นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาซ้อนซ่อนรักร้าย (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 12 ผิดแผน


12 

ผิดแผน

 

            หลังวางสายจากเพื่อนรักแล้วนาวินก็เร่งความเร็วพุ่งตามรถคนร้ายไปติดๆ ภายในใจก็คิดหาวิธีว่าจะหยุดรถของพวกมันได้อย่างไรแต่ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเขาเมื่อจู่ๆ ตำรวจในเครื่องแบบสองนายก็ขับรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ออกมาจากซอยข้างๆพอดี นาวินจึงรีบเข้าไปขอความช่วยเหลือ

            เมื่อตำรวจทั้งสองนายได้รับแจ้งว่ามีการลักพาตัวหญิงสาวอยู่ในรถยนต์คันสีดำข้างหน้าจึงรีบขับตามเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็วแล้วกดเปิดไซเรนเป็นสัญญาณเตือนเพื่อบอกให้รถคันนั้นหยุดและทันทีที่คนร้ายจอดรถเข้าข้างทาง ตำรวจก็รีบพุ่งเข้าไปปาดขวางหน้าเอาไว้ พร้อมๆกับนาวินที่เข้าไปจอดรถข้างๆ กับตำรวจแล้วก้าวลงมาทันทีอย่างร้อนใจ

            “ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก่อน”

ตำรวจนายหนึ่งพูดดักนาวินเอาไว้เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะใจร้อนเกินไปจนคนร้ายรู้ตัว

            “ครับ” นาวินพยักหน้ารับแม้ในใจจะร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง

            จากนั้นตำรวจทั้งสองนายก็เดินดิ่งไปที่รถของเป้าหมายและขอให้คนในรถเปิดกระจกเพื่อพูดคุยสอบถาม

            “สวัสดีครับ”ตำรวจนายหนึ่งทำความเคารพตามหน้าที่และกล่าวทักทายเป็นมารยาทส่วนตำรวจอีกนายก็มองสำรวจเข้าไปในรถจึงเห็นว่าที่เบาะหลังมีหญิงสาวในชุดราตรีนอนหมดสติอยู่ซึ่งรูปร่างลักษณะตรงกับที่นาวินบอก

            “สวัสดีครับคุณตำรวจไม่ทราบว่าผมทำอะไรผิดครับ” คนร้ายพูดเสียงสั่นๆแล้วหันมองสบตากันเล็กน้อยด้วยสีหน้าเป็นกังวล

            “คุณขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดผมขอดูใบขับขี่ด้วยครับ” ตำรวจคนเดิมบอกเสียงเข้มชัดเจน

            ระหว่างที่คนร้ายกำลังหาใบขับขี่อยู่นั้นเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจก็ดังขึ้นซึ่งสามารถจับใจความได้ว่ามีหญิงสาวถูกลักพาตัวไปจากงานเลี้ยงที่โรงแรมชื่อดังโดยคนร้ายมีด้วยกันสองคนพร้อมทั้งบอกยี่ห้อและทะเบียนรถเสร็จสรรพเมื่อสิ้นเสียงนั้นตำรวจจึงแน่ใจว่าเจ้าของรถคันนี้ต้องเป็นคนร้ายอย่างแน่นอนและเหมือนพวกมันจะรู้ตัว

คนร้ายที่นั่งฝั่งข้างๆคนขับรีบเปิดประตูรถเพื่อจะวิ่งหนีแต่ตำรวจอีกคนที่ตั้งท่ารออยู่ก่อนแล้วก็ชักปืนออกมาทำท่าจะยิงทำให้คนที่เตรียมจะออกวิ่งต้องหยุดชะงักแล้วยกมือขึ้นเป็นสัญญาลักษณ์ว่ายอมจำนน ส่วนคนร้ายที่อยู่ฝั่งคนขับก็ถูกตำรวจเอาปืนจ่อแล้วลากให้ลงจากรถมาด้วยเหมือนกัน

เมื่อเห็นว่าคนร้ายถูกจับแล้วนาวินก็รีบวิ่งเข้าไปที่รถของคนร้ายแล้วเปิดประตูทางเบาะหลังก่อนจะซ้อนอุ้มตัวของหญิงสาวออกมาอย่างโล่งอกซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่คริสโตเฟอร์และรถตำรวจอีกสองคันตามมาถึงพอดี

            “เห้ยวิน เป็นไงบ้างวะ”คริสโตเฟอร์ก้าวลงจากรถสปอร์ตของตัวเองแล้วตรงดิ่งไปหาเพื่อนรักทันที

            “อือ ปลอดภัยแล้วหละ” นาวินที่อุ้มหญิงสาวอยู่ในอกหันไปตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ

            หลังจากจับคนร้ายใส่กุญแจมือและส่งขึ้นรถไปแล้วตำรวจนายหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหาสองหนุ่มและหญิงสาวผู้เสียหาย

            “ขอบคุณนะครับคุณตำรวจ”นาวินกล่าวแล้วโค้งคำนับเป็นการยืนยันจากใจจริง

            “ครับยังไงผมขอเชิญผู้เสียหายไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ” ตำรวจเอ่ยบอกนาวิน

            “ให้ผมไปดีกว่าครับ ผมเป็นคนแจ้งความ”คริสโตเฟอร์รีบเสนอตัวเพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าสองคนร้ายนั้นจะมีส่วนรู้เห็นกับสิ่งที่นิลณีย์ทำหรือเปล่าและมันจะเกี่ยวข้องกับท่านประธานด้วยหรือไม่

            “ได้ครับ” ตำรวจคนเดิมรับคำแล้วเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองก่อนที่รถตำรวจคันอื่นๆ จะเริ่มเคลื่อนตัวตามกันออกไป

            “วินแกเอารถฉันไปจะได้พาน้องป่านกลับไปด้วย เดี๋ยวฉันเอารถแกไปโรงพักเอง” คริสโตเฟอร์หันไปบอกกับนาวินพร้อมทั้งส่งกุญแจรถของตัวเองให้

            “อือ ขอบใจนะ” นาวินรับกุญแจจากมือของเพื่อนรักมาถือไว้จากนั้นก็อุ้มร่างบางของหญิงสาวไปที่รถสปอร์ตคันหรูของเพื่อนรักแล้วขับออกไปทันทีอย่างรวดเร็ว

 

ทางด้านภานุเมื่อรู้ว่าสายป่านถูกลักพาตัวไปก็แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่โชคดีที่มีทนายสมภพคอยเตือนสติและช่วยประคับประคองอยู่ใกล้ๆแต่ความร้อนใจทำให้ภานุไม่อาจทนรอเฉยๆ ได้เขาขอให้ทนายสมภพและยุพาช่วยเคลียร์งานทางนี้และปิดข่าวให้เงียบที่สุดเพื่อรักษาชื่อเสียงของสายป่านและบริษัทส่วนเขาจะรีบออกตามหาอีกแรงโดยมีแก้วตาขอติดรถตามไปด้วย

ระหว่างที่ทนายสมภพและยุพากำลังช่วยกันต้อนรักแขกแทนภานุอยู่นั้นจู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทของทนายสมภพก็ดังขึ้นและนั่นก็ทำให้ผู้อาวุโสรู้ว่าเจ้านายหนุ่มลืมเอาโทรศัพท์ไปเนื่องจากตอนที่ขึ้นเวทีภานุได้นำมาฝากไว้กับเขา

สวัสดีครับ ทนายสมภพกดรับสายด้วยเสียงร้อนรน

เอ่อ สวัสดีครับ ใช่เบอร์คุณภานุหรือเปล่าครับคริสโตเฟอร์ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักกับเสียงที่ไม่คุ้นหู

ครับ ใช่ครับ นั่นคุณคริสโตเฟอร์ใช่ไหม ผมทนายสมภพครับ ทนายอาวุโสรีบแสดงตัวเพราะจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

ครับคุณทนาย ตอนนี้สายป่านปลอดภัยแล้ว นายวินกำลังพาไปส่งที่บ้าน คนส่งข่าวรีบบอกอย่างรวดเร็วเพื่อให้คนฟังคลายกังวล

แล้วจับตัวคนร้ายได้ไหมผู้อาวุโสยังคงถามต่อ

ได้ครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่สถานีตำรวจแล้ว

งั้นคุณรออยู่ที่นั่นก่อน เดี๋ยวผมจะรีบตามไป

หลังวางสายจากคริสโตเฟอร์แล้ว ทนายสมภพก็รีบเดินเข้าไปบอกกับยุพาเพื่อจะได้ส่งข่าวถึงภานุแต่เพราะผู้บริหารหนุ่มลืมเอาโทรศัพท์ไปทำให้การติดต่อเกิดความยุ่งยากขึ้นเนื่องจากเลขาสาวจะต้องค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของแก้วตาที่เธอเคยขอและจดเอาไว้ในสมุดบันทึกของตัวเอง 

 

ภานุขับรถมาตามเส้นทางที่คริสโตเฟอร์บอกไว้คราวๆ จาก GPSของนาวิน จนกระทั่งมาถึงทางแยกที่เขาไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรจึงหักรถจอดเข้าข้างทางเพื่อจะโทรกลับไปถามและนั่นก็ทำให้เขารู้ว่าได้ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ทนายสมภพ

“โธ่เว้ย! น่าโมโหชะมัด”ภานุกระแทกฝ่ามือลงไปที่พวงมาลัยรถอย่างแรงเพื่อบันดาลโทสะ ทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆหันขวับไปมองด้วยความตกใจ

“เป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย แล้วจอดรถทำไม” แก้วตาตะคอกถามอย่างไม่ค่อยพอใจนักกับพฤติกรรมของชายหนุ่ม

“เธอรู้ทางไหมล่ะ แหกตาดูสิ มันเป็นทางแยก” เจ้าของรถตอบออกมาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดอย่างนึกหงุดหงิด

“คุณก็โทรไปถามคุณคริสโตเฟอร์สิ หรือจับสัญญาณ GPSของคุณนาวินก็ได้นี่” หญิงสาวเสนอแนะออกความเห็น

“ฉันลืมเอาโทรศัพท์มา” ภานุสารภาพตามตรง

“ห๊า! คุณนี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ เลย” แก้วตาร้องด้วยความตกใจแล้วเอ่ยต่อว่าชายหนุ่มอย่างหัวเสีย

“หุบปากไปเลยนะ ขืนยังว่าฉันอีกก็ลงจากรถไปเลย”

เจ้าของรถหันไปชี้มือใส่หญิงสาวด้วยสีหน้าจริงจังทำให้เธอสะบัดหน้าพรืดใส่เขาอย่างไม่พอใจและทั้งรถก็มีแต่ความเงียบไปชั่วขณะก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน

“เอาโทรศัพท์ของเธอมาให้ฉันยืมก่อน”

สิ้นคำสั่งนั้นคนตัวเล็กก็ก้มหน้าก้มตาล้วงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่อยู่ในกระเป๋าถือใบเล็กขึ้นมาแล้วส่งให้ชายหนุ่มด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น

“อะ จะทำอะไรก็รีบๆ เข้าสิฉันเป็นห่วงยัยป่านจะแย่อยู่แล้วนะ”

“รู้แล้วน่า เธอเป็นห่วงคนเดียวหรือไงล่ะ ฮึ่ย...” ภานุรับโทรศัพท์เครื่องเล็กมาถือไว้อย่างนึกหมั่นไส้ในท่าทางของคนข้างๆ

ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะโทรหาทนายสมภพเพราะเขาจำเบอร์ของใครไม่ได้เลยส่วนใหญ่ก็มักจะโทรออกจากเบอร์ที่เซฟไว้แล้วทั้งนั้น ระหว่างที่กำลังกดหมายเลขลงไปจู่ๆโทรศัพท์ในมือก็กรีดร้องขึ้นมาเขาจึงรีบกดรับทันทีเหมือนกับว่าเป็นโทรศัพท์ของตัวเอง

สวัสดีครับ ภานุกรอกเสียงเข้มลงไปตามแบบฉบับของตัวเองส่วนเจ้าของโทรศัพท์ได้แต่นั่งมองตาขวางและส่งค้อนให้เขาเป็นระยะ

เอ่อ คุณภานุใช่ไหมคะยุพารีบทักเพราะเธอจำเสียงของคนเป็นเจ้านายได้อย่างชัดเจน

ครับคุณยุพา ผมกำลังจะโทรไปหาคุณลุงอยู่พอดีเลยเจ้านายหนุ่มร้องบอกเสียงรีบร้อน...ชื่อของคนที่อยู่ปลายสายทำให้แก้วตาหันมาตั้งใจฟังบทสนทนาของชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ

ไม่ต้องโทรหาใครแล้วค่ะ ตอนนี้ตำรวจจับคนร้ายได้แล้วน้องป่านปลอดภัยแล้วค่ะคนแจ้งข่าวรีบบอกอย่างรวดเร็วเพื่อให้เจ้านายหนุ่มคลายกังวล

แล้วตอนนี้น้องป่านอยู่ที่ไหนภานุย้อนถามด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวว่าที่คู่หมั้น

คุณนาวินกำลังพาไปส่งที่บ้านค่ะ... คุณทนายบอกให้คุณภานุกลับไปบ้านได้เลยเดี๋ยวเรื่องคนร้ายคุณทนายจะจัดการเอง เพราะไม่อยากให้นักข่าวแตกตื่นน่ะค่ะ

ยุพาชี้แจงยืดยาวตามคำสั่งของทนายอาวุโสที่กำชับเธอมาอีกที

ครับ อย่างนั้นผมฝากด้วยนะคุณยุพา

คนเป็นเจ้านายเอ่ยบอกเลขาสาวอย่างนึกขอบใจและโล่งใจที่เรื่องราวเลวร้ายผ่านพ้นไปแล้วทีนี้ก็เหลือแต่หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายที่เขายังนึกเป็นห่วงและเป็นกังวลอยู่มากว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บอะไรตรงไหนบ้าง

“พี่ยุพาว่ายังไงบ้าง” แก้วตารีบถามเมื่อเห็นชายหนุ่มจบการสนทนาทางโทรศัพท์แล้ว

            “จับคนร้ายได้แล้ว สายป่านปลอดภัย...นายวินกำลังพาไปส่งที่บ้าน” ภานุตอบทีเดียวหมดทุกข้อสงสัยของคนถาม

            “เฮ้อ... โล่งใจไปทียัยป่าน”คนฟังพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            “เดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอที่หอพักก็แล้วกัน”เจ้าของรถพูดออกมาเสียงเรียบ แล้วค่อยๆ เคลื่อนรถออกไปบนถนน

            “ฉันจะไปหายัยป่าน” คนตัวเล็กรีบบอกความต้องการของตัวเองทันที

            “พรุ่งนี้ค่อยไป วันนี้มันดึกแล้ว” ภานุปฏิเสธและนั่นก็ทำให้คนถูกขัดใจหันขวับมามองเขาตาขวาง

            “เอ๊ะ!...”

            “อย่าเรื่องมากได้ไหมมันดึกแล้วเดี๋ยวก็วุ่นวายไปกันใหญ่อีก”

ชายหนุ่มปรามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจังระคนเหนื่อยอ่อนทำให้หญิงสาวจำต้องหุบปากฉับแล้วนั่งฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว

            จู่ๆภานุก็ชะลอความเร็วรถอย่างกะทันหันแล้วพยายามสะบัดศีรษะตัวเองแรงๆ หลายครั้งเหมือนต้องการจะเรียกสติ

            “นี่คุณ...เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย” แก้วตาหันมาแหวใส่ด้วยความโมโหเมื่อกี้เขาก็ขัดใจเธอทุกอย่างและตอนนี้ยังจะมานั่งเขย่าหัวเล่นอีก

            “ฉันไม่รู้... จู่ๆ ก็มึนหัวน่ะ” ภานุหักพวงมาลัยรถจอดเข้าข้างทางอีกครั้ง

            “ชิ!เมาน่ะสิ” คนตัวเล็กเหน็บแนมอย่างนึกหมั่นไส้

            “ฉันไม่ได้ดื่มเยอะขนาดนั้นหรอกน่า...ฉันรู้ตัวว่าไปทำงานไม่ใช่ไปเที่ยว”

ชายหนุ่มชี้แจง พลางคิดสงสัยในอาการแปลกๆ ของตัวเองไปด้วยหรือว่าเขาจะแพ้เครื่องดื่มอะไรสักอย่างในงานเลี้ยงกันนะเพราะเขาก็ดื่มไปหลายชนิดเหมือนกัน แม้จะแค่จิบเล็กน้อยเป็นพิธีก็เถอะ ภานุตอบความสงสัยของตัวเองแล้วพยายามบีบนวดขมับซ้ายขวาเพื่อบรรเทาอาการมึนงงแปลกๆ

            “นี่คุณ ไหวหรือเปล่าเนี่ย”แก้วตาตะคอกถาม แต่ภายในใจก็นึกเป็นห่วงเขาไม่น้อย

            “อืม ไหว รู้สึกดีขึ้นแล้วหละ”ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบแล้วเริ่มเคลื่อนรถออกไปอีกครั้ง

            “ฉันว่าให้พี่ยุพามารับคุณดีกว่านะเดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับหอเอง” แก้วตาเสนอแนวทางให้ด้วยความหวังดีและเป็นห่วง

            “ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกน่า”ภานุพูดบอกเสียงหงุดหงิด นึกไม่พอใจที่หญิงสาวคิดว่าเขาเมาจนต้องให้คนมารับ

            “งั้นก็ตามใจ”

คนตัวเล็กสะบัดหน้าพรืดแล้วหันไปมองบรรยากาศข้างนอกรถแทนการโต้เถียงกับเขาภายในใจก็นึกหมั่นไส้ในท่าทางอวดเก่งของชายหนุ่มไปด้วย ชิ เธออุตส่าห์หวังดี ไม่อยากให้ขับรถไปประสบอุบัติเหตุกลางทางยังจะมาหงุดหงิดใส่เธออีก

            จากนั้นทั้งรถก็มีแต่ความเงียบจนกระทั่งมาถึงหอพักของหญิงสาวที่เป็นอพาร์ทเม้นท์ลักษณะกลางๆไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ก็ไม่แออัดมากนัก

            แก้วตากล่าวขอบคุณเจ้าของรถตามมารยาทแล้วหันไปเปิดประตูทำท่าจะก้าวลงไปแต่มือแกร่งของภานุก็คว้าหมับที่เรียวแขนของเธอเอาไว้เสียก่อน

            “เดี๋ยว!

            “อะไรอีกล่ะ” คนตัวเล็กหันมาแหวเสียงเขียว

            “ขอฉันขึ้นไปล้างหน้าบนห้องเธอหน่อย” ภานุเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใดๆ

            “เห้ย!ไม่ได้หรอก” แก้วตาส่ายหน้าปฏิเสธทันควันอย่างไม่ต้องคิดนาน...เขาคิดได้ยังไงจะขอขึ้นไปบนห้องของเธอหน้าตาเฉย

            “ฉันขอล้างหน้าล้างตาแค่แป๊บเดียวน่า...ไม่งั้นฉันไปต่อไม่ถึงบ้านแน่ๆ” ชายหนุ่มพูดเสียงจริงจังแกมขอร้อง

แก้วตานิ่งคิดแล้วหันไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้ทั้งสีหน้าและแววตาของเขาดูซีดเซียวโรยแรงอย่างเห็นได้ชัดเธอจึงตัดสินใจอนุญาตให้เขาตามเธอขึ้นไปบนห้องเพื่อล้างหน้าล้างตาเล็กๆ น้อยๆอย่างที่เขาว่า

 

ขณะที่ในงานเลี้ยงแขกเริ่มทยอยขอตัวกลับกันบ้างแล้วแม้จะไร้วี่แววของผู้นำและฝ่ายบริหารคนสำคัญ แต่ยุพาเลขาคนเก่งของผู้บริหารใหญ่ก็รับหน้าที่ดูแลต้อนรับแขกได้เป็นอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง

            ทุกคนต่างยินดีปรีดาและมีความสุขกับงานเลี้ยงฉลองในครั้งนี้จะมีก็แต่แอร์โฮสเตสสาวตัวก่อเรื่องเท่านั้นที่ตอนนี้เธอทั้งหงุดหงิดทั้งร้อนใจวุ่นวายไปหมดเนื่องจากหาตัวท่านประธานหนุ่มที่เป็นเป้าหมายคนสำคัญของเธอไม่เจอและไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ทุกคนถึงได้หายไปไหนกันหมดแบบนี้จะเหลือก็แต่ยุพาเลขาของภานุเท่านั้นพอเธอเข้าไปถามก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาทั้งสิ้น

            ระหว่างที่นิลณีย์กำลังเดินกระวนกระวายอยู่ภายในงานนั้นโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเธอก็แผดเสียงร้องขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของคนร้ายสองคนที่เธอจ้างให้ไปจับตัวสายป่านนิ้วเรียวจึงรีบกดรับทันที

            ว่าไง... เสียงตึงๆ ของนางมารร้ายกรอกลงไปอย่างไม่ค่อยพอใจนักเพราะคิดว่าสองคนร้ายจะโทรมาทวงเงินค่าจ้างอีกครึ่งหนึ่งที่เธอบอกว่าจะจ่ายให้หลังจากเสร็จงานแต่ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อคนปลายสายบอกว่าตอนนี้ถูกตำรวจจับอยู่ที่สถานีตำรวจ

            ห๊า! ถูกตำรวจจับ

ฉันไม่รู้นะ ฉันไม่ได้สั่ง พวกแกจัดการกันเองฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นแหละ นิลณีย์ละล่ำละลักรีบปฏิเสธเอาตัวรอดปากคอสั่นก่อนจะกดตัดสายและปิดเครื่องไปทันที

            เมื่อวางสายจากคนร้ายไปแล้วร่างบางก็เดินไปหลบที่มุมกำแพงด้านหลังของห้องจัดเลี้ยงพลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวงแล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพบว่ามีกลุ่มคนแปลกหน้าที่มีลักษณะคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาภายในงานก่อนจะแยกย้ายกระจายกันไปจนทั่วเหมือนกำลังตามหาใครบางคน

            แอร์โฮสเตสสาวสะดุ้งเฮือกตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเพราะเธอมั่นใจว่าคนร้ายที่ถูกจับได้จะต้องซัดทอดมาถึงเธอแล้วแน่ๆ ตำรวจถึงแห่กันมามากมายขนาดนี้

            นิลณีย์ยืนซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของห้องจัดเลี้ยงเพียงไม่นานก็หาทางหลบหนีออกมาได้จากนั้นก็วิ่งออกไปเรียกรถแท็กซี่แล้วรีบกระโดดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่มีวันยอมให้ตำรวจจับเด็ดขาด นางมารร้ายคิดอย่างคับแค้นใจเมื่อแผนที่วางเอาไว้พังทลายจนหมดสิ้นแถมตัวเองยังต้องถูกตำรวจตามล่าอีกเป็นแน่

 

            นาวินขับรถสปอร์ตคันหรูของเพื่อนรักพาสายป่านที่ยังหมดสติด้วยฤทธิ์ยาสลบเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ก่อนจะค่อยๆ ซ้อนตัวอุ้มร่างบางลงมาจากรถแล้วเดินตรงดิ่งไปที่เรือนหลังเล็กทันที

            “อ้าว คุณวิน...นั่นน้องป่านเป็นอะไรคะ” สาวใช้นามว่าลำพึงร้องถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มอุ้มร่างบางของสายป่านเข้ามา

            “เอ่อ เป็นลมน่ะพี่นุติดงานอยู่ผมก็เลยมาส่งให้ก่อน”นาวินอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

            “อ่อ สงสัยติดไข้จากลำเพยแน่ๆ เลยเห็นช่วยกันแต่งตัวอยู่เมื่อเย็นนี้ พี่ก็เตือนแล้วเตือนอีกว่าให้ระวังจะติดไข้กันแล้วจะแย่”

ลำพึงนึกถึงอาการป่วยของน้องสาวตัวเองแล้วบ่นกระปอดกระแปดออกมาขณะก้าวเท้าเดินตามเจ้านายหนุ่มไปที่เรือนหลังเล็กด้วย

นาวินได้แต่พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจตอนแรกเขาก็ไม่รู้จะตอบสาวใช้ว่าอย่างไรดีเพื่อไม่ให้เรื่องราวใหญ่โตแตกตื่นจึงแกล้งโกหกไปตามน้ำอย่างนั้นเองแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเข้าทางประจวบเหมาะกันแบบนี้

            “นมอิ่มไม่อยู่เหรอ” คนเป็นเจ้านายเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าบนเรือนนั้นดูเงียบๆเหมือนไม่มีคนอยู่

            “คุณนมไปปฏิบัติธรรมที่วัดกับแม่ 3คืนค่ะ” สาวใช้หันมาตอบแล้วรีบไขกุญแจเปิดประตูบ้านให้ชายหนุ่มเพื่อจะได้พาสาวน้อยที่ยังหลับใหลไม่ได้สติเข้าไปข้างใน

            “แล้วไปตั้งแต่เมื่อไร” นาวินถามพลางอุ้มร่างบางขึ้นไปบนเรือนแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องนอนของเธอ...ชายหนุ่มนึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อรู้ว่านมอิ่มยายของหญิงสาวไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องโกหกผู้ใหญ่อีกเป็นแน่

            “เมื่อเช้าค่ะ” ลำพึงบอกขณะเดินตามชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวคนป่วยเมื่อเห็นว่าเขาวางร่างบางที่ไร้สตินั้นลงบนเตียงแล้วเธอจึงรีบเข้าไปดูแลใกล้ๆ

“เดี๋ยวพี่เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องป่านก่อนดีกว่าค่ะนอนหลับไปแบบนี้คงไม่ดีแน่” ลำพึงหันมาบอกกับเจ้านายหนุ่ม ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัวและเสื้อผ้าชุดนอนของหญิงสาว

นาวินยืนมองใบหน้าสวยที่ซีดเซียวของสายป่านด้วยความเป็นห่วงทำไมเธอถึงได้สลบไปยาวนานขนาดนี้ดวงตาคมเข้มจ้องมองร่างบางบนเตียงสักครู่ก่อนจะตัดใจเดินออกไปจากห้องเพื่อให้สาวใช้ได้เช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเธอ

ไม่นานลำพึงก็ออกมาพร้อมกับกะละมังที่มีผ้าเปียกหมาดๆอยู่ในนั้น เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มยังเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆหน้าห้องจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“คุณวินยังไม่กลับขึ้นตึกหรือคะ”

“อะ เอ่อ ผมว่าจะรอดูอาการสายป่านก่อนน่ะ” นาวินตะกุกตะกักตอบออกไปเพราะไม่ทันตั้งตัว

“ยังหลับไม่รู้เรื่องอยู่เลยค่ะ สงสัยคงยาว...คุณวินจะรับชาหรือกาแฟไหมคะ เดี๋ยวพี่ไปชงมาให้” สาวใช้เอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน

“ไม่ดีกว่าดึกแล้วพี่ลำพึงไปดูลำเพยเถอะเห็นว่าป่วยไม่ใช่เหรอ อีกเดี๋ยวผมก็จะกลับขึ้นห้องแล้วเหมือนกัน”เจ้านายหนุ่มบอกกับสาวใช้เสียงเรียบพยายามให้เป็นปกติที่สุดแต่ภายในใจนั้นร้อนรุ่มเจียนจะคลั่งเพราะอยากเข้าไปดูอาการของหญิงสาวในห้องเร็วๆ

“ค่ะ” ลำพึงรับคำแล้วเดินเลี่ยงออกไปทันทีอย่างไม่ได้คิดสงสัยอะไร

ทันทีที่สาวใช้เดินลงจากเรือนไปแล้วร่างสูงของนาวินก็รีบดิ่งเข้าไปในห้องของหญิงสาวที่ตอนนี้ยังคงนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงกว้างอย่างไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ

นาวินหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ กับร่างบางที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นชุดนอนลายการ์ตูนสีชมพูหวานในแบบที่เธอชอบเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าเนียนสวยของหญิงสาวอย่างหลงใหลก่อนจะก้มลงจรดริมฝีปากหยักลงไปที่หน้าผากเล็กนั้นนิ่งนานเหมือนต้องการจะถ่ายทอดความรู้สึกห่วงใยที่เขามีให้เธอได้รับรู้...หากเธอยังไม่ฟื้นแบบนี้เขาคงไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรแน่ๆ

ชายหนุ่มนั่งคิดเพียงครู่ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาผ้าผืนใหม่มาชุบน้ำเพื่อจะเช็ดหน้าให้หญิงสาวอีกครั้งเผื่อว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาบ้าง และเพียงไม่นานหลังจากนาวินใช้ผ้าที่เปียกน้ำหมาดๆลูบไล้ไปทั่วใบหน้าเนียนใสของเธอ ร่างบางก็ดูเหมือนจะฟื้นคืนสติขึ้นมาบ้างแล้ว

“สายป่าน... สายป่าน”นาวินร้องเรียกเมื่อเห็นดวงตาหวานค่อยๆ ปรือขึ้นมาช้าๆ

“พี่วิน เอ่อ คุณนาวิน” สายป่านเรียกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่โรยแรงเธอดีใจเหลือเกินที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบหน้าเขาเป็นคนแรก

“เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ดวงตาคมเข้มกวาดมองไปทั่วร่างบางแล้วเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงจนลืมตัว

สายป่านมองสบตานาวินนิ่งก่อนจะลุกขึ้นโผเข้าสวมกอดร่างหนาของเขาเอาไว้แน่นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความหวาดกลัว

“ไม่ต้องกลัวนะทุกอย่างมันจบแล้วไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วนะ”

นาวินกอดร่างบางเอาไว้แล้วเอ่ยปลอบใจหญิงสาว จนเสียงร้องไห้ค่อยๆเบาบางลงแล้วเขาจึงถามเธออีกครั้ง

“รู้สึกเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ”

ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาเขาแล้วส่ายหน้าช้าๆ เป็นคำตอบก่อนจะซุกซบกลับลงไปที่อกแกร่งอีกครั้ง

“ป่านแค่รู้สึกปวดหัวค่ะ” เสียงหวานปนสะอื้นร้องบอกแล้วกดจมูกเล็กถูไถลงไปกับอกเสื้อของเขาอย่างไม่รู้ตัวจนชายหนุ่มรู้สึกขนลุกซู่กับการกระทำของหญิงสาว จำต้องรีบผละออกอย่างรวดเร็ว

“สายป่าน... เป็นอะไร” นาวินถามด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงนักเพราะยังรู้สึกวูบวาบกับการกระทำของเธอเมื่อครู่นี้

“ป่านปวดหัวแล้วก็รู้สึก... แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ”สายป่านก้มหน้าแล้วยกมือขึ้นลูบไล้บีบนวดเนื้อตัวไปทั่วอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูก

นาวินรีบผุดลุกขึ้นยืนแล้วมองอาการกระวนกระวายของหญิงสาวด้วยแววตาครุ่นคิดเธอถูกคนร้ายให้กินยาอะไรเข้าไปหรือเปล่าไวเท่าความคิดมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเพื่อนรักทันที

ชายหนุ่มเล่าอาการของหญิงสาวให้คริสโตเฟอร์ฟังแล้วบอกให้อีกฝ่ายไปถามกับคนร้ายว่าเอายาอะไรให้หญิงสาวกินรอเพียงไม่นานก็ได้คำตอบกลับมาว่าคนร้ายเอายาปลุกอารมณ์เซ็กส์ให้เธอกินเพื่อเวลาที่ฟื้นขึ้นมาจะได้ไม่ร้องโวยวายและมีความต้องการไปในทิศทางเดียวกันแต่ก็ดันมาถูกตำรวจจับเสียก่อน ทำให้ตอนนี้ภาระหนักจึงตกอยู่ที่ชายหนุ่มผู้หวังดีที่ช่วยเหลือเธอจนปลอดภัยเขาไม่น่าทำให้เธอฟื้นขึ้นมาเลยจริงๆนาวินนึกต่อว่าตัวเองในใจหลังจากวางสายของเพื่อนรักไปแล้วก่อนจะเดินเข้าไปจับที่ไหล่บอบบางของหญิงสาวเพื่อให้เธอตั้งใจฟังเขา

“สายป่าน... เธอฟังฉันนะ ไอ้พวกคนร้ายมันเอายาปลุก... เอ่อยาหลอนประสาทให้เธอกิน ดังนั้นเธอจะมีอาการแปลกๆแบบนี้ไปอีกสักพักจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์ เธอต้องอดทนนะสายป่าน”

นาวินหลีกเลี่ยงที่จะบอกความจริงกับหญิงสาวเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจไปมากกว่านี้

“ป่านไม่เข้าใจค่ะ พี่วินช่วยป่านด้วย ป่านทรมานฮือ... ฮือ...”

สายป่านส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจแล้วล้มลงขดตัวบิดไปมาด้วยความปวดร้าวทรมานอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนตอนนี้เธอต้องการอะไรบางอย่างที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

นาวินยืนมองหญิงสาวด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างกันเขารู้ดีว่าจะช่วยเธอได้อย่างไร แต่ก็ทำไม่ได้... หากเธอไม่ใช่ผู้หญิงของภานุซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆของเขา เขาคงช่วยเธอให้พ้นจากความทุกข์ทรมานนี้ไปแล้ว

“สายป่าน ฉันช่วยเธอไม่ได้จริงๆ เธอต้องเข้าใจฉันนะ”ชายหนุ่มบอกหญิงสาวแล้วพยายามไม่มองร่างบางของเธอที่ตอนนี้กำลังดิ้นพล่านเหมือนถูกของร้อนแผดเผา

“ไม่ค่ะพี่วิน... พี่วินช่วยป่านด้วย”สายป่านเงยหน้าอ้อนวอนชายหนุ่มด้วยแววตาหวานซึ้งฉ่ำปรือไปด้วยไฟปรารถนาที่เธอเองก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

“น้ำ... สายป่านน้ำจะช่วยลดความร้อนในร่างกายของเธอได้”

นาวินคิดได้ก่อนจะรีบซ้อนอุ้มร่างบางของหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปิดฝักบัวราดรดลงไปบนเรือนร่างที่กำลังสั่นเทาเพราะฤทธิ์ยา

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นและอาการทุรนทุรายของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มไม่อาจทนยืนมองได้นานเขาจึงหันหลังแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่ร่างบางที่เปียกปอนก็คว้ากอดที่ท่อนขาแข็งแกร่งของเขาเอาไว้แน่น

“ไม่นะ ฮือ... พี่วิน อย่าไปนะคะ อย่าทิ้งป่านนะฮือ...”

“ฉันช่วยเธอไม่ได้จริงๆ สายป่าน...ฉันจะไปตามพี่นุมาช่วยก็แล้วกัน”

นาวินตัดสินใจและกัดฟันบอกกับเธอด้วยความเจ็บปวดทรมานไม่แพ้กันก่อนจะออกแรงดึงขาของตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของหญิงสาวแล้วก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อออกมาจากห้องน้ำได้ชายหนุ่มก็รีบตรงดิ่งไปที่ประตูแล้วเปิดออกไปทันทีจากนั้นก็ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อกดโทรหาพี่ชายของเขาคนที่สามารถจะช่วยหญิงสาวได้อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเขาเชื่อว่าสองคนนี้ต้องเคยมีอะไรกันมาแล้วก่อนที่จะมีการประกาศหมั้นหมายกันเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา

แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเขาเมื่อโทรหาคนเป็นพี่ไม่ติดเขาจึงต่อสายไปถึงทนายสมภพก็ไม่ติดอีกเช่นกัน และเขาก็ไม่มีเบอร์ของใครอีกแล้วด้วยส่วนคริสโตเฟอร์รายนั้นก็ยิ่งสนับสนุนส่งเสริมให้เขาสนองความต้องการของเธอไปซะซึ่งเขาก็ทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด... พี่น้องในสายเลือดจะให้มีเมียคนเดียวกันได้ยังไง

 

            ทางด้านภานุที่เริ่มมีอาการผิดปกติมากขึ้นจากฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์ที่นางมารร้ายแอบผสมใส่ลงไปในแก้วแชมเปญที่ชายหนุ่มใช้ดื่มฉลองบนเวทีทำให้ตอนนี้ร่างสูงรู้สึกร้อนรุ่มกระวนกระวายจนแทบคุมไม่อยู่

            ภานุก้าวออกมาจากห้องน้ำภายในห้องพักของแก้วตาด้วยเสื้อกล้ามและกางเกงสแลคเท่านั้นทำให้เจ้าของห้องเกิดความไม่พอใจขึ้นมาทันที

            “อีตาบ้า! คุณจะแก้ผ้าทำไมเนี่ย”

แก้วตาตวาดลั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มออกมาในสภาพที่ไม่เรียบร้อยนัก

            “หุบปากแล้วไปเอาน้ำเย็นมาให้ฉันแก้วนึงเร็วๆด้วย”

ภานุไม่ได้สนใจกับเสียงโวยวายของหญิงสาวเจ้าของห้องเลยแม้แต่น้อยเขาหันไปออกคำสั่งแล้วทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวตรงกลางห้องอย่างอ่อนล้า

            ตอนนี้เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าตัวเองถูกวางยาและมั่นใจว่าต้องเป็นยาปลุกอารมณ์เซ็กส์อย่างแน่นอนเพราะช่วงที่เขายังปรับตัวไม่ได้กับภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอย่างกะทันหันนั้นทำให้เขาต้องหันไปพึ่งยาพวกนี้บ้างเพื่อระบายความตึงเครียดแต่ก็ไม่บ่อยนักและก็ไม่ได้แตะต้องมันอีกเลยเมื่อเขาโตขึ้นและรู้จักปรับตัวยอมรับกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากมายนี้แล้ว

            ใครกันบังอาจเอายาบ้าๆนี่ให้เขากิน... มันต้องการอะไรจากเขากันแน่ภานุแหงนหงายศีรษะพิงราบไปกับโซฟาภายในใจก็คิดเครียดแค้นกระวนกระวายถึงคนที่หลอกล่อเอายาให้เขากินก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแว๊ดๆ ของหญิงสาวเจ้าของห้องอีกครั้ง

            “นี่คุณ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ยให้ฉันโทรเรียกคนมารับไหม” แก้วตาพูดขึ้นขณะวางแก้วน้ำเย็นลงบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่ม

            “ไม่ต้อง” เสียงเข้มตอบออกมาสั้นๆ ห้วนๆแล้วลุกขึ้นหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดจากนั้นก็ล้มตัวพิงราบไปกับโซฟาอีกครั้ง

            “นี่คุณภานุไหนคุณบอกว่าแค่ล้างหน้าไงล่ะ รีบกลับออกไปได้แล้วฉันจะพักผ่อน”หญิงสาวทวงถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนักและยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีกเมื่อเขามีท่าทีนิ่งเฉยทำเหมือนไม่ได้ยินกับสิ่งที่เธอพูด

            ภานุขมวดคิ้วกำมือแน่นเพื่อพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความปรารถนาจอมปลอมที่เริ่มจู่โจมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆจนเขาแทบคลั่งชายหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าความต้องการที่ไม่ได้รับการปลดปล่อยมันจะสร้างความทรมานได้ถึงเพียงนี้ระหว่างที่เขากำลังรวบรวมสมาธิควบคุมสติของตัวเองอยู่นั้น จู่ๆหญิงสาวเจ้าของห้องก็คว้าหมับที่ลำแขนของเขาอย่างแรง

            “นี่คุณกลับไปได้แล้ว...ฉันจะพักผ่อนไม่ได้ยินหรือไงหะ”แก้วตาออกปากไล่พร้อมทั้งฉุดกระชากแขนของชายหนุ่มให้ลุกขึ้น

            “ออกไปห่างๆ ฉันแก้วตา... ออกไป!

ภานุตวาดลั่นและสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของหญิงสาวจนร่างบางเซถลาถอยหลังไปสองสามก้าวจนเกือบล้มดวงตาคมจ้องมองหญิงสาวอย่างรู้สึกผิด แต่ที่เขาทำลงไปก็เพราะไม่อยากทำร้ายเธอมากกว่านี้หากเธอเข้ามาใกล้เขาเพราะเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะควบคุมตัวเองได้แค่ไหน

            “เอ๊ะคุณ นี่มันบ้านของฉันนะคนที่ต้องออกไปน่ะก็คือคุณ ไม่ใช่ฉัน”

หญิงสาวยืนเท้าสะเอวโวยวายใส่ชายหนุ่มด้วยความโมโหและโกรธจัดที่เขาเอ่ยปากไล่เธออย่างไม่มีเหตุผลและยังผลักเธอจนเกือบล้มลงไปกองกับพื้นอีก

            “ออกไปสิ! ออกไป!” อีกครั้งที่มือบางคว้าหมับที่ลำแขนของเขาแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างสูงเกือบตกจากโซฟา

            “หยุดนะแก้วตา! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน...ฉันขอร้อง ขอให้ฉันอยู่คนเดียวเงียบๆ สักพักนะ แล้วฉันจะรีบออกไป”

ชายหนุ่มร้องห้ามเสียงดังลั่นก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเมื่อต้องเอ่ยคำขอร้องกับหญิงสาวอย่างจริงจังแล้วก็ล้มตัวลงหลับตานิ่งไปอีกครั้ง

            แก้วตามองการกระทำของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจสภาพก็เหมือนคนป่วยเข้าไปทุกทีจนแทบลุกไม่ไหวแทนที่จะให้คนมารับก็ไม่เอาและนั่งอยู่เฉยๆ มันจะหายหรือไงหญิงสาวนึกต่อว่าชายหนุ่มก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกวาดตามองไปรอบๆห้องอย่างคนคิดหนัก... ห้องเธอก็เล็กนิดเดียวมองไปตรงหน้านี่ก็เตียงนอน ซ้ายมือนี่ก็ประตูห้อง ขวามือนี่ก็ห้องน้ำ แล้วจะให้เธอไปไหน ร่างบางยืนคิดอยู่เพียงครู่ก่อนที่ดวงตากลมโตจะหยุดมองที่ประตูด้านหลังเธอจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเดินดุ่มๆออกไปที่ระเบียงห้องทันที


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^

 

        แสดง 13 - 13
วันที่โพสต์ :  13 มี.ค 2558 14:12 วันที่อัพเดท :   3 ก.พ. 2561 09:14    › จำนวนผู้เข้าชม 95837 คน
   › คะแนนโหวต 4849 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :