นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาทาสซาตาน (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 4 กลั่นแกล้ง


4 

กลั่นแกล้ง 

เวลาล่วงเลยไปจนใกล้เวลาเลิกงานแต่หญิงสาวที่ไปค้นหาเอกสารให้เจ้านายยังคงหายเงียบอย่างไร้วี่แววว่าจะกลับออกมาง่ายๆ 

ธีรพัฒน์กดโทรศัพท์สายในเพื่อต่อถึงหญิงสาวหน้าห้องอยู่หลายครั้งแต่เธอก็ยังเงียบคนในห้องนึกหงุดหงิดที่เจ้าหล่อนเป็นเลขาของเขาแต่ทำไมไม่คอยรับใช้เขาหล่อนหายไปไหนเป็นนานสองนาน ชายหนุ่มในห้องทนไม่ไหวจึงต้องลุกขึ้นจากโต๊ะของตัวเองเพื่อออกไปดูว่าเธอแอบไปอู้งานอยู่ที่ไหน แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่าทั่วทั้งบริเวณของชั้นผู้บริหารสองเท้าแข็งแกร่งกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง สายตาพลันเหลือบไปเห็นแม่บ้านที่กำลังเก็บกวาดบริเวณนั้นอยู่จึงเอ่ยถาม

                คุณแพรวาไปไหนน้ำเสียงขุ่นเข้มถามออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด

                อยู่ในห้องเก็บเอกสารค่ะให้ไปตามไหมคะแม่บ้านตอบเสียงเบาติดจะสั่นเล็กๆเพราะดูท่าคนถามจะอารมณ์ไม่ดี

                ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวผมจะกลับแล้วเขาบอกแล้วหมุนตัวกลับเข้าห้องทำงานไปด้วยความหงุดหงิดหาเอกสารแค่นี้หายไปครึ่งค่อนวัน อู้งานน่ะสิไม่ว่า ธีรพัฒน์บ่นงุบงิบอย่างหัวเสียก่อนจะหยิบมือถือเครื่องเล็กขึ้นมากดโทรหาเพื่อนรัก

                กร ฉันจะกลับบ้าน... เดี๋ยวนี้!’คนหงุดหงิดกระแทกเสียงลงไปอย่างเคยตัว

                เห้ย! อะไรวะไอ้ท่านประธานให้กระผมเคลียร์งานสักครู่สิครับปลายสายประชดประชันกลับมาด้วยความหมั่นไส้คนเอาแต่ใจที่วันๆ ดีแต่สั่ง สั่ง ทั้งวัน

                ไม่ได้ฉันจะกลับตอนนี้ และก็เดี๋ยวนี้ด้วย ฉันจะลงไปรอแกที่รถแล้วอย่าให้ฉันต้องรอนานว่าจบก็กดวางทันทีโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของคนปลายสาย

                อ้าวเห้ยเดี๋ยวเส้ อะไรวะ เกิดหิวนมแม่ขึ้นมาหรือไงทินกรบ่นอุบด้วยความโมโหที่จู่ๆ ก็โดนเร่งให้กลับบ้านแบบนั้น

                วันนี้เขาคงไม่ได้เจอแพรวาแน่ๆเลย ชายหนุ่มบ่นอย่างเสียดาย เขากะว่าจะไปส่งหญิงสาวเหมือนเมื่อวานสักหน่อยแต่คงต้องยกเลิกไปก่อน เพราะไอ้เจ้านายเอาแต่ใจนั่น ‘ฮึ! ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เพื่อนเวรไอ้มารหัวใจ’ ปากก็บ่นมือก็เก็บข้าวของเข้าที่เพื่อรีบลงไปตามคำบัญชาของเพื่อนรักทันที

 

            รถคันหรูพาสองหนุ่มออกมาจากบริษัทด้วยฝีมือการขับของธีรพัฒน์และเมื่อผ่านหน้าคอนโดที่พักของผู้หญิงที่ทำให้เขาหงุดหงิดตลอดทั้งวัน 

                ธีรพัฒน์ชะลอรถให้ช้าลง และมองเข้าไปเหมือนกับมองหาอะไรสักอย่างซึ่งดูเหมือนเป็นความเคยชินที่ทำลงไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่เขาเพิ่งมาจากเมืองนอกแค่เพียงวันเดียวและเคยผ่านที่นี่แค่ครั้งเดียวเท่านั้นจะเคยชินได้อย่างไร ซึ่งความรู้สึกนี้เขาก็ไม่อาจตอบตัวเองได้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น

                แกจะซื้อคอนโดเหรอทินกรเอ่ยถามเพื่อน เมื่อเห็นว่าธีรพัฒน์ชะลอรถแล้วมองเข้าไปในคอนโด

                เปล่าเห็นสวยแปลกตาก็เลยมองดูน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเป็นแค่เรื่องธรรมดา

                แต่ฉันว่าซื้อไว้สักห้องก็ดีเหมือนกันนะเวลาเลิกงานเย็นๆ ขี้เกียจขับรถกลับบ้าน เบื่อรถติด  

แกก็ซื้อไว้แล้วไม่ใช่หรือไงคนขับนึกหมั่นไส้คนโกหก ตัวเองซื้อให้ผู้หญิงอยู่แท้ๆยังจะทำเป็นไขสือ

                ไอ้บ้าฉันแค่คิดเฉยๆ แต่ยังไม่ได้ซื้อเลย...ป่านนี้ไม่มีห้องว่างให้ซื้อแล้วมั้ง ต้องลองถามคุณแพรเธอดู เพราะเธอพักอยู่ที่นี่ทินกรชี้แจงอีกฝ่ายให้เข้าใจ ก่อนจะคิดขึ้นได้

                เอ๊ะ... แล้วทำไมแกถึงคิดว่าฉันซื้อคอนโดที่นี่ไว้แล้ววะพูดพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างจับผิด

                ก็เห็นอยู่ใกล้บริษัทก็เลยคิดว่าแกน่าจะซื้อไว้แล้วซะอีก เผื่อฉันจะขอมานอนเล่นบ้างธีรพัฒน์แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ พลันคิดถึงหญิงสาวที่พักในคอนโดแห่งนี้ถ้าเพื่อนเขาไม่ได้ซื้อ แล้วใครกันที่ซื้อให้หล่อน หรือจะเป็นไอ้ตี๋แว่นนั่น ‘ฮึ คนอย่างเธอก็ได้แต่หลอกผู้ชายไปวันๆ สินะ แพรวา’ ธีรพัฒน์ต่อว่าหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์นัก แล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป

 

                ทางด้านคนที่ไปค้นเอกสารอยู่นั้นกว่าจะหาจนครบตามต้องการและขนเอกสารทั้งหมดมาวางที่โต๊ะของเจ้านายจอมเอาแต่ใจได้สำเร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาจนดึกดื่นกว่าแพรวาจะได้ออกจากบริษัทขณะกำลังเดินออกมาก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าที่คุ้นหูจากโทรศัพท์เครื่องเล็กในกระเป๋าพอเห็นชื่อที่หน้าจอบ่งบอกว่าใครโทรมา หญิงสาวยิ้มหวานก่อนจะกดรับ

                สวัสดีจ้ะ มลเสียงหวานกรอกลงไปให้เพื่อนรักที่คิดถึง

                สวัสดีจ้ะ แพรทำอะไรอยู่ ปลายสายตอบกลับเสียงใส

                แพรเพิ่งออกจากบริษัทจ้ะพอดีเพิ่งทำงานเสร็จ มลมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ

                อะไรนะป่านนี้เพิ่งกลับบ้านเนี่ยนะ จะสี่ทุ่มแล้วนะแพรคนปลายสายตกใจเสียงเครียดเพราะความเป็นห่วง

                ก็แพรทำงานที่เจ้านายสั่งไว้น่ะจ้ะกว่าจะเสร็จก็เลยดึกไปหน่อย

                ปกติคุณป้าเขาไม่เคยใช้งานแพรขนาดนี้นี่นางานด่วนเหรอพิชามลถามออกไปด้วยความสงสัยปกติคุณหญิงเพ็ญพักตร์เขาเอ็นดูแพรวาจะตายจะให้ทำงานดึกดื่นแบบนี้ไม่เคยเลยสักครั้ง

                ไม่ใช่คุณท่านหรอกมลแต่เป็นคุณธีรพัฒน์เจ้านายคนใหม่ของแพรน่ะเสียงหวานคลายความสงสัยให้เพื่อนสาว

                อ้าวนี่พี่ธีร์กลับมาจากต่างประเทศแล้วหรือเนี่ย มลลืมไปเลยคนปลายสายทำท่าคิดเหมือนจำพี่ชายคนที่เคยเล่นกับเธอบ่อยๆ ตอนไปบ้านคุณหญิงเพ็ญพักตร์ได้ลางๆ

                ใช่จ้ะมล ตอนนี้เขามารับตำแหน่งประธานแทนคุณท่านแล้วแพรก็เลยต้องเป็นลูกน้องเขาโดยปริยายน่ะ

                แล้วแพร เป็นไงบ้างวันแรกก็เจองานหนักเลยเหรอ

                ไม่หรอกแค่หาเอกสารนิดหน่อยน่ะ แพรวาถอนหายใจเบาๆ

                ฟังเสียงแพรไม่ค่อยดีเลยนะมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เล่าให้มลฟังได้นะ พี่ธีร์น่ะ มลก็พอจำเขาได้เมื่อก่อนบ้านมลกับบ้านพี่ธีร์เคยไปมาหาสู่กัน เคยวิ่งเล่นด้วยกันบ่อยๆตอนสมัยเด็กๆ น่ะ แต่มลว่าพี่เขาก็เป็นคนใจดีนะไม่น่าใช้งานแพรขนาดให้กลับบ้านดึกดื่นป่านนี้

                อืม ขอบใจนะมลแพรไม่เป็นไรหรอก เขาสั่งก็ต้องทำมันเป็นหน้าที่นี่จ๊ะว่าแต่มลเถอะโทรมาหาแพรมีอะไรหรือเปล่า

                ว๊ายตายแล้ว มลลืมไปเลยพี่วิทให้โทรมาชวนแพรไปเที่ยวทะเลด้วยกันวันอาทิตย์นี้น่ะจ้ะมลก็ชวนแพรคุยจนเกือบลืม

                แพรอยากไปนะมลฝากขอบคุณพี่วิทด้วยที่ชวน แต่แพรยังรับปากไม่ได้นะ เดี๋ยวไว้ใกล้ๆแพรให้คำตอบอีกทีละกัน แพรวาตอบไปด้วยความดีใจเพราะเธอชื่นชอบทะเลอยู่แล้ว

                ได้จ้าแล้วนี่เดินถึงคอนโดหรือยัง มลเป็นห่วง

                ถึงแล้วจ้ะเนี่ยกำลังไขประตูห้องเลย

                อ่อ โอเคงั้นแค่นี้ก่อนนะแพร มลขับรถอยู่ ไว้ค่อยคุยกันใหม่ บายจ้ะ

 

            หลังจากวางสายเพื่อนสาวที่แสนคิดถึงไปแล้วพิชามลก็กดต่อสายไปถึงพี่ชายทันที เพื่อแจ้งข่าวของแพรวาให้เขาได้รับรู้ ระหว่างที่กำลังก้มลงกดเบอร์โทรศัพท์อยู่นั้นจึงไม่ทันสังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งปาดแทรกเข้ามาทำให้พิชามลตกใจเหยียบเบรกกะทันหันเพื่อหยุดรถ

                กรี๊ดดด...เอี๊ยดดด... โครม

                หญิงสาวหยุดรถได้ทันโดยไม่ได้เฉียดเฉี่ยวรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นแต่รถของเธอกลับถูกรถคันที่ตามหลังมาชนท้ายเข้าอย่างจังด้วยแรงสะเทือนทำให้หญิงสาวในรถถึงกับจุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติแล้วรีบเปิดประตูรถออกไปเป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มเจ้าของรถคันที่ชนท้ายเธอก็เปิดประตูรถลงมาด้วยเหมือนกัน

                อ่อว่าแล้วต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ ขับรถแบบนี้ทินกรบ่นกับตัวเองเบาๆหลังจากเห็นหญิงสาวเจ้าของรถที่จู่ๆ ก็เบรกกะทันหันจนเขาตั้งตัวไม่ทันพุ่งชนท้ายรถของเธอเข้าอย่างจัง

                นี่คุณ! ขับรถประสาอะไร นึกจะเบรกก็เบรกแบบนี้ผมเสียหายนะชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวเสียงดังด้วยความโมโห เขาเองก็รีบด้วยจึงไม่ทันระวัง

                เอ๊ะคุณ! ฉันก็เสียหายเหมือนกันนะไม่เห็นหรือไง ว่ามีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งตัดหน้าฉันไปน่ะ ฉันก็เลยต้องหยุดรถกะทันหันพิชามลนึกโมโหขึ้นมาที่ชายหนุ่มต่อว่าเธอเสียงดังและยังโทษว่าเป็นความผิดของเธอคนเดียวอีก

                ไม่รู้หละยังไงคุณก็ผิดที่เบรกรถกะทันหัน จนผมต้องพุ่งชนท้ายรถของคุณทินกรเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ แต่จะว่าไป พอมองใกล้ๆ แล้วผู้หญิงคนนี้ก็สวยน่ารักเหมือนกันแฮะแม้ใบหน้าจะไม่หวานล้ำเท่าหญิงสาวในดวงใจของเขา แต่ก็ถือว่าน่ารักมากทีเดียวปากเล็ก จมูกหน่อย ตาคม แม้จะไม่กลมโตมาก ดูเหมือนจะเป็นคนจีนซะมากกว่า

                คุณนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบเพราะคุณขับรถเร็วจนพุ่งชนท้ายรถของฉันพิชามลยืนเท้าสะเอวต่อว่าฝ่ายชายอย่างไม่ลดละ ‘ชิน่าตาก็ดี ขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือไม่รู้จะรีบไปไหน

                อ้าวคุณ...ถ้าคุณไม่เบรกกะทันหัน ผมก็คงไม่พุ่งชนคุณหรอก ดังนั้นคุณนั่นแหละที่ผิดทินกรนึกหมั่นไส้ผู้หญิงปากจัดตรงหน้าขึ้นมาตงิดๆ

                แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง...มันเป็นอุบัติเหตุ... ต่างคนต่างซ่อมก็แล้วกันหญิงสาวรีบปัดเพราะนี่ก็ดึกมากแล้วจะเรียกประกันก็คงต้องรออีกนานแน่

                ได้ไงคุณนั่นแหละต้องซ่อมให้ผม เพราะคุณผิด”  แหม๋แม่คุณ ทำผิดแล้วคิดจะชิ่งกันดื้อๆ แบบนี้น่ะเหรอ ไม่มีทาง! รู้จักทนายหน้าหยกอย่างทินกรน้อยไปซะแล้วพ่อจะสอยให้หนักเลย พวกคนรวยไม่มีความรับผิดชอบ เอะอะก็ต่างคนต่างซ่อมคิดว่าจะจบง่ายๆ หรือไง ลืมไปได้เลยยัยหมวยปากจัด

                “เอ๊ะคุณ! ฉันก็ต้องซ่อมรถของฉันเหมือนกันนะมันเป็นอุบัติเหตุ คุณไม่เข้าใจหรือไงไม่รู้อีตาบ้านี่จะเอายังไงเธอชักจะหงุดหงิดแล้วนะ

                “ก็สรุป... คุณต้องซ่อมให้ผมไงครับยัยซุ่มซ่ามชายหนุ่มยียวนกลับไป

                อี๋ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยไม่เป็นสุภาพบุรุษ รังแกผู้หญิงพิชามลกัดฟันแน่นด้วยความโมโหที่เอาชนะคนตรงหน้าไม่ได้

                นี่คุณ ผมจะรีบไปทางที่ดีเอาเบอร์โทรของคุณมาดีกว่า แล้วผมจะโทรไปแจ้งค่าเสียหายอีกทีทินกรพูดหน้าตาเฉย

                ไม่เรื่องอะไรฉันต้องให้เบอร์คุณด้วยล่ะหญิงสาวสะบัดหน้าเดินหันหลังกำลังจะไปขึ้นรถแต่ถูกชายหนุ่มนิรนามฉุดรั้งแขนเอาไว้ได้ทัน

                อ้าวคุณ ผิดแล้วจะหนีเหรอทำแบบนี้ไม่สวยเหมือนหน้าตาเลยนะ หรือว่าจะให้ผมคิดค่าเสียหายเป็นอย่างอื่นดี

ทินกรแกล้งดันหญิงสาวให้พิงกับรถของเขาแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ

                นี่คุณ หยุดนะ! ไม่งั้นฉันจะร้องจริงๆด้วยพิชามลแหวใส่ทันทีด้วยความตกใจ คนบ้าอะไรไม่เป็นสุภาพบุรุษรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้

                ก็เอาซี้เรื่องรถยังไม่เคลียร์ จะเคลียร์เรื่องกอดจูบกันบนถนนอีกก็เชิญเลย ผมเป็นผู้ชายเรื่องแค่นี้... จิ๊บๆชายหนุ่มยียวนอย่างไม่ยี่หละ 

                แล้วคุณจะเอายังไงล่ะออกไปห่างๆ ฉันเดี๋ยวนี้นะหญิงสาวก้มหน้าแขนทั้งสองข้างพยายามดันอกของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้เข้าใกล้เธอมากน้ำเสียงอ่อนลงเพราะกลัวชายหนุ่มตรงหน้าคิดจะจูบเธอจริงๆ

                ก็เอาเบอร์ของคุณมาสิผมจะได้รีบไป แล้ววันหลังผมจะโทรไปเรียกค่าเสียหาย ก็แค่นั้นทำเป็นเล่นตัวไปได้ ยัยหมวยปากจัด อย่างนี้ต้องแกล้งซะให้เข็ด

                งั้นก็ปล่อยสิฉันจะไปหยิบนามบัตรให้เมื่อชายหนุ่มถอยห่าง สาวหมวยก็รีบสะบัดหน้าเดินกลับไปที่รถของตัวเองเพื่อไปหยิบนามบัตรมาให้เขา

                อ่ะ เอาไป!” พิชามลกระแทกกระทั้นยื่นนามบัตรให้แล้วรีบเดินกลับไปขึ้นรถขับออกไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มอีก ‘ไอ้ผู้ชายบ้า ผู้ชายเฮงซวย ไม่เป็นสุภาพบุรุษ รังแกผู้หญิง’ พิชามลบ่นด่าชายหนุ่มในใจไปตลอดทางจนถึงบ้าน

 

            ทางด้านทินกรเมื่อได้รับนามบัตรจากหญิงสาวมาแล้ว ก็ยัดใส่กระเป๋าโดยไม่ได้สนใจจะดู ก่อนจะเดินกลับไปที่รถของตัวเองจากนั้นก็ขับออกไปทันที 

                ความจริงเรื่องนี้เขาเองก็มีส่วนผิดที่ขับรถเร็วเกินไปจนเบรกไม่ทัน เพราะความเป็นห่วงหญิงสาวในดวงใจที่ถูกเจ้านายกลั่นแกล้งให้ไปหาเอกสารไม่รู้ป่านนี้เธอจะกลับบ้านไปหรือยังเมื่อเย็นพอเขารู้ว่าไอ้เจ้านายจอมโหดสั่งให้แพรวาค้นหาเอกสารมากมายขนาดนั้นเขาจึงตั้งใจว่าเมื่อส่งธีรพัฒน์แล้วจะรีบกลับมาหาเธอทันทีแต่พอดีเจอคุณป้ารั้งไว้ให้อยู่ทานข้าวเย็น แล้วปรึกษาหารือเรื่องงานต่ออีกจนค่ำมืดป่านนี้และยังมาเสียเวลากับยัยหมวยปากจัดนั่นอีก ทำให้เขาเสียเวลาไปเยอะไวเท่าความคิดชายหนุ่มจึงล้วงหยิบมือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าขึ้นมากดโทรหาหญิงสาวที่เขาแสนห่วงหาทันทีรอสายเพียงไม่นาน เสียงหวานก็ตอบรับกลับมา

                สวัสดีค่ะ คุณกร

                สวัสดีครับ คุณแพรตอนนี้กลับบ้านหรือยังครับชายหนุ่มใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่หญิงสาวรับสายว่องไวและมีน้ำเสียงปกติ

                กลับแล้วค่ะคุณกรมีอะไรหรือเปล่าคะ

                อ่อ เปล่าครับผมคิดว่าคุณแพรยังหาเอกสารอยู่ที่ออฟฟิศน่ะครับ ก็เลยว่าจะแวะเข้าไปช่วยดูทินกรถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อคนที่เป็นห่วงปลอดภัยดี

                ค่ะแพรหาเอกสารครบแล้ว ขอบคุณมากค่ะคุณกรที่เป็นห่วง

                ครับงั้นคุณแพรพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เจอกันครับ บาย

                ‘บายค่ะ

                หลังจากวางสายของชายหนุ่มที่แสนดีในชีวิตของเธอไปแล้วหญิงสาวเดินไปเปิดประตูกระจกใสริมระเบียงเพื่อออกไปสูดอากาศยามค่ำคืนที่แสนเงียบเหงาเหมือนเคย

                ระเบียงขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยกระถางต้นไม้นานาพันธุ์เรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบตามแนวยาวของระเบียงที่เป็นพื้นที่เล็กๆเหมือนคอนโดมิเนียมทั่วไป มีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรับลมหญิงสาวยืนมองแสงไฟระยิบระยับกว้างไกลสุดสายตา ทั้งจากอาคาร บ้านเรือนและบนท้องถนน ต้นไม้ขนาดใหญ่สั่นไหวไปมาตามแรงลมที่พัดผ่าน ห้องชุดแห่งนี้เธอซื้อต่อจากแม่ครูท่านหนึ่งที่เคยเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่ตอนอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะท่านต้องย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศคอนโดแห่งนี้ท่านจึงขายให้เธอในราคาถูกแถมยังให้ผ่อนจ่ายแบบสบายๆ อีกด้วย

                แม้ตัวเธอเองจะไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่ของเธอเป็นใครมาจากไหนหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วเหตุใดจึงทิ้งเธอไว้แบบนี้ หากเป็นเมื่อก่อน เธอมักจะร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องพ่อกับแม่แต่วันนี้เธอไม่อยากรู้อีกต่อไปแล้วว่าเพราะอะไร ขอเพียงแค่วันนี้เธอได้เป็นคนดีไม่เป็นภาระของสังคมเหมือนเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ที่ขาดการดูแล และตกเป็นข่าวเสียหายตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน

                สายลมที่พัดมากระทบผิวนวลแรงขึ้นทำให้คนที่จมอยู่กับอดีตถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันหญิงสาวรู้สึกถึงอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ  ต่อมาเม็ดฝนเล็กๆ ก็เริ่มโปรยปรายลงมา เธอจึงเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วเลื่อนประตูปิดลงอย่างมิดชิด เมื่อตรวจความเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้าห้องนอนไป 

 

            เช้ารุ่งขึ้นธีรพัฒน์มาทำงานแต่เช้าเพราะเริ่มรู้ฤทธิ์การจราจรที่ติดขัดของชีวิตในเมืองหลวง หากไม่ออกมาเช้าตรู่ ก็จะต้องออกมาสายๆไปเลย ซึ่งเขาเลือกที่จะทำอย่างแรกมากกว่าการเป็นผู้บริหารนั้นจะต้องมีระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบในตัวเองก่อนที่จะไปตำหนิคนอื่น แล้วเขาก็เป็นเช่นนี้มาตลอด

                เมื่อเข้ามาภายในห้องทำงานธีรพัฒน์ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อพบกับกองเอกสารมากมายเรียงรายตั้งแต่บนโต๊ะลามลงมาที่พื้นอีกหลายกอง ‘ทำไมเอกสารมันถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้เนี่ย’ ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองก่อนจะย่อตัวลงนั่งจับเอกสารพลิกดูไปมา ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจแวบหนึ่งที่เข้าใจหญิงสาวไปต่างๆนาๆ ‘เธอก็เป็นคนที่มีความรับผิดชอบดีนี่ แพรวา’ ชายหนุ่มคิดอย่างสับสนในใจว่าหญิงสาวที่เขาเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงหิวเงินหวังสบายนั้น แท้ที่จริงเธอเป็นคนแบบไหนกันแน่

                และเธอก็เช่นกันวันนี้แพรวามาทำงานเช้ากว่าทุกวันคงเพราะเมื่อคืนฝนตกทำให้อากาศเย็นสบาย เธอจึงนอนหลับสนิทตลอดคืนและตื่นมาด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เมื่อมาถึงโต๊ะทำงานหญิงสาวก็จัดเก็บกระเป๋าของตัวเองใส่ลิ้นชักให้เรียบร้อยแล้วก็เข้าไปในห้องท่านประธานเพื่อทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเช่นทุกทีจะมีก็แต่เมื่อวานที่เธอไม่ได้ทำเพราะมาสาย

                เสียงประตูที่กำลังเปิดออกทำให้คนที่อยู่ภายในห้องรีบหลบและหมอบลงกับโต๊ะตัวใหญ่ที่บังตัวเขาได้มิดชิดเพื่อจะดูว่าใครกันที่เข้ามาในห้องทำงานของเขาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าแบบนี้แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นคนที่เขากำลังนึกถึงอยู่ซึ่งเขาเพิ่งตำหนิเธอไปเมื่อวานว่าเธอมาสาย ‘วันนี้จะประชดกันหรือไง มาตั้งแต่ไก่โห่’ แอบคิดอยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อคนที่เข้ามาเอ่ยถึงเขา

                สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณธีร์แพรวากล่าวเสียงหวานบอกคนในรูปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจส่งผลให้คนที่นั่งแอบฟังอยู่ถึงกับสะดุ้ง คิดว่าหญิงสาวเห็นเขาเข้าแล้วแต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ ชายหนุ่มสงสัยได้เพียงไม่นานก็ได้คำตอบ เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดประโยคต่อไป

                เมื่อคืนกว่าแพรจะหาเอกสารจนครบแล้วขนขึ้นมาได้ก็ดึกดื่นเหมือนกัน หวังว่าคุณจะมองแพรในแง่ดีบ้างนะคะดวงตาหวานจ้องมองคนในรูปด้วยแววตัดพ้อ แล้วถอนหายใจเบาๆคนที่แอบอยู่จึงชะเง้อหน้าออกมาจากที่ซ่อนเพื่อมองว่าเธอพูดกับใคร แล้วก็ถึงบางอ้อว่าเธอพูดกับรูปภาพของเขาที่ติดอยู่ข้างฝาผนังตรงมุมก่อนถึงโต๊ะทำงาน เขามองเข้าไปในแววตาของหญิงสาวที่สื่อความหมายหวานซึ้ง หลงใหล แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นน้อยใจเธอต้องแอบชอบเขาแน่ๆ ‘ฮึที่มีอยู่ยังไม่พออีกหรือไงแพรวาทั้งนายกร ไอ้ตี๋แว่นนั่น และอาจจะมีใครต่อใครที่เขาไม่รู้ไม่เห็นอีกนี่เธอยังคิดจะจับเขาด้วยอีกคนหรือไง อย่าได้หวังเลยแพรวาผู้หญิงหิวเงินแบบเธอจะไม่ได้อะไรจากฉันแม้แต่สตางค์แดงเดียว หรือแม้แต่ความปราณีคนอย่างฉันก็จะไม่มีให้’ คนแอบฟังนั่งก่นด่าหญิงสาวอยู่ในใจด้วยอารมณ์ที่กรุ่นโกรธ

                แพรวายืนมองรูปภาพของชายหนุ่มที่เธอหลงรักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องไปเงียบๆจากนั้นจึงลงไปหากาแฟดื่มที่โรงอาหารด้านล่างกับพนักงานคนอื่นๆที่มาเช้าเหมือนกับเธอ

 

            แพรวากลับขึ้นมาที่โต๊ะทำงานของตัวเองแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ แปะอยู่บนโต๊ะอย่างชัดเจน 

                หญิงสาวรีบหยิบขึ้นมาอ่าน ‘ถ้ามาแล้วเข้ามาหาด้วยมีงานให้ทำ’ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเป็นปมเพราะไม่คิดว่าผู้เป็นเจ้านายจะมาทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งแบบนี้หารู้ไม่ว่าชายหนุ่มมาก่อนเธอเสียอีก ‘หากเป็นแบบนี้ทุกวันเธอไม่ต้องมาทำงานตั้งแต่หกโมงเช้าหรือไงถึงจะเรียกว่ามาก่อนเจ้านายได้ กวนประสาทชะมัด’ แพรวาพึมพำอย่างหัวเสียแต่ก็ต้องจำยอมเดินเข้าไปหาเขาในห้องแม้จะยังไม่ถึงเวลางานก็ตาม

                เอ่อ... เธอไม่ทันจะอ้าปาก ก็เจอคำสั่งของเจ้านายหน้ายักษ์ขัดขึ้นมาซะก่อน

                เอกสารที่รายล้อมรอบตัวฉันเนี่ยฉันไม่อยากดูแล้ว ยังไงเธอช่วยเอาไปสรุปเป็นตัวเลขให้ฉันทีคนออกคำสั่งบอกอย่างสบายอารมณ์โดยไม่สนใจคนตรงหน้าที่ยืนฟังแทบควันออกหูด้วยความโกรธที่เขาสั่งให้เธอไปค้นเอกสารพวกนี้ออกมาแล้วบอกว่าไม่ต้องการดูแล้วอย่างนั้นน่ะหรือ ‘เขาบ้าหรือเปล่า

                มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเงียบไปและดูเหมือนเธอกำลังกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสกัดกั้นความโกรธ

                เปล่าค่ะเดี๋ยวแพรจะรีบจัดการให้นะคะแพรวาบอกด้วยน้ำเสียงฝืดฝืนพร้อมกับย่อตัวลงเพื่อเตรียมขนกองเอกสารออกไปทำที่โต๊ะของตัวเอง

                นี่เธอจะขนไปขนมาทำไม...ไม่เหนื่อยหรือไง... ก็นั่งทำในห้องนี้แหละ เอาออกไปก็ไม่ได้ทำหรอกเพราะมัวแต่อ่อยผู้ชายคนปากจัดพ่นวาจาร้ายกาจใส่หญิงสาว ปรายตามองคนที่กำลังนั่งหยิบจับเอกสารที่กองอยู่บนพื้นข้างหน้า

                นี่คุณธีรพัฒน์คุณจะดูถูกแพรมากไปแล้วนะคะหญิงสาวลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธความอดทนที่พยายามสกัดกั้นเอาไว้สิ้นสุดลงทันทีที่ได้ยินวาจาเหยียดหยามจากคนตรงหน้า

                อ้าวฉันก็ไม่ได้มองเธอผิดนี่ ฉันมองเธอถูกมาตลอดนั่นแหละ และก็ชัดเจนด้วยธีรพัฒน์เลิกคิ้วตอบอย่างยียวน

                คุณกำลังจะพูดอะไรแพรไม่เข้าใจแพรวาถามกลับเสียงแข็ง ไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ

                กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องจะต้องให้ฉันมาพูดอะไรอีก อย่าคิดนะว่าไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรคนตัวใหญ่เริ่มใส่อารมณ์เขารู้สึกไม่พอใจที่เธอทำหน้าตาใสซื่อได้อย่างแนบเนียน

                อะไรคะ แพรทำอะไรเขายิ่งพูดเธอก็ยิ่งงง ตกลงเจ้านายของเธอนี่ นอกจากจะบ้าอำนาจแล้วยังอคติกับคนที่เพิ่งเคยรู้จักอีกหรือนี่

                เลิกต่อปากต่อคำกับฉันได้แล้วและไปเอากาแฟมาให้ฉันด้วยธีรพัฒน์ออกคำสั่งเสียงเข้ม นึกขัดใจที่คนตัวเล็กทำหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสาจนน่าโมโห

                ด้านคนตัวเล็กเมื่อได้ยินคำสั่งก็รีบหันหลังเดินออกไปจากห้องโดยไม่ได้หันกลับมามองคนปากจัดในห้องอีกเลย เมื่อวานก็ต่อว่าที่เธอมาสาย ตอนบ่ายก็ว่าไม่มีมารยาทแถมยังใช้ให้เธอหาเอกสารตั้งมากมายจนเธอกลับบ้านค่ำมืดวันนี้ยังจะมาหาว่าเธออ่อยผู้ชายอีก นี่วันๆ เขาจ้องแต่จะจับผิดตำหนิเธอหรือไงนะหญิงสาวคิดอย่างหัวเสีย แต่ก็ต้องฝืนใจนำกาแฟเข้าไปให้คนปากจัดในห้อง

                ตัวเลขทั้งหมดฉันต้องการวันนี้นะคนเป็นเจ้านายพูดลอยๆ ออกมาขณะที่สายตายังจ้องอยู่ที่จอแล็ปท็อปเครื่องสวยตรงหน้า

                แพรทำให้ไม่ทันค่ะคนถูกสั่งรีบตอบอย่างไม่ต้องคิดนานเพราะยังไงเธอก็สรุปตัวเลขในเอกสารที่กองตรงนี้ได้ไม่ทันแน่แล้วเธอก็จะไม่ยอมกลับบ้านดึกหรือทุ่มเททำงานตามที่เขาสั่งอีกแล้วในเมื่อเขาไม่คิดจะใส่ใจ

                แล้วเธอทำได้แค่ไหนธีรพัฒน์เงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวที่กล้าขัดคำสั่งเขา

                ภาคเดียวค่ะแพรจะจัดทำตัวเลขทั้งหมดออกมาให้คุณดูทีละภาค เพื่อการแบ่งแยกที่ชัดเจนค่ะเลขาสาวบอกสิ่งที่เธอทำได้และอธิบายเหตุผลให้เจ้านายเข้าใจ

                อืม... ก็ดีตามใจเธอละกัน แต่เธอต้องทำงานในห้องนี้กับฉันเท่านั้นชายหนุ่มยังยืนยันเจตนาเดิม

                ขอโทษนะคะแพรไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นอะไรที่ต้องมานั่งทำงานในห้องนี้เลยนี่คะ

                อ๋อ นี่เธอกล้าขัดคำสั่งฉันแล้วเหรอ...ฉันสั่งอะไร เธอก็ต้องทำ ห้ามขัด หรือเธอกลัวว่าจะไม่ได้พบเจอพูดคุยกับผู้ชายล่ะขยันหว่านเสน่ห์นักนี่... ทำไม! ไอ้ที่มีอยู่ยังไม่พอหรือไงหะคนเจ้าอารมณ์ต่อว่าหญิงสาวอย่างลืมตัว

                 “คุณธีรพัฒน์! คุณจะใส่ร้ายแพรมากไปแล้วนะคะหญิงสาวโต้ตอบอย่างเหลืออดแล้วนี่เธอต้องนั่งทำงานอยู่ในห้องนี้กับเขาอีกแพรวาชักไม่แน่ใจว่าเธอจะอดทนกับเจ้านายปากจัดได้อีกนานแค่ไหน

                ชายหนุ่มไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับมามีแต่เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างที่เธอไม่เข้าใจแล้วเขาก็ตั้งหน้าตั้งตากับแล็ปท็อปตรงหน้าต่อไปโดยที่ไม่ได้สนใจเธออีกเลยเหมือนเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ดีเหมือนกันเธอจะได้ทำงานของเธอให้เสร็จเร็วขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องนั่งอยู่ในห้องนี้นานๆเพราะไม่อยากจะโดนวาจาใส่ร้ายป้ายสีให้ขัดเคืองใจอีก  

                ระหว่างที่หญิงสาวนั่งทำงานของตัวเองอยู่นั้นหารู้ไม่ว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดไปกว่าการนั่งจ้องมองใบหน้าสวยของเธออยู่เนิ่นนาน อย่างกับว่าต้องการจะกลืนกินเธอเสียให้ได้อย่างนั้นหญิงสาวผู้มีใบหน้าหวานล้ำ ผิวพรรณขาวเนียนสะอาดตาน่าทะนุถนอมพวงแก้มเปล่งปลั่งชมพูระเรื่อ เรียวปากอวบอิ่มอมชมพูน่าสัมผัส ลำคองามระหงน่าซุกไซ้ ‘เธอจะหอมหวานเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ฉันเคยผ่านมาหรือเปล่านะ’ แม้ว่าเธอจะดูตัวเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับผู้หญิงทั่วๆ ไปแต่ใครจะรู้ใจเขานอกจากตัวเอง ว่าเขานั้นชอบผู้หญิงที่มีรูปร่างเล็กๆกะทัดรัดน่าทะนุถนอมอย่างนี้ที่สุด

 

เสียงเคาะประตูห้องสองสามครั้งเป็นมารยาทชายหนุ่มเจ้าของห้องที่กำลังเคลิบเคลิ้มหลงใหลกับสิ่งสวยๆ งามๆ ต้องตื่นจากภวังค์อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

ไม่นานประตูก็ถูกผลักเข้ามาด้วยบุคคลที่จะมาสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดได้คลี่คลายลง

อ้าว คุณแพรทำไมมานั่งทำงานตรงนี้ล่ะครับ ผมก็ว่าหายไปไหนทินกรเปิดประตูเข้ามาก็เจอกับคนที่เขากำลังตามหาอยู่พอดี

เอกสารเยอะน่ะค่ะแพรก็เลยนั่งทำตรงนี้จะได้ไม่ต้องยกไปยกมาค่ะแพรวาตอบอีกฝ่ายเสียงใสยิ้มหวานทักทายเหมือนเคย

แล้วคุณกรตามหาแพรทำไมหรือคะ

อ่อผมมีเอกสารจะให้ท่านประธานเซ็น ก็เลยจะให้คุณแพรตรวจดูความเรียบร้อยก่อนนำไปให้ท่านน่ะครับ

ทินกรหมายถึงคุณหญิงเพ็ญพักตร์ซึ่งขณะนี้ยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอยู่

ได้ค่ะเดี๋ยวแพรตรวจสอบให้อีกทีนะคะหญิงสาวรับคำพลางรับเอกสารจากมือชายหนุ่มตรงหน้ามาถือไว้

อะ แฮ่ม แฮ่มเสียงเจ้าของห้องกะแอมกะไอ เรียกร้องความสนใจจากคนในห้อง

อะไรติดคอวะ ไอ้คุณว่าที่ประธานคนใหม่ชายหนุ่มอารมณ์ดีหันไปถามอย่างยียวน

อ่อ นี่แกมีสำนึกด้วยเหรอว่าฉันก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยน่ะเจ้าของห้องนึกฉุนขึ้นมาตงิดๆที่ถูกอีกฝ่ายมองข้าม

ก็ฉันมีธุระกับคุณแพรแล้วเกี่ยวอะไรกับแกวะไอ้ธีร์

ก็นี่มันห้องทำงานของฉันและนั่นก็เลขาของฉัน แกจะมาจะไป จะใช้ใครก็กรุณาเห็นหัวฉันบ้าง

เออ ฉันขอโทษก็แล้วกันแค่นี้ทำบ่นไปได้... ว่าแต่แกจะกลับบ้านตอนไหนล่ะฉันจะฝากเอกสารที่คุณแพรกำลังตรวจไปให้คุณป้าเซ็นอนุมัติด้วย

ด่วนเหรอ? ” ธีรพัฒน์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

อืม ด่วนว่ะตอนแรกฉันกะว่าจะรอให้แต่งตั้งแกก่อน แกจะได้เซ็นเอกสารได้แต่งานนี้รอไม่ได้ว่ะด่วนจริง

ทินกรอธิบายเพื่อนให้เข้าใจ เพราะเขาเองก็ไม่อยากจะรบกวนผู้เป็นป้าจริงๆหากงานของเขาชิ้นนี้ไม่ด่วนขนาดที่รอไม่ได้

อืมเดี๋ยวเที่ยงนี้ฉันจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน... ไปด้วยกันสิ

อือ ไปสิใกล้เที่ยงเจอกัน... เดี๋ยวฉันรีบไปเคลียร์งานก่อน

ผมไปทำงานก่อนนะครับคุณแพรแล้วเที่ยงๆ ผมจะมาใหม่ทินกรหันไปบอกลาหญิงสาวคนเดียวในห้องก่อนจะเดินออกไปเพื่อกลับไปทำงานของตัวเอง

                เมื่อบุคคลที่สามออกไปจากห้องแล้วเหลือเพียงเจ้านายกับเลขาที่ต่างฝ่ายก็ยังจมอยู่กับความคิดและหน้าที่ของตัวเองชายหนุ่มก็ไม่คิดจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกไปและดูเหมือนว่าหญิงสาวตรงหน้าก็ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาเช่นกันภายในห้องจึงมีแต่ความเงียบสงบ เงียบจนได้ยินแม้เพียงเสียงหน้ากระดาษที่พลิกไปมาด้วยมือเล็กๆของหญิงสาวที่กำลังตั้งใจทำงานของตัวเอง แต่ใครเลยจะรู้ว่า... อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...พายุลูกใหญ่กำลังจะมา


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

 

เสน่หาทาสซาตาน      เสน่หาทาสซาตาน

 

ทดลองอ่าน E-Book ฟรี!


หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566


        แสดง 4 - 4
วันที่โพสต์ :  20 พ.ค. 2557 13:27    วันที่อัพเดท :   15 ม.ค. 2561 18:17    › จำนวนผู้เข้าชม 282632 คน
   › คะแนนโหวต 7083 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :