นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาทาสซาตาน (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 7 สารภาพปรับความเข้าใจ


7 

สารภาพปรับความเข้าใจ 

            หลังจากทินกรขับรถออกมาจากคอนโดของหญิงสาวในดวงใจที่ทำให้เขาแสนเจ็บปวดจนแทบไม่มีเรี่ยวแรง

            เวลานี้เขาอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุดอยากอยู่คนเดียวเพื่อคิดทบทวนสิ่งที่เขาพบเจอมาทั้งหมดวันนี้ ศัตรูหัวใจที่พร้อมหน้ากันเข้ามาในวันเดียวทำให้เขาตั้งตัวแทบไม่ทัน เมื่อมาถึงบ้านของตัวเองทินกรตรงไปจัดแจงคว้าเหล้าขวดใหญ่มานั่งยังโซฟารับแขกของบ้านหวังจะใช้มุมนี้เป็นมุมสงบเพื่อระบายความในใจที่อัดอั้นจนแทบจะจุกอกตายอยู่ตอนนี้

                ทินกรนั่งดื่มเหล้าไปปากก็พร่ำรำพันถึงผู้หญิงที่เขารักปานดวงใจไม่หยุดทั้งโทษตัวเอง ทั้งโทษเพื่อนสนิทเพราะเขาผิดเองที่ไม่ยอมบอกความในใจให้หญิงสาวได้รับรู้ ผิดเองที่มัวแต่ชักช้าชะล่าใจว่าหญิงสาวคงไม่เปิดใจให้ใครง่ายๆแม้เขาจะเพียรมาส่งหญิงสาวเป็นประจำแต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้ขึ้นไปบนห้องของเธอแต่นายธีร์มาส่งเธอแค่ครั้งแรกเท่านั้นกลับได้ขึ้นไปถึงบนห้องแล้วจากสภาพที่เขาเห็นเพื่อนรักตอนลงมา จะให้เขาเชื่อได้อย่างไรว่าสองคนนั้นจะไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการมาส่งชายหนุ่มคิดในใจอย่างเจ็บปวด ‘แกเป็นศัตรูหัวใจตัวฉกาจที่ฉันไม่เคยคาดคิดเลยธีรพัฒน์’ ทินกนสบถออกมาด้วยอารมณ์ที่สุดกลั้น

                เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าปลุกให้คนที่เริ่มมีอาการมึนๆ เพราะฤทธิ์น้ำสีอำพันในมือตื่นจากภวังค์ทินกรคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์คนที่เขากำลังต่อว่าอยู่จึงรีบกดรับ

                แกโทรมาทำไมไอ้ธีร์ไอ้เพื่อนเวรคนโมโหตะคอกใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ฟังเสียง

                เห้ย! อะไรของแกวะ มาถึงก็เหวี่ยงใส่นี่แกยังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อกลางวันอีกเหรอธีรพัฒน์ถามเพื่อนเสียงงงๆ

                ‘เออ! ฉันโกรธ แล้วตอนนี้ก็โกรธแกมากด้วยทินกรกระชากเสียงใส่อย่างสุดกลั้น

                นี่แกเมาเปล่าเนี่ยพูดจาแปลกๆ ว่าแต่ตอนนี้อยู่ที่ไหนฉันจะไปหา

                อยู่บ้าน!’ ตอบคำถามเสร็จก็วางสายไปทันทีโดยไม่รอฟังเสียงของอีกฝ่าย

                “อะไรของมันวะไอ้นี่ชักเยอะนะเดี๋ยวนี้

                ธีรพัฒน์เปรยออกมาก่อนจะวางโทรศัพท์เข้าที่แล้วขับรถไปหาคนที่เขาเพิ่งโทรหาทันที

 

                เมื่อมาถึงบ้านหลังใหญ่ของทนายหนุ่มหน้าหยกที่เป็นทั้งเพื่อนรักและญาติสนิทธีรพัฒน์ขับรถผ่านประตูที่มีรปภ. เป็นคนเปิดให้แล้วพารถเข้ามาจอดยังหน้าตึกใหญ่ซึ่งเขาสังเกตได้ถึงความเงียบสงบมันเงียบเสียจนเขาคิดว่าไม่มีคนอยู่ด้วยซ้ำ ไม่มีแม้แต่คนสวนหรือคนรับใช้ที่จะคอยป้วนเปี้ยนเวลามีแขกมา

                ธีรพัฒน์เก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วตรงเข้าไปยังห้องรับแขกก็พบทินกรกำลังนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียว

                เห้ยเอาแต่วันเลยเหรอไอ้กรธีรพัฒน์เอ่ยทักเพื่อนด้วยความแปลกใจปกติทินกรไม่ใช่คนที่จะมานั่งกินเหล้าในเวลาแบบนี้

                มาแล้วเหรอไอ้เพื่อนเลว ไอ้เพื่อนทรยศทินกรไม่ตอบคำถามของคนมาใหม่สองเท้าหนาตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายแล้วใส่หมัดเต็มแรงไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนรักเพื่อนแค้นทันทีโดยที่ธีรพัฒน์ไม่ทันตั้งตัว

                ผัวะ!...

                แรงหมัดของทินกรทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งตัวหงายหลังเซถลาไปสองสามก้าวก่อนจะยันตัวลุกขึ้น แล้วสวนหมัดหนักๆ ของตัวเองคืนให้อีกฝ่ายด้วยแรงที่ไม่ต่างกัน

                ผัวะ!...

                หมัดแข็งแรงของคนมีสติทำให้คนที่กึ่งมึนกึ่งเมา ร่วงลงไปกองกับพื้นตรงหน้าทันที สติสัมปชัญญะกลับคืนมากว่าครึ่งก่อนจะพยุงตัวเองให้กลับไปนั่งยังโซฟาตามเดิม

                แกต่อยฉันทำไมวะไอ้กรเมาก็ขึ้นไปนอนไป๊ อย่ามาทำอันธพาล

                ธีรพัฒน์ยืนต่อว่าคนตรงหน้าอย่างเหลืออดวันนี้มันเป็นวันอะไรของเขานะทั้งโดนผู้หญิงตบ ทั้งโดนเพื่อนต่อย รนหาที่จริงๆ คนดวงซวยคิดในใจก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับทินกร

                แกไปทำอะไรมาไอ้ธีร์ทินกรเป็นฝ่ายเปิดคำถามที่ค้างคาใจทันที

                ทำอะไรฉันไม่ได้ทำอะไร ก็แค่ไปส่งเลขาของฉันที่คอนโดตามที่คุณแม่ท่านสั่งไงธีรพัฒน์ตอบไปอย่างงงๆ ตอนที่คุณแม่สั่งเขาทินกรก็ยืนฟังอยู่แท้ๆแค่นี้จำไม่ได้หรือไงนะ

                เออ ฉันรู้แล้วแค่ไปส่งอย่างเดียว ทำไมสภาพของแกถึงดูเหมือนหมาจรจัดซัดน้ำข้าวมาแบบนี้วะทินกรต่อว่าคนตรงหน้าด้วยความแค้นเคือง อยากจะสวนหมัดใส่หน้าหล่อๆของมันอีกสักที

                อะไรของแกวะไอ้กรไร้สาระน่า...

                คนถูกเปรียบเทียบเป็นหมาหันไปคว้าแก้วเหล้าในมือเพื่อนรักมากรอกใส่ปากของตัวเองแล้วใช้มือเช็ดซับเลือดที่ไหลตรงมุมปากอย่างเคืองๆ

                แกขึ้นไปบนห้องของคุณแพรวาเธอทำไมแล้วยังกลับลงมาในสภาพแบบนี้อีก แกจะให้ฉันคิดยังไงห๊ะ!... ไอ้เพื่อนทรยศคนมึนเมาสาดใส่ความคับข้องใจออกมาอย่างเจ็บปวด

                แกเห็น? ธีรพัฒน์มองหน้าเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

                ใช่ฉันเห็น... เห็นเต็มสองตาว่าแกเดินลงมาจากห้องของคุณแพรในสภาพแบบนี้คนเจ็บปวดบอกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำทั้งจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และความโกรธ

                ไอ้บ้า! แกนี่คิดอะไรเลยเถิดกันไปใหญ่แล้วธีรพัฒน์ส่ายหน้าอย่างระอายกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

                “แล้วแกจะให้ฉันคิดยังไงวะไอ้ธีร์ แกก็รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณแพรวาแล้วแกยังทำแบบนี้ได้ลงคออีกหรือวะไอ้เพื่อนเลว

                “ฮึเพิ่งรู้ชัดๆ ก็วันนี้แหละธีรพัฒน์เปรยออกมาเบาๆ เหมือนเป็นการตอกย้ำตัวเองมากกว่า พานให้นึกไปถึงหญิงสาวที่ทำให้เขาต้องเจ็บตัวแบบนี้เธอไปทำอีท่าไหนกันแพรวา เพื่อนฉันถึงได้หลงเธอขนาดนี้  

                ใช่ ฉันชอบคุณแพรชอบมานานแล้ว ชอบจนถึงขั้นเรียกว่ารักเลยก็ได้ฉันกำลังรอโอกาสที่จะสารภาพความในใจกับเธอ แต่แกก็มาทำลายโอกาสของฉันจนพังยับเยิน

                คำสารภาพจากปากของคนตรงหน้าทำให้คนฟังหัวใจกระตุกวูบ รู้สึกโหวงๆ อย่างบอกไม่ถูกหันไปคว้าแก้วเหล้าบนโต๊ะมาใส่น้ำแข็ง

                เห้ยนั่นมันแก้วของฉัน แกไปหยิบเอาใหม่ในครัวโน่น

                ธีรพัฒน์เดินหายไปไม่นานก็กลับออกมาพร้อมแก้วเหล้าใบใหม่ในมือ

                แล้วเด็กรับใช้บ้านแกไปไหนกันหมดวะบ้านเงียบอย่างกับป่าช้า

                ไม่มี... ตั้งแต่คุณพ่อไปต่างประเทศฉันก็จ้างคนทำความสะอาดบ้านแบบมาเช้าเย็นกลับเวลาฉันอยู่บ้านฉันไม่ต้องการเห็นหน้าใครทั้งนั้นทินกรอธิบายให้เพื่อนรักฟังตามความเป็นจริง

                อือ ก็ดีแล้วแกพร้อมจะฟังฉันพูดบ้างหรือยังไอ้กรธีรพัฒน์หันมาบอกกับทินกรขณะกำลังหยิบน้ำแข็งใส่แก้วของตัวเองไปด้วย

                ก็ว่ามาสิฉันรอฟังอยู่

                ฉันไม่ได้ยุ่งวุ่นวายอะไรกับเด็กของแกทั้งนั้นแหละขึ้นไปส่งที่ห้องจริง... แต่ก็แค่นั้นฉันร้อนก็เลยต้องดึงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยอย่างที่แกเห็นเนี่ยแหละ แกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าห้องเธอไม่มีทั้งแอร์และพัดลมฉันร้อนจะตายชักเลยต้องรีบแจ้นลงมาเนี่ยธีรพัฒน์อธิบายยืดยาวแม้จะเป็นความจริงแค่บางส่วนก็ตาม

                จริงเหรอ... นี่ฉันเข้าใจผิดไปเองใช่ไหมคนฟังยิ้มกว้างอย่างดีใจ ที่เรื่องทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด 

                ก็ใช่น่ะสิคนมีสติกระแทกเสียงอย่างหนักแน่น

                เอ๊ะทำไมแกถึงคิดว่าฉันรู้ล่ะ ว่าห้องคุณแพรไม่มีทั้งแอร์และพัดลมคนดีใจหันไปถามเพื่อนรักอย่างงงๆ

                อ้าว แกไม่รู้เหรอธีรพัฒน์ทำหน้าเหวอเหมือนเป็นเรื่องแปลกสำหรับเขา

                ไอ้บ้า! ฉันไม่เคยขึ้นไปสักครั้งจะไปรู้ได้ยังไง ห้องเธออยู่ชั้นที่เท่าไรฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

                คำตอบของทินกรทำให้ธีรพัฒน์ขมวดคิ้วมุ่นนี่เขาเข้าใจแพรวาผิดอย่างนั้นหรือ จริงๆแล้วเธอกับเพื่อนของเขายังไม่มีอะไรเกินเลยลึกซึ้งกันอย่างนั้นน่ะหรือและไอ้ตี๋แว่นนั่นล่ะ

                ฉันว่าแกระวังๆ ไว้หน่อยก็ดีนะไอ้กรฉันไม่อยากเห็นแกเสียใจแบบนี้อีก ธีรพัฒน์ออกปากเตือนเพื่อนรักด้วยความหวังดี

                ระวังอะไรวะ คนถูกเตือนมองหน้าอีกฝ่ายอย่างมึนงง

                ฉันอยากให้แกเผื่อใจเอาไว้บ้างบางทีเด็กแกอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิดก็ได้มือหนาหมุนแก้วเหล้าบนโต๊ะไปมาขณะพูดถึงหญิงสาวที่เขาเกลียดชัง

                อะไรวะไอ้ธีร์ฉันไม่เข้าใจ คุณแพรเธอออกจะเป็นคนดี สวยน่ารัก เรียบร้อยทินกรเอ่ยชมหญิงสาวอย่างปลื้มใจ

                เฮ้อ... แกคิดว่าสวยๆดีๆ อย่างที่แกเห็นเนี่ย จะมีแต่แกคนเดียวเหรอที่ชอบเธอเขาเองยังเกือบใจอ่อนตั้งหลายครั้งธีรพัฒน์คิดต่อในใจตามความเป็นจริง

                เออ นั่นสิวันนี้ฉันก็เพิ่งได้เจอศัตรูหัวใจหมายเลยหนึ่งแบบไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยด้วยคนมึนเมาพูดเหมือนละเมอออกมามากกว่าแต่ก็ทำให้คนตรงหน้าได้ยินคำบางคำชัดเจน

                หือ อะไรนะศัตรูหมายเลขหนึ่งคนฟังหันไปถามเพื่อนรักทันทีเหมือนได้ยินไม่ถนัด

                ก็ไอ้หมอหน้าหล่อที่ฉันเจอในโรงพยาบาลวันนี้ไงมันมองคุณแพรวาดวงใจของฉันอย่างกับจะกลืนกินทินกรว่าพลางกระดกเหล้าในมือจนหมดแก้ว

                แกแน่ใจนะว่าเด็กแกไม่ได้ไปอ่อยหรือให้ท่าเขาน่ะ

                ธีรพัฒน์เหยียดยิ้มมุมปาก ‘ฮึเธอก็ยังเป็นเธออยู่ดีแพรวา เห็นผู้ชายหล่อๆ รวยๆ เป็นต้องกระโดดเข้าใส่ขนาดเจ็บตัวอยู่แท้ๆ

                ไม่ใช่หรอก... เขารู้จักกันมาก่อนน่ะเป็นพี่ชายของเพื่อน พี่ชายที่แสนดีอะไรกันก็ไม่รู้แต่คุณแพรเธอไว้ใจไอ้หมอนี่น่าดู ไว้ใจมากกว่าฉันอีกทินกรระบายความอัดอั้นออกมาให้เพื่อนได้ฟัง

                ธีรพัฒน์ถอนหายใจหนักหน่วงรู้สึกเหมือนกำลังเสียใจผิดหวังกับอะไรบางอย่างซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

                เอาเถอะอาจจะไม่ใช่อย่างที่แกคิดก็ได้ แกไปนอนเถอะ ฉันจะกลับแล้ว

                ธีรพัฒน์ขยับตัวลุกขึ้นตบบ่าเพื่อนเบาๆเพื่อให้กำลังใจ ก่อนจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของคนที่อยู่เบื้องหลังเอ่ยถาม

                แกคิดว่าฉันควรจะบอกรักคุณแพรไปเลยดีไหม

                ก็ตามใจแกสิแกตั้งใจไว้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอเขาตอบโดยไม่หันกลับมามองต้นเสียงแล้วเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามองเพื่อนรักอีก

                ปากก็บอกไปแบบนั้นแต่ทำไมตัวเองกลับรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจอย่างไรพิกลแขนขากลับไร้เรี่ยวแรงเสียอย่างนั้น จู่ๆใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวที่เขาเพิ่งจากมาก็ชัดเจนขึ้นในห้วงความคิดคำนึงอย่างยากจะลบเลือนรสหวานนุ่มนวลจากเรียวปากบางของเธอนั้นทำให้เขาอยากสัมผัสมันอีก อีกครั้งและอีกครั้ง อย่างไม่รู้จักเบื่อ ‘ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้นะแพรวา เธอทำอะไรฉันเธอร่ายมนต์เสน่ห์ใส่ฉันหรือไรนะ’ ธีรพัฒน์คิดในใจอย่างสับสนระหว่างขับรถสปอร์ตคู่ใจกลับบ้าน

 

            แพรวานั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองที่ระเบียงหลังห้องจนมืดค่ำปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปกับชายหนุ่มในดวงใจที่เธอแอบหลงรัก 

                ความรู้สึกน้อยใจผิดหวังพลั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดที่เขาคนนั้นพรากจูบแรกของเธอไปอย่างไม่ใยดีเขาคงทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนจนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับเขาแต่กับเธอมันคือจูบแรก แม้จะเป็นจูบที่มาจากคนที่เธอรักก็ตามเธอก็หวังให้มันเป็นไปอย่างลึกซึ้งอ่อนหวานอบอวลไปด้วยความรักไม่ใช่มีแต่คำดูถูกเหยียดหยามให้เธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจแบบนี้

                “ยัยแพร มานั่งทำอะไรตรงนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกเสียงของพิชามลทำให้แพรวาซึ่งกำลังนั่งคิดถึงใครบางคนอยู่ต้องตื่นจากภวังค์เงยหน้ามองเพื่อนสาวอย่างมึนงง

                “อ้าว มล มาตั้งแต่เมื่อไรกัน แพรไม่เห็นรู้เรื่อง

                พิชามลมีกุญแจห้องของเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอมาพักที่นี่ แม้จะไม่ได้มาบ่อยนักแต่ก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอไว้ใจ และมอบกุญแจสำรองไว้ให้

                “ก็มาตอนที่เห็นนี่แหละ ว่าแต่แพรเถอะเป็นยังไงบ้าง ไหนเล่าให้มลฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น

                พิชามลลากตัวเพื่อนสาวเข้ามาในห้องแล้วตรงไปยังห้องนอนทันทีด้วยความเคยชินเพราะปกติแพรวาไม่ได้จัดห้องโถงไว้รับแขกอยู่แล้ว เธอไม่เคยมีใครมาหา ดังนั้นเธอจึงจัดห้องนอนอย่างดีเป็นพิเศษสำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตส่วนตัวโดยเฉพาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แพรวาซ่อนความสวยงามสบายตาน่าอยู่เอาไว้ภายในห้องนอนขนาดย่อมของเธอเท่านั้นเพราะเป็นที่ที่เธอใช้เวลาอยู่ในนี้นานที่สุดดังนั้นเธอจึงไม่ให้ความสำคัญกับส่วนอื่นๆ ภายในบ้านมากนัก

                “ก็ไม่มีอะไรนี่มล แค่เข้าใจผิดกันเฉยๆ

                 แพรวาตอบเพื่อนรักหลังจากเข้ามานั่งที่ปลายเตียง ส่วนพิชามลเลือกที่จะไปนั่งบนเก้าอี้เบาะกลมหนานุ่มของเธอมากกว่า

                “เข้าใจผิดทำเธอจนเจ็บตัวขนาดนี้เนี่ยนะแพรฉันว่าเขาทำเกินไปหน่อยนะพิชามลหันมาแหวใส่เพื่อนรักทันที

                ซึ่งเธอได้ฟังข่าวคราวของเพื่อนรักตรงหน้าจากปากของพี่ชายมาบ้างแล้วแต่เพราะพี่ชายของเธอก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงนัก เธอจึงต้องมาคาดคั้นเอากับคนปากแข็งซะเอง

                “เล่ามาให้หมดยัยแพร ไหนจะแขนที่เกือบหัก ไหนจะหน้าที่โดนตบแล้วนี่ปากเธอไปโดนอะไรมาบวมเจ่ออย่างกับโดนกัดคนอารมณ์ร้อนฮึดฮัดขัดใจที่เพื่อนรักตรงหน้าพยายามจะปิดบังเรื่องราวต่างๆไม่ให้เธอรับรู้

                แพรวาทนการคาดคั้นจากเพื่อนรักตรงหน้าไม่ไหวจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พิชามลฟังและจบแค่ธีรพัฒน์เป็นคนมาส่งเธอเท่านั้นเมื่อฟังเพื่อนรักเล่าเรื่องราวความเข้าใจผิดที่เป็นต้นเหตุของการเจ็บตัวจนหมดแล้วพิชามลก็คิดตามเหตุการณ์จนรู้สึกว่าแพรวาก็ยังเสียเปรียบอยู่ดีและไม่เห็นจะได้รับความยุติธรรมตรงไหน

                “แล้วเธอยังจะทำงานกับพี่ธีร์เขาอีกเหรอทำไมไม่ย้ายไปทำกับคุณกงคุณกรอะไรนั่นตามที่คุณป้าบอกล่ะแพร

                “แพรทำแบบนั้นไม่ได้หรอกมล คุณท่านมีพระคุณกับแพรมาก มลก็รู้นี่แพรวาถอนหายใจบางๆ

                “เฮ้อ... อือๆ งั้นก็ตามใจแพรละกัน มลรู้ว่าแพรจงรักภักดีกับคุณป้าแค่ไหนคนฟังแม้จะอ่อนใจกับเพื่อนรักตรงหน้าแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง

                “แล้วนี่ปากไปโดนอะไรมา อย่าบอกนะว่านังนั่นมันตบเธอจนปากเจ่อน่ะ

                พิชามลชี้หน้าเพื่อนรักอย่างจับผิดนอกจากปากจะบวมช้ำแล้วยังมีอาการหน้าแดงตามมาอีก มันชักยังไงๆ ซะแล้ว

                “อะ เออ ปะ เปล่า ตะกี้แพรนั่งคิดอะไรเพลินๆ เลยกัดปากตัวเองเล่นน่ะเพลินดีแพรวายิ้มเจือนตอบเพื่อนเสียงอึกอักเพราะเธอไม่กล้าพอจะบอกให้เพื่อนรักรู้ว่าสาเหตุที่ปากบวมช้ำขนาดนี้เพราะโดนจูบ

                “คนบ้าอะไรกัดปากตัวเองเล่นแล้วเพลินดีพิชามลเปรยออกมาเบาๆเหมือนเป็นการตอบคำถามของตัวเองมากกว่า แต่ก็เลิกสนใจไปเพราะมีสิ่งที่เธอเป็นห่วงมากกว่าเรื่องปากเจ่อรออยู่

                “แล้วยัยมารร้ายนั่น จะมาทำร้ายแพรอีกหรือเปล่า มลเป็นห่วงจังพิชามลหันมาบอกเพื่อนรักอย่างห่วงใย

                “คงไม่แล้วมั้ง คุณธีร์คงไปเคลียร์กับเธอจนรู้เรื่องแล้วหละว่าเธอเข้าใจผิด

                “เหอะขอให้เข้าใจจริงๆ เถอะ พวกหมาหวงก้างน่ะเวลาหึงมันยอมฟังใครซะที่ไหนกัน

                “น่า... ไม่มีอะไรน่ากังวลแล้วหละคุณท่านบอกแล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นให้แพรโทรบอกท่านได้เลย

                “แล้วถ้ามีอะไรจริงๆ เธอกล้าฟ้องคุณป้าไหมพิชามลย้อนถามคนปากหนักจึงได้คำตอบกลับมาเป็นการส่ายหน้าน้อยๆ ไปมา

                “นั่นงะ! ฉันว่าแล้วยัยแพรนะยัยแพร ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับเธอดี ปะปะออกไปกินข้าวกันจะได้กินยานอน รู้ไหมพี่วิทเขาเป็นห่วงเธอมากเขาบอกให้ฉันซื้อนั่นซื้อนี่มาให้เธอจนฉันถือมามือแทบหัก

                พิชามลบ่นอุบที่พี่ชายสุดที่รักฝากฝังสั่งนั่นซื้อนี่ให้เธอเอามาให้หญิงสาวในดวงใจโดยไม่ได้ห่วงน้องนุ่งเลยสักนิดว่าจะหนักเยอะแยะขนาดไหน 

 

            ธีรพัฒน์ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างยามค่ำคืนผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องนอนด้วยความรู้สึกคิดถึงและโหยหา

            ผู้หญิงที่เขาบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่เขากลับไม่ลืมภาพใบหน้าสวยหวานของเธอที่ใกล้ชิดเพียงลมหายใจเรียวปากบางนุ่มนิ่มที่ถูกเขาครอบครองอย่างหลงใหล ความหอมหวานในโพรงปากเล็กๆนั่นยังติดแน่นฝังตรึงอยู่ภายในจิตใจจนยากจะลืมเลือนนี่เขากลายเป็นผู้ชายอีกคนที่หลงเสน่ห์ของเธอไปแล้วหรือไงนะไม่มีทางเด็ดขาดผู้หญิงหิวเงินหลอกลวงเจ้ามารยาแบบนั้น ไม่มีทางทำให้เขารู้สึกดีๆได้หรอก แต่ทำไมเขาถึงไม่ลืมใบหน้าสวยๆ ของเธอได้สักทีนะไหนจะความหอมหวานจากสัมผัสที่ทำให้เขาแทบคลั่งนั่นอีกทั้งที่ไม่อยากจะนึกถึงแต่ยิ่งห้ามก็เหมือนมันยิ่งฉายชัดขึ้นทุกทีนี่เขาจะกลืนน้ำลายตัวเองไปหลงเสน่ห์ยัยแม่มดนั่นจริงๆ หรือไงนะ  

                ธีรพัฒน์สะบัดศีรษะตัวเองเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่วนเวียนอยู่ในหัวให้ออกไปก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนด้วยความรู้สึกอ่อนล้าในหัวใจ

 

            เช้ารุ่งขึ้นธีรพัฒน์มาทำงานแต่เช้าเหมือนเคยแต่ด้วยความที่เมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย 

                เมื่อมาถึงห้องทำงานเขาจึงถือโอกาสพักสายตากับเก้าอี้ตัวใหญ่ที่โต๊ะของเขาระหว่างที่หลับตาลงนั้น พลันได้ยินเสียงประตูห้องที่กำลังเปิดออก และเมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวที่อยู่ในห้วงความคิดคำนึงของเขาตลอดคืนที่ผ่านมาชายหนุ่มจึงแกล้งหลับตานิ่ง เพื่อดูว่าเธอจะทำอย่างไร

                แพรวาเปิดประตูเข้ามาภายในห้องทำงานของเจ้านายเหมือนปกติที่เธอเคยทำเป็นประจำสองเท้าบอบบางต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่าเจ้านายคนใหม่ของเธอกำลังนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ของเขาหญิงสาวยืนจ้องมองชายหนุ่มแน่นิ่งเหมือนกับตอนที่เธอมองเขาในรูปภาพแต่วันนี้ชายหนุ่มในฝันของเธอกลับหลุดออกมาจากภาพที่ข้างฝาผนังนั่นแล้วมานั่งหลับตาหายใจสม่ำเสมออยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ ใบหน้าคมหล่อเหลาราวเทพบุตรเขาดูอ่อนโอนยิ่งนักในยามที่หลับตา จู่ๆภาพเรื่องราวของเขาและเธอที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวเต้นไม่เป็นจังหวะจนไม่สามารถถยืนมองเจ้าของหัวใจได้นานเพราะเกรงว่าหัวใจที่เต้นแรงอยู่ตอนนี้จะหลุดออกมาประจารตัวเองให้คนตรงหน้าได้รับรู้ 

                “จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอคุณเลขา

                เสียงจากคนที่นอนหลับตาแน่นิ่งทำให้เท้าบอบบางที่กำลังจะก้าวออกไปจากห้องต้องหยุดชะงัก

                “ขอโทษค่ะ แพรคิดว่าคุณกำลังหลับก็เลยไม่อยากรบกวนหัวใจที่เต้นแรงๆอยู่เกือบจะหยุดเต้นเมื่อคนที่เธอคิดว่าเขาหลับอยู่กลับตื่นขึ้นมาทักเธอแบบนี้

                “เมื่อกี้น่ะหลับ แต่ตอนนี้ตื่นแล้วคนแกล้งหลับหันมาตอบอย่างยียวน

                “คุณธีร์จะรับกาแฟไหมคะ

                “อือ... ก็ดี

 

                ไม่นานหญิงสาวก็กลับเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟในมือข้างที่ถนัดโชคดีที่เธอเจ็บแขนข้างซ้ายไม่ใช่ข้างขวาไม่งั้นเธอคงทำนั่นทำนี่ไม่ได้แน่ๆ

                แพรวานำกาแฟมาวางที่โต๊ะตรงหน้าชายหนุ่มอย่างเบามือ

                “ยังเจ็บแขนอยู่ไหมธีรพัฒน์ถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนความรู้สึกผิดก่อเกิดขึ้นภายในจิตใจที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้หญิงสาวตรงหน้าต้องเจ็บตัว

                “นิดหน่อยค่ะ ดีขึ้นกว่าเมื่อวานหญิงสาวก้มหน้าตอบเสียงเบาไม่กล้าสบตาชายหนุ่มเพราะน้ำเสียงนุ่มๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกเขินอาย และหัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

                “อือ ดีแล้วธีรพัฒน์พูดออกมาเรียบๆ ขณะกวาดตามองเอกสารที่รายล้อมรอบตัวภายในห้องก่อนจะออกคำสั่ง

                “งานทั้งหมดตรงนี้เดี๋ยวให้ใครมาจัดการเอาไปเก็บไว้ที่เดิมก็แล้วกันไม่ต้องทำต่อแล้วกล่าวเสร็จก็หันเหสายตาไปทางอื่นเหมือนไม่ได้สนใจหญิงสาวตรงหน้า

                “ค่ะแพรวาตอบรับอย่างยินดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องมานั่งทำงานในห้องนี้อีกแล้วแต่เพียงไม่นานความดีใจก็ต้องมลายหายสิ้นเมื่อได้ยินคำสั่งต่อไปของเจ้านายจอมเอาแต่ใจ

                “แล้วเธอก็ขนของของเธอเข้ามานั่งทำงานในห้องนี้ที่โต๊ะทำงานชุดใหม่นั่น

                ธีรพัฒน์ยังคงออกคำสั่งโดยไม่หันไปมองหญิงสาวที่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นด้วยความคาดไม่ถึงว่าเขาจะออกคำสั่งเช่นนี้

                “ตะ แต่ว่า...

                เสียงคัดค้านกลืนหายเข้าไปในลำคอของหญิงสาวทันทีที่เจอเสียงอันทรงอำนาจของคนเป็นเจ้านาย

                “ฉันสั่ง!”

                ในเมื่อไม่อาจขัดใจผู้เป็นเจ้านายได้ หญิงสาวจึงจำเป็นต้องขนย้ายข้าวของเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานชุดใหม่ภายในห้องทำงานใหญ่ของชายหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

            ธีรพัฒน์นั่งมองคนแขนเจ็บที่กำลังวุ่นวายกับการจัดโน่นจัดนี่บนโต๊ะทำงานของเธอที่อยู่ภายในห้องของเขาด้วยความรู้สึกเพลิดเพลินสบายอารมณ์ ใบหน้าหวานล้ำออกจะบึ้งตึงงอหงิกนั่นเป็นเพราะคำสั่งของเขาคงขัดใจเธอไม่น้อยแม้หญิงสาวจะมีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลงแต่อย่างใด กลับทำให้ยิ่งน่าหลงใหลชวนมองมากขึ้นด้วยซ้ำ

                ชายหนุ่มที่มีเอกสารบางอย่างอยู่ในมือค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้เธออย่างลืมตัวก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะของผู้หญิงที่เขาเคยบอกว่าเกลียดชัง

                “คุณธีร์มีอะไรคะแพรวาเอ่ยถามชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะของเธอ

                “อะ เอ่อ ฉันจะให้เธอช่วยดูเอกสารตรงนี้หน่อย ฉันไม่ค่อยเข้าใจเสียงของหญิงสาวทำให้ธีรพัฒน์ตื่นจากภวังค์ด้วยความรู้สึกมึนงงเล็กน้อยก่อนจะรีบหันเหอ้างเอกสารในมือทันที

                “ค่ะแพรวารับเอกสารในมือของชายหนุ่มมานั่งดู

                ธีรพัฒน์เดินเข้ามายืนข้างๆตัวหญิงสาวแล้วก้มลงต่ำเพื่อบอกจุดที่เขาต้องการให้เธอช่วยอธิบาย ความใกล้ชิดนั้นทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวหญิงสาวที่เขาเคยหลงใหลจนยากจะลืมเลือนดวงตากลมโตหวานซึ้งของเธอกำลังจ้องมองเอกสารในมืออย่างตั้งใจ พวงแก้มใสอมชมพูระเรื่อดูเย้ายวนชวนสัมผัสยิ่งนักเรียวปากบางอวบอิ่มที่เขารู้ดีว่ามันนุ่มนิ่มแค่ไหนกำลังขยับเคลื่อนไหวเพื่ออธิบายบางอย่างกับเขาแต่เวลานี้เขาเองไม่สนใจจะฟังเลยสักนิดกลับเลือกที่จะมองความสวยงามเบื้องหน้ามากกว่าและเมื่ออดใจไม่ไหวชายหนุ่มจึงก้มลงไปหอมแก้มนวลตรงหน้าฟอดใหญ่อย่างนึกมันเขี้ยวที่ทำให้เขาหลงใหลจนไม่เป็นอันทำอะไร

                “คุณธีรพัฒน์!... แพรไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณจะมาทำอย่างนี้ได้นะคะ

                แพรวาตกใจดีดตัวลุกขึ้นยืนมองหน้าชายหนุ่มอย่างโกรธเคืองจริงอยู่ที่เธอไม่ได้รังเกียจเขาแต่เขาก็น่าจะให้เกียรติเธอบ้างอย่างน้อยเธอก็เป็นคนของแม่เขาไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่เขาจะมาย่ำยียังไงก็ได้

                “ฉันว่าผู้หญิงอย่างเธอก็เหมาะอยู่แล้วนี่กับเรื่องแบบนี้... ฮึทำเป็นสะดีดสะดิ้ง

                “คุณธีรพัฒน์!” แพรวาตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างเหลืออดมือบางกำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธจัดนี่เขาดูถูกเกลียดชังเธอขนาดนี้แล้วจะให้เธอเข้ามานั่งทำงานในห้องเดียวกับเขาทำไม

                เมื่อคิดว่ายังไงเธอก็สู้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้หญิงสาวจึงเลือกที่จะไปให้พ้นจากตรงนี้เพื่อสงบสติอารมณ์

                “เดี๋ยว! จะไปไหน... เธอกล้าเดินหนีฉันเหรอแพรวา

                ธีรพัฒน์คว้าหมับที่ข้อมือเล็กทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวกำลังจะเดินหนีไป

                “ปล่อยค่ะแพรไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ

                คนตัวเล็กพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากมือแกร่งที่จับแขนเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก

                “แต่ฉันมี

                ธีรพัฒน์กระชากเสียงขมพร้อมทั้งออกแรงกระตุกเพียงนิดเดียว ร่างบางของหญิงสาวก็ปลิวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

                “อือ... อื้อ...

                ริมฝีปากหนาเข้าประกบเรียวปากบางอวบอิ่มทันทีทำให้เสียงของหญิงสาวที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยคัดค้านออกมาต้องกลืนหายเข้าไปในลำคอสวย

                ธีรพัฒน์กระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเมื่อหญิงสาวอ้อมกอดพยายามจะดิ้นหนีจากการเกาะกุมของเขาคนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอกแกร่งของชายหนุ่มแค่เพียงไม่นานก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับคนมากประสบการณ์อย่างเขาจูบที่แข็งกระด้างค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆลิ้นหนาไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กอย่างมีชั้นเชิงขยับหยอกล้อดูดดึงจนหญิงสาวในอ้อมกอดไร้เรี่ยวแรงจะหยัดยืนมือบางกำสาบเสื้อที่อกของชายหนุ่มไว้แน่นด้วยความรู้สึกสั่นสะท้าน

                การตอบสนองที่เงอะงะไม่ประสาของหญิงสาวในอ้อมกอดทำให้ชายหนุ่มมากประสบการณ์แทบคลั่งปล่อยเสียงครางกระหึ่มในลำคอออกมาด้วยความสุขใจอย่างประหลาดไหนจะอาการสั่นน้อยๆ เหมือนคนไม่เคยกับเรื่องอย่างว่านั่นอีกที่ทำให้เขาแทบทนไม่ไหวอยากจะกระโจนจาบจ้วงเข้าใส่เธอเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป

                เมื่อรู้สึกว่าคนในอ้อมแขนขยับตัวดิ้นขลุกขลักอีกครั้งชายหนุ่มจึงถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งแสนเสียดายรู้สึกไม่เคยเต็มอิ่มสักทีกับจูบของหญิงสาวตรงหน้า

                “แพรวา... เธอหวานเหลือเกิน... หวานจนฉันอดใจไม่ไหวธีรพัฒน์กระซิบเบาเหมือนคนละเมอที่ยังคงเคลิบเคลิ้มหลงใหลกับรสจูบที่นุ่มนวลหอมหวาน

                “ปล่อยแพรค่ะคุณธีร์คนได้สติก้มหน้าบอกชายหนุ่มด้วยความเขินอายจนไม่กล้าสบตา

                รู้สึกโมโหตัวเองยิ่งนักที่เผลอไผลไปกับเขาได้อย่างไรทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่มีวันมองเธอในแง่ดีที่เขาทำแบบนี้กับเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายที่ยอมให้เขาย่ำยีได้ทุกครั้งที่เขาต้องการเท่านั้น

                “จะไปไหนก็ไป

                เมื่อได้สติธีรพัฒน์รีบสะบัดคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอดทันที แล้วเดินหันหลังกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

                แพรวาพาตัวเองออกมาจากห้องทำงานของชายหนุ่มด้วยหัวใจที่เจ็บช้ำ

            ความรู้สึกน้อยใจแล่นพุ่งขึ้นมาจุกอกจนยากจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาน้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นเอาไว้เอ่อล้นออกมาอย่างท่วมท้นเมื่อหญิงสาวเข้ามาอยู่ภายในห้องน้ำเพียงลำพัง

                เขาทำแบบนี้กับเธอได้ยังไงปากก็ต่อว่าดูถูกเหยียดหยามเธอสารพัดแต่การกระทำกับตรงกันข้ามเขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่ หญิงสาวคิดอย่างสับสนจนเกิดเป็นความอ่อนล้าขึ้นภายในจิตใจเธอจะต้องทนทำงานกับเขาในสภาพแบบนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหนกัน

 

            ฝ่ายคนที่กลืนน้ำลายตัวเองได้แต่นั่งจมอยู่กับความรู้สึกสับสน           

            เพราะอะไรเขาถึงอยากใกล้ชิดเธออยากกอด อยากสัมผัส อยากจะครอบครองเรือนร่างบอบบางของหญิงสาวที่เขาบอกว่าเกลียดชังนักหนา ทำไมเขาถึงไม่ลืมความหอมหวานจากเรียวปากบางอวบอิ่มนั่นสักทีไหนจะอาการสั่นสะท้านปานลูกนกตกน้ำนั่นอีก ที่ทำให้เขาแทบอดใจไม่ไหว ‘ยัยแม่มดเธอต้องทำเสน่ห์เล่ห์กลใส่ฉันแน่ๆ’ ธีรพัฒน์สบถออกมาเบาๆ

                เสียงประตูที่เปิดเข้ามาทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองต้องหันไปมองทันทีด้วยความไม่พอใจ

                “แกช่วยเคาะประตูหน่อยได้ไหม ไอ้กร ธีรพัฒน์หันไปตำหนิคนตรงหน้าที่จู่ๆก็ผลักประตูเข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง

                “เออ ขอโทษที ฉันลืมทินกรตอบเจ้าของห้อง พลางสอดส่ายสายตามองหาคนที่เขากำลังคิดถึง

                “แกมองหาอะไร คนไม่พอใจเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด

                “คุณแพรไปไหน ฉันไม่เห็นเธอนั่งอยู่ข้างนอกก็เลยเข้ามาดูคนตามหาหญิงสาวในดวงใจแสดงอาการเป็นห่วงจนปิดไม่มิด

                “ฉันไม่รู้ธีรพัฒน์กระแทกเสียงตอบอย่างไม่สบอารมณ์

                “อ้าวไอ้นี่ถามดีๆ ทำไมแกต้องอารมณ์เสียด้วยวะเนี่ย

                “แล้วแกตามหาเลขาฉันทำไม มีธุระอะไรไม่ทราบ

                “ฉันจะชวนคุณแพรออกไปทานข้าวกลางวัน แล้วจะสารภาพความในใจกับเธอทินกรบอกเพื่อนอย่างไม่ปิดบัง

                เขาตั้งใจแล้วว่ายังไงวันนี้จะต้องบอกความในใจให้หญิงสาวได้รับรู้ให้ได้ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไรเขาก็พร้อมจะยอมรับมัน

                “แกแน่ใจแล้วเหรอ

                ธีรพัฒน์รู้สึกเจ็บจี๊ดภายในใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เหมือนกับว่ากำลังจะสูญเสียของสำคัญบางอย่างซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

                “ใช่ ฉันรอต่อไปไม่ไหวแล้วหละ ฉันอยากดูแลเธอทินกรตอบอย่างมั่นใจ

                เสียงเคาะประตูเบาๆแล้วถูกเปิดออกด้วยมือบางของหญิงสาวที่กลับเข้ามาด้วยดวงตาที่แดงช้ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก 

                เมื่อพบบุคคลที่สามอยู่ภายในห้องกับเจ้านายเอาแต่ใจของเธอหญิงสาวจึงเลือกที่จะสลัดความเศร้าหมองภายในจิตใจทิ้งไป แล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่เป็นผู้ชายแสนดีในชีวิตของเธอเหมือนเคย

                “สวัสดีค่ะ คุณกร

                “ครับคุณแพร เป็นยังไงบ้างครับ หายปวดแขนหรือยังทินกรตรงเข้าไปหาหญิงสาวในดวงใจด้วยความเป็นห่วง

                “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ

                แพรวายังคงยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่มที่หวังดีแต่กลับดูน่าหมั่นไส้สำหรับชายหนุ่มอีกคนที่นั่งมองการกระทำของคนทั้งสองด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด ‘ทีกับเขาไม่เห็นเธอจะยิ้มแบบนี้ให้เลยสักครั้ง’ ธีรพัฒน์คิดในใจอย่างแค้นเคือง

                “แล้วตาไปทำอะไรมาครับคุณแพรทำไมแดงช้ำขนาดนี้ทินกรตกใจเมื่อเห็นดวงตาของหญิงสาวแดงช้ำ

                “อ่อ เมื่อกี้ไม่ทราบอะไรเข้าตาน่ะค่ะก็เลยออกไปล้าง คุณกรมาหาแพรหรือคะแพรวาหันเหสายตาหลบเลี่ยงคนจับผิดก่อนจะถามความต้องการของชายหนุ่มที่มาหาเธอ

                “ครับ วันนี้ผมจะมาชวนคุณแพรออกไปทานข้าวกลางวันด้วยกันน่ะครับ

                “คือ...หญิงสาวหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่เป็นเจ้านายก็พบว่าเขามองเธออยู่ก่อนแล้ว

                “ก็ไปสิ เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอก คงไม่ได้อยู่ใช้งานเธอหรอกคนเป็นเจ้านายตอบเสียงกระแทกกระทั้น รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

                “งั้นก็ได้ค่ะคุณกรแพรวาตอบรับเสียงหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้า

                เมื่อบุคคลที่สามออกไปจากห้องแล้วแพรวาจึงเดินกลับไปนั่งทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆโดยไม่สนใจชายหนุ่มเจ้าของห้องอีกเลย

                ธีรพัฒน์เมื่อเห็นว่าหญิงสาวร่วมห้องเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่สนใจจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาเลยสักนิดความรู้สึกหงุดหงิดก็บังเกิดขึ้นภายในใจจนยากจะทนไหวทำไมมีแต่เขาที่ทุกข์ร้อนอยากจะพูดคุยกับเธอนักหนานะ

                เมื่อหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้จึงขยับตัวลุกขึ้นแล้วสาวเท้าเดินออกไปจากห้องก่อนที่มือหนาจะกระแทกประตูปิดลงด้วยความโมโหเหมือนเด็กถูกขัดใจ

 

            ณร้านอาหารสไตล์ยุโรปที่ถูกตกแต่งให้ดูหรูหราประหนึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวภายในถูกออกแบบให้ดูโรแมนติคกลมกลืนกับบรรยากาศโดยรอบที่เหมาะสำหรับคู่รัก 

                ทินกรเดินนำแพรวาไปยังโต๊ะมุมสุดทางเดินที่เขาจองไว้แล้วขยับเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งลงอย่างสุภาพก่อนตัวเองจะไปนั่งยังฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว

                “ขอบคุณค่ะแพรวายิ้มขอบคุณ

                “สั่งอาหารก่อนนะครับคุณแพรชายหนุ่มบอกหญิงสาวขณะที่บริกรหนุ่มเดินเข้ามาโค้งคำนับพร้อมทั้งวางเมนูเล่มหนาลงบนโต๊ะที่ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา

                มือบางพลิกเมนูไปมาดูรายการอาหารที่ส่วนใหญ่เป็นสไตล์ยุโรปที่เธอไม่คุ้นเคยจึงเอ่ยให้ชายหนุ่มตรงหน้าสั่งให้ดีกว่า

                “เอ่อ... คุณกรสั่งให้แพรดีกว่าค่ะ แพรทานอะไรก็ได้

                “โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมสั่งให้ทินกรยิ้มให้หญิงสาวแล้วหันไปสั่งรายการอาหารเพียงสองสามอย่างกับบริกรที่ยืนรอรับออร์เดอร์อยู่ข้างๆ

                “คุณแพรต้องทานยาก่อนอาหารหรือเปล่าครับชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วง

                “ไม่มีค่ะ มีแต่ยาแก้อักเสบที่ต้องทานหลังอาหารเท่านั้นค่ะ

                “อ่อ ครับ เอ่อ... ผู้หญิงของนายธีร์คนนี้ผมก็เพิ่งเคยเจอตัวเป็นๆก็วันนั้นแหละครับ ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะโหดร้ายขนาดนี้

                ทินกรชวนหญิงสาวตรงหน้าพูดคุยเพื่อลดอาการเกร็งที่เขาสังเกตได้จากมือของเธอที่ประสานกันอยู่บนตักแน่นิ่งเหมือนไม่รู้จะวางตัวยังไง

                “เหรอคะ แพรคิดว่าคุณกรรู้จักเธอเสียอีก

                คำว่าผู้หญิงของนายธีร์ทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาภายในใจ และยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น เมื่อคนตรงหน้าพยายามตอกย้ำว่าผู้ชายที่เธอแอบหลงรักนั้นมีเจ้าของแล้ว

                “ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอกครับ รู้แค่ว่าเป็นคนที่อยู่กับนายธีร์ตลอดเวลาตอนอยู่ที่โน่นเท่านั้น

                ทินกรตอบหญิงสาวออกไปเขาสังเกตเห็นดวงตาคู่สวยของเธอฉายแววเศร้าหมองยามที่เจ้าตัวเผลอเมื่อเขาเอ่ยถึงเจ้านายของเธอกับผู้หญิงที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว

                ไม่นานอาหารก็ถูกลำเลียงมาเสิร์ฟบนโต๊ะจนครบทั้งสองนั่งรับประทานอาหารกันอย่างเงียบๆ พูดคุยกันบ้างเป็นระยะซึ่งดูเหมือนจะเป็นฝ่ายชายมากกว่าที่ชวนหญิงสาวคุย

                ทินกรรอให้หญิงสาวทานอาหารและทานยาให้เรียบร้อยก่อนจะเอื้อนเอ่ยสิ่งที่เขาเก็บอยู่ในใจมานานให้เธอได้รับรู้

                “คุณแพรครับ ทินกรเรียกหญิงสาวตรงหน้าเสียงนุ่มกว่าทุกครั้ง

                “คะ

                แพรวาเงยหน้ามองชายหนุ่มอย่างงงๆ รู้สึกแปลกใจกับแววตาหวานซึ้งที่ชายหนุ่มตรงหน้าส่งให้เธออย่างมีความหมายมากกว่าทุกครั้ง

                “ผมชอบคุณ... คุณแพรจะให้เกียรติคบกับผมได้ไหมครับ

                ทินกรพูดขณะเอื้อมมือไปจับมือบางของหญิงสาวที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างนุ่มนวลชายหนุ่มหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่ารักเพราะอยากให้หญิงสาวได้มีเวลาคบหากับเขาในฐานะแฟนก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนาความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ

                “เอ่อ... แพรแพรวาอึกอักเหมือนหาเสียงตัวเองไม่เจอ

                คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอแทบหยุดหายใจเธอจะตอบเขาอย่างไรดี ว่าเธอไม่ได้คิดกับเขาถึงขั้นนั้นทินกรเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ดูดีและเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง และจะเป็นการดีไม่น้อยหากใจเธอกับเขาตรงกันไม่งั้นเธอคงไม่ต้องมานั่งอ้ำอึ้งทำอะไรไม่ถูกกับคำถามของเขาแบบนี้

                “หรือว่าคุณแพรรังเกียจผมทินกรทำหน้าผิดหวังเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าลังเลใจกับการตอบคำถามของเขา

                “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณกรหญิงสาวรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

                “แล้วอะไรล่ะครับที่ทำให้คุณแพรต้องอ้ำอึ้งแบบนี้

                “ขอบคุณนะคะคุณกรที่ให้เกียรติแพรขนาดนี้ แต่แพรไม่สามารถถรักใครได้อีกแล้วเอ่อ... คือ... แพรมีคนที่อยู่ในใจแล้วค่ะ

                แพรวากลั้นใจบอกคนตรงหน้าตามความเป็นจริงเพื่อให้ชายหนุ่มที่แสนดีคนนี้ตัดใจจากเธอ เพราะเธอก็ไม่อยากให้คนดีๆและเพียบพร้อมอย่างทินกรต้องเสียโอกาสที่จะได้พบเจอคนที่ดีและคู่ควรกับเขามากกว่าเธอในอนาคต

                “ทำไมครับคุณแพร ผมไม่ดีพอเท่าคนๆ นั้นหรือครับ

                ทินกรตัดพ้อหญิงสาวอย่างเจ็บปวดไม่คิดว่าหญิงสาวที่เขาหมายปองจะมีคนรักอยู่แล้วนี่เขาบอกเธอช้าไปอย่างนั้นหรือ

                “คุณกรเป็นผู้ชายที่แสนดีในชีวิตของแพรเสมอค่ะแต่แพรรับความรู้สึกนั้นของคุณกรไม่ได้จริงๆ แพรไม่อยากทำให้คุณต้องเจ็บปวดและมีความหวังกับแพรเพราะยังไงแพรก็ไม่มีหัวใจจะให้ตอบ ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณกร

                แพรวาบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่แสนเศร้าไม่ต่างอะไรจากคนฟังที่ผิดหวังเสียใจจนแทบสิ้นสติ

                “หมอคนนั้นใช่ไหมครับคุณแพร... หมอวิทยาคนนั้นใช่ไหมที่อยู่ในใจของคุณแพรมาตลอด

                ทินกรคิดไปถึงผู้ชายที่เป็นศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าเป็นคนที่สามารถถเอาชนะใจของหญิงสาวได้

                “ไม่ใช่ค่ะ พี่วิทเป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับแพร ที่แพรให้ได้แค่คำว่าพี่ชายเท่านั้นค่ะ

                หญิงสาวก้มหน้าตอบไม่อาจจะสบตาชายหนุ่มตรงหน้าได้เพราะรู้สึกเศร้าใจที่ทำให้เขาผิดหวังแต่เธอก็ไม่อาจโกหกความรู้สึกของตัวเองได้เช่นกัน

                “ขอบคุณครับที่บอกกับผมตามตรง

                ทินกรบอกหญิงสาวเสียงเบาหลังจากที่เขาเงียบไปนานจนเธอหวั่นใจคิดว่าเขาคงโกรธเธอมากจนไม่อยากพูดจากับเธออีก

                “แพรต้องขอบคุณคุณกรมากกว่าค่ะ ที่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับแพร

                “ผมขออะไรจากคุณแพรสักอย่างได้ไหมครับทินกรบอกหญิงสาวเหมือนกำลังตัดใจ

                “หากแพรสามารถถทำอะไรเพื่อคุณกรได้บ้าง แพรก็ยินดีค่ะหญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างนึกขอบคุณที่เขาไม่โกรธไม่เกลียดเธอ

                “ผมขอเป็นเพื่อนสนิทที่คุณแพรไว้ใจ และเป็นผู้ชายที่แสนดีในชีวิตของคุณตลอดไปได้ไหมครับ

                ทินกรเผยรอยยิ้มให้หญิงสาวอย่างจริงใจแม้เขาจะไม่ได้หัวใจของเธอมาครอบครอง ก็ขอแค่ได้ดูแลและเป็นคนที่เธอไว้ใจยอมให้ใกล้ชิดสนิทสนมด้วยก็พอแค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว ไม่ว่าผู้ชายที่อยู่ในใจของเธอจะเป็นใครก็ตามเขาก็ขอให้เธอมีความสุขและสมหวังกับความรักสำหรับเขาขอแค่ได้อยู่เคียงข้างเธอแบบนี้ตลอดไปก็พอ

                “ขอบคุณค่ะคุณกร ขอบคุณที่ไม่โกรธไม่เกลียดแพร แพรยินดีทำทุกอย่างถ้าสิ่งนั้นทำให้คุณกรมีความสุขค่ะ

                แพรวายิ้มเต็มวงหน้าให้กับชายหนุ่มที่ไม่ว่ายังไงก็ยังคงเป็นผู้ชายที่แสนดีในชีวิตของเธอเสมอ

            เมื่อสองหนุ่มสาวเปิดใจและปรับความเข้าใจกันได้สักพัก บริกรหนุ่มของร้านอาหารหรูก็เดินเข้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ในมือแล้วนำมายื่นให้กับทินกรเพื่อมอบให้กับหญิงสาวในดวงใจที่ตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจไปแล้ว

                ตอนแรกเขาตั้งใจจะสั่งดอกไม้ช่อใหญ่นี้ไว้ให้หญิงสาวเพื่อเป็นการตอบแทนที่เธอรับรักจากเขาแต่ถึงตอนนี้แม้คำตอบจะไม่เป็นอย่างที่หวัง เขาก็ยินดีจะมอบให้เธอด้วยความจริงใจ

                “รับไว้เถอะครับคุณแพร เพื่อมิตรภาพของเรา

                ทินกรย้ำให้ความมั่นใจกับหญิงสาวเพราะเห็นเธอไม่กล้าจะรับดอกไม้ช่อนี้จากเขา

                “ขอบคุณค่ะ

                แพรวารับดอกไม้ช่อใหญ่มาไว้ในอ้อมกอดอย่างทุลักทุเลเพราะแขนเธอใช้การได้ข้างเดียว

                “อุ่ย! ขอโทษครับผมลืมไปว่าคุณแพรเจ็บแขน มาครับเดี๋ยวผมถือให้ก่อนดีกว่า

                ทินกรยิ้มขำให้หญิงสาวตรงหน้าที่พยายามจะอุ้มดอกกุหลาบช่อใหญ่ไว้ในวงแขนเล็กๆของเธอ

                “ขอบคุณค่ะ

                หญิงสาวหันไปหัวเราะให้กับทินกรในความตลกเงอะงะของตัวเองที่ตอนนี้ทำอะไรก็ดูไม่ถนัดเกะกะไปซะหมด

                “เอ่อ... ผมมีเรื่องนึงอยากจะขอร้องคุณแพรน่ะครับ

                “อะไรเหรอคะ

                “คือ เรื่องที่ผมหน้าแตกในวันนี้อย่าบอกใครได้ไหมครับ โดยเฉพาะนายธีร์เพราะถ้ามันรู้ละก็ คงล้อผมยันลูกบวชแน่ๆ

                ทินกรทำหน้าสยดสยองนึกถึงเพื่อนรักถ้ารู้ว่าเขาสารภาพรักกับผู้หญิงแล้วได้กินแห้วมันต้องหัวเราะแล้วล้อเขาไปอีกนานแน่

                “อุปส์! ค่ะๆแพรจะไม่บอกใครหญิงสาวเอามือปิดปากหัวเราะอย่างสุดกลั้นที่ชายหนุ่มทำหน้าตาแปลกๆ ออกมา

                “งั้นเรากลับกันเลยดีกว่านะครับชายหนุ่มยิ้มให้กับหญิงสาวแล้วโบกมือเรียกบริกรเพื่อเช็คบิล

                ทินกรมองหญิงสาวที่กำลังใช้มือเล็กๆของเธอลูบไล้ที่ดอกกุหลาบสีแดงตรงหน้าอย่างหลงใหลดูเหมือนเธอจะมีความสุขและไม่เกร็งเวลาอยู่ต่อหน้าเขาเหมือนที่เคยเป็นก่อนหน้านี้อีกแล้วเขาเองก็เหมือนกันที่รู้สึกสบายใจโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้เปิดเผยความในใจให้เธอรู้แม้จะต้องผิดหวังก็ตามแต่เขากลับไม่รู้สึกเสียใจอย่างที่ควรจะเป็นหรือนี่จะเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่ใครๆ เขาพูดกันนะความรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ขอแค่ให้คนที่เรารักมีความสุขก็พอ แพรวา... ผมจะเป็นผู้ชายที่แสนดีของคุณตลอดไปผมสัญญา


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

 

เสน่หาทาสซาตาน      เสน่หาทาสซาตาน

 

ทดลองอ่าน E-Book ฟรี!


หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566


        แสดง 7 - 7
วันที่โพสต์ :  20 พ.ค. 2557 13:27    วันที่อัพเดท :   16 ก.ค. 2561 12:10    › จำนวนผู้เข้าชม 291211 คน
   › คะแนนโหวต 7634 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :