นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาซ้อนซ่อนรักร้าย (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 4 หนีไม่พ้น


ตอนที่4 

หนีไม่พ้น

                เมื่อครบกำหนด 3 วันตามที่ได้ตกลงกันไว้นาวินเดินทางมาที่อาคารสีหราชเมธีซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่แห่งสายการบินสกายเมธีแอร์ไลน์สด้วยรถมอเตอร์ไซค์คันหรูคู่ใจตั้งแต่เช้าตรู่ 

                หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้วร่างสูงก็ตรงดิ่งไปที่ประตูทางเข้าของอาคารทันทีโดยไม่รู้ตัวเลยว่าความสูงใหญ่และความหล่อเหลาคมเข้มของเขานั้นตกเป็นเป้าสายตาให้ใครต่อใครต่างหันมองกันจนเหลียวหลัง

                ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์และสวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำดูเก๋ไก๋ตามสไตล์นักบิดตัวยงแม้จะไม่ค่อยเรียบร้อยนักแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าดูดีเหมาะกับเขามากทีเดียวนาวินก้าวฉับๆอย่างคล่องแคล่วเข้าไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อบอกกล่าวตามขั้นตอนแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างพากันออกมาต้อนรับและยกมือไหว้ทำความเคารพเขาเป็นการใหญ่ก่อนที่สาวสวยคนหนึ่งจะพาเขาไปยังลิฟต์ของผู้บริหารแล้วนำเขามาที่ห้องซึ่งมีป้ายติดตรงหน้าประตูว่ารองประธานส่วนฝั่งตรงข้ามนั้นติดป้ายว่าท่านประธาน... นั่นคงเป็นห้องของภานุพี่ชายของเขา

                นาวินเข้ามาหยุดยืนตรงกลางห้องที่มีการตกแต่งอย่างหรูหรามีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ตั้งอยู่ด้านในสุดและมีชุดโซฟารับแขกอยู่อีกมุมหนึ่งดูเป็นระเบียบเหมาะเจาะ ร่างสูงกวาดตามองไปรอบๆห้องอย่างสนใจ

                “อีกสักครู่คุณทนายจะมาพบค่ะ”สาวสวยที่พาชายหนุ่มขึ้นมาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงไพเราะ

                “ครับ”นาวินตอบรับสั้นๆ โดยไม่ได้หันมามองคนที่พูดอยู่ข้างหลังเลยแม้แต่น้อย

                หลังจากได้ยินเสียงประตูปิดลงแล้วเจ้าของห้องก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่อย่างคนคิดหนักการกระทำของทุกคนที่นี่ดูเหมือนไม่ได้แตกตื่นหรือแปลกใจอะไรกับการปรากฏตัวของเขาเลยสักนิดแสดงว่าผู้บริหารสูงสุดซึ่งก็คือพี่ชายของเขาคงจะเตรียมการทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้วสินะระหว่างที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อนจะมีใครบางคนเปิดเข้ามาอย่างเบามือ

                “สวัสดีค่ะท่านรอง”สาวสวยเลขาท่านประธานใหญ่กล่าวสวัสดีผู้ที่เป็นเจ้านายอีกคนอย่างนอบน้อม

“สวัสดีครับ” นาวินตอบรับคำทักทายแม้จะรู้สึกมึนงงและไม่พอใจอยู่บ้างกับคำเรียกขานที่ไม่คุ้นหู

“ดิฉันชื่อยุพาค่ะ เป็นเลขาของท่านประธาน และตอนนี้ก็มีหน้าที่ดูแลท่านรองด้วย”เลขาสาวกล่าวแนะนำตัวเองพร้อมทั้งบอกหน้าที่ความรับผิดชอบไปเสร็จสัพ

“อะ เอ่อ...ครับๆ ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วกรุณาอย่าเรียกผมว่าท่านรองอะไรนั่นอีกนะฟังแล้วขนลุก แค่เรียกชื่อผมก็พอ” นาวินอึกอักในตอนแรกก่อนจะบอกกับหญิงสาวตรงหน้าให้เปลี่ยนสรรพนามของเขาซะเพราะรู้สึกไม่ชอบใจกับคำเรียกขานแบบนั้น ฟังดูเหมือนเขาเป็นคนแก่อย่างไรก็ไม่รู้

                “ค่ะคุณนาวิน”ยุพาตอบรับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรพร้อมทั้งนึกชื่นชมชายหนุ่มไปด้วย ทั้งหล่อ ทั้งเท่ห์ แถมยังเป็นนักบินและยังไม่ถือตัวอีกด้วยช่างแตกต่างจากคุณภานุอย่างสิ้นเชิงเลยจริงๆ รายนั้นน่ะทั้งดุ ทั้งตึงเจ้าระเบียบและถือตัวเป็นที่สุด

                “แล้วผมต้องทำอะไรบ้าง” เสียงเข้มถามออกไปเรียบๆ

                “คุณทนายจะเป็นคนชี้แจงในเรื่องนี้กับคุณนาวินเองค่ะ”

                “แล้วนี่ท่านประธานของคุณยังไม่มาอีกเหรอ”นาวินถามต่อไปเรื่อยๆ เหมือนจะชวนหญิงสาวคุยมากกว่าอยากจะรู้คำตอบแม้น้ำเสียงของการพูดคุยดูจะห้วนๆแต่ก็ทำให้คนฟังอยู่รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากทีเดียว

     “ยังค่ะ...แต่เดี๋ยวก็คงมาถึงแล้วน่ะค่ะเพราะท่านไม่เคยมาสาย” ยุพาบอกยิ้มๆรู้สึกสบายใจที่ชายหนุ่มทำตัวไม่เรื่องมากและดูไม่น่ากลัวเหมือนที่ใครๆ ร่ำลือกัน...แต่การแต่งตัวนี่สิ ท่านประธานต้องไม่พอใจแน่เลขาสาวแอบบ่นในใจเล็กน้อย ด้วยรู้ดีว่าภานุเจ้านายของเธอนั้นทั้งเรื่องมากและเจ้าระเบียบขนาดไหน

     นาวินพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วหันไปสนใจกับแล็ปท็อปบนโต๊ะตรงหน้า โดยไม่คิดจะพูดคุยหรือซักถามอะไรออกมาอีกเพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องรอทนายสมภพกับคนเป็นพี่ชายมาชี้แจงให้ฟังอยู่ดีก่อนที่เลขาสาวจะขอตัวออกไปเพื่อเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวกับการประชุมใหญ่ในวันนี้

 

     ไม่นานทนายสมภพก็เข้ามาในห้องทำงานของนาวินพร้อมทั้งชี้แจงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของชายหนุ่มที่เพิ่งได้รับตำแหน่งรองประธานมาอย่างสดๆร้อนๆ แบบไม่ทันตั้งตัว

     “คุณนาวินมีสิทธิ์ในการตัดสินใจทุกเรื่องของสกายเมธีแอร์ไลน์สตามที่เห็นสมควรแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความคิดเห็นใดๆจะต้องสอดคล้องหรือเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับคุณภานุซึ่งเป็นประธานสูงสุดด้วย” ทนายอาวุโสกล่าวสรุปประเด็นสำคัญหลังจากที่ได้พูดคุยตกลงกันมาหลายเรื่องแล้ว

     “ฮึไม่ชอบก็ตรงที่มีแต่นี่แหละ... เอาง่ายๆ ก็คือทุกเรื่องจะต้องผ่านพี่นุว่างั้นเถอะ”นาวินประชดประชันเล็กน้อยเมื่อเจอคำชี้แจงที่ไม่ตรงใจ

                “ยังไงคุณนาวินกับคุณภานุก็ไม่ควรมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งหรือแตกแยกกันนะครับมีอะไรที่ต้องตัดสินใจก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้ปัญหา” ผู้มีหน้าที่ชี้แจงพยายามตักเตือนด้วยเหตุผลของคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนเขาเชื่อว่าหากพ่อของสองหนุ่มพี่น้องยังอยู่ก็ต้องพูดแบบนี้เหมือนกัน

                “ครับ...เอาเป็นว่าผมจะพยายามไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ กับเขาก็แล้วกัน” อีกครั้งที่นาวินเอ่ยประชดประชันถึงคนเป็นพี่อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักและนั่นทำให้คนฟังถึงกับถอนหายใจออกมาหนักๆ

     “โถ่ คุณนาวินอย่าประชดกันสิครับ”

     “ผมก็เป็นแบบนี้แหละคุณลุงก็ทราบดีอยู่แล้วนี่ครับ... อ่อ แล้วเรื่องเพื่อนๆ ของผมล่ะคุณลุงจัดการให้หรือยังครับ”นาวินเสมองไปทางอื่นเมื่อต้องถกเถียงกับผู้ใหญ่ที่เขาเคารพก่อนจะหันกลับมาถามถึงเรื่องของเพื่อนรักที่เขาขอให้อีกฝ่ายช่วยจัดการให้

     “เรียบร้อยแล้วครับคุณคริสโตเฟอร์พร้อมเมื่อไรให้เข้ามารายงานตัวได้เลยส่วนคุณนิลณีย์ต้องรอจัดตารางเวรอีก 1 สัปดาห์แต่ยังไงก็ต้องให้คุณภานุเซ็นรับทราบก่อนครับ”

                “เฮ้อ...ก็แล้วแต่คุณลุงจะจัดการเถอะ ผมขอแค่คริสโตเฟอร์คนเดียวเท่านั้นส่วนนีล่าผมไม่ซีเรียส” นาวินพ่นลมหายใจออกมาแรงๆอย่างนึกเบื่อหน่ายที่ต้องเจอกับอะไรที่มันวุ่นวายหลายขั้นตอนจนดูซับซ้อนไปหมด 

                “ครับ...อ่อ แล้วนี่กุญแจรถครับ”

     ทนายสมภพพูดพร้อมทั้งหยิบกุญแจรถยี่ห้อหรูแบรนด์นำเข้าร้อยเปอร์เซ็นขึ้นมาวางบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่ม

                “หือเอามาให้ผมทำไม” คนถามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ

                “เป็นคำสั่งของคุณภานุครับ”

                “ผมก็มีรถใช้อยู่แล้วนี่”นาวินปฏิเสธกลายๆ รู้สึกไม่พอใจคนเป็นพี่ขึ้นมาตงิดๆ ที่อีกฝ่ายเริ่มวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของเขา

                “คุณภานุคงเห็นว่ามันไม่ปลอดภัยน่ะครับคุณนาวินรับไว้เถอะจะใช้หรือไม่ใช้ค่อยว่ากันอีกที” ผู้อาวุโสพยายามแบ่งรับแบ่งสู้อย่างใจเย็นด้วยรู้ดีว่าชายหนุ่มไม่ชอบให้ใครบังคับ ส่วนคนสั่งก็ไม่ชอบให้ใครขัดใจอีกเหมือนกันผลกรรมเลยตกที่เขาคนเดียวเพราะเป็นคนกลาง  

                “ฮึเป็นห่วงผม หรือว่าเป็นห่วงภาพพจน์กันแน่... ไม่รู้จะวุ่นวายกับผมไปถึงไหน น่าเบื่อจริง”นาวินเหน็บแนมออกมาอย่างนึกหมั่นไส้คนเจ้ากี้เจ้าการก่อนจะคว้ากุญแจรถที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วเปิดลิ้นชักข้างๆตัวหย่อนมันลงไปอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก และเขาก็ไม่คิดจะใช้มันด้วย

 

                ทางด้านคนที่มาทำงานสายเป็นวันแรกในรอบหลายปีของการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดนั้นร่างสูงอยู่ในชุดสูทสีเข้มดูภูมิฐานยืนกระสับกระส่ายทำหน้าบึ้งตึงอยู่ในลิฟต์พร้อมกับสองนักศึกษาสาวที่วันนี้เป็นการฝึกงานวันแรกของพวกเธอ

                “พี่นุโกรธพวกเราหรือเปล่าคะ” สายป่านถามออกมาเบาๆ อย่างนึกหวาดหวั่น

                “พี่ไม่ได้โกรธน้องป่านหรอกครับ...คนที่ทำให้พี่มาสายไม่ใช่น้องป่านสักหน่อย” คนตอบเหลือบตาไปมองสาวสวยหน้าตาหน้ารักอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆเธอมากกว่า และนั่นทำให้คนถูกว่าร้อนตัวขึ้นมาทันที

                “นี่คุณ! พูดอย่างนี้คุณจะหมายถึงฉันใช่ไหม” แก้วตาเชิดหน้าใส่พี่ชายของเพื่อนรักอย่างไม่เกรงกลัวเธอกับเขามักจะมีปากเสียงกันอยู่บ่อยๆ จนถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

                “ก็แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะฉันไม่เคยมาสายเลยสักครั้งตั้งแต่เข้ามาบริหารงานที่นี่ แล้วดูสิ...วันนี้ปาเข้าไปจะสิบโมงแล้ว” ภานุย้อนกลับอย่างนึกฉุนพลางยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาไปด้วย...ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นเพื่อนรักของสายป่านละก็เขาคงไม่ไปรับที่หอพักแล้วพามาด้วยกันหรอก ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ทั้งปากจัด วุ่นวายเรื่องมาก แถมเมื่อเช้ายังลืมให้อาหารแมวจนต้องวกรถกลับไปอีก

                “ฉันก็ขอโทษแล้วไง...อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะลืมด้วย” คนตัวเล็กกว่าแหงนหน้าเถียงกับชายหนุ่มอย่างไม่ลดละและดูเหมือนว่าคนตัวโตกว่าก็ไม่ยอมลงให้เช่นกัน

                “กับอีแค่แมวตัวเดียวอดข้าวสักวันคงไม่ตายหรอกมั้ง” ภานุพูดลอยๆ อย่างไม่ใส่ใจ

                “ใครจะใจดำเหมือนคุณกันล่ะ”แก้วตาเบ้ปากให้กับคำพูดที่ฟังดูน่าเกลียดและแล้งน้ำใจของเขาแม้ว่าแมวตัวนี้จะไม่ใช่ของเธอแต่เธอก็รับปากกับคนข้างห้องเอาไว้แล้วว่าจะดูแลให้อย่างดีในระหว่างที่เขาไปทำธุระที่ต่างจังหวัดสองสามวันและวันนี้ก็เป็นวันแรกเธอจึงยังไม่ชิน

                “เธอกล้าว่าฉันเหรอยัยแก้วแตก”เสียงเข้มกระชากถามจริงจังแล้วหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็กอย่างเอาเรื่อง 

                “ใช่! ก็มันจริงนี่ และฉันชื่อแก้วตาย่ะ ไม่ใช่แก้วแตก”

                สิ้นคำพูดนั้นของแก้วตาส่งผลให้ผู้บริหารหนุ่มเลือดร้อนถึงกับหน้ามืดคว้าต้นแขนเรียวของเธอมาบีบไว้แน่นหมายจะเขย่าให้หายแค้นใจที่บังอาจมาว่าเขาใจดำ

                “หน็อย...ยัยเด็กนี่...”

                สายป่านที่กำลังมึนงงและตกใจกับอารมณ์ฉุนเฉียวของภานุซึ่งเธอไม่ค่อยเห็นบ่อยนักก่อนจะรีบเอ่ยปากห้ามคนทั้งคู่เอาไว้ได้ทันก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องวิวาทใหญ่โตไปมากกว่านี้และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูลิฟต์เปิดออกพอดี

                “เอ่อพี่นุคะพอเถอะค่ะ ป่านขอนะคะ ยัยแก้วก็หยุดเถียงพี่นุได้แล้ว...ทะเลาะกันเป็นเด็กๆ เลย... ไปกันเถอะค่ะ”

                สายป่านรีบดึงมือเพื่อนสาวให้ออกไปจากลิฟต์พร้อมกันกับเธอเพื่อจะได้ไม่ต้องทะเลาะกับชายหนุ่มอีก

                “ครับน้องป่าน” ภานุรับคำเสียงอ่อนลงทันทีเมื่อพูดกับหญิงสาวที่เขารัก

                “ชิ!” แก้วตาไม่วายแลบลิ้นยียวนส่งท้ายให้ชายหนุ่มขณะกำลังก้าวเท้าตามเพื่อนรักออกไปจากลิฟต์

                “ฮึ้ย...ฝากไว้ก่อนเถอะยัยแก้วแตก”ภานุกัดฟันข่มเสียงต่ำคาดโทษหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะรีบสาวเท้านำคนทั้งคู่ไปที่ห้องทำงานของตัวเอง

 

                เมื่อทั้งสามคนเดินมาถึงที่หน้าห้องทำงานของชายหนุ่มก็พบยุพาเลขาคนสวยยืนรออยู่ก่อนแล้วร่างสูงของภานุจึงตรงดิ่งเข้าไปหาทันทีด้วยความรวดเร็วเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงมีธุระสำคัญจะรายงานเขาแน่นอน

                “สวัสดีค่ะท่านประธาน...คุณนาวินมาถึงแล้วค่ะ” ยุพาทักทายและรายงานเจ้านายทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามาใกล้พลางเหลือบมองสองสาวในชุดนักศึกษาที่เดินมาพร้อมกับชายหนุ่มด้วยแววตาเป็นมิตร

                “ครับงั้นเชิญที่ห้องผมเลย... อ่อ แล้วนี่น้องสาวของผมเธอจะมาฝึกงานที่นี่เดี๋ยวเราค่อยเข้าไปคุยรายละเอียดกันข้างใน” ภานุบอกเรียบๆแล้วคว้ามือของสายป่านให้ก้าวเข้ามายืนกับเขาขณะที่แนะนำตัว

                “สวัสดีค่ะ/ สวัสดีค่ะ” สายป่านและแก้วตายกมือไหว้เลขาคนสวยของชายหนุ่มอย่างนอบน้อม

                “สวัสดีค่ะ”ยุพายิ้มรับอย่างเอ็นดู พร้อมทั้งนึกชื่นชมสาวน้อยทั้งสองไปด้วยอีกคนก็สวยอ่อนหวาน อีกคนก็น่ารักจิ้มลิ้มคราวนี้ออฟฟิศของเราคงมีสีสันขึ้นเป็นกองเชียว

                เมื่อสาวๆทักทายกันเรียบร้อยแล้ว ภานุก็เปิดประตูเข้าไปในห้องของตัวเองพร้อมกับสองสาวที่เดินตามเข้าไปด้วยส่วนยุพาก็รีบไปทำหน้าที่ตามคำสั่งของท่านประธานทันที

     “น้องป่านนั่งรอพี่ตรงนี้ก่อนนะครับเดี๋ยวพี่ขอคุยธุระของนายวินก่อน แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องฝึกงานกัน” ชายหนุ่มเจ้าของห้องบอกด้วยรอยยิ้มขณะพาหญิงสาวเข้ามาหยุดที่โซฟารับแขกตรงกลางห้อง

                “ค่ะพี่นุขอบคุณค่ะ” สายป่านยิ้มหวานแล้วหย่อนตัวลงนั่งตามคำสั่งของเขาแต่หญิงสาวอีกคนกลับเดินไปเดินมาสำรวจนั่นนี่ไปทั่วไม่อยู่สุกจนเจ้าของห้องรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาจำต้องเอ่ยปากย้ำ

                “นี่ยัยจุ้นจ้านฉันบอกให้มานั่งตรงนี้ เธอจะเดินเพ่นพ่านไปไหน”

                “อ้าวก็คุณบอกยัยป่านคนเดียวนี่ ไม่ได้บอกฉันสักหน่อย”คนถูกต่อว่าหันมายอกย้อนอย่างไม่จริงจังนักแต่ก็ดูกวนประสาทจนน่าหยิก

                สายป่านเห็นท่าไม่ดีจึงรีบลุกขึ้นไปดึงเพื่อนสาวมานั่งพร้อมทั้งเอ่ยปากห้ามปรามเบาๆ

                “ยัยแก้ว...พอแล้ว เดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีกหรอก”

                “ชิ! ขอเดินดูหน่อยก็ไม่ได้ขี้งกชะมัดเลยพี่ชายเธอเนี่ย”แก้วตาพึมพำออกมาด้วยอาการหงุดหงิดเล็กๆ แล้วมองชายหนุ่มคู่อริตาขวาง

                ภานุทำเพียงส่ายหน้าน้อยๆแล้วพยายามไม่สนใจในสิ่งที่หญิงสาวกำลังป่วนประสาทเขาร่างสูงรีบหันหลังแล้วสาวเท้าเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองเงียบๆ เพื่อสงบสติอารมณ์เพราะไม่อยากต่อความยาวให้อารมณ์เสียมากไปกว่านี้

                ก๊อกก๊อก ก๊อก

                เสียงเคาะประตูเบาๆสองสามครั้งก่อนจะถูกเปิดเข้ามาด้วยเลขาคนสวยที่เดินนำทนายสมภพและนาวินเข้ามาในห้องก่อนที่ดวงตาคมจะสบเข้ากับใบหน้าหวานของหญิงสาวในดวงใจอย่างจังและเธอก็กำลังมองมาที่เขาอยู่ด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทั้งสองสบตากันเพียงครู่เดียวก่อนที่นาวินจะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงแล้วหันไปส่งยิ้มให้กับหญิงสาวอีกคนแทน

                “ป่าน...ใครน่ะ หล๊อ หล่อ ตะกี้เค้ายิ้มให้แก้วด้วยหละ”แก้วตาสะกิดถามเพื่อนรักด้วยอาการตื่นเต้นจนปิดไม่มิด

                “พี่...เอ่อ คุณนาวินน่ะ เป็นน้องแท้ๆ ของพี่นุ” สายป่านกระซิบเบาให้ได้ยินกันแค่สองคนพร้อมทั้งนึกต่อว่าตัวเองไปด้วย เฮ้อ...เธอยังไม่ชินเรียกเขาว่าคุณสักที

                “อ่อคนที่ป่านบอกว่าเคยเล่นด้วยกันสมัยเด็กๆ น่ะเหรอแล้วทำไมเขาถึงทำเหมือนไม่รู้จักป่านเลยล่ะ” แก้วตาย้อนถามแล้วทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ

                “แหม่ก็มันนานเป็นสิบปีแล้วนี่ เขาก็คงลืมบ้างแหละ อีกอย่างตอนนั้นพวกเราก็ยังเด็กๆกันอยู่เลย” สายป่านก้มหน้าตอบเสียงแผ่วเบาปนเศร้าเล็กน้อยเมื่อต้องพูดถึงชายหนุ่มในดวงใจที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาให้เขามากมายเมื่อวันก่อน

                ระหว่างที่สองสาวกำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกันอยู่นั้นจู่ๆ ก็ต้องสะดุ้งตกใจด้วยเสียงตะคอกที่ดังลั่นของผู้เป็นประธานใหญ่

                “ทำไมแกแต่งตัวแบบนี้หะนายวิน...ไม่รู้หรือไงว่าวันนี้มีประชุมสำคัญ”

                ภานุลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วกวาดตามองคนเป็นน้องตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า...ทั้งไม่สุภาพ ไม่เรียบร้อย ไม่เหมาะสม และไม่สบอารมณ์เป็นที่สุด เสื้อยืดกางเกงยีนส์กับแจ็คเก็ตหนัง...เขาอยากจะบ้าตาย

                “ผมคิดว่ามันไม่จำเป็น”นาวินตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของพี่ชายเหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนใดๆ

                การกระทำของนาวินทำให้ภานุหันมองสบตากับทนายสมภพเป็นเชิงตำหนิกลายๆซึ่งผู้อาวุโสก็ส่งยิ้มฝืดฝืนมาให้ ส่วนเลขาสาวที่ยืนอยู่ด้วยก็ทำหน้าเจื่อนๆอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะต่างก็รู้ดีว่าชายหนุ่มประธานใหญ่แห่งสกายเมธีแอร์ไลน์สนั้นเจ้าระเบียบขนาดไหน

                “ยุพา คุณเตรียมจัดหาชุดที่เหมาะสมให้เขาด้วย ขอด่วนที่สุดนะให้ทันประชุมบ่ายนี้” ภานุออกคำสั่งเสียงเข้ม เมื่อได้ยินเลขาสาวรับคำแล้วร่างสูงก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตามเดิมด้วยอาการหงุดหงิดน้อยๆ

                “พี่นุ!

                นาวินฮึดฮัดขึ้นมาอย่างนึกขัดใจที่คนเป็นพี่จะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเขาอีกแล้ว

                “แกไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกอ่อ เรื่องรถนั่นด้วย ฉันให้ด้วยความเต็มใจ”ภานุพูดหน้าตาเฉยแกมประชดประชันเล็กน้อย ทำให้คนฟังยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก

                “แต่ผมไม่ต้องการ”นาวินกดเสียงต่ำพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอยู่ทุกขณะ

                ภานุไม่ได้สนใจกับอาการต่อต้านและคำปฏิเสธใดๆของนาวินเลยสักนิด เพราะเขาเชื่อว่าได้ทำในสิ่งที่สมควรแล้วชายหนุ่มจึงหันมาสนใจกับเอกสารมากมายบนโต๊ะแทน พร้อมทั้งร่วมหารือและทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆกับคนเป็นน้อง โดยมีทนายสมภพคอยเป็นคนกลางช่วยประสานงานให้ส่วนยุพาจะคอยจดบันทึกคำสั่งและข้อตกลงของทุกคนเอาไว้เพื่อพิมพ์สรุปให้อีกทีในภายหลัง

                เมื่อตกลงในเรื่องงานกันเรียบร้อยแล้วภานุก็เรียกสองสาวเข้ามาที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อมอบหมายจัดสรรหน้าที่ในการฝึกงานให้

                “ผมจะให้น้องป่านเป็นผู้ช่วยคุณยุพาคอยดูแลเรื่องเอกสารต่างๆให้ผม” คนมีหน้าที่เป็นประธานใหญ่ออกคำสั่งเสียงเข้มและนั่นทำให้นาวินชำเลืองมองหญิงสาวที่ภานุเอ่ยถึงโดยอัตโนมัติซึ่งสายป่านเองก็มองเขาอยู่เช่นกันก่อนที่ต่างคนจะเสมองไปทางอื่นเหมือนมีเรื่องคาใจที่ทั้งสองไม่อยากให้ใครรู้

                “ค่ะท่านประธาน”ยุพาขานรับด้วยรอยยิ้มยินดีเพราะเธอก็นึกชื่นชมในตัวเด็กสาวคนนี้อยู่แล้วด้วยแม้จะเสียดายสาวน้อยน่ารักอีกคนก็ตาม

                “ขอบคุณค่ะพี่นุ”สายป่านหันมาส่งยิ้มหวานพร้อมทั้งยกมือไหว้ขอบคุณชายหนุ่มที่ต่อไปนี้เขาจะเป็นเจ้านายของเธอส่วนในใจลึกๆก็อยากจะเอ่ยปากขอให้เขารับเพื่อนรักของเธอเข้ามาช่วยงานตรงนี้ด้วยอีกคน

                “ส่วนเธอ...แก้วตา เดี๋ยวรอถามกับฝ่ายบุคคลอีกทีก็แล้วกันว่าจะให้อยู่ตรงไหน”ภานุเอ่ยขึ้นมาแล้วปรายตามองหญิงสาวที่พูดถึงอย่างไม่ใส่ใจแม้สายป่านจะมีท่าทีบ่งบอกเป็นทางอ้อมว่าอยากให้เพื่อนรักอยู่ใกล้ๆ ก็ตามแต่ดูเหมือนคนที่รู้ใจและอยากช่วยสองสาวให้สมหวังจะเป็นชายหนุ่มอีกคนแทน

                “ให้เธอมาเป็นผู้ช่วยผมก็แล้วกัน”จู่ๆ นาวินก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยและเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงเอ่ยปากออกไปเช่นนั้น ทั้งๆที่ไม่จำเป็น

     คำบอกกล่าวของนาวินทำให้ทุกคนต่างหันไปมองเป็นตาเดียวโดยเฉพาะแก้วตาที่มีสีหน้ายิ้มแย้มชอบอกชอบใจจนออกนอกหน้าเพราะเขาเปรียบเสมือนเจ้าชายที่เธอปลื้มตั้งแต่แรกเห็น

                “แกจะเอาอย่างนั้นเหรอ”ภานุเลิกคิ้วถามกลับไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักพลางหรี่ตามองสาวน้อยที่เขารู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆที่เธอทำเหมือนดีใจจนเกินเหตุขนาดนั้น

     “ลุงว่าก็ดีเหมือนกันนะจะได้ช่วยคุณยุพาดูแลงานทั้งของคุณภานุและคุณนาวินด้วยเลยเพราะกว่าจะได้เลขาคนใหม่มาช่วยคุณนาวินก็ต้องรออีกเป็นเดือน” ทนายสมภพออกความเห็นอย่างตรงไปตรงมา

     “ก็ได้ครับงั้นตกลงตามนี้ก็แล้วกัน” ภานุกล่าวสรุปง่ายๆ เหมือนไม่ได้สนใจอะไรมากนักแต่ทำไมเขาถึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุก็ไม่รู้ ชิ! ยัยเด็กแสบ เห็นผู้ชายไม่ได้ต้องกระโดดเข้าใส่ทีนี้คงสมใจเธอแล้วสิชายหนุ่มนึกต่อว่าหญิงสาวที่นาวินขอให้ไปช่วยงานด้วยอย่างไม่สบอารมณ์นัก

     “งั้นเดี๋ยวเที่ยงนี้เราไปทานข้าวด้วยกันนะ...ทุกคนนี่แหละ... คุณด้วยนะยุพา” เจ้าของห้องเอ่ยส่งท้ายเมื่อสรุปงานและหน้าที่ของทุกคนเรียบร้อยแล้วพลางกวาดตามองทุกคนที่พยักหน้ารับเป็นคำตอบตกลงและเข้าใจตรงกัน ยกเว้นนาวิน

                “ผมขอตัวนะ...นัดเพื่อนไว้แล้ว” เสียงเข้มพูดขึ้นขณะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

                “ตามใจแกกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทันเข้าประชุมก็แล้วกัน” คนเป็นพี่เอ่ยกำชับอย่างนึกหวั่นเพราะไม่มั่นใจในตัวน้องชายคนนี้เลยสักนิดว่าอีกฝ่ายออกไปแล้วจะกลับเข้ามาอีกหรือเปล่า

                “รู้แล้วน่า”นาวินทำท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าไปที่ประตูโดยไม่ได้หันมามองคนในห้องอีกเลยเขาจึงไม่ได้เห็นแววตาตัดพ้อของสายป่านที่มองตามแผ่นหลังของเขาไปอย่างเศร้าใจอีกครั้งแล้วสินะ ที่พี่วินหันหลังให้เราอย่างไม่ใยดีหญิงสาวบอกกับตัวเองในใจด้วยความรู้สึกร้าวรานเกินบรรยาย

                นาวินออกมาจากห้องทำงานใหญ่ของภานุก็รีบตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ทันทีหัวใจดวงแกร่งนั้นเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะจนรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเขาไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเธอเลยจริงๆ สายป่าน ทำไมฉันถึงหนีเธอไม่พ้นนะ ร่างสูงพึมพำเบาๆก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากลิฟต์ที่ลงมาส่งเขาถึงใต้อาคารแล้ว

     ชายหนุ่มตรงไปที่รถมอเตอร์ไซด์ของตัวเองแล้วขับออกไปอย่างไร้จุดหมายจริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีนัดกับใครไว้หรอกที่ปฏิเสธไปแบบนั้นเพราะเขาไม่รู้จะวางตัวอย่างไรตอนที่อยู่ต่อหน้าหญิงสาวในดวงใจมากกว่าเมื่อคืนคริสโตเฟอร์ที่เพิ่งบินมาถึงเมืองไทยก็เข้าไปพักที่คอนโดของเขาแต่ตอนนี้ฝ่ายนั้นคงยังไม่ตื่นแน่นอน ส่วนนิลณีย์คู่ควงของเขาที่ขอย้ายงานตามมาด้วยนั้นเขาก็ยังไม่อยากเจอเธอตอนนี้

     นาวินขับรถต่อไปเรื่อยๆก่อนจะตัดสินใจเข้าไปที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหลวงแล้วเขาก็ใช้ช่วงเวลาที่เหลือก่อนเข้าประชุมอยู่ที่นี่เป็นการฆ่าเวลา

               

                การประชุมสำคัญในตอนบ่ายผ่านพ้นไปได้ด้วยดีทุกคนต่างให้การยอมรับและเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันทำให้นาวินก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งรองประธานของสายการบินสกายเมธีแอร์ไลน์สอย่างที่ควรจะเป็นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น เพราะนั่นเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมที่เขาควรจะได้รับ

                นาวินอยู่ในชุดสูทเนื้อดีสีเทาเข้มที่เลขาสาวจัดหามาให้ร่างสูงใหญ่สมส่วนนั้นช่างดูเหมาะเจาะสง่างามและคู่ควรกับตำแหน่งของเขาจริงๆเมื่อการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเสร็จสิ้นลงชายหนุ่มก็ก้าวออกมาจากห้องประชุมแล้วตรงดิ่งกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันทีโดยไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้นเพราะแค่นี้ก็ถือว่าฝืนใจเขาที่สุดแล้ว... เขาร่ำเรียนฝึกฝนมาให้เป็นนักบินไม่ใช่เป็นผู้บริหารที่ต้องมานั่งอ่านเอกสารเป็นตั้งๆแล้ววางแผนอะไรที่ซับซ้อนวุ่นวายแบบนั้น เขาไม่ถนัดเลยจริงๆ

            “คุณนาวินคะคุณนาวิน... อ้าว ไปซะแล้ว เฮ้อ...”

     ยุพาที่วิ่งตามนาวินออกมาจากห้องประชุมร้องเรียกชายหนุ่มเอาไว้แต่ก็ไม่ทัน เพราะเธอต้องรีบไปประชุมข้างนอกกับท่านประธานส่วนนาวินที่ลุกออกไปจากห้องโดยไม่ได้หยิบเอกสารสำคัญที่เป็นของตัวเองออกไปด้วยเธอจึงต้องรีบเอามาให้เผื่อว่าเขาจะใช้อ่านทำความเข้าใจในช่วงเวลาที่เหลือก่อนกลับบ้าน

                โชคดีที่สายป่านเดินผ่านมาพอดียุพาจึงรีบยัดซองเอกสารใส่มือเล็กๆ ของหญิงสาวแล้วฝากให้เธอนำไปให้กับนาวินที่ห้องทำงานของเขาแทนโดยไม่ได้สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบรับหรือปฏิเสธ

 

                สายป่านเดินมาหยุดยืนตรงหน้าประตูห้องที่มีป้ายติดว่ารองประธานด้วยอาการประหม่าเล็กน้อยใบหน้าหวานก้มมองเอกสารในมือแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างคนคิดหนักก่อนจะตัดสินใจเคาะเบาๆสองสามครั้งเป็นการขออนุญาตเจ้าของห้องแล้วเปิดเข้าไปเงียบๆ...ใจหนึ่งก็อยากพูดคุยกับเขาส่วนอีกใจก็ยังหวาดหวั่นกลัวว่าเขาจะพูดอะไรที่ทำให้เธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจเหมือนวันนั้นอีก

                นาวินที่กำลังเอนกายไปกับเก้าอี้ตัวใหญ่หันขวับไปมองที่ประตูห้องทันทีเมื่อได้ยินเสียงคนเปิดเข้ามาก่อนที่หัวใจดวงแกร่งจะกระตุกวาบพร้อมกับเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ สายป่านชายหนุ่มพึมพำเบาๆ เป็นการยืนยันกับตัวเองและเมื่อตั้งสติได้เขาจึงรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปสนใจกับแล็ปท็อปข้างๆตัวเหมือนกำลังตั้งใจกับสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้นมากกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

                “เธอไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องเข้ามาในห้องนี้นี่”เสียงเข้มถามขึ้นมาเรียบๆ โดยไม่ได้หันไปมองหญิงสาวเลยสักนิด

                “เอ่อ...พี่ยุพาให้นำเอกสารมาให้ค่ะ” สายป่านตอบเสียงสั่นน้อยๆพร้อมทั้งวางซองเอกสารในมือลงบนโต๊ะให้ชายหนุ่ม...เธอไม่รู้จะวางตัวอย่างไรเหมือนกันเมื่อเจอกับท่าทีเฉยเมยของเขา

                “แล้วเพื่อนเธอไปไหนล่ะเขามีหน้าที่ในส่วนของฉันไม่ใช่เหรอ” นาวินเอ่ยถามพลางเหลือบตามองหญิงสาวเล็กน้อย

                “แก้วไปช่วยคุณลุงทนายเก็บเอกสารที่ห้องประชุมค่ะ”เสียงหวานยังคงสั่นๆ เพราะยังไม่ชินกับท่าทีที่ไม่คุ้นเคยของชายหนุ่มตรงหน้า...นี่เขาจะทำเหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกันจริงๆ น่ะเหรอ

                “อืมขอบใจ... แล้วมีอะไรอีกไหม ฉันมีงานต้องทำ”เจ้าของห้องพยายามข่มใจพูดเสียงเข้มเป็นเชิงไล่กลายๆ

                เมื่อเจอชายหนุ่มเอ่ยปากไล่ทางอ้อมหญิงสาวก็ไม่คิดจะอยู่รบกวนเขาอีก เธอจึงหันหลังแล้วเดินไปที่ประตูเงียบๆทั้งที่อีกใจอยากจะถามถึงสิ่งที่ยังค้างคาในคำพูดของเขาเมื่อวันนั้นแต่เหมือนโชคจะเข้าข้างเธอเมื่อจู่ๆ เสียงเข้มก็พูดขึ้นมาลอยๆ

                “ฝากบอกนมอิ่มด้วยเย็นนี้ฉันจะไปกินข้าวที่บ้าน”

     เมื่อพูดไปแล้วก็อยากจะตีปากตัวเองนักทำไมไม่ปล่อยให้เธอเดินออกไปดีๆ โดยไม่ต้องหันกลับมาอีกแบบนี้นะ

     “ค่ะยายต้องดีใจมากแน่ๆ เลยค่ะ เพราะท่านบ่นถึงคุณนาวินทุกวัน”สายป่านยิ้มหวานแล้วพูดกับเขาด้วยความดีใจจนลืมตัวและนาวินก็เผลอมองรอยยิ้มนั้นด้วยหัวใจที่พองโตเช่นกันก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนความรู้สึกจริงๆที่มี แล้วเอ่ยถามหญิงสาวด้วยเสียงเข้มที่มั่นคงดังเดิม

                “มีอะไรกับฉันอีกหรือเปล่า”

                “เอ่อ...ป่าน ป่านมีเรื่องจะถามคุณนาวินน่ะค่ะ” หญิงสาวเอ่ยปากอย่างตัดสินใจ สองมือเล็กๆยกขึ้นมาบีบจับกันไว้แน่นเหมือนให้กำลังใจกับตัวเอง

                “ว่ามาสิ”นาวินขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วทำท่าสนใจกับสิ่งที่หญิงสาวจะพูดกับเขา

                “เอ่อคือ ป่าน ป่านอยากถามว่าทำไมวันนั้นคุณนาวินถึงบอกว่าป่านเป็นผู้หญิงที่คุณไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วย...เพราะอะไร... ช่วยบอกเหตุผลให้ป่านเข้าใจได้ไหมคะ”สายป่านพูดถึงสิ่งที่ค้างคาใจออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแม้ว่าหลังจากนี้เขาจะโกรธเธออีกร้อยเท่าพันเท่าก็ตามเธอขอแค่ได้รู้สาเหตุของเรื่องนี้ก็พอ

                คำถามของหญิงสาวตรงหน้าทำให้นาวินถึงกับนิ่งงันไปนาน ภายในใจนั้นกลับรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกของมีคมทิ่มแทงอย่างไร้ความปราณีเมื่อคิดว่าหญิงสาวกำลังเล่นตลกอะไรกับเขา ทั้งๆที่เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคู่หมายของพี่ชายเขาเธอยังมีหน้ามาถามเขาอีกเหรอว่าเพราะอะไร หรือเธอตั้งใจจะปั่นหัวเขาเล่นหรือไม่ก็ตั้งใจจะหลอกล่อหว่านเสน่ห์ทั้งพี่ทั้งน้องให้ลุ่มหลงแย่งชิงความรักจากเธอคนเดียว...เธอมันผู้หญิงใจร้าย หลายใจ ผู้หญิงเห็นแก่ตัว

                “ฮึตอนนี้ฉันคงต้องเป็นฝ่ายถามเธอมากกว่ามั้ง ว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ สายป่าน” นาวินถามเสียงเย้ยหยันพร้อมทั้งลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้หญิงสาวด้วยอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นจนแทบลุกเป็นไฟ

                “อะไรอีกคะป่านไม่เข้าใจ...คุณนาวินหมายความว่ายังไงคะ” สายป่านมองหน้าชายหนุ่มอย่างมึนงงแล้วยิ่งได้ยินประโยคต่อไปของเขายิ่งทำให้เธอไม่เข้าใจหนักเข้าไปอีก

                “ฉันชักสับสนแล้วสิว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้หรือว่าตั้งใจจะหว่านเสน่ห์ให้ท่าฉันกันแน่”

                “ไม่ค่ะป่านไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธทันควันอย่างไม่ต้องคิดนานพลางขยับเท้าถอยหลังออกไปเรื่อยๆ เมื่อเขาเริ่มเข้ามาใกล้เธอจนน่าใจหาย

                “แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เธอตั้งหน้าตั้งตาตามตื้อฉันไม่ยอมปล่อยแบบนี้น่ะ”นาวินกดเสียงต่ำแล้วสาวเท้าไล่ต้อนหญิงสาวจนร่างบางยืนชิดติดกับประตูห้อง

                “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคุณกำลังเข้าใจป่านผิด” คนตัวเล็กพยายามปฏิเสธในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจดวงตากลมโตนั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่จวนเจียนจะไหล

                “ไม่ใช่แล้วมันยังไง! ไอ้การที่เธอพยายามเข้ามาถามถึงเรื่องที่ต่างก็รู้กันอยู่เต็มอกเธอคิดว่าฉันเป็นไอ้โง่หรือไง” คนตัวใหญ่ตะคอกเสียงดังลั่นพร้อมทั้งคว้าหมับที่ข้อมือเล็กของหญิงสาวแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรง และนั่นทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับอกแกร่งและตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

                “โอ๊ย! พี่วิน ป่านเจ็บ” เจ้าของข้อมือเล็กโอดครวญพร้อมทั้งพยายามดีดดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม

                “อย่ามาเรียกฉันว่าพี่! เพราะฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นน้อง ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือที่ผ่านมาจำเอาไว้สายป่าน” นาวินตะคอกเสียงต่ำพร้อมทั้งล็อคตัวหญิงสาวเอาไว้ในวงแขนอย่างแน่นหนา

                “ปล่อยนะปล่อยสิ”สายป่านพยายามสะบัดข้อมือของตัวเองที่ถูกชายหนุ่มบีบกำเอาไว้จนแดงช้ำและเจ็บระบมไปหมดแต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะสู้เขาได้

                “ฮึไหนๆ ก็มาให้ท่าจนถึงที่แบบนี้แล้ว ฉันจะใจดีลองชิมดูหน่อยก็แล้วกัน”สิ้นคำพูดดูถูกเย้ยหยันนั้น เจ้าของร่างสูงใหญ่ก็ก้มลงหมายจะลิ้มลองริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาวที่กำลังสั่นระริกอยู่ตรงหน้าเพราะความหวาดกลัว

                “ไม่! อย่านะ อื้อ...”คนตัวเล็กร้องห้ามแล้วสะบัดหน้าหนีแต่มีหรือที่นาวินจะยอมในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาจะไม่ยอมใจอ่อนให้กับเธอเด็ดขาดมือแกร่งยกขึ้นบีบคางของหญิงสาวให้หันมาหาเขาจนเธอรู้สึกเจ็บเผลอตัวอ้าปากเพื่อจะร้อง

                จังหวะนั้นนาวินก็ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากแข็งแรงของตัวเองปิดทับเรียวปากบางอ่อนนุ่มของเธอเอาไว้ทันทีอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกอดรัดร่างบางเข้าหาตัวจนแนบสนิทแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกันนาวินใช้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าสอดแทรกลิ้นอุ่นๆเข้าไปในโพรงปากของเธอเพื่อควานหาความหวานอย่างถือสิทธิ์กี่ครั้งกี่หนที่เขาเฝ้าคิดถึงและโหยหาอยากครอบครองลิ้มลองความหอมหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มของเธอวันนี้เขาจะได้สมใจสักที

                ชายหนุ่มส่งปลายลิ้นกวาดชิมความหวานจนทั่วโพรงปากนุ่มก่อนจะเกี่ยวกวัดไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กๆที่พยายามหลีกหนีการดูดดึงของเขาอย่างน่าโมโห แต่เพราะความไม่เคยทำให้หญิงสาวตกหลุมพรางที่เขาหลอกล่อพาไปอย่างง่ายดายนาวินลุ่มหลงความหอมหวานจากรสจูบที่ไม่เคยพานพบจากหญิงใดมาก่อนเขาเฝ้าวนเวียนดูดกลืนอย่างไม่รู้จักอิ่มเอม สายป่านรู้สึกเหมือนห้องทั้งห้องหมุนคว้างไปหมดจนเธอยืนแทบไม่ติดพื้นนิ้วเรียวที่ตอนแรกทั้งหยิกทั้งดึงอกแกร่งของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นบีบกำเอาไว้แน่นเพื่อใช้เป็นที่ยึดเกาะ

                นาวินจูบหญิงสาวอยู่นานจนรู้สึกว่าร่างบางเริ่มดิ้นขลุกขลักเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจชายหนุ่มจึงเงยหน้าแล้วปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระอย่างแสนเสียดายก่อนจะแทนที่ความรู้สึกนั้นด้วยคำพูดที่ร้ายกาจ

                “ดูเหมือนพี่นุจะไม่ได้สอนวิธีจูบให้เธอเลยนะ”

                สายป่านพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้คืนกลับมาจากนั้นก็สะบัดตัวด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีให้หลุดจากวงแขนของชายหนุ่มที่เธอเคยรักและเทิดทูลเขาอย่างสุดหัวใจวันนี้เขาทำร้ายเธออย่างเลือดเย็น...

                เพี๊ยะ!

            หญิงสาวฟาดฝ่ามือบางลงไปที่แก้มสากของชายหนุ่มเต็มแรงจนใบหน้าหล่อเหล่าของเขาหันไปตามแรงตบพร้อมกับต่อว่าด่าทอเขาทั้งน้ำตา

                “หยาบคาย! คนเลว!

                นาวินสะบัดหน้ากลับมาแล้วมองหญิงสาวด้วยแววตาวาวโรจน์อย่างคนโกรธจัดก่อนจะพ่นวาจาที่หยามเหยียดออกไปเพราะความคับแค้นใจที่เธอกล้าตบหน้าเขา

                “ฮึทำเป็นไม่เคย อย่าเผลอติดใจรสจูบของฉันจนลืมของเก่าล่ะ”

                สิ้นคำพูดนั้นฝ่ามือบางของหญิงสาวก็ฟาดซ้ำลงมาที่เก่าอีกครั้งด้วยแรงที่ไม่น้อยไปกว่าเดิมเลยสักนิด

                เพี๊ยะ!

                “ฉันเกลียดคุณได้ยินไหม ฉันเกลียดคุณ คุณนาวิน!

                สายป่านตะโกนใส่ชายหนุ่มอย่างคนขาดสติก่อนจะหันไปเปิดประตูแล้ววิ่งออกไปทันทีอย่างรวดเร็วทิ้งให้ชายหนุ่มยืนคว้างเอามือกุมใบหน้าตัวเองอย่างตกตะลึงอยู่กลางห้องความเจ็บปวดจากแรงตบยังน้อยกว่าคำพูดสุดท้ายของเธอที่ยังดังก้องอยู่ในหัวของเขาจนบาดลึกไปถึงหัวใจดวงแกร่งที่แทบจะหยุดเต้นอย่างเฉียบพลันเมื่อได้ยินเธอบอกว่าเกลียดเขา...มันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ ในเมื่อรักไม่ได้สู้ให้เกลียดกันไปเลยยังดีเสียกว่า นาวินพึมพำคำพูดของตัวเองเมื่อครั้งอดีตออกมาเบาๆ เป็นการเตือนสติและเพื่อตอกย้ำว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วแม้รสจูบอันแสนหวานของเธอจะทำให้หัวใจของเขาซาบซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็นหรือรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยก็ตาม

 

                สายป่านร้องไห้ฟูมฟายออกมาด้วยหัวใจที่แตกสลายมือบางทั้งเช็ดทั้งถูริมฝีปากของตัวเองเพื่อลบลอยจูบที่ป่าเถื่อนจาบจ้วงของเขาตั้งแต่เธอเติบโตมาจนเป็นสาวสะพรั่งไม่เคยมีใครล่วงเกินเธออย่างที่เขากระทำมาก่อนแม้แต่ภานุผู้ชายคนเดียวที่ใกล้ชิดเธอมาตลอดก็ไม่เคยแตะต้องหรือฉวยโอกาสกับเธออย่างที่เขาพูดถึงเลยสักครั้ง...เขาปั้นเรื่องเป็นตุเป็นตะแบบนั้นขึ้นมาได้อย่างไร... นี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอหลงรักนี่น่ะเหรอผู้ชายที่เคยเป็นสุภาพบุรุษคอยช่วยเหลือดูแลเธอเมื่อตอนเด็กๆปีศาจตนใดกันทำให้เขาเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้

                หญิงสาววิ่งไปตามทางเดินเพื่อจะหลบเข้าห้องน้ำแต่ยังไม่ทันจะไปถึงเสียงเรียกที่คุ้นหูก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

                “ยัยป่านไปไหนมาแก้วตามหาแทบแย่แน่ะ”แก้วตาที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์ร้องถามเพื่อนสาวทันทีที่เห็นหน้าก่อนจะอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังร้องไห้อย่างหนัก

                “เห้ย...ป่านร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรเธอ” แก้วตาวิ่งหน้าตื่นเข้าไปหาพร้อมทั้งละล่ำละลักถามด้วยความเป็นห่วง

                “ไม่มีอะไรแก้ว...ป่าน เอ่อ ป่านอยากกลับบ้าน เรากลับบ้านกันเถอะนะ”

                สายป่านรีบปาดเช็ดน้ำตาที่เจิ่งนองอาบสองแก้มนวลอย่างลวกๆเพราะไม่อยากให้เพื่อนรักต้องไม่สบายใจไปด้วย ระหว่างที่สองสาวกำลังปลุกปลอบกันอยู่นั้นเสียงเข้มของชายหนุ่มที่เป็นประธานใหญ่ก็ร้องทักขึ้นมาแต่ไกล

                “เกิดอะไรขึ้น”ภานุกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาหญิงสาวด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่ตอนนี้เขาควรจะอยู่ในห้องประชุมก็จริงแต่เพราะลืมเอกสารสำคัญไว้ที่ห้องเขาจึงต้องกลับขึ้นมาเอาด้วยตัวเอง

                “พี่นุ...”สายป่านครางเรียกชายหนุ่มที่เธอไม่คิดว่าเขาจะอยู่ตรงนี้ด้วยเสียงอันแผ่วเบา

                “น้องป่านร้องไห้ทำไมครับใครทำอะไรบอกพี่มา เดี๋ยวพี่จะไปจัดการมันให้”

คนมีอำนาจตรงเข้าประคองร่างบางของหญิงสาวเอาไว้ด้วยใจที่ร้อนรุ่มดั่งมีเปลวไฟสุมอยู่ในอก...ใครกันที่กล้าทำร้ายคนรักของเขา

                สายป่านก้มหน้านิ่งทำท่าอ้ำอึ้งเหมือนพูดอะไรไม่ออกทำให้ภานุหันไปจ้องหน้าแก้วตาอย่างคาดคั้นแทนซึ่งเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยอาการมึนงงเช่นกันแต่เหมือนอะไรดลใจให้เขาคิดถึงชายหนุ่มอีกคนที่น่าสงสัย

                “นายวิน...นายวินใช่ไหมน้องป่าน บอกพี่มาสิ นายวินเป็นคนรังแกน้องป่านใช่ไหม”

     ภานุคาดคั้นหญิงสาวด้วยเสียงจริงจังพร้อมทั้งชี้มือไปที่ห้องของนาวินเพื่อยืนยันคำพูดสายป่านเงยหน้าสบตากับเขาทันทีอย่างมีพิรุธเหมือนคนที่ทำผิดแล้วถูกจับได้และนั่นทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าคนที่ทำให้เธอร้องไห้จะต้องเป็นนาวินน้องชายของเขาอย่างแน่นอน

                ร่างสูงรีบผละออกมาจากหญิงสาวแล้วทำท่าจะไปที่ห้องของชายหนุ่มตัวต้นเหตุทันที

                “เดี๋ยวค่ะพี่นุ...พี่นุ” มือบางของสายป่านพยายามฉุดดึงลำแขนแกร่งของเขาเอาไว้เธอไม่อยากให้เรื่องราวมันบานปลายใหญ่โตไปมากกว่านี้

                “กลับบ้านไปก่อนน้องป่านเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน” ภานุบอกเสียงเรียบแล้วหันมาจับมือของหญิงสาวออกจากแขนของเขาเบาๆ

                “ไม่ค่ะพี่นุ”สายป่านส่ายหน้าน้อยๆ และมองเขาอย่างอ้อนวอนทำให้ภานุยิ่งโมโหคนต้นเหตุมากขึ้นไปอีก

                “ถูกมันรังแกจนร้องไห้ออกมาขนาดนี้ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ”

                “ไม่ใช่นะคะป่านแค่ไม่อยากให้พี่สองคนทะเลาะกัน ป่านไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ”

                “แก้วตาพาสายป่านกลับบ้านเดี๋ยวนี้”ภานุพยายามรวบรวมสติให้ใจเย็นที่สุดแล้วหันไปออกคำสั่งกับหญิงสาวอีกคนแทน

                “เอ๊ะคุณ”แก้วตาทำท่าฮึดฮัดที่จู่ๆ ชายหนุ่มก็มาสั่งเธออย่างไร้เหตุผล แม้จะยังไม่เข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนักก็ตาม 

                “หรือเธออยากจะลองดีกับฉันยัยจุ้นจ้าน”คราวนี้ภานุหันมาตะคอกเสียงเขียวทำให้คนถูกสั่งค้อนขวับแล้วหันไปคว้าข้อมือบางของเพื่อนรักอย่างรวดเร็ว

                “ไปกันเถอะป่าน...เขาอยากจะมีเรื่องก็ปล่อยเขาไป” แก้วตาพูดลอยๆ อย่างนึกหมั่นไส้คนวางอำนาจก่อนจะหันมาแลบลิ้นท้าทายชายหนุ่มให้ได้หงุดหงิดเล่น

                “ชิ! ไม่ได้กลัวหรอกนะฉันแค่เป็นห่วงยัยป่านย่ะ” ว่าจบสองสาวก็ฉุดดึงพากันออกไปจากตรงนี้

                “หน็อย...หลายครั้งแล้วนะยัยเด็กแสบนี่ ฝากไว้ก่อนเถอะ”ภานุกัดฟันฮึดฮัดออกมาด้วยความไม่พอใจ ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงนะเขาคงซัดลงไปกองกับพื้นแล้วช่างกวนประสาทเขาดีนัก... แต่ตอนนี้เขามีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นต้องทำ

     วันนี้เขาต้องสะสางกับคนเป็นน้องให้กระจ่างชัดเจนทุกเรื่องเพราะเขาจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด...

 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


        แสดง 5 - 5
วันที่โพสต์ :  13 มี.ค 2558 14:12    วันที่อัพเดท :   20 ก.ค. 2561 11:30    › จำนวนผู้เข้าชม 97995 คน
   › คะแนนโหวต 5264 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :