นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาทาสซาตาน (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 5 มารผจญ


5 
มารผจญ 

            บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เงียบสงบทั้งเจ้านายและลูกน้องต่างก็บึ้งตึงใส่กัน จนไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา แต่คนที่ทนไม่ได้กลับเป็นชายหนุ่มเจ้าของห้องเสียเอง 

            ธีรพัฒน์จ้องมองหญิงสาวอยู่นานด้วยความรู้สึกที่หลากหลายแม้เธอจะนั่งทำงานอยู่กับพื้น แต่ก็ไม่เคยมีท่าทีอิดออดร้อนใจหรือเบื่อหน่ายให้เขาเห็นเลยสักนิด และไม่มีแม้แต่น้อยที่สาวเจ้าจะเงยหน้าหรือหันมาสนใจเขาเลยด้วยซ้ำ เธอทำเหมือนกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้อย่างนั้นแหละคิดแล้วมันหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เมื่อทนไม่ได้เขาจึงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปใกล้กองเอกสารที่หญิงสาวนั่งทำงานอยู่

                “ฉันขอดูเอกสารของนายกรเมื่อกี้หน่อยสิเสียงเข้มบอกคนตรงหน้าที่กำลังหยิบจับเอกสารที่พื้นอยู่

                “ค่ะหญิงสาวรับคำโดยไม่หันมามองต้นเสียง

                เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเป็นใครเพียงแค่เธอไม่อยากมองหน้าเขาเท่านั้นเอง

                อุ๊ย!”

                เพราะนั่งกับพื้นนานๆทำให้หญิงสาวมีอาการเหน็บชาที่เท้าจนอ่อนแรงพอลุกขึ้นจึงทำให้เซถลาและกำลังจะล้มลง แต่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังเงียบๆคว้าเอวเธอไว้ได้ทัน ทำให้เธอไม่ต้องล้มลงไปนอนกับพื้น แต่กลับกลายเป็นว่าตัวเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาแทน

                วงแขนแกร่งโอบรอบเอวเล็กๆของเธอเอาไว้เหมือนเป็นสิ่งที่เขาหวงแหน ใบหน้าคมหล่อเหลาห่างจากใบหน้าหวานของเธอเพียงคืบใกล้เสียจนได้กลิ่นของน้ำยาโกนหนวดจางๆ ทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดรู้สึกร้อนวูบวาบพาให้หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วผิดจังหวะไปด้วย

                ดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มมีประกายวาบวับเพียงครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนที่ทอดมองคนในอ้อมกอดนิ่งนานราวต้องมนต์สะกดใบหน้าหวานละมุนอยู่ใกล้เพียงลมหายใจ พวงแก้มเนียนใสอมชมพูระเรื่อที่เขาอยากสัมผัสเรียวปากอวบอิ่มที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหล กลิ่นหอมอ่อนๆที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแต่เหมือนแป้งเด็กที่แสนนุ่มนวลน่าทะนุถนอมแบบที่เขาไม่เคยพานพบจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน

                “ขอโทษค่ะหญิงสาวได้สติก่อนจึงเอ่ยทำลายสถานการณ์หมิ่นเหม่ที่อาจทำให้เธอเผลอไผลไปกับเขาได้

                “ยืนไหวหรือเปล่าเจ้าของวงแขนพูดเสียงเบาเหมือนละเมอออกมากกว่าและก็ยังกอดรัดเอวของหญิงสาวไว้มั่น

                “กรี๊ดกรี๊ดดดดด... นี่มันอะไรกันคะธีร์

                เสียงของบุคคลที่ผลักประตูเข้ามาอย่างไม่คาดคิดทำให้สองหนุ่มสาวที่คล้ายกำลังตระกองกอดกันอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นจากภวังค์แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว หญิงสาวผู้มาใหม่ก็ตรงเข้าไปคว้าข้อมือคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่เธอแสนรักแล้วเหวี่ยงสะบัดออกไปเต็มแรงทั้งหมดที่เธอมีส่งผลให้คนตัวเล็กรูปร่างบอบบางปลิวไปตามแรงเหวี่ยงและกระแทกเข้ากับโต๊ะทำงานอีกชุดภายในห้องอย่างเต็มแรง

                พลั่ก!...

                “โอ๊ย!...คนตัวเล็กรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ข้อมือข้างซ้ายทันทีที่ร่างกายของเธอปลิวมากระแทกกับอะไรบางอย่าง

                เนื่องจากเท้าที่ยังอ่อนแรงจากอาการเหน็บชาทำให้ไม่สามารถถทรงตัวได้ดีนักจึงไม่ทันระวังว่าหญิงสาวที่เธอไม่รู้จักกำลังพุ่งตรงเข้ามาตบหน้าเธอซ้ำอีกฉาด

                เพียะ!...

                เสียงฝ่ามือกระทบผิวเนื้ออย่างแรงส่งผลให้ใบหน้านวลของหญิงสาวที่ไม่ทันระวังตัวสะบัดไปตามแรงตบ

                “เมนี่!...ธีรพัฒน์ตกใจสุดขีดไม่คิดว่าเมธินีจะมาหาเขาที่นี่และยังมาทำร้ายคนของเขาขนาดนี้อีก

                “นังผู้หญิงไร้ยางอาย แกเป็นใคร แกมายุ่งวุ่นวายกับธีร์ของฉันได้ยังไงห๊าเมธินีด่ากราดหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ไว้ชีวิต

                เธอโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเมื่อผลักประตูเข้ามาเห็นชายที่เธอรักปานดวงใจกำลังตระกองกอดกับผู้หญิงอื่นอย่างใกล้ชิด

                “หยุดนะเมนี่ผมบอกให้หยุดไง

                ธีรพัฒน์ตรงเข้าไปกระชากข้อมือเพื่อนสาวคนสนิทที่กำลังหมายจะตบเลขาของเขาซ้ำอีกครั้งอย่างสุดแรง

                “กรี๊ดดด... ปล่อยเมนี่นะ เมนี่จะตบสั่งสอนมัน ที่มันมายุ่งกับธีร์

                คนอารมณ์ร้อนร้องลั่นพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากพันธนาการที่แข็งแกร่งของชายคนรัก

                “ผมบอกให้หยุดไงเมนี่ ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะไม่ให้คุณมาเหยียบที่นี่อีกธีรพัฒน์ตวาดใส่คนไร้สติอย่างเหลืออด

                เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนสนิทที่คบกันมานานเขาจึงไม่อยากทำอะไรรุนแรงกับเธอมากนักที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เมื่อไร มันเกิดขึ้นบ่อยมาก... ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนที่อยู่ข้างกายเขามักจะเจอฤทธิ์ของเมนี่จนต้องเผ่นหนีหายออกไปจากชีวิตของเขาทุกรายแต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ และไร้เหตุผลเกินกว่าที่เขาจะรับได้เห็นทีคราวนี้คงต้องคุยกันให้รู้เรื่องเพื่อย้ำสถานะให้เข้าใจไม่งั้นผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของเขาต่อจากนี้ไปจะต้องเดือดร้อนแน่ๆ   

                ทินกรเดินมาหาธีรพัฒน์ตามที่ได้นัดกันเอาไว้แต่เมื่อมาถึงหน้าห้องกลับได้ยินเสียงโวยวายเหมือนคนทะเลาะกัน เขาจึงรีบผลักประตูเข้าไปด้วยความรวดเร็ว

                “เห้ยเกิดอะไรขึ้นวะธีร์ เสียงดังไปถึงข้างนอก

                “คุณแพร!”

                คนมาใหม่ร้องเรียกหญิงสาวที่ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความตกใจพร้อมกับวิ่งปาดเข้าไปดูอาการของเธอที่ดูเหมือนกำลังได้รับบาดเจ็บก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนรักด้วยแววตาอาฆาต

                “กร เดี๋ยวไปเจอกันที่บ้าน ฝากทางนี้ด้วย

                ธีรพัฒน์ปัดที่จะตอบคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เลือกที่จะแยกคนไร้สติออกไปจากตรงนี้ก่อนจะดีกว่า คำว่า ฝากทางนี้ด้วย เขาหมายถึงหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เขาเป็นต้นเหตุและมีส่วนผิดในเรื่องนี้ด้วยแม้จะอยากเข้าไปช่วยเธอเพียงไรแต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกไว้เพราะไม่อยากให้เรื่องราวเลวร้ายลงไปกว่าเดิม จึงทำได้แค่เพียงปรายตามองคนตัวเล็กที่กองอยู่กับพื้นแล้วฉุดดึงคนที่กำลังขาดสติออกไปจากห้องกับเขาเท่านั้น

                “คุณแพรเจ็บตรงไหนบ้างครับทินกรถามออกไปด้วยความร้อนรน

                “แพรเจ็บข้อมือค่ะคุณกรหญิงสาวทำหน้าเบ้เมื่อยกมือข้างที่เจ็บขึ้นมาให้ชายหนุ่มดู

                “โหทำไมบวมขนาดนี้ครับคุณแพรผมว่าเรารีบไปโรงพยาบาลกันดีกว่าคนเป็นห่วงไม่รอฟังคำตอบจากคนตัวเล็กชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วอุ้มหญิงสาวขึ้นแนบอกแกร่งทันที

                “คุณกรปล่อยแพรลงเถอะค่ะ แพรเดินไหว... เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าคุณจะดูไม่ดีนะคะแพรวาพูดออกไปด้วยความเกรงใจและเป็นห่วงภาพพจน์ของชายหนุ่มที่กลัวว่าเขาจะเสื่อมเสียเพราะเธอ

                “เจ็บขนาดนี้ยังจะห่วงคนอื่นอีกหรือครับ ผมไม่สนใจหรอกใครจะพูดยังไงก็ช่าง

                ทินกรสะบัดเสียงอย่างคนไม่สบอารมณ์นักพานให้คิดไปถึงเพื่อนตัวแสบที่ไม่รู้จักดูแลคู่ควงของตัวเองให้ดีปล่อยให้มาทำร้ายคนรักของเขาจนบาดเจ็บขนาดนี้ได้อย่างไรและหากหญิงสาวในอ้อมแขนของเขายังทำงานกับธีรพัฒน์ต่อไปเธอจะต้องเจ็บตัวเพราะความหึงหวงของผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอีกหรือเปล่าเห็นทีคราวนี้เขาคงต้องคุยกับคุณป้า เพื่อจะขอแพรวาให้มาเป็นเลขาของเขาแล้วที่สำคัญถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะบอกความในใจกับคนในอ้อมแขนสักทีว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอเพื่อจะได้มีสิทธิ์ในตัวเธอและสามารถถปกป้องเธอได้ เขาจะไม่ยอมให้เธอต้องเจ็บตัวอีกแล้ว

 

            เมื่อพาผู้บาดเจ็บมาถึงรถแล้วทินกรเปิดประตูรถฝั่งข้างๆ คนขับเพื่อนำพาร่างน้อยของหญิงสาวเข้าไปนั่งที่เบาะด้วยความระมัดระวัง 

                แพรวายกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้นมาปัดปอยผมข้างแก้มขึ้นถัดหูเพราะรู้สึกรำคาญผมที่คลอเคลียใบหน้าส่งผลให้คนที่กำลังจะปิดประตูเหลือบไปเห็นใบหน้านวลที่เคยขาวใสตอนนี้กลับบวมช้ำเป็นรอยฝ่ามือดูแล้วน่าใจหาย

                “นี่หน้าไปโดนอะไรมาครับคุณแพรชายหนุ่มร้องลั่นด้วยความตกใจและสะเทือนใจยิ่งนัก ที่หญิงสาวในดวงใจถูกทำร้ายร่างกายมากกว่าที่เขาคิด

                “เหตุการณ์เมื่อครู่น่ะค่ะหญิงสาวรีบเอามือปิดร่องรอยบวมช้ำทันที

                ความรู้สึกน้อยใจแล่นพุ่งขึ้นมาที่หน่วงตาทั้งสองข้างจนร้อนผ่าวน้ำตาเอ่อคลอจวนเจียนจะล้นออกมาเสียให้ได้ เมื่อชายหนุ่มตรงหน้ามีท่าทีอ่อนโยนกับเธอยิ่งนักผิดกับตัวต้นเหตุที่ทำแค่ปรายตามองมาเท่านั้น

                “ขอผมดูหน่อยนะครับคุณแพรเสียงอ่อนโยนบอกกับหญิงสาวแล้วค่อยๆ แกะมือสวยออกจากใบหน้าที่บอบช้ำอย่างนุ่มนวล มือแกร่งลูบไล้วนเวียนเหมือนจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้เธอยิ่งเห็นดวงตาที่เคยเป็นประกายสดใส บัดนี้คลอหน่วงไปด้วยน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลทำให้เขายิ่งสงสารเธอจับใจโดยไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมของทั้งคู่กำลังถูกเพ่งมองจากคนที่เพิ่งลงมาจากห้องก่อนหน้านี้

 

                ธีรพัฒน์ฉุดกระชากร่างอวบแต่ดูเซ็กซี่เย้ายวนของเพื่อนสาวคนสนิทลงมาถึงที่ลานจอดรถด้วยความเหนื่อยหอบ เพราะหญิงสาวไม่ใช่ตัวเล็กๆ แถมตลอดทางเจ้าหล่อนทั้งดิ้น ทั้งร้องโวยวาย และพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาอีกทำให้เขาต้องออกแรงมากพอตัวกว่าจะพาหญิงสาวมาถึงที่รถของเธอได้ ชายหนุ่มสั่งให้เธอเปิดประตูรถแล้วจับร่างอวบของเธอยัดเข้าไปนั่งยังฝั่งคนขับส่วนเขาอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง

                “เมนี่ไม่ยอมนะคะธีร์ นังนั่นมันเป็นใคร ทำไมธีร์ต้องไปกอดมันด้วยเมธินีกำมือแน่น ปล่อยความอัดอั้นออกมาเป็นชุด

                “มันไม่มีอะไรเลยเมนี่ ผมกับเขาเราไม่ได้กอดกัน มันเป็นอุบัติเหตุธีรพัฒน์พยายามอธิบายอย่างใจเย็น

                “ฮึอุบัติเหตุเหรอ ถ้าเมนี่ไม่เข้ามาขัดซะก่อนคงจะเลยเถิดไปถึงไหนๆ กันแล้วสิคนโมโหใส่อารมณ์ไม่ลดละ

                “คุณแพรวาเธอเป็นเลขาผมเราไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าที่คุณเห็นทั้งนั้นแหละน้ำเสียงเข้มบอกออกไปหมายจะช่วยคลี่คลายความขุ่นมัวให้หญิงสาวตรงหน้า

                “งั้นธีร์ก็ไล่มันออกสิคะ ตำแหน่งเลขาของคุณ... ต้องเป็นเมนี่คนเดียวเท่านั้นคนขาดสติเริ่มเอาแต่ใจ

                “ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เธอเป็นคนของคุณแม่ พอผมมารับตำแหน่งแทน เธอเลยต้องมาเป็นเลขาของผมด้วย

                ธีรพัฒน์พยายามอธิบายให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าใจและเขาก็จะไม่มีวันทำอย่างที่เมธินีแนะนำเด็ดขาดจะเพราะอะไรเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

                “แล้วเมนี่ล่ะคะ ธีร์จะให้เมนี่ไปอยู่ที่ไหนในเมื่อเมนี่เป็นเลขาของธีร์ตั้งแต่ตอนอยู่ที่โน่นแล้วนะคะ

                “คุณก็กลับไปช่วยธุรกิจของพ่อคุณสิ อยู่ที่นี่คุณไม่ต้องช่วยงานผมแล้วก็ได้ชายหนุ่มชี้ทางออกตามความเป็นจริงให้แก่เธอ

                “ไม่เมนี่ไม่ยอมยังไงเมนี่ต้องเป็นเลขาของธีร์คนเดียว และต้องทำงานกับธีร์ที่นี่ด้วย

                “งั้นคุณก็เลือกเอาแล้วกัน ระหว่างจะมาเป็นขี้ข้าคอยรับใช้ผม หรือจะเป็นคนสนิทที่ผมควงไปไหนต่อไหนด้วย

                ธีรพัฒน์ยื่นข้อเสนอให้หญิงสาวตรงหน้า เพื่อให้เธอเลิกหวังกับตำแหน่งเลขาของเขาเสียทีซึ่งแน่นอนว่าหล่อนต้องเลือกอย่างหลังแต่ชายหนุ่มหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ให้เธอเลือกนั้นเหมือนเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ

                “แหม๋... ธีร์ละก็ ไม่อยากให้เมนี่เหนื่อยก็ไม่บอกตรงๆงั้นเมนี่ไม่เป็นเลขาให้ธีร์แล้วก็ได้ค่ะ แต่ธีร์ต้องให้เมนี่มาหาบ่อยๆ นะคะ น๊า...จากแม่เสือสาว กลายเป็นแมวน้อยขี้อ้อนไปในทันที

                “ก็ตามใจ แต่ขออย่าให้เกิดเรื่องแบบวันนี้อีกเพราะยังไงที่นี่ก็คือที่ทำงานไม่เหมาะที่คุณจะมาโวยวายหรือทำร้ายร่างกายใครแบบนี้อีก

                ธีรพัฒน์บอกเสียงจริงจังระหว่างที่กำลังเคลียร์กับคนขาดสติอยู่นั้น พลันสายตาคมก็เหลือบไปเห็นเพื่อนรักของเขาอุ้มหญิงสาวร่างบอบบางแนบอกแกร่งเข้าไปในรถด้วยความอ่อนโยนพร้อมทั้งเห็นกิริยาที่ทินกรกำลังใช้มือของตัวเองลูบไล้ที่แก้มนวลของหญิงสาวอย่างทะนุถนอมแสนห่วงใยนั่นด้วยซึ่งการกระทำของคนทั้งคู่ทำให้หัวใจดวงแกร่งของชายหนุ่มที่นั่งดูอยู่สั่นไหวรู้สึกโหวงๆ ห่อเหี่ยวภายในจิตใจขึ้นมาอย่างประหลาด

                “เอ๊ะ! ธีร์คะนั่นใช่คุณกรกับผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่าคะเมธินีมองตามสายตาของชายหนุ่มตรงหน้าไปจนพบกับผู้ชายคุ้นหน้าที่เธอพอจะรู้มาบ้างว่าเป็นทั้งเพื่อนรักและญาติสนิทของธีรพัฒน์

                “ใช่ครับ กรเขาเป็นทนายความประจำบริษัทของเรา และก็เป็นผู้จัดการด้วยธีรพัฒน์ตอบโดยไม่หันไปมองภาพบาดตาตรงหน้าอีก

                “อ้าว แบบนี้คุณกรกับเลขาของคุณก็เป็น...เมธินีจงใจเว้นช่องว่างของคำพูดไว้เพื่อที่จะรอคำตอบจากปากของคนที่เธอรักซึ่งดูเหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับเธอ

                “ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละน้ำเสียงแลดูหมางเมินอย่างไม่สบอารมณ์นัก

                ธีรพัฒน์เลือกที่จะไม่ตอบคำถามปล่อยให้หญิงสาวอารมณ์ร้อนเข้าใจไปเองอย่างที่เธอเห็นนั่นแหละอย่างน้อยก็เป็นการดีต่อความปลอดภัยของแพรวา

                “ตายแล้วทำไมธีร์ไม่บอกเมนี่ก่อนล่ะคะ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนคุณกรน่ะค่ะดูสิ... คุณกรต้องโกรธเมนี่มากแน่ๆ เลย ที่ไปทำแฟนเขาแบบนั้นน่ะหญิงสาวตัวต้นเหตุโอดครวญเรียกร้องความสนใจจากชายหนุ่มข้างกายทันที

                “ถ้าฆ่าผมได้มันคงทำไปแล้วหละธีรพัฒน์เปรยออกมาลอยๆเขาพอจะมองออกว่าทินกรโกรธเคืองเขามากแค่ไหนเพราะดูจากสายตาที่เพื่อนรักส่งให้เขาแล้วบอกได้เลยว่าถ้าทินกรมีปืนอยู่ในมือละก็เขาคงไม่รอดแน่

                “งั้นเมนี่ฝากขอโทษเขาสองคนด้วยนะคะ เมนี่ผิดเองที่ไม่ถามไถ่อะไรก่อน และนั่น...ไม่รู้คุณแพรวาเจ็บมากหรือเปล่าถึงได้โอบอุ้มกันมาขนาดนั้นน่ะคนใจร้ายทำท่าสำนึกผิด

                “เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณกลับไปก่อนเถอะธีรพัฒน์บอกหญิงสาวพร้อมกับหันไปเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่สนใจคนขาดสติที่พยายามร้องเรียกเขาจากด้านหลัง

                เมื่อเห็นชายหนุ่มรีบร้อนลงไปจากรถคนถูกขัดใจได้แต่ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอด้วยความโมโหที่ชายคนรักไม่สนใจเสียงเรียกร้องของเธอแค่เพียงไม่นานก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่ายังไม่มีใครแทนที่ตำแหน่งของเธอได้ตอนนี้เธอยังคงเป็นที่หนึ่งสำหรับเขาและยังเป็นคนเดียวที่ชายหนุ่มแคร์มากกว่าผู้หญิงคนไหนๆ คิดได้ดังนั้น หญิงสาวร่างอวบอัดที่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ร้อนแรงก็เคลื่อนรถสปอร์ตคันสวยของตัวเองออกไปทันทีด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขเต็มใบหน้า

 

            ธีรพัฒน์กลับขึ้นมาบนห้องทำงานอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งสับสน เป็นห่วง รู้สึกผิด และหวั่นใจอย่างประหลาด 

                เมื่อคิดว่าเรื่องนี้ต้องถึงหูแม่ของเขาแน่ๆและแน่นอนว่าผู้เป็นมารดาจะต้องไม่ให้แพรวาทำงานกับเขาอีกต่อไปแค่คิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าหญิงสาวที่แสนเกลียดชังคนนั้น แทนที่เขาจะดีใจแต่กลับรู้สึกห่อเหี่ยว ใจหาย หัวใจโหวงๆ เหมือนกับขาดอะไรไปสักอย่างซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

                ธีรพัฒน์เดินไปหยุดยืนตรงบริเวณที่หญิงสาวล้มลงกองกับพื้นภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาในความคิดของเขาหญิงสาวตัวเล็กร่างบอบบางไร้เรี่ยวแรงถูกกระทำอย่างไม่ทันได้รู้เนื้อรู้ตัวเป็นภาพที่เขาเองก็ตกใจและสำนึกผิดไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจมากไปกว่านั้นก็คือเขาไม่สามารถถเข้าไปช่วยเธอได้ทันและยิ่งเจ็บปวดเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยของหญิงสาวคลอหน่วงไปด้วยน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลเขาจำได้ดีถึงแววตาตัดพ้อ ผิดหวัง และน้อยใจ ที่เธอส่งมาให้เขาซึ่งมันทำให้เขารู้สึกผิดจนถึงตอนนี้ 

                ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองเพียงครู่ ก่อนจะรู้สึกตัวด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในกระเป๋ากางเกง

                ‘ครับคุณแม่ธีรพัฒน์ขานรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้

                ‘แม่ต้องการคำอธิบายในเรื่องนี้ และความยุติธรรมสำหรับหนูแพรด้วยคุณหญิงเพ็ญพักตร์เอ็ดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเสียงดังลั่น

                ‘ครับ ผมกำลังจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละครับ

                ชายหนุ่มถอนหายใจหนักด้วยความกังวลเมื่อคิดว่าคราวนี้แม่ของเขาต้องไม่ให้หญิงสาวทำงานกับเขาต่อไปแน่เพราะดูจากน้ำเสียงแล้วท่านคงโกรธมาก

                ‘ดี งั้นก็รีบมาเร็วๆ เลย อ่อ... อย่าลืมหยิบเอกสารของตากรที่จะให้แม่เซ็นมาด้วยล่ะ...งานเขาด่วนคุณหญิงเพ็ญพักตร์สั่งงานเสร็จสัพ ยิ่งนึกก็ยิ่งโมโหพ่อลูกชายตัวดีไปทำงานแค่สองวันก็ก่อเรื่องซะแล้ว

                ‘ครับชายหนุ่มรับคำมารดา แล้วกดวางสายไปแสดงว่าทินกรคงโทรไปรายงานแม่เขาเรียบร้อยแล้วสินะ ไม่งั้นแม่เขาคงไม่โกรธขนาดนี้ที่สำคัญรู้ด้วยว่ามีเอกสารด่วนต้องเซ็น

                ธีรพัฒน์เดินไปที่โต๊ะทำงานชั่วคราวของคนเป็นเลขาที่อยู่ภายในห้องของเขาและมองหาเอกสารสำคัญที่หญิงสาวกำลังจะลุกมาหยิบให้เขาแต่ก็ไม่ทันได้หยิบดันเกิดเรื่องราวต่างๆ มากมายเสียก่อน รวมถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนั่นด้วย

                กลิ่นกายหอมกรุ่นของหญิงสาวในอ้อมกอดยังติดจมูกตราตรึงอยู่ภายในใจของเขาไม่จางหายสัมผัสที่โอบกอดนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนั้น

                หลังจากได้เอกสารที่ต้องการแล้วชายหนุ่มกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากตรงนี้เท้าแกร่งรู้สึกเหมือนเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างทำให้ต้องก้มลงไปมองจึงพบว่าเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนสวยที่หน้าปัดนาฬิกาแตกยับเยินใช้การไม่ได้ธีรพัฒน์มั่นใจว่าต้องเป็นของแพรวาอย่างแน่นอนเพราะบริเวณนี้เป็นที่เดียวกับตอนที่หญิงสาวล้มลงไปกองกับพื้นชายหนุ่มหยิบนาฬิกาที่มีสภาพไม่ต่างอะไรจากขยะขึ้นมาดูแล้วคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะเกิดเป็นรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขามือหนาเก็บนาฬิกาที่แตกยับนั้นเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อตรงกลับบ้านทันที 

 

            ณโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ทินกรประคองแพรวาเข้ามายังบริเวณผู้ป่วยนอกเพื่อติดต่อทำบัตรแล้วรอเข้ารับการตรวจรักษาตามขั้นตอน ซึ่งเป็นความต้องการของหญิงสาวเองที่ไม่อยากใช้สิทธิพิเศษอะไรเหนือผู้ป่วยคนอื่นๆ

                ทินกรกำลังมองหาที่นั่งให้กับหญิงสาวเพื่อเขาจะได้ไปจัดการติดต่อทำบัตรผู้ป่วยให้เรียบร้อยระหว่างที่เดินอยู่นั้นคุณหมอวิทยาที่เพิ่งกลับเข้ามาจากการรับประทานอาหารกลางวันจึงมาพบเข้าพอดี

                “อ้าว น้องแพรเป็นอะไรครับคุณหมอรูปร่างหล่อเหล่าดูภูมิฐานตรงดิ่งเข้ามาหาหญิงสาวในดวงใจทันทีที่เห็นเธอนั่งอยู่

                เมื่อเดินเข้ามาใกล้จึงพบว่าข้างกายเธอมีชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังประคับประคองอย่างห่วงใยไม่ห่างแม้จะทำให้รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาภายในจิตใจกับภาพที่เห็นแต่ก็ไม่เท่ากับความเป็นห่วงในตัวหญิงสาวตอนนี้

                “สวัสดีค่ะ พี่วิทหญิงสาวกล่าวทักทายพี่ชายของเพื่อนซึ่งเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้

                เมื่อเห็นหมอวิทยามองทินกรเหมือนต้องการจะถามว่าเธอมากับใครหญิงสาวจึงกล่าวแนะนำ

                “เอ่อ... พี่วิทคะ นี่คุณทินกร เป็นผู้จัดการของบริษัทที่แพรทำงานอยู่ค่ะคุณกรคะ นี่คุณหมอวิทยาเป็นพี่ชายของเพื่อนแพรค่ะจบคำแนะนำของหญิงสาวสองหนุ่มสบสายตากันเพียงครู่ ก่อนที่หมอหนุ่มจะเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปทักทายกับผู้ชายตรงหน้าที่มากับหญิงสาว

                “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักหมอวิทยากล่าวทักทายเป็นมารยาท

                “ครับ เช่นกันทินกรตอบรับอย่างไม่เต็มใจนักเพราะมองจากสายตาที่หมอหนุ่มคนนี้ใช้มองหญิงสาว เหมือนกับแววตาของคนที่หลงรักเธอมากกว่าจะเป็นเพื่อนของน้องสาวซึ่งนั่นก็หมายความว่า... ผู้ชายคนนี้คือศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งของเขาที่เพิ่งปรากฎตัวอย่างนั้นหรือ

               

                “แล้วข้อมือน้องแพรไปโดนอะไรมา... ทำไมถึงบวมช้ำขนาดนี้ครับหมอวิทยาเอ่ยถามขณะมองหน้าชายหนุ่มอีกคนที่ยืนไม่ห่างกายหญิงสาว ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นหมอที่มักจะสำรวจร่างกายของผู้ป่วยด้วยความรวดเร็วเสมอ

                “อุบัติเหตุน่ะค่ะ แพรเดินไม่ระวังก็เลยสะดุดขาตัวเองล้มหญิงสาวโป้ปดคำโต เพราะไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องราวมากมาย ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

                “งั้น เดี๋ยวไปที่ห้องตรวจของพี่ดีกว่า... ตอนนี้พี่อยู่ระหว่างพัก... ยังไม่มีคนไข้

                “ขอบคุณค่ะแพรวากล่าวขอบคุณ พร้อมกับขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้น

                หมอวิทยารีบตรงเข้าไปหมายจะประคองหญิงสาวแต่ถูกชายหนุ่มที่ใกล้กว่าชิงตัดหน้าก่อน ทั้งสองหนุ่มประสานสายตากันเพียงแวบเดียวคนเป็นหมอจึงถอยออกมาเป็นมารยาทแล้วผายมือเชิญทั้งคู่ให้เดินไปทางห้องตรวจของเขา

                “เชิญทางนี้ครับ

 

            เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานประจำของตัวเองหมอวิทยาทำท่าเหมือนจะให้หญิงสาวเข้าไปกับเขาเพียงสองคนเท่านั้น 

            เนื่องจากห้องตรวจเป็นห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวระหว่างหมอกับคนไข้ทินกรเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ เขาจึงเอ่ยบอกความต้องการของตัวเอง

                “ผมเป็นคนสนิทของคุณแพร และผมคิดว่าอาการป่วยของเธอก็ไม่มีอะไรที่เป็นความลับกับผมทินกรพูดอย่างไม่สบอารมณ์นัก ที่หมอหนุ่มกำลังจะพาหญิงสาวในดวงใจของเขาเข้าไปในห้องเพียงลำพัง

                “แต่ผมจำเป็นต้องถามความยินยอมของคนไข้ก่อนหมอวิทยาตอบอย่างมีชั้นเชิงส่งผลให้คนฟังหันไปมองหน้าหญิงสาวในอ้อมแขนทันทีด้วยแววตาอ้อนวอนแฝงด้วยความห่วงใยที่ไม่อยากให้เธอห่างกาย

                “เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะคุณกร แพรเข้าไปคนเดียวดีกว่าค่ะยังไงเธอก็ยังรู้สึกเกรงใจชายหนุ่มตรงหน้ามากกว่าพี่ชายของเพื่อนรักอยู่ดี

                คำพูดของหญิงสาวทำให้คนเป็นหมอยิ้มกว้างรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าอย่างน้อยผู้ชายที่มากับเธอก็ไม่ใช่คนสำคัญ

                “อย่างนั้นก็ได้ครับ ผมจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าคุณแพรจะออกมาแม้จะผิดหวังไปบ้าง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ขัดใจเธอ

                “งั้น เชิญครับน้องแพร

                หมอวิทยาตัดบทชิงตัวหญิงสาวที่เขาหมายปองออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มอีกคนอย่างถือวิสาสะ แล้วพาเธอเข้าไปในห้องเพื่อตรวจอาการบาดเจ็บที่ดูเหมือนจะหนักหนาเอาการโดยปล่อยให้ชายหนุ่มที่มากับเธอนั่งหน้าบึ้งทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่หน้าห้อง

                ทินกรนั่งรอเพียงครู่เมื่อคิดอะไรขึ้นได้จึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กออกมาเพื่อโทรหาคนสำคัญที่จะเป็นผู้ให้ความยุติธรรมในเรื่องนี้ทันที

 

            “นั่งตรงนี้ก่อนครับน้องแพร พี่ขอดูแขนหน่อย

                คุณหมอใจดีบอกหญิงสาวเสียงนุ่มขณะพาเธอมานั่งบนเตียงคนไข้เพื่อตรวจดูอาการ หมอวิทยาจับแขนข้างซ้ายของหญิงสาวที่บวมช้ำขึ้นมาสำรวจดู

                “โอ๊ย! แพรเจ็บค่ะพี่วิทหญิงสาวร้องครวญทันทีที่หมอหนุ่มจับแขนข้างที่เจ็บ

                “พี่ว่า... เอกซเรย์ดูหน่อยดีกว่า... สงสัยกระดูกจะร้าวพูดจบก็ประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นเพื่อไปยังห้องเอกซเรย์ที่อยู่ติดกันด้วยประตูทางรัดหลังห้องตรวจไม่นานก็พาหญิงสาวกลับมาเพื่อพิจารณาการรักษา

                “น้องแพรมีกระดูกร้าวที่ข้อมือ และก็มีอาการอักเสบของเส้นเอ็นพี่จะเข้าเฝือกชนิดอ่อนให้นะครับ แล้วหลังจากนี้น้องแพรต้องระมัดระวังอย่าใช้งานแขนข้างที่เจ็บอยู่เป็นอันขาด เพราะจะทำให้กระดูกที่ร้าวนั้นหักได้ง่ายหมอหนุ่มบอกคนไข้ในดวงใจด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน 

                “ค่ะ แพรจะระวัง

                “เขาเป็นเจ้านายน้องแพรเหรอครับหมอวิทยาชวนคนไข้แสนสวยของเขาพูดคุยเพื่อลดความกังวลและเขาเองก็อยากรู้ความใกล้ชิดของหญิงสาวที่เขาหมายปองกับชายหนุ่มที่พาเธอมาด้วย

                “ไม่ใช่ค่ะ ตอนที่แพรได้รับบาดเจ็บ คุณกรเข้ามาพบพอดีหญิงสาวก้มหน้าตอบเสียงเบาเพราะไม่อยากจะคิดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวแบบนี้

                เมื่อได้ยินคำตอบจากปากหญิงสาวทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง ที่อย่างน้อยหญิงสาวในดวงใจของเขาก็ยังไม่ได้ให้ความสนิทสนมเป็นพิเศษกับผู้ชายคนไหนเพราะไม่ว่าใครที่ได้อยู่ใกล้กับเธอจะต้องหลงรักทุกคนเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่รักเธอและไม่แน่ว่าผู้ชายที่อยู่หน้าห้องก็คิดกับเธอเช่นเดียวกับเขานี่เขาจะมีศัตรูหัวใจแล้วหรือนี่ แค่คิดหมอหนุ่มก็รู้สึกท้อแท้หดหู่ใจขึ้นมา

                “เสร็จแล้วครับ น้องแพรยังเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่าหลังจากคุณหมอใส่เฝือกที่แขนให้หญิงสาวเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็หันมาสำรวจร่างกายส่วนอื่นๆ ของเธอ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อสังเกตเห็นรอยแดงเป็นปื้นคล้ายนิ้วมือบนใบหน้านวลของหญิงสาวที่เผลอเปิดผมถัดหู

                “เอ๊ะ นั่นแก้มไปโดนอะไรมาครับน้องแพรขอพี่ดูหน่อยมือหนาจับที่ใบหน้านวลอย่างแผ่วเบารอยแบบนี้จะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากรอยตบจากฝ่ามือแต่ใครกันที่ทำร้ายผู้หญิงในดวงใจของเขาจะว่าหญิงสาวเป็นฝ่ายไปหาเรื่องใครก่อนคงไม่มีทาง

                “อะ เอ่อ เอ่อ...แพรวาอ้ำอึ้งเพราะไม่รู้จะอธิบายยังไงก็ในเมื่อเธอเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่เข้ามาทำร้ายเธอนั้นเป็นใคร จู่ๆก็เข้ามากระชากเธอจนหงายหลังและยังตามมาตบหน้าเธอซ้ำอีก แต่ที่แน่ๆผู้หญิงคนนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์กับเจ้านายคนใหม่ของเธอแน่นอน แค่คิดก็ทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

                “ไม่เป็นไรครับ ถ้าน้องแพรไม่สบายใจ ก็ยังไม่ต้องบอกพี่ก็ได้ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวตรงหน้ามีอาการอึกอัก จึงไม่อยากบังคับคิดว่าคงเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอที่ไม่อยากเขารู้แต่แม่น้องสาวตัวแสบของเขาจะต้องรู้แน่ๆ

                “ขอบคุณค่ะหญิงสาวก้มหน้าเสียงสั่นเครือเพราะพยายามสกัดกั้นความน้อยใจที่มันจุกแน่นขึ้นมาจนพูดอะไรไม่ออก

                “ไปครับ เดี๋ยวพี่จะพาไปรับยา

                คนเป็นหมอช่วยประคองหญิงสาวให้ลงจากเตียงคนไข้อย่างระมัดระวังเมื่อผลักประตูออกมาก็พบว่าชายหนุ่มคนเดิมยังนั่งรออยู่ด้วยความกังวลและเป็นห่วงหญิงสาวอย่างเห็นได้ชัด

                “คุณแพรเป็นยังไงบ้างครับชายหนุ่มผู้เฝ้ารอรีบเข้าไปถามด้วยความห่วงใย

                “น้องแพรกระดูกที่ข้อมือร้าว คงต้องใส่เฝือกแบบนี้ประมาณ สัปดาห์น่ะครับ

                “ขอบคุณนะครับคุณหมอ งั้นต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของผมเองที่จะดูแลเธอเชิญคุณหมอไปทำหน้าที่ของคุณเถอะครับ เดี๋ยวคนไข้จะรอนาน

                แม้จะรู้ว่าเป็นการเสียมารยาทแต่ทินกรก็เลือกที่จะทำเพื่อขับไล่ศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งให้พ้นทางรักของเขา

                “เดี๋ยวน้องแพรไปรับยาตามนี้แล้วกลับได้เลยนะครับส่วนค่ารักษาพี่จัดการให้เรียบร้อยแล้ว

                หมอวิทยาเลือกที่จะไม่สนใจชายหนุ่มอีกคนแต่หันไปส่งเอกสารที่เขาจดชื่อตัวยาไว้ให้หญิงสาวพร้อมทั้งชี้แจงเรื่องค่ารักษาพยาบาลเสร็จสัพ

                “ค่ารักษาพยาบาลผมคงไม่ต้องรบกวนคุณหมอหรอกนะครับ แค่นี้ผมจัดการเองได้ทินกรบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก

                “ไม่ได้เป็นการรบกวนหรอกครับ... ผมเต็มใจและอีกอย่างสำหรับน้องแพรแล้วมันเป็นหน้าที่ของผมหมอหนุ่มตอบกลับอย่างผู้มีชัยเพราะอย่างน้อยหญิงสาวตรงหน้าก็ให้สิทธิ์ความเป็นพี่ชายกับเขา

                “เอ่อ... คุณกรคะ เรารีบไปกันดีกว่าค่ะ แพรต้องกลับไปทำงานต่อด้วยคนป่วยรีบขัดขึ้นมาก่อน เมื่อเห็นว่าสองหนุ่มท่าทางจะไม่ยอมลงให้กันง่ายๆแน่

                “ครับ ไปครับคุณแพร

                “ขอบคุณนะคะพี่วิท แพรต้องขอตัวก่อน

                “ครับ... แล้วอย่าลืมมาให้พี่ตรวจทุกๆ สัปดาห์นะครับแล้วก็อย่าใช้งานแขนข้างที่เจ็บด้วย เย็นนี้พี่จะให้ยัยมลไปเยี่ยมหมอวิทยาบอกอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

                “ค่ะ พี่วิท

                “ยังไงผมต้องขอบคุณนะครับคุณหมอ

                ทินกรยื่นมือออกไปสัมผัสกับมือหมอหนุ่มที่เขาให้ฉายาว่าศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งของเขา

                “ครับยินดี มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ

                คุณหมอตอบรับอย่างสุภาพแล้วยืนมองสองหนุ่มสาวที่ประคับประคองกันไปจนลับตาแม้หญิงสาวที่แอบรักจะให้เขาเป็นแค่พี่ชายที่แสนดีของเธอก็ตามอย่างน้อยขอแค่ได้อยู่ใกล้ชิด และทำให้เธอมีความสุขกับคนที่เธอรักเขาก็พอใจแล้วแพรวา สาวน้อยในดวงใจของพี่ 


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

 

เสน่หาทาสซาตาน      เสน่หาทาสซาตาน

 

ทดลองอ่าน E-Book ฟรี!


หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566


        แสดง 5 - 5
วันที่โพสต์ :  20 พ.ค. 2557 13:27    วันที่อัพเดท :   15 ม.ค. 2561 18:17    › จำนวนผู้เข้าชม 282604 คน
   › คะแนนโหวต 7083 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :