นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาทาสซาตาน (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 1 แรกพบสบตา


1 

แรกพบสบตา 


            ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ช่องทางขาเข้าประเทศไทยเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แต่คนที่โดดเด่นที่สุดสามารถถสะกดทุกๆ สายตาให้หยุดนิ่งที่เขาเป็นจุดเดียว 

ชายหนุ่มที่มีดีกรีความหล่อขั้นเทพตัวสูงใหญ่  ผิวขาวสะอาด นัยน์ตาคมเข้ม น่าหลงใหล ธีรพัฒน์ รัตนศิลานนท์ นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ไฟแรง จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศเมื่อศึกษาจบก็ได้เข้าทำงานหาประสบการณ์กับบริษัทสาขาในเครือที่ต่างประเทศอยู่หลายปีจนกระทั่งวันนี้ เขาพร้อมที่จะกลับมาเมืองไทยและสืบทอดตำแหน่งประธานบริหารสูงสุดของ T-Group อย่างภาคภูมิใจและเต็มความสามารถถ

                สวัสดีครับคุณแม่ธีรพัฒน์ ยกมือไหว้มารดาพร้อมเข้ากระชับอ้อมกอดที่อบอุ่นแสนคิดถึงไว้แน่น ทำให้คนเป็นแม่อดน้ำตาไหลไม่ได้เพราะความตื้นตันที่ลูกชายแสนรักเพียงคนเดียวได้กลับสู่อ้อมกอดอีกครั้ง

                สวัสดีลูกคุณหญิงเพ็ญพักตร์ตอบรับพร้อมทั้งกอดลูกชายไว้แน่นน้ำตาไหลด้วยความคิดถึง

                คุณแม่สบายดีหรือเปล่าครับผมคิดถึงคุณแม่มากที่สุดเลยคนเป็นลูกหอมแก้มมารดาให้ชื่นใจเสียฟอดใหญ่และส่งวาจาออดอ้อนผู้เป็นแม่ได้ชื่นใจ

                แม่สบายดีแล้วลูกล่ะ

                ไหนให้แม่ดูชัดๆ หน่อย ว่าลูกชายของแม่โตแค่ไหนแล้วคุณหญิงเพ็ญพักตร์พูดพร้อมขยับตัวออกห่างเพื่อมองบุตรชายให้เต็มๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะอมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ ที่ลูกชายของตัวเองทั้งสูง ทั้งหล่อสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติจริงๆ

                โถ่...พูดเหมือนผมเป็นเด็กๆ ไปได้ ผมน่ะ 34 แล้วนะครับชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆ แล้วเข้าไปประคองมารดาให้เดินไปด้วยกัน

                คุณแม่ไม่น่าลำบากมารับผมเองเลยความจริงให้ลุงสมปองมารับก็ได้เขาอดเป็นห่วงมารดาไม่ได้อยากให้ท่านพักผ่อนเยอะๆ แค่ทำงานเพื่อเขาทุกวันนี้ก็เหนื่อยมากพอแล้ว

                ก็แม่ทนคิดถึงลูกไม่ไหวน่ะสิอยากจะเจอหน้าเร็วๆคนเป็นแม่หันไปมองหน้าลูกชายอย่างรักใคร่พร้อมชี้ไปยังรถที่สมปองรออยู่

                นั่นไงรถเราจอดอยู่ตรงนั้น เรารีบไปกันเถอะ ธีร์จะได้พักผ่อน

                ครับ

 

                เช้าวันทำงานที่แสนวุ่นวายของใครหลายๆคน ไม่เว้นแม้แต่เลขาสาวคนสวยของท่านประธานใหญ่ T-Group 

แพรวา ปรียากรโสภณหรือ แพร กำลังก้มหน้าก้มตาจัดเตรียมเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเองเนื่องจากมีคำสั่งจากท่านประธานว่าให้นำเอกสารไปให้ท่านเซ็นที่บ้านจนไม่ทันสังเกตว่ามีใครคนหนึ่งมายืนมองเธออยู่นานแล้ว

                ดวงตาคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาหวานซึ้งจนปิดไม่มิดเธอผู้มีใบหน้าหวานล้ำ นวลเนียนสะอาดหมดจด ทุกอย่างที่รวมเป็นเธอล้วนดูสวยงามไม่มีที่ติพวงแก้มขาวผ่องถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางบางเบาดูเป็นธรรมชาติยิ่งทำให้เธอดูน่ารัก สดใส เหมือนเด็กสาวในวัยแรกรุ่น รูปร่างสมสัดส่วนแม้จะดูตัวเล็กและบอบบางไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอดูด้อยไปกว่าใครเลย

                ร่างสูงยืนสำรวจอยู่นานจนหญิงสาวหันไปเห็นพอดีจึงเอ่ยทัก

            “อ้าว สวัสดีค่ะคุณกร มานานแล้วเหรอคะ”  หญิงสาวยิ้มจนตาหยีเพราะไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้นานหรือยัง ซึ่งเธอก็ไม่ทันสังเกต

                ทินกร ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผิวเข้ม รับกับใบหน้าคมสัน แต่กลับมีนัยน์ตาหวานปนเศร้ามีเสน่ห์ที่ขัดกับบุคลิกขี้เล่นอารมณ์ดีของเขา ไม่ว่าใครอยู่ใกล้ก็ต้องยิ้ม และหัวเราะไปกับเขาได้ไม่หยุดที่สำคัญเขาคือหลานแท้ๆ ของท่านประธาน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปรวมถึงรับหน้าที่เป็นทนายความประจำบริษัทด้วย

                สวัสดีครับคุณแพรผมมาได้สักครู่แล้วครับ แต่เห็นคุณแพรกำลังยุ่งๆ ก็เลยไม่อยากรบกวน คนแอบมองตื่นจากภวังค์ แล้วยิ้มกว้างให้เธออย่างเป็นมิตร 

                นี่คุณแพรเตรียมเอกสารจะไปไหนหรือครับทินกรเอ่ยถาม พร้อมกับนึกชื่นชมหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหลงใหล แพรวาเธอเป็นคนสวย อ่อนหวาน และน่ารักแสนดี เพียบพร้อมไปด้วยกุลสตรีทุกประการคงไม่มีผู้ชายคนไหนที่ได้อยู่ใกล้เธอแล้วจะไม่เผลอใจอย่างน้อยก็เขานี่แหละคนหนึ่งละ นี่ถ้าเธอไม่ได้มีตำแหน่งให้มานั่งอยู่ตรงนี้ละก็หนุ่มๆ ในบริษัทคงตามจีบกันให้วุ่นแน่ๆ แต่เพราะเธอเป็นเลขาของท่านประธาน ที่ใครๆต่างก็รู้กันดีว่า ท่านทั้งรักและเอ็นดูเลขาสาวคนนี้ขนาดไหน จึงไม่มีใครกล้าแตะต้อง

                แพรจะนำเอกสารไปให้ท่านประธานเซ็นที่บ้านน่ะค่ะหญิงสาวตอบพร้อมกับยิ้มหวานตอบรับไมตรีที่อีกฝ่ายยื่นให้

                มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับคนมีน้ำใจบอกและก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางอีกนิด

                ไม่เป็นไรค่ะแพรเตรียมจะเสร็จแล้ว ว่าแต่คุณกรมาหาท่านประธานหรือคะ หรือว่ามีอะไรให้แพรทำ

                แพรวาเงยหน้าจากเอกสารแล้วหันมาถามชายหนุ่มด้วยความสงสัยเพราะปกติทินกรจะไม่มาที่นี่บ่อยนัก นอกจากจะมาพบท่านประธาน

                อ๋อไม่มีอะไรหรอกครับ ตอนแรกก็ว่าจะมาหาท่านประธานนั่นแหละ แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ผมคงต้องไปพบท่านที่บ้านแล้วหละ”  ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ แม้ในใจอยากจะบอกเหลือเกินว่าที่มาเนี่ยก็เพราะจะมารับเธอไปบ้านท่านประธานด้วยกัน

                เมื่อเช้าเขาได้คุยกับท่านแล้วจึงรู้ว่าท่านให้เลขานำเอกสารเข้ามาให้ที่บ้านและรู้ด้วยว่านายธีร์เพื่อนสนิทหรือญาติของเขานั่นแหละกลับมาจากต่างประเทศแล้ว ก็เลยอยากจะไปทักทายหน่อยเพราะไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว แม้จะติดต่อกันอยู่ตลอดเวลาทั้งทางอีเมลบ้างโทรศัพท์บ้าง ตามโอกาส

                แล้วคุณแพรเตรียมเอกสารเสร็จหรือยังครับเราจะได้ไปพร้อมกันเลยทินกรออกปากชวนหญิงสาวและแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าเธอจะตอบตกลง

                เอ่อ...คือ แพร เกรงใจน่ะค่ะ เดี๋ยวแพรนั่งแท็กซี่ไปเองดีกว่าแพรวาอึกอักเพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มตรงหน้ารู้สึกอย่างไรกับเธอ ทางที่ดีอยู่ห่างๆกันไว้จะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง เพราะทั้งเขาและเธอต่างกันมากต่างกันจนเธอไม่อาจเอื้อมและไม่อยากให้ใครมองว่าเธอหวังจะจับเขาเพื่อความสบายหรือรวยทางลัดแค่นี้เธอก็โดนใครๆ นินทาว่าหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายไปทั่ว ทั้งๆ ที่เธอเองก็ทำแต่งานไม่เคยมองใครด้วยซ้ำ

                เกรงใจอะไรกันผมกำลังจะไปบ้านท่านพอดี คุณก็แค่ติดรถผมไป ทางเดียวกันที่เดียวกันประหยัดด้วยนะครับ

                คนมีน้ำใจหาทางหว่านล้อมจนหญิงสาวยอมไปกับเขาแต่โดยดี

                ค่ะอย่างนั้นก็ได้ค่ะแพรวายิ้มเจือนๆไม่รู้จะหาทางหลีกเลี่ยงยังไง เพราะที่เขาพูดก็ถูกแล้ว 

 

                ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่นานหนุ่มสาวทั้งสองก็มาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่บนพื้นที่กว้างขวางย่านชานเมืองประตูรั้วอัลลอยสีสวยเปิดต้อนรับโดยอัตโนมัติเหมือนรู้ว่ามีรถกำลังเคลื่อนตัวเข้ามา

                สวัสดีค่ะคุณท่านแพรวายกมือไหว้ผู้เป็นเจ้านายที่เคารพรัก

                สวัสดีครับคุณป้าทินกรกล่าวทักทายญาติผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้านายด้วยเช่นกัน

                อ้าวสวัสดีจ้ะ ทั้งสองคน เชิญนั่งก่อนคุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกหนุ่มสาวทั้งสองให้นั่งลงที่เก้าอี้รับแขกพลางแอบมองทั้งคู่ด้วยความชื่นชมในความเหมาะสมซึ่งหากทินกรมีความสนใจในตัวเลขาคนสวยของนางจริงๆ นางก็ยินดีจะเป็นแม่สื่อให้

                แพรวาเป็นเด็กนิสัยดีกิริยามารยาทเรียบร้อย นางรับแพรวาเข้ามาเป็นเลขาตั้งแต่แพรวามาฝึกงานที่นี่จนกระทั่งเรียนจบด้วยความสามารถถทั้งทางด้านการศึกษาที่เธอได้เกียรตินิยมอันดับ และได้ทดลองงานกับนางจนนางเกิดความพอใจ จึงรับเข้าทำงานด้วยแถมแพรวายังเป็นเพื่อนสนิทของลูกสาวคุณนายกมลวรรณ เจ้าของกิจการร้านเพชร เพื่อนรักของนางอีกด้วย 

                กรมีธุระอะไรจะคุยกับป้าหรือเปล่าจ๊ะ ถึงมาหาป้าที่บ้านประมุขใหญ่แห่งT-Group ถามอย่างนึกสงสัยว่าหลานชายมีธุระอะไรจะปรึกษากับนางอีกหรือเปล่าเพราะเมื่อเช้าก็ได้คุยทางโทรศัพท์กันไปหมดแล้ว หรือว่าตั้งใจจะมาส่งเลขาคนสวยของนางกันแน่คนเป็นป้าคิดอย่างรู้ทัน

                จู่ๆ คนสงสัยก็คิดได้แล้วก็ตอบคำถามให้ตัวเองไปเรียบร้อย ก่อนจะเหลือบตาไปมองเลขาคนสวยที่ตอนนี้นั่งก้มหน้าก้มตาจัดเอกสารให้นางอยู่เงียบๆโดยไม่ได้สนใจการสนทนาของคนทั้งสอง

                อ่อผมอยากมาหานายธีร์น่ะครับ เห็นว่ากลับมาแล้วก็เลยแวะมาทักทายหน่อยทินกรบอกแก้เก้อเพราะถือว่าเป็นข้ออ้างที่ลงตัวที่สุดแล้วในตอนนี้ จากนั้นก็ถามถึงคนที่อ้างถึงทันทีพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นไปมองยังชั้นบน

                ว่าแต่...นายธีร์ยังไม่ตื่นหรือครับ

                คำพูดของทินกรทำให้คนที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะสะดุดเล็กน้อย มือที่หยิบจับเรียงเอกสารอยู่กลับนิ่งไปชั่วขณะ เพราะนึกถึงคนที่เธอเคยเห็นแต่ในรูปบนโต๊ะทำงานของท่านประธานรวมถึงตามมุมต่างๆ ภายในบ้านหลังนี้ และยังคอยตามหลอกหลอนเธออยู่ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตจริงหรือในความฝัน

                ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลา คิ้วหนาคมเข้มรับกับจมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตาสีนิลนั้นฉายแววเจ้าเล่ห์ชวนหลงใหล รูปร่างสูงใหญ่ดูภูมิฐานสง่างาม ทุกอย่างล้วนลงตัวเหมาะเจาะไปหมดราวกับพระเจ้าจับวางสร้างเทพบุตรองค์นี้ให้ลงมาเดินบนโลกมนุษย์หรือไร

                โอ๊ย...รายนั้นไม่ต้องถามถึงเวลานี้หรอก ถ้าไม่หิวข้าวเที่ยง ก็ไม่ยอมลุกจากเตียงง่ายๆแน่คุณหญิงเพ็ญพักตร์ว่าพลางส่ายหน้าอย่างนึกระอาแต่ก็ยิ้มด้วยความเอ็นดูในตัวบุตรชาย ที่ตื่นสายเป็นประจำอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆแม้ว่าตอนนี้จะโตเป็นหนุ่มใหญ่แล้วก็ตาม

                ครับสงสัยยังไม่ชินกับเวลาในเมืองไทยมั้งครับ อีกหน่อยก็คงปรับตัวได้เองคนเป็นหลานกล่าวอย่างสุภาพกับผู้เป็นป้า อดขำเล็กๆกับเพื่อนสนิทคนนี้ไม่ได้ ที่โตป่านนี้แล้วยังนอนตื่นสายชนิดที่ว่าถ้าไม่มีคนไปปลุกหรือไม่หิวก็จะไม่ตื่นง่ายๆ

                แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้พูดคุยอะไรกันต่อก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังเดินลงมาจากข้างบนพอดี

                อ้าวนั่นไง คนโดนนินทาจนร้อนนอนไม่ได้ เดินลงมาแล้วคุณหญิงเพ็ญพักตร์พูดยิ้มๆบอกให้แขกทั้งสองที่นั่งหันหลังให้กับทางลงบันไดได้รับรู้

                ทินกรลุกขึ้นเตรียมจะเดินไปหาเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนานส่วนอีกหนึ่งสาวก็นั่งตัวเกร็งด้วยความตื่นเต้นดีใจ และประหม่าจนความรู้สึกสับสนปนเปกันไปหมดเพราะแค่คิดว่าคนที่เธอเฝ้าฝันถึงนั้นกำลังยืนอยู่ข้างหลัง ใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวเขินอายขึ้นมาจนไม่กล้าหันไปมองทั้งๆ ที่ในใจอยากจะเห็นเขาตัวเป็นๆ ชัดๆ ว่าจะหล่อเหลาสง่างามเหมือนในรูปที่เธอเคยเห็นหรือเปล่าแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หันไปมองก็ต้องเจอกับน้ำเสียงและคำพูดที่แสนร้ายกาจออกมาจากปากผู้ชายที่เธอแอบชอบซะก่อน

                ไงกร นี่ทนคิดถึงฉันไม่ไหว ถึงกับหอบหิ้วเมียมาหาฉันถึงบ้านเลยเหรอวะ

                ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มที่เดินลงมาจากข้างบนทำให้ทุกคนถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออกเหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะและดูเหมือนคนที่ช็อกที่สุดจะเป็นหญิงสาวอายุน้อยกว่าใครตรงนี้ที่ตกใจจนแฟ้มงานหลุดจากมือแล้วหล่นลงพื้นจนเกิดเสียงดัง และนั่นก็ทำให้ทุกคนตื่นจากภวังค์กันหมด

                เห้ยไม่ใช่ ฉันยังไม่ได้แต่งงาน นี่คุณแพรวา เลขาของแม่นายนั่นแหละ

                คนร้อนตัวรีบตอบกลับทันควันเพราะกลัวหญิงสาวที่เขาหมายปองจะเสียภาพพจน์  แม้ว่าตัวเองจะหวังให้เป็นเหมือนที่เพื่อนพูดก็ตามส่งผลให้คนปากจัดชะงักไป

เล็กน้อยแต่ก็ไม่วายพ่นวาจาร้ายกาจออกไปอีก

                อ้าวเลขาของคุณแม่เองเหรอครับ ไหนๆ ดูซิ๊ ใช่ป้าแก่ๆ ใส่แว่น กระโปรงคลุมหน้าแข้งหรือเปล่ายังไม่วายคนปากเสียก็ส่งวาจาดูถูกทิ่มแทงถากถางไปอีก พร้อมทั้งหันไปมองหญิงสาวที่เมื่อกี้ทำแฟ้มงานหล่นลงพื้นเธอจึงก้มลงไปเก็บเอกสารให้เรียบร้อยแล้วนำมาวางบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันมาเผชิญหน้ากับผู้ชายปากจัดที่เป็นลูกชายสุดที่รักของเจ้านายรวมถึงเป็นผู้ชายในฝันของเธอด้วย แต่เพราะความโกรธจึงทำให้ใบหน้าหวานติดจะบึ้งตึงเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่สบอารมณ์นัก เพราะโดนวาจาร้ายๆ ว่าใส่ถึงสองครั้งสองคราในเวลาติดๆกัน นี่น่ะเหรอ ผู้ชายที่เธอแอบหลงใหลได้ปลื้มนักหนาทำไมถึงปากจัดและไร้มารยาทแบบนี้นะ

                สวัสดีค่ะคุณธีรพัฒน์แพรวายกมือไหว้อย่างนอบน้อมแม้ในใจจะแสนกรุ่นโกรธ

                เธอรู้ชื่อเขาเพราะคุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกให้เธอรู้และอีกไม่นานคนๆ นี้ก็จะมาเป็นเจ้านายคนใหม่ของเธอด้วย แถมเขายังมีอายุมากกว่าเธอหลายปีนักจะมาหาว่าเธอแก่ได้ยังไงกัน

                ธีรพัฒน์มองหญิงสาวเหมือนกับต้องมนต์สะกดเขายอมรับว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวย สวยอย่างไม่มีที่ติจริงๆ ใบหน้าเนียนหวานล้ำดูเหมาะเจาะดวงตากลมโตที่ถึงแม้จะจ้องมองเขาอย่างโกรธๆ แต่ก็สดใสไม่น้อย จมูกเชิดรั้นรับกับคิ้วโค้งสวยได้รูปแพขนตายาวงอนงาม ทำให้ใบหน้านั้นดูหวานยิ่งขึ้น ผิวขาวใสน่าทะนุถนอมเรียวปากบางจิ้มลิ้มน่าสัมผัสพอคิดถึงตรงนี้ทำให้ธีรพัฒน์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่และก่อนที่เขาจะสำรวจเรือนร่างของเลขาสาวแสนสวยเลยเถิดไปไหนต่อไปเสียงของคุณหญิงเพ็ญพักตร์แม่ของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะทำให้ทั้งสองตื่นจากภวังค์

                ตาธีร์! ไปว่าหนูแพรเขาแบบนั้นได้ยังไงกัน ลูกคนนี้ไม่ดูตาม้าตาเรือซะบ้างเลย ปะปะ หนูแพร เราเข้าไปในห้องทำงานกันเถอะ ปล่อยสองหนุ่มเขาคุยกันให้สบายใจ

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์กล่าวตำหนิบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนที่ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านอะไรสักนิดก่อนจะเอ่ยชวนเลขาสาวเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง

 

                เมื่อเข้ามาในห้องทำงานที่เงียบสงบแล้วคุณหญิงเพ็ญพักตร์ก็กล่าวขอโทษกับเลขาสาวแทนบุตรชายในความปากเสียและไร้มารยาททันที

                เอ่อ...ฉันต้องขอโทษแทนลูกชายฉันด้วยนะ ที่ปากเสียกับเธอแบบนั้นหวังว่าเธอคงไม่โกรธลูกชายฉันนะ

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนทำให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกหรือเพราะเธอกำพร้าทั้งพ่อและแม่เธอจึงมองว่ารอยยิ้มของผู้มีพระคุณคนนี้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้รับจากแม่จริงๆ

                ไม่ค่ะแพรไม่ได้คิดอะไร คุณธีร์เธอคงจะพูดเล่น ไม่ได้ตั้งใจจะว่าแพรจริงจังหรอกค่ะ

                หญิงสาวรีบปรับสีหน้าให้ดีขึ้นไม่อยากเอาความโกรธที่อยู่ในใจแสดงออกมาให้ผู้เป็นเจ้านายได้รับรู้แล้วจะไม่สบายใจ เพราะก่อนหน้านี้ท่านก็มีความหวั่นใจอยู่แล้วว่า เธอจะสามารถถร่วมงานกับธีรพัฒน์ได้หรือเปล่าเพราะเขาค่อนข้างใจร้อน เอาแต่ใจ และขี้โมโหฉุนเฉียวง่าย ที่สำคัญยังปากจัดเป็นที่สุดอีกด้วย

                อย่างนั้นฉันก็สบายใจถ้าเธอเข้าใจตาธีร์แบบนี้ อีกหน่อยทำงานร่วมกันจะได้ไม่มีปัญหา เพราะเจ้าลูกชายฉันเขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วไอ้เรื่องปากเสีย ปากจัดเนี่ย แก้ยังไงก็ไม่หาย

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์พูดอย่างเอือมระอาในพฤติกรรมของบุตรชายซึ่งเป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันที่ผู้เป็นเจ้านายจะบ่นถึงลูกชายสุดที่รักให้เลขาคนสนิทฟังอยู่บ่อยๆจนเธอจดจำและซึมซับพฤติกรรมของเขาไปโดยปริยาย

 

                ระหว่างที่เจ้านายกับเลขาเข้าห้องทำงานกันไปแล้วสองหนุ่มก็ชวนกันออกไปนั่งคุยที่ศาลากลางสวนหลังบ้าน ที่มีความร่มรื่นของต้นไม้ใบหญ้าและดอกไม้สีสวยนานาพรรณ ทำให้บริเวณนี้มีอากาศบริสุทธิ์สดชื่น เหมาะกับการพักผ่อน

                กลับมาคราวนี้แกคงอยู่ยาวเลยสิ

                ทินกรเอ่ยถามเพื่อนซึ่งได้คำตอบจากธีรพัฒน์เป็นการพยักหน้า

                ใช่ฉันอยากให้คุณแม่ท่านพักผ่อนได้แล้ว หลังจากที่ท่านตรากตรำทำงานหนักเพื่อฉันมามากและวันนี้ฉันก็พร้อมแล้วที่จะกลับมารับหน้าที่อันใหญ่หลวงนี้แทนท่านธีรพัฒน์กล่าวด้วยวาจามุ่งมั่น แสดงถึงความตั้งใจอย่างจริงจังและแววตาที่บ่งบอกถึงความห่วงใยในตัวมารดาเป็นที่สุด

                เขาตั้งใจที่จะสานต่องานของมารดาให้บริษัทประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปในอนาคตหลังจากทำให้สาขาในอเมริกาประสบความสำเร็จมาแล้วด้วยฝีมือการบริหารของเขาเองจึงทำให้เขาเป็นนักธุรกิจที่โด่งดังและเป็นที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้

                แล้วนี่ยอดยาหยีของแกกลับมาด้วยหรือเปล่าทินกรถามถึงคู่ควงคนล่าสุดของเพื่อนที่มักจะได้ยินข่าวควงกันไปไหนต่อไหนอยู่บ่อยๆ เธอที่ควบตำแหน่งทั้งเลขาส่วนตัวและคู่ควงในเวลาเดียวกัน...คุ้มจริงๆ

                ใครวะยอดยาหยีของฉันธีรพัฒน์ย้อนถามหน้าตายด้วยความไม่เข้าใจ เพราะคิดว่าตัวเองไม่เคยมีแฟนหรือคนรักที่ไหนสักคน จะมีก็แต่เพื่อนกันทั้งนั้น

                เอ้าไอ้นี่คนถามส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอติดจะรำคาญในความแกล้งไขสือของเพื่อน

                ก็คุณเมนี่ยอดยาหยีของแกนั่นไง เห็นตัวติดกันตลอดเวลา เป็นทั้งคู่ขา คู่ควงพ่วงด้วยตำแหน่งเลขา คุ้มเลยไหมล่ะ

                ทินกรเฉลยให้คนแกล้งไขสือด้วยความหมั่นไส้กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ยังจะมาทำหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้อีกอย่างนี้มันน่าถวายบาทานัก

                อ่อกลับมาสิ ก็เธอเป็นคนไทย บ้านเกิดเมืองนอนของเธอก็อยู่ที่นี่ไม่ให้เธอกลับประเทศไทยแล้วแกจะให้เธอไปอยู่ไหนล่ะธีรพัฒน์ตอบลอยหน้าลอยตาตีรวนกวนประสาทเพื่อนกลับไป

                แล้วแกจะแต่งงานกับเธอหรือเปล่าคนตั้งคำถาม ยังคงถามไม่เลิก

                ฉันไม่ได้คิดแกก็รู้ว่าฉันไม่เคยคิดจะแต่งงานธีรพัฒน์มีใบหน้านิ่งเรียบไม่สะทกสะท้านเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาๆ เพราะเขาก็หมายความอย่างที่พูดจริงๆ

                เขารู้จักกับเมนี่ที่อเมริกาตั้งแต่สมัยเรียนจนกระทั่งทำงาน เมนี่ก็ตามติดเขาเป็นเงาตามตัว จะด้วยความเหงา หรือความชอบจริงๆเขาก็ไม่อาจรู้ใจตัวเองได้ แต่ที่แน่ๆ เขาไม่เคยคิดจะแต่งงานไม่ว่ากับผู้หญิงคนไหน เขาเกลียดการผูกมัดและเขาก็เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเขา ล้วนต้องการแค่ชื่อเสียงและเงินทองของเขาเท่านั้นไม่ใช่อยากได้หัวใจของเขาจริงๆ 

                แล้วคุณเมนี่ล่ะเขาคิดเหมือนแกหรือเปล่า

                ทินกรเอ่ยถามด้วยความสงสัยก็ในเมื่อการแสดงออกบ่งบอกชัดเจนว่าธีรพัฒน์กับเมธินี มีอะไรๆเกินเลยไปกว่าเพื่อนและเลขาแน่นอน  

                ฉันไม่รู้และไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะต้องรู้ด้วยนี่หว่า เขาจะคิดยังไงก็เรื่องของเขาน้ำเสียงที่เริ่มขุ่นเข้มนั้น บ่งบอกได้ว่าเขาเริ่มไม่สบอารมณ์กับคำถามของเพื่อนคนนี้ซะแล้วเพราะดูเหมือนว่า ยิ่งถามมาก ตัวเขาเองก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยมากขึ้นเหมือนกับว่าชีวิตอิสระและความโสดของเขากำลังจะหายไป

                ว่าแต่แกเหอะมาถามแต่เรื่องของฉัน เมื่อไรจะแต่งการแต่งงานซะทีหะ พ่อทนายความหน้าหยก

                ธีรพัฒน์ได้ทีย้อนเพื่อนบ้างส่งผลให้คนตรงหน้านิ่งงัน ออกอาการหน้าแดงเห่อขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงใบหน้าหญิงสาวในดวงใจ ที่ยังไม่ได้บอกให้เจ้าตัวได้รับรู้สักทีและอาการเขินอายนั้นก็ทำให้ธีรพัฒน์เข้าใจว่าเพื่อนสนิทหรือญาติของเขาคนนี้กำลังอยู่ในช่วงของความรักแน่นอนกว่าจะรู้ตัวว่าเผลอแสดงอาการแปลกๆ ออกไปก็ถูกเพื่อนรักทำหน้าล้อเลียนเหมือนรู้ทันซะแล้ว หากจะแก้ตัวตอนนี้ก็คงไม่ทันเพราะตอนนี้ไอ้เพื่อนกวนประสาทกำลังจ้องเขาตาเป็นมัน พร้อมจะเค้นเอาความจริงให้ได้หากไม่มีเสียงสวรรค์ดังมาช่วยชีวิตเขาไว้ซะก่อน

                คุณผู้หญิงให้มาเชิญไปรับประทานอาหารกลางวันค่ะ” เสียงของสำอางสาวใช้ในบ้านดังขึ้นในจังหวะที่ทินกรกำลังต้องการความช่วยเหลือพอดี เพราะเขาเองยังไม่อยากให้เพื่อนรู้จนกว่าเขาจะแน่ใจว่าเธอคนนั้นมีใจตรงกันกับเขาเสียก่อน หลังจากได้รับคำเชิญสองหนุ่มก็พากันเข้าบ้านแล้วไปที่ห้องอาหารทันที


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^

สนใจสั่งซื้อนิยายเรื่องนี้ในแบบรูปเล่ม ติดต่อผู้แต่งโดยตรงได้ที่

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566

และอีกช่องทางการติดต่อง่ายๆ ด้วย QR โค้ด 



สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

 

เสน่หาทาสซาตาน         เสน่หาทาสซาตาน

 

ทดลองอ่าน E-Book ฟรี!


หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566


        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  20 พ.ค. 2557 13:27    วันที่อัพเดท :   4 มิ.ย. 2561 12:25    › จำนวนผู้เข้าชม 288075 คน
   › คะแนนโหวต 7257 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :