นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง [ชุด Men Of Lions] ขอรักรัฐภูมิ (Ebook + ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ หนึ่ง 1










ขอรักครั้งที่ หนึ่ง

 



โรงแรมมิคารุ กรุงเทพมหานคร...

ลิฟต์เหล็กกล้านำพาสองพี่น้องเคอาร์ คอร์ป ตรงดิ่งขึ้นสู่ชั้นบนสุดของตึกสูงระฟ้าย่านทำเลทอง ลูกน้องตัวโตของเจ้าของตึกพาทั้งคู่มาหยุดลงตรงหน้าประตูบานใหญ่พร้อมกับเปิดออกกว้าง พายมือเชิญทั้งคู่เข้าไปด้านใน

ร่างสูงของ เคนอิจิ มิคารุ ประธานมิคารุ ยืนเด่นอยู่กลางห้องทำงานใหญ่ นัยน์ตาสีนิลจับจ้องมองที่ร่างสูงโปร่งบอบบางหนึ่งเดียว กวาดมองสำรวจตั้งศีรษะจอดปลายเท้าอย่างประเมินค่า ทำเอาคนที่ถูกมองรู้สึกหน้าร้อนผ่าวและไม่พอใจ ไร้มารยาท!

“เชิญนั่งก่อนสิครับ” สองพี่น้องเคอาร์ คอร์ป ก้าวไปนั่งที่เก้าอี้รับแขก ซึ่งอยู่เยื่องไปทางขวาของห้องทำงานใหญ่ เจ้าของห้องเลือกนั่งลงฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางสงบนิ่ง

“พวกเรายินดีมากที่คุณอนุญาตให้เราเข้าพบในวันนี้” ปราบเอ่ย แววตาส่งไปให้อีกฝ่ายเป็นการรู้กันถึงการมาครั้งนี้

“ผมก็ไม่ใช่คนถือตัวอะไร เป็นเกียรติของผมเสียมากกว่าที่ได้ตอนรับพวกคุณสองคน”

เคนอิจิไม่ได้สนใจคำพูดของปราบมากนัก เพราะสิ่งที่เขาสนใจและจ้องมองไม่ล่ะสายตาตั้งแต่พวกเขาเดินเข้ามา บ่งบอกความต้องการออกมาชัดเจน ปราบมองตามและเห็นว่าอีกฝ่ายแทบจะอดใจรอไม่ไหว

ปานรีย์ต้องขยับตัวเล็กน้อยเมื่อถูกมองมา พอจะเดาเค้าลางบางอย่างออก ที่พี่ชายบังคับให้เธอมาด้วยเพราะอะไร และมันน่าจะมีมากกว่าสิ่งที่ระบุในสัญญา สมองเริ่มคิดหาทาง มองหน้าผู้ชายทั้งสองสลับไปมาอย่างใช้ความคิด

“เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ” ปราบเปิดประเด็นเพื่อไม่ให้เสียเวลาเขาเห็นท่าทางของคู่ค้าหนุ่มแล้ว ก็คิดว่าเขาแทบจะอดใจรอที่จะได้รับของขวัญพิเศษไม่ไหวแล้วเช่นกัน

“เอาสิ ผมกำลังรอฟังอยู่” ปราบหันไปดึงแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋าวางลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าคู่ค้าหนุ่ม

“นี่ครับสัญญา คุณลองอ่านดูก่อน ถ้าไม่ถูกใจตรงไหนหรือจะให้เพิ่มเติมอะไรก็บอกมาได้ ผมจะพิจารณาเพิ่มเติมให้ตามที่คุณขอเพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย”

...ยังไม่ทันที่ปราบจะได้รับมัน หญิงสาวหนึ่งเดียวก็แย่งเอาไปดูมือบางเปิดแฟ้มออกกวาดตาอ่านรายละเอียดในเอกสารอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้าง ดึงกระดาษไม่กี่แผ่นมาฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ แล้วขย้ำจนไม่เหลือสภาพเดิม

“เฮ้ยนี่แกทำบ้าอะไร”

คนเป็นพี่ชายร้องตามเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มองเอกสารสองสามแผ่นที่เขาอุตส่าห์ตั้งใจพิมพ์มาอย่างไม่พอใจ เขาไม่คิดว่าน้องสาวจะทำเรื่องบ้าแบบนี้ต่อหน้าคู่ค้าหนุ่ม

“จะไม่มีการเซ็นสัญญาอะไรทั้งนั้น!” เสียงหวานเข้มห้วนประกาศก้องต่อหน้าพี่ชายและคู่ค้าหนุ่มเธอไม่มีทางยอมให้ทั้งสองมาทำกับเธอเหมือนสัตว์หรือสิ่งของได้หรอก

“นี่มันเรื่องบ้าอะไร! ไหนคุณบอกว่าคุยกับเธอรู้เรื่องแล้วไง แล้วนี้มันอะไรกัน!” เคนอิจิโวยวายลั่นห้อง ผู้หญิงที่เขาต้องการไม่ได้ยินดีกับข้อตกลง

“เอ่อคือ ใจเย็นก่อนนะครับคุณเคนอิจิ ...ยัยปาน แกรู้ไหมว่าเราหมดตัวเลยนะถ้างานนี้เราพลาด” ปราบหันมาตะคอกน้องสาวผ่านไรฟัน แต่ถูกปานรีย์สวนกลับด้วยประโยคที่ทำให้ทั้งห้องอึ้งไปตามๆ กัน

“ปานไม่สนและจะไม่มีการเซ็นสัญญาอะไรทั้งนั้น”

“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อยเลย แกรู้ไหมว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” ปราบคำรามในลำคอ พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองที่จะไม่ลงมือกันน้องสาวต่อหน้าคู่ค้า ความฝันของเขาจะพังคลื่นลงตอนนี้ไม่ได้ เขาจะต้องได้เซ็นสัญญากับเคนอิจิ มิคารุ!

“ไม่ค่ะ และจะไม่มีข้อเสนอพิเศษที่ว่านั้นด้วย ...ปานมีแฟนแล้ว!” หญิงสาวสวนกลับทันควัน

สองหนุ่มหันขวับมองมาที่หญิงสาวเป็นจุดเดียว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมพวกเขาไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อน เธอไม่คบกับใครตอนไหน ที่ไหน เมื่อไหร่

“แฟน!/ว่าไงนะ!

“จะเป็นไปได้ยังไง ทำไมฉันไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน” ปราบถามเสียงเข้ม มึนงงกับเรื่องที่ได้รับรู้ใหม่ น้องสาวเขาจะแต่งงาน!

“เพราะพี่มัวแต่ยุ่งแต่เรื่องของตัวเอง เลยไม่ได้สนใจจะถาม” ปานรีย์โต้กลับน้ำเสียงเดียวกันเธอจะไม่ยอมให้เขาใช้เธอเป็นหมากอีกต่อไป ที่ผ่านมามันมากเกินพอแล้ว ต่อจากนี้ไปชีวิตเป็นของเธอ เธอจะตัดสินใจมันด้วยตัวเอง

“...มันเป็นใคร!

เคนอิจิเหมือนถูกค้อนทุบหัว ผู้หญิงที่ต้องการได้ตกไปเป็นของชายอื่น ไอ้ผู้ชายคนไหนมันกล้ามาตัดหน้าเขา! ในเมื่อเขามาก่อนใคร เขามีสิทธิ์ในตัวหญิงสาวแต่เพียงผู้เดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์!

“เอ่อ...” ปานรีย์เกิดอาการใบ้กิน มัวแต่คิดว่าจะหาทางเอาตัวรอดจึงไม่ทันได้คิดเผื่อถึงเรื่องนี้ มือบางเผลอกำเข้าหากันแน่น ในหัวกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก นัยน์ตาคู่สวยกรอกไปมาจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับได้ว่าเธอโกหก มองหาตัวช่วยไปทั่วห้องก่อนจะเหลือบไปเห็นชื่อใครคนหนึ่งบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ใต้โต๊ะรับแขกจึงรีบโพล่งออกไปทันที

“รัฐภูมิ ฟรานเซส!

“รัฐภูมิเจ้าของโรงแรมฟรานเซสที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกคนนั้นนะเหรอ!

ปราบเบิกตากว้างร้องตกใจ ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่ได้ยิน น้องสาวเขานะหรือจะเป็นแฟนกับผู้ชายที่รวยมหาศาลและหาตัวจับยากคนนั้นได้

“ใช่ค่ะ”

ปานรีย์ไม่ได้รู้รายละเอียดของเขามากนัก แต่ก็พยักหน้ารับเออออไปก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เธอไม่อยากให้สองหนุ่มคิดว่าเธอโกหกเพื่อเอาตัวรอด แต่เท่าที่รู้มาเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงและกำลังเป็นที่น่าจับตามองในเวลานี้ ทั้งเก่งและรวยมหาศาล โปรไฟล์ดีระดับนี้เคนอิจิคงจะเลิกราและไม่กล้ามายุ่งกับเธออีก

“เมื่อไหร่!” เคนอิจิถามเสียงรอดไรฟัน ขบกรามกรอดจนเป็นสันนูน ใบหน้าเครียดเคร่งมากขึ้นกว่าเดิม พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองสุดกำลัง ดวงตาคู่คมจ้องมองไปที่หญิงสาวที่ตนหมายตานิ่ง

“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ อ้อ มีอีกเรื่องที่จะบอกทุกคนด้วย...” เว้นวรรคหายใจเข้าปอดลึกอย่างตัดสินใจครั้งสุดท้าย

“เขาขอปานแต่งงาน! และปานก็ตอบตกลงเขาไปแล้วด้วย ยังไงก็ขอเชิญล่วงหน้าเลยก็แล้วกันนะค่ะ”

ปานรีย์เห็นท่าทางของเคนอิจิที่นิ่งเงียบไปจึงรีบแต่งเรื่องต่อให้จบ กลัวเหลือเกินว่าเขาจะจับไต๋เธอได้ หญิงสาวพยายามสงบนิ่งเอาไว้ไม่ทำตัวให้มีพิรุธ

“อะไรนะทำไมมันเร็วแบบนี้...” ปราบยังพูดไม่จบก็ถูกเจ้าของห้องขัดขึ้นกลางวงสนทนาเสียก่อน

“พอได้แล้ว ฮานส่งแขก”

สองพี่น้องกิจสาโรจน์จึงต้องพับเก็บเรื่องที่พูดค้างเอาไว้ แล้วรีบลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานใหญ่ไป

ห่างจากห้องทำงานประธานมิคารุมา ปราบหันมาลากแขนน้องสาวไปคุย

“ตกลงเรื่องมันเป็นมายังไงยัยปาน แกไปรู้จักกับรัฐภูมิได้ยังไง”

“พี่ปราบจะอยากรู้ไปทำไมค่ะ หรือว่าจะหันมาเกาะว่าที่สามีน้องแทน”

“ฉันถามแกดีๆนะ”

“ปานตอบไม่ดีตรงไหน ตรงประเด็นดีออก แล้วถ้าไม่ได้คิดพี่ก็ไม่น่าต้องร้อนตัว จริงไหมค่ะ”

“ยัยปาน อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ”

“ปานเปล่าเล่นลิ้น พี่ปราบจะคิดยังไงก็ช่าง แต่ปานขออย่างเดียวล้มเลิกแผนการที่จะเซ็นสัญญากับเคนอิจิซะ ไม่อย่างนั้น...”

“แกจะทำไม จะให้ไอ้แกพวกนั้นปลดฉันจากตำแหน่งเหรอ ...เอาสิ แต่ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ แกและพวกมันจะได้เจอหนักกว่าที่ฉันได้รับแน่ จำคำฉันเอาไว้ดีๆ”

ปราบยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ถ้าคิดอยากจะลองดีกับเขาก็เอาเลย เขายินดีเล่นด้วย จะได้รู้ดำรู้แดงกันไป ร่างสูงผละเดินจากไป ไม่สนใจร่างบางของน้องสาวที่แทบจะล้มทั้งยืนกับการประกาศศึกที่พร้อมจะรบกับเธอ

ปานรีย์ถอนหายใจออกมายืดยาวด้วยความหนักใจ เธอจะทำยังไงดี ถ้าเกิดว่าพี่ชายทำอย่างที่เขาพูดขึ้นมาจริงๆ เธอก็มีสิทธิ์ที่จะไปเป็นนางบำเรอของเคนอิจิในอีกไม่ช้านี่แน่ ดังนั้นเธอจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่พี่ชายจะไม่สามารถทำอะไรเธอได้

“ไอ้รัฐภูมิมึงแย่งของเล่นกู”

เคนอิจิใช้มือหนากวาดทุกสิ่งทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงไปกองกระจัดกระจายเต็มพื้นด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าคมแดงก่ำ ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาแดงก่ำเปล่งประกายวาวโรจน์ มือหนาคว้าแก้วเหล้าที่พึ่งดื่มไปแน่น ก่อนที่มันจะแตกละเอียดคามือ เลือดสีแดงสดไหลลงมาระหว่างนิ้วยาว เป็นภาพน่าสยดสยองนัก

“ฮานเข้ามา” มือหนาข้างที่ไม่มีแผลเอื้อมไปกดโทรศัพท์ต่อสายออกไปหาลูกน้องด้านนอก เมื่อคิดแผนที่จะเอาคืนคนที่มันกล้ามาแย่ง ของ ที่ควรเป็นของเขา

“มีอะไรครับนาย”

“ไปจัดการคว้านซื้อหุ้นของเคอาร์มาให้หมดฉันต้องการให้มันย่อยยับเร็วที่สุด!” สั่งเสียงเข้มห้วน ความโกรธเมื่อครู่ยังคลุกกรุ่นในร่างกายไม่จางไป

“เดี๋ยวฉันมีอีกเรื่อง...” น้ำเสียงเหี้ยมลอดไร้ฟัน พลางแสยะยิ้มที่มุมปากกับแผนการใหม่ของตัวเอง เขาคิดไว้รอต้อนรับคู่แข่งคนใหม่ เป็นทั้งศัตรูหัวใจและธุรกิจโรงแรมที่เขาจะทำร่วมกับเคอาร์ คอร์ป มันต้องพังทลายลงเพราะมันคนเดียว และทุกอย่างมันต้องรับผิดชอบ! เขาแทบจะอดใจรอฟังข่าวเช้าพรุ่งนี้ไม่ไหว

 

ปานรีย์เดินลงบันไดในเช้าวันรุ่งขึ้น เตรียมตัวที่จะออกไปทำงาน จำต้องวางกระเป๋าและแฟ้มเอกสารทุกอย่างในอ้อมแขนเรียวลงบนโต๊ะรับแขกล้วงลงไปหยิบเจ้าเสียงน่ารำคาญในกระเป๋าใบสวยออกมาดูว่าเป็นใครที่โทรมาแต่เช้าพอเห็นว่าเป็นเบอร์ของเลขานิ้วเรียวจึงกดรับ

“ว่าไงค่ะพี่นวล”

“คุณปานเห็นข่าวเช้านี้หรือยังค่ะ” เสียงแหลมเล็กผ่านมาตามสาย บอกความร้อนใจไม่น้อย

“ข่าวอะไรค่ะ?”

หญิงสาวต้องวางแฟ้มเอกสารและกระเป๋าลงบนโต๊ะทานข้าวเป็นรอบที่สองแล้วคว้าหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารขึ้นดู พลางกวาดสายตาไปตามข้อความที่อยู่บนหนังสือพิมพ์หน้าที่หนึ่ง แล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กับหัวข้อข่าวพาดตัวใหญ่เป้ง

 “นักธุรกิจสาวนาม ป. สุ่มปลูกต้นรักกับนักธุรกิจนาม ร. เจ้าของธุรกิจโรงแรมข้ามชาติ และมีข่าวว่ากำลังจะมีโปรเจคใหญ่ร่วมกัน...”

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

มือบางทิ้งหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้ลงบนโต๊ะทานข้าวอย่างหัวเสีย ใครเป็นคนปล่อยข่าวบ้าๆ นี่!

“นั้นยังไม่บ้าเท่ากับเรื่องนี้ค่ะ...” น้ำเสียงร้อนรนของนวลทิพย์ผ่านมาตามสายอีกครั้ง

“ยังมีข่าวอะไรที่บ้ากว่านี้อีกหรือค่ะ ...ว่าไงนะคะได้ค่ะปานจะรีบไปเดี๋ยวนี้ แล้วเจอกันค่ะ”

ปานรีย์ต้องหัวเสียอีกรอบ วันนี้เธอคงเป็นวันดวงดับของเธอ ถึงได้เจอเรื่องแย่ๆ ตั้งแต่ตะวันแง้มขอบฟ้า มือบางกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว แค่เรื่องที่พี่ชายสร้างเอาไว้ก็งามหน้าพอแล้ว และยังมีเรื่องพวกนี้เข้ามาอีก

นมแจ่ม เดินออกมาจากในครัวในมือมีถ้วยชาเขียวน้ำผึ้งมะนาวของนายสาวทันได้ยินเรื่องด่วนเข้า ดูจากท่าทางแล้วคงไม่ใช่เรื่องดี

“มีเรื่องอะไรหรือค่ะคุณหนู ท่าทางรีบร้อนเชียว”

“มีปัญหาที่โรงแรมนิดหน่อยค่ะ ปานต้องรีบไปจัดการ เย็นนี้อาจจะกลับช้าหน่อย นมไม่ต้องรอนะค่ะ”

หญิงสาวก้มหอมแก้มหย่อนคล้อยผู้เปรียบเสมือนแม่ผู้ให้กำเนิด แล้วหอบเอาแฟ้มเอกสารงานมากมายขึ้นอ้อมแขน ก้าวยาวออกไปขึ้นรถคู่ใจ

“ขับรถระวังๆ ด้วยนะคะ...” แม่นมแจ่มร้องตามร่างบางไป ไม่รู้ว่านายสาวจะทันได้ยินหรือเปล่า ดูจากการออกตัวของรถคู่ใจแล้ว ท่าทางจะไม่ได้ยิน ก็หวังว่าจะถึงที่ทำงานโดยสวัสดิภาพ




        แสดง 2 - 2
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00    วันที่อัพเดท :   16 ม.ค. 2561 20:55    › จำนวนผู้เข้าชม 122602 คน
   › คะแนนโหวต 2242 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :