นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาซ้อนซ่อนรักร้าย (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 2 การกลับมาของเจ้าชายปีศาจ


ตอนที่

การกลับมาของเจ้าชายปีศาจ

                หลังวางสายจากน้องชายที่แสนดื้อรั้นไปแล้วภานุก็สาวเท้าตรงดิ่งไปที่ห้องครัวทันที เพื่อตามหาแม่นมซึ่งเขามีเรื่องต้องพูดคุยและตกลงกับท่านให้เรียบร้อยก่อนที่นาวินน้องชายของเขาจะกลับมาอยู่ที่นี่เพื่อเป็นการตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม

ฮึ! ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกคิดยังไงกับน้องป่านแกอย่าหวังเลยนายวิน... ยังไงซะน้องป่านก็ต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มคิดในใจอย่างหมายมั่นก่อนจะหันไปเอ่ยคำสั่งกับสาวใช้ที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บล้างและทำความสะอาดในครัว

                “ช่วยตามนมอิ่มไปพบฉันที่ห้องทำงานที...อ่อ นมอิ่มคนเดียวนะ”

ที่ต้องสั่งแบบนั้นเพราะปกติแล้วนมอิ่มมักจะให้หลานสาวคนสวยคอยแนบชิดตามติดไปไหนมาไหนด้วยเสมอแต่ครั้งนี้เขาต้องการพูดคุยกับแม่นมเพียงลำพังเท่านั้น

                “ค่ะคุณนุ”สาวใช้นามว่าลำพึงขานรับคำสั่ง แล้วพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเข้าใจจากนั้นก็วิ่งไปที่เรือนเล็กหลังบ้านซึ่งเป็นที่พักของแม่นมกับหลานสาวอย่างรวดเร็ว

 

                จากนั้นภานุก็กลับเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองก่อนจะคว้าหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากดโทรออกไปหาทนายสมภพซึ่งเป็นทนายความและที่ปรึกษาประจำตระกูลเพื่อเชิญให้อีกฝ่ายมาพบและร่วมรับประทานอาหารค่ำด้วยกันเพราะวันนี้เขามั่นใจว่าคนเป็นน้องจะต้องกลับมาที่นี่และเขาก็จะมอบหมายงานให้ทันทีโดยใช้อำนาจท่านประธานใหญ่และพี่ชายไปพร้อมๆ กันด้วย

                ก๊อกก๊อก ก๊อก

                เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มหันไปมองด้วยความสนใจ

                “นมเองค่ะคุณนุ”

                ทันทีที่ได้ยินเสียงของคนที่เขาต้องการพบร่างสูงก็ลุกขึ้นพรวดจากเก้าอี้แล้วตรงดิ่งไปเปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว

                “เชิญครับนม”

                “ค่ะ...รอนานไหมคะ พอดีนมกำลังให้ยัยป่านช่วยเก็บเสื้อผ้าเก่าๆ ใส่กล่องน่ะค่ะ”นมอิ่มพูดพร้อมทั้งส่งยิ้มน้อยๆให้กับชายหนุ่มที่กำลังเข้ามาประคองพานางเข้าไปในห้อง

                “ไม่นานหรอกครับ...ว่าแต่ จะเก็บเสื้อผ้าไปไหนกันเหรอครับ” ภานุถามพลางส่งตัวแม่นมให้นั่งลงที่โซฟาตัวยาวตรงมุมห้องอย่างนุ่มนวล

                “ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่ทั้งนั้น มันเยอะเต็มตู้จนแน่นไปหมด ก็เก็บๆ มันไปบ้าง”

                “ครับงั้นผมค่อยโล่งใจหน่อย นึกว่านมจะทิ้งกันซะแล้ว”ชายหนุ่มเอ่ยแซวอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม

                “หืมนมจะทิ้งไปไหนได้ล่ะคะคุณนุ นมน่ะแก่แล้วนะ...ว่าแต่คุณนุมีเรื่องอะไรจะพูดกับนมหรือคะ” นมอิ่มตอบกลับยิ้มๆแล้วถามถึงสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าเรียกให้มาพบซึ่งนางเองก็พอจะรู้แล้วว่าเรื่องอะไร

                “ผมจะไม่อ้อมค้อมนะครับนม...เอ่อ... นมยังไม่ลืมเรื่องของผมกับน้องป่านที่คุณแม่ท่านเป็นคนจัดการให้ใช่ไหมครับ”

                คำถามของชายหนุ่มทำให้ผู้อาวุโสหันไปมองหน้าเขาอย่างใช้ความคิดก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก

                “นมไม่ได้ลืมหรอกค่ะแต่ไม่คิดว่าคุณนุจะยัง... เอ่อ...”

                เรื่องมันก็ผ่านมานานเป็นสิบปีแล้วนมอิ่มก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะยังรู้สึกแบบนั้นกับสายป่านหลานสาวของนางอยู่อีกเพราะคิดว่าทั้งหน้าที่การงาน ชื่อเสียงเงินทองและสังคมของคนรอบข้างที่กว้างขวางมากขึ้นอาจจะทำให้เขาเปลี่ยนใจไปแล้วก็ได้...แต่ก็เปล่าเลย

                ภานุจ้องมองสีหน้าที่ดูเป็นกังวลและครุ่นคิดของนมอิ่มแล้วทำให้เขาเกิดนึกหวั่นขึ้นมาตงิดๆจำต้องเผยความในใจให้ท่านได้ฟังอีกครั้งด้วยนำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคงเหมือนเช่นวันวาน

                “ผมขอยืนยันคำเดิมนะครับนม...ผมรักน้องป่านและผมก็เชื่อว่าเธอไม่ได้รังเกียจผมด้วย”

                “งั้นนมขอเวลาอีกสักหน่อยนะคะแล้วนมจะบอกเรื่องนี้กับยัยป่านเองค่ะ” ผู้อาวุโสแบ่งรับแบ่งสู้อย่างใจเย็นเพราะยังไงนางก็อยากให้หลานสาวได้เลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆไม่ใช่ผู้ใหญ่บังคับที่สำคัญนางก็ไม่อยากให้คนอื่นมองว่าพาหลานสาวมาจับจองลูกชายบ้านนี้ตั้งแต่เล็กๆเพื่อหวังสุขสบายและรวยทางลัด

                “ตอนนี้น้องป่านก็เรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายแล้วนะครับ หากเป็นไปได้ผมอยากจะแต่งงานกับน้องทันทีที่เรียนจบครับนม”ชายหนุ่มพยายามหว่านล้อม และบอกความตั้งใจของตัวเองออกไปจะว่าเขาใจร้อนหรือเห็นแก่ตัวก็เถอะ เขาไม่อยากรอต่อไปอีกแล้ว...ยิ่งนานวันเข้าความต้องการที่อยากจะครอบครองเป็นเจ้าของเธอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนแทบจะทนเก็บไว้ไม่อยู่

                “ค่ะคุณนุ นมเข้าใจ แต่นม...”เสียงของผู้อาวุโสที่เตรียมจะเอ่ยคัดค้านขอต่อเวลาถูกกลืนหายเข้าไปในลำคออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเจอคำอ้อนวอนแกมบังคับของชายหนุ่มตรงหน้า

                “นะครับนมหรือว่านมลืมความตั้งใจของคุณแม่ผมไปแล้ว”

ภานุจำเป็นต้องยกมารดาที่ล่วงลับไปแล้วขึ้นมาอ้างเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของแม่นม...และมันก็ได้ผล               

                นมอิ่มนิ่งคิดเพียงครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆแล้วตอบตกลงอย่างคนอับจนหนทางที่จะหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป

                “ตกลงค่ะนมจะเป็นคนสานต่อความตั้งใจของคุณผกาเอง แต่นมขอเวลาอีกสักหน่อยนะคะ”

                “ได้ครับนม... ขอบคุณมากครับ”ภานุยิ้มกว้างด้วยความดีใจจนปิดไม่มิดเมื่อได้รับคำตอบที่ตรงใจจากผู้อาวุโส

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นนมขอตัวก่อนนะคะ จะไปดูยัยป่านเก็บเสื้อผ้าในตู้น่ะค่ะเสร็จแล้วจะได้เตรียมอาหารเย็นกันเลย” นมอิ่มบอกเรียบๆพร้อมทั้งขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆตอนนี้นางอยากอยู่คนเดียวเพื่อคิดหาวิธีที่จะพูดคุยกับหลานสาวคนสวยดูก่อนว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับชายหนุ่มบ้างหรือไม่ถ้าหากว่าใจตรงกันจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าไม่ตรงล่ะ...มันจะต้องเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นแน่ๆ

                “ครับนมงั้นผมเดินไปส่งที่เรือนนะครับ”คนหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนแล้วเข้าไปประคองร่างอวบของแม่นมอย่างเอาใจ

                “ไม่เป็นไรค่ะคุณนุ นมไปเองได้...คุณนุทำงานเถอะค่ะ”

                “ผมไม่มีงานอะไรต้องทำหรอกครับนมที่เข้ามานี่ก็เพราะรอคุยกับนมนั่นแหละ... และผมก็ว่าจะชวนน้องป่านออกไปข้างนอกด้วย...นมอนุญาตนะครับ”ชายหนุ่มพูดบอกพลางช่วยประคับประคองผู้อาวุโสให้ก้าวออกจากห้องทำงานของตัวเองไปด้วยกัน

                “ได้สิคะคุณนุ...แล้วจะออกไปไหนกันหรือคะ”

                “ผมจะชวนน้องป่านออกไปซื้อหนังสือน่ะครับได้ยินว่าอยากได้อยู่หลายเล่มเอามาทำรายงาน วันนี้ผมว่างก็เลยจะพาไปเลือกซื้อน่ะครับ”

                “ไม่น่าลำบากเลยค่ะคุณนุเดี๋ยวยัยป่านก็ไปหาซื้อกับเพื่อนๆ หลังเลิกเรียนก็ได้วันหยุดทั้งทีคุณนุจะได้พักผ่อนบ้าง” นมอิ่มบอกอย่างนึกเกรงใจ เพราะต่างก็รู้ๆกันดีอยู่แล้วว่าชายหนุ่มไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อนนัก ปกติก็ทำแต่งานทุกวันจนแทบไม่ได้หยุดเหมือนคนอื่นๆเขา

                “ไม่ลำบากเลยครับนมการได้ดูแลนมกับน้องป่านถือเป็นการพักผ่อนที่มีความสุขที่สุดของผมแล้วครับ”ภานุตอบด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความยินดีและเต็มใจจนคนฟังพลอยยิ้มตามไปด้วยหากหลานสาวของนางจะมีวาสนาสูงส่งถึงผู้ชายคนนี้ก็นับว่าเป็นบุญแล้วหละใครเลยจะไม่อยากได้ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างแบบนี้มาเป็นคู่ครองกันล่ะ

                 เมื่อเดินมาถึงเรือนเล็กก็พบว่าสายป่านนั่งรอผู้เป็นยายอยู่ก่อนแล้วนมอิ่มพูดบอกกับภานุเพียงสองสามคำก่อนจะขอตัวขึ้นเรือนไปพักผ่อนส่วนสายป่านเมื่อพายายขึ้นไปส่งที่ห้องนอนแล้วก็กลับลงมาหาชายหนุ่มเจ้าของบ้านซึ่งเขาบอกว่าจะพาเธอออกไปซื้อหนังสือข้างนอกด้วยกัน

               

                เวลาล่วงเลยไปจนเย็นนาวินขับรถมอเตอร์ไซค์คันหรูคู่ใจเข้ามาจอดที่ป้อมยามหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขาเคยอยู่มาตั้งแต่เกิดชายหนุ่มถอดหมวกกันน็อคออกแล้วพูดคุยกับรปภ.เพียงครู่ประตูรั้วอัลลอยก็เปิดออกกว้างต้อนรับให้เขาเข้าไปข้างในได้อย่างสะดวกสบาย... เพราะที่นี่คือบ้านของเขา

                นาวินขับรถเข้ามาจอดที่โรงรถด้านข้างของคฤหาสน์เหมือนเป็นเรื่องปกติทั้งๆ ที่เขาเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกหลังจากที่หายไปเกือบสิบปี ร่างสูงก้าวลงจากรถแล้วหันไปมองรอบๆตัวเหมือนกำลังสำรวจความเปลี่ยนแปลงของที่นี่แต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมดังเช่นในวันที่เขาจากไปแต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้ทันทีนั่นก็คือความเงียบเหงา...มันเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด... ผู้คนหายไปไหนกันหมดนะ นาวินพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับเท้าเดินตรงเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ

                พลันความคิดในแวบแรกคนที่เขาอยากเจอมากที่สุดตอนนี้ก็คือสาวน้อยสายป่าน หญิงสาวที่เขาหลงรักตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยภายในใจนั้นอยากรู้เหลือเกินว่าถ้าหากได้พบเจอกับเธอใกล้ๆความสวยน่ารักของเธอจะสามารถสะกดลมหายใจของเขาได้หรือเปล่า ชายหนุ่มอมยิ้มน้อยๆให้กับความคิดของตัวเองจากนั้นก็สาวเท้าตรงดิ่งไปที่ห้องครัวทันทีเพราะคิดว่าเวลาเย็นๆ แบบนี้นมอิ่มแม่นมที่เขารักและเคารพจะต้องอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอนรวมทั้งแม่ครัวและคนรับใช้ที่เขายังจดจำทุกคนได้ไม่เคยลืมด้วย            

                “สวัสดีครับสาวๆ”ร่างสูงหยุดยืนที่หน้าประตูแล้วทักทายแม่ครัวกับลูกมืออีกสองคนที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเย็นจนไม่ทันสังเกตหรือได้ยินว่ามีคนเข้ามาในบ้าน

                เสียงเข้มๆของผู้มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้สามสาวแม่ลูกหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ

“ว๊าย! แกเป็นใครเข้ามาในนี้ได้ยังไงหะ” ผู้เป็นแม่ร้องโวยวายขึ้นมาพร้อมทั้งคว้ามีดเล่มใหญ่เอาไว้เพื่อป้องกันตัวส่วนลูกมืออีกสองคนก็ช่วยกันหยิบจับคว้าอาวุธใกล้ตัวขึ้นมาไว้ในมือทันที

                “ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย ใครก็ได้โทรแจ้งตำรวจที ขโมยค่ะขโมย” ลำพึงที่ถือสากอยู่ในมือหันซ้ายแลขวาร้องตะโกนลั่นบ้านเพราะคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นขโมยจริงๆส่วนลำเพยนั้นมีตะหลิวกับฝาหม้ออันใหญ่อยู่ในมือเตรียมพร้อมจะเข้าโจมตีอีกฝ่ายเต็มที่

นาวินยืมมองสามแม่ลูกตระกูลลำทำท่าทางแปลกๆจนต้องหลุดขำพรืดออกมาจนท้องแข็งก่อนจะรีบออกปากห้ามสาวใช้ที่กำลังคิดจะวิ่งออกไปหน้าบ้านเอาไว้ได้ทัน

                “เดี๋ยวครับเดี๋ยวป้าลำดวน ลำพึง ลำเพย จำผมไม่ได้หรือไงครับ”

                คำพูดของชายหนุ่มแปลกหน้าทำให้ลำดวนแม่ครัวใหญ่ค่อยๆลดมือที่ถือมีดลงช้าๆ แล้วเพ่งพินิจพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าก่อนจะตามมาด้วยอาการตื่นตกใจที่ยิ่งกว่าเจอขโมยอีกหลายเท่า

                “ตายแล้ว! คุณนาวินคุณวินของป้าจริงๆ ใช่ไหมคะเนี่ย” ลำดวนร้องทักเสียงดังลั่นด้วยความดีใจแล้วทิ้งมีดในมือลงทันทีส่วนอีกสองสาวต่างก็หันมองสบตากันอย่างงงๆ เล็กน้อย เหมือนจะจำได้ลางๆว่าชายหนุ่มคนนี้คือเจ้านายน้อยของคฤหาสน์ที่หนีจากไปเมื่อหลายปีก่อน

                “ใช่ครับผมกัปตันนาวิน สีหราชเมธี ตัวจริงเสียงจริงครับผม... เอ่อแต่ผมยังไม่ตายนะครับป้า” นาวินยิ้มกว้างตอบรับคำทักทายพร้อมทั้งแนะนำตัวเองเสร็จสัพอย่างอารมณ์ดี

                “ป้าขอโทษค่ะคุณวินก็ป้าตกใจนี่คะ... ไหนพ่อคุณ... ดูสิ โตเป็นหนุ่มตั้งเยอะแถมยังหล่อเหลาคมเข้มจนป้าจำแทบไม่ได้เลย”แม่ครัวใหญ่วิ่งปราดเข้ามาหาชายหนุ่มพร้อมทั้งจับมืออีกฝ่ายขึ้นมาบีบนวดเอาไว้ด้วยความคิดถึงจนเกินบรรยายขณะที่สองสาวพี่น้องรีบเข้ามาขอโทษขอโพยคนเป็นเจ้านายกันยกใหญ่ที่เข้าใจผิดว่าเป็นขโมยซึ่งนาวินก็ได้แต่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองแต่อย่างใด

                “ขอบคุณครับป้าเอ่อ แล้วนี่นมอิ่มไปไหนล่ะครับ” นาวินขอบคุณคำชมของแม่ครัวใหญ่ก่อนจะถามถึงผู้อาวุโสที่เขาคิดว่าน่าจะอยู่ในครัวแต่กลับไม่พบแม้แต่เงารวมถึงสาวน้อยของเขาด้วย

                ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยอะไรออกมาเสียงของคนที่ชายหนุ่มต้องการพบก็ดังแว่วมาแต่ไกล

                “อะไรกันหะแม่สามลำร้องเอะอะโวยวายเสียงดังไปถึงที่เรือนฉันโน่นแน่ะ” นมอิ่มที่กำลังเดินมาจากเรือนเล็กชะเง้อคอต่อว่าสามสาวแม่ลูกในครัวไปด้วย

                “ขอโทษค่ะคุณนม...ก็จะไม่ให้ร้องโวยวายได้ยังไงล่ะคะ คุณนมมาดูสิคะว่าใครมา” ลำดวนรีบปรี่เข้าไปประคองนมอิ่มให้เดินเข้ามาใกล้ๆด้วยความดีใจและอดที่จะตื่นเต้นแทนอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะต่างก็รู้ๆกันอยู่ว่านมอิ่มนั้นบ่นถึงเจ้านายน้อยนาวินคนนี้อยู่ทุกวัน

                “ไหนใครมากันล่ะหะนังพวกนี้ถึงได้แตกตื่นกันยกครัวน่ะ” ผู้อาวุโสบ่นกระปอดกระแปดอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะนิ่งไปเมื่อเจอกับชายหนุ่มคุ้นหน้าที่ยืนเด่นอยู่ตรงประตูห้องครัว

                “สวัสดีครับนม”นาวินยกมือไหว้แม่นมที่เขารักและเคารพดั่งมารดาพร้อมทั้งรีบสาวเท้าตรงเข้าไปหาด้วยความดีใจ

                “คุณวิน!” นมอิ่มโผเข้าสวมกอดชายหนุ่มที่นางทั้งรักทั้งคิดถึงอยู่ตลอดเวลาไม่จางหาย

                “ครับนม...ผมนาวินของนมไงครับ” ร่างสูงกระชับอ้อมกอดที่อบอุ่นเอาไว้แน่นพร้อมทั้งพูดย้ำให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าเป็นเขาจริงๆไม่ใช่ความฝัน

                “โถ่...พ่อคุณ... ทูลหัวของนม กลับมาบ้านเราสักทีนะคะ นมคิดถึงเหลือเกิน” สองมือที่เหี่ยวย่นตามวัยของนมอิ่มยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าและบีบจับตามเนื้อตัวของชายหนุ่มที่เต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามอย่างแสนรักเขาโตขึ้นมากจริงๆ รูปร่างสูงใหญ่เต็มตัว ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มจนจำแทบไม่ได้

“ผมก็คิดถึงนมครับ”

นาวินยิ้มรับแล้วตอบกลับไปด้วยความตื้นตันจนสุดหัวใจชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเขารู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่นมทั้งสองยืนโอบกอดพูดคุยกันอยู่สักพักก่อนที่นมอิ่มจะเป็นฝ่ายเอ่ยชวนให้เจ้านายน้อยเข้าไปคุยกันต่อในบ้าน

                “ไปค่ะคุณวิน...เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะคะ”

“ครับนม” เสียงเข้มรับคำแล้วขยับตัวเข้าไปโอบประคองแม่นมเอาไว้ในวงแขนอย่างอ่อนโยน

“อ่อลำพึงเอาน้ำมาให้คุณวินด้วยนะ”

                “จ้ะคุณนม”ลำพึงขานรับเสียงฉะฉานแล้วรีบหันไปจัดการตามที่ได้รับคำสั่งทันทีด้วยอาการดีอกดีใจจนปิดไม่มิด

                หลังจากทั้งสองออกไปจากห้องครัวแล้วสามสาวแม่ลูกต่างก็พากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่เจ้านายน้อยกลับมาแล้วแม้จะยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะกลับมาอยู่กี่วัน และนานแค่ไหนแล้วจะจากไปอีกหรือเปล่าก็ตาม เพราะแค่ชายหนุ่มยอมมาปรากฏตัวที่นี่ก็ถือว่าดีมากแล้ว

 

                นาวินพานมอิ่มมานั่งที่โซฟาตัวยาวในห้องโถงรับแขกก่อนที่ร่างสูงจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วโอบกอดร่างอวบของแม่นมเอาไว้หลวมๆพร้อมทั้งเอียงหน้าซุกซบกับตักของท่านด้วยความรักและคิดถึงอย่างสุดหัวใจ

                “ขึ้นมานั่งข้างบนด้วยกันเถอะค่ะคุณวิน”นมอิ่มเอ่ยปากพลางลูบศีรษะของคนที่นั่งกอดอยู่ไปด้วย

                “ขอผมอยู่แบบนี้อีกหน่อยนะครับนม”นาวินบอกเสียงอู้อี้ปนเศร้าเล็กน้อย แล้วปิดเปลือกตาลงเพื่อซึมซับความรู้สึกอบอุ่นที่เขาห่างหายไปนาน

                นมอิ่มทำเพียงยิ้มน้อยๆอย่างนึกเอ็นดูแล้วลูบไล้มืออ่อนนุ่มไปทั่วศีรษะและลงมาที่ลาดไหล่บึกบึนของชายหนุ่มที่นางเลี้ยงมากับมือตั้งแต่ยังเล็กๆ

                “แล้วคุณวินจะทิ้งนมไปอีกหรือเปล่าคะ”

                คำถามที่ฟังแล้วน่าใจหายของแม่นมทำให้นาวินลืมตาแล้วเงยหน้าขึ้นมองท่านอย่างนึกลังเลใจที่จะตอบ

                “ผม...เอ่อ... ผมก็ยังไม่แน่ใจครับ” เสียงเข้มเอ่ยออกมาเบาๆพลางเสมองไปทางอื่นเพื่อปกปิดความรู้สึกว้าเหว่ที่มันฝังแน่นอยู่ในใจมาหลายปี... เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าอยากกลับมาอยู่ที่นี่อีกหรือเปล่า

                “อ้าวหมายความว่าไงคะคุณวิน” คนฟังขมวดคิ้วมุ่นแล้วย้อนถามกลับไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล

                “ผมทำงานประจำอยู่ที่กาตาร์น่ะครับไม่ได้อยู่เมืองไทย”

                “คุณนุบอกกับนมว่าคุณวินได้เป็นนักบินสมใจแล้ว...ทำไมไม่กลับมาอยู่บ้านเราล่ะคะ” ผู้อาวุโสพยายามชี้ทางเพราะเห็นว่าชายหนุ่มทำความฝันที่ตั้งใจเอาไว้จนสำเร็จแล้วดังนั้นก็ควรกลับมาอยู่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองสักที

                “ครับ...หลังจากเรียนจบผมก็ฝึกเป็นผู้ช่วยนักบินอยู่หลายปีเพิ่งจะได้เป็นกัปตันเต็มตัวเมื่อปีที่แล้วเองครับนม” นาวินบอกกับแม่นมด้วยรอยยิ้มบางๆพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามในตอนท้าย และเขาก็ไม่เคยคิดจะตอบใครอยู่แล้วด้วยทำให้คนฟังตัดสินใจไม่เอ่ยถามเซ้าซี้ต่อไป แล้วเปลี่ยนมาชวนคุยในเรื่องอื่นแทน

                “คุณวินของนมเก่งจริงๆค่ะ นมเคยได้ยินว่าเรียนการบินน่ะยากนักหนาแม้จะเรียนจบแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นนักบินกันได้ง่ายๆ ต้องฝึกหัดกันหลายปีเชียว”

                “ขอบคุณครับนม”ชายหนุ่มยิ้มรับแล้วซบใบหน้าลงกับตักของแม่นมอีกครั้ง

เมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นมันทำให้เขารู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

                “แล้ววันนี้คุณวินได้ไปที่...”นมอิ่มหมายถึงสถานที่ฝังศพบุพการีทั้งสองของเขาแต่ยังไม่ทันจะพูดจบเสียงเข้มก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

                “ไปครับ”

                “คุณวิน...”เสียงแผ่วเบาของแม่นมเอ่ยเรียกเขาด้วยความรู้สึกสงสารจนสุดขั้วหัวใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายยังคงทำใจไม่ได้และไม่อยากให้ใครพูดถึงเรื่องนี้อีก

                “ผมไม่เป็นไรครับนม”นาวินเปรยออกมาเรียบๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรเขาไม่ต้องการให้ใครมาสงสารหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจเขามากกว่าที่เป็นอยู่อีกแล้ว

                “แล้วคุณนุทราบหรือเปล่าคะว่าคุณวินจะมาบ้านน่ะค่ะ”ผู้อาวุโสยังคงถามต่อไปเรื่อยๆ

                “ทราบครับ...แล้ว เอ่อ น้อง... เอ้ย พี่นุไปไหนครับนม” นาวินเกือบหลุดปากถามหาหญิงสาวที่เขากำลังคิดถึงและรู้สึกอยากพบเจอมากที่สุดในตอนนี้ก่อนจะจึงรีบแก้คำถามใหม่ทันควันเมื่อตั้งสติได้

                “คุณนุออกไปข้างนอกน่ะค่ะอีกเดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วหละ... ได้ยินว่านัดกับคุณทนายเอาไว้ด้วย”

นมอิ่มตอบตามตรงแม้จะพูดออกมาไม่หมดก็ตามเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเดี๋ยวพอสองคนนั้นกลับมาชายหนุ่มก็ได้พบคนทั้งคู่อยู่ดี

                “ครับ”เสียงเข้มรับคำเบาๆแม้จะรู้สึกคลางแคลงใจเรื่องของหญิงสาวที่เขาอยากเจออยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยถามอะไรออกไปสายป่านไปไหนนะ ทำไมนมอิ่มไม่เห็นพูดถึงให้ฟังเลย

 

                ทางด้านคนที่ออกไปข้างนอกด้วยกันนั้นเมื่อเลือกซื้อหนังสือและของใช้ที่ต้องการอีกสองสามอย่างเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันที

                “เอ๊ะนั่นรถใครคะพี่นุ” สายป่านชี้มือไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่จอดอยู่ในโรงรถแล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มข้างกายด้วยความสงสัย

                “เอ...พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ สงสัยบ้านเราจะมีแขก”ภานุเหลือบมองตามเสียงเรียกแล้วทำท่าทางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้กับเธอแม้ภายในใจจะรู้ดีว่าเป็นรถของใครแต่เขาก็ไม่คิดจะบอกให้หญิงสาวตรงหน้าได้รับรู้ ฮึ! โผล่หัวมาได้สักทีนะไอ้ตัวแสบ

                “งั้นเรารีบเข้าไปข้างในกันดีกว่าค่ะ”คนตัวเล็กเอ่ยชวนพร้อมทั้งรีบเดินไปที่บันไดทางขึ้นของคฤหาสน์ทันทีเพราะเกรงว่าจะเป็นแขกของชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่พาเธอออกไปข้างนอกมาที่สำคัญเธอกลัวว่าจะทำให้เขาเสียงานด้วย

                ภานุก้าวเท้าตามหญิงสาวไปติดๆ พร้อมกับผุดแผนการบางอย่างขึ้นมาในใจ ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม

                “เฮ้อ...ดูสิ พาไปซื้อหนังสือตั้งเยอะตั้งแยะ หนักก็หนักไม่คิดจะให้รางวัลพี่บ้างเหรอครับสาวน้อย” เสียงเข้มเปรยออกมาแค่พอได้ยินทำให้คนที่เดินแกมวิ่งอยู่ข้างหน้าหยุดชะงักแล้วหันมาส่งค้อนให้เขาวงใหญ่

                “อ้าวพี่นุมาชวนป่านเองนะคะ มาว่ากันแบบนี้ขี้โกงนี่นา”สายป่านยอกย้อนกลับไปด้วยน้ำเสียงงอนๆ

                “อะๆไม่ขอรางวัลแล้วก็ได้ งั้นช่วยบีบแขนให้พี่หน่อยสิครับ รู้สึกมันปวดๆ ชาๆยังไงก็ไม่รู้น่ะ” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆในตอนแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในตอนท้ายทำให้หญิงสาวคิดว่าเขาคงปวดแขนจริงๆ เพราะเขาถือถุงหนังสือที่มีความหนักหลายกิโลให้เธอมาตลอดตั้งแต่ในห้างสรรพสินค้าจนถึงตอนนี้ด้วย

                “ไหนคะพี่นุ...ขอป่านดูหน่อย... เป็นตะคริวหรือเปล่า ปวดมากไหมคะ”เสียงหวานเอ่ยถามออกไปพร้อมทั้งเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม ก่อนที่มือเล็กๆจะคว้าหมับที่ลำแขนแกร่งของเขาแล้วบีบนวดย้ำๆ ให้ด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด

                “ไม่มากหรอกครับแค่บีบๆ ก็คงหายแล้วหละ” ภานุบอกยิ้มๆ พลางขยับเท้าก้าวออกไปเรื่อยๆพร้อมกับหญิงสาวที่ยังก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับการบีบนวดแขนให้เขามันเป็นภาพที่ดูน่ารักและดูสนิทสนมกันมากทีเดียว

                “โอ๊ย!” จู่ๆ เสียงเข้มก็ร้องขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้คนที่เดินอยู่ข้างๆ ตกใจไปด้วย

                “อุ๊ย! ป่านขอโทษค่ะ พี่นุเจ็บหรือเปล่าคะ”คนตัวเล็กรีบผละมือที่กำลังบีบนวดออกจากลำแขนของเขาทันทีเพราะคิดว่าตัวเองเผลอบีบให้เขาแรงเกินไป

                “ไม่เจ็บหรอกพี่ล้อเล่นน่ะ” คนมีแผนบอกด้วยรอยยิ้มขบขันและนั่นทำให้หญิงสาวกระฟัดกระเฟียดออกมาน้อยๆ อย่างน่ารักน่าชัง

                “พี่นุง่ะแล้วที่ว่าปวดแขนนี่ก็ล้อเล่นเหมือนกันใช่ไหมคะ”

                “แหม่รู้ทัน” ภานุทำตากรุ้มกริ่มหยอกล้อหญิงสาวแล้วยกมืออีกข้างขึ้นมาบีบจมูกน้อยๆของเธอเล่นอย่างที่เคยทำเป็นประจำจนร่างบางรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆก่อนจะฟาดฝ่ามือบางลงไปที่แขนของเขาไม่ยั้งเพื่อเป็นรางวัลสำหรับคนช่างแกล้ง

                “นี่แน่ะนี่แน่ะ”

                “โอ๊ยๆพอแล้วครับ พอแล้ว คราวนี้พี่เจ็บจริงๆ แล้วครับ”เสียงเข้มร้องโวยวายดังลั่นปานว่าเจ็บปวดซะมากมายขณะที่สองเท้ายังคงก้าวต่อไปเรื่อยๆอย่างตั้งใจ จนกระทั่งมาถึงประตูห้องโถงซึ่งเป็นห้องรับแขกของคฤหาสน์

 

                เสียงพูดคุยประกอบกับเสียงหัวเราะของสองหนุ่มสาวที่กำลังหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนานนั้นทำให้คนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โซฟาต้องหันไปมองด้วยความสนใจ และในนาทีนั้นเสียงเอะอะก็เงียบลงอย่างฉับพลันทันที

                “อ้าวนายวิน” ภานุรีบชิงเอ่ยทักคนเป็นน้องก่อนที่หญิงสาวข้างกายจะทันได้ตั้งตัวเพราะดูท่าเธอจะยังงุนงงกับแขกของเขาอยู่

                “ครับพี่นุ”นาวินใช้การขานรับสั้นๆ แทนการยกมือไหว้คนเป็นพี่ ซึ่งจู่ๆเขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายทำตัวไม่น่าเคารพและภาพที่เห็นเมื่อครู่ก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุด้วย

                ร่างสูงของนาวินขยับลุกขึ้นจากพื้นแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาข้างๆกับนมอิ่มส่วนดวงตาคมเข้มนั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่เขาแสนคิดถึงราวกับต้องมนต์สะกดความสวยงดงามของเธอสามารถสะกดทุกลมหายใจของเขาเอาไว้ได้จริงๆ สายป่านเธอสวยและน่ารักมากกว่าตอนที่เขามองเห็นไกลๆ นั่นอีก ไม่นานดวงตาคมเข้มที่อ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์และแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงความใกล้ชิดของเธอกับพี่ชายแท้ๆของเขาเมื่อครู่ ลองได้สนิทสนมกันขนาดนี้เธอคงยินดีกับว่าที่สามีของเธอแล้วสินะ นาวินคิดในใจอย่างนึกโมโหกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่มีต่อพี่ชายของเขา

                ชื่อของคนที่ชายหนุ่มข้างกายเอ่ยทักทำให้หัวใจดวงน้อยของสายป่านกระตุกวาบและเต้นถี่รัวขึ้นมาอย่างประหลาด พี่วิน... ใช่แล้ว เขาคือพี่วินของเธอจริงๆ ด้วยหญิงสาวหันไปมองเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งดีใจ ตื่นเต้นและคิดถึงเขาอย่างสุดหัวใจแต่เมื่อเจอกับสายตาอาฆาตที่แสดงถึงความไม่พอใจของเขาแล้วทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกจำต้องก้มหน้านิ่งเพื่อหลบแววตาดุๆคู่นั้น

แม้จะได้เห็นเพียงแวบเดียวเธอก็รู้แล้วว่าเขาหล่อเหลามากแค่ไหนดวงตาคมคู่นั้นถึงแม้จะดูดุดันน่ากลัวแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนเช่นวันวานที่เธอเคยสัมผัสได้แต่ทำไมเขาถึงมองเธอแบบนั้นล่ะ... หรือว่าเขายังไม่หายโกรธเธออีก...เขาโกรธเธอด้วยเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมมันถึงได้ฝังใจเขาขนาดนี้นะ สายป่านมัวแต่ก้มหน้าก้มตาคิดเป็นกังวลและตั้งคำถามถึงชายหนุ่มที่เธอหลงรักจนลืมตัวเผลอปล่อยให้คนข้างๆ จับมือเอาไว้อย่างถือสิทธิ์

                “ไง...กลับบ้านถูกด้วยเหรอแกน่ะ นึกว่าต้องให้คนไปลากมาซะอีก” ภานุพูดประชดประชันออกมาเสียงเข้มชักรู้สึกไม่ชอบใจกับสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองหญิงสาวข้างกายของเขาขึ้นมาตงิดๆ

                “ผมก็มาแล้วนี่ไงพี่จะเอาอะไรกับผมอีก... พูดมากจริง”คนเป็นน้องตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความหงุดหงิดรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัดพร้อมทั้งกรอกตาไปมาแล้วหันไปทางอื่นด้วยความเบื่อหน่ายก่อนจะพึมพำเบาๆในประโยคท้าย ยิ่งเห็นสองคนตรงหน้ายืนจับมือกันอย่างเหนียวแน่นทำให้เขายิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก

                ผู้อาวุโสที่นั่งฟังอยู่นานเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยแทรกขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเพราะไม่อยากให้สองพี่น้องต้องปะทะฝีปากกันตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นหน้า

                “เอ้ายัยป่านทำไมไม่ยกมือไหว้คุณวินเขาล่ะลูก”

เสียงของผู้เป็นยายทำให้หลานสาวคนสวยสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งความคิดของตัวเองที่ทำให้เธอลืมทุกอย่างรอบตัวไปชั่วขณะก่อนจะรีบดึงมือออกมาจากการเกาะกุมของชายหนุ่มข้างกายอย่างมึนงงเล็กน้อย

                “อะเอ่อ ขอโทษจ้ะยาย... สวัสดีค่ะพี่วิน”

สายป่านรีบยกมือไหว้ทำความเคารพผู้ที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้อีกคนซึ่งคนที่ถูกไหว้ทำเพียงแค่ปรายตามองเท่านั้นและนั่นทำให้ภานุที่มีตำแหน่งเป็นพี่ใหญ่เกิดความไม่พอใจอย่างมาก

                “นายวิน! น้องยกมือไหว้น่ะไม่เห็นหรือไง”ภานุตวัดเสียงเขียวใส่คนเป็นน้องอย่างจริงจังเป็นเชิงตักเตือน

                “เห็น...แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับคุณพี่ชาย” นาวินยอกย้อนกลับไปด้วยท่าทียียวนกวนประสาทจนคนว่าและคนไหว้ต้องหันมามองหน้ากันอย่างเก้อๆก่อนที่สายป่านจะลดมือลงแล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาผู้เป็นยายที่นั่งอยู่ตรงโซฟาข้างๆกับชายหนุ่ม และนั่นทำให้นาวินที่นั่งอยู่ก่อนแล้วลุกพรวดขึ้นมาทันควัน

                “นายวิน!” เสียงเข้มตะคอกขึ้นมาอีกครั้งด้วยความไม่พอใจในการกระทำของอีกฝ่ายจนถึงขีดสุด

                “มีอะไรก็ว่ามาสิครับพี่นุเรียกผมอยู่ได้” นาวินเอ่ยถามพลางปรายตามองหญิงสาวที่เข้ามานั่งกับยายของเธอด้วยอาการตื่นตกใจและประหม่าเล็กน้อยฮึ! เสียงดังแค่นี้ทำเป็นกลัวสงสัยพี่นุคงจะประคบประหงมกันอย่างดีเลยล่ะสิ

                “แกรีบตามฉันไปที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้เลยนะนายวินฉันมีเรื่องจะคุยกับแก... ไร้มารยาทจริงๆ ไอ้น้องคนนี้”

ภานุกัดฟันออกคำสั่งกับคนเป็นน้องด้วยอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นและเปรยออกมาเบาๆในตอนท้ายอย่างนึกเอือมระอาในพฤติกรรมของอีกฝ่าย

                “เดี๋ยวค่ะพี่นุ”สายป่านที่นั่งเงียบอยู่นานร้องเรียกชายหนุ่มเอาไว้ได้ทันพร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปหา

                “ครับ”ภานุชะงักเท้าแล้วหันไปมองหญิงสาวด้วยท่าทีอ่อนโยนจนชายหนุ่มอีกคนรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

                “หนังสือป่านค่ะ”คนตัวเล็กว่าพลางยื่นมือเข้าไปหมายจะแย่งถุงหนังสือของเธอจากมือของเขา

                “ไม่เป็นไรเดี๋ยวไว้พี่คุยธุระกับนายวินเสร็จแล้วพี่จะถือไปให้ที่เรือนนะครับ... มันหนัก”

ภานุบอกกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเอ็นดูอย่างปิดไม่มิดมือแกร่งยังคงถือถุงหนังสือเอาไว้แน่นเพื่อยืนยันความตั้งใจของเขาทำให้คนหมั่นไส้ไม่อาจทนยืนดูได้นานร่างสูงของนาวินจึงผลุนผลันก้าวฉับๆออกไปจากตรงนี้อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของคนเป็นพี่ทันที

                “เอ่อ...ค่ะ ขอบคุณค่ะ” สายป่านยืนมองแผ่นหลังของชายหนุ่มอีกคนที่เดินจากไปด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะหันมากล่าวขอบคุณคนตรงหน้าที่เขามีน้ำใจให้กับเธอ

                ภานุหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วมองการกระทำของน้องชายด้วยความสะใจก่อนจะหันหลังแล้วสาวเท้าตามไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานทนายสมภพก็มาถึงและรีบตรงดิ่งเข้าไปในห้องทำงานด้วยอีกคนเพื่อร่วมปรึกษาหารือถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^

        แสดง 3 - 3
วันที่โพสต์ :  13 มี.ค 2558 14:12    วันที่อัพเดท :   6 ม.ค. 2561 10:42    › จำนวนผู้เข้าชม 92330 คน
   › คะแนนโหวต 4654 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :