นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาทาสซาตาน (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 6 ศัตรูหัวใจ


6 

ศัตรูหัวใจ 

            ธีรพัฒน์พารถสปอร์ตคันหรูคู่ใจของตัวเองมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ทันทีที่เดินเข้าไปภายในบ้านก็พบคุณหญิงเพ็ญพักตร์ผู้เป็นมารดาตั้งท่ารอสอบปากคำเขาอยู่ก่อนแล้ว

                “มานี่เลยตาธีร์ พ่อลูกชายตัวดี ไปทำงานได้สองวันก็ก่อเรื่องซะแล้วคุณหญิงเพ็ญพักตร์เอ็ดลูกชายทันทีที่เห็นหน้า

                “โถ่... คุณแม่ครับ แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยเอง ไม่เห็นจะต้องดุผมขนาดนั้นเลยธีรพัฒน์พยายามออดอ้อนมารดาเหมือนตอนเด็กๆ ที่เขาทำผิด

                “นิดหน่อยอะไร หนูแพรของแม่ถึงต้องเข้าโรงพยาบาลแบบนี้ห๊ะ แกนี่มันแย่จริงๆ

                “ก็เรื่องเข้าใจผิดจริงๆ นี่ครับคุณแม่ผมก็ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้สักหน่อยคนทำผิดยังคงเถียงไม่เลิก

                “แล้วเรื่องมันเป็นยังไง ไหนเล่าให้แม่ฟังสิ ว่ายัยเมนง เมนี่คู่ขาคู่ควงของแกโผล่มาทำร้ายหนูแพรได้ยังไง

                “เมนี่เป็นเพื่อนผมครับ ไม่ใช่คู่ขาหรือคู่ควงอย่างที่คุณแม่เข้าใจหรืออย่างที่ใครบอกมา

                ธีรพัฒน์อธิบายให้ผู้เป็นมารดาเข้าใจพร้อมทั้งพาดพิงถึงเพื่อนตัวแสบที่คิดจะใช้คุณแม่มาเล่นงานเขา

                “จะอะไรก็ช่างเถอะ ยังไงคนของธีร์ก็ผิด

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์สะบัดหน้าใส่บุตรชายด้วยความโมโหแล้วนั่งฟังสิ่งที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างใจเย็นเพราะยังไงนางก็เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องไม่ใช่ความตั้งใจของบุตรชายอย่างแน่นอน

 

            ซึ่งหลังจากฟังเรื่องราวทุกอย่างจากลูกชายตัวดีแล้วคุณหญิงเพ็ญพักตร์ก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจและสงสารหญิงสาวผู้บาดเจ็บยิ่งนัก ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรแท้ๆกลับโดนทำร้ายอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้ คงจะตกใจน่าดู

                โถ่...แม่คุณ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ยิ่งตัวเล็กๆ ร่างกายบอบบางอยู่ด้วยเห็นทีคราวนี้คงต้องทำตามที่ทินกรเสนอแล้วล่ะมั้งที่จะย้ายให้แพรวาไปเป็นเลขาของทินกร ส่วนธีรพัฒน์ต้องหาเลขาคนใหม่ซึ่งนางเองก็ไม่อยากจะให้เป็นเช่นนั้น เพราะยังไงแพรวาก็เป็นเด็กที่นางทั้งรักและเอ็นดูมากที่สำคัญเป็นคนที่นางปลูกฝังสั่งสอนมาเองกับมือประกอบกับหญิงสาวเองก็เป็นคนเก่งอยู่แล้ว ทำให้เรียนรู้งานได้เร็ว สอนเพียงไม่นานก็คล่องจนนางสามารถถปล่อยวางได้อย่างสบายใจจนถึงทุกวันนี้หากจะต้องเปลี่ยนคนใหม่นางเองก็แสนเสียดาย แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้ความยุติธรรมกับตัวหญิงสาวหากเธอเต็มใจที่จะย้ายไปทำงานกับทินกร นางเองก็สุดจะรั้งไว้

                “ธีร์จะว่ายังไง ถ้าแม่จะย้ายหนูแพรไปเป็นเลขาให้ทินกรคุณหญิงเพ็ญพักตร์หยั่งเชิงถามบุตรชาย

                “ผมก็ไม่เห็นว่ามีความจำเป็นอะไรที่เธอจะต้องย้ายนี่ครับธีรพัฒน์ตอบมารดาเสียงเรียบเพราะเป็นสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วว่าทินกรต้องมาขอตัวแพรวาไปแน่ๆผิดกับภายในใจเขาที่ตอนนี้ร้อนรุ่มอย่างประหลาดเมื่อรู้ว่าเขาจะไม่ได้ร่วมงานกับหญิงสาวอีก

                “ก็ทินกรบอกกับแม่ว่าธีร์มีคนของธีร์ตามมาจากที่โน่นแล้วเขาก็เลยจะขอหนูแพรให้ไปทำงานกับเขาคุณหญิงเพ็ญพักตร์ถอนหายใจหนักหน่วง

                “ผมยังยืนยันคำเดิมนะครับคุณแม่ ว่าผมไม่มีใครตามมาทั้งนั้นเมนี่เป็นเพื่อนผมเขาแค่ช่วยงานผมเล็กๆ น้อยๆ ตอนอยู่ที่โน่นเท่านั้นเองไม่ได้เป็นเลขาของผมสักหน่อย

                แม้จะเป็นความจริงแค่บางส่วนแต่เขาก็เลือกที่จะตอบมารดาไปแบบนั้น เพื่อให้มารดาเข้าใจว่าเขาต้องการเลขาที่เป็นคนของแม่เขาเท่านั้นและคนๆ นั้นจะต้องเป็นเธอ... แพรวา

                “งั้นก็ต้องแล้วแต่หนูแพรเขาแล้วหละ ว่ายังอยากทำงานกับลูกหรือเปล่า... เจ็บตัวขนาดนั้น

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์ยังคงถอดถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อนภาวนาขอให้หญิงสาวไม่ถือโทษโกรธเคืองในตัวบุตรชาย

 

            สองแม่ลูกนั่งคุยกันได้เพียงไม่นานเสียงรถที่คุ้นหูเพราะเป็นแขกประจำของบ้านก็เข้ามาจอดยังบริเวณหน้าตึกใหญ่ 

                ทินกรโอบประคองหญิงสาวในดวงใจลงมาจากรถด้วยความอ่อนโยนทะนุถนอมเพื่อไม่ให้หญิงสาวได้รับความกระทบกระเทือนมากนัก ส่งผลให้ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งมองอยู่ต้องเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นภาพที่เขารู้สึกว่าไม่สบอารมณ์และเกิดความร้อนรุ่มภายในจิตใจ

                “สวัสดีครับคุณป้าทินกรยกมือไหว้ผู้มีอาวุโสที่เคารพแล้วมองหน้าเพื่อนตัวแสบอย่างอาฆาตแค้นเคือง

                “สวัสดีค่ะคุณท่านแพรวากล่าวสวัสดีผู้เป็นเจ้านายที่เคารพยิ่งก้มศีรษะอย่างนอบน้อมเพราะเธอยกแขนไม่สะดวก ทันทีที่คุณหญิงเพ็ญพักตร์เห็นแพรวาก็บังเกิดความสงสารขึ้นมาจับใจ หญิงสาวตัวเล็กๆมีเฝือกหุ้มที่แขนข้างซ้ายพร้อมกับมีสายคล้องไปที่คอเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกระเทือนเวลาเดิน

                “สวัสดีจ๊ะหนูแพร ไหนมานั่งนี่สิ... เป็นยังไงบ้าง

                พอหญิงสาวมานั่งใกล้ๆจึงได้เห็นว่านอกจากแขนที่ใส่เฝือกแล้วยังมีรอยฝ่ามือที่ใบหน้านวลนั่นอีก คุณหญิงเพ็ญพักตร์หันไปมองหน้าลูกชายตัวดีตาเขียวเพราะไม่คิดว่าจะหนักหนาขนาดนี้ ความหวังที่หญิงสาวจะให้อภัยคงยากซะล่ะมั้ง

                “แพรไม่เป็นอะไรมากค่ะ แต่คงต้องใส่เฝือกแบบนี้ไปอีกสักระยะแพรวาตอบอย่างนอบน้อม ซึ้งใจในความเมตรตาห่วงใยที่เจ้านายมีให้

                “คุณแพรเธอกระดูกที่ข้อมือร้าว คงต้องพักสักระยะครับเพราะกระดูกที่ร้าวจะหักได้ง่ายทินกรเป็นฝ่ายเล่าอาการป่วยของหญิงสาวให้ผู้เป็นป้าได้ฟัง

                “เห็นไหมครับคุณแม่ ผมบอกแล้ว ว่าไม่มีอะไรมากสักหน่อย

                ธีรพัฒน์ที่นั่งมองหญิงสาวอยู่นานเอ่ยขัดขึ้นมา เพราะดูท่าจะมีคนห่วงแม่เลขาคนสวยของเขาเกินไปจนน่าหมั่นไส้แต่เขาก็ยอมรับว่าโล่งใจที่อย่างน้อยเธอก็ยังเดินไปไหนมาไหนได้ ไม่ใช่นอนแหม็บอยู่บนเตียงไม่งั้นคุณแม่ต้องเล่นงานเขาหนักแน่ๆ

                “แกหุบปากไปเลยนายธีร์ ที่เห็นนี่แกยังว่าไม่มากอีกเหรอทินกรนึกโมโหตัวต้นเหตุ ที่พูดหน้าตาเฉยว่าเรื่องแค่นี้ไม่มีอะไร

                “อ้าว... อะไรวะกร แค่นี้ทำเป็นอารมณ์เสียไปได้ คนเจ็บตัวเขาไม่เห็นจะโวยวายอะไรเลยคนต้นเหตุทำท่ายียวน นั่งพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ แต่แอบปรายตาสำรวจหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา

                “เอาหละๆ พอแล้วทั้งสองคน ให้แม่คุยกับหนูแพรหน่อย

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์ตัดบทห้ามทัพแล้วหันมาพูดกับหญิงสาวตรงหน้าเสียงนุ่ม

                “หนูแพร ฉันจะไม่อ้อมค้อมละนะฉันจะให้ความยุติธรรมกับเธอหากเธอจะย้ายไปทำงานกับทินกรฉันก็ไม่ว่าอะไรประมุขใหญ่ว่าพลางลูบผมหญิงสาวที่นางรักและเอ็นดูอย่างอ่อนโยนส่วนสองหนุ่มที่นั่งอยู่ต่างก็หูผึ่งรอลุ้นคำตอบของหญิงสาวอย่างใจจดใจจ่อ

                แพรวาเมื่อได้ฟังคำถามก็หันไปมองหน้าทินกรที่ส่งยิ้มให้เธออยู่ก่อนแล้วเหมือนเขายินดีที่จะให้เธอไปทำงานกับเขา ส่วนอีกคนเธอหันไปสบตาเขาแค่เพียงแวบเดียวเท่านั้นและดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับคำตอบของเธอแต่สิ่งที่เธอคิดมาตลอดก็คือความกตัญญูที่มีต่อผู้หญิงสูงวัยตรงหน้าดังนั้นคำตอบสำหรับเธอคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก

                “แพรยินดี จะรับใช้คุณท่านต่อไปค่ะ

                คำตอบของแพรวาทำให้ทินกรหน้าถอดสีด้วยความไม่พอใจที่เธอยังคิดจะทำงานกับธีรพัฒน์ต่อทั้งๆ ที่ตัวเองเจ็บขนาดนี้ส่วนอีกคนที่หญิงสาวเลือกจะทำงานด้วยแม้จะดีใจมากแค่ไหนแต่ก็ยังเก็บอาการให้นิ่งเฉยได้ดี

                “ทำไมครับคุณแพร คนของนายธีร์เข้ามาทำร้ายขนาดนี้คุณยังอยากทำงานกับเขาอีกเหรอทินกรโวยวายอย่างเหลืออดคัดค้านการตัดสินใจของหญิงสาวที่เป็นดวงใจ

                “นั่นสิ หนูแพร ไม่ต้องเกรงใจฉันนะ ทำอย่างที่ใจต้องการเถอะ ฉันไม่ว่าอะไรคุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

                “แพรคิดดีแล้วค่ะ... แพรเต็มใจ เพราะคุณท่านเป็นผู้มีพระคุณกับแพรทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณท่านสอนให้แพรจนแพรมีวันนี้ได้ก็นับว่าชาตินี้คงทดแทนไม่หมดแล้ว

                แพรวาตอบผู้มีพระคุณเสียงหวานนอบน้อมพร้อมทั้งหันไปมองหน้าผู้ชายที่แสนดีในชีวิตของเธออย่างนึกขอโทษที่เธอไม่สามารถถทำตามความต้องการของเขาได้

                “งั้นฉันก็ดีใจ... ขอบใจมากนะแพรวา ที่เธอช่วยแบ่งเบาภาระให้ฉันได้เยอะ

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์ยิ้มกว้างอย่างยินดี ที่อย่างน้อยนางก็มองคนไม่ผิดจริงๆแพรวาเป็นคนกตัญญูรู้คุณ แม้จะต้องเจ็บตัวแต่ก็ไม่เคยลืมบุญคุณ

                “ถ้าอย่างนั้นแพรขอตัวกลับไปทำงานที่ค้างไว้นะคะหญิงสาวผู้มีความรับผิดชอบในหน้าที่เอ่ยขอตัวเพื่อกลับไปทำงานกองโตที่เจ้านายหน้ายักษ์สั่งไว้

                “โอ๊ย... ช่างมันก่อนงานน่ะ กลับไปพักผ่อนเถอะแล้วจะหยุดต่อก็ได้นะฉันอนุญาตคุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกหญิงสาวอย่างเอ็นดู

                “งั้นให้ผมไปส่งดีกว่านะครับคุณแพรทินกรขันอาสา

                “แกมีงานด่วนไม่ใช่เหรอ ไปทำงานของแกเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการลูกน้องของฉันเอง

                คนนั่งเงียบอยู่นานรอจังหวะจะได้ใกล้ชิดหญิงสาวที่เขาเริ่มรู้สึกหมั่นไส้กลายๆเพราะดูเหมือนแม่คุณจะเสน่ห์แรงเหลือเกินไม่ว่าผู้ชายผู้หญิงคนแก่ก็ดูจะหลงรักเธอไปซะหมด

                “อือ นั่นสิตากร ไหนว่ามีงานด่วนให้ป้าดู มาๆเดี๋ยวตามป้าไปที่ห้องทำงานเลย

                “ครับคุณป้า

                ทินกรแม้จะขัดใจอยู่บ้างที่ไม่ได้ไปส่งหญิงสาวแต่ยังไงตอนนี้งานต้องมาก่อน เอาไว้เสร็จงานแล้วค่อยแวะไปหาเธอก็แล้วกัน

                “ส่วนแกตาธีร์ จัดการไปส่งหนูแพรเขาให้ถึงบ้านแล้วหาข้าวหายาให้เขาทานให้เรียบร้อยก่อนจะกลับมาและอย่าให้ฉันรู้นะว่าแกทิ้งหนูแพรไว้กลางทาง... ฉันฆ่าแกแน่ตาธีร์!”

                คนเป็นแม่หมายหัวลูกชายอย่างนึกหมั่นไส้พอรู้ว่าเขายอมทำงานด้วยหน่อยก็ทำเป็นนั่งลอยหน้าลอยตา จะขอบอกขอบใจถามไถ่ก็ไม่มีอย่างนี้ต้องแกล้งให้ดูแลคนป่วยซะให้เข็ด แต่หารู้ไม่ว่านางได้ฝากปลาย่างไว้กับแมวชัดๆ

                “ครับ... คุณแม่ธีรพัฒน์ลากเสียงยาวล้อเลียนผู้เป็นมารดา

                “สวัสดีค่ะคุณท่าน

                “จ้ะ กลับบ้านแล้วก็พักผ่อนซะนะ ถ้าตาธีร์รังแกอะไรอีกโทรมาบอกฉันได้เลยฉันจะจัดการให้

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกหญิงสาวพร้อมส่งสายตาอาฆาตไปให้ลูกชายอย่างเอาเรื่องหากคิดจะทำให้คนของนางเจ็บตัวอีก คราวนี้ไม่รอดแน่

                “งั้น เดี๋ยวเสร็จงานผมโทรไปหานะครับ

                ขอบคุณค่ะคุณกรหญิงสาวตอบรับเสียงหวาน ซาบซึ้งในน้ำใจที่อีกฝ่ายมีให้

                หลังจากนั้นทินกรจะเดินตามผู้ที่เป็นทั้งป้าและเจ้านายเข้าไปในห้องทำงานแต่ก็ไม่วายหันกลับมามองเพื่อนรักที่ดูเหมือนจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งดูได้จากแววตาที่ใช้มองหญิงสาวในดวงใจของเขา ‘หรือเขาจะมีศัตรูหัวใจเพิ่มขึ้นอีกคน’ ทินกรคิดด้วยหัวใจที่แสนเจ็บปวดและอ่อนล้า  

 

            หลังจากทินกรตามคุณหญิงเพ็ญพักตร์เข้าไปในห้องทำงานอีกคนทำให้ห้องรับแขกเหลือเพียงชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ยังคงอยู่ในสถานการณ์คลุมเครือ 

                ธีรพัฒน์เอาแต่จ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าอย่างกับจะกลืนกินส่วนหญิงสาวก็ได้แต่นั่งก้มหน้า เพราะไม่รู้ชายหนุ่มจะเอายังไงกับเธอกันแน่เอาแต่นั่งจ้องหน้าเธออย่างไม่รู้ความหมาย เธอจึงต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วจู่ๆเขาก็ลุกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

                “เอ้า! ไม่กลับบ้านหรือไงแม่คุณจะนั่งให้รากมันงอกอยู่ตรงนี้หรือไงห๊ะ

                ธีรพัฒน์บอกอย่างใส่อารมณ์ส่งผลให้หญิงสาวกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจจนร้อนรนทำอะไรไม่ถูกได้แต่หันซ้ายหันขวาไหนจะกระเป๋าสะพาย ไหนจะแขนที่เจ็บอยู่ เมื่อครู่ทินกรเป็นคนถือเข้ามาให้เธอ และยังช่วยพยุงเธอเข้ามาด้วยแต่ตอนนี้จะหวังพึ่งพาชายหนุ่มตรงหน้าคงจะไม่ได้

                “เอากระเป๋ามานี่... เห็นแล้วรำคาญคนปากจัดยังคงทำเสียงฮึดฮัดขัดใจที่หญิงสาวมัวแต่โอ้เอ้ไม่ทันใจเขาพร้อมทั้งกระชากกระเป๋าสะพายของหญิงสาวไปถือในมือซะเอง

                “ไม่เป็นไรค่ะ แพรถือเองได้

                “อย่าอวดเก่งน่ะ แค่เดินไปขึ้นรถก็เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะฉันไม่อุ้มเธอไปเหมือนนายกรหรอกนะว่าเสร็จก็เดินตัวปลิวไปขึ้นรถทันทีโดยไม่สนใจคนที่ขยับตัวเดินตามเขาไปขึ้นรถอย่างเงียบๆ ‘ถ้าไม่เต็มใจไปส่งก็บอกดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องทำอารมณ์เสียใส่เลยนี่’ หญิงสาวบ่นในใจก่อนจะเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในรถที่ชายหนุ่มรออยู่ก่อนแล้ว

                “นึกว่าจะได้ไปพรุ่งนี้ซะอีก ฉันไม่เคยต้องนั่งรอใครขนาดนี้เลยนะคำพูดของธีรพัฒน์ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งเข้ามานั่งในรถหันขวับไปมองอย่างเอาเรื่อง

                “ถ้าคุณไม่เต็มใจจะไปส่ง แพรกลับเองก็ได้นะคะ

                “ฉันจะเต็มใจหรือไม่ นั่นมันเรื่องของฉัน...เธอมีหน้าที่นั่งก็นั่งไป... อย่าพูดมากธีรพัฒน์เสียงแข็งขึ้นมาทันทีที่หญิงสาวข้างกายต่อปากต่อคำทำให้เขาต้องหงุดหงิด 

 

            ภายในรถคันหรูที่มีธีรพัฒน์ทำหน้าที่เป็นสารถีให้กับเลขาคนสวยตามคำบัญชาของผู้เป็นแม่ตลอดทางตั้งแต่คำพูดสุดท้ายของเขาจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา 

                หญิงสาวได้แต่นั่งเงียบสายตามองออกไปนอกตัวรถโดยไม่สนใจคนที่ขับรถให้เธอนั่งเลยสักนิด แม้ข้างนอกจะไม่มีอะไรน่าสนใจให้มองแต่เธอก็เลือกที่จะมองทิวทัศน์ข้างนอกนั่น มากกว่าคนที่อยู่ภายในรถกับเธอ

                บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัดชายหนุ่มได้แต่หันไปมองคนข้างๆ ที่แทบจะกลายเป็นหันหลังให้เขาด้วยซ้ำและไม่มีทีท่าว่าเธอจะหันมาหรือจะเอ่ยอะไรสักคำ ธีรพัฒน์ถอนหายใจหนักๆก่อนจะเป็นคนทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ซะเอง

                “ฉันไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน ถ้าจะกรุณาก็ช่วยบอกทางให้ฉันด้วยธีรพัฒน์พูดพร้อมกับหันไปมองดูคนข้างๆว่าเธอจะได้ยินหรือรับรู้การมีตัวตนของเขาหรือเปล่า

                “คุณก็มาถูกทางแล้วนี่คะ คุณไปบริษัทยังไง ก็ไปบ้านแพรอย่างนั้นแหละค่ะแพรวาละสายตาจากวิวข้างทางแล้วหันมาตอบชายหนุ่ม

                “ฉันถามดีๆ เธอจะกวนประสาทฉันหรือไงหะแพรวาแล้วที่ฉันขับรถมาทางนี้ก็เพราะฉันเคยชินกับถนนหนทางที่นี่แค่ทางไปบริษัทเท่านั้นแหละฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าบ้านเธอไปทางไหนถ้าเธอไม่บอกชายหนุ่มทำเสียงฮึดฮัดขัดใจที่หญิงสาวยียวนกลับมา

                “ผ่านบริษัทเลยไป 500 เมตร คอนโดอยู่ซ้ายมือค่ะหญิงสาวบอกโดยไม่หันมามองหน้าคนถาม

                ใช่ว่าเขาจะไม่รู้เมื่อไรว่าบ้านเธออยู่ไหนแต่เพราะอยากจะทำลายบรรยากาศความเงียบที่ชวนอึดอัดนี่มากกว่าจึงเอ่ยถามออกไปเพราะดูท่าแล้วหญิงสาวคงจะนั่งเงียบแบบนี้ไปตลอดทางเป็นแน่หากเขาไม่ชวนคุยและดูเหมือนเธอจะแสดงออกอย่างชัดเจนอีกด้วยว่าไม่ต้องการสนทนากับเขา

 

            ทันทีที่ธีรพัฒน์พารถมาจอดยังหน้าคอนโดบริเวณทางขึ้นล็อบบี้หญิงสาวก็ทำท่าจะลงจากรถทันที โดยไม่ลืมที่จะหันมาขอบคุณชายหนุ่มผู้มาส่งแต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นจากประตูรถก็ได้ยินเสียงทรงอำนาจขัดขึ้นมาซะก่อน

                “เดี๋ยวรออยู่ตรงนี้แหละฉันจะเอารถไปจอดแล้วจะขึ้นไปส่งเธอ

                ชายหนุ่มในรถออกคำสั่งเสียงเข้มโดยไม่ฟังคำปฏิเสธใดๆจากหญิงสาว ทางด้านคนตัวเล็กเมื่อโดนดักคอแบบนี้เธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเธอไม่เคยพาผู้ชายคนไหนขึ้นไปบนห้องเลยสักครั้งแล้วจู่ๆ วันนี้ผู้เป็นเจ้านายจะขึ้นไปส่งเธอเหมือนเป็นเรื่องปกติได้อย่างไร

                แพรวาหันซ้ายหันขวาอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปยังล็อบบี้แล้วตรงไปที่ลิฟต์ทันทีโดยไม่รอชายหนุ่มที่สั่งไว้

                “นี่เธอจะขัดคำสั่งฉันหรือไงธีรพัฒน์ตรงเข้าคว้าแขนข้างที่เธอหิ้วกระเป๋าสะพายอยู่ด้วยความโมโหเขานำรถไปจอดเรียบร้อยแล้ว เมื่อกลับมาไม่เห็นหญิงสาวรออยู่ที่เดิมเขาจึงรีบวิ่งเข้ามายังล็อบบี้ก็เห็นคนตัวเล็กทำท่าเหมือนจะหนีเขาขึ้นข้างบนไปซะอย่างนั้น

                โอ๊ยปล่อยนะคะ แพรเจ็บหญิงสาวโอดครวญเมื่อชายหนุ่มจับแขนเธออย่างแรงแล้วดันเข้าไปในลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิด

                เอ้า ชั้นที่เท่าไรล่ะแม่คุณมัวแต่ร้องโอดโอยวันนี้จะถึงไหมห้องน่ะ

                เสียงของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวที่กำลังเจ็บที่ต้นแขนหันไปกดชั้นที่เป็นห้องพักของเธอทันที

                จากนั้นไม่นานลิฟต์ก็พาทั้งสองมายังชั้นที่ต้องการหญิงสาวเดินนำชายหนุ่มมาถึงหน้าห้องของเธอซึ่งเป็นห้องริมในสุด ‘ฮึ เข้าใจเลือกมุมซะด้วยห้องริมสุดทางเดินดูแล้วลับตาคน เวลาพาผู้ชายมาจะได้ไม่ค่อยมีใครเห็นอย่างนั้นสินะ’ ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวในใจ

                เอากุญแจมานี่! ฉันจะไขให้” คนตัวใหญ่หันไปตวาดหญิงสาวที่กำลังก้มๆ เงยๆ กับกุญแจหน้าห้องแล้วคว้ากุญแจในมือเธอมาไขประตูห้องซะเอง โดยไม่รอคำอนุญาตจากหญิงสาว

                เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกคนตัวเล็กที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วก็รีบแทรกตัวเข้าไปในห้องแล้วยืนขวางหน้าประตูไว้เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเข้ามาในห้อง

                หมดหน้าที่ของคุณแล้ว...แพรต้องการพักผ่อน... ขอบคุณค่ะหญิงสาวพูดอย่างรวดเร็วแล้วทำท่าจะปิดประตูทันที

                แต่ความไวของเธอยังสู้คนตรงหน้าไม่ได้ธีรพัฒน์ใช้แรงเพียงเล็กน้อยก็สามารถถผลักประตูแล้วแทรกตัวเองเข้ามาภายในห้องของหญิงสาวได้จนสำเร็จ

                ไม่คิดจะเชิญฉันเข้ามาดื่มน้ำดื่มท่าสักหน่อยเหรอใจจืดใจดำจริงนะแม่คุณ หรือว่าใจดำเฉพาะกับฉัน ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงจะยินดีสินะ” 

                ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวพลางเดินไปนั่งลงยังโซฟาลักษณะกลางเก่ากลางใหม่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าทันทีเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง

                นี่คุณพูดอะไรแพรไม่เข้าใจ อะไรใครมาแพรถึงยินดีเจ้าของห้องหันไปแหวใส่ทันทีที่ได้ยินคำดูถูกจากปากของแขกไม่ได้รับเชิญซึ่งเธอได้ยินคำพูดเหล่านี้จากปากของเขาหลายครั้ง แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาหมายถึงอะไร

                เลิกทำหน้าใสซื่อแบบนั้นสักที...ฉันรำคาญธีรพัฒน์ฮึดฮัดขัดใจที่หญิงสาวยังคงไม่ยอมรับความจริง

                ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะโต้ตอบอะไรกลับไปเสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กในกระเป๋าสะพายที่หญิงสาววางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นคนตัวเล็กล้วงมือเข้าไปควานหาโทรศัพท์เครื่องจิ๋วขึ้นมาดู เมื่อเห็นเป็นชื่อของคนสำคัญจึงกดรับทันทีพร้อมทั้งเดินห่างออกจากชายหนุ่มไปที่ระเบียงห้องเพื่อคุยโทรศัพท์กับเพื่อนรัก

 

            คนที่ถูกทิ้งให้นั่งอยู่คนเดียวกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆห้องพักของหญิงสาวที่ดูเก่ากว่าที่เขาคิด

            ขนาดห้องที่ไม่ใหญ่มากนัก มีห้องรับแขกตรงกลางฝั่งซ้ายน่าจะเป็นห้องนอน ด้านในติดกับระเบียงนั่นคงเป็นห้องครัวแต่ที่เขาแปลกใจคือ ห้องรับแขกของเธอไม่มีทีวีไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนบ้านที่ทุกคนควรจะมีและโดยเฉพาะผู้หญิงที่หลอกเงินจากผู้ชายไปวันๆ อย่างเธอน่าจะมี แต่กลับไม่มีดูเหมือนห้องพักของเธอจะไม่เหมาะสำหรับการต้อนรับแขกเลยสักนิดเหมือนกับว่าไม่เคยรับแขกเลยด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยก็น่าจะมีเครื่องปรับอากาศแต่ห้องนี้ก็ไม่มีอีก

                ธีรพัฒน์เหลือบไปมองประตูห้องนอนด้วยประกายตาวาววับหรือว่าเธอจะจัดห้องนอนสำหรับต้อนรับแขกเพื่อการนั้นโดยเฉพาะ ไวเท่าความคิด ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังประตูห้องที่เขาเข้าใจว่าต้องเป็นห้องนอนของเธอทันทีแต่ยังไม่ทันจะเอื้อมมือไปจับลูกบิด เสียงของหญิงสาวเจ้าของห้องก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

                นั่นคุณคิดจะทำอะไรคุณธีรพัฒน์!คนตัวเล็กตวาดเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะลอบเข้าห้องนอนของเธอ

                เปล่า... ฉันไม่ได้ทำอะไรคนปากแข็งหันมาสบตาคนตัวเล็ก แล้วเดินกลับไปนั่งยังโซฟาตัวเดิมที่เขาเพิ่งลุกมา

                เชิญคุณกลับไปได้แล้วค่ะเพื่อนฉันกำลังจะมาหญิงสาวเปลี่ยนสรรพนามออกปากไล่อย่างเหลืออด ในเมื่อเขาไม่มีมารยาทกับเธอก่อน เธอก็ไม่จำเป็นต้องมีมารยาทกับเขา

                เพื่อนที่ว่านี่ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ

                ธีรพัฒน์ถามหน้าตาเฉยพลางลุกขึ้นถอดเสื้อสูทตัวนอกออก ขยับดึงเนกไทลงมาจากคอเสื้อ ปลดกระดุมและล่นแขนเสื้อขึ้นมาที่ข้อศอกพร้อมทั้งดึงชายเสื้อออกจากกางเกงสแล็คเนื้อดีราคาแพง ด้วยความรู้สึกร้อนอึดอัด

                นะ นั่นคุณจะทำอะไรคนตัวเล็กตกใจที่ชายหนุ่มตรงหน้าปลดเสื้อผ้าของตัวเองเป็นพัลวัน

                ร้อนไม่เห็นหรือไงว่าฉันเหงื่อท่วมขนาดนี้ แอร์ก็ไม่มี พัดลมก็ไม่มีฉันจะเป็นลมตายอยู่แล้วเนี่ยได้ทีชายหนุ่มบ่นอุบเพราะเขาไม่เคยชินกับอากาศแบบนี้

                แพรก็บอกให้คุณกลับไปไงคะเจ้าของห้องออกปากไล่อีกครั้งส่งผลให้ชายหนุ่มที่เพิ่งจัดการตัวเองเสร็จหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยความโมโหไม่เคยมีใครไล่เขาขนาดนี้ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ทุกคนมีแต่จะรั้งรอให้เขาอยู่กับเธอได้นานที่สุดนี่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าไล่เขา

                ชายหนุ่มตรงเข้าคว้าเอวเล็กๆของหญิงสาวร่างบางเข้ามากอดด้วยความระมัดระวังไม่ให้โดนแขนข้างที่เจ็บแล้วจับให้เธอนั่งพาดตะแคงข้างอยู่บนตักแกร่งของเขา ธีรพัฒน์รู้สึกว่าเธอดูตัวเล็กและบอบบางกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีกเมื่อนั่งอยู่บนขาของเขาแบบนี้

                นี่ปล่อยแพรนะคะคุณธีร์คนตัวเล็กโวยวายพยายามดิ้นรนใช้แขนข้างขวาดันอกแกร่งของชายหนุ่มไม่ให้ใกล้ชิดเธอมาก

                ไม่ปล่อยเพื่อนที่มาน่ะ ผู้หญิงหรือผู้ชายเธอยังไม่ตอบฉันเลยนะคนตัวใหญ่เอ่ยถามพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

                จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่เกี่ยวกับคุณ

                หญิงสาวยังคงดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของชายหนุ่มแต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะเธอแขนเจ็บ

                โทรกลับไปบอกมันซะว่าไม่ต้องมาเพราะเธอมีแขกเสียงเข้มบอกออกไปอย่างคนเอาแต่ใจนึกโมโหที่หญิงสาวพยายามจะไล่เขาเพื่อรอผู้ชายอีกคน

                ไม่แพรจะฟ้องคุณท่าน ว่าคุณธีร์... อะ...น้ำเสียงของหญิงสาวกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีที่ปากหนาของชายหนุ่มเข้าประกบปิดริมฝีปากบางของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว

                อื้อ...แพรวาพยายามผลักดันอกแกร่งชายหนุ่มด้วยเรี่ยวแรงที่มีอันน้อยนิดเพียงไม่นานก็ต้องอ่อนยวบให้กับผู้มากประสบการณ์อย่างเขาปากหนาที่ครอบครองขบเม้นอย่างรุนแรงในคราแรก และค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนนุ่มนวลแต่เรียกร้องโหยหาการตอบสนองจากหญิงสาวลิ้นหนาแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กเพื่อลิ้มลองความหวานที่ชวนให้หลงใหลอย่างที่ไม่เคยพานพบจากหญิงใดมาก่อนชายหนุ่มส่งปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดไล่ต้อนลิ้นเล็กๆ ของเธอที่คอยหนีการดูดดึงจากเขาอย่างน่าโมโหเมื่อเห็นหญิงสาวในอ้อมกอดดิ้นขลุกขลักเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจชายหนุ่มจึงปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระอย่างแสนเสียดาย

                หวานเหลือเกินคนเอาแต่ใจกระซิบที่ข้างหูหญิงสาวในอ้อมกอดพร้อมกับหอมแก้มนวลที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างนึกมันเขี้ยวอีกหนึ่งฟอด

                เอาซี้... ทีนี้เธอจะฟ้องแม่ฉันว่าอะไรจะบอกว่าฉันจูบเธอหรือกอดเธอดีล่ะชายหนุ่มบอกหญิงสาวอย่างยียวนทำให้คนที่กำลังตัวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นและตกใจที่เธอเสียจูบแรกให้กับชายในฝันอย่างไม่ทันตั้งตัวตื่นภวังค์

                เพียะ!...

                ฝ่ามือบางฟาดลงที่แก้มสากทันทีที่หญิงสาวตั้งสติได้แล้วขยับตัวลุกขึ้นจากตักของชายหนุ่มทันที

                เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ...แพรวา!” ธีรพัฒน์สะบัดตัวลุกขึ้น ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวด้วยความเกรี้ยวกราด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนกลมกลึงบอบบางของหญิงสาวก่อนจะกระชากเข้ามาปะทะอกแกร่งอย่างรวดเร็ว และไม่รอให้หญิงสาวได้เอ่ยประท้วงใดๆ ทั้งสิ้นชายหนุ่มก้มลงส่งเรียวปากแข็งแรงเข้าบดเบียดริมฝีปากของคนตัวเล็กทันทีเพื่อต้องการจะสั่งสอนทั้งบดขยี้ ขบกัดรุนแรง ไม่มีความอ่อนโยนเหมือนในครั้งแรกทำให้คนตัวเล็กเจ็บจนน้ำตาซึมก่อนจะเอ่อล้นเต็มขอบตาและไหลลงมาที่พวงแก้มสวย

                ธีรพัฒน์เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำใสๆที่อาบบนแก้มนวลของหญิงสาว เขาจึงถอนริมฝีปากออกแล้วปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระจากวงแขนแกร่งทันที

                ฮึทำอย่างกับไม่เคยคนขี้โมโหไม่วายพ่นวาจาร้ายๆใส่หญิงสาวตรงหน้าให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจอีกหน

                แพรวาเงยหน้าขึ้นสบตาคมของชายหนุ่มแน่นิ่งมือบางกำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ พร้อมทั้งง้างฝ่ามือออกไปหมายจะตบคนปากร้ายอีกครั้งแต่โดนชายหนุ่มคว้ามือเล็กไว้ได้ทัน ทำให้ฝ่ามือของเธอไม่กระทบแก้มสากอย่างตั้งใจ

                อย่าได้คิดจะตบฉันอีกแพรวาไม่งั้นเรื่องไม่จบแค่จูบแน่ว่าจบคนใจร้ายก็สะบัดมือออกจากหญิงสาวแล้วตรงเข้าไปคว้าเสื้อสูทที่ถอดวางเอาไว้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องด้วยความไม่พอใจทิ้งให้หญิงสาวยืนคว้างอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเสียใจ เจ็บปวดเครียดแค้นชิงชังที่ชายหนุ่มดูถูกเหยียบย่ำเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี

 

            คนที่รีบไปทำงานด่วนของตัวเองเมื่อเสร็จงานสำคัญก็รีบตรงไปหาหญิงสาวในดวงใจทันที 

                ทินกรพารถของตัวเองมาจอดยังคอนโดของหญิงสาวฝั่งด้านข้างของประตูทางเข้าล็อบบี้กำลังจะหยิบโทรศัพท์หมายจะกดโทรหาคนที่เขาคิดถึงและเป็นห่วงพลันสายตาคมเหลือบไปเห็นเพื่อนรักที่ดูเหมือนจะกลายเป็นเพื่อนแค้นของเขาไปเสียแล้วตอนนี้กำลังเดินออกมาจากคอนโดของหญิงสาวในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหงื่อแตกโทรมกาย จะเรียกว่าหมดสภาพเลยก็ว่าได้

                ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจดวงแกร่งของทินกรกระตุกวูบชาดิกด้วยความเจ็บปวดไม่คิดว่าเพื่อนรักกับคนที่เขาหมายปองจะลงเอยแบบนี้ ‘ไอ้เพื่อนระยำ ไอ้เพื่อนเลวแกทำอย่างนี้ได้ยังไง’ ทินกรสบถออกมาอย่างเจ็บปวด สองมือกำเข้าหากันแน่นไม่รู้จะลงที่ตรงไหนให้มันสาแก่ใจที่มันเจ็บช้ำปวดหนึบอยู่ตอนนี้เมื่อสภาพของจิตใจไม่พร้อมที่จะพบหญิงสาว เขาจึงเลือกที่จะขับรถออกไปจากที่นี่เพื่อตรงกลับบ้านทันทีด้วยหัวใจที่ปวดร้าว 


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

 

เสน่หาทาสซาตาน      เสน่หาทาสซาตาน

 

ทดลองอ่าน E-Book ฟรี!


หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566


        แสดง 6 - 6
วันที่โพสต์ :  20 พ.ค. 2557 13:27    วันที่อัพเดท :   16 ก.ค. 2561 12:10    › จำนวนผู้เข้าชม 291223 คน
   › คะแนนโหวต 7634 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :