นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง จังหวะรักมาเฟีย ( Mafia's Rhythms Of Love )    by RungArunoThay
ชื่อตอน ชีวิตประจำวัน (ต่อจากนี้)


เช้าของอีกวันของหนูนา  รถไฟใต้ดินเป็นยานพาหนะที่หนูนาใช้เดินทางจากหอพักไปสตูดิโอเหมือนอย่างทุกวัน  นิวยอร์กเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาความเจริญมากที่สุด เมืองที่ไม่เคยหลับไหลเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจรวมถึงบันเทิง  แต่สำหรับหนูนาตั้งแต่เธอได้เป็นสมาชิกเมืองที่ไม่เคยหลับใหลชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ประหยัดหางานที่สามารถเรียนไปด้วยได้นั้นเวลาในแต่ละวันของเธอก็ไม่พออยู่แล้ว  เพราะเธอมีเป้าหมายในชีวิตสำหรับเด็กกำพร้าที่ไม่รู้จักพ่อแม่เติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บั่นทอนชีวิตกับเป็นแรงกระตุ้นให้เธอต้องเติบโตมาอย่างคนมีคุณภาพ และปัจจุบันเธอก็สามารถมาเรียนต่อระดับปริญญาโทที่อเมริกา อีกสองปีเท่านั้นเธอบอกกับตัวเองว่าเธอต้องทำให้ได้

 

เมื่อมาถึงสตูดิโอก็จัดการงานตามหน้าที่ แต่วันนี้หนูนาได้หอบหิ้วถุงอาหารมื้อเช้าสำหรับกลุ่มศิลปิน  

“ไม่แน่ใจว่าปกติพวกเขากินอะไรเป็นมื้อเช้า เอาน่าถือซะว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง มีดีกว่าไม่มีอะไรเลย” คิดได้แบบนั้นก็จัดวางทุกอย่างที่โต๊ะกลางตรงมุมโซฟา ที่ทั้งเธอและกลุ่มศิลปินชอบมานั่งพักผ่อนและนั่งคุย เพราะมุมนี้จะอยู่ริมห้องใกล้หน้าต่างเห็นวิวแห่งนครนิวยอร์กและหยิบกระดาษเขียนอะไรบางอย่างวางไว้ที่โต๊ะและคว้าเป้ออกจากห้องไป


“WOW!!!!”  ทันทีที่ปีเตอร์ผลักประตูสตูดิโอเข้ามาก็ได้ยินเสียงของ พอล กับเห็น ไรอัล ยืนกอดอกมองบางสิ่งที่วางอยู่และกระดาษ...............

“ สวัสดีตอนเช้าคะ  นีน่าขอโทษคะ เมื่อวานไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าช่วงสายวันนี้ว่ามีเรียน ขออนุญาตนะคะ ถ้าหากพวกคุณต้องการทานมื้อเที่ยงที่นี้ รบกวนแจ้งให้ทราบได้ที่......ตามเบอร์นี้นะคะ ทานอาหารเช้าให้อร่อยนะคะ  นีน่า”

หลังจากที่อ่านแล้วปีเตอร์นั่งลงทันทีและเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้า  ไม่ได้พูดอะไรกับสองหนุ่มที่ยืนมองพฤติกรรมของเขาอย่าง งงๆ แต่ก็นั่งลงและจัดการกับอาหารเช่นเดียวกัน แต่เมื่อสองคนเริ่มให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้า ปีเตอร์ก็หยิบกระดาษโน้ตโดยที่อีกสองหนุ่มไม่ทันสังเกต


ในห้องเรียนของหนูนา จู่ๆโทรศัพท์ของหนูนาก็สั่นเป็นสัญญาณข้อความเข้า  “พวกเรารอมื้อเที่ยงจากหนูนา ตามสบาย” ข้อความเพียงเท่านี้ หนูนาก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากใคร แต่ที่ทำให้หนูนาจ้องตาไม่กะพริบคือคำว่า “หนูนา” เป็นภาษาไทย  ครั้งแรกที่ได้ยินจากปากของนักร้องนำของวง  และนี้ก็เป็นข้อความอีกได้แต่เก็บความสงสัยไว้ก่อน และบ่นกับตัวเอง “ไม่ได้...ไม่ได้.!! ตั้งใจเรียนสิยายหนูนา” 

เมื่อจบชั่วโมงหนูนาก็รีบเก็บของ และกล่าวลาขอตัวกับเพื่อนร่วมคราสต่างชาติอีกหลายคน ไม่มีใครที่นี้ทราบว่าเธอทำงานที่ค่ายเพลงดังของที่นี้ และเธอก็ไม่คิดจะบอกให้ชีวิตต้องวุ่นวาย ทุกคนทราบเพียงว่าเธอมี   งานพาร์ททามเท่านั้น

หนูนาเคาะประตูเป็นสัญญาณพร้อมผลักประตูเข้าไปอย่างไม่ต้องรอขออนุญาตหนูนาเข้ามากับสัมภาระเต็มมือ  ทุกคนอยู่ในห้องซ้อมประจำตำแหน่งของแต่ละคน แต่ “เอ๊ะ!.” เพลงนี้ไม่เคยได้ยิน คงเป็นเพลงใหม่สินะ หนูนาหันไปมองแค่แว็บเดียวก็จัดการหน้าที่ของตัวเอง  เมื่อทุกคนในห้องซ้อมเห็นเธอตั้งแต่เดินเข้ามาแต่ก็ยังซ้อมกันต่อ แต่เมื่อเธอจัดเตรียมมื้อเที่ยงเรียบร้อยต่างก็ออกจากห้องซ้อม แต่ยังพูดคุยกันถึงแนวดนตรีสำหรับเพลงใหม่

“สวัสดีคะทุกคน ทานให้อร่อยนะคะ” ทักทายเท่านั้น และกำลังจะเดินออกไปยังทิศทางของประตู ปล่อยให้พวกเขาทานมื้อเที่ยงกันตามสบาย ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่สุดแสนจะห้วนเยือกเย็นยังกับน้ำแข็งขั้วโลกราดลงบนศรีษะ “จะไปไหน!!!” 

“ไปพบคุณเอียนคะ”  ตอบเท่านั้นและกำลังจะก้าวเท้าออกไปตามความตั้งใจแรกก็ต้องชะงักอีกครั้ง “ไปนานหรือเปล่า?” คำถามที่สอง น้ำเสียงไม่ต่างกันเท่าไหร่ตามสวนกลับมาทันที แต่คราวนี้สำหรับคำถามนี้ทุกคนหยุดการสนทนาระหว่างกันทันทีทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท เมื่อสมาชิกในวงต่างก็หันไปมองเจ้าของคำถามเมื่อสักครู่  เพราะทุกคนต่างคิดตรงกันโดยไม่ต้องนัดหมาย  การกระทำที่แปลกอีกอย่างของปีเตอร์ปกติเขาเป็นคนที่ทุกคนเข้าถึงยากแต่ก็เข้าใจได้ เพราะร่วมงานกันมานานและเป็นที่ทราบกันดีว่า นักร้องนำคนนี้แทบจะไม่เปิดบทสนทนากับใครก่อน แต่พฤติกรรมหลายอย่างสองวันมานี้ของปีเตอร์ทำให้ทุกคนคิดว่า เขาอาจจะกำลังจะกลายมาเป็นมนุษย์แล้วมั้ง


“ไม่นานคะ คุณต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่าคะ?” หนูนา ตอบคำถามพร้อมตั้งคำถามกลับเพราะเริ่มจะไม่ค่อยเข้าใจ นายปีเตอร์คนนี้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็แค่คิดว่าเขาคงอยากได้อะไรเพิ่มมั้ง  แต่สิ่งที่หนูนาเห็นตอนนี้สีหน้าที่เหมือนเมื่อวานก่อนที่เขาจะผลุนผลันออกไป  “อะไรของเขา” ได้แต่คิดในใจ 

 

“พูดมาได้ ว่าคุณต้องการอะไรเพิ่ม ถ้าฉันตอบว่า อยากได้หนูนาละ จะได้หรือเปล่า?”  ได้แต่คิดในใจอย่างโมโห ไหนจะสมองกลับความจำเสื่อมหรือไงเขาบอกให้เรียกเขาว่า พีท แต่จนแล้วก็ไม่ได้พูดตอบกลับได้แต่ส่ายหัว เพราะไม่อยากเป็นที่สนใจของเพื่อนๆมากกว่านี้ เพราะรู้สึกได้ถึงความเงียบของบริเวณโดยรอบ  ซึ่งในความรู้สึกของเขาตอนนี้คือ อยากตะโกนบอกไปว่า “คิดถึง อยากหอม อยากกอด อยากจูบ”  ก็ได้แค่คิด ณ เวลานี้ยิ่งทำให้อารมณ์ขุ่นมัวมากขึ้น  


“เป็นไรมากหรือเปล่าเนี้ยะ ตาพีท” ทันทีที่ออกจากห้อง หนูนาก็บ่นพึมพำกับตัวเองเป็นภาษาไทย  แต่ถ้าคำบ่นของหนูนาได้ยินถึงผู้ที่ถูกกล่าวถึงแทนที่เขาจะโกรธคงดีใจยิ้มแก้มแตกแน่นอน

        แสดง 3 - 3
วันที่โพสต์ :  5 ส.ค. 2558 20:43    วันที่อัพเดท :   22 ก.ย. 2560 23:17    › จำนวนผู้เข้าชม 74241 คน
   › คะแนนโหวต 3592 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :