นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาทาสซาตาน (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 11 คู่หมั้น


11 

 คู่หมั้น

           ธีรพัฒน์พารถสปอร์ตคันหรูประจำกายเข้ามาจอดยังหน้าตึกใหญ่ของคฤหาสน์หลังงามที่เขาอยู่มาตั้งแต่เล็กจนโตอย่างคุ้นเคยสองขาแข็งแกร่งก้าวลงจากรถ พร้อมยื่นกุญแจให้ลุงสมปองที่มารอรับเพื่อนำรถไปเก็บเหมือนเช่นทุกวัน

สวัสดีครับคุณแม่วันนี้ไม่ออกไปไหนหรือครับธีรพัฒน์เอ่ยถามมารดาเมื่อเห็นว่านางนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก

โอ๊ย... ออกทุกวันก็ไม่ไหวลูกตั้งแต่สละตำแหน่งให้ธีร์ แม่ยังไม่ได้หยุดพักเลยถูกเชิญให้ไปโน่นไปนี่ไม่ได้หยุดวันนี้อยากอยู่คุยกับลูกชายสุดที่รักบ้าง

คุณหญิงเพ็ญพักตร์ยิ้มกว้างบอกลูกชายอย่างอารมณ์ดีเพราะวันนี้นางตัดสินใจแล้วว่าจะบอกสิ่งที่ต้องการให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้รู้

หือ... คุณแม่พูดเหมือนเราไม่ได้คุยกันอย่างนั้นแหละผมก็กลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านทุกวันนะครับ

ธีรพัฒน์ตอบมารดาอย่างสงสัยขณะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

วันนี้เขารู้สึกว่าแม่ของเขาดูแปลกๆไม่เหมือนทุกวันเพราะปกติในเวลาแบบนี้คุณแม่จะไปนั่งเล่นเดินเล่นในสวนหลังบ้านมากกว่าจะมานั่งรอเขาแบบนี้

ก็วันนี้แม่มีเรื่องสำคัญจะคุยกับลูก

มีอะไรหรือครับคุณแม่ธีรพัฒน์หันมามองมารดาอย่างตั้งใจ พร้อมกับวางแก้วน้ำที่เขาดื่มไปกว่าครึ่งลงบนโต๊ะ

ธีร์จำคุณน้ากมลวรรณเพื่อนแม่ได้ไหมลูกคุณหญิงเพ็ญพักตร์ถามลูกชายด้วยรอยยิ้ม

ธีรพัฒน์ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะนึกได้แล้วตอบมารดาออกไป

เอ... ใช่คนที่มาบ้านเราบ่อยๆหรือเปล่าครับ ที่เขาพาลูกสาวมาด้วย

ใช่จ๊ะ หนูมลไงธีร์จำน้องได้หรือเปล่า เมื่อก่อนน้องมาวิ่งเล่นกับธีร์ที่นี่ประจำนะ

อ่อครับ พอคุ้นๆครับคุณแม่ ตอนนั้นยังเด็กมากผมจำไม่ค่อยได้แล้วหละครับ” 

ธีรพัฒน์บอกมารดาเหมือนไม่ใช่เรื่องที่เขาควรจะสนใจก็แค่เพื่อนเล่นสมัยเด็ก

ตอนนี้น้องโตเป็นสาวแล้วนะทั้งสวยทั้งน่ารักทำงานเก่ง รุ่นเดียวกับหนูแพรเลขาของลูกนั่นแหละ... เขาเป็นเพื่อนรักกัน

คุณหญิงเพ็ญพักตร์ลองหยั่งเชิงบุตรชายแต่ก็ไร้วี่แววว่าคนตรงหน้าจะสนใจหรือว่าธีร์จะหลงเสน่ห์ยัยเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อคนนั้นจนเกิดคิดจะจริงจังขึ้นมานางไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่ๆผู้หญิงที่ไร้เหตุผลขาดสติและมีจิตใจโหดร้ายแบบนั้นนางไม่ยอมรับมาเป็นสะใภ้เด็ดขาด

ครับแล้วยังไงครับคุณแม่

แม้จะได้ยินมารดาพูดถึงหญิงสาวที่เป็นเพื่อนเล่นของเขาตอนเด็กๆแต่จิตใจของเขากลับคิดไปถึงหญิงสาวอีกคนที่แม่เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยผู้หญิงที่ทำให้หัวใจดวงแกร่งเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เธอ

แม่จะให้ธีร์หมั้นกับหนูมลคุณหญิงเพ็ญพักตร์พูดอย่างหนักแน่น

ห๊าอะไรนะครับคุณแม่ธีรพัฒน์ตกใจสุดขีดแทบไม่เชื่อว่ามารดาของเขาจะมีความคิดแบบนี้

แม่จะให้ธีร์หมั้นหมายกับหนูมลลูกสาวของคุณน้ากมลวรรณจ้ะคนเป็นมารดาบอกกับบุตรชายอย่างชัดเจนอีกครั้ง

ไม่ครับคุณแม่คุณแม่ก็รู้ว่าผมไม่อยากแต่งงาน

เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยในชีวิตเพราะเขาอยากมีชีวิตที่เป็นอิสระไม่ต้องผูกมัดกับใครทั้งนั้นแม้แต่เมธินีที่เคยมีอะไรกับเขา เขาก็ไม่เคยคิดจะแต่งงานด้วยซึ่งข้อนี้เจ้าหล่อนก็รู้ดีแล้วยอมรับมาโดยตลอด

แต่แม่สู่ขอจับจองกับฝ่ายนั้นเขาไว้ตั้งนานแล้วนะยังไงเราก็ต้องเป็นทองแผ่นเดียวกันกับเขา

อย่าบังคับผมเลยครับคุณแม่ยังไงผมก็ไม่หมั้นไม่แต่งอะไรทั้งนั้นแหละครับ

ธีรพัฒน์บอกมารดาเสียงแข็ง เขาพอจะจำเด็กน้อยผมเปียที่เขาหยอกล้อวิ่งเล่นสมัยเด็กๆได้ เธอดูน่ารักสดใส ผิวขาวอมชมพูนวลเนียน แพขนตาดกดำงอนงามเขาเคยยอมรับว่าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก แต่ยังไงเขาก็ให้เธอเป็นได้แค่น้องสาวจริงๆไม่เคยคิดเป็นอื่น

ธีร์ไม่เห็นใจแม่บ้างหรือไงนะแม่ก็อยากจะมีหลานไว้สืบสกุลของเราบ้าง ธีร์อย่าลืมนะลูกว่าธีร์เป็นลูกชายคนเดียวของแม่คนเป็นแม่พยายามหว่านล้อม

คำพูดของมารดาทำให้คนที่เป็นลูกชายเพียงคนเดียวนิ่งไปเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

ธีรพัฒน์ถอนหายใจออกมาด้วยความคิดที่หนักอึ้งจริงอยู่ที่เขาเป็นลูกชายคนเดียวการจะมีทายาทสืบสกุลก็ต้องเกิดมาจากเขาเท่านั้นแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อตอนนี้เขายังไม่คิดจะแต่งงานกับใครทั้งนั้น

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ภาพใบหน้าหวานของหญิงสาวที่รบกวนจิตใจของเขามาตลอดสองเดือนก็ฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิดเขายังจำกลิ่นกายที่หอมกรุ่นของเธอได้ดี มันยังติดแน่นอยู่ภายในใจและทุกลมหายใจของเขาจนยากจะลบเลือนถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงของเพื่อนเขา หรือผู้หญิงของผู้ชายหลายๆ คนอย่างที่เขาคิด บางทีเขาอาจจะพิจารณาเธอก็ได้

ว่าไงธีร์

เมื่อเห็นลูกชายเงียบไปและมีท่าทีอ่อนลงคนเป็นแม่จึงเอ่ยถามอีกครั้งเผื่อจะได้คำตอบที่นางพอใจ

ทางโน้นเขาทราบหรือยังครับเอ่อ... ผมหมายถึงน้องมลน่ะครับ

ธีรพัฒน์พยายามหาทางออกให้กับตัวเองอย่างใจเย็นอย่างน้อยถ้าฝ่ายนั้นไม่ยินยอมแต่งงานกับเขา หรือมีคนรักอยู่แล้วก็ยิ่งดี อะไรๆก็จะง่ายขึ้น

คุณวรรณจะบอกกับน้องคืนนี้แหละจ้ะ

ผมขอคุยกับน้องมลก่อนได้ไหมครับหากเป็นไปได้ผมอยากจะลองคบหาดูใจกับน้องสักระยะก่อนที่จะมีงานหมั้น

ธีรพัฒน์บอกมารดาเสียงเรียบแม้ภายในใจจะร้อนรุ่มดั่งเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างได้ในพริบตา

เอาอย่างนั้นก็ได้ลูกเพราะธีร์กับน้องไม่ได้เจอกันตั้งนานลองคบลองคุยทำความรู้จักกันอีกสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน

คุณหญิงเพ็ญพักตร์เห็นด้วยเพราะไม่อยากจะหักหาญน้ำใจของบุตรชายมากนักแค่ธีรพัฒน์ยอมคบหาดูใจกับผู้หญิงที่นางเลือกให้ก็นับว่าทำเพื่อนางมากแล้วที่เหลือก็คงขึ้นอยู่กับบุญวาสนาว่าทั้งสองคนได้ทำร่วมกันมาหรือเปล่า

งั้นผมขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับคุณแม่

ได้จ้ะ ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวเถอะลูกแล้วลงมาทานข้าวเย็นกันนะ

ครับ

ธีรพัฒน์รับคำมารดาแล้วลุกขึ้นก้าวเท้าไปยังบันไดเพื่อขึ้นไปห้องนอนของตัวเองด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

  

เมื่อเข้ามาภายในห้องชายหนุ่มเดินตรงไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำทันที เพื่อให้ความชุ่มฉ่ำของสายน้ำทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มอยู่ตอนนี้ได้ทุเลาลงบ้างเผื่อจะคิดหาทางออกที่ดีให้กับตัวเองได้

การที่เขาบอกมารดาขอคบหาดูใจกับพิชามลก่อนก็เพื่อเป็นการยืดระยะเวลาของการหมั้นหมายออกไปเขาจะได้มีเวลาคิดหาวิธีที่จะไม่ต้องแต่งงานได้ แต่ก็ยังไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้วยังไงเขาต้องลองคุยกับเธอดูก่อนว่าเธอเห็นด้วยกับการคลุมถุงชนครั้งนี้หรือไม่หากคิดในทางที่ดีเธออาจจะคิดกับเขาแค่พี่ชายก็ได้หรือถ้าจะให้ดีไปกว่านั้นเธออาจจะมีคนรักอยู่แล้วเขาจะได้มีหนทางที่จะช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนเรียบร้อยแล้วธีรพัฒน์เดินไปล้มตัวลงบนเตียงกว้างอย่างอ่อนล้า จู่ๆเขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันไปเปิดลิ้นชักหัวเตียงแล้วหยิบของสิ่งหนึ่งที่เขาเคยยัดมันลงไปอย่างไม่ใยดีเมื่อเดือนก่อนขึ้นมา

กล่องสี่เหลี่ยมที่บรรจุนาฬิกาเรือนสวยซึ่งเขาซื้อให้หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องมาเจ็บตัวเพราะความหึงหวงของเพื่อนสาวคนสนิทของเขาแต่ด้วยความโมโหที่เธอทำเป็นไม่สนใจใยดีกับเขาชายหนุ่มจึงเก็บมันไว้โดยยังไม่ได้มอบให้กับเธอที่สำคัญตอนนี้เขามีบางอย่างอยากจะถามเธอด้วย

มือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมากดเลื่อนหาเบอร์โทรของหญิงสาวที่เขาบังคับเอามาจากเธอวันนั้นเมื่อพบแล้วก็กดต่อสายเพื่อโทรออกทันทีรอฟังสัญญาณเพียงครู่กว่าหญิงสาวจะรับแต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่ามันนานเกินไปสำหรับเขา

สวัสดีค่ะ’ แพรวายืนมองโทรศัพท์ของตัวเองที่แผดเสียงร้องอยู่นานกว่าจะตัดสินใจกดรับ

ทำไมรับช้าจังมัวทำอะไรอยู่ห๊า! คนขี้โมโหตะคอกเสียงใส่อย่างหงุดหงิด

แพรอยู่ที่ระเบียงค่ะเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์

กินข้าวหรือยัง

แพรวาแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองว่าเจ้านายของเธอโทรมาหาเพื่อถามว่าเธอกินข้าวหรือยังเขาเพี้ยนหรือเปล่า

เอ่อ... แพรไม่ค่อยทานข้าวเย็นค่ะดื่มนมแค่นั้น

ต้องกินฉันจะซื้อเข้าไปให้’ ว่าจบคนออกคำสั่งก็วางสายไปเลย

ปล่อยให้หญิงสาวยืนตัวแข็งอ้าปากค้างเพราะคำพูดที่เตรียมจะคัดค้านคนเอาแต่ใจถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีที่อีกฝ่ายกดตัดสาย 

 

                เมื่อวางสายจากคนตัวเล็กธีรพัฒน์ก้าวขาลงจากเตียงแล้วตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดที่ดูสบายๆออกมาเปลี่ยนทันทีด้วยความรวดเร็วและไม่ลืมที่จะหยิบกล่องนาฬิกาเรือนสวยใส่ถุงแล้วหิ้วออกมาจากห้องด้วย

                “อ้าว ธีร์จะออกไปไหนเหรอลูก

                คุณหญิงเพ็ญพักตร์ทักบุตรชายเมื่อเห็นเขาเดินลงมาจากชั้นบนด้วยเสื้อผ้าที่พร้อมจะออกไปข้างนอก

                “ผมลืมไปว่านัดกับเพื่อนที่มาจากอเมริกาไว้น่ะครับ

                ธีรพัฒน์โกหกคำโตเพื่อตัดปัญหาคำถามมากมายของมารดา

                “จะมืดแล้วขับรถระวังๆ นะลูก แล้วก็อย่ากลับบ้านดึกนักล่ะคนเป็นแม่ไม่วายเป็นห่วงลูกชายสุดที่รัก

                “ครับคุณแม่ ผมไปละครับ” 

                ชายหนุ่มรับคำมารดาก่อนจะเดินไปขึ้นรถคันหรูของตัวเองแล้วขับออกไปยังจุดหมายที่เขาต้องการทันที

 

ณศูนย์การค้าชั้นนำย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวงเป็นศูนย์รวมของสินค้าแบรนด์เนมระดับเกรดเอทุกชิ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพและราคาสูงอย่างทองคำและเพชรก็รวมอยู่ในศูนย์การค้าแห่งนี้ด้วยรวมถึงร้าน กมลวรรณไดมอนด์ เพลส ซึ่งมีเจ้าของร้านที่แสนน่ารักและมากความสามารถถในการออกแบบลวดลายอัญมณีได้อย่างวิจิตรสวยงามไม่เหมือนใครก็อยู่ในที่แห่งนี้ด้วย

โทรศัพท์เครื่องจิ๋วแผดเสียงร้องหาเจ้าของที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาสนใจกับการออกแบบลวดลายสร้อยคอทองคำขาวฝังเพชรด้วยความตั้งใจมือบางวางดินสอลงก่อนจะหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูคิ้วทั้งสองขมวดมุ่นเมื่อเห็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยบนหน้าจอ แต่ก็ตัดสินใจกดรับ

สวัสดีค่ะ พิชามลค่ะ’ เสียงหวานแนะนำตัวเองก่อน เผื่อว่าปลายสายจะโทรผิด

ผมรู้แล้วครับว่าคุณชื่อพิชามลไม่งั้นผมคงไม่โทรมาหรอก’ ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน

คุณเป็นใครแล้วเอาเบอร์ฉันมาจากไหน’ เสียงหวานแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีที่ปลายสายเริ่มกวนประสาทเธอ

อ้าวก็คุณให้นามบัตรผมมาเอง จำกันไม่ได้แล้วหรือครับ ยัยหมวยปากจัด

แค่ได้ยินสรรพนามที่ปลายสายใช้เรียกเธอหญิงสาวก็รู้ทันทีว่าใคร

อ๊าย!... อะ อะ ไอ้

หยุดถ้าคุณยังคิดจะด่าผมอีกล่ะก็ ผมไม่ปราณีคุณแน่’ ทินกรทำเสียงขู่

และนายกล้าดียังไงมาว่าฉันปากจัดห๊ะ!’

ก็ได้ยินคุณแว๊ดๆ อยู่นี่ไงเล่าจะไม่ให้เรียกปากจัดได้ไง

และนายโทรมาทำไมมีธุระอะไรไม่ทราบ’ หญิงสาวชวนเข้าเรื่องด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น

ค่าเสียหายของผมไงตอนนี้ผมเอารถไปเข้าอู่มาเรียบร้อยแล้ว ก็เลยจะมาเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับคุณ

ก็วันนั้นฉันบอกแล้วไงว่าต่างคนต่างซ่อม คุณก็เคลียร์ของคุณเองสิ’ พิชามลกระแทกเสียงกลับไป

อ้าวคุณรู้งี้วันนั้นผมจูบคุณกลางถนนก็ดีหรอก ถ้ารู้ว่าคุณจะกลับคำแบบนี้น่ะ

ก็ได้ๆ  บอกมาสิว่าเท่าไร เอาเลขบัญชีมาฉันจะโอนเงินให้’ หญิงสาวบอกปัดเพื่อตัดความรำคาญ

อะไรกันคุณจะเอาเงินฟาดหัวกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ

เอ๊ะนี่นายจะเอายังไงกับฉันอีกห๊ะค่าซ่อมรถฉันก็จะจ่ายให้แล้วนี่ไง

ก็แค่ทานข้าวกับผมสักมื้อสองมื้อเป็นไงถือเป็นค่าทำขวัญ ส่วนเงินน่ะไม่ต้องโอนหรอก เดี๋ยวเราก็เจอกัน

ทินกรเสนออย่างเป็นต่อเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากจะเจอยัยหมวยปากจัดคนนี้นักหนา

ได้แต่ต้องเป็นวันอื่นนะ วันนี้ฉันไม่ได้เอารถมา’ หญิงสาวยังคงมีน้ำเสียงกระแทกกระทั้นอย่างขัดใจ

งั้นผมจะไปรับคุณก็แล้วกัน

เอ๊ะฉันบอกว่าวันอื่นไง’ คนถูกบังคับทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ

ผมไม่สนเพราะตอนนี้ผมอยู่หน้าร้านของคุณแล้ว

ห๊านะ นาย รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่ไหน’ 

หญิงสาวรีบกระวีกระวาดลุกจากโต๊ะแล้วเดินออกไปหน้าร้านทันทีเพื่อพิสูจน์ว่าคนปลายสายโกหกเธอหรือเปล่าแต่ก็ต้องตกใจเมื่อคนที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าร้านพอดีจะไม่ให้รู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่ไหนก็ในนามบัตรของเธอบอกเขาหมดแล้ว

พนักงานขายมองชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาในร้านด้วยแววตาปลาบปลื้มหลงใหลกับความหล่อเหลาขาวสูงของเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม

ทินกรกดวางสายทันทีที่เห็นหญิงสาวที่เขาโทรหาเดินออกมาจากห้องทำงาน

สวัสดีครับเราจะไปกันได้หรือยัง

นายมาทำไมพิชามลกัดฟันข่มเสียงต่ำ รีบเดินเข้าไปหาแขกไม่ได้รับเชิญทันที

อ้าว ผมก็มารับคุณไงเรามีนัดทานข้าวกันไม่ใช่หรือครับทินกรพยายามพูดเสียงดังเพื่อให้พนักงานในร้านได้ยิน

นี่นายจะเสียงดังทำไมเนี่ยหญิงสาวขึงตาใส่ชายหนุ่มตรงหน้า

จะดังกว่านี้ถ้าคุณไม่ไปกับผมดีๆชายหนุ่มได้ทีกระซิบเสียงขู่

ก็ได้ขอฉันเข้าไปเก็บของก่อน

เมื่อไม่มีทางปฏิเสธได้หญิงสาวจึงจำเป็นต้องไปกินข้าวกับผู้ชายที่เธอบอกว่าเขาไม่เป็นสุภาพบุรุษแม้จะไม่เต็มใจนักก็ตาม

 

ธีรพัฒน์เลือกซื้อกับข้าวที่เขาชอบเพียงสองสามอย่างขนม และผลไม้อีกสองสามชนิดที่คิดว่าผู้หญิงคงชอบกิน รวมทั้งนมสารพัดยี่ห้อและเบียร์อีกสามขวดสำหรับเขา

ชายหนุ่มหิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองมือชนิดที่ว่าเขาไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อนในชีวิตที่ผ่านมาคนตัวใหญ่พยายามยกมือที่หนักอึ้งด้วยข้าวของขึ้นมาเคาะประตูห้องพักของหญิงสาวที่เขาบอกว่าเกลียดเธอนักหนาอย่างใจเย็น

รอเพียงไม่นานคนตัวเล็กที่ตั้งท่ารอยู่ก่อนแล้วก็รีบมาเปิดประตูเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร

คุณมาทำไม” แพรวากระชากเสียงถามทันทีที่เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ

หลีกไป!ก็ฉันบอกแล้วไงว่าจะซื้อข้าวมาให้เธอกิน” 

ธีรพัฒน์บอกคนตัวเล็กที่ยังยืนขวางทางเข้าประตูก่อนจะปรายตามองการแต่งตัวของหญิงสาวที่ดูน่ารักน่าหยิกเสียจริง ไม่โป๊ ไม่หวือหวาแค่เสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นก็ทำให้เธอดูเหมือนเด็กกะโปโลแสนซนไร้จริตมารยาคนหนึ่งเท่านั้น

แพรบอกแล้วว่าไม่ทานแล้วคุณจะซื้อมาทำไมอีก

คนตัวเล็กบอกขณะหลบเลี่ยงเพื่อให้ชายหนุ่มที่หิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองมือเข้ามาในห้อง

ฉันต้องการให้เธอกินข้าว...กับฉัน!

คนตัวใหญ่หันมาบอกด้วยน้ำเสียงบังคับก่อนจะเดินตรงไปยังหลังห้องที่เขาคิดว่าต้องเป็นห้องครัว

แล้วคุณซื้อมาทำไมเยอะแยะคะ

แพรวาขมวดคิ้วมุ่นมองข้าวของที่ชายหนุ่มซื้อมาอย่างไม่ค่อยไว้ใจว่าเขาจะแค่มากินข้าวกับเธอเท่านั้น เมื่อเธอเหลือบไปเห็นขวดเบียร์สีเขียวเข้มสามขวดที่เขากำลังจับใส่ตู้เย็นอย่างหน้าตาเฉยก่อนจะหันมาออกคำสั่ง

จัดของใส่จานเสร็จแล้วก็ไปเรียกฉันด้วย

สั่งหญิงสาวเสร็จคนตัวใหญ่ก็หยิบถุงกระดาษที่มีของสำคัญอยู่ในนั้นแล้วเดินไปทางประตูห้องนอนของเธอ

นี่คุณ!...” 

คนตัวเล็กยังไม่ทันจะอ้าปากทักท้วงอะไรคนเอาแต่ใจก็หันมาชี้นิ้วขึงตาใส่ให้เธอหยุดพูด ก่อนที่เขาจะเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปอย่างกับเป็นเจ้าของห้องเสียเอง

หญิงสาวได้แต่ยืนกำมือแน่นด้วยความแค้นเคืองทำไมเขาไม่มีความเกรงใจเธอบ้างนะ นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป เอะอะก็สั่งก็ว่านี่เขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่

แพรวาต่อว่าคนเผด็จการวางอำนาจผิดที่อย่างนึกโมโหแล้วหันไปจัดแจงกับข้าวของที่เขาซื้อมาใส่จานให้เรียบร้อยตามคำสั่งของคนเอาแต่ใจที่หายเข้าไปในห้องนอนของเธออย่างไม่มีทีท่าว่าจะออกมาง่ายๆหากเธอไม่เดินไปเรียก ‘นี่เธอเป็นเลขาหรือข้าทาสรับใช้ของเขากันแน่เนี่ย’ คนตัวเล็กบ่นในใจก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องที่ชายหนุ่มหายเข้าไป

ทานข้าวค่ะคุณธีร์

รอเพียงไม่นานคนข้างในก็เปิดประตูออกมาด้วยเสื้อกล้ามกับกางเกงตัวเดิมของเขา

และเสื้อคุณล่ะคะเจ้าของห้องหันมาแหวใส่อย่างเอาเรื่อง

ร้อน!” ธีรพัฒน์บอกเพียงสั้นๆ แล้วก้าวเท้าไปยังโต๊ะอาหารที่อยู่ในห้องครัวทันที

แล้วของเธอล่ะชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นจานข้าวมีแค่ของเขาเพียงคนเดียว

แพรไม่ทานค่ะ

แพรวาบอกเสียงเรียบเตรียมจะก้าวเท้าออกไปจากตรงนี้แต่กลับโดนแขนแข็งแรงของชายหนุ่มฉุดรั้งไว้

จะนั่งลงและกินข้าวกับฉันดีๆหรือจะต้องให้ฉันป้อน แต่บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ป้อนเธออย่างเดียวแน่

ธีรพัฒน์ขู่เสียงเข้มใช้สายตาโลมเลียคนตัวเล็กอย่างหื่นกระหาย

คนบ้า! คนลามก!เอาแต่ใจเผด็จการ!...

คนตัวเล็กก่นด่าเสียงเบาก่อนจะหันไปหยิบจานชามของตัวเองแล้วมานั่งลงยังฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม

ถ้าเธอด่าฉันอีกคำเดียวไม่ต้องกินแน่ข้าวน่ะ ฉันจะให้เธอกินอย่างอื่นยันเช้าเลย

เสียงเข้มขู่จริงจังส่งผลให้คนตัวเล็กได้แต่ทำปากขมุบขมิบแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวตามคำสั่งของคนเอาแต่ใจ

ธีรพัฒน์นั่งมองหญิงสาวที่กำลังตักข้าวใส่ปากคำแล้วคำเล่าอย่างเพลิดเพลินไม่รู้ทำไมเขาถึงมีความสุขนักเวลาเห็นเธอกินข้าวที่เขาซื้อมาให้ 

แล้วคุณไม่ทานล่ะค่ะ

คนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินเงยหน้าขึ้นมาถามชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามกับเธอเมื่อเห็นว่าเขากินข้าวไปเพียงแค่สองสามคำและหลังจากนั้นก็ได้แต่นั่งมองเธอ

ไม่ละ ฉันอิ่มแล้วไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นให้หน่อยสิชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ สายตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่ทำหน้าเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาบอกเป็นเรื่องแปลกประหลาด

เชิญคุณกลับไปดื่มที่บ้านเถอะค่ะที่นี่คงไม่เหมาะ” 

แต่ฉันจะกินเดี๋ยวตามไปที่ระเบียงด้วยก็แล้วกัน ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ

สั่งหญิงสาวเสร็จสัพก็ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินไปที่ระเบียงโดยไม่สนใจคนที่กำลังทำท่าจะคัดค้าน แต่ในเมื่อเขามีเรื่องจะคุยกับเธอยังไงเธอก็ต้องตามใจเขาไปก่อน เมื่อเขาคุยธุระเสร็จจะได้รีบกลับไปสักที

แพรวาลุกขึ้นจากโต๊ะเก็บจานชามเพื่อรอล้างทำความสะอาดจากนั้นก็เดินไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นพร้อมกับแก้วน้ำ แล้วนำไปให้คนเอาแต่ใจที่ระเบียงห้อง

 

ธีรพัฒน์นั่งชื่นชมสวนดอกไม้เล็กๆที่เจ้าของห้องจัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงามเหมาะจะเป็นมุมพักผ่อนช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

นั่งก่อนสิฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ

ชายหนุ่มเอ่ยทักเมื่อเห็นหญิงสาวนำเบียร์มาวางให้แล้วทำท่าเหมือนกำลังจะเดินจากไป

คนตัวเล็กเมื่อได้ยินคำสั่งแม้จะขัดใจอยู่บ้างแต่ก็ต้องยอมนั่งลงเผื่อว่าเขาหมดเรื่องที่จะถามเธอแล้วจะได้กลับไปเสียที

พิชามลเป็นเพื่อนสนิทของเธอใช่หรือเปล่าเสียงเข้มถามขึ้น ขณะที่มือหนากำลังรินเบียร์ใส่แก้วอย่างใจเย็น

ค่ะ

แพรวาบอกเสียงเบา เธอจำได้ว่าครั้งหนึ่งเพื่อนสาวเคยพูดถึงธีรพัฒน์ให้ฟังว่าเขาเคยเป็นเพื่อนเล่นกับเพื่อนของเธอตอนเด็กๆ 

สนิทกันมากไหมคนตัวใหญ่ถามย้ำเพื่อความมั่นใจว่าเขาจะได้ข้อมูลที่ไม่ผิดเพี้ยน 

ก็สนิทค่ะ” 

แค่ไหน

คุณจะรู้ไปทำไมคะ

คราวนี้คนตัวเล็กทำท่าฮึดฮัดไม่เข้าใจว่าคนถามต้องการอะไรจากเธอกันแน่

ฉันถามก็ตอบมาเหอะน่า...อย่าเรื่องมาก

คนรอคำตอบทำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะยกแก้วเบียร์ในมือขึ้นดื่มระหว่างรอฟังคำตอบจากเธอ

พิชามลเป็นคนเดียวที่มีกุญแจสำรองห้องนี้คุณคิดว่าเราสนิทกันแค่ไหนล่ะคะ

น้ำเสียงกระแทกกระทั้นบอกชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก 

อืมก็นับว่าสนิทกันมาก แสดงว่าเธอก็ต้องรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับน้องมลสิธีรพัฒน์เปรยออกมาเบาๆ เหลือบตามองหญิงสาวที่ยังมีอาการงงๆ กับคำพูดของเขาอยู่

คำว่าน้องมลที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจขึ้นมาอย่างประหลาดทั้งๆ ที่เคยรู้มาบ้างว่าชายหนุ่มตรงหน้ากับเพื่อนของเธอเป็นเพื่อนเล่นกันตอนเด็กๆแต่ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจดวงน้อยต้องสั่นไหวแปลกๆ กับคำพูดของเขาด้วย

คุณต้องการจะถามอะไรกันแน่คะแพรวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง

ชายหนุ่มยกแก้วเบียร์ในมือขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะหันไปเอ่ยคำถามสำคัญที่เขาอยากรู้มากที่สุด

น้องมลมีแฟนหรือยังเขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

หือ... อะไรนะคะหญิงสาวแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองกับคำถามของคนตรงหน้า

ฉันถามว่าน้องมลเขามีคนรักเอ่อ... แฟน  อืม... เพื่อนชายอะไรทำนองนี้บ้างหรือเปล่า” 

เท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่มีค่ะ

แม้จะมีความสงสัยอยู่บ้างว่าเขาจะรู้ไปทำไมแต่เธอก็เลือกที่จะตอบตามความเป็นจริง

ห๊า!เธอไม่ได้โกหกฉันแน่นะแพรวาคนฟังได้ยินชัดเจนแต่เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

คำตอบของหญิงสาวทำให้คนที่กำลังกังวลกลับยิ่งเครียดมากกว่าเดิมตัวเลือกของทางออกที่เขาเคยหวังไว้ดับสูญไปหนึ่งข้อ อีกทางก็เหลือแค่ขอให้พิชามลคิดกับเขาเหมือนดั่งพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นเขาจะได้สบายใจและหาทางแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น

“แพรก็ทราบเท่านี้แหละค่ะถ้าหมดธุระแล้วก็เชิญคุณกลับไปได้แล้วค่ะ

เจ้าของบ้านออกปากไล่แขกเสียงเรียบ เขาบ้าหรือเปล่าจู่ๆก็มาถามว่าเพื่อนของเธอมีแฟนหรือยัง พอได้คำตอบก็มาทำหน้าไม่พอใจใส่เธออีก

คนตัวเล็กลุกขึ้นจากเก้าอี้กำลังจะเดินออกไปจากตรงนี้เพื่อส่งแขกแต่สองเท้าบอบบางต้องหยุดชะงักเมื่อแขนข้างหนึ่งถูกกระชากอย่างแรงจนเซถลาไปปะทะอกแกร่งของเขา

โอ๊ย! ปล่อยนะนี่คุณคิดจะทำอะไรคนตัวเล็กหันมาแหวใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ

เอะอะก็จะไล่ ทำไมห๊ะ!นัดผู้ชายคนไหนไว้ล่ะ คนอารมณ์ร้อนตะคอกใส่รู้สึกหงุดหงิดยิ่งขึ้นที่หญิงสาวตรงหน้าพยายามจะไล่ให้เขากลับ

ไม่เกี่ยวกับคุณ!ปล่อยแพรนะคะคุณธีร์

สองแขนบอบบางพยายามดิ้นรนให้หลุดจากมือหนาที่บีบรัดมากขึ้นจนคนตัวเล็กต้องนิ่วหน้าเพราะรู้สึกเจ็บ

ไม่ปล่อย!มือหนาของคนตัวใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นโอบกอดร่างเล็กเพื่อยืนยันคำพูด 

ธีรพัฒน์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพร้อมกับยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้หญิงสาวที่กำลังตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างนึกมันเขี้ยว จมูกโด่งคมสันกดลงที่พวงแก้มสวยทันทีที่คนตัวเล็กพยายามหันหน้าหนีจากสัมผัสของเขา

อย่าค่ะคุณธีร์คนในอ้อมกอดแข็งแกร่งเอ่ยเสียงเบาพยายามห้ามใจไม่ให้หวั่นไหวไปกับชายหนุ่มอีก

ไม่ทันแล้วแพรวาเธอทำให้ฉันอดใจไม่ไหวจริงๆธีรพัฒน์กระซิบเสียงพร่าก่อนที่ปากหนาจะเข้าครอบครองเรียวปากบางอวบอิ่มเพื่อปิดเสียงคัดค้านของคนในอ้อมกอดอย่างหิวกระหายโหยหา และเรียกร้องการตอบสนองจากร่างบางในอกแกร่ง กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆจากปากหนาทำให้รสจุมพิตวาบหวามยิ่งขึ้น เรียวลิ้นแข็งแกร่งเกี่ยวกระหวัดตอดรัดลิ้นเล็กๆอย่างชำนาญ คนตัวเล็กในวงแขนแกร่งสั่นน้อยๆ กับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อนแข้งขาไร้เรี่ยวแรงจะหยัดยืนสองมือบางเอื้อมไปโอบรอบคอของชายหนุ่มไว้เพื่อเป็นที่ยึดเกาะการตอบสนองที่เงอะงะของคนในอ้อมกอดทำให้เจ้าของอกแกร่งครางฮือออกมาด้วยความพอใจเขายอมรับว่าหลงใหลความหอมหวานจากเรียวปากบางอวบอิ่มนุ่มนิ่มของเธอจริงๆ

ธีรพัฒน์จูบหญิงสาวเนิ่นนานจนพอใจจึงถอนริมฝีปากออกด้วยความเสียดายพร้อมกับดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดแนบอกแกร่งไว้แน่นก่อนจะเอ่ยปาก

ดูเหมือนร่างกายของเธอจะไม่ปฏิเสธฉันอย่างปากว่านะ

คนเอาแต่ใจหัวเราะในลำคอกระซิบบอกอย่างผู้มีชัยก่อนจะผละออกจากหญิงสาวแล้วเดินหายเข้าไปในห้องของเธอเพื่อหยิบเสื้อที่เขาถอดไว้มาใส่ให้เรียบร้อย 

เท้าหนาหยุดชะงักเมื่อเห็นคนตัวเล็กยังยืนอยู่ที่เดิมมีน้ำใสๆไหลรินอาบสองแก้มนวล ทำให้หัวใจดวงแกร่งกระตุกวูบทันทีที่เห็นน้ำตาของเธอ

อย่าร้องไห้อีกแพรวาเพราะน้ำตาของเธอทำให้ฉัน... ไม่ชอบ

เขาเกือบจะพูดออกไปว่าน้ำตาของเธอทำให้เขาไม่สบายใจและรู้สึกผิดทุกครั้งแต่เขาก็เลือกที่จะเก็บไว้ 

บอกเสร็จคนตัวใหญ่ก็ก้าวเท้าออกจากห้องทันทีทิ้งให้คนตัวเล็กยืนเคว้งด้วยความรู้สึกสับสนผิดหวังในตัวเองที่หลงเคลิบเคลิ้มไปกับเขาอีกจนได้ทำไมหัวใจของเธอไม่แข็งแกร่งกว่านี้นะ

 

                ร้านอาหารหรูบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยาสองหนุ่มสาวที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันและมีปากมีเสียงถกเถียงกันอยู่ตลอดเวลาขณะนั่งรับประทานอาหารแต่ก็นับว่าเป็นการสร้างสีสันและเสียงหัวเราะเบาๆ ให้กับคนรอบข้างได้ไม่น้อยสำหรับความน่ารักของคนทั้งคู่

                “นี่คุณ ไหนละค่าซ่อมรถที่ฉันต้องจ่ายน่ะ เร็วๆ เข้าฉันจะได้รีบกลับพิชามลบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าเมื่อเห็นว่าเขารวบช้อนและยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

                “เดี๋ยวสิครับคุณ ใจคอจะไม่ให้ผมหายใจเลยหรือไง

                “คุณก็นั่งหายใจอยู่นี่ไง ไม่งั้นคงนอนชักดิ้นชักงอไปแล้วหละคนตัวเล็กว่าพลางทำตาปะหลับปะเหลือกใส่ชายหนุ่มอย่างนึกหมั่นไส้

                “แหม่ ปากอย่างนี้มันน่ากัดให้เลือดกลบจริงๆ

                ทินกรพูดพลางยกมือหนาขึ้นลูบไล้ริมฝีปากของตัวเองพร้อมทั้งส่งสายตาคมจับจ้องไปที่เรียวปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มของหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

                “จะบ้าเหรอ เป็นหมาหรือไงนายน่ะคนตัวเล็กแหวใส่รีบยกมือบางขึ้นปิดปากตัวเองแน่นก่อนจะนึกต่อว่าชายหนุ่มในใจ เขาบ้าหรือเปล่าจู่ๆจะมากัดปากเธอ

                “เมื่อกี้ผมหมายถึงขอนั่งพักก่อนได้ไหม เพิ่งทานข้าวเสร็จจะรีบไปไหน

                “มืดค่ำแล้วฉันจะรีบกลับบ้านคนรีบกลับทำเสียงฮึดฮัดขัดใจ

                “ค่าซ่อมรถน่ะ คุณไม่ต้องจ่ายให้ผมหรอกแค่มาทานข้าวกับผมทุกครั้งที่ต้องการก็พอจู่ๆชายหนุ่มก็ชิงเปลี่ยนเรื่องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

                “ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ ก็ในเมื่อฉันยอมจ่ายให้คุณแล้วไง

                “ก็ผมไม่ต้องการให้คุณจ่ายค่าซ่อมรถเป็นเงินแต่ต้องการให้จ่ายเป็นเวลาว่างของคุณไงครับ

                “นี่คุณมันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ ฉันไม่ว่างนักหรอกนะ

                “ถึงเวลาที่ผมต้องการคุณก็ว่างเองนั่นแหละน่า...

                ชายหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์จ้องมองหญิงสาวที่นั่งหน้างอหงิกด้วยความไม่พอใจแต่ก็ยังดูน่ารักน่าหยิกสำหรับเขาอยู่ดี

                ระหว่างที่ทั้งสองกำลังถกเถียงกันอยู่นั้นมีเด็กชายตัวน้อยหิ้วตะกร้าที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบหลากหลายสีมายืนตรงหน้าชายหนุ่มที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี

                “พี่ๆ ไม่ซื้อดอกไม้ให้แฟนหน่อยเหรอครับเสียงน้อยๆบอกชายหนุ่มอย่างออดอ้อน

                “หือ... เอาสิ เลือกสวยๆ ให้ดอกนึงละกันทินกรมองดอกไม้ในตะกร้าแล้วปรายตามองหญิงสาวฝั่งตรงข้ามที่นั่งหน้างอทำท่าไม่รู้ไม่ชี้จมูกนั้นเชิดรั้นอย่างนึกมันเขี้ยวจนน่าหยิก

                “แฟนพี่ส๊วย สวยเด็กน้อยกระซิบบอกชายหนุ่มก่อนจะยื่นดอกกุหลาบสีสวยในมือให้เขา

                “ขอบใจ ไม่ต้องทอนนะมือแกร่งรับดอกไม้มาถือไว้พร้อมยื่นธนบัตรสีแดงไปให้

                หลังจากเด็กขายดอกไม้เดินจากไปแล้วทินกรหันมามองหญิงสาวที่ยังทำหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับด้วยความขบขันพร้อมยื่นดอกกุหลาบสีสวยในมือให้เธอ

                “อะไรฉันไม่ได้ไปหายัยแพรนะ ฉันจะกลับบ้านหญิงสาวหันมาแหวใส่เพราะคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะฝากดอกไม้ไปให้แพรวาเพื่อนของเธอเหมือนคราวก่อนที่เขาให้เธอถือช่อดอกไม้ไปให้แพรวา

                “ผมให้คุณ ไม่ได้ให้คุณแพรสักหน่อย... รับไว้สิ

                “ฉันไม่ใช่แฟนคุณนะ

                “ผมก็ไม่ได้ให้คุณในฐานะแฟนนี่ครับ แค่อยากจะให้เฉยๆชายหนุ่มบอกยิ้มๆ ส่งสายตาวิบวับมองหญิงสาวอย่างสื่อความหมายลึกซึ้งจนปิดไม่มิด

                “ก็ได้... ใช่ว่าฉันอยากจะได้หรอกนะ แต่ไหนๆคุณก็ซื้อมาแล้วฉันจะรับไว้ก็แล้วกัน

                น้ำเสียงที่แข็งกระด้างแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเล็กน้อยมือบางเอื้อมไปรับดอกไม้จากชายหนุ่มมาถือไว้ในมือก่อนจะก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเขินอายเอาไว้

                “งั้นเรากลับกันเลยนะครับ

                ทินกรบอกหญิงสาวเมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้น้อยๆเขาจึงหันไปเรียกพนักงานมาเช็คบิลค่าอาหาร

                เมื่อเรียบร้อยแล้วทั้งสองจึงเดินออกมาจากร้านชายหนุ่มเตรียมจะเปิดประตูรถให้หญิงสาวเข้าไปนั่งแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าอยู่เบื้องหลังเพราะคนที่เขาคิดว่าเดินตามมานั้นหนีขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรอผู้โดยสารอยู่หน้าร้านไปแล้ว

                ชายหนุ่มเหลือบเห็นคนตัวเล็กในรถแท็กซี่โบกมือแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาอย่างยียวนก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวไกลออกไป

                “ฮึ่ยฝากไว้ก่อนเถอะยัยหมวยแสบเธอหนีฉันไม่รอดหรอก

                ทินกรกระฟัดกระเฟียดอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะยิ้มออกมาเต็มวงหน้าเมื่อนึกถึงคนตัวเล็กที่พยายามซ่อนความเขินอายตอนที่ได้รับดอกไม้จากเขาแม้เธอจะพยายามหลบแต่เขาก็ยังเห็นรอยยิ้มขัดเขินของเธอได้ชัดเจนอยู่ดี

 

                พิชามลเดินเข้ามาในบ้านอย่างเงียบๆเธอคิดว่าป่านนี้คุณนายกมลวรรณแม่ของเธอคงขึ้นห้องไปแล้วเพราะปกติท่านจะขึ้นห้องไปสวดมนต์ทันทีหลังจากทานอาหารเย็นแต่ก็ต้องแปลกใจที่วันนี้ผู้เป็นมารดายังนั่งดูทีวีอยู่ภายในห้องรับแขกเหมือนกับว่ากำลังรอใครบางคน

                สวัสดีค่ะคุณแม่ยังไม่ขึ้นห้องอีกหรือคะหญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดมารดาอย่างเอาใจ

                อ้าวมาแล้วเหรอลูกสาวของแม่วันนี้ทำไมกลับค่ำจังล่ะลูกคุณนายกมลวรรณถามบุตรสาวด้วยความห่วงใย

                มลไปทานข้าวกับเพื่อนมาค่ะเลยกลับค่ำไปหน่อย แล้วพี่วิทล่ะคะคุณแม่

                พิชามลผละออกจากอ้อมกอดอบอุ่นของมารดาหันซ้ายแลขวาหาพี่ชายสุดที่รักของเธอ

                พี่เขาเข้าเวรกว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้เช้า

                อ่อค่ะมลก็คิดว่าคุณแม่มารอพี่วิทซะอีก

                หืม แม่รอเรานั่นแหละคุณนายกมลวรรณลูบศีรษะของลูกสาวอย่างเอ็นดู

                อ้าวคุณแม่มีอะไรจะคุยกับมลหรือคะ น่าจะโทรบอกก่อนมลจะได้รีบกลับมาเร็วๆ

                พิชามลตอบมารดาเสียงหวานนึกแปลกใจที่วันนี้แม่ของเธอดูแปลกๆ

                ก็ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรหรอกลูกตอนแรกแม่ก็ยังไม่แน่ใจ แต่คิดไปคิดมาบอกลูกให้รู้เลยคงดีกว่า

                น้ำเสียงราบเรียบอบอุ่นของคนเป็นแม่บอกลูกสาวสุดที่รักอย่างใจเย็น

คุณแม่มีอะไรจะบอกมลหรือคะพิชามลขยับออกมาเพื่อรอฟังสิ่งที่มารดาจะบอก

แม่จะให้ลูกหมั้นหมายกับคุณธีรพัฒน์ลูกชายของคุณป้าเพ็ญจ้ะ

อะไรนะคะคุณแม่คุณแม่จะให้มลหมั้นกับพี่ธีร์!”

คนเป็นลูกตกใจอ้าปากค้างไม่คิดว่าแม่ของเธอจะมีความคิดแบบนี้ นี่มันสมัยไหนกันแล้ว ไม่ใช่สมัยก่อนที่คู่ครองครอบครัวจะมาจากการคลุมถุงชนของพวกผู้ใหญ่

เธอยังจำพี่ชายที่น่ารักของเธออีกคนได้ดีตอนเด็กๆ เธอมักจะวิ่งเล่นกับเขาบ่อยๆเพราะพี่ชายของเธอไปอยู่กับบิดาที่เมืองนอกตั้งแต่เธอยังเล็กๆด้วยพ่อแม่ของเธอแยกทางกัน เธอจึงมีธีรพัฒน์คอยดูแลเหมือนเป็นพี่ชายอีกคนในตอนนั้นและจนถึงตอนนี้ความรู้สึกของเธอที่มีต่อธีรพัฒน์ก็ยังเหมือนเดิม 

ใช่จ้ะลูกคุณป้าเพ็ญเขามาเจรจาขอหนูกับแม่ไว้นานแล้วตั้งแต่พี่เขายังอยู่เมืองนอกว่าเราจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน

คุณนายกมลวรรณอธิบายกับลูกสาวสุดที่รักเสียงนุ่ม

แต่มลไม่ได้รักพี่ธีร์แบบนั้นนะคะคุณแม่มลคิดกับเขาเหมือนพี่ชาย เหมือนอย่างพี่วิทน่ะค่ะ ไม่เคยคิดเป็นอื่น

ตอนนี้มลยังไม่มีใครใช่ไหมลูก

คำถามของมารดาทำให้บุตรสาวเพียงคนเดียวนิ่งอึ้งหัวใจดวงน้อยพลันคิดถึงผู้ชายที่เธอไม่ชอบหน้าแต่กลับทำให้เธอคิดถึงเขาได้ตลอดเวลานายผู้ชายเฮงซวยไม่เป็นสุภาพบุรุษคนนั้น

ว่ายังไงลูกทำไมเงียบไป

อะ เอ่อ ไม่มีค่ะไม่มี มลยังไม่มีใครพิชามลอึกอักตอบมารดาอย่างไม่เต็มเสียงนัก

งั้นก็ยิ่งดีเพราะพี่เขาจะขอคบหาดูใจกับหนูสักระยะก่อนที่จะมีงานหมั้นเกิดขึ้น หนูจะว่ายังไง

หือพี่เขาบอกแบบนั้นหรือคะหญิงสาวชักไม่แน่ใจว่าคนที่เธอไม่ได้คิดอะไรด้วยนั้นเขาจะคิดเหมือนเธอหรือเปล่าแล้วทำไมเขาถึงไม่ปฏิเสธแทนการยอมคบกับเธอ ทั้งๆที่เขาก็มีผู้หญิงใจร้ายคนนั้นที่ตามหึงหวงเขาจนเพื่อนของเธอได้รับบาดเจ็บอยู่แล้วทั้งคนแค่เลขายังโดนขนาดนั้น และเธอล่ะจะเป็นยังไง หากผู้หญิงคนนั้นรู้เข้าว่าเธอเป็นคู่หมั้นของพี่ธีร์พิชามลคิดอย่างนึกหวาดหวั่น

ใช่ พี่เขาบอกแบบนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เขาจะโทรไปคุยด้วย แม่ให้เบอร์ของหนูกับพี่เขาไปแล้ว

อ่อ เอ่อ ค่ะๆพิชามลตอบรับมารดาอย่างมึนงงเพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มเพล์บอยเจ้าสำราญจะยอมสละโสดแต่งงานง่ายๆแถมคนที่แต่งด้วยยังเป็นคนที่ผู้ใหญ่หามาให้อีกไม่น่าเชื่อว่าคนเอาแต่ใจแบบนั้นจะยอมทำตามคำบัญชาของใครได้แสดงว่าเขาต้องมีแผนอะไรแน่ๆ ยังไงเธอต้องลองคุยกับเขาดูก่อน

งั้นมลขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะคุณแม่หญิงสาวบอกมารดาเสียงเบา

เมื่อได้คำตอบจากมารดาเป็นการพยักหน้าน้อยๆอย่างเอ็นดู สองเท้าบอบบางจึงรีบก้าวขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เธออยากคุยกับพี่ชายสุดที่รักของเธอมากกว่าใครเผื่อว่าจะได้คำแนะนำดีๆ บ้าง อย่างน้อยพี่วิทก็ต้องเข้าข้างเธอแน่ๆหากผู้ชายที่จะมาเป็นน้องเขยของเขาเป็นคนที่เขาไม่เห็นด้วย เธอเชื่อว่าพี่วิทของเธอจะต้องคัดค้านอย่างแน่นอน


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

 

เสน่หาทาสซาตาน      เสน่หาทาสซาตาน

 

ทดลองอ่าน E-Book ฟรี!


หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566


        แสดง 12 - 12
วันที่โพสต์ :  20 พ.ค. 2557 13:27    วันที่อัพเดท :   16 ก.ค. 2561 12:10    › จำนวนผู้เข้าชม 290603 คน
   › คะแนนโหวต 7559 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :