นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ลิขิตรักคำสั่งวิวาห์ (NC18+ หวานๆ)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 10 คนดื้อ


10 
คนดื้อ

 

            วิทยาตื่นขึ้นมาในเวลาปกติเมื่อหันไปมองหญิงสาวข้างๆ ก็พบว่าเธอยังนอนหลับตาพริ้มอยู่ ชายหนุ่มจึงค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนของเธอเพื่อเป็นการวัดอุณหภูมิก่อนจะอมยิ้มออกมาน้อยๆ เมื่อเธอไม่มีไข้แล้ว จากนั้นจมูกโด่งก็เลื่อนลงไปกดหนักๆที่แก้มนุ่มพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าไปฟอดใหญ่อย่างนึกมันเขี้ยว

            เมื่อทักทายหญิงสาวจนพอใจแล้วหมอหนุ่มก็ก้าวขาลงจากเตียงแล้วเดินอ้อมมาอีกฝั่งมือแกร่งจัดการดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมให้ร่างบางอีกที ก่อนจะก็เดินหันหลังออกไปจากห้องเพื่อเตรียมตัวไปทำงานแต่หารู้ไม่ว่า หลังจากชายหนุ่มออกไปเพียงไม่นานหญิงสาวที่เขาเพิ่งห่มผ้าให้ก็งัวเงียตื่นขึ้นมาและก็รีบลุกเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองเพื่อจะออกไปทำงานด้วยเหมือนกัน

            ไม่นานหมอหนุ่มที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยก็กลับเข้ามาในห้องของหญิงสาวอีกครั้งเมื่อก้าวเข้ามาถึงกลางห้องคิ้วหนาก็ขมวดเป็นปมทันทีเพราะไม่เห็นร่างบางที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงร่างสูงจึงมองไปยังห้องน้ำแล้วทำท่าจะเดินเข้าไป แต่ยังไม่ทันขยับตัวหญิงสาวที่เขาตามหาก็เปิดประตูออกมาพอดี

            “ทำอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถามหญิงสาวที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำทันทีเมื่อเห็นเธอก้าวออกมาจากห้องน้ำ

            “อะ อาบน้ำไงก็อรหายป่วยแล้ว เมื่อคืนคุณยังบอกเลยว่าเช้านี้ให้อาบน้ำได้” อรณิชาตอบตะกุกตะกักเพราะตกใจที่เปิดประตูออกมาก็เจอชายหนุ่มยืนทำหน้าดุๆใส่

            “ผมไม่ได้ว่าเรื่องอาบน้ำแต่ที่ถามเนี่ย... คุณจะอาบน้ำไปไหนแต่เช้า” วิทยาถามพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวเรื่อยๆ

            “ก็ไปทำงานน่ะสิถามมาได้” คนตัวเล็กบอกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆแขนเรียวยกขึ้นมากอดอกไว้แน่นแล้วก้าวถอยหลังไปทีละน้อย

            “ใครอนุญาตให้คุณไป”คนถามยังคงก้าวตามหญิงสาวไปเรื่อยๆ จนร่างบางแนบชิดไปกับผนังห้องอีกด้าน

            “ไม่เห็นต้องมีใครอนุญาตเลยอรหายป่วยแล้วก็ไปทำงานได้ตามปกติสิ” อรณิชาเชิดหน้าบอกกับชายหนุ่มอย่างดื้อรั้นแม้ภายในใจจะหวั่นไหวไม่น้อยเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้

            “ผมไม่ให้ไป...วันนี้หยุดพักผ่อนอีกหนึ่งวัน”หมอหนุ่มออกคำสั่งพร้อมทั้งยกลำแขนแกร่งขึ้นมายันกับผนังห้องเพื่อกักตัวหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนอีก

            “เอ๊ะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งอรนะ” คนห่วงงานตวัดเสียงเขียว

            “แต่ผมจะสั่ง...แล้วก็ห้ามขัดด้วย” เสียงเข้มบอกอย่างชัดเจนแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนจมูกโด่งคมสันแทบจะชนกับหน้าผากเนียน

            “อรขอไปทำงานไม่ได้หรือคะอรหายป่วยแล้วจริงๆ” คนตัวเล็กเริ่มเปลี่ยนท่าทีเป็นออดอ้อนเสียงหวานเผื่อว่าชายหนุ่มจะยอมปล่อยเธอไป

            “ไม่ได้ครับ...หายแล้วก็ต้องพักผ่อนอีกหนึ่งวัน อาการไข้จะได้ไม่กลับมาอีก” เมื่อเธอพูดกับเขาดีๆเขาก็จะพูดกับเธอด้วยเหตุผลดีๆ เช่นเดียวกัน ดังนั้น เสียงที่เปล่งออกมาจากปากหยักสวยของหมอหนุ่มจึงมีแต่ความนุ่มนวลไพเราะและแฝงไปด้วยความห่วงใย

            “อย่าดื้อสิครับ”คนตัวโตย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวยังเงียบดวงตาคมจับจ้องที่กลีบปากอิ่มสวยของเธออย่างหลงใหล ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆก้มลงไปหมายจะช่วงชิงลิ้มรสความหอมหวานจากเรียวปากบางตรงหน้าแต่ยังไม่ทันจะแตะลงไปเสียงหวานก็ขัดขึ้นมาทันที

            “กะ ก็ได้ค่ะอรไม่ไปก็ได้ค่ะ” อรณิชาละล่ำละลักบอกมือบางรีบยกขึ้นมายันกับแผงอกกว้างของชายหนุ่มเอาไว้พร้อมทั้งเบี่ยงหน้าหลบจุมพิตของเขาที่เริ่มใกล้เข้ามาจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

            อาการหวาดกลัวของคนตัวเล็กทำให้หมอหนุ่มยิ้มกริ่มแล้วหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ

            “หวังว่าคุณจะไม่โกหกผมนะเพราะถ้าหากเป็นอย่างนั้น ผมคงต้องปราบคนดื้อด้วยวิธีของผม” สิ้นคำขู่จมูกโด่งก็กด ลงไปที่พวงแก้มนุ่มทันทีอย่างหนักๆ เน้นๆแล้วบดขยี้ต่อไปอีกด้วยความมันเขี้ยว

            “นี่! ก็อรบอกไม่ไปแล้วไง ทำไมยังจะ...”อรณิชาโวยวายเสียงสั่น พร้อมทั้งหันหน้ามามองชายหนุ่มตาขวาง

            “ก็เตือนไว้ก่อนไงครับคุณจะได้รู้ว่าผมไม่ได้ทำเป็นแค่ขู่อย่างเดียว” วิทยาบอกยิ้มๆแล้วปล่อยหญิงสาวให้เป็นอิสระ จากนั้นก็หันหลังทำท่าจะเดินออกไป แต่ไม่วายหันกลับมาออกคำสั่งกับหญิงสาวอีก

            “ไหนๆ ก็อาบน้ำแล้วลงไปทานอาหารเช้าพร้อมกับผมเลยก็แล้วกัน จะได้กินยาแล้วนอนพัก”ว่าจบก็ขยับเท้าก้าวต่อไปที่ประตู

            “ชิ! เผด็จการ เอาแต่ใจ นึกจะสั่งก็สั่ง”คนตัวเล็กเบ้ปากแลบลิ้นใส่ข้างหลังของชายหนุ่ม

            “อรณิชา...ผมได้ยินนะ” ร่างสูงหยุดเดินแล้วพูดเสียงดุโดยไม่ได้หันกลับมามอง

            “ค่ะๆจะแต่งตัวแล้วรีบตามลงไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะเจ้านาย” เสียงหวานประชดประชันกลับพร้อมทั้งทำท่าถอนสายบัวเยอะๆ อย่างล้อเลียน แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้หันมามองตรงๆแต่เขาก็เหร่มองด้วยหางตา จึงได้เห็นกิริยาอันน่ารักน่าหยิกของเธอริมฝีปากหยักสวยจึงผุดรอยยิ้มชอบใจ พร้อมทั้งนึกต่อว่าหญิงสาวไปด้วย ขยันทำน่ารักเข้าไป... เอาให้พอ ยัยตัวแสบ จากนั้นหมอหนุ่มก็เดินออกไปจากห้องเพื่อลงไปรอหญิงสาวที่โต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดี

 

            อรณิชาลงมาข้างล่างด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆจากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับชายหนุ่มเจ้าของบ้านและกินยาตามที่เขาจัดไว้ให้เรียบร้อยแล้วร่างบางก็เดินขึ้นไปบนห้องทันทีโดยไม่สนใจจะพูดคุยกับชายหนุ่มร่วมโต๊ะเลยสักนิด

            วิทยาส่ายหน้าน้อยๆเหลือบมองคนตัวเล็กที่กระแทกเท้าปึงปังขึ้นไปบนห้องเหมือนคนถูกขัดใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าคนเป็นพี่เลี้ยงที่ส่งยิ้มจืดเจือนมาให้เพราะละอายในการกระทำของนายสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือ

            “ผมบอกให้หยุดพักผ่อนอีกหนึ่งวันน่ะเธอคงไม่ค่อยพอใจเท่าไร”หมอหนุ่มบอกขณะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินตรงไปที่ประตูบ้าน

            “คุณหนูอรคงห่วงงานน่ะค่ะ”ชื่นเปรยเสียงอ่อนแล้วเดินตามหลังเจ้านายหนุ่มออกไปจนถึงรถของเขา

            “ผมก็เข้าใจนะแต่อยากให้เธอพักผ่อนให้หายดีก่อน และผมก็สั่งห้ามไม่ให้เธอออกไปไหนด้วยพี่ชื่นช่วยดูให้ผมหน่อยก็แล้วกันนะครับ”วิทยาบอกสาวใช้เสียงเข้มก่อนจะเปิดประตูรถแล้วก้าวเข้าไปนั่งประจำที่

            “ค่ะคุณหมอ” ชื่นก้มหน้ารับคำสั่งอย่างไม่ค่อยไม่มั่นใจเพราะรู้ดีว่าหากนายสาวจะไปจริงๆ เธอจะฉุดรั้งไว้ได้อย่างไรกัน

            หลังจากชายหนุ่มเจ้าของบ้านขับรถออกไปแล้วชื่นก็เดินกลับเข้ามาในบ้านเพื่อช่วยสาวใช้รุ่นน้องเก็บโต๊ะอาหารแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นคนที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปไหนเดินลงบันไดมาด้วยชุดทำงานทะมัดทะแมงเหมือนอย่างเคย

            “ว๊าย! คุณหนูอร จะไปไหนคะ” คนเป็นพี่เลี้ยงร้องลั่นด้วยความตกใจรีบเข้าไปคว้าข้อมือบางของนายสาวเอาไว้ไม่ให้เธอเดินพ้นออกไปจากประตูบ้านได้

            “ไปทำงานน่ะสิใครจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ กัน” อรณิชาหันมาตอบเสียงเรียบเหมือนเป็นเรื่องปกติเธอแค่แกล้งรับปากให้คนออกคำสั่งตายใจเท่านั้นแหละเพราะเธอคิดเอาไว้แล้วว่าจะกลับขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วโทรเรียกแท็กซี่ให้เข้ามารับตามเวลาที่กำหนดไว้

            “ไม่ได้นะคะเกิดคุณหมอรู้เข้า มีหวังพี่ชื่นตายแน่ๆ เลยค่ะ” ชื่นละล่ำละลักบอกปากคอสั่นหากเจ้านายหนุ่มรู้เข้าละก็เธอจะโดนดุและไม่แน่ว่าอาจจะโดนส่งกลับไปบ้านเรือนไทยอีกด้วยโทษฐานที่ขัดคำสั่ง และไหนจะเรื่องที่เธอให้แขกขึ้นไปบนห้องนอนของนายสาวอีกคิดแล้วก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที

            “พี่ชื่นก็อย่าบอกเขาสิคะ”คนเอาแต่ใจพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

            “แล้วถ้าเขาโทรมาที่บ้านจะขอคุยกับคุณหนูล่ะคะ”พี่เลี้ยงสาวถามอย่างเป็นกังวล

            “ก็บอกว่าอรหลับอยู่เขาคงไม่ให้พี่ชื่นขึ้นไปปลุกอรหรอกค่ะ” อรณิชายังคงดื้อดึง

            “จะดีหรือคะคุณหนู”ชื่นทำท่าคิดหนัก

            “ดีค่ะ ดีมากๆ ด้วยงั้นอรไปละค่ะ” เสียงหวานรีบร้อนบอก ก่อนจะเดินลิ่วไปที่ประตูบ้านทันทีเพราะเห็นว่ารถแท็กซี่ที่โทรจองเอาไว้มาจอดรอที่หน้าประตูรั้วแล้ว

            “ดะเดี๋ยวค่ะคุณหนู คุณหนูอร... ตอนเย็นกลับบ้านให้ทันก่อนคุณหมอจะมานะคะ”ชื่นกำชับอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

            “ค่ะพี่ชื่น”หญิงสาวรับคำก่อนจะวิ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว

            ชื่นยืนมองนายสาวจนรถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไปแล้วเธอจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยอาการเหนื่อยอ่อนภายในใจได้แต่ภาวนาขอให้หญิงสาวที่หนีออกไปทำงานนั้นกลับมาทันก่อนคนออกคำสั่งก็พอไม่งั้น จะโดนดุทั้งนายทั้งบ่าว เฮ้อ...คุณหนูนะคุณหนู ทำให้พี่ชื่นลำบากใจอีกแล้ว

 

            ไม่นานรถแท็กซี่ก็พาอรณิชามาส่งที่หน้าอาคารคีตาพิพัฒน์ซึ่งเป็นที่ทำงานของเธอ เมื่อจ่ายค่าแท็กซี่เรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็รีบวิ่งเข้าไปในอาคารแล้วตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ทันทีเพื่อขึ้นไปยังแผนกที่เธอทำงานอยู่

            “ก้อย...”อรณิชาเรียกเพื่อนรักเสียงใส ก่อนจะเดินผ่านเข้าไปนั่งที่โต๊ะของเธอ

            “อร...มาได้ยังไงเนี่ย ไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ” กรรณิการ์ร้องทักด้วยความตกใจแกมเป็นห่วง

            “หายแล้วจ้ะ” คนบอกทำเสียงเรียบเหมือนปกติพร้อมทั้งหันไปหยิบจับอุปกรณ์ที่ต้องใช้จากในลิ้นชักขึ้นมาวางบนโต๊ะ

            “เห้ย ไม่จริงมั้งเมื่อวานยังนอนไม่รู้เรื่องอยู่เลย” คนเป็นห่วงออกอาการสงสัยก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อพูดคุยกับอีกฝ่ายให้รู้เรื่อง

            “ก็วันนี้หายแล้ว” ดวงตาหวานเหลือบมองเพื่อนรักแวบนึงก่อนจะหลบวูบแล้วหันไปสนใจกับงานที่เพิ่งหยิบขึ้นมาจากในลิ้นชัก

            “แล้วคุณหมอรู้หรือเปล่า”กรรณิการ์ถามเสียงเข้มพร้อมทั้งจ้องมองคนที่เพิ่งหายป่วยอย่างจับผิดและนั่นทำให้เธอได้คำตอบจากคนตรงหน้าเป็นรอยยิ้มแห้งๆ

            “นั่นไง...ก้อยว่าแล้วเชียว ถ้าคุณหมอรู้คงไม่ให้อรมาแน่ๆ” คนจับผิดส่ายหน้าอย่างนึกระอาในความดื้อรั้นของเพื่อนรัก

            “อรถึงต้องหนีมานี่ไง”คราวนี้คนตอบยิ้มหวานให้เหมือนเธอไม่ได้ทำอะไรผิด

            “ไม่ใช่เรื่องสนุกนะอร...คุณหมอรู้เข้าจะทำยังไง” คนเป็นเพื่อนถามเสียงเครียด

            “แหม่ถามเหมือนพี่ชื่นเลย... ก็อย่าให้เขารู้สิ” อรณิชาบอกพลางทำหน้าเบื่อหน่าย ทำไมคนรอบข้างของเธอจะต้องกลัวเกรงอีตาหมอผีดิบนั่นด้วยนะ หญิงสาวบ่นอย่างไม่เข้าใจ

            “อ้าวอร...มายังไงเนี่ย หายป่วยแล้วเหรอ”นนท์ประวิธเอ่ยทักทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวในดวงใจพร้อมทั้งรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว

            “อือ หายแล้ว”อรณิชาตอบเสียงหวาน

            “หายแล้วก็น่าจะหยุดพักผ่อนอีกสักวันนะ”ชายหนุ่มไม่วายเป็นห่วง

            “อรไม่อยากนั่งๆ นอนๆอยู่ที่บ้านน่ะ น่าเบื่อตายเลย” อรณิชาทำแก้มป่องบอกอย่างคนเอาแต่ใจจนคนมองอดใจไม่ไหวต้องยื่นมือเข้าไปหยิกจมูกคนดื้ออย่างมันเขี้ยว

            ภาพการหยอกล้อของหนุ่มสาวตรงหน้าทำให้กรรณิการ์รีบเสมองไปทางอื่นด้วยไม่อยากเจ็บปวดหัวใจมากไปกว่านี้ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ของเธอ

            “แล้วนี่นนท์จะไปไหนเหรอ”อรณิชาถามชายหนุ่มที่ทำท่าเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก

            “นนท์จะไปพบลูกค้าก็เลยเดินมาบอกก้อยไว้ก่อนน่ะ กะว่าตอนบ่ายจะไปเยี่ยมอรด้วยกัน”นนท์ประวิธบอกยิ้มๆ พร้อมกับปรายตาไปมองหญิงสาวที่พูดถึง ซึ่งเธอก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาแวบเดียวแล้วก็หลบวูบไป

            “งั้นก็ไม่ต้องไปแล้วเพราะอรมาให้เยี่ยมถึงที่เลย” อรณิชาพูดแซวขึ้นอย่างอารมณ์ดี

            “วันนี้ทำงานแค่ครึ่งวันก่อนไหมอรเดี๋ยวนนท์กลับมาแล้วจะไปส่งที่บ้าน” นนท์ประวิธยังไม่คลายความกังวลอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงหญิงสาวที่เพิ่งหายจากอาการป่วยไข้

            “อรหายแล้วจริงๆรับรองอยู่จนเลิกงานก็สบายมาก” คนเก่งพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            “งั้นเย็นนี้เราไปกินข้าวด้วยกันดีไหม”ชายหนุ่มเพียงคนเดียวเสนอความคิด

            “ดีๆ อรอยากไปตั้งแต่แต่งงานก็ไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันสามคนสักที” อรณิชารีบเห็นด้วยอย่างดีใจ

            “แล้ว... เอ่อ...คุณหมอ...” นนท์ประวิธตั้งใจจะถามถึงชายหนุ่มที่คอยรับส่งหญิงสาวมาตลอดตั้งแต่เธอแต่งงาน

            “เขาไม่รู้หรอกว่าวันนี้อรมาทำงานน่ะ”คนมีความผิดตอบเสียงอ่อย

            “อ้าว...แล้วอย่างนี้จะมีปัญหาไหมเนี่ย” คนชวนชักไม่แน่ใจเพราะไม่อยากให้หญิงสาวมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับสามี แม้จะเป็นแค่สามีในนามก็เถอะ

            “อรก็แค่กลับให้ถึงบ้านก่อนเขาเท่านั้นเอง”อรณิชาพูดเสียงหวานออดอ้อน

            “จะเอาอย่างนั้นเหรอ”ชายหนุ่มถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

            “อื้ม...” คนตอบครางรับพร้อมกับพยักหน้าให้

            “แล้วก้อยว่าไง...”นนท์ประวิธหันไปถามหญิงสาวที่นั่งเงียบอยู่นานอย่างขอความคิดเห็น

            “ก้อยก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะแต่... ว่าไงก็ว่าตามกันเนอะ” กรรณิการ์บอกยิ้มๆ ด้วยไม่รู้จะขัดยังไงอีกใจก็เห็นด้วยเพราะอยากกินข้าวร่วมกันพร้อมหน้าเหมือนเมื่อก่อนส่วนอีกใจก็นึกหวั่นว่าเพื่อนสาวจะมีปัญหากับสามี

            “โอเค งั้นเดี๋ยวนนท์มารับนะครับสาวๆ” เมื่อได้คำตกลงจากเพื่อนสาวทั้งสองแล้วนนท์ประวิธก็เดินไปที่ลิฟต์ทันที เพื่อออกไปพบกับลูกค้าตามที่ได้นัดเอาไว้

            จากนั้นสองสาวก็หันมายิ้มให้กันแล้วก็ต่างคนต่างสนใจกับงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก

           

            วิทยาเดินกลับเข้ามาที่ห้องทำงานในเวลาใกล้เที่ยงซึ่งวันนี้หมอหนุ่มไม่มีคนไข้ตามใบนัดแต่มีคนไข้ที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่เขาจะต้องออกไปตรวจตามตึกพักฟื้นของผู้ป่วย

            ร่างสูงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วเอนหลังในท่าผ่อนคลายพร้อมทั้งหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับ เพราะส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลหญิงสาวที่เป็นไข้และอีกส่วนเป็นเพราะหัวใจดวงแกร่งที่เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะตลอดเวลาที่เขานอนร่วมเตียงเดียวกับเธอ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องรู้สึกอยากเข้าไปกอดไปหอมเธอทุกครั้งที่อยู่ใกล้และมักจะอดใจไม่ไหวทุกครั้งที่มีโอกาสได้แตะต้องเธอ

            หมอหนุ่มหลับตาคิดถึงหญิงสาวที่กำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้านอย่างเคลิบเคลิ้ม แล้วก็ต้องตกใจตื่นจากภวังค์ที่แสนหวานนั้นด้วยเสียงเคาะประตูห้อง

            “อะ เอ่อ ขอโทษค่ะขิมไม่ทราบว่าคุณหมอหลับอยู่” ขนิษฐารีบกล่าวขอโทษทันทีเมื่อเห็นชายหนุ่มเจ้าของห้องนั่งเอนกายไปกับเก้าอี้แล้วหลับตาลงเหมือนว่ากำลังพักผ่อนอยู่

            “ผมแค่พักสายตาน่ะครับ...ยังไม่หลับ” วิทยาลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วตอบยิ้มๆ ถ้าเธอไม่เข้ามาซะก่อนเขาคงหลับไปแล้วแน่ๆ เพราะกำลังเคลิ้มได้ที่ทีเดียว

            “คุณหมอดูเหนื่อยๆ รับกาแฟหรือน้ำผลไม้สักแก้วไหมคะ จะได้สดชื่นขึ้น” พยาบาลสาวบอกอย่างเอาใจ

            “ไม่ดีกว่าครับ... ขอบคุณมาก เดี๋ยวอีกสักครู่ผมจะออกไปข้างนอกแล้ว” หมอหนุ่มปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เพราะกลางวันนี้เขามีนัดทานข้าวกับพ่อตาและว่าจะเลยไปดูงานต่อที่โรงพยาบาลของท่านด้วย แม้ว่าจะไปบ้านเรือนไทยของท่านเกือบทุกสัปดาห์แต่เขาก็ยังมีเรื่องให้ต้องพูดคุยปรึกษากับท่านอยู่ตลอด

            “แล้วคุณหมอจะกลับมาอีกหรือเปล่าคะ”

            “กลับครับ...ผมมีเคสคนไข้ตอนบ่ายสาม... คุณขิมมีอะไรหรือเปล่าครับ” วิทยาถามกลับด้วยนึกสงสัยในท่าทีของหญิงสาว ที่ดูเหมือนมีเรื่องอยากจะพูดกับเขา

            “เอ่อ...วันนี้เป็นวันเกิดขิมน่ะค่ะ” เจ้าของวันเกิดบอกพร้อมกับส่งยิ้มเอียงอายอย่างมีจริต

            “อ้าว เหรอครับ แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับคุณขิมผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ทราบมาก่อนก็เลยไม่ได้เตรียมของขวัญมาให้” หมอหนุ่มกล่าวอวยพรด้วยรอยยิ้มแสดงความเป็นมิตรพลางนึกไปถึงเพื่อนรักที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวไปดูงานที่ต่างจังหวัดไม่รู้ฝ่ายนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าวันนี้เป็นวันเกิดของหญิงสาวที่กำลังตามจีบ

            “ไม่เป็นไรค่ะ...แล้วภรรยาคุณหมอเป็นยังไงบ้างคะ” พยาบาลสาวถามหยั่งเชิง

            “ครับดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณมากที่เป็นห่วง” หมอหนุ่มตอบตามตรง

            “ถ้างั้นเย็นนี้คุณหมอพอจะมีเวลาว่างไปทานข้าวกับขิมได้ไหมคะ”ขนิษฐาเอ่ยชวน เพราะคิดว่าในเมื่อภรรยาของเขาอาการดีขึ้นแล้วเขาก็คงไม่ต้องรีบกลับบ้านเท่าไรนักที่สำคัญเธอแอบรู้มาว่าก้องเกียรติเพื่อนรักของเขาที่คอยขัดคอเธออยู่เรื่อยนั้นจะไปดูงานที่ต่างจังหวัดตั้งแต่วันนี้จนถึงสัปดาห์หน้าเลยดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นโอกาสดีของเธอที่จะได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มในดวงใจอย่างไม่ต้องมีใครมาขัดขวาง

            “เอ่อ...”วิทยานิ่งงันไปทันทีเมื่อเจอคำชวนของพยาบาลสาวคราวนี้ตัวช่วยไม่อยู่ด้วยเขาก็เลยคิดหนัก

            “ขิมไม่ได้บอกใครน่ะค่ะเพื่อนสนิทก็ไม่ค่อยมี” คนชวนพูดเสียงอ่อยเป็นการตอกย้ำให้หมอหนุ่มรีบตัดสินใจ

            “เอ่อ...ก็ได้ครับ เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมเลี้ยงคุณขิมเองดีกว่าถือซะว่าเป็นการขอบคุณด้วยที่คุณขิมมาช่วยงานผม”ชายหนุ่มตอบตกลงอย่างไม่รู้จะหลีกเลี่ยงยังไงดูท่าแล้วคนชวนคงต้องหาทางหว่านล้อมไม่ให้เขาปฏิเสธเธอได้แน่ๆ

            “ค่ะขอบคุณค่ะ” ขนิษฐารับคำพร้อมกับยิ้มหวานให้จนแก้มแทบปริ

            “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”วิทยาเอ่ยขอตัวแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตูทันที เพราะเขาจะรีบออกไปโทรหาเพื่อนรักเผื่อว่าฝ่ายนั้นจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง

 

            เมื่อถึงเวลาเย็นตามที่หมอหนุ่มได้นัดกับพยาบาลสาวเอาไว้วิทยาพาขนิษฐาไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบรรยากาศดี อาหารอร่อยที่เขาเลือกมาร้านนี้ก็เพราะเป็นร้านประจำที่เขามานั่งทานบ่อยๆ กับก้องเกียรติและอีกอย่างก็คือฝ่ายนั้นเป็นคนบอกให้เขาพาเธอมาที่ร้านนี้ด้วย

            ถือเป็นความโชคดีของเขาที่เมื่อกลางวันเขาลองโทรไปหาเพื่อนรักจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ขึ้นเครื่องและยินดีที่จะตกเครื่องเพื่อมาร่วมฉลองครบรอบวันเกิดของหญิงสาวในดวงใจที่เขาเป็นคนพามาให้ในวันนี้

            “เชิญนั่งครับคุณขิม”หมอหนุ่มแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งวันนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงสายเดี่ยวสีชมพูหวานแล้วเกล้าผมให้ทิ้งชายห้อยลงมาประปรายดูสวยอ่อนหวานผิดหูผิดตาทีเดียว เพราะปกติเขาจะเห็นเธอในชุดพยาบาลสีขาวมากกว่าอดคิดถึงเพื่อนรักไม่ได้ ถ้าฝ่ายนั้นได้มาเห็นคงหลงใหลปราบปลื้มไม่น้อยเชียว

            “ขอบคุณค่ะ”ขนิษฐากล่าวขอบคุณแล้วย่อตัวลงนั่งเก้าอี้ที่ชายหนุ่มขยับให้จากนั้นเขาก็อ้อมไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอพร้อมกับรับเมนูอาหารจากพนักงานมาเปิดดูคร่าวๆ เท่านั้นร้านนี้เขามาบ่อยไม่ต้องใช้เมนูก็สั่งอาหารขึ้นชื่อของทางร้านได้อยู่แล้ว

            “คุณขิมอยากทานอะไรสั่งได้เลยนะครับเดี๋ยวผมขอตัวสักครู่” วิทยาบอกหญิงสาวหลังจากสั่งอาหารไปสองสามอย่างที่เขากับก้องเกียรติมักจะทานเป็นประจำก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเพื่อหามุมสงบโทรบอกเพื่อนรักว่าเขามาถึงเรียบร้อยแล้ว

            เมื่อโทรนัดแนะกับเพื่อนเสร็จหมอหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะโทรไปที่บ้านเพื่อถามถึงคนป่วยอีกครั้งหลังจากโทรไปถามมาแล้วเมื่อตอนบ่ายพร้อมกับบอกเรื่องไม่ต้องเตรียมอาหารเย็นให้เขาและจะกลับค่ำๆหน่อย ซึ่งตอนนั้นพี่เลี้ยงก็บอกว่าเธอกำลังหลับอยู่ แล้วตอนนี้ก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิมว่าเธอเพิ่งลุกขึ้นมากินข้าวกินยาจากนั้นก็หลับไปอีกพอลองโทรเข้ามือถือก็ไม่ติด แม้จะสงสัยและนึกระแวงนิดๆแต่ก็คิดในทางที่ดีว่าเธอคงอยากพักผ่อนจริงๆเลยได้แต่กินข้าวกินยาและนอนตลอดทั้งวัน

           

            วิทยาเดินกลับมาที่โต๊ะก็พบว่าอาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟแล้วชายหนุ่มยิ้มบางๆ ให้หญิงสาวแล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองจากนั้นก็ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ

          ดวงตาคมหันออกไปมองวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาในเวลาใกล้ค่ำแบบนี้แสงไฟเรืองรองจากสะพานข้ามแม่น้ำประกอบกับพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าช่างให้บรรยาศที่แสนเย้ายวนชวนให้ผ่อนคลายยิ่งนัก

            จู่ๆภาพใบหน้าหวานของยัยตัวแสบที่รบกวนจิตใจของเขามาตลอดในระยะนี้ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดคงจะดีไม่น้อยหากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้เป็นเธอแต่คงเป็นไปได้ยากที่เขาจะมีโอกาสแบบนั้นหมอหนุ่มคิดในใจก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

            “คุณหมอเป็นอะไรคะขิมเห็นนั่งยิ้มอยู่คนเดียว”ขนิษฐาเอ่ยถามเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้านั่งมองทิวทัศน์ของแม่น้ำแล้วก็อมยิ้ม

            “อะ...ปะ เปล่าครับ ผมก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” วิทยาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวทัก

            “อ่อค่ะ” คนถามยิ้มรับบางๆ

            “เป็นยังไงบ้างครับอาหารที่นี่อร่อยถูกปากหรือเปล่า” คนพามาเลี้ยงถามเป็นมารยาทภายในใจก็พร่ำบ่นว่าเมื่อไหร่ก้องเกียรติจะมาถึงสักที เขาจะได้ปลีกตัวกลับบ้านเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก

            “อร่อยมากค่ะขิมชอบทานทุกอย่างเลย” เจ้าของวันเกิดตอบอย่างเอาใจ แต่อาหารก็อร่อยมากจริงๆนั่นแหละ และที่สำคัญคนที่นั่งกินกับเธอเป็นชายหนุ่มในดวงใจด้วยทำให้อาหารมื้อนี้พิเศษสำหรับเธอมาก

            “งั้นก็ทานเยอะๆนะครับ” หมอหนุ่มบอกยิ้มๆแล้วเธอก็ยิ้มรับกลับมาอย่างหวานหยดจนเขาต้องเสมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากรับสื่อไมตรีจากเธอมากนัก แค่นี้ไอ้เพื่อนรักก็หาว่าเขาหว่านเสน่ห์ใส่ผู้หญิงของมันจนทำให้ฝ่ายนั้นจีบเธอไม่ติดสักที

            เพียงชั่วอึดใจที่หมอหนุ่มกับพยาบาลสาวกำลังนั่งรับประทานอาหารด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้นเสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ก็ดังแว่วเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากข้างในร้านสองหนุ่มสาวจึงหยุดชะงักไปทันทีแต่คนที่ดูจะตื่นเต้นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นสาวสวยเจ้าของวันเกิดที่ตอนนี้ออกอาการดีใจจนยิ้มแก้มปริให้ชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งเธอคิดว่าเขาเป็นคนทำเซอร์ไพรส์ให้

            ขนิษฐาวางช้อนในมือลงแล้วหันไปมองต้นทางของเสียงเพลงนั้นก็พบพนักงานของร้านสี่ห้าคนเดินเข้ามาพร้อมกับขนมเค้กที่มีแสงเทียนระยิบระยับแล้วมุ่งตรงมาทางนี้ก่อนรอยยิ้มหวานล้ำจะหุบฉับลงทันทีเมื่อเห็นคนที่เดินตามมาข้างหลังพนักงานเหล่านั้นอีตาผู้จัดการบ้า โผล่มาได้ยังไงเนี่ย

            “เซอร์ไพรส์ครับที่รัก”ก้องเกียรติพูดพร้อมกับยิ้มให้เจ้าของวันเกิดจากนั้นก็หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเธอ

            ขนิษฐารอให้พนักงานที่ถือขนมเค้กมาวางบนโต๊ะตรงหน้าเธอให้เรียบร้อยก่อนเมื่อทั้งหมดออกไปแล้วเธอก็ตวัดตาขวางใส่แขกที่เธอไม่ได้เชิญทันที

            “ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ! บอกไปกี่ร้อยกี่พันครั้งแล้ว...ไม่รู้จักจำ” คนไม่พอใจทำเสียงฮึดฮัดใส่ก่อนจะปรายตาไปมองหมอหนุ่มที่ตอนนี้ได้แต่นั่งยิ้มทำอะไรไม่ถูกเพราะเขาก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเพื่อนรักจะทำเซอร์ไพรส์แบบโจ่งแจ้งขนาดนี้

            “เอ่อ...ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมโทรไปหานายก้องแล้วรู้ว่ายังไม่ได้เดินทางวันนี้ผมก็เลยชวนให้ซื้อขนมเค้กมาเซอร์ไพรส์คุณขิม เพราะผมไม่มีเวลาจัดเตรียมน่ะครับ”วิทยาแก้ตัวถูๆ ไถๆ ไปตามน้ำพลางส่งสายตาคาดโทษไปให้เพื่อนรักที่ทำอะไรไม่คิดจะบอกให้เขารู้บ้างแต่ฝ่ายนั้นก็ทำทีเป็นเฉยเมยไม่รู้เรื่อง

            “ไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ”ขนิษฐายิ้มหวาน แค่ได้รู้ว่าเป็นความคิดของเขา เธอก็ดีใจมากแล้ว

            “งั้นคุณขิมรีบเป่าเทียนก่อนดีกว่าครับเดี๋ยวจะไหม้ซะหมด” หมอหนุ่มบอกพร้อมกับผายมือไปที่ขนมเค้กบนโต๊ะตรงหน้าหญิงสาว

            “ค่ะ”เจ้าของวันเกิดรับคำเสียงเบาจากนั้นก็ก้มหน้าอธิษฐานแล้วเงยขึ้นมาเป่าเทียนให้ค่อยๆ ดับลงจนหมด

            “นี่คุณอธิษฐานอะไรน่ะ” ก้องเกียรติออกปากถามหญิงสาวเจ้าของวันเกิดเมื่อเธอขยับมานั่งในท่าที่เป็นปกติแล้ว

            “ขอให้คุณไปไกลๆฉันน่ะสิ” ขนิษฐากัดฟันบอกเสียงไม่ดังนัก เพราะเกรงใจชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม

            “โห...คนสวยใจร้าย” คนถามแกล้งแซวยิ้มๆ วันนี้เธอสวยจริงๆ นั่นแหละสวยจนเขาตะลึงตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นและไม่อยากจะละสายตาจากเธอเลยจนถึงตอนนี้ นี่กะว่าจะยั่วไอ้หมอเต็มที่เลยสิฝันไปเถอะยัยขิม เธอน่ะต้องคู่กับฉันถึงจะถูกก้องเกียรติคิดในใจอย่างหมายมั่น

            จากนั้นทั้งสามคนก็นั่งรับประทานอาหารกันไปเรื่อยๆโดยคนที่หาเรื่องมาพูดคุยเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลาคงหนีไม่พ้นก้องเกียรติเพราะเขาช่างสรรหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังไม่หยุดจนบางครั้งหญิงสาวข้างกายก็แอบหัวเราะบ้างพอรู้ตัวว่าถูกจับได้ก็แกล้งเสมองไปทางอื่น

 

            ภายในร้านอาหารเดียวกันอรณิชา นนท์ประวิธ และกรรณิการ์ สามคนเพื่อนรักกำลังนั่งรับประทานอาหารกันอย่างสนุกสนานอยู่ที่โต๊ะอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นโซนข้างในห้องแอร์เพราะกลัวว่าหญิงสาวที่เพิ่งหายป่วยจะกลับไปเป็นไข้อีกหากไปนั่งตากลมที่ริมระเบียง

            “วันนี้กลับค่ำได้เหรออร”กรรณิการ์ถามเพื่อนรัก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูใจเย็นไม่รีบร้อนจนผิดปกติ ทั้งๆที่ตอนแรกบอกว่าต้องรีบกลับให้ถึงบ้านก่อนคนเป็นสามี

            “ได้สิอรโทรไปถามที่บ้านมาแล้ว พี่ชื่นบอกว่าเขาโทรมาสั่งไม่ต้องเตรียมข้าวเย็นแล้วก็จะกลับค่ำๆ ด้วย” อรณิชาบอกด้วยรอยยิ้มกระจ่างเต็มวงหน้า

            “แต่นี่ก็มืดแล้วนะก้อยว่าเรากลับกันเถอะ” คนขี้กังวลออกปากชวนกลับด้วยความหวังดี

            “อืม...นั่นสิ นนท์อยากให้อรพักผ่อนเยอะๆ ด้วย วันนี้ก็ทำแต่งานไม่ใช่เหรอ”นนท์ประวิธที่ห่วงอาการป่วยของหญิงสาวไม่น้อยเอ่ยสัมทับด้วยอีกแรงแม้ใจจริงอยากจะชวนเพื่อนรักทั้งสองไปนั่งฟังเพลงต่อก็ตาม

            “ขออยู่ต่ออีกนิดนึงนะ...นานแล้วที่อรไม่ได้มานั่งกินข้าวกับเพื่อนแบบนี้”อรณิชาพูดเสียงอ่อยจนคนฟังหันมาสบตากันเป็นเชิงเข้าใจเพราะต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกันตั้งแต่อรณิชาแต่งงานไปพวกเราก็ไม่ได้มากินข้าวด้วยกันอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ดังนั้นทั้งหมดจึงได้แต่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปตามแต่อรณิชาจะพอใจนั่นแหละ

 

            วิทยานั่งฟังก้องเกียรติพูดจนรู้สึกเบื่อจะให้มองหญิงสาวตรงหน้าที่ขยันส่งยิ้มมาให้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบ ดังนั้นหมอหนุ่มจึงละสายตาไปมองข้างในร้านแทนซึ่งตอนนี้มีผู้คนหนาแน่นจนแทบไม่มีโต๊ะว่างแล้ว

            ชายหนุ่มไล่สายตาไปเรื่อยๆจนไปสะดุดที่หญิงสาวร่างบางคุ้นตาคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในห้องแอร์กับชายหญิงอีกคู่ดวงตาคมจ้องเขม็งไปที่เธอคนนั้นจนมั่นใจว่าต้องใช่ยัยตัวแสบของเขาแน่ๆ

            “แกมองอะไรวะไอ้หมอ...จ้องอย่างกับเจอของแปลก” ก้องเกียรติร้องถามแล้วหันไปมองตามสายตาของเพื่อนก่อนจะอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

            “เห้ย...นั่นใช่คุณอรณิชาหรือเปล่าวะ”

            คำพูดของชายหนุ่มข้างๆทำให้ขนิษฐาหันไปมองหญิงสาวที่เขาพูดถึง ก่อนจะเบ้ปากน้อยๆอย่างนึกหมั่นไส้เมื่อเธอเห็นว่าเป็นใคร ต่อหน้าผัวคงจะออดอ้อนทำทีว่าป่วยพอลับหลังก็แอบมาอี๋อ๋อกับผู้ชายพยาบาลสาวแอบต่อว่าอยู่ในใจ

            “ไม่ผิดหรอก”วิทยากัดฟัดขบกรามแน่นอย่างโกรธจัด นี่แสดงว่ารวมหัวกันโกหกเขาทั้งเจ้านายทั้งพี่เลี้ยงเลยสินะ

            “ไหนว่าไม่สบายแล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ก้องเกียรติเปรยออกมาอย่างงงๆเพราะเมื่อกลางวันเพื่อนรักยังบอกกับเขาว่าภรรยานอนป่วยอยู่ที่บ้านและเย็นนี้ก็ต้องรีบกลับไปดูแลเธอด้วย

            “นั่นแหละที่ฉันต้องไปเอาคำตอบกับเธอ” คนโกรธจัดบอกเสียงขรึมด้วยพยายามระงับสติอารมณ์

            “แล้วนั่นคุณอรณิชาเธอมากับใครเหรอคะคุณหมอดูสนิทสนมกันจัง”ขนิษฐาถามจี้ใจดำพร้อมกับชี้ชวนให้หมอหนุ่มดูภรรยาของเขาที่ตอนนี้ผู้ชายที่นั่งข้างๆกำลังโอบเอวบางนั้นเอาไว้เหมือนคนคุ้นเคยกัน

            “เพื่อนๆของเธอนั่นแหละครับ” วิทยามองตามที่พยาบาลสาวบอกภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ความโกรธที่มีอยู่แล้วยิ่งทวีความพลุ่งพล่านขึ้นมาเป็นเท่าตัว

            “แล้วแกรู้จักไอ้ผู้ชายคนนั้นหรือเปล่าวะ”ก้องเกียรติถามวิทยาอย่างนึกเป็นห่วง เพราะจากที่เห็นดูท่าว่าผู้ชายคนนั้นคงจะสนิทสนมกับภรรยาสาวของเพื่อนรักไม่น้อย

            “ก็พอรู้...”หมอหนุ่มตอบแต่สายตายังไม่ละไปจากภาพตรงหน้า

            “เพื่อนเขาจับมือโอบเอวกันแบบนั้นด้วยหรือคะ”พยาบาลสาวได้ทีรีบเติมเชื้อไฟให้ลุกโชน

            “คุณขิม!”ก้องเกียรติเรียกชื่อหญิงสาวเพื่อเป็นการปรามว่าเธอกำลังก้าวล้ำเรื่องส่วนตัวของหมอหนุ่ม

            “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณขิม...ก้อง ฉันฝากคุณขิมกลับด้วยนะ” วิทยาเอ่ยขอตัวพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

            “ไม่ต้องบอกก็เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”ก้องเกียรติรับคำฝากแล้วหันไปยักคิ้วให้หญิงสาวข้างกายเป็นการยียวน ขนิษฐายิ้มให้หมอหนุ่มก่อนจะขึงตาดุๆใส่ผู้ชายเจ้าเล่ห์ที่เธอต้องกลับกับเขา

            “เห้ยหมอ...ใจเย็นๆ นะเพื่อน ถามไถ่กันให้รู้เรื่องก่อน” ก้องเกียรติเอ่ยเตือนสติ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะเดินออกจากโต๊ะไป 

            “ฉันจะพยายาม”เสียงเข้มกัดฟันบอกอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก เพราะตอนนี้เขาทั้งโกรธทั้งโมโหหญิงสาวจนแทบจะฆ่าเธอได้ด้วยซ้ำ

 

            วิทยาสาวเท้าตรงดิ่งไปที่โต๊ะในสุดของโซนห้องแอร์ที่ยัยตัวแสบของเขานั่งอยู่กับแฟนหนุ่มและเพื่อนสาวอีกคนของเธอทันที

            “เห้ยอร...นั่นคุณหมอนี่นา”กรรณิการ์ที่นั่งหันหน้าไปทางประตูร้องทักขึ้นมาด้วยอาการตกใจสุดขีดส่วนสายตาก็ยังจังจ้องอยู่ที่ร่างสูงสมส่วนของหมอหนุ่มที่กำลังเดินลิ่วมาทางนี้

            “โลกมันช่างกลมอะไรอย่างนี้เนี่ย”นนท์ประวิธหันไปมองแล้วพูดออกมาลอยๆ อย่างไม่ค่อยพอใจนัก

            อรณิชาที่นั่งอยู่ข้างๆกับนนท์ประวิธก็หันไปมองด้วยเช่นกัน ร่างบางชาวาบนิ่งงันขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของหมอหนุ่มและกว่าเธอจะทันรู้สึกตัวเขาก็มายืนอยู่ข้างๆ เธอแล้ว

            “สวัสดีค่ะคุณหมอ”กรรณิการ์ทักทายชายหนุ่มที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มซีดเซียวขณะที่นนท์ประวิธทำเพียงปรายตามองน้อยๆ อย่างไม่ค่อยเต็มใจนักส่วนอรณิชาได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งไม่กล้าเงยขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่มายืนแนบชิดติดแผ่นหลังของเธอ

            “สวัสดีครับ”วิทยาเอ่ยทักทายกลับไปด้วยเสียงเข้มจัดและก้มลงมองหญิงสาวผู้เป็นภรรยาในนามที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาทักทายกับเขาเลยสักคำ

            วันนี้เขาโทรศัพท์หาเธอตั้งหลายครั้งก็ไม่ติดแถมโทรไปที่บ้านพี่เลี้ยงก็บอกว่าหลับและที่มานั่งหน้าระรื่นอยู่ตรงนี้เรียกว่าอะไร ถ้าไม่ใช่คนโกหกปลิ้นปล้อนที่หลอกให้เขาตายใจหลงคิดว่าเธอนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

            “เชิญนั่งก่อนสิคะคุณหมอ”กรรณิการ์ชวนหมอหนุ่มเป็นมารยาท เพราะดูท่าแล้วเขาคงไม่นั่งหรอก

            “ผมทานเรียบร้อยแล้วครับพอดีผมมากับเพื่อนๆ เรานั่งอยู่ที่โต๊ะริมระเบียงน่ะ” วิทยาปฏิเสธพลางหันไปมองโต๊ะที่ก้องเกียรติกับขนิษฐานั่งอยู่

            “เอ่อ...ค่ะ” คนชวนยิ้มรับเก้อๆก่อนจะหันไปมองหน้านนท์ประวิธเป็นเชิงถามว่าจะเอายังไงกันต่อดีแต่ยังไม่ทันจะส่งสัญญาณใดๆ หมอหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาทันที

            “อรณิชา! กลับบ้าน!”เสียงแข็งปนตะคอกบอกคนที่นั่งก้มหน้าอยู่พร้อมทั้งเอื้อมมือลงไปกระชากร่างบางให้ลุกตาม

            “ไม่กลับอรจะกลับกับนนท์” ครั้งแรกที่อรณิชาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาจากที่นั่งก้มอยู่นานเธอไม่อยากกลับไปกับเขาตอนนี้ เพราะท่าทางของเขาทำให้เธอนึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ

            “ไม่ได้!” วิทยาตวัดเสียงกร้าวมือหนาบีบกำข้อมือบางไว้แน่นอรณิชานิ่วหน้าด้วยความเจ็บแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาแต่ดูเหมือนเขาจะยิ่งบีบเธอแน่นเข้าไปอีก

            “โอ๊ย!” เสียงหวานร้องเบาๆแต่นั่นก็ทำให้ชายหนุ่มอีกคนที่กำลังจะลุกขึ้นยืนได้ยินเข้ามือหนาของนนท์ประวิธจึงคว้าหมับที่ข้อมือบางอีกข้างของเธอแล้วดึงเข้ามาหาตัวอย่างต้องการจะปกป้อง

            “ปล่อยนะคุณหมออรมากับผม เธอก็ต้องกลับกับผมเท่านั้น คุณไม่มีสิทธิ์”

            “ผมเป็นสามีของเธอคุณจะบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ” หมอหนุ่มตอกกลับอย่างมั่นใจ

            “ฮึ...สามีที่แค่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรสนั่นน่ะเหรอ เรียกว่ามีสิทธิ์” นนท์ประวิธพูดเสียงเย้ยหยันด้วยความมั่นใจไม่แพ้กัน

            “แกหมายความว่ายังไง”วิทยาขมวดคิ้วมุ่นมองหน้าอีกฝ่ายอย่างค้นหาคำตอบรวมถึงอรณิชาและกรรณิการ์ด้วยที่ทั้งสองสาวต่างก็หันไปมองหน้านนท์ประวิธด้วยความอยากรู้ว่าเขาหมายถึงอะไรกันแน่

            “ก็ตอนนี้คุณหมอกับอรยังแยกห้องนอนกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ”

            “นนท์/ นนท์” สองสาวเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาพร้อมกันด้วยอาการตกใจ แล้วหันควับไปมองด้วยแววตาตำหนิและนั่นก็ทำให้นนท์ประวิธรู้สึกตัวว่าเขาได้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป

            คำพูดของนนท์ประวิธเหมือนค้อนอันใหญ่ทุบลงมาที่หัวของวิทยาเข้าอย่างจังความโกรธและความโมโหที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ระเบิดออกมาทันทีอย่างยากจะต้านทาน

            เขาไม่คิดเลยว่าอรณิชาจะเอาเรื่องพวกนี้ไปบอกกับแฟนหนุ่มของเธอด้วยนี่แสดงว่าเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ ที่เธอกับเขาคุยกันไว้หญิงสาวก็เอาไปบอกหมดแล้วอย่างนั้นสิ

            มิน่าล่ะไอ้หน้าหล่อนั่นมันถึงไม่ยอมปล่อยเธอสักทีเพราะคิดว่าอีกสองปีอรณิชาก็ต้องกลับไปแต่งงานกับมันแน่ๆ ฮึ! ฝันไปเถอะเขาจะทำให้เธอกลับไปมองหน้ามันไม่ติดอีกเลย... คอยดู!’ หมอหนุ่มเข็ดเขี้ยวในใจอย่างแค้นเคืองและโมโหสุดขีด

            “มานี่เลย! ยัยตัวแสบ”คนโกรธจัดพูดเสียงรอดไรฟันก่อนจะก้มลงช้อนตัวร่างบางขึ้นมาอุ้มแล้วตรงดิ่งออกไปจากร้านทันทีท่ามกลางเสียงฮือฮาแตกตื่นของเหล่าพนักงานและลูกค้าอีกมากมายที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ในร้านรวมถึงก้องเกียรติกับขนิษฐาด้วย ซึ่งต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองชายหนุ่มที่อุ้มหญิงสาวไปขึ้นรถแล้วพาขับออกไปอย่างรวดเร็วจนลับสายตา

 

 


สนใจสั่งซื้อนิยายเรื่องนี้ในแบบรูปเล่ม ติดต่อผู้แต่งโดยตรงได้ที่

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566

 หรือสนใจในรูปแบบ E-Book สามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที่

www.chalawanhunsa.com  หรือ

www.nongoil.com 


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/7177/1914408155-member.jpg ...หรือ... เสน่หาทาสซาตาน



หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566


        แสดง 12 - 12
วันที่โพสต์ :  9 ก.ค. 2557 10:55    วันที่อัพเดท :   16 ก.ค. 2561 12:10    › จำนวนผู้เข้าชม 157920 คน
   › คะแนนโหวต 7704 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :
  

 ความคิดเห็นที่ 2
สนุกมากค่ะ มาต่ออีกนะคะ
 Cartoon | 23 ต.ค. 2557 10:05 | IP : 27.145.128.xxx

 ความคิดเห็นที่ 1
ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งสนุกค่ะ 
 Loveนิยาย | 9 ต.ค. 2557 21:53 | IP : 171.6.173.xxx