ” เสียงสั่นพร่ากระซิบข้างหูคนที่ยืนพิงกำแพง

        “เหมือนไม่เคยทำ ยังจะตื่นเต้นอีกเหรอ” เธอถามพร้อมกับลูบไล้แผ่นหลังบึกบึนไปด้วย

        “ก็วันนั้นที่รักใส่ชุดเจ้าสาว ต้องตื่นเต้นสิครั้งเดียวในชีวิตเลยนะ”

        “แน่ใจเหรอว่าแค่ครั้งเดียว”

        “ทำไมถามแบบนั้นล่ะเวนดี้” ชายหนุ่มชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคที่ไม่คาดคิด เขารักเธอคนเดียวไม่เคยใครมองแล้วจะมีเจ้าสาวที่ไหนได้อีก

        “หมายถึงทำครั้งเดียวเหรอ ก็พลเบิ้ลตลอด” หญิงสาวถามแล้วอมยิ้ม

        “ก็เพราะรักไงถึงต้องเบิ้ลทุกที” เขาบอกแล้วยกขาเรียวยาวของเธอขึ้นมาข้างหนึ่ง แท่งใหญ่ยาวเสียบเข้าไปช้าๆ ในทางรักที่ยังคงคับแน่นไม่ต่างจากวันแรกแม้จะผ่านมาสามปีแล้วก็ตาม

        “อืมมม พล ลึกๆ เข้ามาให้สุด” หญิงสาวหลับตาพริ้มกับการรุกล้ำอันแสนวาบหวาม

        เธอเป็นลูกครึ่งก็พอจะผ่านมาบ้างทั้งเอเชียและยุโรปแต่ไม่เคยติดใจใครจริงจังเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อน เขาลีลาดี เจ้านั่นก็มโหฬารเกินมาตรฐานชายไทยแถมยังอึดสุดๆ แต่ที่ดีกว่านั้นก็คือเขาช่างเอาใจและซื่อสัตย์แบบไม่น่าเชื่อ

        การประชุมเมื่อสามปีก่อนเปลี่ยนชีวิตของลาเวนเดอร์ กัญญา ธนกิจไพบูลย์ไปโดยสิ้นเชิงเพราะเธอดันมาปิ๊งพนักงานในเครือเดียวกัน ก่อนหน้านั้นพ่อกับแม่อ้อนวอนให้ย้ายสาขากลับมาประเทศไทยอยู่นานสองนานหญิงสาวก็ไม่มาเพราะยังรักอิสระและหนุ่มตาข้าวแต่พอมาเจอพลวัตเธอก็ทำเรื่องย้ายอย่างว่องไวเพราะทนอยู่ห่างกับเขาครึ่งโลกไม่ได้

        ใช่ว่าเธอไม่รักพ่อกับแม่แต่พอเจอกันทีไรท่านก็ถามแต่เรื่องเดิมๆ เมื่อไหร่จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เมื่อไหร่จะแต่งงาน เมื่อไหร่จะมีลูกซึ่งเวลาคนอื่นมาถามแบบนี้เธอจะตอกกลับไปแรงๆ จนหน้าหงายทุกรายแต่พอเป็นผู้ให้กำเนิดถามเธอไม่รู้จะตอบยังไง ทำไมคนเราจะต้องรีบแต่งงานก่อนอายุสามสิบใครเป็นคนกำหนดไว้

        “ที่รัก ใจลอยไปถึงไหน” พลวัตเรียกคนรักที่มองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

        “แหม ! ก็บอกให้ลึกๆ ไง” เวนดี้เลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วกลับมาเพลิดเพลินกับกิจกรรมตรงหน้า

        “ลึกพอไหมเบบี๋” พลวัตกระทุ้งท่อนเนื้อเข้าไปจนมิดลำและเสียงครวญครางของเธอก็เป็นคำตอบได้อย่างดี

เช้าวันใหม่

      “เมื่อคืนกลับกี่โมงเวนดี้” มารดาถามลูกสาวขณะรับประทานอาหารเช้า

        “ห้าทุ่มกว่าค่ะ หนูบอกแม่แล้วนะว่าจะกลับดึก”

        “ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่ถามดูเฉยๆ เป็นห่วงกลัวจะพักผ่อนไม่พอ”

        “พอค่ะ แล้วทำไมพ่อยังไม่ลงมาคะ”

        “ลงมาแล้ว ไปคุยกับต้นไม้อยู่”

        “วันอาทิตย์นี้ชวนพลมากินข้าวสิ แม่ว่าจะทำข้าวคลุกกะปิ”

        “แหม่ ! เอาใจกันจังเลยนะคะ”

        “ก็เขาตัวคนเดียวแถมยังน่ารัก ใครๆ ก็อยากเอาใจ ไม่รู้คนดีๆ แบบนั้นมาหลงรักผู้หญิงหัวรั้นแบบนี้ได้ยังไง”

        “เพราะหนูสวยไงคะ” ลาเวนเดอร์บอกด้วยความภาคภูมิใจ เธอเป็นลูกครึ่งไทยฝรั่งเศส ความสวยของสาวปารีเซียงจากมารดาตกมาถึงเธอได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวไม่ว่าจะหน้าตา รูปร่าง สัดส่วนหรือแม้แต่ผิวพรรณ

        “คุยอะไรกันจ๊ะสาวๆ” บิดาของลาเวนเดอร์เดินแจกยิ้มมาแต่ไกล

        “คุยว่าหนูสวยค่ะพ่อ แม่ทำหน้าไม่เชื่อ”

        “ลูกพ่อสวยที่สุดแล้วสวยเหมือนใครเหมือนแม่ไงจ๊ะ” ธงชัยเชยคางลูกสาวด้วยความรักใคร่แล้วเลยไปหอมแก้มภรรยาอีกฟอดใหญ่ 

        มารดาของลาเวนเดอร์ชื่อซินเธีย เธอสวยและมีรางวัลการันตีด้วยเพราะเป็นดาวมหาวิทยาลัย ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องและหนุ่มๆ จากสถานการศึกษาอื่นเข้าคิวจีบยาวเป็นหางว่าวแต่ก็มาแพ้ทางนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวไทยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะชนะใจสาวสวยคนนี้ได้

        “เห็นไหมคะแม่ พ่อตาแหลมมาก”

        “ตาแหลมหรือหลงจนแยกไม่ออก” ซินเธียยังไม่วายจะแหย่ลูกสาว

        “ว่าหนูมากๆ เดี๋ยวไม่แต่งงานซะนี่”

        “หลุดจากพลจะมีใครทนเธอได้ลาเวนเดอร์ แม่บอกเลยว่าจับไว้แน่นๆ พลาดคนนี้ล่ะก็จองคานทองได้เลย”

        “โหย ! แม่ หนูมิสป๊อปปูล่าประจำคณะนะคะ”

        “นั่นมันเมื่อตอนสาวๆ ไม่ใช่วัยใกล้เลขสามแบบนี้ ฮ่าๆๆ”

        “แม่ใจร้ายอ่ะพ่อ” ลาเวนเดอร์หันไปอ้อนบิดาแทนเพราะเถียงสู้ไม่ได้

        “คุณก็ ไปล้อลูกทำไม ยังไงลูกก็แต่งกับพลอยู่แล้วแหละ โรงแรมก็จองไว้หมดแล้วเหลือแค่ชุดที่ยังหาผ้าไม่ได้ ก็เจ้าสาวช่างเลือกเหลือเกิน”

        “ครั้งเดียวในชีวิตหนูก็อยากได้ของที่ตรงใจที่สุด วันนี้ถ้าโชคดีคงได้มั้งคะ เพื่อนที่ทำงานกับห้องเสื้อในมิลานจะส่งแบบมาให้ดูถ้าชอบก็จะบินไปวัดตัวเลย”

        “พลเขาน่ารักนะ ทุ่มมากเลย” ซินเธียชมว่าที่ลูกเขย ถึงแม้ลูกสาวจะคบใครมาหลายคนแต่พอตกลงปลงใจก็เลือกระดับเพชรแท้มาเป็นคู่ครอง

        พลวัตก้าวมาอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารทั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบ คงไม่ต้องบอกว่าเขาเก่งกาจและไหวพริบดีแค่ไหน บริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานพร้อมจะฟาดฟันกันเพื่อตำแหน่งใหญ่ๆ การแข่งขันเข้มข้นมากและพลวัตคือผู้ชนะที่ได้อยู่บนยอดในเวลาอันรวดเร็วด้วยความมานะของตนเองล้วนๆ

        เท่านั้นยังไม่พอสำหรับความเพอร์เฟค เขาไม่สูบบุหรี่ ส่วนเหล้าก็ดื่มบ้างตามโอกาสไม่ใช่ติดงอมแงมจนขาดไม่ได้และสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนาที่สุดจากผู้ชายก็คือความซื่อสัตย์ซึ่งพลวัตก็เป็นเช่นนั้น ลาเวนเดอร์คือผู้หญิงคนแรกและคนเดียว เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่มว่าจะเก็บความซิงไว้ให้คนที่รักเท่านั้น

        เขาซื่อสัตย์ต่อตัวเองและทำตามความเชื่ออย่างแรงกล้า ที่ผ่านมามีผู้หญิงเข้าหามากมายแต่เขารู้ดีว่าไม่ใช่ เมื่อได้เจอลาเวนเดอร์เขารู้ทันทีว่าคนนี้แหละที่รอมาทั้งชีวิตและเดินหน้าจีบสุดพลังเพราะมีเวลาทำคะแนนแค่ไม่กี่วัน เซ็กส์ครั้งแรกของเธอกับเขาเกิดขึ้นหลังจากเธอมาอยู่ประเทศไทยได้สามเดือนและจากนั้นเขากับเธอก็ไม่เคยห่างกันอีกเลย

        ทั้งคู่เป็นที่อิจฉาของคนในบริษัทยิ่งนัก พลวัตเป็นผู้บริหารไฟแรง ลาเวนเดอร์คือหัวหน้าแผนกการตลาดผู้เก่งกาจเฉียบขาดเพราะพนักงานในสังกัดเป็นผู้ชายเกินครึ่งเธอจึงต้องเด็ดเดี่ยวและทำตัวให้สมกับเป็นผู้นำ ชีวิตทั้งสองสมบูรณ์ราวกับนิทานก่อนนอนและอีกไม่กี่เดือนลาเวนเดอร์ก็จะเป็นภรรยาของพลวัตเต็มตัว

 

ตอนที่ 2 น้ำมันกับไฟ

      “อิจฉาคุณกัญญาเนอะ” พนักงานที่ต่อแถวซื้ออาหารคุยกับเพื่อนที่มาด้วยกัน

        “ไม่รู้ทำบุญด้วยอะไร ขาก็ยาว นมก็ตู้ม สมองก็ดีแถมได้สามีหล่ออีก” อีกคนตอบกลับ

        “พูดถึงขายาว เราเปลี่ยนจากข้าวขาหมูไปเป็นเกาเหลาดีม่ะ”

        “โอ๊ย ! มื้อกลางวัน กินๆ ไปเถอะ”

        “แบบนี้ไงขาถึงสั้นล่ำ” เพื่อนคนที่สามแทรกขึ้นมา

        “โอ๊ย ! แม่ขายาว แม่นางแบบ” สองคนแรกบอกแล้วเบ้ปากใส่

        ถึงลาเวนเดอร์กับพลวัตจะเป็นพนักงานระดับสูงแต่ทั้งคู่ก็รับประทานอาหารที่โรงอาหารร่วมกับพนักงานทั่วไป ที่บริษัทคนอื่นๆ จะเรียกลาเวนเดอร์ว่ากัญญาตามชื่อกลางที่เป็นภาษาไทยมีแค่พลวัตเท่านั้นที่เรียกเธอว่าเวนดี้เพราะสนิทสนมกันทุกรูขุมขน

        “วันนี้อยากดื่มอะไรครับเวนดี้” ชายหนุ่มถามคนรัก

        “อืม เอากระเจี๊ยบแล้วกันจ้ะ”

        พลวัตเดินไปซื้อน้ำแล้วก็ตกเป็นเป้าสายตาให้สาวๆ โลมเลียไปตลอดทาง ถึงจะเป็นไทยแท้แต่หน่วยก้านกลับล่ำสันน่าขยำไปทั้งตัว เขาสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตรเพราะชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กร่างกายเลยบึกบึน แถมหน้าตาก็หล่อเหลาคมสันไม่แพ้ใครก็หล่อถึงขนาดมีดาวคณะมาจีบแล้วกันแต่เขาไม่สนใจเพราะตอนนั้นมุ่งมั่นกับการเรียนเพียงอย่างเดียว

        “รับอะไรดีจ๊ะ ผู้บริหาร” ป้าคนขายน้ำทักทายพร้อมแซวไปในตัว

        “แหม่ ! ป้าก็” ชายหนุ่มตอบกลับแล้วเกาหูแก้เขิน

        “เอาๆ สั่งเถอะเดี๋ยวคนสวยเขาจะรอนาน”

        “เอากระเจี๊ยบสองแก้วครับ”

        “นี่ป้าถามหน่อยเถอะ จะหาว่าเสือกก็ได้ ทำไมต้องดื่มน้ำเดียวกันทุกครั้งเลยล่ะหรือมันบังเอิญที่อยากดื่มเหมือนกันหรือทำสัญญาอะไรกันไว้” แม่ค้าเก็บความสงสัยมานานแสนนานแต่วันนี้มันสุดจะอดทนแล้ว คนเรามันจะอยากทำอะไรเหมือนกันทุกวันได้ยังไง

        “ไม่ได้เสือกหรอกครับอย่าพูดแบบนั้น ผมดื่มตามเวนดี้เองครับ เผื่อของเขาหมดจะได้มาดื่มของผม”

        “คุณพระ ! นี่คิดเผื่อ คิดเยอะขนาดนั้นเลยเนอะ คุณกัญญานี่โชคดีจริงๆ”

        “ผมต่างหากครับที่โชคดี เวนดี้เขามีคนดีๆ มาให้เลือกตั้งเยอะแต่เขากลับมารักคนธรรมดาแบบผม”

        “ผมขอตัวก่อนนะครับป้า อ้อ ! แล้วเวนดี้เขาชอบน้ำกระเจี๊ยบร้านป้าที่สุดเลยครับเขาบอกว่าไม่หวานมาก” แม่ค้ามองตามหลังผู้บริหารหน้าอ่อนด้วยความชื่นชม ทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันจริงๆ ให้ตายสิ

        “มาแล้วครับที่รัก ขอโทษนะที่ไปนาน”

        “นานอะไร แปบเดียวเอง ขอบคุณนะ”

        “แต่มันนานสำหรับพลนะ ที่ต้องอยู่ห่างเวนดี้” ชายหนุ่มแกล้งทำหน้าจริงจัง

        “เว่อร์ ! รีบกินเถอะ ก๋วยเตี๋ยวพลจะเย็นแล้วมั้งเนี่ย”

        “นั่งด้วยนะ” โยธินเพื่อนสนิทของพลวัตเดินปึงปังเข้ามาเหมือนจะหัวเสียกับบางอย่าง

        “เป็นไรไอ้โย หน้ายุ่งเชียว”

        “หัวหน้ากูแม่งกวนตีน เสนออะไรไปก็ไม่ให้ผ่าน ทีไอ้เด็กใหม่แม่งไอเดียไม่ได้เรื่องแต่โปรคเจคฉลุย เด็กเส้นก็งี้แหละ” โยธินบ่นเป็นหมีกินผึ้ง เพื่อนทั้งสองก็ได้แต่ลูบหลังปลอบใจ

        “เอ่อโย เราว่าจะถามหลายครั้งแล้วแต่กลัวจะเสียมารยาท คืออีกสองสามเดือนเพื่อนเราที่ปารีสจะเปิดบริษัทใหม่เขาต้องการคนมีประสบการณ์ เราว่าโยเหมาะมากนะ ไปเริ่มใหม่ในทีมที่ไม่มีเส้นสายและคนไฟแรงเหมือนกันจะดีกว่าไหม”

        “แล้วก็บอกตรงๆ นะ เงินเดือนเริ่มต้นเยอะกว่าที่โยได้ตอนนี้แน่ๆ แต่โยต้องย้ายประเทศเป็นการแลกเปลี่ยน”

        “ขอโทษนะที่ก้าวก่าย” ลาเวนเดอร์ก้มหน้านิ่งเพราะรู้ว่าการพูดเรื่องเงินเดือนของคนอื่นมันเป็นการเสียมารยาทแต่เธออยากให้เพื่อนไปไกลกว่านี้ อยู่ที่นี่ก็ไม่โตหรอกเพราะผู้บริหารทีมโยเป็นคนหัวเก่าเอาแต่เส้นแต่สายไม่เน้นความสามารถ

        “เฮ้ย ! ขอโทษทำไม ไปดิ ไปแน่นอน รบกวนขออีเมลได้ไหม จะได้ส่งประวัติไป” เมื่อได้ฟังคำตอบลาเวนเดอร์ก็ยิ้มหน้าบาน

        “ไม่ต้องทำหน้างั้นไอ้พล ไม่ใช่ความผิดมึง” โยธินตบไหล่เพื่อนเต็มแรง เขากับมันกลายเป็นพนักงานคนละระดับทั้งที่เรียนจบมาพร้อมกันสาขาเดียวกันแต่เขาไม่ได้ฉลาดเท่ามันไง เลยมาได้แค่นี้

        “อยากช่วยมึงนะ อยากให้มึงมาอยู่ทีมกูแต่มันก็จะไม่พ้นเรื่องเส้นสายที่กูกับมึงเกลียดเข้าไส้”   

        “เออ ! ถ้ามึงทำกูจะเกลียดมึงเข้าไส้เลยแหละ กูอยากโตด้วยความสามารถตัวเอง”

        “เช็กไลน์ด้วยโย ส่งไปแล้ว”

        “โอ้โฮ ! ว่องไวจริงๆ ขอบใจนะวีวี่”

        “ไปล่ะ แล้วเจอกัน” โยธินกรอกข้าวเข้าปากด้วยความเร็วแสงแล้วลุกไป

        “ยังไงโยก็ได้งานที่นั่น อยู่ที่โยตัดสินใจล้วนๆ ว่าจะไปไหม” ลาเวนเดอร์คุยกับพลวัตเมื่อเจ้าตัวคล้อยหลัง

        “มันคงไปแหละ ไม่มีห่วงอะไรทางนี้อยู่แล้ว”

        “ว้า ! น้ำหมดแล้ว” ลาเวนเดอร์ดูดน้ำแต่เจอแค่ลมที่วิ่งขึ้นมาตามหลอด

        “อ่ะ เอาของพลไป”

        “นี่ ไม่ต้องดื่มเหมือนเค้าทุกวันก็ได้นะ อยากดื่มอะไรก็ดื่มเถอะ”

        “ไม่อ่ะ อยากดื่มเหมือนตัวเอง อยากดื่มเหมือนที่รัก”

        “เฮ้อ ! ช่างอ้อนเหลือเกิน  บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าทำหน้าแบบนี้ในที่ทำงานมันจะอดใจไม่ไหว”

        “อดไม่ไหวก็ไปต่อเลย” พลวัตบอกหน้าตาย

        “หึๆ ยั่วเหรอ” ลาเวนเดอร์ถามแล้วหรี่ตามองคนตัวโตที่ยิ้มได้กวนประสาทนัก

        “ไปดาดฟ้าสิจะได้รู้ว่ายั่วหรือเย” พลวัตบอกแล้วลุกไปก่อน

 

ดาดฟ้าของบริษัท

      “ขึ้นมาหาใครจ๊ะน้องสาว” พลวัตแกล้งถามลาเวนเดอร์

        “มาหาอะไรใหญ่ๆ กินล้างปากค่ะ” เธอตอบแล้วเดินไปประชิดร่างสูง

        “งั้นมาดูอันนี้สิจ๊ะว่าใหญ่พอไหม” พลวัตจูงมือคนรักเข้าไปที่ห้องเก็บของแล้วจัดการปลดปล่อยยักษ์ตาเดียวออกมา

        “ซี๊ดดด เวนดี้ เบาหน่อย มันจะเสร็จ”

        “อดทนสิ อยากยั่วเองนะ” หญิงสาวบอกแล้วยิ้มด้วยความสะใจ

        “อู้ววว เบบี๋ พอแล้ว” พลวัตประคองร่างบางขึ้นมาแล้วประกบปากแลกลิ้นกับเธอ ส่วนนิ้วกลางแข็งๆ ก็ส่งเข้าไปในหลืบอุ่นฉ่ำเยิ้ม

        “เวนดี้ ผมรักคุณจัง” ชายหนุ่มเพ้อกับอกอวบอิ่ม

        “ไอเลิฟยูทู่ ฮันนี่” ลาเวนเดอร์บอกแล้วจับท่อนเนื้อใหญ่ยาวมาถูไถที่ปากทางรักแล้วดันให้มันจมลึกเข้ามาเรื่อยๆ

        เกมสวาทของเธอกับเขาดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและเร่งรีบเพราะต้องแข่งกับเวลาแต่ถึงกระนั้นก็ยังเก็บแต้มมาได้ถึงคนละสองครั้งภายในครึ่งชั่วโมง พลวัตเหมือนเปลวไฟที่ร้อนรุ่มส่วนลาเวนเดอร์เหมือนน้ำมันที่พร้อมจะโหมเพลิงรักและแผดเผาให้ทุกอย่างมอดไหม้กลายเป็นจุณ

 

ตอนที่ 3 กวางน้อยเนื้อหวาน

      “มาฝึกงานหรือมาขายขนมกันแน่” ณ ส่วนต้อนรับของบริษัทอื้ออึงไปด้วยเสียงซุบซิบสงสัย ท่านประธานแจ้งว่าวันนี้จะมีนักศึกษาฝึกงานจากประเทศอังกฤษเดินทางมาถึง เหล่าพนักงานต่างงงเป็นไก่ตาแตกว่าทำไมคนระดับนั้นต้องแจ้งข่าวด้วยตัวเอง

        “ขนมไรอ่ะ”

        “กะหรี่ไง”

        “แรง ! อย่าให้ท่านประธานได้ยินเชียว ฉันว่าน้องนมโตนี่ต้องสำคัญมากแน่ๆ ไม่งั้นท่านจะออกปากเองทำไม เผลอๆ อาจเป็นบ้านเล็กบ้านน้อยรึเปล่า”

        “แรงกว่า ! แต่ก็เป็นไปได้นะ ระดับท่านประธานก็ต้องกินของหรูดูแพงแบบนี้แหละ”

        “ฮันนี่ เล่นเป็นเด็กไปได้” พลวัตกับลาเวนเดอร์เพิ่งมาถึงสำนักงานและหญิงสาวโดนแกล้งด้วยการจี้เอวมาตลอดทาง

        “ไหนว่าไม่บ้าจี้ไง”

        “ก็พอจี้มันก็จี้ขึ้นมาเฉยๆ ไม่เอาพอแล้ว”

        มาริสา จตุรเลิศไพศาล สาวน้อยหน้าแฉล้มมองคู่หนุ่มสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยความสนใจ ไม่บอกก็รู้ว่าต้องเป็นคนรักกันแน่ๆ ผู้หญิงสวยโดดเด่นมาก คนนี้สินะที่เธอต้องไปทำงานด้วยเพราะอาบอกแล้วว่าเธอคือลูกครึ่งที่หน้าตาโดดเด่นมากๆ เธอคิดว่าไม่มีใครเด่นกว่านี้อีกแล้วแหละ

        แต่สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าก็คือผู้ชายที่เดินข้างๆ เขาหล่อคมคายและดูอบอุ่นสุดๆ การโอบหลังอีกฝ่ายหลวมๆ มันบอกเป็นนัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาและต้องการปกป้องให้เกียรติเธอในคราวเดียวเพราะการจับมือถือแขนในที่ทำงานคงไม่เหมาะเท่าไหร่

        เด็กสาวทั้งสะดุดตาและขัดใจในตัวพลวัตเธอสะดุดในความหล่อเหลาแต่ขัดใจที่เขาไม่แม้แต่จะเหลียวมองเธอแม้แต่หางตา เธอนั่งตรงนี้มาครึ่งชั่วโมงไม่มีสักคนที่มองผ่านไม่ว่าจะหญิงหรือชายมีแค่เขาเท่านั้นที่เห็นเธอเป็นอากาศ

        “แล้วเจอกันตอนพักนะครับที่รัก” พลวัตบอกลาเวนเดอร์ที่หน้าลิฟท์เพราะเขาทำงานอยู่ชั้นสองส่วนเธออยู่ชั้นแปด ทุกเช้าชายหนุ่มจะมาส่งแฟนสาวขึ้นลิฟท์แล้วตัวเองก็เดินขึ้นบันได

        “จ้ะ วันนี้จะมีน้องพนักงานมาใหม่ อาจจะลงไปช้านิดนึงนะ”

        “โอเคครับที่รัก” แล้วทั้งสองก็แยกย้ายไปทำหน้างาน

        ลาเวนเดอร์เองก็ไม่ทันสังเกตมาริสาเช่นกันเพราะเธอมัวแต่คุยกับพลวัต เหลืออีกสิบห้านาทีจะได้เวลาเริ่มงานแต่เธอก็เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเช็กอีเมลแล้ว

        “ขอโทษนะคะ คุณคือหัวหน้าแผนกการตลาดใช่ไหมคะ เห็นว่าแผนกนี้อยู่ชั้นแปด” มาริสาถามลาเวนเดอร์ที่นั่งหน้าเคร่งอยู่คนเดียว

        “ใช่ค่ะ คุณคือนักเรียนที่ท่านประธานแจ้งว่าจะมาใช่ไหมคะ”

        “ใช่ค่ะ หนูชื่อมาริสาเรียกสาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ”

        “พี่ชื่อลาเวนเดอร์จ้ะแต่คนที่นี่เรียกกัญญา”

        “เรียกพี่วีวี่ได้ไหมคะ”

        “ได้จ้ะ แล้วไหนว่าท่านประธานจะพามาเอง”

        “สาขี้เกียจรอคุณอาค่ะ เลยมาเดินชมสถานที่ไปพลางๆ”

        “คุณอาเหรอคะ” ลาเวนเดอร์ถามด้วยความประหลาดใจ

        “คุณอาเป็นเพื่อนสนิทกับแม่สาค่ะ สาเพิ่งจบไฮสคูลจากลอนดอนแต่อยากใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ค่ะ” เด็กสาวตอบชัดถ้อยชัดคำ ลาเวนเดอร์พอจะเข้าใจดีเพราะเธอเองก็เรียนและเติบโตที่เมืองนอกส่วนมากเด็กๆ พวกนั้นจะกล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด ไม่ค่อยกลัวคนแปลกหน้าและชื่นชอบการทดลองอะไรใหม่ๆ

        “ขอสารับสายก่อนนะคะ คุณอาโทรมา”

        “ค่ะ คุณอา สาอยู่ชั้นแปดแล้วค่ะ อยู่กับพี่วีวี่ ค่ะๆ สารอที่นี่นะคะ”

        “คุณอากำลังจะขึ้นมาค่ะ” มาริสาวางสายแล้วหันมาบอกลาเวนเดอร์

        ประธานของบริษัทมาถึงชั้นแปดตอนเก้าโมงตรงเป๊ะไม่ขาดไม่เกิน ลูกทีมของลาเวนเดอร์เข้ามานั่งแบบเกร็งๆ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

        “สวัสดีทุกคน ผมขอเวลาครู่เดียว นี่มาริสาเป็นหลานสาวของผมเธอจะมาฝึกงานสองเดือน คุณกัญญาจะเป็นพี่เลี้ยง ส่วนหนุ่มๆ ก็ขอให้เก็บอาการกันหน่อยนะ” ท่านประธานจบการแนะนำเด็กฝึกงานด้วยรอยยิ้ม

        “กัญญาฝากหลานด้วยนะ เรียนนอกเหมือนกันน่าจะเข้าใจกันดี”

        “ได้ค่ะท่าน”

        “งั้นผมขอตัวนะ”

        เมื่อท่าประธานเดินออกไปการทำงานก็เริ่มขึ้น ลาเวนเดอร์ส่งแฟ้มวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคให้มาริสาแล้วรอดูเธอจะว่ายังไงบ้าง ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง สาวน้อยก็ยกแฟ้มกลับมาหาพร้อมคำถามมากมาย

        “โอ้โห ! ไวจังเลยค่ะพี่วีวี่ เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย”

        “สาไปทานข้าวกับใครคะ คุณอารึเปล่า”

        “อ้อ ไม่ค่ะ สาไปทานกับพี่ได้ไหมคะ”

        “ได้สิ ป่ะ ไปกันเลย”

        เมื่อเช้าพนักงานบางส่วนยังไม่เห็นมาริสาแต่ตอนนี้น่าจะครบหมดทุกคนแล้ว ผู้ชายต่างมองตาละห้อยกันตามระเบียบเพราะเนื้ออ่อนแสนหวานของเด็กสาวมันน่าลิ้มลองนักแต่ใครจะกล้า เธอคือหลานของท่านประธานเชียวนะ

        “สา นี่พลวัตหรือพี่พลแฟนพี่เอง” ลาเวนเดอร์แนะนำคนรักให้มาริสารู้จัก

        เด็กสาวยิ้มหวานให้ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ตอนมองไกลๆ ว่าหล่อแล้วพอมาดูใกล้ๆ นี่เทพบุตรชัดๆ หน้าของเขาเนียนใส ไม่มีริ้วรอยสักนิดแถมตัวก็หอมมาก มือไม้ก็ขาวสะอาด เล็บตัดสั้นเข้ารูปไม่มีตรงไหนเลยที่เป็นตำหนิ

        “เอ่อ ไปนั่งเลยไหม” ลาเวนเดอร์บอกมาริสาที่เอาแต่จ้องแฟนเธอ

        “ที่รักพาน้องเขาไปซื้อเลย เดี๋ยวพลเฝ้ากระเป๋าให้”

        “หลังเลิกงาน ปกติพี่ไปไหนกันไหมคะ” มาริสาถามระหว่างที่รับประทานอาหาร

        “ปกติก็ไม่ค่อยไปหรอกจ้ะกลับบ้านเลยแต่วันนี้ว่าจะไปห้างสักหน่อย ของในตู้เย็นหมดหลายอย่าง”

        “ห้างไหนเหรอคะ”

        “โลตัส ข้างๆ บริษัทเราไง”

        “อ้อ ค่ะๆ สาเห็นอยู่”

        ตอนเย็นพลวัตพาคนรักไปโลตัสแล้วก็บังเอิญเจอมาริสากำลังเดินซื้อของอยู่เช่นกัน เด็กสาวบ่นว่าหิวข้าวแต่ไม่อยากรับประทานคนเดียว ลาเวนเดอร์จึงชวนให้มาร่วมโต๊ะกัน

 

ตอนที่ 4 แผนลับแผนร้าย

      หนึ่งเดือนแล้วที่มาริสามาฝึกงานที่ประเทศไทย เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะต้องบินกลับอังกฤษซึ่งมันทำให้เธอหงุดหงิดนักเพราะจะไม่ได้เจอหน้าพลวัต เด็กสาวหาทางเข้าใกล้กับชายหนุ่มตลอดแต่ก็ในทางที่แนบเนียน

        “วันหยุดน่าเบื่อจังเลยค่ะ” มาริสาเปรยพร้อมทำหน้าเศร้า

        “ทำไมล่ะสา” ลาเวนเดอร์ถามเด็กฝึกงาน เธอรักและเอ็นดูมาริสาเพราะเข้าใจดีว่าการอยู่ไกลบ้านมันเหงาเพียงใด

        “ก็ไม่ได้ทำงาน อยู่นี่ยังมีพี่วีวี่ พี่ๆ ในแผนก ให้คุยเล่นมีอะไรให้ทำเยอะแยะแต่วันหยุดก็อยู่แค่ในห้อง จะไปไหนก็ไม่รู้ทาง” สาวน้อยบ่นต่อ

        “วันเสาร์นี้มาบ้านพี่ไหม แม่พี่ทำข้าวคลุกกะปิ สากินเป็นรึเปล่า”

        “ไปได้เหรอคะ” มาริสาถามแบบดีใจสุดๆ

        “ได้สิว่าแต่กินกะปิเป็นไหม”

        “เป็นค่ะ สาชอบข้าวคลุกกะปิมากเลยค่ะ”

 

วันเสาร์ที่บ้านลาเวนเดอร์

      “หวัดดีจ้ะ หนูมาริสา” ซินเธียต้อนรับเด็กสาวเข้าบ้านด้วยรอยยิ้ม เธอสวยแบบที่ลูกพูดจริงๆ 

        “สวัสดีค่ะคุณแม่ วันนี้สาขอฝากท้องด้วยหนึ่งมื้อนะคะ” มาริสาเข้าไปกอดซินเธียจนแน่น

        “ได้อยู่แล้วจ้ะ ตัวแค่นี้จะกินแค่ไหนกัน”

        “แม่อย่าประมาทไปค่ะ” ลาเวนเดอร์เตือนมารดาเพราะเธอเห็นมากับตาว่ามาริสากินเก่งมาก

        “งั้นมาดูกันเลยว่าข้าวบ้านนี้จะพอเลี้ยงหนูสาไหม”

        “ให้หนูช่วยอะไรไหมคะแม่” มาริสาถามแล้วมองเข้าไปในครัว

        “นั่งรอเถอะหนูสา เป็นแขก เจ้าบ้านต้องทำสิ”

        “แต่หนูอยากช่วยค่ะ หนูชอบทำกับข้าว”

        “งั้นก็มาซอยมะม่วงแล้วกัน แม่เตรียมไว้หมดแล้วแหละ ขาดแค่ถั่วฝักยาวกับมะม่วง”

        “งั้นหนูหั่นถั่วฝักยาว” ทั้งสองหั่นไปคุยไปเรื่อยเปื่อยส่วนมากก็เรื่องงานนั่นแหละ ลาเวนเดอร์ชอบความกระตือรือร้นความสดใสของมาริสา อาจจะแอบอิจฉาหน่อยๆ ด้วยซ้ำเพราะเธอทั้งสาวทั้งสวยมีแต่หนุ่มๆ มารุมล้อม ก็อดหวั่นใจไม่ได้นะว่าแฟนตัวเองจะมาหลงด้วยรึเปล่าแต่เธอคิดว่าไม่หรอกเพราะเขาซื่อสัตย์มาก

        “พลมาแล้วมั้ง” ธงชัยได้ยินเสียงรถจึงบอกกับสาวๆ

        “สาไปรับพี่พลหน่อยได้ไหมจ๊ะ พี่มือเลอะ คงซื้ออะไรมาเยอะแยะแหละ ไปช่วยถือหน่อย” ลาเวนเดอร์ไหว้วานมาริสา

        “ได้ค่ะพี่วีวี่” มาริสาวิ่งแจ้นไปหน้าบ้านด้วยความดีใจ

        “พี่พล คิดถึงจังเลยค่ะ” เด็กสาวกอดชายหนุ่มร่างโตเต็มแรง ซินเธียมองจากห้องครัวก็ตกใจไม่น้อยที่มาริสาทำแบบนั้นกับว่าที่ลูกเขยแต่เธอก็ไม่พูดอะไร เด็กคงจะชินกับวัฒนธรรมฝรั่งแหละมั้งเลยกอดคนอื่นไปทั่วก็หวังว่าลูกสาวจะไม่คิดมากและเข้าใจการกระทำนั้น

        “เออ น้องสาครับ เข้าไปข้างในกันดีกว่า เวนดี้กับคุณพ่อคุณแม่คงรอพี่แล้ว” พลวัตแกะแขนที่รัดอยู่รอบตัวออกด้วยความยากลำบากเพราะเธอรัดซะแน่นเชียว

        “มีอะไรให้สาช่วยถือไหมคะพี่พล” เธอถามแล้วยิ้มแป้น สายตากลมโตมองไปทั่วร่างบึกบึนแล้วอยากทำมากกว่ากอดเหลือเกิน

        “ไม่เป็นไรพี่ถือเองดีกว่า” พลวัตหยิบข้าวของจากเบาะหลังแล้วเดินนำลิ่วๆ เข้าไปในบ้าน

        “สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่” ชายหนุ่มไหว้พ่อกับแม่คนรักทั้งที่ของเต็มมือ

        “มาทีไรก็ขนซื้อมาเยอะแยะ แม่เกรงใจนะพล” ซินเธียรับไหว้ว่าที่ลูกเขยแล้วจัดที่ทางให้วางของที่ถือมาเต็มสองมือ

        “แอปเปิลพันธุ์ envy ครับคุณแม่ เขาว่าอร่อย กรอบ หวาน อยากให้คุณแม่ลองชิมดู ถ้าชอบผมจะได้ซื้อยกลังมาฝากคราวหน้า” พลวัตหยิบผลไม้สีแดงขึ้นมาแล้วส่งให้ซินเธีย

        “อืม อร่อยจริงๆ ด้วย เนื้อมันต่างจากแอปเปิลที่ซื้อในตลาดเลยนะ” ซินเธียกัดไปหนึ่งคำก็ได้รู้รสความหวานกรอบของแอปเปิลลูกกำลังดี

        “ของคุณพ่อผมซื้อฝรั่งกิมจูมาให้ครับ รับรองว่าสดใหม่ทุกลูก”

        “ขอบใจนะพล รู้ใจพ่อจริงเชียว” หนุ่มใหญ่ที่วุ่นวายกับกระถางบอนไซหันมาขอบคุณว่าที่ลูกเขย

        “เอ ! จะมีใครซื้อของมาฝากเราบ้างไหมน้า” ลาเวนเดอร์แกล้งถาม

        “ต้องให้คุณพ่อคุณแม่ก่อนสิ ลูกสาวต้องรอก่อน”

        “ทำเป็นพูดดี ไม่มีอะไรมาฝากมากกว่าละมั้ง”

        “เอ ! แล้วถุงใหญ่นี่เรียกของฝากได้ไหมนะ” พลวัตเดินไปหาลาเวนเดอร์แล้วส่งถุงกระดาษสีน้ำตาลให้เธอ

        “เชอร์รี่จากเยอรมัน ส่งตรงมาจากสวนเลยนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยความภาคภูมิใจ

        “ขอบคุณนะ น่ารักที่สุดเลย” ลาเวนเดอร์ยิ้มหน้าบานเพราะเธอโปรดปรานเชอร์รี่ที่สุด

        “ก็เพราะรักที่สุดไง” พลวัตจูบหน้าผากลาเวนเดอร์แถมกอดให้อีกที

        “บ้า ! คนอยู่เยอะแยะนะพล” ลาเวนเดอร์ตีแขนคนรุ่มร่ามด้วยหน้าแดงซ่าน

        มาริสามองฉากสุดสวีทด้วยความเคืองแค้น ทำไมคนที่โดนกอดไม่เป็นเธอ ทำไมเขาไม่มีอะไรมาฝากสักอย่างทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าเธอก็มาด้วยเหมือนกัน เธอมั่นใจว่าเขาจงใจละเลยแต่แค่นี้ไม่ทำให้ความพยายามลดลงหรอก ยิ่งเล่นตัวยิ่งหนีห่างเธอก็จะหาทางเข้าไปชิดใกล้ให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม

 

    ติดตามให้จบในอีบุ๊ค ขายที่ mebmarket.com

ค้นห้าด้วยชื่อเรื่อง "ร่านรักเมียนอกทะเบียน"
หรือคำว่า "สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน"



       

 

         

 

 

       

 

 

 

 

        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  8 ก.ย. 2561 12:16    วันที่อัพเดท :   8 ก.ย. 2561 12:17    › จำนวนผู้เข้าชม 256 คน
   › คะแนนโหวต 43 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :