นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาซ้อนซ่อนรักร้าย (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 5 ความจริง


ตอนที่5 

ความจริง

                ภานุตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของนาวินทันทีอย่างรวดเร็วก่อนจะผลักประตูให้เปิดออกแล้วก้าวเข้าไปด้วยแรงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างตรงหน้าให้มอดไหม้เป็นจุล

                “นาวิน!

     เสียงตะคอกดังลั่นทำให้คนที่เพิ่งออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าต้องผงะด้วยความตกใจและมึนงง

     “มีอะไร”เจ้าของห้อง ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นชุดเดิมที่ใส่เข้ามาตอนเช้าเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงตึงๆเพราะไม่คิดว่าพี่ชายของตัวเองจะเข้ามาในห้องคนอื่นอย่างไร้มารยาทแบบนี้

     “แกทำอะไรน้องป่าน”ภานุยิงคำถามทันทีพร้อมทั้งมองหน้าอย่างเอาเรื่อง 

     “ฮึเธอไปฟ้องพี่ว่ายังไงล่ะ” นาวินสวนคำถามกลับไปด้วยท่าทีเย้ยหยัน นี่เธอกล้าไปบอกพี่นุเลยเหรอสายป่านชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวในใจก่อนจะหันหลังแล้วก้าวเท้าไปที่กระจกบานใหญ่หลังห้องเพื่อปกปิดร่องรอยฝ่ามือบนใบหน้า

                “น้องป่านไม่เคยมีนิสัยแบบนั้น...เธอไม่ยอมพูดอะไรเลยด้วยซ้ำฉันถึงได้มาถามกับแก”

                “เธอไม่พูดก็แสดงว่ามันไม่มีอะไรสิครับพี่จะโวยวายทำไม เจ้าตัวเขาไม่เห็นจะเดือดร้อน”นาวินปรายตามามองพี่ชายเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปตามเดิม

                “แกทำน้องป่านร้องไห้ออกไปแบบนั้นแล้วยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกเหรอ”คนเป็นพี่เริ่มกระฟัดกระเฟียดเมื่อเห็นคนเป็นน้องยอกย้อนกลับมาอย่างน่าโมโหและยังท่าทีที่เฉยเมยนั่นอีก มันยิ่งสร้างความหงุดหงิดไม่พอใจให้เขามากขึ้นด้วย

                “ก็แล้วพี่จะให้มันมีอะไรล่ะ”คราวนี้นาวินหันมาเผชิญหน้าอย่างเหลืออดทำให้ภานุเห็นร่องรอยฝ่ามือเป็นริ้วแดงเต็มหน้าของน้องชายอย่างจัง...ความสงสัยและความคลางแคลงใจที่มีอยู่แล้วจึงยิ่งทวีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

                “นายวิน! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมหน้าแกถึง...” ภานุรีบปรี่เข้าไปกระชากแขนคนเป็นน้องให้หันมาเพื่อจะมองชัดๆแต่ยังไม่ทันจะมองได้ถนัดตาอีกฝ่ายก็ปัดมือเขาให้ออกห่าง

                “ไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก”

                ภานุนิ่งคิดเพียงครู่ก่อนจะตัดสินใจเก็บเรื่องที่คลุมเครือน่าปวดหัวนี้เอาไว้ทีหลังเพราะดูท่าอีกฝ่ายคงทำให้หญิงสาวไม่พอใจอย่างมากเธอถึงได้ลงไม้ลงมือกลับไปแบบนั้นแต่ก็นับว่าดีแล้วที่เธอรู้จักป้องกันตัวและตอบโต้บ้าง

                ตอนนี้เขามีความจริงบางอย่างที่ต้องบอกให้นาวินรับรู้เอาไว้อย่างน้อยจะได้รู้ฐานะของตัวเองและวางตัวถูกเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับสายป่านหญิงสาวที่เป็นคนรักของเขาที่สำคัญเขาหวังว่าเหตุการณ์อย่างวันนี้มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

                “ก็ได้...ถ้าแกไม่พูดก็ไม่เป็นไร แต่ที่ฉันมาเนี่ย ฉันมีเรื่องอยากจะบอกแกเอาไว้ก่อน... น้องป่านเป็น...”

                “คู่หมั้นของพี่” เสียงเข้มของนาวินพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่คนเป็นพี่จะเอ่ยจบและนั่นทำให้ภานุตกใจจนแทบช็อค

                “แกรู้...”  ภานุขมวดคิ้วเป็นปมอย่างอึ้งๆ

                เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านาวินน้องชายของเขาจะรู้เรื่องนี้ด้วย...มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อมีเพียงแค่เขา คุณแม่ และนมอิ่มเท่านั้นที่พูดคุยกันอยู่ภายในห้องที่มิดชิด

                “ใช้ผมรู้ และก็รู้มานานแล้วด้วย” นาวินกระแทกเสียงย้ำอย่างชัดเจนเขาก็ทนเก็บความลับนี้มานานแล้วเหมือนกันและยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเมื่อคนเป็นพี่ออกมาตอกย้ำแบบนี้

                อีกครั้งที่ภานุนิ่งไปเหมือนกำลังคิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง...ก่อนที่เรื่องราวในวันนั้นจะประติดประต่อกันจนกระจ่างชัดในใจของเขาแสดงว่านายวินแอบได้ยินเรื่องที่เขาขอหมั้นสายป่านแล้วเกิดความไม่พอใจจึงแสดงท่าทีก้าวร้าวออกไปแบบนั้น...มันเป็นแบบนี้นี่เอง เพราะแกก็รักน้องป่านเหมือนกันสินะ ฮึ! แต่เสียใจด้วยนะนายวินที่แกต้องผิดหวัง ภานุคิดอย่างหมายมั่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพูดต่อ 

                “ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าแกจะรู้เรื่องนี้มาได้ยังไงแต่ฉันจะบอกกับแกอีกครั้งให้ชัดๆ ก็แล้วกัน น้องป่านเป็นคู่หมั้นของฉันและเธอก็จะแต่งงานกับฉัน ดังนั้น แกควรให้เกียรติเธอในฐานะพี่สะใภ้และที่สำคัญแกไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ”

                “ผมคงไม่แตะต้องคนของพี่หรอกถ้าเธอไม่มาให้ท่าผมก่อนน่ะนะ”นาวินหันมายอกย้อนอย่างนึกหมั่นไส้ที่คนเป็นพี่ประกาศตัวอย่างโจ่งแจ้งแต่หารู้ไม่ว่าคู่หมั้นของตัวเองพยายามวิ่งเข้าหาเขาขนาดไหน ชิ! มัวแต่งมทำงานไปเถอะ ระวังจะโดนผู้หญิงหลอกไม่รู้ตัว

                “ไอ้นาวิน! แก...”ภานุกระโจนเข้าคว้าคอเสื้อของนาวินหมายจะตะบันหน้าให้สาแก่ใจที่กล้าดูถูกคนรักของเขาแต่คนเป็นน้องที่เตรียมตัวตั้งรับอยู่แล้วรีบสวนกลับอย่างว่องไวทำให้สองพี่น้องปะทะอกกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

                “คราวนี้ผมสู้ไม่ยั้งนะพี่นุ”นาวินกัดฟันบอกพร้อมทั้งง้างข้อศอกยกกำปั้นของตัวเองขึ้นสู้

                ก๊อกก๊อก ก๊อก

                เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเหมือนเป็นระฆังพักยกสำหรับนักมวยคู่เอกทำให้ภานุและนาวินผละออกจากกันโดยทันทีด้วยเกรงว่าบุคคลภายนอกจะล่วงรู้ถึงเรื่องบาดหมางที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นของสองพี่น้องผู้บริหารระดับสูง

                “ว๊าย! เกิดอะไรขึ้นคะ”ยุพาร้องถามเสียงตื่นด้วยความตกใจเมื่อเห็นสองหนุ่มผู้เป็นเจ้านายผลักตัวออกจากกันจนแทบกระเด็น

                “มีอะไรเหรอยุพา”สองหนุ่มไม่มีใครตอบคำถามของเลขาสาว มีเพียงภานุที่ย้อนถามกลับไปด้วยเสียงที่เรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใด               

                “เอ่อคุณทนายให้มาตามท่านประธานน่ะค่ะ ตอนนี้ในห้องประชุมกำลังรอท่านอยู่”ยุพาอึกอักเล็กน้อยเพราะยังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า

                “อืมฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” ภานุบอกเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันไปมองหน้าน้องชายอย่างตึงๆแล้วรีบสาวเท้าไปที่ประตูทันทีโดยไม่ได้สนใจกับคนในห้องอีกเขาเกือบลืมไปเสียสนิทว่ามีการประชุมสำคัญที่ค้างอยู่

                หลังจากภานุและยุพาออกไปจากห้องแล้วนาวินยกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างลวกๆแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตรงกลางห้องเพื่อตั้งสติ ก่อนที่ความคิดจะล่องลอยไปถึงหญิงสาวที่ทำให้เขาเกือบต้องใช้กำลังชกต่อยกับพี่ชายตัวเองเพราะความหึงหวงที่มีผู้หญิงแพศยาอย่างเธอเป็นต้นเหตุสายป่าน เธอมันนางมารร้ายชัดๆ

                แต่ภาพที่ตราตรึงอยู่ในจิตใจของเขากลับเป็นใบหน้าสวยๆและรสจูบหวานๆ ของเธอที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังฉายชัดอยู่ในห้วงความคิดของเขาไม่จางหายยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวด... เขาจะทนกับความรู้สึกแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหนกัน ทำไมฉันถึงเกลียดเธอไม่ได้สักทีนะ สายป่าน

                ระหว่างที่กำลังคิดถึงหญิงสาวในดวงใจอยู่นั้นจู่ๆ เสียงโทรศัพท์เครื่องจิ๋วในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะล้วงหยิบขึ้นมาดูเพราะคิดว่าเป็นคริสโตเฟอร์เพื่อนรักแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าเป็นเบอร์ของแอร์โฮสเตสสาวคู่ควงคนล่าสุดของเขา

                ว่าไงครับนีล่านาวินกรอกเสียงที่ฟังดูน่าเบื่อหน่ายลงไป

                เป็นอะไรคะวิน ไม่ดีใจเหรอคะที่นีล่าโทรมาคนปลายสายทำเสียงงอนๆบ่งบอกถึงอาการน้อยใจเล็กๆ

                ก็ไม่เชิง... ผมแค่เหนื่อยๆ น่ะนาวินปฏิเสธอย่างขอไปที

                งั้นให้นีล่าไปหานะคะ นีล่าอยากเจอวินค่ะ

                ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวผมไปหาคุณเองดีกว่านาวินตอบรับออกไปอย่างไม่คิดอะไรมาก เพราะเขาก็ไม่รู้จะไปไหนอยู่แล้วเวลานี้การไปหาหญิงสาวคู่ควงคงช่วงให้อารมณ์เขาดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่บ้างไม่มากก็น้อยและที่สำคัญหากเขาไม่ไปหาเธอ เธอก็หาทางมาเจอเขาให้ได้อยู่ดี

                ได้ค่ะ นีล่าจะรอนะคะ เสียงปลายสายออกอาการดีอกดีใจยกใหญ่ก่อนที่ต่างฝ่ายจะวางสายกันไปเมื่อหญิงสาวแจ้งหมายเลขห้องพักให้กับชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว

                นาวินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพ่นลมหายใจออกแรงๆอย่างคนคิดหนักจากนั้นก็สาวเท้าไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปด้วยหัวใจที่ยังมีแต่ความสับสนว้าวุ่นปะปนกันไปหมด...คนที่อยากหนีกลับต้องไปหา คนที่อยากพบหน้ากลับต้องคอยหลบหนี เฮ้อ...ไม่เข้าใจจริงๆ

               

                สายป่านนั่งเหม่ออยู่ที่ชานระเบียงของเรือนไทยหลังเล็กหญิงสาวเดินทางกลับมาพร้อมกับแก้วตาเพื่อนสาวคนสนิทที่นั่งรถแท็กซี่มาส่ง จากนั้นก็รีบตรงไปที่มหาวิทยาลัยทันทีเนื่องจากอาจารย์โทรมาบอกว่ารายงานที่อีกฝ่ายส่งไปมีปัญหานิดหน่อยทำให้สายป่านหมดความกังวลไปเปราะหนึ่งจะได้ไม่ต้องคอยหลีกเลี่ยงหาคำตอบที่ไม่อาจบอกใครได้ว่าเธอทะเลาะอะไรกับนาวินให้คนเป็นเพื่อนได้รับรู้ตอนนี้เพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะพูดถึงมัน

                นาวินผู้ชายที่เธอหลงรักตั้งแต่เยาว์วัย วันนี้เขาไม่ใช่พี่ชายใจดีของเธออีกต่อไปแล้วเขาเป็นปีศาจที่แสนร้ายกาจย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอด้วยคำดูถูกและตอกย้ำให้เธอยิ่งช้ำใจด้วยการกระทำอันป่าเถื่อนแต่ทำไมนะ... ทั้งที่อยากจะลืมแท้ๆ แต่ก็หยุดคิดถึงเขาไม่ได้สักทีรสจูบที่ดุดันของเขามันสร้างความเจ็บแปลบในหัวใจให้ก็จริงแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นอย่างประหลาดจนยากจะลืมเลือนด้วยเช่นกันยิ่งคิดน้ำตาเจ้ากรรมก็พาลจะไหล

                “ยัยป่าน...กลับมาแล้วเหรอลูก” นมอิ่มที่เพิ่งออกมาจากห้องนอนเอ่ยถามทันทีที่เห็นร่างบางของหลานสาวนั่งอยู่ตรงระเบียงในมุมโปรดปราน

                “จ้ะยาย...ตื่นแล้วเหรอคะ ป่านทำให้ยายตื่นหรือเปล่า” สายป่านรีบปาดเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหายาย

                “ไม่ใช่หรอกลูก...คนแก่ก็อย่างนี้แหละ หลับง่ายตื่นไวเดี๋ยวก็ง่วงอีก” คนเป็นยายยิ้มให้อย่างเอ็นดูก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม

                “แล้วนี่ทำไมกลับเร็วจังคุณภานุกลับมาด้วยหรือเปล่า”

                “เอ่อเปล่าจ้ะยาย ป่านรู้สึกไม่ค่อยสบายพี่นุก็เลยให้ป่านกลับบ้านมาก่อน” สายป่านอึกอักเล็กน้อยแล้วประคองยายของตัวเองให้นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนที่ร่างบางจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นข้างๆ

                “อ้าวแล้วทำไมไม่ไปนอนพัก และนี่กินยาหรือยังลูก แล้วกลับมากับใคร”ผู้อาวุโสถามไถ่ยืดยาวพลางยกฝ่ามือขึ้นแตะที่หน้าผากและลูบไล้เนื้อตัวของหลานสาวด้วยความเป็นห่วง

                “ป่านไม่เป็นอะไรมากจ้ะยายเมื่อกี้ยัยแก้วนั่งรถแท็กซี่มาส่ง แต่ต้องรีบไปมหาวิทยาลัยน่ะจ้ะก็เลยไม่ทันรอพบยาย” สายป่านตอบยิ้มๆ แต่สีหน้ากลับดูเนือยๆปนเศร้าเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจจนคนมองอดเป็นกังวลไม่ได้

     “ป่าน...”นมอิ่มเรียกหลานสาวเสียงนุ่ม

                “จ๊ะยาย”สายป่านขานรับเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงเมื่อเจอสายตาจ้องจับผิดของผู้เป็นยาย

                “ฝึกงานวันแรกเป็นยังไงบ้างมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก”

                “เอ่อมะ ไม่มีจ้ะยาย ทุกอย่างราบรื่นดี” คนมีพิรุธอ้อมแอ้มตอบเสียงตะกุกตะกักแต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนถาม

                “แล้วคุณภานุเขาให้ป่านอยู่แผนกไหนล่ะ”นมอิ่มยังคงถามต่อ แม้จะนึกสงสัยในท่าทีแปลกๆ ของหลานสาวอยู่บ้างก็ตาม

                “พี่นุให้ป่านเป็นผู้ช่วยเลขาของเขาค่ะส่วนยัยแก้วคุณนาวินให้เป็นผู้ช่วยเลขาทางฝั่งของเขาด้วยอีกคน”

                เมื่อได้ฟังคำตอบแล้วทำให้นมอิ่มต้องถอนหายใจยาวอย่างคนคิดหนักจากนั้นก็ยื่นมือไปลูบไล้ที่เรือนผมนุ่มของหลานสาวคนสวยด้วยความรักและเอ็นดูจนสุดหัวใจก่อนจะเปรยออกมาเบาๆ

                “ดูท่าคุณภานุจะไม่ยอมให้เราห่างตัวเลยสิเนี่ย”

                “หืออะไรจ๊ะยาย ป่านไม่เข้าใจ”สายป่านถามกลับไปอย่างนึกสงสัยในสิ่งที่ยายต้องการจะสื่อ

                นมอิ่มยิ้มบางๆแล้วนิ่งคิดเพื่อตัดสินใจที่จะบอกเรื่องสำคัญให้หลานสาวได้รับรู้ มันคงถึงเวลาแล้วสินะ... จะรู้วันนี้หรือพรุ่งนี้ยังไงสายป่านก็ต้องรู้อยู่ดี

                “ป่าน...หนูไปหยิบกล่องกำมะหยี่เล็กๆ สีแดง ในลิ้นชักข้างหัวเตียงมาให้ยายหน่อยนะ”

                “จ้ะยาย”

                สายป่านหายเข้าไปในเรือนเพียงครู่ก่อนจะกลับออกมาพร้อมด้วยกล่องกำมะหยี่ที่ผู้เป็นยายต้องการในมือแล้วนั่งลงที่พื้นข้างๆ ตามเดิม

                “นี่จ้ะ”

                “ขอบใจลูก”นมอิ่มรับกล่องจากมือหลานสาวมาถือไว้ แล้วค่อยๆ เปิดออกดู

                แหวนทองที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามเม็ดเล็กที่วาววับสว่างไสวตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ความงดงามนั้นก็ไม่ได้ลดเลือนลงไปเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามแสงเรืองรองที่ทอประกายนั้นกลับยิ่งเจิดจ้าสะท้อนให้ระลึกถึงคำพูดและย้ำเตือนถึงคำสัญญาในครั้งอดีตที่ยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจของผู้ที่เก็บรักษาเอาไว้ตลอดเวลา

                “สวยจังเลยจ้ะยาย”หญิงสาวชะเง้อมองแล้วยิ้มอย่างชื่นชม แม้จะไม่ค่อยเข้าใจในการกระทำของผู้เป็นยายนักก็ตาม

                “ป่าน...แหวนวงนี้มันเป็นของป่านนะลูก” นมอิ่มบอกเสียงเรียบๆพร้อมทั้งยื่นแหวนในมือให้กับหลานสาว

                “หือยายให้ป่านหรือจ๊ะ” สายป่านรับมาถือไว้อย่างงงๆ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ายายจะมีของแบบนี้ด้วย

                “ไม่ใช่ของยายหรอกแต่เป็นของคุณผกา” ผู้เป็นยายเฉลย พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะหลานสาวเบาๆ

                “อ้าวแล้วคุณท่านจะให้ป่านทำไมล่ะจ๊ะยาย”

                “ป่านตั้งใจฟังนะลูกยายจะบอกความจริงให้ฟัง...” นมอิ่มมีสีหน้ากังวลใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อไป

                “คุณผกาเธอขอหมั้นหนูให้กับคุณภานุ”

                “ห๊า! อะไรนะยาย” สายป่านย้อนถามอีกครั้งด้วยอาการตกใจจนแทบสิ้นสติกับสิ่งที่ผู้เป็นยายบอกก่อนที่ใบหน้าของคุณผกามาศและภานุบุตรชายคนโตของท่านจะฉายชัดเข้ามาในห้วงความคิดอย่างฉับพลัน...เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ และไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกคลุมถุงชนเหมือนเช่นหนุ่มสาวในยุคอดีต

                “แหวนวงนี้เป็นแหวนหมั้นของหนูกับคุณภานุนะลูก”ผู้อาวุโสบอกอีกครั้งและยิ่งกังวลใจมากขึ้นเมื่อหลานสาวทำท่าจะร้องไห้มากกว่าจะตื่นเต้นดีใจ

                “ไม่จริง...ไม่จริงใช่ไหมจ๊ะยาย” สายป่านนำแหวนใส่ลงไปในกล่องตามเดิม แล้วสวมกอดผู้เป็นยายเอาไว้แน่น

                “มันเป็นความจริงลูกแล้วคุณภานุก็รู้ตัวเองมาโดยตลอด เพราะเขาเป็นคนไปบอกกับคุณผกาด้วยตัวของเขาเองว่าเขารักชอบในตัวหนูมาก แต่ตอนนั้นหนูยังเด็กพวกเราก็เลยต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน... แล้วคุณผกาก็มาจากไปในวันนั้นด้วย”

                “ยายจ๋า...ฮือ  ฮือ” หญิงสาวร่ำไห้ด้วยเสียงปนสะอื้น...เธอไม่ได้นึกรักชอบในตัวภานุแบบนั้นเขาเป็นผู้ชายที่ดีและเพียบพร้อมอย่างไม่มีที่ติก็จริงแต่เธอรู้สึกกับเขาแค่พี่ชายเท่านั้นสายป่านคร่ำครวญอยู่ในใจก่อนที่ภาพใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอีกคนที่เธอหลงรักจะผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ...พี่วิน

                “หนูยังไม่มีใครใช่ไหมลูก”ผู้อาวุโสถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักเพราะอาการเศร้าโศกเสียใจของหลานสาวทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่าเธอจะมีคนรักหรือคนที่ชอบอยู่แล้ว

                คำถามของผู้เป็นยายทำให้สายป่ายคิดถึงผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจของเธอมาตลอดแม้ว่าวันนี้เขาจะทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจมากแค่ไหนก็ตามไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังรักเขาอยู่ดี...และเธอก็ตั้งใจจะเก็บความลับนี้ไว้ตลอดไปด้วย

     “ยังไม่มีจ้ะยาย”สายป่านตอบเสียงแผ่วเบาแล้วก้มหน้าเพื่อหลบซ่อนความจริง

                “แล้วหนูรังเกียจคุณภานุหรือเปล่า”

                “ป่านไม่เคยคิดรังเกียจพี่นุเลยสักนิดแต่ป่านไม่ได้รู้สึกกับเขาแบบนั้นนะจ๊ะยายป่านรู้สึกว่าพี่นุเป็นพี่ชายของป่านจริงๆ”ส่ายป่านอธิบายด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเสียใจและสับสน

                “โถ่... หลานยาย... ยายเข้าใจป่านนะลูก แต่ยายก็จนปัญญาจริงๆ”ผู้เป็นยายถอนหายใจหนักๆ พร้อมทั้งกอดปลอบหลานสาวคนสวยเอาไว้แน่นนางจะทำอย่างไรต่อไปดีในเมื่อตอนนี้นางรู้แล้วว่ามันเป็นการบังคับฝืนใจกันอย่างที่นางเคยนึกกลัวจริงๆด้วย

                “ยายจ๋า...ป่านขออยู่คนเดียวสักพักนะจ๊ะ” สายป่านค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้นช้าๆแล้วขยับตัวลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นว่ายายไม่ได้คัดค้านอะไรเธอจึงก้าวออกไปจากตรงนี้แล้วเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไปเงียบๆโดยมีสายตาที่แฝงไปด้วยความรักและห่วงใยอย่างสุดขั้วหัวใจของผู้เป็นยายมองตามไปไม่ห่าง

 

                เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องของตัวเองแล้วร่างบางก็ทรุดลงกับพื้นทันทีอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างหนักตอนนี้เรื่องราวต่างๆ มากมายสาดซัดเข้ามาจนเธอสับสนว้าวุ่นใจไปหมด

     สายป่านนั่งกอดเข่าเหมือนใช้เป็นที่ยึดเกาะให้ตัวเองอบอุ่นก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างคนสิ้นหวังเพราะรู้ดีว่าหากผู้ใหญ่มีการพูดคุยตกลงกันไว้แบบนี้แล้วเธอคงหาทางปฏิเสธได้ยาก ที่สำคัญคำว่าบุญคุณมันค้ำคอจนเธอไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรคุณผกามาศท่านมีพระคุณกับเธอมากเหลือเกินทั้งให้การศึกษาและยังให้การอุปการะเลี้ยงดูให้ค่าใช้จ่ายกับเธอจนถึงทุกวันนี้แม้ท่านจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ภาระทุกอย่างก็ยังตกเป็นของภานุบุตรชายคนโตของท่าน ซึ่งเขาก็ดูแลเธอกับยายได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด...หรือเธอต้องแต่งงานกับเขาเพื่อทดแทนบุญคุณจริงๆ นะหญิงสาวนึกสะท้อนอยู่ในใจ

     ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งสายป่านนั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่นาวินทำกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ดูห่างเหินหมางเมินหรือคำพูดที่ดูถูกถากถางนั้นมันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่าเขาต้องรู้เรื่องการหมั้นของเธอกับภานุพี่ชายของเขาแล้วแน่ๆ 

                “ฮึตอนนี้ฉันคงต้องเป็นฝ่ายถามเธอมากกว่ามั้ง ว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ สายป่าน”  

            “อะไรอีกคะป่านไม่เข้าใจ...คุณนาวินหมายความว่ายังไงคะ”

            “ฉันชักสับสนแล้วสิว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้หรือว่าตั้งใจจะหว่านเสน่ห์ให้ท่าฉันกันแน่”

     โถ่เอ้ยยัยป่าน... เขาคงคิดว่าเธอรู้เรื่องการหมั้นนี้แล้วและการที่เธอพยายามเข้าไปพูดคุยปรับความเข้าใจกับเขามันตีความหมายได้ว่าเธอหลอกล่อหว่านเสน่ห์ให้เขานี่เอง ช่างน่าอายจริงๆ

     หญิงสาวค่อยๆขยับลุกขึ้นจากพื้น แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนแรง...เธอจะทำอย่างไรต่อไปดีหัวใจเจ้ากรรมก็ดันไปรักผู้ชายที่ไม่ควรรักแถมตอนนี้เขาก็คงเกลียดเธอไปแล้วด้วยส่วนผู้ชายอีกคนที่เธอควรจะรัก เธอกลับรู้สึกกับเขาแค่พี่ชายสายป่านนอนคิดด้วยหัวใจที่ท้อแท้และสิ้นหวังจนเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว

 

     ณคอนโดหรูใกล้สนามบินนานาชาติของเมืองหลวง ภายในห้องพักของแอร์โฮสเตสสาวปรากฏเรือนร่างเปลืองเปล่าของคนสองคนบนเตียงกว้างที่กำลังบรรเลงเพลงรักอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนให้แก่กันเหมือนกับว่าอดอยากมานาน

     ร่างบางของหญิงสาวที่คร่อมอยู่บนกลางกายของชายหนุ่มกำลังขยับสะโพกกลมกลึงบดขยี้เข้าใส่คนใต้ร่างอย่างไม่ลดละเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ดังระงมแข่งกันจนลั่นห้องไปหมดนาวินขยับยกสะโพกหนารับจังหวะการกดทับของหญิงสาวบนร่างด้วยแรงพิศวาสที่เร่าร้อนกว่าครั้งไหนๆก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายพลิกตัวขึ้นมาเป็นผู้คุมเกมส์บ้าง

     นาวินกระแทกกระทั้นส่งตัวเองเข้าใส่หญิงสาวอย่างบ้าคลั่งด้วยไฟโทสะยิ่งนึกถึงใบหน้าหวานๆ ของสายป่านที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำตาพร้อมกับคำว่าเกลียดเขานั้นมันยังดังก้องอยู่ในหัวไม่จางหายทำให้อารมณ์โกรธยิ่งพลุ่งพล่านลุกโชนมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัวร่างสูงเม้มปากขบกรามแน่นแล้วโจนจ้วงสาวสะโพกอย่างสุดแรงจนหญิงสาวรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งตัวจำต้องเอ่ยปากประท้วง

     “โอ๊ย! วิน เบาๆสิคะ นีล่าเริ่มเจ็บแล้วนะคะ”

     “จะให้ผมหยุดหรือเปล่าล่ะ”เสียงเข้มถามกลับไปตึงๆ เขาเองก็ไม่ได้นึกพิศวาสอะไรเธอนักหนาหรอกแค่อยากระบายอารมณ์เท่านั้นจะให้หยุดเมื่อไรก็ได้

     “ไม่ค่ะ ไม่อย่าหยุดนะคะวิน นีล่าทนได้" นิลณีย์ละล่ำละลักออดอ้อนพร้อมทั้งกอดรัดคนบนร่างเอาไว้แน่นเพื่อยืนยันคำพูดการที่เขายอมมีอะไรกับเธอบ่อยๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วอย่างน้อยเธอจะได้มั่นใจว่าเขายังไม่เบื่อเธอหรือมีของใหม่ที่ดีกว่า

     “งั้นก็อย่าพูดมาก”

     สิ้นคำพูดนั้นนาวินก็เร่งสาวสะโพกกดลงไปหนักๆและรุนแรงยิ่งขึ้น จนร่างบางของนิลณีย์สั่นไหวไปทั้งตัวก่อนที่สองขาเรียวจะเกี่ยวกระหวัดรัดเอวสอบของเขาไว้แน่นแล้วแอ่นหยัดสะโพกผายสวนขึ้นตอบโต้กลับไปด้วยไฟราคะแห่งความปรารถนาที่ใกล้จะถึงจุดจบสาวสวยส่งเสียงครวญครางออกมาสลับกับสูดปากด้วยความหฤหรรษ์อย่างถึงที่สุด

     “อะ... อื้อ...วินคะ ช่วยนีล่าด้วยค่ะ นีล่าไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวร้องบอกด้วยเสียงที่ขาดห้วงเหน็ดเหนื่อยระคนความเสียวซ่าน

     “อีกนิดนะนีล่ามันใกล้จะจบแล้ว” 

     นาวินกัดฟันบอกด้วยเสียงที่เหนื่อยหอบไม่แพ้กันก่อนจะเพิ่มความเร็วของการขยับเข้าออกให้กระชั้นถี่ขึ้นและกดเน้นในทุกๆจังหวะเพื่อส่งตัวเองให้ลึกที่สุดเพียงไม่นานร่างบางก็กระตุกอย่างแรงจนโพรงเนื้อภายในของเธอบีบรัดลำกายของเขาเป็นจังหวะหนักหน่วงจนชายหนุ่มรู้สึกวูบวาบเหมือนกระแสไฟฟ้าที่กำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่างจนเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

     จู่ๆภาพใบหน้าหวานของหญิงสาวในดวงใจก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สายป่าน นาวินเพ้อออกมาเบาๆแล้วเม้มริมฝีปากสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆพร้อมทั้งเกร็งสะโพกกดตัวเองกระแทกย้ำเข้าไปในโพรงเนื้อที่ชุ่มฉ่ำของคนใต้ร่างด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีไม่นานร่างสูงก็กระตุกอย่างแรงพร้อมกับปลดปล่อยสายธารแห่งไฟราคะที่เกิดขึ้นจากความโมโหทั้งหมดออกมา

     เมื่อกิจกรรมระบายความตึงเครียดของเขาจบสิ้นนาวินก็ขยับถอดถอนตัวตนออกมาจากหญิงสาวแล้วทิ้งกายลงนอนข้างๆ เธอชายหนุ่มยังคงหอบหายใจแรงๆด้วยความเหนื่อยล้าไม่ต่างจากหญิงสาวข้างกายที่กำลังสูดเอาอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็วแต่ภายในใจนั้นเริ่มคุกรุ่นด้วยไฟริษยา...เธอได้ยินชัดเจนเต็มสองหูว่าชายหนุ่มเอ่ยชื่อผู้หญิงที่เธอไม่รู้จักออกมาขณะที่เขากำลังปืนป่ายไปสรวงสวรรค์กับเธอสายป่าน... แกเป็นใคร!’

     “วิน...หายเหนื่อยหรือยังคะ” นิลณีย์ส่งเสียงออดอ้อนแล้ววาดแขนเรียวพาดที่อกแกร่งของเขา

                “ฮื้อ...อย่ากวนใจน่านีล่า” นาวินที่ยังนอนหลับตานิ่งบอกปัดด้วยเสียงหงุดหงิดน้อยๆ แล้วสะบัดเรียวแขนเล็กๆนั้นให้หลุดออกไปจากอกของเขา

                อาการเฉยเมยไม่ใยดีของเขาทำให้นิลณีย์ถึงกับฉุนขาดร่างบางดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความโมโหสุดขีดพร้อมทั้งจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาวาวโรจน์

                “นังนั่นมันเป็นใคร”เสียงขุ่นๆ กระชากถามออกไปอย่างลืมตัว

                “อะไรนีล่า...คุณหมายถึงใคร” ชายหนุ่มขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันไปคว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่เตรียมไว้ข้างหัวเตียงมาพันรอบเอวอย่างลวกๆภายในใจนั้นรู้สึกกระวนกระวายและว้าวุ่นแปลกๆ

                “ก็สายป่านอะไรนั่นน่ะ”

                ทันทีที่ได้ยินชื่อของหญิงสาวที่อยู่ในใจของเขาตลอดเวลา นาวินถึงกลับใจหายวาบ

                “คุณเอามาจากไหน”ใบหน้าหล่อเหลาหันขวับมามองตาเขียว

                “ก็เมื่อกี้คุณพูดชื่อมันออกมาไงคะ”นิลณีย์ฮึดฮัดย้อนถามอย่างเอาเรื่อง

                “อย่าไร้สาระน่านีล่าคุณหูฟาดหรือเปล่า”

     ชายหนุ่มหลับหูหลับตาบอกปฏิเสธแบบปัดๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาเผลอหลุดปากเอ่ยชื่อสายป่านออกไปโดยไม่ทันระวังตัว...เขาไม่อยากให้เธอเดือดร้อน เพราะถ้านิลณีย์รู้ว่าเธอเป็นใคร มีหวังได้อยู่ไม่เป็นสุขแน่

                “ไม่ค่ะวินนีล่าไม่ได้หูฟาด และนีล่าก็ได้ยินชัดเจนด้วย... บอกมานะว่ามันเป็นใคร”

     เจ้าของร่างบางที่มีเพียงผ้าห่มผืนหนาห่อหุ้มกายเอาไว้หลวมๆยื่นมือไปดึงแขนของชายหนุ่มให้หันมาเผชิญหน้ากับเธอเพื่อจับพิรุธและนั่นทำให้นาวินรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่เธอคาดคั้นเหมือนเขาทำอะไรผิดนักหนา

                “นีล่า! คุณไม่มีสิทธิ์จะมาจุ้นจ้านถามโน่นถามนี่ผมนะคุณลืมไปแล้วเหรอก่อนที่เราจะคบกันเราสัญญากันไว้ว่าอะไร” นาวินตะคอกเสียงกร้าวพร้อมทั้งจ้องหน้าเธอกลับไป...มันเป็นความจริงที่เราสองคนได้ตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะคบกันที่ความพอใจไม่ใช่คู่รักดังนั้น เราทั้งคู่จะไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของกันและกันซึ่งนิลณีย์ก็เข้าใจและทำได้ดีมาโดยตลอด เขาจึงคบกับเธอได้นานกว่าใครที่เคยผ่านมา

                “แต่...”เสียงคัดค้านของแอร์โฮสเตสสาวเริ่มอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มทวงถามถึงคำสัญญาที่เคยตกลงกันไว้แต่ยังไม่ทันจะได้พูดต่อ เสียงเข้มของเขาก็ขัดขึ้นมาก่อน

                “ถ้าขืนคุณยังทำตัวงี่เง่าอีกละก็ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก” สิ้นคำพูดนั้น นาวินก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันทีอย่างไม่อิดออด

                นิลณีย์กัดริมฝีปากของตัวเองแน่นเพื่อสกัดกั้นความโกรธนิ้วเรียวเล็กจิกลงกับผ้าห่มผืนหนาเหมือนจะใช้เป็นที่ระบายเธอพ่ายแพ้ทุกทีเวลาที่เขายกสัญญามาอ้าง ทั้งๆที่ใครต่อใครต่างก็รู้กันทั่วว่าเธอกับเขาเป็นแฟนกันไม่ใช่เพื่อนกินเพื่อนนอนธรรมดา และเขาก็ไม่เคยนอกกายเธอสักครั้ง... เธอมั่นใจเพราะทุกครั้งที่เขาต้องการไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือเมื่อไรเธอก็ให้เขาได้เสมอและไม่เคยขัดใจเขาเลยฮึ ถ้าไม่ติดว่าเป็นทายาทอันดับสองของสายการบินยักษ์ใหญ่ละก็ แค่หล่อๆล่ำๆ แบบนี้ เธอจะหาที่ไหนก็ได้และอีกอย่างเธอต้องการใช้เขาเป็นสะพานเพื่อพาเธอไปพบคุณภานุพี่ชายของเขา ที่ใครๆต่างก็ร่ำลือกันนักหนาว่าเขาทั้งหล่อ ทั้งภูมิฐานและสง่างามราวเทพบุตรซึ่งตอนนี้เป้าหมายของเธอเริ่มเบี่ยงเบนซะแล้วหญิงสาวยิ้มร้ายให้กับความคิดและแผนการที่ชาญฉลาดของตัวเอง

                เมื่อเสียงประตูห้องน้ำดังขึ้นเธอมองไปยังชายหนุ่มที่ก้าวออกมาอย่างเคลิบเคลิ้มเขาเพียบพร้อมเหมือนดั่งเจ้าชายจริงๆร่างสูงที่เต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามน่าหลงใหลชวนมองส่วนใบหน้านั้นก็หล่อเหลาคมเข้มอย่างไม่มีที่ติ ไม่ว่าจะผ่านไปทางไหนใครๆต่างก็หันมองกันจนเหลียวหลัง

                “คุณจะไปไหนคะวิน”นิลณีย์เอ่ยถามเสียงอ่อนเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังหยิบเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาสวมใส่

                “กลับบ้าน”นาวินตอบเสียงราบเรียบ ไม่แสดงอาการโหยหาใดๆ ออกมาทั้งสิ้น

     เมื่อได้ยินดังนั้นร่างบางจึงรีบคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบกายก่อนจะดิ่งเข้าไปสวมกอดชายหนุ่มแล้วซุกซบใบหน้าสวยกับแผ่นหลังของเขา

                “นีล่าขอโทษนะคะวินที่เมื่อกี้ทำตัวงี่เง่า...คุณจะไม่ค้างกับนีล่าจริงๆ เหรอคะ นีล่าคิดถึงคุณนะคะวิน”

                “ไม่ละผมจะรีบไปดูคริสน่ะ ป่านนี้คงตื่นแล้ว” นาวินปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิดนานและเขาก็กำลังนึกเป็นห่วงคริสโตเฟอร์เพื่อนรักที่ตอนนี้ฝ่ายนั้นมาพักอยู่ที่คอนโดของเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

                “วินโกรธนีล่าเหรอคะ”

     “ผมไม่มีอะไรต้องโกรธคุณนี่นีล่า”

     ชายหนุ่มถอนหายใจยาว...เขาแค่คิดถึงหญิงสาวอีกคนจนหัวใจมันร้อนรุ่มอยู่ไม่เป็นสุขต่างหากล่ะ

     “งั้นคืนนี้คุณมารับนีล่าออกไปทานข้าวด้วยนะคะ”นิลณีย์พยายามออดอ้อน

                “ไม่ได้หรอกวันนี้คุณหากินเองไปก่อนก็แล้วกัน แล้ววันหลังผมจะมารับ” ร่างสูงหันมาพูดเรียบๆแล้วขยับตัวออกจากวงแขนเล็กๆ ของเธออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปที่หัวเตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์มาใส่ไว้ในเสื้อคลุมจากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่ประตูโดยไม่ได้หันกลับมามองเจ้าของห้องเลยสักนิด

                เมื่อชายหนุ่มออกไปจากห้องแล้วนิลณีย์ถึงกลับกรีดร้องและอาละวาดขว้างปาข้าวของอย่างบ้าคลั่งเธอรู้สึกไม่พอใจกับคำตอบและอาการที่ดูเฉยเมยไร้เยื่อใยของเขาแต่ก็ต้องอดทนพยายามสะกดกลั้นเอาไว้อย่างสุดกำลัง เพราะเธอยังต้องพึ่งพาเขาอีกเยอะไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานหรือชื่อเสียงเงินทองอย่างน้อยแค่อ้างชื่อเขาเพื่อนร่วมงานทุกคนก็ไม่มีใครกล้าหือกับเธอที่สำคัญเวลาไปไหนมาไหนด้วยเธอก็ไม่ต้องควักกระเป๋าแม้แต่สตางค์แดงเดียวแถมเขายังใจป้ำจับจ่ายซื้อของให้เธอไม่อั้นอีกด้วย คนน้องยังรวยฟุ่มเฟือยขนาดนี้ แล้วคนพี่ล่ะจะขนาดไหนชักอยากเจอเร็วๆ แล้วสิแอร์โฮสเตสสาววาดฝันด้วยรอยยิ้มเหยียดหยันอย่างมั่นใจไม่พี่ก็น้องหละที่เธอจะต้องได้มาครอบครอง


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^

        แสดง 6 - 6
วันที่โพสต์ :  13 มี.ค 2558 14:12    วันที่อัพเดท :   20 ก.ค. 2561 11:30    › จำนวนผู้เข้าชม 98600 คน
   › คะแนนโหวต 5380 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :