นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาทาสซาตาน (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 8 คู่ปรับเก่าเราสองสามคน


8

คู่ปรับเก่าเราสองสามคน 

            หลังจากปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วสองหนุ่มสาวก็ดูจะสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนทำให้ตลอดการเดินทางมีทั้งเสียงพูดคุยหัวเราะกระเซ้าเย้าแหย่กันตลอดทาง 

                ทินกรเดินมาส่งแพรวายังห้องทำงานพร้อมกับดอกกุหลาบช่อโตในมือด้วยคิดว่าชายหนุ่มที่เป็นเจ้านายของหญิงสาวคงยังไม่กลับมา หรือคงไม่เข้ามาอีกแล้วเมื่อมาถึงเขาจึงผลักประตูห้องทำงานใหญ่เข้าไปทันที

                “เห้ย! โทษที ฉันนึกว่าแกจะไม่เข้ามาแล้ว

                ทินกรตกใจที่เห็นเพื่อนรักนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานแต่มีสาวร่างอวบแสนเซ็กซี่นั่งอยู่บนตักและกำลังแลกจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม

                “ว๊าย!”

                สาวร่างอวบที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสจุมพิตอันเร่าร้อนหันมาตามเสียงประตูที่เปิดออกเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาจึงตกใจรีบลุกขึ้นจากตักของชายหนุ่ม

                “อ้าวคุณกร สวัสดีค่ะ นี่ออกไปทานข้าวกลางวันกันมาหรือคะ แหม๋... มีดอกกุหลาบช่อโตด้วย...โรแมนติคจัง

                เมธินีกล่าวทักทายสองหนุ่มสาวผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มที่แสนเบิกบานเมื่อเห็นอย่างนี้แล้วทำให้เธอยิ่งมั่นใจว่าทั้งคู่จะต้องเป็นคู่รักกันแน่ๆไม่งั้นคงไม่โรแมนติคขนาดนี้ผิดกับชายหนุ่มเจ้าของห้องที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับเหมือนโกรธใครมาเป็นสิบชาติแต่ใครเลยจะรู้ว่าภาพของสองหนุ่มสาวตรงหน้าพร้อมด้วยดอกกุหลาบช่อโตนั้นสร้างความหงุดหงิดเคืองใจให้เขาแค่ไหน

                “สวัสดีครับคุณเมนี่ทินกรยิ้มตอบทักทายหญิงสาวแสนเซ็กซี่ที่กำลังเดินตรงมาทางเขา

                “สวัสดีค่ะคุณแพรวาเมนี่ต้องขอโทษด้วยนะคะเรื่องเมื่อวานที่เมนี่เข้าใจผิดน่ะค่ะ

                เมธินีพาร่างอวบอัดที่ดูเย้ายวนเดินเข้ามาหาหญิงสาวร่างบางที่บาดเจ็บเพราะเธอ

                “คะ ค่ะๆ สวัสดีค่ะคุณเอ่อ...แพรวาอึกอักเพราะไม่มั่นใจว่าจะทักทายคนตรงหน้าอย่างไรดี

                “เมนี่ค่ะ คุณแพรวา

                “ค่ะคุณเมนี่ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

                แพรวาส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตรแม้ในใจจะยังตกใจไม่หายกับภาพที่เพิ่งเจอเมื่อครู่

                “เมนี่ต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้คุณแพรเจ็บตัวมากขนาดนี้

                สาวร่างอวบยังคงออดอ้อนคว้ามือบางของคนตัวเล็กมาจับไว้อย่างคนสำนึกผิด

                “ไม่เป็นไรค่ะคุณเมนี่ แพรไม่ได้เป็นอะไรมาก

                “แกเป็นอะไรวะธีร์ ดูทำหน้าอย่างกับโมโหใครซะนักหนา อย่าบอกนะว่าแกโกรธฉันกับคุณแพรที่เข้ามาขัดจังหวะ

                ทินกรหันไปเย้าแหย่คนที่นั่งไม่พูดไม่จาทำหน้าบึ้งตึงอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่

                “ไม่เกี่ยวกับแกคนไม่พอใจตอบเสียงแข็ง

                “ไม่เอาน่า... ธีร์ เดี๋ยวเย็นนี้ธีร์ไปหาเมนี่ที่คอนโดก็ได้นี่คะอย่าโกรธเลย นะๆ ยิ้มหน่อยสิคะ

                สาวร่างอวบทำเสียงออดอ้อนคิดว่าธีรพัฒน์ไม่พอใจที่เพื่อนเข้ามาขัดจังหวะจริงๆ

                คำพูดของเมธินีทำให้หญิงสาวอีกคนรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกน้อยใจแล่นขึ้นมาจุกที่คอจนเกินทน ใบหน้าหวานหันมองชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของหัวใจอย่างตัดพ้อแต่ก็ได้รับเพียงแววตาเย็นชาหมางเมินกลับมา ‘ใช่สิ... เธอไม่เคยมีความหมายอยู่ในสายตาของเขาเลยไม่เคยแม้แต่น้อย’ เพียงแค่คิดก็พลันให้น้ำตาที่พยายามสกัดกั้นไว้จวนเจียนจะเอ่อล้นออกมาประจารตัวเองเสียให้ได้

                “ผมจะทำงาน คุณกลับไปก่อนเถอะเมนี่ธีรพัฒน์บอกเพื่อนสาวคนสนิทที่เขาชวนเธอออกไปทานข้าวกลางวันมา

                “ก็ได้ค่ะ แต่ว่าเย็นนี้ธีร์ต้องไปหาเมนี่ที่คอนโดนะคะ เมนี่จะรอค่ะ

                เมธินีเดินไปหาชายหนุ่มในดวงใจพร้อมทั้งก้มลงจุมพิตที่แก้มสากก่อนจะหันไปกล่าวลาบุคคลที่ยืนอยู่ในห้องอีกสองคน

                “เมนี่ต้องขอตัวก่อนนะคะคุณกรคุณแพร ขอให้หายไวๆ นะคะ

                เมธินียิ้มหวานให้กับสองหนุ่มสาวที่เธอเข้าใจว่าเป็นคู่รักกันก่อนจะเดินออกไปจากห้องด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขเต็มใบหน้า

                “แกไม่มีงานทำหรือไงวะไอ้กร

                ชายหนุ่มเจ้าของห้องเอ่ยปากไล่เพื่อนรักด้วยความหมั่นไส้ยืนยิ้มอยู่ได้ไม่รู้จะยิ้มอะไรนักหนากลัวใครจะไม่รู้หรือไงว่ามีความสุขดูท่าการสารภาพรักของทินกรที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้าจะประสบความสำเร็จเพราะไม่งั้นสองคนคงไม่กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเสียงหัวเราะและดอกกุหลาบสีสวยช่อนั้นหรอกยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดรู้สึกไม่พอใจอะไรสักอย่างซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้

                “ก็มี... แต่ยังไม่ว่างไปทำ ตอนนี้ขอทำอะไรที่หัวใจมันเรียกร้องก่อน

                ทินกรตอบเพื่อนรักพร้อมหันมาหัวเราะให้กับหญิงสาวซึ่งกำลังยิ้มขบขันในคำยอกย้อนของเขา

                “ไร้สาระธีรพัฒน์เบ้ปาก ปรายตามองหญิงสาวอย่างนึกโมโหตอนเช้าจูบกับเขาทำเป็นไร้เดียงสาพอตกตอนบ่ายไปรับรักกับผู้ชายอีกคนอย่างหน้าไม่อาย

                “เออ ธีร์ ทำไมแกต้องให้คุณแพรเธอเข้ามานั่งทำงานในนี้ด้วยวะเวลาใครจะมาติดต่อก็ลำบากน่ะสิ

                ทินกรถามเป็นการเป็นงานขึ้นมาทันทีเพราะเขาสงสัยตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสจะถาม

                “ก็ฉันรำคาญคนที่มายืนหน้าหม้อชวนเลขาของฉันคุยจนไม่ได้ทำงานทำการแบบนี้นี่ไงธีรพัฒน์สวนกลับอย่างไม่ค่อยพอใจ

                “อ้าว ฉันถามดีๆ อย่างนี้มันหลอกด่ากันนี่หว่า

                “ไม่ได้หลอกด่า แต่ฉันด่าจริงๆ ก็ดูสิ วันๆ เลขาฉันได้ทำงานไหมเดี๋ยวแกก็มายืนคุย เดี๋ยวก็มาลากตัวออกไป

                ธีรพัฒน์ทำเสียงเข้ม หันไปมองหน้าคนตัวเล็กอย่างไม่สบอารมณ์นัก

                “เออๆ ฉันจะพยายามมารบกวนคุณแพรให้น้อยลง

                “ดี!...

                “ว่าแต่จะให้คุณแพรเธอทำงานในห้องนี้กับแกจริงๆ เหรอทินกรถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

                “ก็เออน่ะสิ! แกมีปัญหาอะไร หรือว่าเจ้าตัวเขาไปเป่าหูแกล่ะ

                ‘ฮึ! ไม่ทันไรก็ฟ้องกันขนาดนี้แล้วเหรอแล้วถ้าเขาทำมากกว่าเมื่อเช้านี้ล่ะเธอจะกล้าฟ้องนายกรหรือเปล่า ยัยแม่มดเจ้ามารยาธีรพัฒน์ต่อว่าหญิงสาวในใจพร้อมทั้งมองเธอด้วยสายตาอาฆาต

                “ไม่เกี่ยวกับคุณแพร แกอย่าหาเรื่องน่า... ธีร์ฉันก็แค่จะหาคนมานั่งหน้าห้องของแกแทนคุณแพรเธอ ไม่งั้นใครจะมาจะไปก็โผล่พรวดพราดเข้ามาแบบเมื่อกี้อีกหรอกแล้วอีกอย่างช่วงนี้คุณแพรเธอแขนเจ็บคงพิมพ์หนังสือให้แกไม่สะดวกนักหาใครมาทำแทนเธอดีกว่า คุณแพรก็แค่ตรวจทานแล้วส่งให้แกเซ็นคนมีหน้าที่ผู้จัดการอธิบายยืดยาว

                “อือก็ดี แกก็จัดการตามที่เห็นสมควรละกัน ฉันไม่มีปัญหา

                ห่วงกันจริงนะแค่เจ็บแขนไม่ได้เป็นง่อยสักหน่อย ธีรพัฒน์แอบเหน็บแนมหญิงสาวในใจ

                “โอเค งั้นเอาตามนี้แล้วกันนะครับคุณแพร เดี๋ยววันสองวันนี้ผมจะจัดการให้ทินกรหันไปยิ้มหวานให้กับหญิงสาวข้างกาย

                “ขอบคุณค่ะคุณกร ที่จริงไม่ต้องลำบากหาใครมาช่วยก็ได้ค่ะ แพรพอทำได้

                “เธอพิมพ์งานมือเดียวได้หรือไง อย่าทำเป็นอวดเก่งหน่อยเลยน่ะคนปากจัดอดไม่ได้ที่จะเหน็บหญิงสาวออกมา

                “เอาตามนี้แหละครับคุณแพร เดี๋ยวผมจัดการให้ไม่ต้องกังวลนะครับทินกรหันมาย้ำ

                “ค่ะเมื่อไม่รู้จะคัดค้านยังไงหญิงสาวจึงจำเป็นต้องตอบรับ

                “งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปทำงานก่อน ผมวางดอกไม้ไว้ตรงนี้นะครับแล้วตอนเย็นผมจะมารับ

                ทินกรวางช่อดอกไม้ไว้ที่โต๊ะข้างเก้าอี้ที่หญิงสาวนั่งแล้วเดินออกไปจากห้อง

            หลังจากทินกรออกไปแล้วสองหนุ่มสาวเจ้านายจอมเอาแต่ใจกับเลขาหน้าหวานก็ต่างคนต่างหันมาสนใจกับงานของตัวเองโดยไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา แต่คนที่ไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังว้าวุ่นใจเอกสารที่ถืออยู่ในมือแม้จะเป็นสิ่งสำคัญที่เขาต้องเรียนรู้แต่ก็ไม่สำคัญเท่ากับเรื่องราวของหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ตรงหน้ากับเพื่อนสนิทของเขาที่แอบไปเปิดเผยความในใจกันแล้วกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขแถมยังตอกย้ำความสำเร็จด้วยดอกกุหลายช่อโตนั่นอีก ‘แกตกหลุมพรางของยัยแม่มดนี่แล้วหละนายกรแกคงไม่รู้สินะว่าผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจเจ้ามารยาแค่ไหน’ ธีรพัฒน์นั่งต่อว่าหญิงสาวอยู่ในใจจนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงจนรู้สึกว่าเขาควรจะไปให้พ้นจากตรงนี้ดีกว่า ไม่งั้นเขาคงต้องฟุ้งซ่านกว่านี้แน่

                มีเอกสารให้คุณแม่เซ็นหรือเปล่าฉันจะกลับแล้วธีรพัฒน์ลุกขึ้นยืนเอ่ยถามหญิงสาวที่ดูเหมือนจะจริงจังกับงานจนลืมเจ้านาย

                ไม่มีค่ะแพรวาตอบเพียงสั้นๆ โดยไม่เงยหน้าจากเอกสารในมือซึ่งนั่นทำให้คนถามเกิดอาการหงุดหงิดขัดใจเป็นที่สุด ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแล้วก้าวเท้าหนาออกไปจากห้องด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธทันที

            เมื่อคนใจร้ายออกไปจากห้องแล้วแพรวาปล่อยลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะไม่รู้ว่าเจ้านายเอาแต่ใจจะหาเรื่องอะไรเธออีกหรือเปล่า ‘เขาคงรีบไปหาคนรักของเขาที่นัดไว้สินะ’ จู่ๆภาพของชายหนุ่มในดวงใจที่กำลังจุมพิตอย่างดูดดื่มกับสาวคนรักก็ฉายชัดขึ้นมาในความคิดความรู้สึกเจ็บปวด น้อยใจ แล่นขึ้นมาจุกอกของหญิงสาวจนแทบหายใจไม่ออกในเมื่อเขามีคนรักอยู่แล้วจะมาทำแบบนี้กับเธอทำไมมาใกล้ชิดเธอให้หวั่นไหวทำไมในเมื่อเขาเกลียดเธอนักหนา

                หญิงสาวนั่งเหม่อลอยคิดถึงเรื่องราวของชายหนุ่มในดวงใจจนไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหนมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นชายหนุ่มแสนดีของเธอมายืนอยู่ตรงหน้า

                อ้าว คุณกรมาตั้งแต่เมื่อไรคะแพรวากระพริบตาถี่ๆ เพื่อมองหน้าชายหนุ่มให้ชัดขึ้น

                ผมเคาะประตูห้องสองสามครั้งเห็นข้างในยังเงียบ ก็เลยเปิดเข้ามาเห็นคุณแพรนั่งเหม่ออยู่นี่แหละครับทินกรตอบหญิงสาวยิ้มๆแม้จะมีความสงสัยอยู่บ้างว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ

                อ่อ ขอโทษค่ะแพรกำลังคิดอะไรเพลินๆ เลยไม่ทันได้ยิน

                ปะงั้นเรากลับบ้านกันเถอะ

                ทินกรส่งยิ้มอบอุ่นให้กับหญิงสาวแม้ลึกๆภายในใจเขาจะยังเสียใจอยู่บ้างแต่เขาก็เลือกที่จะซ่อนมันไว้ในใจให้ลึกที่สุดมากกว่า

                นี่เลิกงานแล้วเหรอคะ

                คนตัวเล็กเผลอยกข้อขึ้นมาหมายจะดูนาฬิกาแต่ก็นึกขึ้นได้ว่านาฬิกาของเธอคงจะหลุดหายไปตอนที่เธอล้มแน่ๆ

                มีอะไรหรือเปล่าครับคุณแพรเมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งไป ชายหนุ่มจึงเอ่ยทัก

                อะ เอ่อ ปะ เปล่าค่ะขอแพรเก็บของแป๊บนึงนะคะ

                มือบางหยิบของจำเป็นใส่กระเป๋าพลางคิดว่านาฬิกาของเธอที่หล่นตอนเธอล้มนั้นหายไปไหนหรือว่าแม่บ้านที่มาทำความสะอาดจะเก็บไป พรุ่งนี้คงต้องมาถามดูสักหน่อยเพราะนาฬิกาเรือนนี้สำคัญกับเธอมากเป็นของที่คุณหญิงเพ็ญพักตร์มอบให้กับเธอในวันเกิดเมื่อ ปีก่อน

                มาครับเดี๋ยวผมช่วยถือ

                ทินกรยื่นมือไปรับกระเป๋าสะพายพร้อมกับช่อดอกไม้ของหญิงสาวมาถือไว้พร้อมทั้งเปิดประตูแล้วพาหญิงสาวออกไปยังลานจอดรถ

 

            รถคันหรูของทินกรพาหญิงสาวออกมาจากบริษัทด้วยความเร็วไม่มากนักเนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานทำให้การจราจรค่อนข้างติดขัดยังไม่ทันที่สองหนุ่มสาวจะได้เอื้อนเอ่ยอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือของแพรวาก็ดังขึ้น

                สวัสดีจ้ะมล

                จ้ะแพรตอนนี้ออกมาหรือยัง มลจะได้แวะรับมาเลย คืนนี้มลจะไปนอนกับแพรด้วย

                ปลายสายตอบเสียงเจื้อยแจ้วจนชายหนุ่มผู้มีหน้าที่ขับรถต้องหันมามองต้นเสียงที่อยู่ในสายโทรศัพท์ของหญิงสาว ‘ผู้หญิงอะไรเสียงดังชะมัดโวยวายเป็นเจ๊กตื่นไฟไปได้’ ทินกรส่ายหน้าแอบบ่นในใจถึงหญิงสาวในสายโทรศัพท์พลันให้คิดไปถึงผู้หญิงที่เขาขับรถไปชนท้ายรถของเธอเมื่อคืนก่อนจะว่าไปเขายังไม่ได้คิดบัญชีกับยัยหมวยปากจัดนั่นเลยนี่นา ช่วงนี้เขาก็มัวแต่ยุ่งๆซะด้วยเลยยังไม่ได้สนใจเอารถไปเข้าอู่

                แพรออกมาแล้วจ้ะมลพอดีคุณกรมาส่งน่ะหญิงสาวตอบเพื่อนรักแล้วหันมายิ้มให้กับชายหนุ่มแสนดีที่ขับรถมาส่งเธอ

                คุณกรคนที่คุณป้าจะให้แพรไปทำงานด้วยน่ะเหรอ

                ใช่จ้ะ

                โอเคๆ งั้นเจอกันที่ล็อบบี้ก่อนขึ้นลิฟต์นะจ๊ะตอนนี้มลผ่านบริษัทแพรมาแล้วหละ เดี๋ยวคงถึง

                จ้า แล้วเจอกัน

                จะว่าไปนายกงนายกรอะไรนั่นก็เป็นคนดีเหมือนกันแฮะ ดูสิ ยังอุตส่าห์ขับรถมาส่งเพื่อนเธอทั้งๆ ที่เจ้านายตัวต้นเหตุกลับไม่เหลียวแลพิชามลคิดในใจหลังจากวางสายของเพื่อนรักไปแล้ว 

 

                ไม่นานทินกรก็พารถมาจอดที่คอนโดของหญิงสาวในดวงใจที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนสนิทของเขาไปแล้ว

            ชายหนุ่มลงจากรถแล้วอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาวตัวเล็กอย่างเบามือและหันไปเปิดประตูหลังเพื่อหยิบดอกกุหลาบช่อโตลงมาด้วย ก่อนจะเดินตามหญิงสาวไปที่ล็อบบี้

                ขอบคุณค่ะคุณกรหญิงสาวหันมาบอกชายหนุ่มที่เดินมาส่งเธอถึงล็อบบี้

                เดี๋ยวผมนั่งรอเป็นเพื่อนนะครับคนไม่อยากกลับแสดงความมีน้ำใจ

                ไม่เป็นไรค่ะคุณกรเพื่อนแพรขับรถตามหลังเรามานี่เอง เดี๋ยวคงถึงแล้ว

                ก็เพราะไม่นานไงครับผมถึงจะอยู่เป็นเพื่อน

                งั้นเชิญนั่งก่อนค่ะแพรวายิ้มหวานเป็นการขอบคุณ ผายมือเชิญชายหนุ่มให้นั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอ

           

                ระหว่างที่นั่งรอเพื่อนของหญิงสาวอยู่นั้นทินกรเหลือบไปเห็นรถที่เข้ามาจอดฝั่งตรงข้ามกับทางขึ้นล็อบบี้ที่เขานั่งอยู่ หญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถคนนั้นด้วยท่วงท่าที่งดงามชวนมองขาเรียวยาวขาวเนียนสะอาดตาขับกับชุดเดรสสั้นสีน้ำเงินเข้มสะดุดตาทำให้เธอดูสง่าน่ามองไม่น้อยผู้หญิงคนนี้ทำไมช่างเย้ายวนจริงๆ ในสายตาเขา และเมื่อผู้หญิงที่เขากำลังมองอยู่นั้นกำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆทินกรมองใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักนั่นอย่างใช้ความคิด จมูกที่เชิดรั้นนั้นน่ามันเขี้ยวจนน่าหยิกทำไมเขาถึงยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้จังเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนทินกรคิดในใจพยายามทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาเพื่อค้นหาคำตอบให้กับตัวเองและคำตอบก็ชัดเจนขึ้นทันทีที่หญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าของแพรวา

                เอ๊ะเธอทินกรอ้าปากค้างทำตาโตเหมือนเจอสิ่งแปลกประหลาด

                นี่นายพิชามลยกมือขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มตรงหน้าทันทีที่จำได้

                ยัยหมวยปากจัดคนรู้สึกตัวก่อน เอ่ยปากเรียกฉายาของหญิงสาวที่เขาตั้งให้หลังจากได้ปะทะคารมกับเธอวันนั้น

                นาย! ไอ้ผู้ชายเฮงซวยพิชามลตะคอกเสียงใส่อย่างเอาเรื่อง

                อะ เอ่อ... นี่สองคนเคยพบกันแล้วหรือคะแพรวาซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยขัด

                ใช่แพรก็นายเฮงซวยนี่แหละที่ขับรถชนท้ายรถมลคืนนั้นที่มลโทรหาแพรเสร็จน่ะคนใจร้อนหันไปบอกเพื่อนสาวที่ยืนทำหน้างงอยู่

                ครับคุณแพร ยัยหมวยปากจัดคนนี้ก็เลยลงมาต่อว่าผมทั้งๆที่เป็นความซุ่มซ่ามของตัวเองชายหนุ่มหันไปยียวนหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนชี้หน้าว่าเขาฉอดๆ

                แล้วใครใช้ให้นายขับรถเร็วขนาดนั้นล่ะเบรกไม่ทันเองแล้วจะมาโทษฉันได้ไง เป็นผู้ชายซะเปล่าไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ

                แล้วใครใช้ให้คุณเบรกรถกะทันหันล่ะผมก็ขับของผมมาดีๆ

                เอ่อ แพรว่าใจเย็นๆกันก่อนดีกว่านะคะคนที่ดูเหมือนจะเป็นกรรมการรีบห้ามทัพเพราะไม่อยากจะตกเป็นเป้าสายตามากไปกว่านี้

                เย็นได้ยังไงแพรก็นายนี่มาว่ามลปากจัดและซุ่มซ่ามน่ะ

                ก็มันจริงนี่ชายหนุ่มยียวนลอยหน้าลอยตาใส่คนตัวเล็กให้ยิ่งโมโห

                เอ๊ะนายคนถูกต่อว่าทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ

                คุณกรคะแพรขอร้องละค่ะแพรวาเอ่ยเสียงเบาขอร้องชายหนุ่มที่กำลังกวนประสาทเพื่อนสาว

                ครับคุณแพรทินกรยอมลงให้กับผู้หญิงปากจัดด้วยเกรงใจหญิงสาวที่เขาแคร์ความรู้สึกของเธอมากกว่า

                มล นี่คุณทินกรเป็นผู้จัดการและทนายความประจำบริษัท แล้วก็เป็นหลานของคุณท่านด้วย

                แพรวาแนะนำเพื่อนสาวให้รู้จักกับผู้ชายแสนดีของเธอตรงหน้า

                นายเนี่ยนะเป็นทนายความคนไม่พอใจเบ้ปากใส่พร้อมกับยกมือชี้หน้าชายหนุ่มอย่างเย้ยหยัน

                ทำไม! ผมเป็นทนายแล้วยังไงและช่วยกรุณาลดมือลงด้วย คุณไม่มีสิทธิ์จะมาชี้หน้าผมแบบนี้ ผมสามารถถฟ้องเอาผิดกับคุณข้อหาหมิ่นประมาทได้นะยัยหมวยปากจัด ทินกรปรายตามองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์นัก

                อี๋...ไอ้ผู้ชายเฮงซวย บ้าอำนาจ ถือว่ารู้กฎหมายแล้วจะรังแกคนอ่อนแอกว่าหรือไงยะ

                นี่!บอกว่าอย่าชี้หน้าไงล่ะ ระวังเถอะจะได้สามีเป็นคนที่เธอชี้หน้าด่านี่แหละ ชายหนุ่มตะคอกใส่อย่างเหลืออดแกมหมั่นไส้

                ว๊าย! หยาบคายใครอยากได้นายเป็นสามีกันยะ ถ้าทั้งโลกเหลือผู้ชายแบบนายแค่คนเดียว ฉันยอมกัดลิ้นตายดีกว่าคนชี้หน้ารีบหดมือลงทันควัน ใช้หางตาจิกมองชายหนุ่มอย่างประเมินค่า

                เชิญเลยแม่คุณแล้วอย่ากลืนน้ำลายตัวเองก็แล้วกัน เดี๋ยวจะสำลักจุกอกตายซะก่อนจะได้กัดลิ้น

                ทินกรยังคงยียวนหญิงสาวตรงหน้าให้ยิ่งโกรธจนลมออกหูรู้สึกชอบใจเวลาเห็นหญิงสาวตรงหน้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟดูแล้วน่ารัก น่าหยิกดี

                อ๊าย... อะ อะ ไอ้...หญิงสาวเจ็บจุกจนไม่รู้จะหาคำใดมาด่าชายหนุ่มตรงหน้าให้สาแก่ใจได้

                หยุด!ถ้าด่าผมอีกคำเดียวผมจูบคุณตรงนี้จริงๆ ด้วย เอาสิ

                ทินกรขู่พร้อมชี้หน้าตอกกลับหญิงสาวที่กำลังคิดจะด่าเขาส่งผลให้คนโดนขู่ต้องรีบเอามือปิดปากตัวเองทันควันแล้วรีบไปหลบอยู่ข้างหลังของเพื่อนสาวแต่ก็ไม่วายหันมาถลึงตาใส่เขาอย่างแค้นเคือง

                แพรเราขึ้นห้องกันเถอะมลหิวข้าวจะแย่อยู่แล้วเมื่อสู้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้จึงหันไปชวนเพื่อนรักขึ้นห้อง

                ไปเถอะครับคุณแพรคุณจะได้พักผ่อนด้วยทินกรเห็นหญิงสาวลังเลเพราะเกรงใจเขาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากเสียเอง

                ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณกรแล้วก็ขอโทษแทนยัยมลด้วยที่เสียมารยาทแพรวาส่งสายตาขอโทษไปให้ชายหนุ่มที่มาส่งเธออย่างจริงใจ

                ครับ ไม่เป็นไร

                ทินกรยิ้มหวานส่งให้แพรวาจนตาหยีทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างกายหญิงสาวต้องเบ้ปากล้อเลียน ‘ชิ! ทีกับยัยแพรทำเป็นสุภาพบุรุษลูกผู้ชายครับ ครับตลอด ทีกับเธอคำก็ยัยซุ่มซ่าม สองคำก็ยัยหมวยปากจัด ฮึ่ย! คิดแล้วมันน่าโมโหนัก

                เอามาให้ฉันทำไมยะพิชามลมองดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่ชายหนุ่มส่งมาให้กับเธอ

                ผมไม่ได้ให้คุณ ผมให้คุณแพรแต่เธอแขนเจ็บถือไม่ได้ผมก็เลยจะให้คุณถือไปให้ด้วยน้ำเสียงยียวนปนหยอกล้อของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวคว้าดอกไม้ในมือของเขามาถือแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจในลำคอก่อนจะรีบเดินฉับๆ ไปกดลิฟต์

                แพรขอตัวก่อนนะคะคุณกร

                ครับ เชิญครับพรุ่งนี้เจอกันทินกรกล่าวจบก็หันหลังเดินออกไปจากล็อบบี้เพื่อตรงไปที่รถของตัวเอง

                ก่อนจะขึ้นรถทินกรยืนมองหน้ารถของตัวเองที่มีลอยยุบไปเล็กน้อยแล้วคิดถึงหญิงสาวตัวต้นเหตุที่เพิ่งปะทะคารมกันเมื่อครู่ ฮึ โลกกลมจริงๆ ยัยหมวยปากจัด’ ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ชายหนุ่มหยักยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัยแล้วกระโดดขึ้นรถของตัวเองขับออกไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

 

            เมื่อสองสาวขึ้นมาถึงห้องพักพิชามลเป็นฝ่ายทำอาหารเย็นแบบง่ายๆที่เธอถนัดสองสามอย่างจากอาหารสดที่เธอซื้อมาไว้ในตู้เย็นตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนแพรวาเนื่องจากแขนเธอเจ็บจึงทำได้แค่หยิบจับจานชามแก้วน้ำเตรียมตั้งโต๊ะรออาหารจากเพื่อนสาวที่กำลังทำอยู่ในครัว

                อีตากรนี่น่ะเหรอแพรที่คุณป้าจะให้แพรไปทำงานด้วยน่ะพิชามลถามเพื่อนรักขณะตักอาหารคำโตใส่ปากด้วยความหิว

                อืม ใช่จ๊ะแพรวาเงยหน้าจากอาหารตรงหน้ามาตอบเพื่อนสาวเสียงใส

                ดีแล้วที่แพรปฏิเสธไปน่ะเพราะดูท่าอีตานี่ทั้งหัวงู มือไว ปากจัด และไม่เป็นสุภาพบุรุษด้วย

                สาวหมวยได้ทีต่อว่าผู้ชายที่เธอไม่ชอบหน้าให้เพื่อนฟัง

                หือ... คุณกรเขาไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อยมลน่ะคิดมากไปแล้ว

                ไม่มากหรอกดูสายตาที่เขามองแพรสิ หวานหยดจนน่าขนลุก และไหนจะดอกไม้นั่นอีกบอกมานะว่าคุณกรจีบเธออยู่หรือเปล่า

                พิชามลจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างจับผิดถ้าเป็นอย่างที่เธอสงสัยจริงละก็ พี่วิทของเธอต้องแย่แน่ๆ เฮ้อ... หรือรักแท้จะแพ้ใกล้ชิดซะแล้วนะเนี่ยแต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเศร้าใจยังไงไม่รู้เมื่อคิดว่าผู้ชายเฮงซวยคนนั้นจีบเพื่อนของเธอจริงๆ

                ไม่ใช่นะคุณกรเขาไม่ได้จีบแพร เราเป็นแค่เพื่อนกัน ดอกไม้นั่นก็แค่มิตรภาพดีๆที่คุณกรเขามีให้แพรแค่นั้นเอง

                แพรวาอธิบายให้เพื่อนรักฟังตามความจริง ส่งผลให้คนฟังรู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างประหลาด ‘นั่นสิ ทำไมเธอต้องดีใจด้วยนะ พิลึกจริง หรือว่าเธอดีใจแทนพี่ชายตัวเองที่อย่างน้อยตอนนี้พี่วิทก็ยังมีความหวัง นั่นไง... เธอดีใจแทนพี่วิทต่างหากล่ะไม่ใช่ดีใจเพราะตานั่นไม่ได้จีบเพื่อนเธอ’ พิชามลคิดในใจพลางส่งยิ้มให้เพื่อนสาวตรงหน้า

                เดี๋ยวมลเก็บล้างเองแพรเข้าห้องไปอาบน้ำเถอะจะได้รีบดูหนังกัน วันนี้มลซื้อหนังมาด้วย

                จ้ะ ขอบใจมากนะมลถ้าไม่ได้มลแพรคงลำบากแน่ๆ

                ไม่เป็นไรจ้ะดีซะอีกที่มลได้มานอนกับแพร เราจะได้นอนคุยกันเหมือนตอนสมัยเรียนไง

                สาวหมวยใจดีส่งยิ้มให้เพื่อนรักก่อนจะลุกขึ้นเก็บจานชามไปล้างทำความสะอาดตามหน้าที่

 

            ทางด้านคนที่ออกจากบริษัทตั้งแต่บ่ายสามโมงธีรพัฒน์ไม่ได้ไปตามนัดที่หญิงสาวร่างอวบแสนเย้ายวนบอกไว้แต่เลือกที่จะไปเตร็ดเตร่ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เพื่อหาของบางอย่างที่คิดว่าเขาจำเป็นต้องรับผิดชอบให้กับหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เข้าใจผิดครั้งนั้น

                ธีรพัฒน์หยิบกล่องนาฬิกาเรือนสวยสไตล์เรียบง่ายแต่ดูหรูหราขึ้นมาดูขณะนั่งเอนหลังพิงพนักหัวเตียงภายในห้องนอนของเขาที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะซื้อของราคาแพงขนาดนี้ให้กับหญิงสาวที่เขาให้ฉายาว่าผู้หญิงหิวเงินแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงถูกใจนาฬิกาเรือนนี้และที่สำคัญเขาคิดว่ามันเหมาะกับข้อมือบางของเธอมาก

                จู่ๆใบหน้าหวานล้ำของหญิงสาวที่รบกวนจิตใจของเขาตลอดทั้งวันก็ฉายชัดขึ้นมากลิ่นกายที่หอมกรุ่น เนื้อตัวนุ่มนิ่มน่ากกกอดเรียวปากอวบอิ่มดูเย้ายวนเกินห้ามใจที่เขาเคยได้ลิ้มรสความหวานจนติดตรึงไม่รู้ลืมทุกอย่างที่รวมเป็นเธอล้วนทำให้เขาแทบคลั่ง 

                แต่ทำไมเขาถึงเป็นฝ่ายเดียวที่อยากจะสัมผัสอยากพูดคุยอยากอยู่ใกล้เธอนะทำไมไม่เป็นเธอบ้างที่อยากจะมาวนเวียนใกล้ชิดเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆหรือเธอจะมีใจให้กับเพื่อนรักของเขาจริงๆภาพของเพื่อนรักที่หยอกล้อพูดคุยกับเลขาของเขารวมถึงช่อดอกไม้นั่นอีก ทำให้เขาคิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากสองคนนั้นตกลงปลงใจที่จะคบกัน

                ธีรพัฒน์คิดในใจอย่างหงุดหงิดไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเขาต้องรู้สึกไม่พอใจด้วยนะ หัวใจดวงแกร่งรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างประหลาดทั้งๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลยสักนิดเธอจะไปคบกับใครก็เรื่องของเธอสิ ในเมื่อเธอไม่สนใจเขาเขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเธอเหมือนกัน

                ชายหนุ่มกระชากลิ้นชักข้างหัวเตียงแล้วยัดกล่องนาฬิกาที่เขาเพิ่งรู้สึกว่ามันสวยลงไปก่อนจะกระแทกปิดอย่างใส่อารมณ์ เหมือนกับว่านาฬิกาเรือนนั้นไม่สวยสำหรับเขาอีกแล้ว


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

 

เสน่หาทาสซาตาน      เสน่หาทาสซาตาน

 

ทดลองอ่าน E-Book ฟรี!


หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566


        แสดง 9 - 9
วันที่โพสต์ :  20 พ.ค. 2557 13:27    วันที่อัพเดท :   15 ม.ค. 2561 18:17    › จำนวนผู้เข้าชม 282596 คน
   › คะแนนโหวต 7083 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :