นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง จังหวะรักมาเฟีย ( Mafia's Rhythms Of Love )    by RungArunoThay
ชื่อตอน แรกพบ


แรกพบ


“อยู่ไหนเนี้ยะ!....”  หนูนาบ่นพร้อมกับก้มๆเงยๆ และนอนราบไปกับพื้นกำลังหาพวงกุญแจที่คิดว่าน่าจะทำล่วงในห้องพักสตูดิโอ บริเวณโซฟาที่เธอวางเป้ก่อนออกจากห้องไป เมื่อตอนเที่ยงเมื่อเธอหมดคราสเรียนตั้งใจจะไปแจ้งต่อสเตฟานคุณลุงใจดีชาวอิตาเลี่ยนที่รับเธอเข้าทำงานเป็นเด็กเสริ์ฟก่อนหน้านี้ ว่าเธอไม่สามารถมาทำได้อีกสักพักเพราะเมื่อกลุ่มศิลปินกลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ตนอกจากเวลาที่เธอไปเรียน เวลาที่เหลือเธอต้องมาอยู่ที่สตูดิโอเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับว่าจ้างไว้ ตามที่ได้ตกลงกับคุณเอียนไว้ก่อนหน้านี้ 


“ทำไงดี...ถ้าหาไม่เจอ แล้วคืนนี้จะนอนที่ไหนละเนี้ยะนี้ก็จะสามทุ่มแล้ว  ถ้าต้องไปติดต่อเจ้าของหอพัก ตอนนี้มันไม่ควรเลย!!!!” เมื่อหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ ได้แต่นั่งขาพับอยู่กับพื้นบ่นกับตัวเอง เพราะตอนนี้หนูนาทั้งเหนื่อยและง่วงนอนมาก เพราะต้องตื่นมาตั้งแต่เช้าปฎิบัติภาระกิจประจำของวันนี้  

ขณะกำลังกลุ้มสายตาก็มองไปรอบๆก็คิดได้ว่าเพราะตั้งแต่เธอเข้ามาไม่เจอใครในนี้เพราะตามที่ได้รับแจ้งจากคุณเอียน กลุ่มศิลปินจะมีการทำงานกันทั้งคืน เพราะเวลาส่วนใหญ่ถ้าพวกเขาไม่ออกทัวร์คอนเสิร์ตหรือมีการถ่ายทำนอกสถานที่ ทุกคนก็จะใช้เวลาอยู่ในห้องนี้เพื่อทำงานเพลงกัน แต่วันนี้ที่เธอกลับเข้ามาในสตูดิโออีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจเพื่อมาหาพวงกุญแจหอพักกลับไม่พบใคร  

“ขอนอนที่นี้แล้วกันนะสำหรับคืนนี้” เมื่อคิดได้ดังนั้นโซฟาข้างตัวขอเป็นที่พนักเพื่อที่จะไปเฝ้าพระอินทร์แล้วกัน

ถึงแม้ห้องพักสตูดิโอแห่งนี้ก็มีห้องนอนเพื่อเป็นที่พักของกลุ่มศิลปินเมื่ออ่อนเพลียจากการทำงานก็สามารถนอนพักผ่อนที่นี้ได้เลย แต่หนูนาก็ไม่คิดจะไปนอนในนั้นมันไม่สมควรเธอคิดอย่างนั้น


“แกร็ก....”  ขณะที่หนูนาเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ก็มีเสียงลูกบิดประตูผลักเข้ามา ปีเตอร์มองเข้ามาในห้องที่มืด เพราะนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มหลังจากที่ออกไปฉลองกับกลุ่มเพื่อน เพราะวันนี้เป็นวันที่แปด ตุลาคม วันคล้ายวันเกิดอายุครบยี่สิบเก้าปี ทั้งผู้จัดการและเพื่อนๆ ร่วมฉลองเป็นปกติเหมือนกันทุกคนแต่ครั้งนี้เขากลับขอตัวกลับก่อน เนื่องจากมีเหตุผลที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ เพราะมันเกี่ยวข้องกับพวงกุญแจที่เก็บได้เมื่อตอนเที่ยง 


เขามองเข้ามาในความมืดมีสีหน้าผิดหวัง  และขณะกำลังจะถอยพร้อมปิดประตู ก็ต้องชะงักเพราะได้ยินเสียงบางอย่างซึ่งเป็นจังหวะที่หนูนากำลังพลิกตัว  ปีเตอร์เพ่งสายตาไปที่บริเวณโซฟาก็เห็นบางอย่าง จึงเปิดไฟดวงเล็กเพียงหนึ่งดวงและเดินเข้ามาข้างในอย่างช้าๆและเงียบๆเพราะค่อนข้างมั่นใจว่ามีใครบางคนกำลังใช้โซฟาที่เขาชอบนั่งใช้ความคิด เป็นที่พักผ่อนไปแล้วตอนนี้ เขาค่อยๆเดินไปนั่งชันเข่าและจ้องมองหญิงสาวที่เขามั่นใจว่าเป็นเจ้าของพวงกุญแจเพราะเธอมีผมที่หยิกยาวเป็นลอนแบบธรรมชาติคล้ายตุ๊กตาพวงกุญแจหน้าผากนูนคิ้วเข้มหนาได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติขนตายาวงอนยามที่หลับสนิท จมูกเชิดนิดๆแสดงถึงว่าเจ้าของเป็นคนดื้อเล็กๆ  ปากอิ่มได้รูป เป็นผู้หญิงที่รูปหน้าสวยคมแบบคนเอเชียโดยแท้ผิวสีน้ำผึ้งเนียน  เขาไล่สายตาไปเลื่อยๆรูปร่างที่อยู่ภายใต้เสื้อโค้ชที่ตอนนี้มีหน้าที่อีกอย่างคือเป็นผ้าห่มคลุมล่างเล็กบอบบางเกือบมิดชิด 


“ทำไมหัวใจต้องเต้นแรงแบบนี้” ปีเตอร์บ่นกับตัวเองขณะจ้องมองพิจารณาหญิงสาวตรงหน้า “ถ้าให้นอนตรงนี้ น่าสงสารแย่”  เมื่อคิดได้ดังนั้นปีเตอร์ก็ค่อยๆเข้าไปและค่อยๆช้อนตัวเธออย่างระมัดระวัง  ขณะที่กำลังช้อนตัวเธอขึ้นก็ต้องกลั้นใจเพราะเกรงว่าเธอจะตื่นเมื่อเธอขยับตัว  เขาหยุดแต่แล้วเมื่อมั่นใจว่าเธอคงหลับสนิท ขณะที่อุ้มเธอนั้นสายตาก็ไม่ได้ละจากใบหน้าคมหวานเลย และสายตาก็มาหยุดที่ริมฝีปากอิ่ม แอบคิดว่าจะนุ่มและหวานแค่ไหนนะถ้าได้สัมผัส  เมื่อมาถึงห้องนอนในสตูดิโอก็ค่อยๆบรรจงวางเธอลงอย่างเบามือพร้อมลากผ้าห่มคลุมกายให้  และนั่งมองหน้าที่ตอนนี้หลับอย่างสบายและไม่รู้ตัวว่าถูกจ้องมอง

ปีเตอร์ ค่อยๆก้มหน้าเข้าไปใกล้อย่างเคลิ้มและลืมตัวจุมพิตที่หน้าผากนูน ดวงตาที่ปิดสนิท จมูกที่รั้น และริมฝีปากอิ่มอย่างลืมตัว  และต้องกลั้นใจอีกครั้งเมื่อเธอขยับตัว และเขาค่อยๆถอยออกอย่างเสียดายและเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆไม่อยากรบกวนเวลาบรรทมของ นางฟ้าของเขา


  “เอ๊ะ!!!...” เขารู้สึกตกใจกับความคิดของตัวเองที่ตอนนี้ออกมานั่งที่โซฟาที่เธอใช้เป็นที่พักผ่อนก่อนหน้านี้ ว่าเพียงแค่เก็บพวงกุญแจและเห็นเจ้าของพวงกุญแจทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากเป็นเจ้าของเธอ และเก็บเธอไว้เป็นของเขาเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยมีและเกิดขึ้นแม้กับ เจซี เขาจ้องมองตุ๊กตาพวงกุญแจในมืออย่างกับมันสามารถทดแทนใบหน้าที่นอนหลับอยู่ในห้องข้างๆได้ “ของขวัญวันเกิดปีนี้ช่างดีจริงๆ” และเผลอหลับไปตรงนั้น


“ฮื้ม...!” หนูนา ค่อยๆบิดและขยับตัว เมื่อรู้สึกตัวน่าจะเช้าแล้ว และเมื่อค่อยๆลืมตามองไปรอบๆ “เอ๊ะ...ที่นี้มัน....มานอนในนี้ได้ไงเนี้ยะ” คำถามซึ่งไร้คำตอบเพราะมองไปรอบๆในห้องมีแค่เธอรู้สึกตกใจตื่นตาสว่างรีบลงจากเตียงหมุนรอบตัวเอง มองไปที่เตียงอย่างกับเห็นสัตว์ประหลาด ถึงแม้จะตกใจแต่เธอก็จำได้ว่านี้คือห้องนอนในสตูดิโอที่เธอเข้ามาเมื่อคืน และสำรวจตัวเองก็ยังอยู่ในชุดเมื่อวานนี้เหมือนเดิม 

 

เมื่อสติเริ่มกลับมาเกือบปกติก่อนจะออกจากห้องก็ไม่ลืมที่จะเก็บเตียงให้เรียบร้อย และค่อยๆแง้มประตูแอบมองว่าข้างนอกมีใครบ้างแต่ทุกอย่างว่างเปล่าไม่มีใคร จึงค่อยๆเดินออกมาตรงที่โซฟา เธอเห็นเป้พร้อมพวงกุญแจวางไว้ข้างๆ แต่มีบางสิ่งหายไปคือตุ๊กตาที่แทนตัวเธอที่นีออนทำให้ก่อนเดินทางมาอเมริกาหายไปแต่ลูกกุญแจอยู่ครบ แต่คงต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อนตอนนี้เธอต้องรีบออกจากที่นี้  เพราะอีกสองชั่วโมงเธอมีเรียนถึงเที่ยง และช่วงบ่ายเธอต้องมารายงานตัวกับกลุ่มศิลปิน ที่ต่อจากนี้เธอต้องดูแลพวกเขาตามหน้าที่


หนูนาไม่รู้ตัวเลยว่าพฤติกรรมท่าทางทุกอย่างของเธอ อยู่ในสายตาของใครบางคนที่ซ่อนตัวไม่อยากให้เธอได้เห็น และเมื่อเธอออกจากห้องไป  ปีเตอร์ก็เดินออกมาพร้อมในมือที่มีตุ๊กตาที่ขโมยมาจากพวงกุญแจของเธอ


“บ้าหรือเปล่าว๊ะเรา นี้ถ้าเธอรู้คงคิดว่าเราโรคจิตแน่ๆ ที่โดนขโมยทั้งตุ๊กตาและ...จูบ” คิดไปก็ยิ้มกับตัวเองแบบที่ไม่เคยยิ้มมาก่อนเลยในความรู้สึกดีแบบนี้ และออกจากห้องไปโดยทิ้งระยะเวลาให้เธอล่วงหน้าไปก่อน 


“ก๊อก..ๆๆๆ”  เสียงเคาะประตูนำพร้อมกับประตูที่ถูกผลักเข้ามา อย่างไม่ต้องรอเสียงขออนุญาตต่อบุคคลภายในห้อง เพราะเป็นธรรมเนียมรู้กันอยู่แล้ว เมื่อมีไฟดวงเล็กๆสว่างที่หน้าประตู แสดงว่ามีเจ้าของห้องกลุ่มศิลปินกำลังทำงานอยู่  หนูนาค่อยๆเดินเข้าไปพร้อมปิดประตูเบาๆ และกวาดสายตามองไปรอบๆ ตอนนี้ทุกคนในวงอยู่ที่ตำแหน่งเครื่องดนตรีของแต่ละคน ทุกคนหยุดกิจกรรมทุกอย่างและหันมามองที่สาวเอเชียร่างบางที่ยืนอยู่ใกล้ประตู ด้วยสีหน้าที่บอกความรู้สึกกันไปคนละแบบ


สำหรับหนูนาทราบดีอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร เพราะพวกเขาคือกลุ่มศิลปินที่ดังมาก และไหนจะโปสเตอร์รูปพวกเขาที่ติดตามฝาผนังในห้องนี้อีก ถึงแม้ว่าเธอพึ่งจะรู้จักพวกเขาในนามเมื่อสองอาทิตย์ก่อน  แต่พอมาเห็นตัวจริงไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกอย่างไรถึงแม้เธอจะเป็นนักเขียนนิยายก็ตาม 


“สวัสดีคะ ฉันนีน่าคะพวกคุณเรียกฉันเหมือนกับที่คนที่นี้เรียกได้เลยคะ คิดว่าพวกคุณคงพอจะทราบแล้วว่า ฉันมีหน้าที่ดูแลพวกคุณที่นี้คะ” เงียบ!!! หลังจากที่หนูนาพูดจบก็ยังเกิดความเงียบภายในห้อง   หนูนาเห็นสายตาของทุกคนที่ยังจ้องมาที่เธอโดยไม่มีใครได้เอ่ยอะไรเลย

“ฮะ..แอ้ม!” เสียงกระแอมของนักร้องนำ ดังขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ ที่กำลังสร้างความอึดอัดให้สาวน้อยเพียงหนึ่งเดียวในห้องนี้ เพื่อเรียกสติเพื่อนๆเขาที่ยังจ้องเธอตาไม่กะพริบกัน ซึ่งเขารู้สึกไม่ชอบสักเท่าไหร่ และทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น หนูนามองตามต้นตอของเสียงเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

“อืม...สวัสดีครับ ผมไรอัลเป็นตัวแทนของทุกคนยินดีต้อนรับครับ และหลังจากนี้รบกวนด้วยครับ” ไรอัลเป็นผู้กล่าวทักและต้อนรับหนูนาอย่างเป็นทางการและให้เกียรติสาวน้อยเพียงผู้เดียว ณ ห้องแห่งนี้  และทุกคนก็กล่าวทักทายพร้อมแนะนำชื่อตัวเอง

และคนสุดท้าย “ปีเตอร์...เรียกว่า...พีท...แล้วกัน” หลังจากสิ้นเสียงไร้อารมณ์ของปีเตอร์ เหล่าสมาชิกในวงได้หันและย้ายสายตามามองที่ ปีเตอร์อย่าง งงๆและอึ้งๆ ด้วยความประหลาดใจ  เพราะต่างคนคงคิดไปทางเดียวกันว่าหญิงสาวตรงหน้าคง...ซึ่งทุกคนเข้าใจความกันชัดเจนแค่เพียงสบตากันเอง 

“พูดยาวแฮะ...” พอลพึมพำเบาๆ และหันไปขยิบตากับไรอัล


หนูนาหันมายิ้มพยักหน้ารับกับคำทักทายกลับพร้อมแนะนำชื่อของทุกคนและจนมาถึงคนสุดท้ายนักร้องนำ ที่แนะนำตัวกับเธอแบบเย็นชาไร้ซึ่งรอยยิ้ม หนูนาหุบยิ้มทันทีเมื่อได้สบตาคุณชายชาเย็น  แต่แล้วหนูนาก็กลับยิ้มอีกครั้งทั้งใบหน้า เพราะทันทีที่เธอได้เห็นตัวจริงพร้อมกับได้ยินน้ำเสียงของเขาครั้งแรกพร้อมตั้งฉายาให้เพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มไอเดียร์นิยายเรื่องใหม่ก็เกิดขึ้นทันที  ซึ่งรอยยิ้มและแววตาของหนูนาไม่ได้ลอดพ้นไปจากสายตาของปีเตอร์ได้เลย  

“น่าจับมาชิมจริงๆ” เขาคิดได้ทันทีที่เห็นโดยไม่รู้ถึงเหตุผลเลยว่าการที่เธอแสดงสีหน้าและอารมณ์แบบนั้นเกิดจากอะไร  เธอกำลังคิดอะไรอยู่ซึ่งเขาอยากรู้จริงๆ อะไรในความคิดของเธอถึงทำให้เธอดูสดใสน่ามองมากมายขนาดนี้  ตาจ้องตากันจนไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน


พอล ละจากเครื่องดนตรีประจำตำแหน่งเดินตรงมาที่  “นีน่า พวกเราคงไม่ออกไปหาอะไรกินเป็นมื้อเที่ยงรบกวนนีน่าช่วยจัดการให้ด้วย ได้หรือเปล่าครับ”  

หนูนาตื่นจากภวังค์ไอเดียร์ที่มันพุ่ง  “เดี๋ยวคืนนี้จะไปปั่นโครงเรื่อง เสนอสำนักพิมพ์” คิดได้ดังนั้น  “คะ...พวกคุณอยากทานอะไรกันคะ เดี๋ยวนีน่าจัดการให้คะ”

“ได้ทุกอย่างครับ พวกเราทานง่ายๆ แต่พีทแพ้ถั่วครับ” พอลกล่าว

“คะ....รับทราบคะ...รอสักครู่นะคะ”

“OH!…WOW…” ทันทีที่หนูนาออกจากห้องไป  เสียงเหล่าสมาชิกในวงก็ร้องออกมาแทบจะพร้อมกันยกเว้น ปีเตอร์ แสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจกับเพื่อนร่วมวงรู้สึกหวงเธออย่างไม่เข้าใจตัวเอง 

“ผู้หญิงไทยว่ากันว่าสวยแล้วแต่นีน่าพ่วงด้วยความน่ารักน่าทะนุ ถนอมมาก…ว่ามั้ย พีท”  จอนนี่พูดขึ้นมาพร้อมถามปีเตอร์ด้วยแววตา  เจ้าเล่ห์สื่อความหมายบางอย่าง 

“ ไม่รู้สิ..คงต้องไปถาม แคทรีนดูนะ” คำตอบของปีเตอร์ เอาจอนนี่หุบยิ้มทันที  

“ไอนี้เล่นของหนักแฮะ”  จอนนี่ร้องออกมา   

“ha..ha...ha”  เหล่ามาชิกที่เหลือต่างหัวเราะชอบใจ 


        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  5 ส.ค. 2558 20:43    วันที่อัพเดท :   22 ก.ย. 2560 23:17    › จำนวนผู้เข้าชม 74962 คน
   › คะแนนโหวต 3637 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :