นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เล่ห์รักเปลวพิศวาส 25+    by เทียนธีรา
ชื่อตอน บทที่ 5 รอยอดีต


บทที่ 5รอยอดีต

รัชภาคย์กลายเป็นแขกประจำของครอบครัวปริมาไปเสียแล้วหลังจากที่ขอคบกับลูกสาวบ้านนี้ได้สำเร็จชายหนุ่มเข้ากับพ่อทองและแม่พิมได้เป็นอย่างดี และผู้ใหญ่ทั้งสองก็ไม่ขัดข้องที่รัชภาคย์จะคบหาดูใจกับปริมาทางของเขาจึงเรียกได้ว่าสะดวกโยธิน รัชภาคย์สามารถเข้านอกออกในบ้านของเธอได้อย่างไม่มีอุปสรรค

ทุกๆ เย็นเขาจะมาทานข้าวเย็นที่บ้านของเธอและปริมาจะเดินออกมาส่งเขาที่หน้าบ้านทุกครั้งเมื่อชายหนุ่มจะกลับรัชภาคย์ชอบช่วงเวลานี้มากที่สุดเพราะเขามักจะถือโอกาสดึงร่างบางเข้าไปกอดและประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของเธอก่อนจะขึ้นรถเสมอ

เย็นวันหนึ่งรัชภาคย์บอกกับปริมาว่าจะพาเธอไปทานข้าวเย็นที่บ้านเพื่อพบพ่อแม่ของเขาปริมาตกใจเล็กน้อยเพราะอดหวาดหวั่นไม่ได้ว่าผู้ใหญ่ฝั่งรัชภาคย์จะคิดอย่างไรกับลูกสาวชาวบ้านธรรมดาอย่างเธอ

หญิงสาวเลือกแต่งตัวด้วยชุดเดรสลายดอกไม้พิมพ์บนผ้าชีฟองหวานพลิ้ว เสื้อเป็นคอวีกุนขอบสีน้ำตาลตัดกับชุด แขนตุ๊กตาช่วงชายกระโปรงชุดต่อเป็นระบายสองชั้นทำให้สวยหวานและเรียบร้อยเหมาะกับการไปพบผู้ใหญ่

รัชภาคย์มองสาวคนรักอย่างพึงพอใจ เมื่อมารับปริมาที่บ้าน

“น่ารักมากครับที่รัก” เขาเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม

“พ่อกับแม่ของพี่กันต์จะว่าอย่างไรบ้างก็ไม่รู้นะคะ”ปริมาเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พ่อกับแม่ของพี่คงใจดีมากๆ”

“แต่พ่อกับแม่พี่กันต์คงอยากได้สะใภ้ที่เพียบพร้อมกว่าปริม”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับพี่รักใครพ่อกับแม่พี่ก็ต้องรักด้วย”ชายหนุ่มเอื้อมมือหนามาบีบมือบางอย่างให้กำลังใจ

รถของรัชภาคย์แล่นมาจอดยังหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งใหญ่โตแทบจะเป็นคฤหาสน์บ้านหลังนี้หญิงสาวจำได้ดีเพราะตอนที่เรียนอยู่รัชภูมิเคยพามาดูแต่หญิงสาวปฏิเสธที่จะเข้าบ้านของเขาเพราะรู้ถึงความไม่เหมาะสม

ชายหนุ่มเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้

“เชิญครับ”

“ไม่ต้องกลัวนะ” เขาก้มลงมากระซิบอย่างให้กำลังใจอีกครั้งก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านปริมาเดินตามเข้าไปกับเขาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก เมื่อไปถึงที่โต๊ะอาหารมีคนนั่งรออยู่แล้วสี่คนทุกคนต่างหันมามองที่เธอเป็นตาเดียวกันอย่างสนใจทำให้หญิงสาวอดเกร็งไม่ได้

“ปริมครับนี่พ่อกับแม่ของผม” รัชภาคย์เอ่ยแนะนำรู้จักปริมายกมือไหว้บุพการีของคนรักอย่างหวาดหวั่นเพราะหญิงสาวไม่รู้ว่าทั้งสองคนจะรู้สึกอย่างไรกับเธอ แต่สายตาที่มองอย่างเอ็นดูของผู้ใหญ่ทั้งสองก็ทำให้ปริมาหายใจสะดวกมากขึ้น

คุณพ่อคุณแม่ครับนี่ปริมาแฟนผมครับ ชายหนุ่มแนะนำหญิงสาวให้กับพ่อแม่ของเขาได้บ้างคุณรัชดาผู้เป็นมารดาของรัชภาคย์กวาดตามองปริมาอย่างเพ่งพินิจอยู่ชั่วขณะหากแต่กิริยาและการวางตัวที่ดูเรียบร้อยก็ทำให้นางพอเบาใจลงได้บ้างเพราะถึงอย่างไรหัวอกผู้เป็นแม่ก็อดห่วงไม่ได้ว่าลูกชายจะได้ผู้หญิงที่ไม่ดีมาเป็นคู่ครอง

ก้อง หนิง นี่ปริมแฟนพี่เขาหันไปแนะนำกับอีกสองคน

ก้องชื่อนั้นทำให้ปริมาได้สติ...ใช่สินะ... หญิงสาวบอกตัวเองเพราะมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมไปว่าเธอจะได้พบเขาที่นี่

รัชภูมิมองปริมาอย่างตกตะลึง เขาแทบช๊อคที่เห็นได้เห็นหญิงสาวที่นี่นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เจอผู้หญิงน่ารักคนนี้มันเป็นเวลามากกว่าห้าปีหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้นเขาก็ไม่เคยได้เจอเธอเลยจนกระทั่งวันนี้ที่ได้เจอกันอีกครั้งแต่เธอมาปรากฏตัวในฐานะว่าที่พี่สะใภ้

สวัสดีค่ะปริมาตั้งสติได้ก่อนรีบยิ้มทักทายทั้งคู่อย่างเป็นธรรมชาติอติมายิ้มให้ตามมารยาทในขณะที่รัชภูมิยังคงนิ่งอยู่

เป็นอะไรไปนายก้องรัชภาคย์ทักน้องชายและยกมือขึ้นวางบนไหล่หนาเบาๆ

เปล่าครับเขารีบบอกเพื่อแก้เก้อทันที

นึกว่าตะลึงในความน่ารักของว่าที่พี่สะใภ้รัชภาคย์พูดอย่างภูมิใจ ในขณะที่รัชภูมิหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยเพราะพี่ชายของเขาพูดถูกทุกอย่าง ปริมาตอนนี้ทั้งสวย น่ารัก และน่าทะนุถนอมมีแต่เขาที่บ้า กล้าทิ้งเพชรแท้อย่างเธอได้ลงคอ ชายหนุ่มได้แต่นึกตัดพ้อตัวเองอยู่ในใจ

ปริมามองรัชภูมิและอติมาอย่างนิ่งเฉยเยือกเย็นหากเป็นเมื่อสองเดือนก่อนเธอคงจะตัวสั่นและคงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวถ้าได้เห็นภาพของคนที่เธอรักอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่ไม่ใช่เธอแบบนี้แต่ในวันนี้หญิงสาวกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเหมือนอย่างที่คิดไว้อาจเป็นเพราะว่าในตอนนี้หัวใจของเธอได้รับการเยียวยาแล้วจากความรักอันบริสุทธิ์ของรัชภาคย์เธอหันไปมองชายหนุ่มคนรักแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ปริมานึกขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสเธอได้เจอคนดีๆอย่างเขา ถึงแม้ความตั้งใจแรกของเธอไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ตาม

********

อาหารเย็นมื้อนั้นผ่านไปด้วยดี คนที่ยิ้มแก้มปริมากที่สุดเห็นจะเป็นรัชภาคย์เพราะครอบครัวของเขาต้อนรับปริมาด้วยไมตรีจิตอันดี

หญิงสาวเดินออกมารอรัชภาคย์อยู่ที่หน้าบ้านหลังจากรับประทานอาหารเสร็จในขณะที่ชายหนุ่มอยู่คุยกับพ่อแม่ของเขาต่อสักพัก

ปริม...”เสียงเรียกของใครคนหนึ่งที่ดังเธออยู่เบื้องหลังทำให้ร่างอรชร ค่อยๆ หันกลับไปมอง

ก้อง

ตอนแรกที่พี่กันต์บอกว่าจะพาแฟนมาบ้านไม่คิดว่าจริงๆ ว่าจะเป็นปริม เขาชวนคุยในขณะยืนกันตามลำพังเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

โลกมันกลมจังเลยก้องว่าไปไหม”

“กลมจนน่าเจ็บใจ” เขาพูดหยันๆ ตัวเอง

“เจ็บใจอะไรเหรอ หรือว่ารังเกียจที่ปริมจะมาเป็นพี่สะใภ้เธออดค่อนขอดไม่ได้

“เปล่า ก้องแค่เจ็บใจตัวเองก็เท่านั้น”

“เจ็บทำไม เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าคิดมากเลย”

“ก้องดีใจนะ ที่ปริมไม่ได้เจ็บอย่างที่ก้องกังวล”ชายหนุ่มพูดจากใจจริง

ปริมดีใจด้วยนะที่เห็นก้องมีความสุข

ปริมรู้ได้ยังไงว่าก้องมีความสุข

ก็ได้อยู่กับคนที่ก้องรักก้องก็ต้องมีความสุขไม่ใช่เหรอ

ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็คงดีสิปริม เขาพูดน้ำเสียงเหมือนประชดตัวเอง

ก้องกำลังจะพูดอะไร

ก้องคงไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไรแล้วในตอนนี้นอกจากคำว่าขอโทษ เสียงเขาแหบลงเมื่อพูดประโยคนั้น

ทั้งๆ ที่ก้องน่าจะพูดคำนี้กับปริมตั้งนานแล้วอย่างนั้นเหรอ ปริมาพูดในสิ่งที่ค้างคาใจออกมาเหมือนกัน

ก้องมันขี้ขลาดเกินไปเกินกว่าที่จะทนเห็นปริมเสียใจได้ เขาไม่อาจจะพูดอะไรได้มากกว่านี้รัชภูมิรู้ดีว่าสถานะของตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างไร

แล้วสิ่งที่ก้องทำล่ะมันไม่มากเกินกว่าคำว่าเสียใจเหรอ เธอพูดกับเขาอย่างเจ็บปวดเขาจะรู้บ้างไหมว่าการถูกหลอกให้รอคอยและการถูกคนรักทรยศหักหลังมันเจ็บปวดแค่ไหน

ก้องขอโทษปริม ก้องขอโทษ ก้องเสียใจ รัชภูมิได้แต่พร่ำขอโทษเขารู้ดีว่าปริมาต้องเจ็บปวดแค่ไหน

มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะก้อง

ก้องรู้

ปริมาอดเหยียดปากอย่างแสลงใจไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีรู้สึกผิดของรัชภูมิถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงแสยะยิ้มอย่างสะใจและอดเย้ยหยันเขาไม่ได้แต่ตอนนี้เธอไม่รู้สึกอะไรแล้วจริงๆ

อติมายืนแอบฟังการสนทนาของทั้งสองคนอยู่เงียบๆในที่สุดเธอก็ได้เห็นแล้วว่าเจ้าของหัวใจตัวจริงของรัชภูมิคือใครเขารักผู้หญิงคนนี้มาตลอดถึงแม้เขาเลือกที่จะแต่งงานกับเธอแต่อติมาก็รู้ว่าเขายังมีใครคนหนึ่งอยู่ในหัวใจเขาตลอดเวลาเธอเป็นฝ่ายผิดเองสินะที่เข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างความรักของคนทั้งสองใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่ารัชภูมิมีคนรักอยู่แล้วแต่เธอก็รักเขาเกินกว่าจะปล่อยเขาไปได้

อุ๊ย!” ปริมาที่กำลังจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ใต้ซุ้มกระดังงาเกิดข้อเท้าพลิกโชคยังดีที่รัชภูมิประคองไว้ทันไม่เช่นนั้นหญิงสาวคงจะล้มไปกองอยู่ที่พื้นเป็นแน่

ภาพที่อติมาเห็นจึงเหมือนกับสามีของตัวเองกำลังประคองกอดอดีตคนรักไว้ในอ้อมแขนพิษรักแรงหึงแล่นพล่านขึ้นในกระแสโลหิตของเธอทันที

ทำอะไรกันน่ะ!”

อติมาเดินตรงเข้าไปหาคนทั้งสองและแว๊ดเสียงใส่ทันทีมือบางเอื้อมไปกระชากแขนของรัชภูมิที่กำลังประคองปริมาอยู่ออกเต็มแรงอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสายตาตวัดไปยังปริมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อและประกาศอย่างชัดเจนว่าเกลียดชังเธอ

หนิง!”รัชภูมิขึ้นเสียงสูงกับภรรยาอย่างไม่พอใจกริยาที่ผู้เป็นภรรยาแสดงออกอย่างไม่คิดจะไว้หน้าเขา

เธออย่านึกนะว่าฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นคนรักเก่าของก้อง อติมายังไม่หยุดอาละวาด จิกด่าปริมาทันที

รู้แล้วยังไงคะปริมาตอบโต้กลับด้วยความใจเย็น

เธอต้องการอะไรกันแน่เป็นแฟนพี่กันต์แล้วมาให้ท่าก้องทำไม

อ้อ ดิฉันก็พึ่งรู้ว่านี่คือการให้ท่า

นี่!”ยิ่งพูดอติมาก็ยิ่งโกรธเพราะเธอเกลียดท่าทางราวกับนางพญาของปริมาซะเหลือเกิน

ระงับสติอารมณ์ของคุณลงสักนิดเถอะค่ะหญิงสาวพูดเหมือนสั่งสอน ก่อนจะหันไปบอกรัชภูมิ ก้อง ช่วยพาคุณหนิงเข้าไปในบ้านเถอะ ปริมไม่อยากมีเรื่อง

ไม่ต้องทำมาเป็นวางท่าราวกับตัวเองเป็นผู้ดีหรอกเธอนึกเหรอว่าฉันไม่รู้กำพืดของเธอ จำไว้นะถ้าเธอคิดจะแย่งก้องล่ะก็ได้เห็นดีกันแน่ อติมายังไม่ยอมหยุดอาละวาด

“ดิฉันก็รู้กำพืดของดิฉันดีค่ะคงไม่ต้องให้ใครมาขุดคุ้ย ว่าแต่คุณสิคะ การศึกษาก็สูง ชาติตระกูลก็ดีแต่ทำไมถึงได้เต้นเร่าๆ เป็นเจ้าเข้าแบบนี้คะ”

อติมาแทบกรี๊ดกับคำพูดที่เย็นเยียบเป็นน้ำแข็งของปริมา

“แก!”อติมาชี้หน้าปริมามือไม้สั่น ชีพจรเต้นรัวอย่างโกรธจัด

“อย่ากรี๊ดนะคะเพราะถ้าคุณกรี๊ดคุณจะกลายเป็นนางร้ายในสายตาของคนทั้งบ้านไปทันที” ปริมาเตือนสติ

ความเยือกเย็นของเธอสามารถสยบอติมาได้ประดุจดังสุภาษิตที่ว่าน้ำร้อนปลาเป็นน้ำเย็นปลาตายถ้าจะเปรียบไปตอนนี้ปริมาคือน้ำเย็นส่วนอติมาคือน้ำร้อนเพราะฉะนั้นคนที่ร้อนรุ่มก็คืออติมานั่นเอง

ขอโทษนะปริมรัชภูมิกล่าวคำขอโทษก่อนจะรีบดึงมือคนของเขาให้เข้าบ้านไปก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายมากไปกว่านั้น

ปริมามองตามแล้วส่ายหัว พร้อมกับระบายลมหายใจออกมา ก่อนจะเดินไปนั่งบนม้าหินอ่อนใต้ต้นกระดังงาอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรกและหลังจากนั้นอีกไม่ถึงสิบนาทีรัชภาคย์ก็เดินออกมาจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

รอนานมั้ยครับทูนหัว

ไม่นานค่ะ เป็นยังไงบ้างคะหญิงสาวยิ้มให้อย่างสดใสกลบเกลื่อนร่องรอยของเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่อย่างแนบเนียน

ไฟเขียวผ่านตลอดรัชภาคย์นึกย้อนไปถึงตอนที่ถูกพ่อแม่ซักว่าปริมาเป็นใครมาจากไหนหลังจากที่เขาบอกว่าเธอเป็นเพียงลูกชาวบ้านธรรมดาแต่จบการศึกษาถึงระดับปริญญาโทบวกกับกิริยามารยาทที่ดูเรียบร้อยก็ทำให้คุณรัชดายิ้มออกบ้างส่วนคุณรมย์นั้นไม่ค่อยได้ออกความเห็นอะไร เพราะไว้ใจในตัวลูกชายคนโตมาตลอด

*******

คืนนั้น...

รัชภูมินอนไม่หลับหลังจากที่ได้เจอปริมาอีกครั้งเขาลุกขึ้นจากเตียงและหันมามองอติที่หลับไปแล้วอยู่สักพัก ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องอย่างพยายามให้เกิดเสียงเบาที่สุดเพื่อออกไปเดินเล่นหน้าบ้าน

ท่ามกลางความเงียบสงัดในยามดึก ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาอีกครั้ง

...เสียงเพลงที่แว่วดังมาจากหอประชุมใหญ่ของโรงเรียนในตอนเที่ยงดึงดูดให้นักเรียนชายหญิงห้องต่างๆที่กำลังอยู่ในช่วงพัก มุ่งกรูกันไปมุงเพื่อให้ได้จับจองพื้นที่บริเวณด้านหน้าเวทีบนเวทีตอนนี้วงดนตรีประจำโรงเรียนกำลังเล่นคอนเสิร์ตอย่างสนุกสนาน

ฐิติพรนักเรียนสาวชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกกำลังจูงมือปริมาเพื่อนรักแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อไปให้ถึงขอบเวทีเช่นเดียวกับนักเรียนคนอื่นๆทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันและเป็นเด็กเรียนทั้งคู่ทั้งปริมาและฐิติพรต่างเป็นเด็กเรียนที่เรียนเก่งอันดับต้นๆ ของห้อง ถึงแม้ทั้งสองจะเป็นเพื่อนสนิทกันแต่ก็มีบุคลิกและนิสัยที่ต่างกันคนละขั้ว

ปริมานั้นเป็นเด็กสาวที่เรียบร้อย ไม่ค่อยพูดแต่ทว่ากลับมีความอ่อนหวาน น่ารัก สดใสและมีเสน่ห์ต่อผู้ที่ได้สนทนาด้วยในขณะที่ฐิติพรเป็นคนมั่นใจใจตัวเอง ตรงไปตรงมา โผงผางแต่จริงใจและรักเพื่อนโดยเฉพาะปริมามาก ความแตกต่างอย่างสุดขั้วของทั้งสองคนกลับเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกันทำให้ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนรักและสนิทกันมาก

“จะรีบไปไหนยัยแก้มปริมาอดบ่นไม่ได้เมื่อรู้สึกว่าข้อมือของตัวเองกำลังถูกเพื่อนสาวฉุดลากอย่างแรง

“ก็รีบไปดูดนตรีไงยะ” เด็กสาวหันมาตอบ“เธออย่ามาแกล้งทำไก๋หน่อยเลย เธอไม่รู้หรือไงว่าวันนี้นายจีพระเอกของเธอเขาเล่นดนตรีด้วย

ปริมาหน้าแดงที่โดนเพื่อนล้อออกมาตรงๆจีหรือจีรวัฒน์หนุ่มนักดนตรีประจำวงของโรงเรียนซึ่งเป็นนักเรียนอีกห้องหนึ่งที่นอกจากจะหน้าตาดีแล้วยังเล่นดนตรีและกีฬาเก่ง การเรียนก็อยู่ในอันดับต้นๆ ของโรงเรียน ปริมาแอบปลื้มเขาตั้งแต่มาเข้าเรียนมอสี่ที่นี่ใหม่ๆและผู้ที่ได้ล่วงรู้ความในใจของเธอเป็นคนแรกก็คือฐิติพรนั่นเองทั้งนี้เป็นเพราะความช่างสังเกตของฐิติพรเองที่เห็นว่าปริมาแอบมองหนุ่มคนนี้อยู่บ่อยๆในยามที่เขาเดินผ่านหน้าห้องของเธอ

ในที่สุดฐิติพรก็ลากปริมามาจนถึงเวทีการแสดงจนได้แต่เนื่องจากเพื่อนนักเรียนมากมายที่มาถึงหน้าเวทีก่อนจึงทำให้ทั้งสองคนได้แต่ชะเง้อมองอยู่บริเวณด้านนอกเท่านั้น

เสียงเพลงที่ถูกบรรเลงผ่านเครื่องขยายเสียงดังกระหึ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“กรี๊ดกรี๊ดดดด”

ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ที่ต่างพากันคลั่งไคล้หนุ่มนักดนตรีวงนี้ทั้งวงเพราะแต่ละคนมีบุคลิกและหน้าตาดีที่จัดได้ว่าเป็นอันดับต้นๆของโรงเรียน

ก่อนท้องฟ้าจะสดใส                             ก่อนความอบอุ่นของไอแดด
ก่อนดอกไม้จะผลิบาน                             ก่อนความฝันอันแสนหวาน
ในใจไม่เคยมีผู้ใด                                                จนความรักเธอเข้ามา
ทำให้ดวงตาฉันเห็นความสดใส                  ข้างกายไม่เคยมีผู้ใด
จนความรักเธอเมตตา                              เป็นพลังให้ฉันสู้ต่อไป
บนโลกที่โหดร้ายเหลือเกิน
ก่อนดวงดาวจะเต็มฟ้า                             ก่อนชีวิตจะรู้คุณค่า
ก่อนสิ้นศรัทธาจากหัวใจ                           ก่อนที่คนอย่างฉันจะหมดไฟ
ในใจไม่เคยมีผู้ใด                                    จนความรักเธอเข้ามา
ทำให้ดวงตาฉันเห็นความสดใส                  ข้างกายไม่เคยมีผู้ใด
จนความรักเธอเมตตา                              เป็นพลังให้ฉันสู้ต่อไป
บนโลกที่โหดร้าย เหลือเกิน
ทั้งวิญญาณและหัวใจ                              ให้เธอครอบครอง
ทั้งชีวิตให้สัญญา จะอยู่ จะสู้เพื่อเธอ
ในใจไม่เคยมีผู้ใด                                    จนความรักเธอเข้ามา
ทำให้ดวงตาฉันเห็นความสดใส                  ข้างกายไม่เคยมีผู้ใด
จนความรักเธอเมตตา                              เป็นพลังให้ฉันสู้ต่อไป
บนโลกที่โหดร้าย เหลือเกิน

                                                                                        เพลงก่อน ศิลปิน โมเดิร์นด็อก           

 

เพลงนี้คือเพลงของนักร้องคนหนึ่งซึ่งเป็นเพลงโปรดของปริมา ถึงแม้จะเก่าไปบ้างแต่ฟังกี่ครั้งก็ยังเพราะและมีความหมายที่ดีเสมอเด็กสาวพยายามชะเง้อมองคนที่กำลังร้องเพลงอยู่บนเวทีเพราะเสียงร้องเปลี่ยนไปจากคนเดิมที่เคยร้องเป็นประจำแล้วปริมาก็ยิ้มแก้มแทบปริเพราะคนที่ร้องเพลงนี้ไม่ใช่นักร้องนำเหมือนเช่นทุกเพลงแต่กลับเป็นจีรวัฒน์ มือกีตาร์ประจำวงคนที่เธอแอบปลื้มเป็นคนร้อง

จุดสีแดงแต้มขึ้นบนใบหน้าสวยหวานของปริมาอย่างอัตโนมัติความรู้สึกปลาบปลื้มล้นทะลักขึ้นมาในหัวใจดวงน้อยทันทีเพราะเพลงที่เธอชอบถูกร้องโดยคนที่เธอแอบชอบ มันจะมีอะไรน่าปลื้มไปมากกว่านี้

ปริมาไม่คิดว่าตัวเองจะได้ยินเสียงเขาเพราะปกติจีรวัฒน์จะทำหน้าที่เป็นมือกีตาร์ประจำวงเท่านั้นแต่วันนี้เหมือนโชคเข้าข้างเมื่อเขาเป็นคนร้องเพลงโปรดของเธอ

ตัวเล็กแค่นี้มองเห็นเหรอ

เสียงของใครคนหนึ่งที่พูดแว่วๆอยู่ข้างหลังทำเอาอาการปลื้มปีติของปริมาต้องหยุดชะงักลงทันที เด็กสาวหันไปมองเห็นต้นเสียงเห็นรัชภูมิเพื่อนชายที่อยู่ห้องเดียวกันกำลังกอดอกมองดูเธออย่างไม่วางตา

นายสูงตายล่ะ

ปริมาตอบโต้ทันที ปกติเธอก็ไม่ค่อยจะมีปากเสียงกับใครแต่กับรัชภูมิเป็นกรณียกเว้นเพราะทั้งคู่มักมีเรื่องถกเถียงกัน เรียกได้ว่าทุกครั้งที่คุยกันก็ว่าได้แต่แทนที่จะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ เด็กสาวกลับรู้สึกว่าสนุกไม่น้อยที่ได้ต่อปากต่อคำกับเขาผู้นี้

สูงกว่าเธอก็แล้วกันยัยตัวเล็ก หึหึเด็กหนุ่มพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอท่าทางสบายอารมณ์

เชอะ!”

ใบหน้าสวยสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอน คนร่างสูงยิ้มอย่างมีความสุขที่สามารถทำให้ยัยตัวเล็กอย่างปริมามีอาการแบบนี้ใส่เขาได้อีกครั้ง

รัชภูมิรู้ว่าปริมาปลื้มจีรวัฒน์เพื่อนต่างห้อง เขารู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลยที่รู้ว่าเพื่อนสาวผู้นี้แอบปลื้มผู้ชายอื่นมันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ คนที่ดูเรียบร้อยเรียนเก่งและอ่อนหวานกับใครๆ ได้หมดยกเว้นเขาแต่ถึงกระนั้นก็เป็นเพราะเขาเองที่ชอบหาเรื่องแหย่ให้เธอโกรธอยู่เรื่อย ทั้งนี้ก็เพราะมันทำให้เขาอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้เห็นเธอค้อนเพราะเป็นสิ่งที่ปริมาทำไม่บ่อยนัก

ตัวเล็กแบบนี้จะหาแฟนได้เหรอเขายังตอแยเธอต่อ

นายคอยดูต่อไปก็แล้วกัน

ต้องรอไปอีกนานแค่ไหน สักสิบปีพอไหมหึหึรัชภูมิพูดอย่างเย้ยหยันแกมหัวเราะ

นาย...บ้า!”ปริมาหน้าแดงก่ำกับคำพูดคล้ายกับปรามาสใส่เธอ

มาว่าแต่เรานายเถอะปากอย่างนี้เมื่อไหร่จะมีแฟน เราอยากจะรู้นักว่าผู้หญิงคนไหนจะโชคร้ายที่ได้มาเป็นแฟนคนอย่างนายปริมากัดตอบบ้าง        

เขายิ้มอย่างมั่นใจในตัวเอง

ถ้าอยากมีหาเมื่อไหร่ก็ได้

รัชภูมิพูดเหมือนหลงตัวเองแต่ปริมารู้ว่าเขาไม่ได้พูดเกินจริงเพราะในห้องมีเพื่อนผู้หญิงหลายคนที่แอบชอบเขาอยู่ทั้งที่แสดงออกและไม่แสดงออก ด้วยความที่รัชภูมิเป็นคนที่สุภาพและมีน้ำใจกับเพื่อนบวกกับเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น จึงเป็นเสน่ห์ของเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างหาตัวจับยากนอกจากนั้นเขายังเป็นลูกเศรษฐีที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัดแต่เขาเองไม่เคยอวดตัวและวางตัวเรียบง่ายกับเพื่อนๆ ทุกคน แม้แต่กับเธอซึ่งเป็นลูกชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่ฐานะจัดอยู่ในขั้นขัดสนเขาก็ไม่เคยเอาเรื่องความแตกต่างนี้เข้ามาเป็นอุปสรรคขัดขวางการเป็นเพื่อนเลยสักนิด

เป็นห่วงก็เธอนั่นแหละยัยตัวเล็กรัชภูมิมองหน้าปริมายิ้มๆ อีกครั้ง หญิงสาวรู้สึกขัดใจและไม่อาจสรรหาถ้อยคำมาตอบโต้เขา

เอ้าๆ เลิกเถียงกันได้แล้วคู่นี้เป็นอะไรเจอกันทีไรเป็นต้องกัดกันทุกทีสิฐิติพรเป็นฝ่ายห้ามทัพก้องนายหาเรื่องปริมอีกแล้วใช่ไหมเธอหันมาเอาเรื่องกับรัชภูมิต่อทันที

บ้าน่ะแก้ม ยัยตัวเล็กนี่ก็ร้ายใช่เล่นซะที่ไหน

เขาพูดกลั้วหัวเราะแต่แววตายังจดจ้องอยู่บนหน้าเรียวใสของคนที่เขาเรียกว่าตัวเล็ก” อยู่อย่างไม่คิดจะหันไปมองอย่างอื่น

นี่นาย...” ปริมากำลังจะอ้าปากตอบโต้

พอๆฐิติพรรีบหย่าศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

วันเสาร์นี้เราเจอกันที่บ้านตั้มนะ ไปทำงานกลุ่มกันหัวข้อสนทนาถูกเปลี่ยนไปเพราะไม่อยากให้ทั้งคู่ต้องมาปะทะคารมกันอีก

ได้สิ เราไปอยู่แล้วรัชภูมิรับปาก “แล้วเจอกันนะยัยตัวเล็ก”เขายักคิ้วหนาให้พร้อมกับอมยิ้มก่อนจะเดินเลี่ยงไปหากลุ่มเพื่อนผู้ชายที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเวที

ปริม” ฐิติพรเอ่ยเมื่อคล้อยหลังรัชภูมิไปแล้ว“แก้มว่านายก้องนี่เขาดูแปลกๆ นะ

แปลกยังไงเหรอแก้มปริมาเลิกคิ้วที่โก่งราวกับคันศรขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับถามอย่างสงสัย

แปลกที่เขาชอบหาเรื่องแต่กับเธอ

เขาคงไม่ชอบหน้าปริมมั้งหญิงสาวตอบอย่างไม่คิดจะหาเหตุผล

แล้วถ้าหากตรงข้ามล่ะปริมฐิติพรตั้งข้อสงสัย

คำพูดประโยคนั้นทำเอาหัวใจของปริมากระตุกไปครั้งหนึ่ง

ไม่หรอกแก้ม”ปริมารีบปฏิเสธความคิดนั้นของเพื่อนสาวทันที“เขาไม่มีทางคิดอะไรแบบนั้นกับปริมหรอก

ปริมไม่เห็นเหรอกับคนอื่นนายก้องสุภาพเรียบร้อยจะตายจะมีก็แต่กับเธอนี่แหละที่เขาชอบหาเรื่อง อีกอย่างนะ ปริมออกจะเรียบร้อยขนาดนี้ไม่เห็นมีอะไรให้น่าหาเรื่องสักนิดถ้าไม่ใช่เพราะเขาอยากหาเรื่องมาคุยกับเธอ

ยิ่งฐิติพรพูดมากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะยิ่งเข้าตัวปริมามากขึ้นเธอเองก็เคยสงสัยเช่นกันว่าทำไมรัชภูมิถึงได้ชอบหาเรื่องตัวเองนักหนาทั้งๆที่เธอกับเขาก็ไม่ได้มีเรื่องขัดใจอะไรกัน แต่ปริมาเองก็ไม่ปฏิเสธว่าลึกๆแล้วเธอเองก็แอบมีความสุขที่ได้ต่อปากต่อคำกับเขา

“คิดมากน่าแก้ม” ปริมารีบขจัดข้อสงสัยของเพื่อน

ฐิติพรกำลังจะอ้าปากพูดต่อ

“เราไปกันเถอะ นี่จะบ่ายโมงแล้วเดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน”ปริมาตัดบทพร้อมกับฉวยข้อมือของฐิติพรให้เดินตามออกมา ก่อนที่จะถูกผู้เป็นเพื่อนรุกเร้าไปมากกว่านั้น

*******

เช้าวันเสาร์...

ปริมา ฐิติพร และรัชภูมิมาพร้อมกันที่บ้านของวิฑูรย์หรือตั้มเพื่อทำโครงงานชิ้นใหญ่ของปีนี้ ซึ่งสมาชิกทั้งหมดในกลุ่มตกลงกันว่าจะทำวงจรแบบจำลองการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มารดา

บ้านของวิฑูรย์เป็นบ้านสองชั้นอยู่ทางถนนรอบเมืองซึ่งไม่ไกลจากโรงเรียนมากนักทำให้หาง่ายวันนี้พ่อแม่ของวิฑูรย์ไปทำธุระนอกบ้าน ปล่อยให้เด็กๆ ทำงานกันตามลำพัง

 วิฑูรย์กับรัชภูมิเป็นเพื่อนสนิทกันเขามาที่บ้านวิฑูรย์บ่อยๆ จึงทำให้คุ้นเคยกับที่บ้านของวิฑูรย์เป็นอย่างดีอีกทั้งยังสนิทสนมกับผู้เป็นบิดามารดาของวิฑูรย์จนเรียกได้ว่าแทบจะเป็นลูกชายคนที่สองของบ้านหลังนี้ไปแล้ว

ทุกคนในกลุ่มเริ่มลงมือทำงานด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ รัชภูมิจึงเดินไปเลือกแผ่นเพลงก่อนจะใส่มันเข้าไปในเครื่องเล่นดีวีดีอย่างคล่องแคล่วแล้วไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงเพลงก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่เคยเงียบเชียบลงไปได้

เพลงที่รัชภูมิเปิดเป็นเพลงช้า ฟังดูโรแมนติกซึ่งปริมาเองก็ชอบคล้ายๆ กับเขา เด็กหนุ่มเดินกลับมานั่งลงก่อนจะตั้งใจทำงานต่อไปปริมาอดมองเขาอย่างทึ่งๆ ไม่ได้เพราะรัชภูมิมีการวางแผนงานแต่ละขั้นตอนได้อย่างดีและกระจายงานแต่ละส่วนให้กับเพื่อนๆช่วยทำ

ทุกคนในกลุ่มต่างตั้งใจทำงานและมีการพูดคุยปนสอดแทรกมุขตลกเฮฮาบ้างทำให้งานไม่เครียดและต่างพยายามใช้ฝีมือของตัวเองทำงานที่ถนัดจนทำให้โครงงานเป็นรูปเป็นร่างและรุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อใกล้เที่ยง...ทุกคนในกลุ่มลงความเห็นว่าจะหยุดพักเพื่อรับประทานอาหารก่อนโดยวิฑูรย์และฐิติพรอาสาออกไปซื้อกับข้าวข้างนอกโดยใช้รถมอเตอร์ไซด์เป็นยานพาหนะทิ้งให้ปริมาและรัชภูมิอยู่กันตามลำพัง

คล้อยหลังเพื่อนทั้งสองคนรัชภูมิจึงเงยหน้าขึ้นจากงานที่กำลังตั้งใจทำอยู่ตรงหน้าแล้วนั่งจ้องปริมาเป็นครั้งแรกในรอบวันสายตาคมกริบจ้องใบหน้าสวยหวานแทบไม่กะพริบตา จนปริมาต้องขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะรู้สึกขัดเขินกับแววตาวาววามของเขาอย่างบอกไม่ถูก

หน้าปริมมีอะไรติดอยู่เหรอเด็กสาวเอ่ยถามเมื่อรัชภูมิยังจ้องหน้าเธออยู่อย่างไม่วางตา

เปล่า...” เขาตอบเรียบๆแต่ยังไม่ละสายตาจากใบหน้าเนียนใส

แล้วนายมองหน้าเราทำไมตั้งนานแล้วเธอถามเสียงดังอย่างพยายามกลบเกลื่อนอาการขัดเขินของตัวเอง

ก็อยากมองให้เต็มตาสักวันเขาพูดเหมือนไม่คิดอะไรแต่น้ำเสียงจริงจังจนปริมารู้สึกแปลกๆ

อ้อแสดงว่าทุกวันมองปริมไม่เต็มตาเหรอ

มองเต็มตาและเต็มหัวใจทุกวัน

คำพูดนั้นที่ไม่ได้แฝงแววขี้เล่นเหมือนเช่นทุกครั้งทำเอาเด็กสาวเก้อๆ ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยถูกใครจ้องตาแวววาวแบบนี้มาก่อน

นายอย่ามาล้อเล่นกับปริมนะปริมไม่ใช่สาวๆ ของนาย ที่นายจะมาหยอดคำหวานใส่

ก็ใครว่าใช่ ยัยตัวเล็กรัชภูมิกลับมาพูดจาแบบที่ชอบล้อเธออีกครั้ง

นี่นาย!” เธอเริ่มเสียงดังยกมือขึ้นทำท่าทาจะทุบเขา

จ๋าก้องอยู่ใกล้แค่นี้ไม่ต้องเรียกเสียงดังก็ได้ครับใบหน้าหล่อคมเปื้อนด้วยรอยยิ้มแล้วชะโงกหน้ามาใกล้ๆ อย่างจงใจแกล้งจนปลายจมูกโด่งๆ ของเขาเกือบชนแก้มใสๆ ของเธอ ปริมาผงะหน้าหนีก่อนจะผลักเขาออกห่างรัชภูมิได้แต่หัวเราะอย่างถูกใจ

ทำไมนายชอบแกล้งเรานักนะเธอบ่นเขาอย่างจริงจัง

ก็แกล้งปริมแล้วมีความสุขก็เลยอยากแกล้งอยู่บ่อยๆ

เขาพูดหน้าตาเฉยพร้อมกับจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่สวยตาคู่นี้คล้ายตากวาง สวยแต่เหมือนมีอะไรแฝงอยู่ลึกๆ ทำให้อยากจะเข้าไปค้นหารัชภูมิรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเบ่งบานทุกครั้งยามที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนสาวคนนี้

ชิ!” เธอสะบัดหน้าหนีสายตาคมกริบของเขาเอาดื้อๆ

ปริมจ๋าเสียงเรียกหวานนั้นทำเอาปริมารู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องขึ้นมาอีกครั้งขอก้องมองหน้าหน่อยสิ คืนนี้จะได้ฝันถึง

เสียงออดอ้อนดังอยู่ใกล้ๆฟังแล้วชวนวาบหวามจนขนลุกซู่ขึ้นมา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้คิดที่จะล่วงเกินเธอ

วันนี้นายกินยาผิดขวดหรือไง

ปริมาหน้าแดงกับน้ำเสียงและท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยของเขาสาวน้อยแกล้งทำเป็นเสียงแข็งกลบเกลื่อนความอ่อนไหวที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนยากจะต่อต้านในตอนนี้

รัชภูมิมองจุดสีแดงที่ถูกแต้มขึ้นบนแก้มใสๆของเธออย่างพึงพอใจ หนุ่มน้อยริรักรู้สึกชอบนักหนาเวลาที่ปริมาเขินเพราะยิ่งน่ารักน่ามองกว่าเวลาที่เธอทำหน้าเฉยๆเป็นไหนๆ

“เขินเหรอ”

“ใครเขิน”

“ก็คนบางคนแถวนนี้”

“ทำไมต้องเขินด้วย”

“แล้วทำไมต้องหน้าแดงล่ะครับ”

ประโยคสุดท้ายทำให้ปริมาอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อคิดว่าตัวเองเผลอแสดงพิรุธต่อหน้าเขามากขนาดนี้เลยหรือ

รัชภูมิมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงไปชั่วขณะ ให้ตายสิทำไมน่ารักแบบนี้ใบหน้าคมก้มลงมาต่ำพร้อมกับเตรียมฝังจมูกลงบนแก้มนวลใสของเธออย่างลืมตัว

ทำอะไรกันอยู่ฐิติพรส่งเสียงเรียกมาแต่ไกลก่อนที่จมูกโด่งจะชนกับแก้มนวลใสทำให้ทั้งสองคนรีบผละไปอยู่กันคนละมุม

ไปนานจังหิวจะแย่อยู่แล้วรัชภูมิแกล้งทำเป็นบ่น ส่วนปริมาเอาแต่เงียบด้วยกลัวว่าเพื่อนทั้งสองคนจะจับพิรุธบนสีหน้าของเธอได้

ขอโทษด้วยจ้า ก็คนมันเยอะนี่นา ฐิติพรพูดก่อนจะเดินไปหยิบจานในครัวมาเพื่อแกะอาหารใส่ปริมาผละไปช่วยโดยที่ทั้งสองหนุ่มต่างแยกย้ายกันไปล้างมือ

ทั้งหมดมานั่งรับประทานอาหารเที่ยงรวมกันโดยมีฐิติพรเจื้อยแจ้วเสียงอยู่เป็นหลักเมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วทุกคนก็ช่วยกันทำงานต่อจนถึงบ่ายแก่ๆแล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน

ไปแล้วนะทุกคนรัชภูมิเอ่ยลาเพื่อนๆก่อนจะแยกตัวกลับไป เขาส่งสายตามาหาปริมาเป็นพิเศษแต่ปริมาแสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาคมกริบของเขาที่ส่งมาทางเธอ

ส่วนวิฑูรย์เดินออกมาส่งเพื่อนสาวทั้งสองคนที่หน้าบ้านและรอจนกระทั่งเพื่อนขึ้นรถประจำทางที่ผ่านมาพอดีจึงเดินหันหลังกลับเข้าบ้านของตัวเอง

*******

บอกมาเดี๋ยวนี้เลย ตอนที่แก้มไม่อยู่นายก้องทำอะไรปริมฐิติพรคาดคั้นถามเพื่อนรักทันทีในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งรถโดยสารกลับบ้าน

เปล่าซะหน่อยปริมาปฏิเสธเสียงแข็ง

เปล่า...แล้วทำไมเธอต้องหน้าแดงด้วยทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบแหลมช่างสังเกตของฐิติพรไปได้

เขาก็แค่กินยาผิดขวด มาหวานใส่ปริมเธอตอบอายๆ เมื่อเจอสายตาค้นคว้าของผู้เป็นเพื่อน

แล้วก็เลยทำเอาปริมหน้าแดงแบบนี้ใช่ไหม

ก็...” ปริมาพูดไม่ออกเอาดื้อๆ

ตกลงคู่นี้เป็นยังไงกันแน่ เราว่ามันชักจะยังไงๆแล้วนะฐิติพรตั้งข้อสังเกตพร้อมกับจ้องหน้าเพื่อนอย่างจับพิรุธ

บ้าน่าแก้มปริมารีบตัดบทอีกครั้ง

จ้า แล้วแก้มจะคอยดูต่อไปเธอพูดพร้อมกับหัวเราะเพื่อนสาวน้อยๆแล้วส่งสายตาล้อเลียนมาที่ปริมาเป็นระยะ เด็กสาวได้แต่หลบตาด้วยความเอียงอาย

*******

ท้องฟ้าในยามเช้าของเดือนสิงหาคมเช่นเช้านี้เต็มไปด้วยความมืดครึ้มฝนตกหนักเทกระหน่ำมาตั้งแต่เช้า แสงจากพระอาทิตย์ไม่มีโอกาสได้ส่องแสงสว่างตลอดทั้งวันตอนนี้ทั้งโรงเรียนเงียบกริบเนื่องจากอาจารย์ปล่อยนักเรียนห้องอื่นกลับเกือบหมดทุกห้องแล้วเนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยเหลือเพียงห้องของปริมาที่ยังไม่เลิกเรียนเพราะเป็นวิชาเคมีที่ตรงกับคาบที่ต้องทำการทดลองจึงต้องอยู่ทำต่อเนื่องจนเสร็จ

บรรยากาศช่วงห้าโมงเย็นมืดสนิทอย่างรวดเร็วราวกับเวลาตอนกลางคืนก็ไม่ปานบ้านเรือนผู้คนรวมถึงต้นเสาต่างๆ สว่างไสวไปด้วยแสงไฟหลากหลายดวง

ปริมาและฐิติพรเดินออกมาที่หน้าโรงเรียนเพื่อขึ้นรถโดยสารกลับเหมือนเช่นทุกวันหลังจากเรียนเสร็จแต่วันนี้รถโดยสารประจำทางไม่มีแม้แต่คันเดียวคงเป็นเพราะบรรยากาศที่มืดครึ้มทำให้คนขับรถเหล่านั้นเร่งรีบกลับบ้านก่อนเวลา

“ทำไงดีแก้ม” ปริมาหันมาทางฐิติพรอย่างปรึกษา สองสาวได้แต่หันรีหันขวางอย่างครุ่นคิดเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้

“นั่นสิ รถหายไปไหนหมดนะ” ฐิติพรบ่นปอดแปดตามแบบฉบับของเธอ

“ก็วันนี้ฝนตกไงเขาเลยรีบกลับ”

“ไม่คิดถึงนักเรียนตาดำๆ อย่างเราบ้างเลยหรือไงนะช่างไม่มีจรรยาบรรณเอาซะเลย” ฐิติพรอดที่จะพูดกระแทกคนขับรถเหล่านั้นไม่ได้

สองคนยืนกันอยู่ตามลำพังอย่างเคว้งคว้างอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีเพื่อนๆ คนอื่นต่างทยอยกันกลับหมดแล้วบ้างก็มีผู้ปกครองมารับบ้างก็ขับรถกลับกันเองเพราะบ้านอยู่ในเมือง แต่ทั้งสองคนโชคร้ายตรงที่บ้านอยู่ต่างอำเภอจึงประสบปัญหามากกว่าเพื่อนคนอื่นๆยามอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีปนอยู่บ้างเมื่อวิฑูรย์และรัชภูมิขับรถมอเตอร์ไซด์ผ่านมาพอดี

จะกลับยังไงสองสาว วิฑูรย์เอ่ยถามก่อนในขณะที่รัชภูมิก็จอดรถเช่นกันแต่ยังสตาร์ทเครื่องรออยู่ใกล้ๆ

ไม่มีรถกลับเลย

งั้นเดี๋ยวไปส่ง

ขอบใจจ๊ะฐิติพรบอกก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถของวิฑูรย์

“ก้องนายไปส่งปริมก็แล้วกันนะ”วิฑูรย์หันมาบอกก่อนจะออกรถไป

วิฑูรย์พาฐิติพรขับรถออกไปไกลแล้วแต่ปริมากลับยืนเก้อๆอยู่

ขึ้นรถสิรัชภูมิบอกด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน

“ขึ้นซ้อนท้ายรถนายเนี่ยเหรอ” สาวน้อยถามอย่างอึกอัก ทำอะไรไม่ถูก

“ครับ ก็ซ้อนท้ายรถก้องสิ”รัชภูมิหัวเราะพร้อมกับมองหน้าปริมาที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนด้วยดวงตาพร่าพราย สาวรุ่นเก้อเขินแทบทำอะไรไม่ถูกแต่ก็ตัดสินใจเดินอ้อมไปที่ท้ายรถก่อนจะค่อยๆ ก้าวขึ้นไปนั่งในท่าเฉียงหัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่อลำแขนเรียวของตัวเองเบียดกับแผ่นหลังของเขาจนรู้สึกถึงไออุ่นจากเจ้าของแผ่นหลังนั้น

รัชภูมิเร่งคันสตาร์ทเครื่องขึ้นก่อนจะออกรถช้าๆ ไปตามถนนเส้นหลักมุ่งสู่เส้นทางที่จะไปบ้านของปริมาบ้านของปริมาอยู่ต่างอำเภอที่ไกลออกไปจากตัวเมืองประมาณยี่สิบกิโลเมตรรัชภูมิเคยมาทางนี้เขาจึงขับอย่างรู้ทางหนุ่มน้อยขับรถไม่เร็วมากนักเพราะต้องการถ่วงเวลาให้ได้อยู่ใกล้เธอนานๆ

ทำไมเงียบจังเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อคนที่นั่งอยู่ข้างหลังเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา

เปล่าเงียบ ก็ไม่รู้จะพูดอะไร ปริมาพูดออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายนาที

กำลังคิดว่า ถ้าเป็นนายจีมาส่งคงจะดีกว่าก้องใช่ไหม อยู่ๆ รัชภูมิก็แขวะเอาดื้อๆ

งั้นมั้งปริมาประชดกลับเช่นกัน

คำพูดของเธอทำให้รัชภูมิแกล้งกระทืบเบรกรถเครื่องเต็มแรงจนรถหยุดกึกเป็นเหตุให้ร่างบางไถลเลื่อนเข้ามาใกล้เขามากขึ้นหญิงสาวรีบขยับตัวออกมาในระยะเท่าเดิมก่อนจะกระแทกเสียงใส่เขา

นี่! แกล้งเราอีกแล้วใช่ไหม

เปล่าแกล้ง แต่คำพูดปริมมันขัดใจเรา เขาพูดออกมาตรงๆ

คนบ้า เอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล สาวน้อยได้แต่ค้อนอยู่ข้างหลังเขา โดยที่รัชภูมิไม่มีโอกาสได้เห็น

ก็เอาแต่ใจกับปริมคนเดียวนั่นแหละ คำพูดนั้นทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดปกติอีกครั้งช่วงนี้เธอมีอาการแบบนี้บ่อยยามอยู่ใกล้ๆ เขา

“ทำไมนายไม่ตามหาคนตามใจล่ะ”

“เจอแล้ว” เขาตอบกลับเกือบทันที

ปริมาอยากจะถามต่อว่าคนที่เขาบอกเจอแล้วนั้นเป็นใคร แต่ก็หยุดอยู่แค่นั้นเพราะกลัวคำตอบที่จะได้ยินนั่นเอง

รัชภูมิขับรถมาถึงบ้านของปริมาในอีกสี่สิบนาทีต่อมาพ่อและแม่ของปริมากำลังชะเง้อมองทางอย่างเป็นห่วงลูกสาวแล้วก็รู้สึกโล่งออกเมื่อเห็นปริมากลับบ้านมาอย่างปลอดภัย

“ขอบใจมากนะพ่อก้องที่มาส่งปริม”แม่พิมเอ่ยปากขอบคุณหลังจากรู้ชื่อเขาจากปริมา

“อย่าเกรงใจเลยครับแม่พิมปริมเป็นเพื่อนยังไงผมก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด”

รัชภูมิมีท่าทางเรียบร้อยและอ่อนน้อมถ่มตนกับผู้ใหญ่ ทำให้ผู้เป็นบิดามารดาของปริมาจึงรู้สึกเอ็นดูรัชภูมิตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นผู้ใหญ่ทั้งสองกล่าวขอบใจรัชภูมิที่มีน้ำใจมาส่งปริมาให้และนั่นเป็นครั้งแรกที่รัชภูมิได้มีโอกาสมาเห็นบ้านของปริมา

“ขับรถดีๆ นะ ขอบใจที่มาส่ง”เด็กสาวเอ่ยกำชับในขณะที่รัชภูมิกำลังจะขับรถกลับ

“เข้าบ้านได้แล้ว ก้องขับแป๊บเดียวก็ถึง”

“อย่าซิ่งแล้วกัน”

“เป็นห่วงก้องเหรอ” เขาถามด้วยสีหน้าที่ยิ้มกริ่ม

“ห่วงในฐานะเพื่อนย่ะ” ปริมาย่นจมูกใส่

“ครับ เพื่อนก็เพื่อน”คิ้วเข้มยกขึ้นยักให้เธอครั้งหนึ่งอย่างอารมณ์ดีก่อนจะรีบบึ่งรถกลับไปทางเดิม

******

เช้านี้รัชภูมิถูกคุณรัชดาผู้เป็นมารดาปลุกให้ตื่นแต่เช้าเพื่อใส่บาตรทำบุญในวันคล้ายวันเกิดของเขาหลังจากนั้นหนุ่มน้อยก็ไปโรงเรียนตามปกติ

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์”

เสียงอวยพรดังขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาก้าวเข้าไปในห้องเรียนจากเพื่อนๆหลายๆ คน หนุ่มน้อยได้รับของขวัญมากมายจากเพื่อนๆ ร่วมชั้นแต่คนที่เขาเฝ้ารอกลับมีท่าทีที่เมินเฉยและไม่มีท่าทีว่าจะใส่ใจกับวันสำคัญของเขาเลยสักนิด

ในระหว่างคาบเรียน...

รัชภูมิซึ่งนั่งอยู่แถวหลังมองไปยังเพื่อนสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจเรียนอยู่อย่างเงียบๆปริมาเป็นคนที่เรียนเก่งและตั้งใจเรียนเสมอเธอเป็นคนที่เรียบร้อยและน่ารักกับเพื่อนๆ ทุกคน เขาแอบชอบผู้หญิงคนนี้มานานจึงคอยหาเรื่องเธออยู่เสมอเพื่อให้ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอบ้างเพราะคนอย่างเขาก็ไม่รู้จะสรรหาอะไรไปคุยกับเธอดี

รัชภูมินึกขำตัวเอง การที่ทำให้คนอื่นๆ ชอบเขามันดูเหมือนจะง่ายไปหมดแต่ให้ตายสิ ทำไมกับปริมาเขาถึงคิดมุขไม่ออกนะ แล้วตอนนี้เขาก็รู้สึกผิดหวังพิลึกที่เธอผู้นั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันเกิดของเขาเหมือนเช่นคนอื่นๆ

กริ๊ง...กริ๊ง...

เสียงกริ่งสัญญาณบ่งบอกว่าเลิกเรียนแล้วดังขึ้น เพื่อนๆทุกคนในห้องเก็บของและทยอยเดินออกจากห้องเรียนเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านฐิติพรและปริมาเดินมาคู่กันเหมือนเช่นทุกวันแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรัชภูมิยืนดักรออยู่ที่หน้าประตูห้อง

มีอะไรก้องฐิติพรเป็นฝ่ายถาม

รีบกลับเหรอแก้ม

ก็รีบ ว่าแต่นายมีอะไรเหรอ

เราขอถามการบ้านยัยตัวเล็กสักแป๊บได้ไหม เขาบอกเหมือนขออนุญาตและหันไปทางปริมา

ก็ได้แต่อย่านานนะ เดี๋ยวปริมไม่ทันรถแก้มไปรอที่รถนะปริมเธอหันมาบอกปริมาก่อนจะเดินเลี่ยงไปก่อน

การบ้านข้อไหนปริมาหันมาถามเขา

ข้อที่ค้างคาใจเขาพูดกำกวมแต่ทว่าไม่ได้แฝงไว้ด้วยความขี้เล่นเหมือนเช่นปกติ

อะไรนะ เธอมองหน้าอย่างงงๆกับท่าทีแปลกๆ ของเขา

วันนี้วันเกิดก้องนะ รัชภูมิพูดเสียงทุ้มน่าฟัง

ก็รู้แล้วเห็นนายได้ของขวัญตั้งเยอะแยะนี่ ดีใจด้วยนะปริมาตอบกลับเรียบๆ แต่น้ำเสียงแฝงประชดเล็กน้อย

อวยพรก้องมาก่อน ไม่งั้นก้องไม่ให้กลับบ้าน

“มันสำคัญนักเหรอ แค่คำอวยพรไม่กี่คำของเรา”

“สำคัญสิ” เขาพูดจริงจังพร้อมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่สวย

ปริมขอให้ก้องมีความสุขมากๆ นะ พอใจหรือยัง

พอใจครับถึงแม้มันฟังดูแล้วเหมือนกับจะไม่เต็มใจนักก็ตาม

เขาพูดพร้อมกับฉีกยิ้มออกมาอย่างน่ารักทำเอาปริมาตาพร่ามัวไปชั่วขณะกับรอยยิ้มแบบนั้น

ปริมกลับบ้านได้แล้วใช่ไหม

ครับเขาตอบรับสั้นๆ แต่ก็ยังยิ้มอยู่

ปริมาก้มลงค้นหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าก่อนที่จะส่งให้เขามันเป็นดินสอกดที่เธอตั้งใจซื้อให้รัชภูมิเป็นของขวัญวันเกิดแต่ตอนเช้าเห็นใครต่อใครต่างก็รุมให้ของขวัญและอวยพรเขาทำให้เธอต้องถอยห่างออกมาเงียบๆ

ของขวัญจากปริมเธอพูดโดยไม่สบตาเขาเพราะในยามนี้ดวงตาสีดำขลับนั้นกำลังจับจ้องมองเธอทุกอิริยาบถด้วยประกายแพรวพราว

รัชภูมิรับมาจากมือเธอ แล้วค่อยๆ เสียบมันใส่กระเป๋าเสื้อด้านหน้า

ก้องจะเก็บมันเอาไว้ตรงนี้เสมอเพราะมันอยู่ใกล้ๆหัวใจของก้อง เขาพูดพร้อมกับสบตาเธออย่างมีความหมาย

ปริมาหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายแต่ในใจกลับรู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก

“เราไปได้หรือยัง”

“ครับ” เขาเปิดทางให้

ปริมารีบเดินลิ่วๆ ผ่านหน้าเขาไปทันทีหนุ่มน้อยมองตามจนกระทั่งเด็กสาวเดินเลี้ยวลงบันไดไปมือหนาแตะที่ดินสอกดในกระเป๋าเสื้ออย่างทะนุถนอมแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

...ปีนี้เป็นปีที่วันเกิดของเขามีความหมายมากที่สุด... รัชภูมิบอกตัวเองแล้วก้าวออกจากห้องเรียนเพื่อกลับบ้านเช่นกัน 

        แสดง 6 - 6
วันที่โพสต์ :  4 ธ.ค. 2557 00:51    วันที่อัพเดท :   4 ส.ค. 2558 22:33    › จำนวนผู้เข้าชม 14167 คน
   › คะแนนโหวต 1073 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :