นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาซ้อนซ่อนรักร้าย (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 9 กับดักนางมารร้าย


ตอนที่

กับดักนางมารร้าย

                ภายในผับชื่อดังย่านธุรกิจที่วันนี้ยังคงเนืองแน่นไปด้วยนักท่องราตรีที่ออกมาหาความสำราญกันอย่างคึกคักภานุชายหนุ่มรูปร่างหล่อเหล่าดูภูมิฐานด้วยดีกรีผู้บริหารใหญ่นั่งดื่มอยู่เพียงลำพังตรงมุมโซฟาด้านในสุด

                วันนี้เขาตั้งใจจะลงมานั่งข้างล่างปะปนกับผู้คนมากมายแทนที่จะเป็นห้องวีไอพีที่เป็นส่วนตัวเหมือนทุกครั้งเพราะอยากจะเจอหญิงสาวที่เขามาหาความจริงบางอย่างกับเธอในค่ำคืนนี้...แม้จะมีอีกเรื่องที่กำลังรบกวนจิตใจของเขาอยู่ก็ตาม

                เมื่อเย็นเขาโทรไปที่บ้านเพื่อบอกกล่าวว่าเขาจะอยู่ค้างที่คอนโดอีกคืนแต่เมื่อได้ยินสาวใช้รายงานว่านาวินมาค้างที่บ้านและตอนนี้ก็อยู่ที่เรือนเล็กกับนมอิ่มทำให้หัวใจดวงแกร่งเกิดความว้าวุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเขาจึงเปลี่ยนใจและบอกว่าจะกลับไปค้างที่บ้านแต่คงดึกหน่อย

                ‘ทำไมนายถึงกลับไปอยู่บ้านได้ล่ะนายวินเห็นทีคราวนี้เขาคงต้องหาทางตัดไฟให้สิ้นเชื้อโดยเร็วที่สุดแล้วหละ

                ชายหนุ่มคิดกังวลอยู่ในใจพลางยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มแล้วกวาดสายตาไปรอบๆร้านเพื่อมองหาใครบางคน แต่ก็ไม่มีวี่แววของหญิงสาวที่เขากำลังตามหาเลยแม้แต่เงาส่วนคนที่เขาพึ่งพาถามไถ่ได้อย่างเจนนี่ก็ไม่มาเสียด้วย จะได้เรื่องไหมเนี่ยวันนี้ ภานุเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย

 

                ส่วนอีกมุมหนึ่งของผับร่างผอมเพรียวในชุดเกาะอกสีแดงเพลิงกำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างบ้าคลั่งแข่งกับเสียงเพลงประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปไม่น้อยทำให้เธอรู้สึกคึกคักมากเป็นพิเศษดวงตาคมเฉี่ยวกวาดมองไปทั่วห้องที่มืดมิดแต่มีแสงไฟสลัวๆ แค่พอมองเห็นก่อนจะสะดุดที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลามาดผู้ดีมีระดับที่นั่งดื่มอยู่คนเดียวตรงมุมลับตา...คุณภานุ

                นิลณีย์เดินกลับมาที่โต๊ะของตัวเองซึ่งมีเพื่อนสาวชาวไทยนั่งอยู่สี่ห้าคนริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มอย่างสมใจเมื่อจู่ๆ เหยื่อที่เธอคิดหมายมั่นเอาไว้ก็มาปรากฏตรงหน้าแถมยังอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกด้วย

                ภาพของชายหนุ่มหน้าตาดีที่มีสาวสวยแวะเวียนเข้าไปนั่งคุยด้วยไม่หยุดหย่อนประกอบกับสายตาคมที่แพรวพราวทรงเสน่ห์นั้นยังแอบแฝงไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างทำให้คนที่ได้สบพบเห็นต้องขนลุกเกรียวและนั่นก็ทำให้เธอยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าคืนนี้เขาต้องเสร็จเธอแน่ๆ ดูท่าคงไม่เบาเหมือนกันนี่คะท่านประธาน...อยากรู้นักว่าลีลาบนเตียงจะสู้น้องชายได้หรือเปล่านิลณีย์พึมพำเหน็บแนมชายหนุ่มอยู่ในใจ

                “นี่นีล่า เหนื่อยแล้วเหรอ”สาวสวยร่วมอาชีพแอร์โฮสเตรสคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนใหม่นั่งเงียบไป

                “เปล่าหรอกฉันแค่เจอผู้ชายที่ถูกใจน่ะ” นิลณีย์ปรายตามามองและตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเหมือนเป็นเรื่องปกติ

                “เหรอไหนๆ คนไหนล่ะ หล่อไหม” สาวอีกคนในกลุ่มรีบหันมาถามอย่างสนใจ

                “นั่นไง...คนที่นั่งตรงมุมโซฟาคนเดียวน่ะ”นิ้วเรียวของนิลณีย์กรีดชี้ไปทางชายหนุ่มที่เธอหมายตา  

                “เห้ย! นั่นท่านประธานนี่”คนมองตามถึงกับตะลึงเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร ก่อนที่สาวๆในกลุ่มจะเห็นพ้องตรงกัน

                “เออ...ใช่จริงๆ ด้วย”

                “นีล่าเธอจำท่านประธานไม่ได้เหรอ”เสียงเพื่อนสาวคนหนึ่งถามขึ้นเหมือนเป็นการเตือนสติมากกว่า

                “จำได้สิฉันตั้งใจที่จะจำด้วยนะ ฮึฮึ” ริมฝีปากสีแดงสดยิ้มหยันใส่คนถามอย่างไม่หวั่นเกรง

                “แล้วทำไมถึงบอกว่าถูกใจล่ะก็เธอคบกับคุณนาวินน้องชายของเขาอยู่ไม่ใช่หรือไง” สาวสวยคนเดิมยังคงถามต่อทำให้คนอื่นๆ ในกลุ่มต่างหันมามองนิลณีย์ด้วยความสนใจ

                “คบได้ก็เลิกได้ทีเขายังไม่เห็นสนใจฉันเลยนี่” นิลณีย์ยักไหล่แล้วตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเย็นเธอโทรไปชวนนาวินแล้วแต่เขาก็ปฏิเสธแถมยังตัดสายใส่เธอไปเฉย

     นาวินทำให้เธอโมโหจนต้องควักเงินก้อนโตมาจ้างคนพวกนี้ให้มาเที่ยวกับเธอแทน

                “นี่อย่าบอกนะว่าเธอจะ...”คนพูดชะงักไว้เพราะรู้สึกกระดากปาก เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะหวังไกลถึงขั้นได้ครอบครองชายหนุ่มเจ้าของสายการบินใหญ่ทั้งสองคน

                “ใช่...พวกเธอมีปัญหาเหรอ... เอาเป็นว่าถ้าใครอยากสุขสบายมีงานทำมีเงินใช้และยังได้เที่ยวฟรีกินฟรีแบบนี้ก็อย่าขัดใจฉัน แล้วก็หุบปากเอาไว้ให้ดีๆ ด้วยล่ะ”

     คำพูดของคนที่อ้างว่าเป็นใหญ่ในการตัดสินใจของหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงทำให้ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาซ่อนความไม่พอใจเอาไว้จนมิดเพราะกลัวอีกฝ่ายจะหาเรื่องทำให้พวกเธอต้องตกงานกันเป็นแถว

                เมื่อสั่งปิดปากทุกคนเรียบร้อยแล้วนิลณีย์ก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวประโยคสุดท้ายเป็นการอำลา

                “อ่อเดี๋ยวฉันจะเช็คบิลเลยนะ อีกสักพักพวกเธอก็กลับกันได้เลย”พูดจบร่างเพรียวที่ดูเย้ายวนก็เดินออกไปจากโต๊ะท่ามกลางสายตาอึ้งๆระคนมึนงงของทุกคน

 

                ภานุมองไปรอบๆตัวอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักเขาอุตส่าห์ลงทุนเปลืองตัวมานั่งตรงนี้เพื่อหวังจะได้เจอกับเธอแบบชัดๆ อีกครั้งแต่สิ่งที่เริ่มสร้างความรำคาญให้เขาก็คือสาวสวยมากหน้าหลายตาที่หมั่นเข้ามาหาชวนเขาพูดคุยและเขาก็ต้องคอยยิ้มรับไมตรีจากพวกเธอเหล่านั้นจนรู้สึกเมื่อยกามไปหมดวันนี้เขาพลาดที่จะได้เจอเธอหรือไงนะ แก้วตาชายหนุ่มนึกถามตัวเองถึงหญิงสาวที่เขาอยากเจอ

                “สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” เสียงหวานใสดังขึ้นข้างๆดึงเขาให้กลับมาจากความคิดที่ล่องลอยไปไกล

                ภานุเหลือบมองไปยังที่มาของเสียงสาวสวยในชุดเกาะอกสีแดงเพลิงที่รัดรูปอวดทรวดทรงอย่างจงใจหน้าตาจัดจ้านถึงขั้นดูดีในความคิดของเขา... แต่ดูคุ้นๆ อย่างไรชอบกลแถมสรรพนามที่เธอเรียกยังเป็นตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาอีกด้วยแสดงว่าเธอต้องเป็นคนในบริษัทแน่ๆ

                นิลณีย์ฉีกยิ้มหวานละไมมาให้ชายหนุ่มจริตมารยาที่สะสมอยู่ในตัวมีเท่าไรเธอพร้อมจะงัดมันออกมาเพื่อใช้สำหรับผู้ชายคนนี้โดยเฉพาะ

                “ครับสวัสดีครับ เอ่อ... คุณ” ภานุตอบตะกุกตะกักด้วยสีหน้าที่แปลกใจเล็กน้อย

                “นีล่าค่ะ”เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างมีจริต

                “ครับคุณนีล่า” ชายหนุ่มยิ้มรับไมตรีจากหญิงสาวเป็นมารยาทก่อนจะนึกสะดุดใจที่ชื่อของเธอ นีล่า นิลณีย์ใช่แล้ว เธอคือแอร์โฮสเตสแฟนสาวคู่ควงของนายวินในที่สุดเขาก็จำได้ ผู้หญิงที่เขานึกไม่ชอบใจในพฤติกรรมของเธอตั้งแต่วันนั้น

                “ขอนีล่านั่งด้วยได้ไหมคะ”นิลณีย์กล่าวขออนุญาต แม้จะไม่ค่อยแน่ใจนักว่าอีกฝ่ายจำเธอได้หรือเปล่าแต่จะจำได้หรือไม่นั้นก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรอีกแล้วเพราะยังไงคืนนี้เขาจะต้องจดจำเธอไปตลอดชีวิตแน่นอน

                “ได้ครับเชิญตามสบายครับ”

     เมื่อเขาผายมือไปที่โซฟาฝั่งตรงข้ามเป็นการอนุญาตแล้วร่างบางจึงเดินไปหย่อนตัวลงนั่งแล้วยกขาขึ้นมาไขว้กันไว้อย่างจงใจ

                “ท่านประธานมาคนเดียวหรือคะ”

                “ครับ...เอ่อ อยู่ข้างนอกไม่ต้องเรียกตำแหน่งของผมก็ได้ แค่เรียกชื่อก็พอ”ภานุตอบคำถามแล้วยิ้มให้อย่างฝืดฝืน พลางเหลือบมองเรียวขาที่เธอตั้งใจจะโชว์เขาด้วยแววตามึนงงเล็กน้อย...เธอคิดจะทำอะไรกันแน่

                “ค่ะคุณภานุ”

                “แล้วคุณล่ะครับมาคนเดียวหรือเปล่า” เจ้าของโต๊ะเอ่ยถามพร้อมกับยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มไปอึกใหญ่

                “นีล่ามากับเพื่อนๆน่ะค่ะ พอดีว่าพวกเขาจะไปที่อื่นกันต่อ แต่นีล่าไม่ค่อยชอบเที่ยวกลางคืนเท่าไรก็เลยขอตัวไม่ไปด้วย”นิลณีย์จีบปากจีบคอใช้จริตดัดเสียงหวานพูดกับชายหนุ่ม

                “อ่อครับ” ภานุกดยิ้มมุมปากนิดๆ แล้วนึกเหน็บแนมหญิงสาวอยู่ในใจ นี่ขนาดไม่ชอบเที่ยวนะยังเตรียมพร้อมขนาดนี้ ทั้งสั้น ทั้งฟิต ทั้งยั่วยวน

                “แล้วไม่ชวนนายวินมาเที่ยวด้วยล่ะครับ...เป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ”

                คำถามของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้นิลณีย์สะอึกเล็กน้อยแสดงว่าเขาจำเธอได้แต่เขาคงไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องของเธอกับนาวินเท่าไรหรอกเพราะเธอกับนาวินคบกันตอนที่อยู่ต่างประเทศและนาวินก็บอกกับเธอเองว่าคนเป็นพี่ชายไม่ได้สนใจอะไรกับชีวิตความเป็นอยู่ของเขาที่นั่น หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเองอย่างสบายใจ

                “เอ่อ...นีล่ากับวิน ตอนนี้เราก็ห่างๆ กันแล้วค่ะ จริงๆเราก็ห่างกันตั้งแต่ก่อนมาเมืองไทยแล้วด้วยซ้ำแต่วินเขายังไม่มีใครก็เลยโทรชวนนีล่าไปไหนมาไหนเป็นเพื่อนบ่อยๆและช่วงนี้นีล่าก็ไม่ค่อยอยากเจอเขาเท่าไรด้วย”

                “อ้าวทำไมล่ะครับ”

                ภานุเริ่มนึกสนุกกับการเล่นละครของหญิงสาวฮึ วันแรกที่เหยียบเมืองไทยก็ลากกันขึ้นเตียงตั้งแต่บ่ายจนค่ำยังจะมาโกหกอีก เขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของน้องชายนั่นแหละเพียงแต่ระยะวันสองวันนี้เขาเพิ่งสั่งยกเลิกไป เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มประพฤติตัวเข้ารูปเข้ารอยที่เขาวางไว้แล้ว

                “ก็วินน่ะสิคะชอบหึงหวงนีล่าไม่เข้าเรื่อง ทั้งๆ ที่เราก็ห่างกันแล้ว...นีล่าจะคุยกับใครก็ไม่ได้”นิลณีย์ตีหน้าเศร้าเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชายหนุ่มที่เป็นเป้าหมายรายต่อไป

                “ขนาดนั้นเลยหรือครับ”ภานุเลิกคิ้วย้อนถามด้วยอาการงงๆในเมื่อเธออยากโชว์ฝีมือการเล่นละครเขาก็จะใจดียอมเล่นด้วยสักฉากสองฉากอย่างน้อยก็เพื่อแก้ความน่าเบื่อที่เขากำลังเป็นอยู่ตอนนี้

                “ค่ะวินน่ะ ขี้หึง และก็โมโหร้ายด้วยนะคะ เวลาที่วินไม่พอใจทีไรนีล่าตัวเขียวช้ำไปหมดทุกทีเลยค่ะ”

                “ครับผมเห็นใจคุณนะครับ แต่เรื่องแบบนี้ผมคงเข้าไปยุ่งด้วยไม่ได้แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นน้องแท้ๆ ของผมก็เถอะ” ภานุพ่นลมหายใจออกมาหนักๆทำหน้าเหมือนเห็นใจอย่างที่ปากว่าก่อนจะเน้นย้ำในประโยคท้ายเพื่อให้หญิงสาวรู้ตัวว่าเธอไม่ควรยั่วยวนเขา

                “นีล่าเข้าใจค่ะ”

                “เอ่อคุณจะสั่งเครื่องดื่มไหมครับ เดี๋ยวผมจัดการให้” เจ้าของโต๊ะเอ่ยชวนอย่างมีน้ำใจ

                “ไม่ดีกว่าค่ะเมื่อกี้นีล่าดื่มกับเพื่อนไปเยอะแล้ว ตอนนี้รู้สึกมึนๆ มากกว่าค่ะ”คนมีแผนเริ่มมีท่าทีออดอ้อนส่งตาหวานระยับมาให้ชายหนุ่มอย่างเปิดเผย

                “ครับ”ภานุรับคำแบบฝืนๆ รู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นมาทันทีเมื่อเจอสายตาหยาดเยิ้มของหญิงสาวตรงหน้า...คนที่อยากเจอก็ไม่ได้เจอ ส่วนนางมารร้ายนี่ก็พยายามยั่วเขาเหลือเกิน

                “งั้นนีล่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”นิลณีย์บอกเสียงหวานแล้วค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆเพื่อเรียกความสนใจจากชายหนุ่ม

                “ครับเชิญครับ” เสียงเข้มรับคำพร้อมทั้งส่งยิ้มให้บางๆ เป็นมารยาทและโดยที่ไม่ทันตั้งตัว จู่ๆ ร่างเพรียวที่แสนเย้ายวนของหญิงสาวที่ทำท่าจะเดินออกไปกลับซวนเซเข้ามาหาเขาเหมือนตั้งใจจนชายหนุ่มต้องลุกขึ้นแล้วประคองเธอเอาไว้ในวงแขนอย่างเสียไม่ได้

                “อุ้ย...ขอโทษค่ะ” คนพูดช้อนตาขึ้นมองเขาแล้วทำท่าทีเอียงอาย

                “คุณเดินไหวหรือเปล่าให้ผมพาไปไหมครับ” คนเป็นสุภาพบุรุษแสดงน้ำใจ... ทำไมเขาจะไม่รู้มารยาของเธอเพียงแต่เขาไม่อยากหักหน้าเธอตอนนี้ เพราะเขามีวิธีที่จะสนองความต้องการของเธอให้อย่างสาสมทีเดียว

                “นีล่ารู้สึกเวียนหัวน่ะค่ะอยากกลับบ้านมากกว่า เอ่อ คุณภานุจะกรุณา... เอ่อ...”นิลณีย์ทำเป็นอึกอักเว้นช่องว่างให้ชายหนุ่มเข้าใจเอาเอง และเขาก็รู้ใจเธอเสียด้วย

                “ก็ได้ครับงั้นเดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง... คุณจะเข้าห้องน้ำก่อนไหมครับ ผมขอเช็คบิลก่อน”ภานุก้มหน้าซ่อนยิ้มร้ายแล้วพูดบอกกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มจนร่างบางแทบละลายลงไปตรงหน้า

                “ขอบคุณค่ะ”นิลณีย์ยิ้มหวานให้เขาอย่างสมใจ เธอไม่คิดเลยว่าอะไรๆ มันจะง่ายดายถึงเพียงนี้เพราะดูท่าแล้วผู้บริหารหนุ่มคงจะหลงเสน่ห์เธอเข้าอย่างจัง ฮึ ผู้ชายก็แบบนี้ทุกคนนั่นแหละ ยั่วนิดยั่วหน่อยก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ หญิงสาวคิดในใจก่อนจะผละเดินออกไปที่ห้องน้ำเพื่อปล่อยให้เขาจัดการเช็คบิลและเคลียร์ธุระของตัวเองให้เรียบร้อย

 

                ทางด้านหญิงสาวที่ถูกขอร้องให้มาช่วยงานก็เอาแต่นอนแม็บอยู่ที่โซฟาภายในห้องทำงานของผู้เป็นอาซึ่งเป็นเจ้าของร้านอย่างหมดสภาพ

     เธอมาช่วยงานที่ร้านตั้งแต่หัวค่ำแล้วเมื่อรู้ว่าเจนนี่ไม่มาทำงานเธอจึงไม่อยากออกไปเสี่ยงเดินเสริฟข้างนอก ก็เลยขอเป็นฝ่ายจัดเตรียมเครื่องดื่มข้างหลังร้านแทนแต่เพราะธรรมชาติของผู้หญิงที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอต้องมานอนซมอยู่แบบนี้ตั้งแต่สองชั่วโมงก่อน

                “แก้วเป็นยังไงบ้างเรา”มานพเอ่ยถามหลานสาวที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปไหน

                “ปวดท้องน่ะสิคะอานพถามได้... แก้วจะกลับบ้านได้หรือยังคะเนี่ย”แก้วตาบอกเสียงอู้อี้แสดงถึงความทรมานจนยากจะทนไหว

                “แล้วกินยาหรือยัง”ผู้เป็นอาถามขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

                “กินแล้วค่ะแต่ยังไม่ดีขึ้นเท่าไร” เสียงอู้อี้ยังคงตอบกลับมาอย่างเหนื่อยล้า

                “งั้นรอแป๊บนึงนะเดี๋ยวอาออกไปสั่งงานไว้ก่อน เจนนี่ก็ลาหยุดด้วยวันนี้เลยวุ่นวายไปหมด”มานพบอกหลานสาวที่แสนรักก่อนจะเดินออกไปจากห้องเพื่อสั่งงานลูกน้องในร้าน ไม่นานก็กลับเข้ามาแล้วช่วยประคองพาคนป่วยไปที่ลานจอดรถ

                เมื่อมาถึงที่รถแก้วตาก็ก้าวขึ้นไปนั่งข้างๆคนขับแล้วหันไปคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดเหมือนเช่นทุกครั้งระหว่างที่เหลียวมองไปรอบๆ นั้นดวงตากลมโตก็เหลือบไปเห็นภาพสองหนุ่มสาวที่กำลังเดินประคองโอบกอดกันออกมาอย่างสนิทสนมจนเกินงามทำให้เธอนึกต่อว่าในใจ แหม่แต่งตัวก็ดีมีฐานะไม่น่าไร้มารยาทไร้ยางอายแบบนี้เลยแก้วตาส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของสองหนุ่มสาวนักเที่ยวก่อนจะตกใจอ้าปากค้างเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นชัดๆ

                เห้ย!นั่นมันอีตาท่านประธานบ้ากามนี่นา คืนนี้เขามาที่นี่จริงๆ ด้วยดีนะที่เธอไม่เสนอหน้าออกไปเสริฟข้างนอก แต่เอ๊ะ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ

                แก้วตาทำท่าครุ่นคิดแล้วเหลือบมองอีกฝ่ายเป็นระยะจนกระทั่งนึกออก

                นั่นมันยัยจิ้งจอกปากแดงแฟนคุณนาวินนี่นาแล้วทำไมถึงมาอี๋อ๋อกับท่านประธานได้ล่ะ อย่าบอกนะว่าสองคนพี่น้องแบ่งกันกินแบ่งกันใช้...อี๋ น่าขยะแขยงที่สุด ผู้ชายสกปรก นอกจากจะลามกบ้ากามแล้วยังสกปรกอีกนายนี่มันไม่มีดีเลยจริงๆ อีตาท่านประธานเฮงซวยแก้วตาต่อว่าชายหนุ่มอย่างนึกรังเกียจในพฤติกรรมมั่วกามของเขา

                “เป็นอะไรยัยแก้วเห็นนั่งพึมพำๆ อยู่คนเดียว”มานพเอ่ยถามเมื่อเข้ามานั่งประจำที่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว

                “ปะเปล่าค่ะอานพ เราไปกันเถอะค่ะ แก้วง่วงนอนแล้ว”หญิงสาวหันมาตอบผู้เป็นอาแล้วอ้าปากทำท่าหาวนอนอย่างน่าสงสาร

                “อืมโอเค” ผู้ปกครองอมยิ้มให้อย่างนึกเอ็นดูในความไร้เดียงสาของหลานสาวที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ยังเหมือนเด็กตัวเล็กๆในสายตาของเขา เฮ้อ...ชาตินี้จะหาแฟนได้ไหมเนี่ยยัยตัวแสบของอา

 

                ภานุประคองพานิลณีย์มาที่รถสปอร์ตคันหรูของตัวเองก่อนจะค่อยๆ ส่งร่างบางที่นุ่งน้อยห่มน้อยดูยั่วยวนลงไปนั่งที่เบาะข้างๆคนขับให้เรียบร้อย จากนั้นร่างสูงก็อ้อมไปอีกฝั่งเพื่อประจำที่ของตัวเองแล้วพาขับออกไปอย่างรวดเร็ว

                นิลณีย์แกล้งทำเป็นหลับแต่ภายในใจนั้นยิ้มกริ่มพองโตจนแทบจะทะลุออกมานอกอกยังไงซะวันนี้ผู้บริหารหนุ่มจะต้องเป็นของเธออย่างแน่นอนเพราะดูจากท่าทางแล้วเขาคงเป็นผู้ชายที่ร้อนแรงไม่เบาและที่สำคัญยังเป็นพวกจุดปุ๊บติดปั๊บอีกด้วย

                เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปได้สักพักร่างบางของหญิงสาวที่ดูเหมือนว่าหลับอยู่ก็ค่อยๆเอนมาซบที่ไหล่ของชายหนุ่มจนเขาต้องเหลือบตามอง ก่อนจะตามมาด้วยฝ่ามือน้อยๆที่ลูบไล้วนเวียนไปทั่วแผงอกแกร่งอย่างเรียกร้อง จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย...มารยาเยอะจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ ภานุส่ายหน้าน้อยๆอย่างนึกระอาแต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เขาปล่อยให้มือนุ่มๆนั้นลูบไล้สาบเสื้อตามแนวกระดุมของเขาไปเรื่อยๆแม้บางครั้งต้องแอบสูดลมหายใจเข้าปอดบ้างเพราะความปั่นป่วนแต่เขาก็ไม่หลงกลเธออย่างแน่นอน

                ไม่นานภานุก็เลี้ยวรถเข้ามาในโรงแรมระดับกลางๆที่ไม่ได้หรูหราห้าดาวเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาหิ้วผู้หญิงสวยๆ มาหาความสุขนิลณีย์แอบปรือตาขึ้นมองแล้วต้องผิดหวังเล็กน้อยแต่คิดว่าเขาคงกลัวเสียชื่อเสียงและอยากปิดเป็นความลับก็เลยเลือกสถานที่ที่ไม่น่าสนใจแบบนี้

                “ถึงหอพักแล้วหรือคะ”คนแกล้งหลับทำเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อรถจอดสนิทในโรงจอดรถที่ด้านหลังมีม่านสีเข้มเลื่อนมาปิดคลุมอย่างมิดชิดส่วนด้านหน้านั้นเป็นประตูห้องพัก

                “ผมรู้ว่าคุณไม่ได้อยากกลับไปที่นั่นหรอก”ภานุจับมือนุ่มนิ่มที่ยังลูบไล้ไม่หยุดเอาไว้แล้วบีบเบาๆเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาพูด

                “แหม่...คุณภานุพูดอะไรก็ไม่รู้ นีล่าอายนะคะ” นิลณีย์ช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างสื่อความหมายลึกซึ้งก่อนที่หัวใจนางมารร้ายจะกระตุกวาบและสั่นรัวเมื่อเขาก็จ้องเธอกลับมาด้วยแววหิวกระหายที่ร้อนแรงเช่นกัน

                ภานุผละออกจากร่างบางช้าๆแล้วเปิดประตูรถก้าวลงมา ก่อนจะอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูให้หญิงสาว

                “เชิญครับลงมาเถอะ”

                “ขอบคุณค่ะ”นิลณีย์ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มสมใจ แล้วขยับตัวลงมายืนข้างๆ เขาด้วยท่าทีเขินอาย

                “คุณเข้าไปรอผมในห้องก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวผมขอสั่งเครื่องดื่มก่อน” ภานุบอกพร้อมทั้งชี้มือไปที่บานประตูห้องซึ่งอยู่ตรงหน้าหญิงสาว

                “ค่ะ”เสียงหวานรับคำแล้วปรายตามองเขาอย่างมีจริตก่อนจะสาวเท้าไปที่ประตูตามคำสั่งของเขา

                ลับหลังหญิงสาวไปแล้วภานุมองบานประตูที่เพิ่งปิดลงไปด้วยใบหน้าสะอิดสะเอียนชวนสยดสยองก่อนที่พนักงานดูแลจะเข้ามาต้อนรับ ชายหนุ่มพูดบอกสิ่งที่ต้องการสองสามคำแล้วควักธนบัตรใบใหญ่ในกระเป๋าส่งให้ปึกหนึ่งโดยไม่ต้องนับ...บางทีเงินจำนวนนี้อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำหากเทียบกับการตกแต่งห้องใหม่หลังจากที่เขากลับออกไปแล้ว

                เมื่อจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อยแล้วร่างสูงก็เปิดประตูเข้าไปในห้องและทันทีที่เขาปรากฏตัว ร่างบางของหญิงสาวที่ตั้งท่ารออยู่ก่อนแล้วก็โผเข้ามาหาเขาเหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดจนเขาตั้งตัวแทบไม่ทันและก่อนที่จะได้เอื้อนเอ่ยคำใดๆ ออกมาริมฝีปากสีแดงสดก็ปิดทับที่ริมฝีปากหยักของเขาทันทีอย่างรวดเร็วและร้อนแรงก่อนที่ภานุจะยกลำแขนขึ้นมาโอบกอดร่างของนิลณีย์ให้เข้ามาแนบชิดกับอกแกร่งของเขามากขึ้นแล้วจูบตอบกับเธอด้วยความรุนแรงเร่าร้อนไม่แพ้กันหญิงสาวที่เจนจัดในรสรักเป็นอย่างดีเผยอปากรับลิ้นอุ่นๆ ของเขาอย่างรู้งาน

                ทั้งสองยืนจูบกันเพียงครู่ร่างสูงของภานุก็ขยับขาดันร่างบางให้ไปล้มลงบนเตียงกว้างก่อนที่เขาตามลงมาทาบทับอย่างแนบสนิทอีกครั้งระหว่างที่ริมฝีปากกำลังทำหน้าที่สร้างความเพลิดเพลินให้หญิงสาวอยู่นั้นมือหนาก็สาละวนกับการปลดเปลื้องอาภรณ์ของคนใต้ร่างไปด้วยไม่นานร่างบางก็เปลือยเปล่าไร้สิ่งปิดกั้นใดๆนิลณีย์เบียดเสียดร่างกายถูไถไปตามลำตัวชายหนุ่มเพื่อเติมไฟปรารถนาให้เขา มือเรียวอ่อนนุ่มพยายามจะปลดกระดุมเสื้อและกางเกงของเขาแต่เจ้าของร่างสูงกลับคว้ามือที่ซุกซนของเธอเอาไว้แล้วรวบให้อยู่เหนือศีรษะจนได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจจากปากของหญิงสาวเมื่อเขาไม่ยอมตามใจเธอและไม่ยอมให้เธอแตะต้องเนื้อตัวของเขาอีกด้วย

                ขณะที่นิลณีย์กำลังหลงใหลไปกับรสจูบที่ดุดันร้อนแรงนั้นจู่ๆ ภานุก็ผละออกแล้วก้มมองเรือนร่างที่ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้หญิงคนอื่นๆที่เขาเคยพามาขึ้นเตียงด้วยเลยสักนิดดวงตาคมเข้มที่ฉายแววซาบซ่านหวาดหยดในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแข็งขึงชิงชังพร้อมทั้งเหยียดยิ้มหยันใส่หญิงสาวที่นอนเปลือยอยู่ตรงหน้า

                “ฮึฮึ” เสียงเข้มหัวเราะในลำคอก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆ ลุกออกจากตัวของหญิงสาว

                “คุณหัวเราะทำไมคะ”นิลณีย์ขมวดคิ้วมุ่นแล้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

                “ผมก็หัวเราะในความแพศยาและไร้ยางอายของคุณน่ะสิคุณนิลณีย์” ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนแล้วปรายตามองหญิงสาวด้วยแววรังเกียจ

                “คุณหมายความว่ายังไงคะคุณภานุ”

     ร่างบางลุกขึ้นนั่งแล้วเอื้อมดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกอายและรู้สึกเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจู่ๆผู้ชายที่กำลังจะสร้างความสุขให้กับเธอก็เปลี่ยนใจมายืนด่าเธอฉอดๆ แบบนี้

                “ก็หมายความว่าผมไม่ได้โง่อย่างที่คุณคิดยังไงล่ะ”ภานุหันมาบอกด้วยน้ำเสียงหยันๆ แล้วทำท่าจะเดินผละออกไปแต่นิ้วเรียวของหญิงสาวก็ฉุดรั้งเขาเอาไว้ได้ทัน

                “เดี๋ยวค่ะคุณภานุเกิดอะไรขึ้นคะ นีล่าไม่เข้าใจ” นิลณีย์ตัดใจใช้มารยาครั้งสุดท้ายออดอ้อนเขาเสแสร้งทำใสซื่อจนชายหนุ่มนึกหมั่นไส้ไม่อาจฝืนใจทนดูต่อไปได้จำต้องตะคอกบอกความจริงออกไปอย่างเหลืออดพร้อมทั้งสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเธอ

                “ฮึเลิกเล่นละครได้แล้ว คุณมันนางมารร้ายชัดๆคุณคิดได้ยังไงจะให้พี่น้องสมสู่ผู้หญิงคนเดียวกันน่ะ”

                “ตะแต่เมื่อกี้คุณยัง...” คนเสียหน้าพยายามรื้อฟื้นการกระทำของเขาที่มีต่อเธอก่อนหน้านี้ซึ่งเขาไม่ได้แสดงออกเลยสักนิดว่ารังเกียจเธอแต่ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้

                “ก็คุณเสนอมาผมก็สนองให้ไปตามน้ำ แต่ก็ฝืนได้เท่านี้แหละ บอกตรงๆผมขยะแขยงคุณมากจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดี”

     ภานุเหลือบมองหญิงสาวด้วยสีหน้าสะอิดสะเอียนพร้อมทั้งขยับจับดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เรียบร้อยแล้วทำท่าจะเดินออกไปอีก

                “ไม่นะคุณภานุ อย่าไปค่ะ คุณภานุ” นิลณีย์ละล่ำละลักรีบลงจากเตียงแล้วงัดไม้เด็ดครั้งสุดท้ายนั่งลงกอดขาของเขาเอาไว้แน่นนาทีนี้เธอยอมทำทุกอย่างขอแค่เธอได้ครอบครองเขาและทรัพย์สมบัติของเขารวมถึงความสุขสบายที่จะตามมาในภายภาคหน้าก็พอ...แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะเขาไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด

                “อ่อแล้วผมขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะอย่าคิดแตะต้องผมอีกไม่อย่างนั้นนอกจากคุณจะไม่มีงานทำแล้ว คุณจะไม่ได้เดินเฉิดฉายอยู่บนผืนแผ่นดินนี้อีกอย่างแน่นอน”

                ภานุก้มมองการกระทำที่ไร้ศักดิ์ศรีของนิลณีย์แล้วชี้หน้าพูดบอกกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างสูงจะขยับขาอย่างแรงจนร่างบางล้มคะมำเพราะไม่ทันตั้งตัวจากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปทันทีโดยไม่ได้หันมาสนใจเสียงกรีดร้องโวยวายของหญิงสาวในห้องอีกเลย

                กรี๊ดดดด! กรี๊ดดดด! กรี๊ดดดด!

                “ไอ้ผู้ชายบ้าไอ้โง่ ไอ้งี่เง่า ฉันเกลียดแก”

                พอพ้นร่างชายหนุ่ม นิลณีย์ก็กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมทั้งขว้างปาข้าวของที่อยู่ใกล้ๆจนกระจัดกระจายไปทั่วเพื่อบันดาลโทสะ เธอไม่เคยอับอายแบบนี้มาก่อนเลยไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะถูกผู้ชายปฏิเสธได้อย่างไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้เธอทั้งอับอายทั้งโกรธและเครียดแค้น

                “ฮึ่ย!... คอยดูเถอะ ฉันจะต้องแก้แค้นให้ได้ฉันจะทำให้แกครวญครางร้องขอแต่ฉันทั้งคืนเลยคอยดู ไอ้ท่านประธานไร้น้ำยา”

                นิลณีย์กัดฟันคาดโทษภานุอย่างหมายมั่นดวงตาคมเฉี่ยวแดงก่ำไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น

                เสียงโวยวายและข้าวของแตกหักภายในห้องทำให้พนักงานสองสามคนพากันวิ่งกรูเข้ามาดูเพื่อหวังจะช่วยเหลือและห้ามปราม

                “คุณคะคุณ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” พนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งที่ผลักประตูเข้ามาเป็นคนแรกร้องทักด้วยอาการแตกตื่น

                “ไม่มี! ออกไป ออกไปให้หมด ออกไป” นิลณีย์ตวัดมองตาขวางแล้วคว้าของใกล้มือเขวี้ยงปาใส่พนักงานจนทุกคนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงกันไปหมดหลังจากนั้นร่างบางก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วก้มหยิบเสื้อผ้าของตัวเองจนครบก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำไปด้วยความโกรธจัด

 

                ภานุขับรถออกมาจากโรงแรมได้อย่างสบายใจปลอดโปร่งเพราะเขาใช้เงินก้อนโตปูทางไว้หมดแล้ว

     ‘ฮึคิดจะจับทั้งพี่ทั้งน้องอย่างนั้นเหรอนังจิ้งจอก ฝันไปเถอะเธอยังรู้จักฉันน้อยไปนิลณีย์

     ชายหนุ่มยิ้มร้ายแฝงไปด้วยความสะใจก่อนจะรีบบึ่งรถกลับไปที่บ้านของตัวเองเพราะเขายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการ... เห็นทีคราวนี้เขาคงต้องทำอะไรๆให้มันชัดเจนขึ้นหรือบางทีอาจจะต้องประกาศออกสื่อกันไปเลยเพื่อตัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้

                ไม่นานภานุก็มาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ของตัวเองชายหนุ่มจอดรถเข้าที่ประจำเรียบร้อยแล้วก่อนจะเหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของนาวินเขาจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองตรงที่เป็นห้องนอนของอีกฝ่ายก็เห็นว่ายังเปิดไฟสว่างจ้าอยู่แสดงว่าน้องชายของเขานอนค้างที่นี่จริงๆ ชายหนุ่มกดยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัยก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออก

                เอ่อ น้องป่านนอนหรือยังครับ พอดีพี่เพิ่งกลับมาแล้วรู้สึกปวดหัวน่ะรบกวนเอายามาให้พี่หน่อยได้ไหมครับ

                ครับ พี่จะรอนะครับ

                เมื่อสั่งเสร็จสรรพแล้วร่างสูงก็เดินตรงดิ่งเข้าไปในบ้านแล้วนั่งรอหญิงสาวอยู่ที่ห้องโถงรับแขกอย่างใจเย็น

                สายป่านก้มมองโทรศัพท์ในมือนิ่งเหมือนกำลังตัดสินใจไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปดูแลชายหนุ่มเจ้าของบ้านหรอกนะแต่เพราะเธอไม่อยากเจอเจ้าของบ้านอีกคนที่ยังอยู่ชั้นบนของบ้านนั่นต่างหากล่ะวันนี้ทั้งวันนาวินเอาแต่ขลุกอยู่กับยายของเธอที่เรือนหลังเล็กแถมยังมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆเธอจนน่ารำคาญ เขาไม่คิดจะออกไปไหนบ้างหรือไงนะหญิงสาวว่าพลางแหงนหน้าขึ้นไปมองยังห้องนอนของเขาที่อยู่ตรงกับห้องนอนของเธอเมื่อเห็นว่าเขายังเปิดไฟสว่างอยู่หัวใจดวงน้อยก็สั่นรัวโครมครามเกิดความประหม่าขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่อยู่

                พี่นุอยู่ด้วย เขาคงไม่กล้าทำอะไรเธอหรอกมั้ง

                หญิงสาวพึมพำบอกกับตัวเองก่อนจะค่อยๆสาวเท้าออกไปจากห้องอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของผู้เป็นยายที่อยู่ในห้องติดกัน

                สายป่านหยิบยาพร้อมกับแก้วที่มีน้ำเกือบเต็มเดินเข้าไปในบ้านก็พบภานุนั่งเอนกายอยู่ที่โซฟารอเธออยู่ก่อนแล้ว

                “ยาค่ะพี่นุ”เสียงหวานร้องบอกแล้ววางยากับแก้วน้ำลงตรงหน้าของชายหนุ่ม

                “อืมครับ” ภานุขยับตัวขึ้นนั่งแล้วหยิบยาใส่ปากก่อนจะดื่มน้ำตามลงไปจนหมดแก้ว

                “ขอบใจนะครับน้องป่าน”ชายหนุ่มบอกด้วยรอยยิ้มบางๆ แล้วทำท่าจะลุกขึ้นยืนแต่ก็ซวนเซทรุดลงไปนั่งที่โซฟาอีก

                “พี่นุเมาหรือเปล่าคะ” สายป่านเห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

                “ก็นิดหน่อยน่ะพอดีเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันนานเลยดื่มหนักไปหน่อย”

                “งั้นให้ป่านช่วยพยุงขึ้นไปส่งดีกว่านะคะ”หญิงสาวผู้ห่วงใยเสนอตัวเข้าช่วยอย่างจริงใจจะว่าไปนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นเขาเมากลับมาแบบนี้ และเธอก็เป็นคนดูแลเขามาโดยตลอดอยู่แล้วเพื่อตอบแทนบุญคุณของเขาที่ส่งเสียเลี้ยงดูเธอกับยายมาจนป่านนี้

                “เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ”ภานุยิ้มรับ แล้วปล่อยให้หญิงสาวเข้ามาประคองเขาให้ลุกขึ้นยืน ตัวก็เล็กนิดเดียว ถ้าเขาเมาจริงๆ เธอจะประคองไหวหรือเปล่า ชายหนุ่มนึกขำในท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของคนตัวเล็ก

 

                ทางด้านนาวินที่กำลังพักผ่อนดูทีวีการแข่งขันกีฬารายการโปรดอยู่ภายในห้องของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันดังแว่วผ่านหน้าห้องไปมือหนาจึงคว้าหยิบรีโมทขึ้นมาปรับลดเสียงลงแล้วเดินไปที่ประตู ก่อนจะค่อยๆเปิดให้แง้มออกเพียงเล็กน้อย

                ภาพที่เห็นทำให้หัวใจดวงแกร่งกระตุกวาบและปวดหนึบขึ้นมาทันทีอย่างยากจะต้านทานภานุพี่ชายของเขากำลังโอบกอดหญิงสาวตัวเล็กที่ช่วยประคับประคองกันเดินด้วยความห่วงใยใบหน้าหวานที่ดูยินดีและเต็มใจนั้นทำให้เขายิ่งรู้สึกเจ็บปวด นี่เขาอยู่ผิดที่ผิดเวลา หรือว่ารนหาที่เองกันแน่นะนาวินนึกโทษตัวเองอยู่ในใจ ส่วนดวงตาคมเข้มก็ยังจับจ้องอยู่ที่สองหนุ่มสาวตรงหน้า

                จนกระทั่งทั้งสองหายเข้าไปในห้องของฝ่ายชายเป็นนานมันนานจนคนที่เฝ้ามองไม่อาจคิดเป็นอื่นไปได้นอกจากว่าสองคนนั้นจะพลอดรักกันอยู่ภายในห้องและคงจะตลอดทั้งคืนนี้แน่ๆ

                คิดได้เพียงเท่านั้นมือหนาของนาวินก็บีบกำเข้าหากันแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดปูดโปนออกมาก่อนที่ร่างสูงจะเดินดิ่งเข้าห้องน้ำแล้วกลับออกมาด้วยชุดที่เตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอกจากนั้นก็หันไปคว้ากุญแจรถแล้วกระชากประตูออกไปอย่างแรง

                เสียงประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้สองหนุ่มสาวที่อยู่ภายในห้องใกล้ๆต้องสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันมองหน้ากันด้วยอาการงงๆ              

                “สงสัยนายวินคงรีบออกไปหาเพื่อน”ภานุพูดขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังเช็ดตัวให้เขาอยู่บนเตียง

                “ค่ะ”สายป่านรับคำเบาๆ ด้วยสีหน้าเป็นกังวล เธอรู้ดีว่าเสียงนั้นเกิดจากความไม่พอใจของอีกฝ่ายแน่ๆแต่ด้วยสาเหตุอะไรกันล่ะ เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

                 หลังจากสายป่านมาส่งภานุที่ห้องแล้วชายหนุ่มก็ขอร้องให้เธอช่วยเช็ดตัวให้ด้วยทำให้เธอต้องใช้เวลาอยู่ในห้องนี้นานพอสมควรจนดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่กลับออกไปอีก

                ภานุเหลือบมองไปที่ประตูห้องแล้วลอบยิ้มพอใจฉันปล่อยให้แกป้วนเปี้ยนใกล้น้องป่านของฉันมากเกินไปแล้วนายวิน ฮึฮึคนเป็นพี่บอกความในใจถึงคนเป็นน้องอย่างผู้ที่กำชัยชนะเอาไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


        แสดง 10 - 10
วันที่โพสต์ :  13 มี.ค 2558 14:12    วันที่อัพเดท :   20 ก.ค. 2561 11:30    › จำนวนผู้เข้าชม 97044 คน
   › คะแนนโหวต 5053 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :