นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ หนึ่ง 2
















“...มันเป็นใคร!


เคนอิจิเหมือนถูกค้อนทุบหัว ผู้หญิงที่ต้องการได้ตกไปเป็นของชายอื่น ไอ้ผู้ชายคนไหนมันกล้ามาตัดหน้าเขา! ในเมื่อเขามาก่อนใคร เขามีสิทธิ์ในตัวหญิงสาวแต่เพียงผู้เดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์!


“เอ่อ...”


 ปานรีย์เกิดอาการใบ้กิน มัวแต่คิดว่าจะหาทางเอาตัวรอดจึงไม่ทันได้คิดเผื่อถึงเรื่องนี้ มือบางเผลอกำเข้าหากันแน่น ในหัวกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก นัยน์ตาคู่สวยกรอกไปมาจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับได้ว่าเธอโกหก มองหาตัวช่วยไปทั่วห้องก่อนจะเหลือบไปเห็นชื่อใครคนหนึ่งบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ใต้โต๊ะรับแขกจึงรีบโพล่งออกไปทันที


“รัฐภูมิ ฟรานเซส!


“รัฐภูมิเจ้าของโรงแรมฟรานเซสที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกคนนั้นนะเหรอ!


ปราบเบิกตากว้างร้องตกใจ ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่ได้ยิน น้องสาวเขานะหรือจะเป็นแฟนกับผู้ชายที่รวยมหาศาลและหาตัวจับยากคนนั้นได้


“ใช่ค่ะ”


ปานรีย์ไม่ได้รู้รายละเอียดของเขามากนัก แต่ก็พยักหน้ารับเออออไปก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เธอไม่อยากให้สองหนุ่มคิดว่าเธอโกหกเพื่อเอาตัวรอด แต่เท่าที่รู้มาเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงและกำลังเป็นที่น่าจับตามองในเวลานี้ ทั้งเก่งและรวยมหาศาล โปรไฟล์ดีระดับนี้เคนอิจิคงจะเลิกราและไม่กล้ามายุ่งกับเธออีก


“เมื่อไหร่!”


เคนอิจิถามเสียงรอดไรฟัน ขบกรามกรอดจนเป็นสันนูน ใบหน้าเครียดเคร่งมากขึ้นกว่าเดิม พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองสุดกำลัง ดวงตาคู่คมจ้องมองไปที่หญิงสาวที่ตนหมายตานิ่ง


“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ อ้อ มีอีกเรื่องที่จะบอกทุกคนด้วย...” เว้นวรรคหายใจเข้าปอดลึกอย่างตัดสินใจครั้งสุดท้าย


“เขาขอปานแต่งงาน! และปานก็ตอบตกลงเขาไปแล้วด้วย ยังไงก็ขอเชิญล่วงหน้าเลยก็แล้วกันนะค่ะ”


ปานรีย์เห็นท่าทางของเคนอิจิที่นิ่งเงียบไปจึงรีบแต่งเรื่องต่อให้จบ กลัวเหลือเกินว่าเขาจะจับไต๋เธอได้ หญิงสาวพยายามสงบนิ่งเอาไว้ไม่ทำตัวให้มีพิรุธ


“อะไรนะทำไมมันเร็วแบบนี้...” ปราบยังพูดไม่จบก็ถูกเจ้าของห้องขัดขึ้นกลางวงสนทนาเสียก่อน


“พอได้แล้ว ฮานส่งแขก”


สองพี่น้องกิจสาโรจน์จึงต้องพับเก็บเรื่องที่พูดค้างเอาไว้ แล้วรีบลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานใหญ่ไป


ห่างจากห้องทำงานประธานมิคารุมา ปราบหันมาลากแขนน้องสาวไปคุย


“ตกลงเรื่องมันเป็นมายังไงยัยปาน แกไปรู้จักกับรัฐภูมิได้ยังไง”


“พี่ปราบจะอยากรู้ไปทำไมค่ะ หรือว่าจะหันมาเกาะว่าที่สามีน้องแทน”


“ฉันถามแกดีๆนะ”


“ปานตอบไม่ดีตรงไหน ตรงประเด็นดีออก แล้วถ้าไม่ได้คิดพี่ก็ไม่น่าต้องร้อนตัว จริงไหมค่ะ”


“ยัยปาน อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ”


“ปานเปล่าเล่นลิ้น พี่ปราบจะคิดยังไงก็ช่าง แต่ปานขออย่างเดียวล้มเลิกแผนการที่จะเซ็นสัญญากับเคนอิจิซะ ไม่อย่างนั้น...”


“แกจะทำไม จะให้ไอ้แกพวกนั้นปลดฉันจากตำแหน่งเหรอ ...เอาสิ แต่ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ แกและพวกมันจะได้เจอหนักกว่าที่ฉันได้รับแน่ จำคำฉันเอาไว้ดีๆ”


ปราบยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ถ้าคิดอยากจะลองดีกับเขาก็เอาเลย เขายินดีเล่นด้วย จะได้รู้ดำรู้แดงกันไป ร่างสูงผละเดินจากไป ไม่สนใจร่างบางของน้องสาวที่แทบจะล้มทั้งยืนกับการประกาศศึกที่พร้อมจะรบกับเธอ


ปานรีย์ถอนหายใจออกมายืดยาวด้วยความหนักใจ เธอจะทำยังไงดี ถ้าเกิดว่าพี่ชายทำอย่างที่เขาพูดขึ้นมาจริงๆ เธอก็มีสิทธิ์ที่จะไปเป็นนางบำเรอของเคนอิจิในอีกไม่ช้านี่แน่ ดังนั้นเธอจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่พี่ชายจะไม่สามารถทำอะไรเธอได้

 



“ไอ้รัฐภูมิมึงแย่งของเล่นกู”


เคนอิจิใช้มือหนากวาดทุกสิ่งทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงไปกองกระจัดกระจายเต็มพื้นด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าคมแดงก่ำ ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาแดงก่ำเปล่งประกายวาวโรจน์ มือหนาคว้าแก้วเหล้าที่พึ่งดื่มไปแน่น ก่อนที่มันจะแตกละเอียดคามือ เลือดสีแดงสดไหลลงมาระหว่างนิ้วยาว เป็นภาพน่าสยดสยองนัก


“ฮานเข้ามา” 


มือหนาข้างที่ไม่มีแผลเอื้อมไปกดโทรศัพท์ต่อสายออกไปหาลูกน้องด้านนอก เมื่อคิดแผนที่จะเอาคืนคนที่มันกล้ามาแย่ง ของ ที่ควรเป็นของเขา


“มีอะไรครับนาย”


“ไปจัดการคว้านซื้อหุ้นของเคอาร์มาให้หมดฉันต้องการให้มันย่อยยับเร็วที่สุด!” สั่งเสียงเข้มห้วน ความโกรธเมื่อครู่ยังคลุกกรุ่นในร่างกายไม่จางไป



“เดี๋ยวฉันมีอีกเรื่อง...” 



น้ำเสียงเหี้ยมลอดไร้ฟัน พลางแสยะยิ้มที่มุมปากกับแผนการใหม่ของตัวเอง เขาคิดไว้รอต้อนรับคู่แข่งคนใหม่ เป็นทั้งศัตรูหัวใจและธุรกิจโรงแรมที่เขาจะทำร่วมกับเคอาร์ คอร์ป มันต้องพังทลายลงเพราะมันคนเดียว และทุกอย่างมันต้องรับผิดชอบ! เขาแทบจะอดใจรอฟังข่าวเช้าพรุ่งนี้ไม่ไหว

 


ปานรีย์เดินลงบันไดในเช้าวันรุ่งขึ้น เตรียมตัวที่จะออกไปทำงาน จำต้องวางกระเป๋าและแฟ้มเอกสารทุกอย่างในอ้อมแขนเรียวลงบนโต๊ะรับแขกล้วงลงไปหยิบเจ้าเสียงน่ารำคาญในกระเป๋าใบสวยออกมาดูว่าเป็นใครที่โทรมาแต่เช้าพอเห็นว่าเป็นเบอร์ของเลขานิ้วเรียวจึงกดรับ


“ว่าไงค่ะพี่นวล”


“คุณปานเห็นข่าวเช้านี้หรือยังค่ะ” เสียงแหลมเล็กผ่านมาตามสาย บอกความร้อนใจไม่น้อย


“ข่าวอะไรค่ะ?”


หญิงสาวต้องวางแฟ้มเอกสารและกระเป๋าลงบนโต๊ะทานข้าวเป็นรอบที่สองแล้วคว้าหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารขึ้นดู พลางกวาดสายตาไปตามข้อความที่อยู่บนหนังสือพิมพ์หน้าที่หนึ่ง แล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กับหัวข้อข่าวพาดตัวใหญ่เป้ง


“นักธุรกิจสาวนาม ป. สุ่มปลูกต้นรักกับนักธุรกิจนาม ร. เจ้าของธุรกิจโรงแรมข้ามชาติ และมีข่าวว่ากำลังจะมีโปรเจคใหญ่ร่วมกัน...”


“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!


มือบางทิ้งหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้ลงบนโต๊ะทานข้าวอย่างหัวเสีย ใครเป็นคนปล่อยข่าวบ้าๆ นี่!


“นั้นยังไม่บ้าเท่ากับเรื่องนี้ค่ะ...” น้ำเสียงร้อนรนของนวลทิพย์ผ่านมาตามสายอีกครั้ง


“ยังมีข่าวอะไรที่บ้ากว่านี้อีกหรือค่ะ ...ว่าไงนะคะได้ค่ะปานจะรีบไปเดี๋ยวนี้ แล้วเจอกันค่ะ”


ปานรีย์ต้องหัวเสียอีกรอบ วันนี้เธอคงเป็นวันดวงดับของเธอ ถึงได้เจอเรื่องแย่ๆ ตั้งแต่ตะวันแง้มขอบฟ้า มือบางกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว แค่เรื่องที่พี่ชายสร้างเอาไว้ก็งามหน้าพอแล้ว และยังมีเรื่องพวกนี้เข้ามาอีก


นมแจ่ม เดินออกมาจากในครัวในมือมีถ้วยชาเขียวน้ำผึ้งมะนาวของนายสาวทันได้ยินเรื่องด่วนเข้า ดูจากท่าทางแล้วคงไม่ใช่เรื่องดี


“มีเรื่องอะไรหรือค่ะคุณหนู ท่าทางรีบร้อนเชียว”


“มีปัญหาที่โรงแรมนิดหน่อยค่ะ ปานต้องรีบไปจัดการ เย็นนี้อาจจะกลับช้าหน่อย นมไม่ต้องรอนะค่ะ”


หญิงสาวก้มหอมแก้มหย่อนคล้อยผู้เปรียบเสมือนแม่ผู้ให้กำเนิด แล้วหอบเอาแฟ้มเอกสารงานมากมายขึ้นอ้อมแขน ก้าวยาวออกไปขึ้นรถคู่ใจ


“ขับรถระวังๆ ด้วยนะคะ...” 


แม่นมแจ่มร้องตามร่างบางไป ไม่รู้ว่านายสาวจะทันได้ยินหรือเปล่า ดูจากการออกตัวของรถคู่ใจแล้ว ท่าทางจะไม่ได้ยิน ก็หวังว่าจะถึงที่ทำงานโดยสวัสดิภาพ

 


รถยนต์คู่ใจของรองประทานสาววิ่งปาดเข้าจอดสนิทลงด้านหน้าโรงแรมเคอาร์ คอร์ป ตามแรงอารมณ์ของเจ้าตัว แล้วทันทีที่เท้าเรียวก้าวลงแตะพื้น สื่อทุกสำนักต่างวิ่งกรูเข้าไปหาหญิงสาวเป็นจุดเดียว ปานรีย์ถึงกลับต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ควบคุมสติตัวเองให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ความขุ่นมัวจะถึงขีดสุดแล้วพลั้งปากด่านักข่าวออกไป ร่างสูงโปร่งก้าวลงจากรถมายืนอยู่ข้างตัวรถมองดูกลุ่มคนตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย


“คุณปานรีย์ คุณคบหากับคุณรัฐภูมิจริงหรือเปล่าค่ะ


“ข่าวที่ว่าจะแต่งงานกัน เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ...”


หญิงสาวไม่ได้สนใจจะตอบคำถามไร้สาระพวกนั้น เธอมีเรื่องที่สำคัญต้องทำมากกว่า ขาเรียวยาวก้าวเดินผ่านเข้าไปภายในโรงแรมอย่างยากลำบาก แม้ว่าจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยช่วยเปิดทางให้ แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านเข้าด้านในได้


“คุณปานครับ พวกคุณไปคบกันตอนไหนครับ ช่วยตอบคำตามด้วยครับ...”


“แล้วโปรเจคใหญ่ที่ว่าจะทำร่วมกันคืออะไรค่ะ


ร่างบางหยุดเดินแล้วยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สีหน้าบอกอาการของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี พอเธอหยุดปุบเสียงนักข่าวมากมายก็ต่างรุมยิงคำถามเข้าใส่เหมือนกับว่าไม่ได้จะมาถามเธอเรื่องข่าว แต่จะมารุมทึ่งร่างเธอมากกว่า


“ดิฉันไม่ขอตอบคำถามอะไรทั้งนั้น ขอตัวค่ะ”


หญิงสาวเดินฝ่านักข่าวนับสิบคนเข้าไปภายในโรงแรมไม่สนใจจะตอบคำถาม เรื่องอะไรเธอจะตอบให้ตัวเองต้องตามมาแก้ทีหลัง ร่างบางรีบก้าวขาเข้ามาภายในโรงแรมได้ไม่ถึงห้าก้าวดีก็ต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ เมื่อถูกร่างสูงใหญ่เข้าขวาง คำพูดที่เตรียมจะเอ่ยออกมาต้องพับเก็บไปทันที


“...คุณ!” 


ปานรีย์เบิกตากว้าง ไม่คิดว่าคนที่เธอเอ่ยอ้างชื่อไปเมื่อวานจะมายืนอยู่ในโรงแรมและอยู่ตรงหน้าของเธอเวลานี้


“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”


ชายหนุ่มไม่สนใจแสงแฟลตที่รัวเป็นฟ้าผ่าอยู่ด้านนอกที่มันจะทำให้เรื่องราวของเขาและเธอมันชัดเจนเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงผู้หญิงตรงหน้า


“...ตอนนี้ฉันยังไม่ว่าง เอาไว้นัดกับเลขาฉันอีกทีแล้วกัน ฉันขอตัวก่อน”


กล่าวจบหญิงสาวก็ตัวเบี่ยงหลบร่างสูงตรงหน้า ก้าวฉับตรงไปที่ลิฟต์ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลด้วยท่าทางเร่งรีบอย่างที่เจ้าตัวบอก ไม่ได้ใส่ใจคนด้านหลังว่าเขาจะรู้สึกยังไงกับการกระทำของเธอ ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาเล่นหรือคุยอะไรกับเขาทั้งนั้น


“อ้าวเดี๋ยวก่อนสิคุณ...”


รัฐภูมิถึงกับทำหน้าไม่ถูก ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าเดินหนีเขามาก่อน แล้วเธอเป็นใคร กล้าดียังไงมาเดินหนีเขาแบบนี้ ไม่ใช่แค่ลูกน้องเท่านั้น แต่ยังมีสื่อเกือบทุกสำนักที่ยืนอยู่ด้านนอกก็เห็นด้วย ความคิดที่อยากจะเอาชนะพุ่งปี้ด ร่างสูงหมุนกายกลับไปทางด้านหลัง ก้าวตามหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว แทรกกายเข้าไปได้ในลิฟต์ได้ทันก่อนที่มันจะปิดลง


ปานรีย์เงยหน้าขึ้นดูรู้สึกว่ามีคนเข้ามาในลิฟต์กับเธอ และต้องถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายมือบางยกขึ้นเท้าสะเอวข้างหนึ่ง หันมาเผชิญหน้ากับเขา


“คุณตามมาทำไมอีก ก็ฉันบอกให้นัดกับเลขาฉันไง ฉันไม่มีเวลามาคุยด้วยหรอกนะ”


“ผมไม่สน ผมบอกแล้วไงว่ามีเรื่องจะคุยด้วย” น้ำเสียงทุ้มฟังดูเข้มขึ้น ก้าวเข้าไปใกล้มาขึ้น จนหญิงสาวต้องถอยหลังไปจนชิดผนัง


“เอาไว้ก่อน ฉันมีเรื่องที่สำคัญกว่ารออยู่”


“มันเรื่องอะไรคุณถึงอยู่คุยกับผมก่อนไม่ได้” ชายหนุ่มเริ่มที่จะทนไม่ไหวกับสาวเจ้าแล้วเหมือนกัน เขาไม่ได้มีเวลาว่างมาพูดเล่นกับเธอนักหรอกนัก


หญิงสาวไม่มีเวลามาอธิบาย จึงบอกปัดเขาไป


“...ขอทางด้วยค่ะ” 

พอดีกับที่ลิฟต์มันวาวเคลื่อนมาหยุดลงชั้นที่เธอต้องการ มือบางผลักร่างสูงให้หลบไปอีกทางแล้วเดินออกจากลิฟต์ไป ไม่ได้สนใจคนที่ยืนอยู่ข้างหลังอีก


“อ้าวนี่คุณ! รอก่อนสิ คุณ” 


รัฐภูมิฉุนหนักมากขึ้นกว่าเดิม เขาก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากมาตามเธอทั้งวันนะ แล้วมันเรื่องอะไรหนักหนา เธอถึงอยู่คุยกับเขาก่อนไม่ได้ คำพูดที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยออกมาต้องพับเก็บ ก่อนจะก้าวยาวตามเธอออกไป ยังไงซะวันนี้เขาต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง


        แสดง 3 - 3
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 135206 คน
   › คะแนนโหวต 2770 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :