นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ สาม 2



  


 


 


รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาภายในบริเวณคฤหาสน์กิจสาโรจน์หลังใหญ่ ร่างบางก้าวลงจากรถก็เดินเข้าไปภายในบ้าน เดินเลยไปยังห้องครัวซึ่งมีกลิ่นของอาหารอบอวลชวนเรียกน้ำย่อยลอยมาแตะจมูกโด่งรั้น เท้าเรียวเดินมาหยุดลงที่หน้าประตู ดวงหน้าหวานก็ปรากฏรอยยิ้มที่ริมฝีปาก ก่อนจะย่องเข้าไปใกล้คนที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดจานอาหาร





นี่แนะแต่คนเป็นพี่ชายรู้ทัน หันมาโขกทัพพีลงที่หน้าผากมนเข้าให้





พี่ปรานต์ น้องเจ็บนะบอกเสียงอ่อย ลูบหน้าผากมนของตัวเองปอยๆ





นมแจ่มเดินเข้ามาเอาจานอาหาร ทันได้เห็นคนเป็นน้องสาวกำลังแกล้งพี่ชายแต่ถูกรู้ทันเสียก่อน ก็ยิ้มแย้มมีความสุขอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็น





คุณหนูน่าจะรู้ คุณปรานต์เธอแกล้งไม่เคยจะได้เลยผลสักครั้ง





ช่วยไม่ได้ เราอยากเล่นอะไรแผลงๆก่อน รีบไปล้างมือได้แล้วไป จะได้มาทานข้าวกันจับไหล่มนหมุนหันไปทางประตูแล้วดันออกไปด้านนอก





เจ้าค่ะ ไปแล้วๆ คุณหนูเล็กผละเดินห่างออกไปตามที่พี่ชายบอก เตรียมตัวมาทานอาหารฝีมือพี่ชายที่หาทานได้ยากเย็น ถ้าเขาไม่ขึ้นมาเยี่ยมหรือไม่เธอก็ต้องลงไปทานที่เกาะแทน





นมครับ ผมฝากดูของหวานด้วยนะครับว่าได้ที่หรือยังปรานต์หันมาบอกแม่นมแจ่ม แล้วหันมาเคี้ยวแกงโปรดให้น้องสาวต่อ





ปานรีย์กลับเข้ามาในห้องทานข้าว หลังจากที่ไปล้างไม้ล้างมือเรียบร้อย เดินอ้อมนั่งประจำที่ของตัวเอง มีพี่ชายนั่งรออยู่ก่อนแล้ว





ว้าว สุดยอดไปเลยค่ะพี่ปรานต์ดวงตากลมเรียวขยาบโตขึ้น เมื่อเห็นอาหารตรงหน้าตัวเอง มันมีเยอะจนทานกันแค่สองคนคงไม่หมดแน่





สำหรับน้องสาวสุดที่รัก พี่ก็ต้องพิเศษหน่อยสิจริงไหมปรานต์นึกตลกกับท่าทางของน้องสาว ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังเป็นองค์หญิงน้อยของเขาเสมอ





ขอบคุณค่ะ...ปานรีย์ซึ้งใจมากจนอดที่จะน้ำตาซึมไม่ได้





คนเป็นพี่ชายเป็นเข้าก็รีบเดินโอบกอดปลอบใจ เธอคงจะเหงาน่าดูที่ต้องกินข้าวคนเดียว ทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยความคนเดียว ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะมาดูแลเธอได้อย่างที่พี่ชายควรจะทำ





ร้องไห้ทำไม เดี๋ยวอาหารก็จืดหมดพอดีประคองใบหน้านวลขึ้นแล้วเช็ดน้ำตาออกให้อย่างเบามือ





ทานกันเลยดีกว่า





จากนั้นก็ตักอาหารจานโปรดของน้องสาวให้เป็นอันดับแรก ซึ่งก็เกือบจะทุกอย่างที่เขาทำในวันนี้





คนเป็นน้องสาวตักอาหารที่พี่ชายตักให้เข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย เธอคิดถึงฝีมือการทำอาหารนี้มานานเหลือเกินไม่มีวันไหนเลยที่เธอจะรู้สึกอิ่มได้เท่ากับวันที่ได้นั่งทานข้าวพร้อมหน้า แม้จะขาดไปคนหนึ่งที่ไม่เคยจะกลับมาตรงเวลาหรือไม่กลับอย่างเช่นวันนี้ แต่ก็นั้นแหละ...





ฉันไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน บ้านฉันเปิดเป็นโรงทานไปแล้วเหรอ





ปานรีย์และปรานต์กำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ต่างหันไปยังที่มาของเสียง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ปราบ กิจสาโรจน์ พี่ชายที่คอยแต่สร้างปัญหาให้เธอไม่รู้จักหยุดจักหย่อน และไม่ถูกกับใครในบ้านหลังนี้ โดยเฉพาะ ปรานต์ ธรรมโรจน์ ลูกนอกสมรสของบิดา ซึ่งเขาเกลียดจนให้คำสาบานว่าจะไม่เผ่าผีกันเลยทีเดียว





มันไม่แรงไปหน่อยหรือพี่ปราบปานรีย์ไม่ชอบใจมากที่พี่ชายดูถูกพี่ชายคนโตด้วยพูดหยาบคลายและรุนแรง





น้อยไปสิ สำหรับคนที่แย่งพ่อไปจากแม่ของเรา แกลืมไปแล้วเหรอปราบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเกลียดชังอย่างเปิดเผย นัยน์ตาแดงก่ำบวกกับอารมณ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้น





เรื่องมันนานมาแล้วนะพี่ปราบ อีกอย่างพวกท่านก็เสียกันไปหมดแล้ว พี่จะมาพูดให้มันได้อะไร





ปานรีย์เข้าห้ามศึก เธอเข้าใจว่าพี่ชายไม่ยอมนับญาติกับปรานต์เพราะอะไรหรือเพราะเขาเป็นลูกเมียน้อยมันเป็นสิ่งน่าขยะแขยงสำหรับเขาหรือ เป็นคำถามที่ไร้คำตอบเหมือนเช่นทุกครั้ง...





ส่วนคนที่ถูกพูดถึงกับนั่งนิ่ง ไม่พูดตอบโต้กลับแม้แต่คำเดียว นั่งตักอาหารตรงหน้าทานไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจในคำพูดที่เสียดแทงหัวใจจนเป็นแผลเหวอะวะ ปราบที่เห็นว่าคำพูดของเขาทำอะไรปรานต์ไม่ได้ จึงสะบัดหน้าเดินหนีออกไปอย่างขัดใจ





คล้อยหลังปราบไปปานรีย์จึงหันไปดูพี่ชายซึ่งเขาก็ยังนั่งทานอาหารตรงหน้าอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุกข์อย่างที่เธอกำลังห่วง





มาทานข้าวกันต่อดีกว่ามา





ปานรีย์ได้แต่เพียงเงียบ อยากจะถามหรือเอ่ยปลอบใจพี่ชายใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้า เห็นท่าทีที่ดูสบายๆ ไม่ใส่ใจ แต่ในใจเขากำลังร้องไห้จนน้ำตาท่วมหัวใจ ทำเธอจะไม่รู้ สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือแสดงออกในการปลอบใจทางอ้อมให้เขารู้ว่าเธอยังรักและอยู่ข้างเขาเสมอ เหมือนที่เขาอยู่ข้างเธอมาตลอด





หลังจากนั้นสองพี่น้องก็นั่งทานอาหารกันไปเงียบๆ ก่อนจะแยกย้ายขึ้นห้องพักผ่อน ปานรีย์ตั้งใจจะคุยกับพี่ชายต่อ แต่เห็นว่าเขาดูเครียดๆ เธอจึงเงียบเสียดีกว่า








 


รุ่งขึ้นปานรีย์ออกไปทำงานซึ่งวันนี้เธอมีนัดกับลูกค้าเอาไว้ ร่างบางเดินลงมาห้องก็เจอเข้ากับพี่ชายที่กำลังเก็บของขึ้นรถ เตรียมจะขับรถออกไปจึงรีบก้าวยาวเข้าเรียกเอาไว้เสียก่อน





พี่ปรานต์จะรีบไปไหนแต่เช้าค่ะ ท่าทางรีบร้อนเชียว





พอดีมีเรื่องที่ฟาร์มมุก พี่ต้องรีบกลับไปดูหน่อย





อ้าว ปานว่าเย็นนี้จะชวนออกไปทานข้าวข้างนอกอยู่พอดี





คนเป็นน้องสาวทำเสียงเศร้า นานทีที่พี่ชายจะมาหา แต่กลับได้อยู่ด้วยกันแป๊บเดียว ปรานต์เห็นอาการของน้องสาวก็สงสาร ถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องเขาก็อาจจะอยู่ต่อ แต่เรื่องนี้เขาทิ้งไปไม่ได้ ต้องรีบกลับไปจัดการด่วน ปล่อยไว้นานทุกคนจะลำบาก





ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน พี่ไปนะ





ขับรถกลับดีๆนะค่ะ ถึงแล้วโทรมาบอกปานด้วย





เราก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะ” 





ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตที่กลุ่มเส้นบริเวณหน้าผากมนของน้องสาว ก่อนจะกระโดดขึ้นรถคันใหญ่แล้วขับออกไป หญิงสาวก็ได้แต่เดินทำหน้าเศร้ากลับไปขึ้นรถของตัวเอง แล้วขับออกไปบ้าง


 





บ่ายแก่นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือบางก็บอกเวลาที่นัดกับลูกค้าเอาไว้ พอดีกับที่จัดการงานที่กองอยู่บนโต๊ะแล้วเสร็จ มือบางรวบแฟ้มเอกสารเข้าไว้ด้วยกันเตรียมไว้ให้เลขานำไปจัดการต่อ จากนั้นร่างบางลุกขึ้นคว้ากระเป๋าและแฟ้มเอกสารที่ต้องเตรียมไปให้ลูกค้าเดินออกจากห้อง





ผู้ช่วยเลขาหนุ่มเห็นรองประธานสาวเดินออกจากห้อง เขาที่เตรียมตัวรออยู่แล้วจึงรีบก้าวเข้าไปรับแฟ้มเอกสารมาถือ แล้วเดินตามหญิงสาวไป ทั้งสองเดินทางออกสู่ถนนที่เริ่มหนาแน่นไปด้วยยานยนต์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนเมืองกรุงยุคสมัยนี้





อึดใจต่อมารถยนต์คันหรูคู่ใจแล่นมาถึงสถานที่นัดหมาย ทั้งสองก้าวเข้าไปภายใน ผู้คนนับร้อยกำลังเดินจับจ่ายใช้สอยหนาตาขึ้น





นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของชายหนุ่มอีกคนที่ติดตามมาตั้งแต่หญิงสาวออกจากโรงแรม มองตามแผ่นหลังบอบบางที่กำลังเคลื่อนตัวไปตามบันไดเลื่อนขึ้นสู่อีกชั้นของห้างสรรพสินค้า พอลับร่างบางไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเลี่ยงออกไปทำธุระของเขาบ้าง





ปานรีย์และผู้ช่วยหนุ่มก้าวเข้ามาถึงร้านอาหารที่นัดกับลูกค้าชาวสิงคโปร์เอาไว้ ร่างบางตรงเข้าไปหาเห็นว่าพวกเขานั่งรออยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว พลางเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายต้องมานั่งรอพวกเธอ ยกมือบางขึ้นไหว้อย่างงดงามตามมารยาทหญิงไทยสไบงาม





ต้องขอโทษด้วยค่ะที่ต้องให้รอนาน





ไม่เป็นไรๆ เชิญนั่งครับ สั่งอะไรทานก่อนไหมครับคู่ค้าชาวสิงคโปร์เอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลตามฉบับ





ขอบคุณค่ะปานรีย์เลื่อนเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้าม ระหว่างนั้นก็สั่งอาหารและเริ่มการเจราธุรกิจไปด้วย คู่ค้าของเธอเกิดรู้สึกไม่พอใจกับข้อเสนอและผลตอบแทนที่จะได้รับ แต่กลับไม่ใช่ทั้งหมด





ทางเราคงขอปฏิเสธ ด้วยภาพลักษณ์ของบริษัทคุณตอนนี้ยังไม่สู้ดี แถมยังมีข่าวว่าผู้ถือหุ้นเทขายหุ้นเป็นว่าเล่น เกรงว่าจะกระทบต่อการลงทุนที่ดำเนินการอยู่ ซึ่งเราไม่อยากเสี่ยงด้วยได้ หวังว่าทางคุณคงเข้าใจ ขอตัวนะครับ





คู่ค้าวัยกลางคนและเลขาลุกเดินจากไป ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้หญิงสาวได้อธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น





เดี๋ยวก่อนค่ะ...





ปานรีย์รู้สึกเหมือนถูกระเบิดลูกย่อมยิงแสกหน้า เจรจามาไม่รู้กี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกผิดหวังเท่าครั้งนี้ มันเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาก็ไม่ปาน





ผู้ช่วยหนุ่มมองท่าทางของนายสาวที่นิ่งเงียบไปก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ก่อนจะตกใจเมื่อจู่ๆ เธอก็ลุกพรวดพราดออกไป เขางงหนักแล้วรีบตามออกไป





ปานรีย์ก้าวเดินไปตามทางข้างหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นคงนัก ในหัวตอนนี้มีแต่คำพูดของคู่ค้าที่บอกปฏิเสธกลับมาดังก้องในหัวไปหมด จนไม่ได้สนใจที่จะมองทางข้างหน้า เพราะมัวติดอยู่กับความคิดของตัวเองจึงไม่ทันสังเกตว่าข้างหน้าว่ามีกำแพงสูงใหญ่มีชีวิตขวางทางอยู่





อุ้ย...ว้าย





ร่างบางชนเข้ากับร่างสูงใหญ่เต็มแรงเป็นเหตุให้ร่างบางเซถลาหงายหลังลงไปทันที ด้วยสัญชาตญาณคนตรงหน้าจึงเอื้อมมือใหญ่ยื่นไปคว้าเอวเล็กคอดดึงกลับเข้าหาตัว เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากมารู้ตัวอีกทีเธอก็ตกเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่งเสียแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นหน้าผากมนยังชนเข้ากับริมฝีปากหนาของเขาด้วย





เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม





มือหนาดันร่างบางออกเล็กน้อย มองสำรวจตามร่างกายของคนตรงหน้าไปด้วย ก่อนจะตำหนิเธออีกชุด





ทำไมไม่รู้จักระวังเลยหา” 





เขารู้ดีว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ แต่ก็ควรจะมีสติให้มากกว่านี้สิ เหมือนว่าเขาจะดูเธอผิดไป ปานรีย์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ช้อนดวงตากลมเรียวขึ้นมองคนตรงหน้า นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน สายตาทั้งคู่สบกันนิ่ง





คุณ!” 





มือบางรีบผลักร่างสูงตรงหน้าออกห่างแทบจะทันที ไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นคนที่ช่วยเธอเอาไว้ ไม่ให้ลงไปนั่งจับกบที่พื้น แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอดื้อๆ





 “มันเรื่องของฉัน ปล่อย





ปานรีย์บอกพาล ขื่นกายออกจากอ้อมกอดเขา คราวนี้ชายหนุ่มยอมปล่อยแต่โดยดี ผละถอยห่างไปอีกสองก้าว หญิงสาวก็ถอยหลังไปอีกสองก้าวรักษาระยะห่างไม่ให้ใกล้เขามากเกินไป ยิ่งตอนนี้เธอกับเขากำลังเป็นข่าวคงไม่เป็นเรื่องดีถ้าเกิดมีนักข่าวเก็บภาพไปได้





ทีหลังก็เดินให้มันระวังหน่อย เกิดเดินไปชนคนอื่นเขาได้รับบาดเจ็บคุณจะลำบากได้นะ” ร่างสูงผละถอยห่างตามที่หญิงสาวต้องการ





ไม่ต้องมาสอนฉันปานรีย์บอกติดจะไม่พอใจ เขาเป็นใครมาสั่งสอนเธอ แค่เป็นข่าวด้วยกันไม่ได้หมายความว่าเขาจะมามีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอเสียหน่อย





ผมบอกด้วยความหวังดีนะครับ” 





รัฐภูมิเริ่มจะไม่พอใจบ้าง เขารึอุตส่าห์เป็นห่วงสวัสดิภาพของเธอ แต่ไหนมาพูดกับเขาแบบนี้ น่าจะปล่อยให้ชนระเบียงไปเลยดีไหมเนี่ย


 


     “ขอบคุณ แต่ฉันไม่ต้องการ” 


 


 


        แสดง 9 - 9
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 133377 คน
   › คะแนนโหวต 2611 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :