นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ สี่ 1



  


 


 


ขอรักครั้งที่ สี่


 


 


ร่างบอบบางที่หลับสนิทบนเตียงกว้างรู้สึกตัวตื่นขึ้นใบหน้านวลแหยเก๋รู้สึกปวดหัวแทบระเบิด เมื่อคืนเธอคงจะดื่มหนักไปมากถึงได้เมาไม่รู้เรื่อง นิ้วเรียวยกขึ้นนวดคลึงศีรษะไปมา ดวงตาเรียวหันมองเพดานสีขาวงาช้างนวล เลยไปยังข้าวของเครื่องใช้ภายในห้อง และปะทะเข้ากับกรอบรูปสี่เหลี่ยมบนหัวเตียง นัยน์ตาสีดำสนิทขยายกว้างด้วยความตกใจ รีบเด้งตัวขึ้นนั่งแทบจะทันที แต่แล้วต้องยกมือขึ้นกุมขมับ มืออีกข้างยันที่นอนเอาไว้ เมื่อความปวดมันวิ่งจี๊ดขึ้นมา





ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงไม่นะ!





ปานรีย์พยายามคิดทบทวนความจำที่เลือนรางเหลือเกินของตัวเอง เมื่อคิดอะไรบ้างอย่างออก จึงรีบก้มลงสำรวจร่างกายของตัวเองทันที





เสื้อผ้าฉันไม่…” มือบางยกขึ้นกอดผ้าห่มแน่น จินตนาการไปไกลเกินจะกรูให้กลับ นาทีต่อมาประตูห้องนอนถูกเปิดเข้ามาตามด้วยร่างสูงใหญ่ ปานรีย์หันขวับไปมองข้าวของที่อยู่ใกล้มือพร้อมกับขว้างมันออกไป





เฮ้ยอะไรของคุณเนี่ย โอ้ย





ไอ้บ้าไอ้ผู้ชายเฮงซวยไอ้หื่นกามนายทำอะไรฉัน!” คำด่ามากมายส่งมาบริภาษเขาไม่หยุด





รัฐภูมิได้เพียงยกแขนแกร่งขึ้นป้องกันข้าวของมากมายที่หญิงสาวขวางปามาใส่เขา แต่ก็ยังมิวายโดนเข้าหลายที่อยู่เหมือนกัน





เกิดอะไรขึ้น โอ้ย… หยุดได้แล้ว ผมบอกให้หยุดไง!





รัฐภูมิเบิกตากว้างพุ่งตัวเข้ารับแจกันลายครามของมารดาเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด ทำเอาใจหายใจคว่ำ หันไปวางให้ห่างจากมือสาวเจ้า ก้าวพรวดถึงตัวหญิงสาว รวบเข้าหาอ้อมกอดทำทั้งคู่ล้มหงายหลังลงบนเตียงกว้างด้วยกันทั้งคู่





แค่ฉันไม่ยอมเป็นแฟนด้วย คุณถึงกับต้อง… ถึงต้องทำกับฉันแบบนี้เลยหรือหาไอ้คนฉวยโอกาส ปล่อยฉันนะ!” น้ำตาก็พาลจะไหลเมื่อคิดว่าเขา





ถ้าคุณยังไม่หยุดด่าผม ผมปล้ำคุณเดี๋ยวนี้!





ปานรีย์เงียบกริบเม้มริมฝีปากแน่น หยุดดิ้นแทบจะทันที เมื่อถูกดวงตาคู่คมจ้องมาและมันบอกเธอว่าเขาไม่ได้พูดเล่น แต่นัยน์ตาสีดำสนิทก็ยังมิวายหยุดด่าเขาสิงห์หนุ่มจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม ทำเอาสาวเจ้าก็ต้องรีบหลบวูบไปอีกทาง แล้วยอมเงียบทั้งปากและสายตาทันที ขื่นสู้ต่อเธอได้เสียมากกว่าการโดนเขากอดแน่





ที่คุณ...รัฐภูมิมองร่างบางที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตของเขาตัวเดียว แล้วต้องรีบเงยหน้าขึ้นจ้องหน้าเนียน





“...เมื่อคืนคุณเมามาก และอ้วกเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเต็มไปหมด ผมก็เลยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชายหนุ่มอธิบาย ปานรีย์ที่เงียบฟังอยู่นานก็ร้องถามขึ้นมาอีก





แล้วทำไมไม่พาฉันไปส่งบ้าน





คุณผู้หญิงครับ ผมไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับคุณ จนขนาดที่จะรู้รายละเอียดชีวิตส่วนตัวว่าบ้านช่องคุณอยู่ที่ไหนหรอกนะชายหนุ่มบอกอย่างเหลืออด แม้สิ่งที่พูดไปจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดก็ตามที ต่อให้รู้เขาก็ไม่คิดที่จะไปส่งเจ้าหล่อนที่บ้านอยู่แล้ว





จริงสิ แล้วทำไมไม่โทรหาเลขาฉัน





นี่คุณปานรีย์ ดีแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ทิ้งคุณให้ผู้ชายพวกนั้นหิ้วกลับไปทำอย่างที่คุณคิดว่าจะผมทำรัฐภูมินึกฉุน ผู้หญิงอะไรชอบหาเรื่อง สร้างแต่ความวุ่นวายใจได้ตลอด เธอจะอยู่เฉยบ้างไม่ได้เลยหรือยังไงกันนะ





ที่พูดเนี่ยจะให้ฉันขอบคุณว่างั้นปานรีย์ว่าประชด ใบหน้านวลเสมองไปทางอื่น





ผมไม่ได้ทำเพราะหวังผลอย่างที่คุณเข้าใจ ก็แค่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกเป็นเหยื่อก็เท่านั้น ถ้าผมไม่เข้าไปเห็น คุณคงไม่อยู่...มองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพูดขึ้นใหม่





ในสภาพนอนน้ำลายยืดเปื้อนหมอนแบบนี้หรอก





ปานรีย์ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเอง แล้วต้องนิ่งไปครู่กับสิ่งที่เขาบอก ตอนนั้นเธอเครียดมากจนอยากจะระบาย จึงไม่ทันได้คิดอะไร เพียงแค่ต้องการดื่มเพื่อให้ลืมเรื่องที่เจอมาทั้งวักไปก็เท่านั้น ไม่ได้คิดเลยว่าเธอเกือบจะเสีย... หรืออาจจะถูกฆ่าหมกป่าที่ไหนสักแห่ง แต่ยังเธอก็ต้องขอบคุณเขาที่อุตส่าห์พาเธอกลับมาด้วย ดวงตากลมเรียวหลบประกายตาสีน้ำตาลอ่อนที่จับจ้องมองมาที่เธอ





แล้วเสื้อผ้าฉันอยู่ไหนน้ำเสียงฟังดูอ่อนลง ถามหาเสื้อผ้าที่เธอใส่เมื่อวาน กวาดสายตามองหาทั่วห้อง





รัฐภูมิผละห่างจากร่างบางแล้วก้าวลงจากเตียงกว้างมาหยุดยืนอยู่ปลายเตียง ตอบในสิ่งที่หญิงสาวถามหา





ทิ้งไปแล้ว





ทิ้งไปแล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาทิ้งของของฉัน แล้วฉันจะใส่อะไรกลับล่ะทีนี่ ตายแน่





ปานรีย์ร้องตวาดแห้วชายหนุ่มตรงหน้าที่ทำอะไรโดยไม่ถามเธอก่อน วันนี้เธอมีประชุมสำคัญด้วย เวลาก็เหลือไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแล้วด้วย





อะไรของคุณอีกล่ะ อะไรตาย...





รัฐภูมิร้องถามแข่งกับเสียงแหลมเล็กที่พูดกับตัวเองไม่หยุด และอดสงสัยไม่ได้ เสียงของเธอทำเขาจะประสาทเสียอีกรอบ





วันนี้ฉันมีประชุมสำคัญ ถ้าไปทันล่ะก็ฉันตายแน่ ทำยังไงดี...ร่างบางลุกขึ้นเดินวนไปมาด้วยความกระวนกระวายใจบนเตียงกว้าง





รัฐภูมิได้ฟังที่หญิงสาวบอกก็ถอนหายใจออกมายืดยาว เขาก็นึกว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไร จึงบอกให้เธอหยุดเดินไปเดินมาเกรงว่าเธอจะตกลงมาแข้งขาหัก และนั้นจะทำให้เธอได้ตายจริงแน่และอาจจะไปประชุมไม่ได้ด้วย





ผมว่าคุณลงมาก่อนดีกว่า เดินไปเดินมาบนนั้นเดี๋ยวได้ตกเตียงคอหักกันพอดี





ฉันจะทำอย่างไรดี





คำพูดของเขาไม่สามารถส่งไปถึงโซนประสาทการรับรู้ของเธอได้ เพราะตอนนี้สติของเธอกระเจิดกระเจิงไปไกล เขาไม่รู้จะทำอย่างไรให้เธอหยุดได้ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้ารวบร่างบางลงจากเตียงกว้างมายืนบนพื้นพรมข้างเตียงแทน ฝ่ามือกว้างกุมสองแก้มนวลไว้ในมือให้หันมาเผชิญหน้า ทุกอย่างรอบกายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องเข้าไปในดวงตากลมเรียวเหมือนสะกดจิตให้เธอฟังเขา





หยุด ตั้งสติ แล้วฟังผม เสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็น ผมให้ลูกน้องเตรียมให้แล้ว และผมจะเป็นคนไปส่งคุณที่บริษัทเอง ตกลงไหม...ปานรีย์หลับปริบๆ ได้แต่เพียงพยักหน้ารับ พลางถามเสียงเบาคล้ายคนกำลังละเมอ





“...แล้ว อยู่มันตรงไหนเอ่ยถามราวละเมอ





เดินตรงไปห้องขวามือก่อนถึงห้องน้ำ ...ไม่ไปหรอ?” เห็นว่าเธอยังยืนนิ่ง ใบหน้าคมจึงยื่นเข้าไปถามกระซิบห่างใบหน้านวลเพียงคืบ





จะไปได้ยังไง ก็คุณกอดฉันอยู่เสียงอ่อมแอ้มในลำคอใบหน้านวลก้มลง ไม่กล้าสบตาเขาสิงห์หนุ่มก้มลงมองตาม คลายอ้อมแขนออกให้ พอเป็นอิสระปานรีย์ก็รีบวิ่งตรงไปที่ห้องแต่งตัวที่เขาบอกทันที ท่าทางนั้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากเขาได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าเธอกลัวไปไม่ทันประชุม แต่เป็นเพราะเขาต่างหาก บ้าที่สุดเลย...





เธอแค่หลงผิดไปเท่านั้น เข้าใจไหม ตั้งสติปานรีย์...ตะโกนบอกตัวเอง





ผ่านไม่ถึงสิบนาทีร่างบางก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เขาให้คนเตรียมมาให้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอลำบากใจไม่น้อย แต่ก็ไม่มีเวลามาคิดแล้ว





สวย





คุณว่าอะไรนะ? ฉันฟังไม่ถนัดปานรีย์เงยหน้าขึ้นจากถามเขา เพราะเธอมัวแต่ก้มลงเช็ดคราบเปื้อนที่เสื้อตัวสวยออก จึงไม่ทันฟังที่เขาพูด





ไปกันเถอะ คุณรีบไม่ใช่หรือนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ขาดหายไปจึงหมุนกลับมา





เดี๋ยวก่อน





มีอะไรค่ะปานรีย์ก้มลงสำรวจตัวเองเห็นว่าเขาจ้องมองเหมือนมันมีอะไรบางอย่าง





มันดูเข้ากันมากถ้าอยู่บนตัวคุณ” 





รัฐภูมิเดินไปหยิบสูทที่พาดเอาไว้ที่โซฟาก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกางมันออก ปานรีย์ลังเลเล็กน้อย เดินไปแล้วสวมมัน การกระทำนั้นยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามหนัก กำแพงที่พยายามสร้างขึ้นเริ่มสั่นคลอน ทั้งที่ผ่านไม่เคยมีใครทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้มาก่อน เขาเป็นคนแรก





ขอบคุณค่ะอดที่จะขอบคุณเขาเสียไม่ได้ เธอก็คิดอยู่ว่าจะหาอะไรมาคลุมอยู่พอดี





ด้วยความยินดีครับ ไปครับ คุณสายแล้ว” 





รัฐภูมิมองสำรวจหญิงสาวอีกครั้งเขาเลือกไม่ผิดที่ให้เธอใส่ชุดนี้ เดรสสีดำสวมทับด้วยสูทสีครีมช่างเข้ากันได้พอดิบพอดี จะว่าไปแล้ว หญิงสาวก็มีส่วนคลายคลึงกับมารดาของเขาอยู่ไม่น้อย ยิ่งท่าทางการทำงานที่เด็ดขาดและจริงจังนั้น ยิ่งเหมือนกันมาก





อึดใจต่อมาสิงห์หนุ่มและรองประธานสาวพร้อมคนสนิททั้งสองออกห้องชุดตรงไปที่ลิฟต์ลงสู่เบื้องล่าง ถ้าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีคนเชื่อแน่ว่าเมื่อคืนเธออยู่ห้อง รัฐภูมิ ฟรานเซส หนุ่มโสดพ่วงตำแหน่งนักธุรกิจไฟแรงในตอนนี้ แต่ก็ไม่แน่นักหรอก เพราะตอนนี้เธอเป็นข่าวกับเขาอยู่ ก็คงได้คิดไปไกลว่าเธอมีอะไรกันกับเขาไปแล้วก็เป็นได้





 ปานรีย์กลั่นยิ้มนึกตลกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเธอในคืนที่ผ่านมา รัฐภูมิหันมาเห็นเข้าจึงเอ่ยถามติดตลกออกไป ตรงข้ามกับใบหน้าเรียบเฉยของเขา





คุณยิ้มอะไร หรือว่าแอลกอฮอล์ในร่างกายมันพุ่งเข้ากระแสเลือด จนทำให้เสียสติไปแล้วรัฐภูมิว่า





จะบ้าหรือไง ฉันแค่คิดถึงเรื่องเมื่อคืนก็เท่านั้น…” พูดจบก็หุบปากฉับ ลืมไปเสียสนิทว่าไม่ควรพูด





ทำไม เรื่องเมื่อคืนทำไม เอ๊ะหรือว่า...รัฐภูมิเย้าเข้าให้อย่างอารมณ์ดี





หยุดความคิดบ้าๆ ของคุณไปเลยนะปานรีย์เอียงหน้าพร้อมตวัดสายตาเป็นเชิงให้เขาหยุด





ทำไม ผมไม่ได้คิดอะไรเสียหน่อย หรือว่าคุณคิด...คำพูดที่ฟังไม่ค่อยจะจริงจังนัก แต่กลับทำให้หญิงสาวอีกคนนิ่งงันไปได้





ปานรีย์ขวับไปมองเขาแทบจะทันที พอดีกับที่ลิฟต์เคลื่อนมาถึงล็อบบี้ด้านล่าง จึงรีบก้าวเดินออกไปโดยไม่รอสามหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง ถ้าอยู่รอเขาก็เห็นนะสิว่าเธอหน้าแดงกับคำพูดของเขา 





พูดบ้าอะไรของเขา ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย





ปานรีย์สะบัดศีรษะไปมาจะผมดกดำสยายเต็มหลัง ก่อนจะสะดุ้งโยงเมื่อร่างสูงใหญ่ของคนที่พึ่งเดินหนีมาหยุดอยู่ข้างกาย มือหนาหมุนร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า





เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงๆ หรือว่าไม่สบาย





วางมือหนาลงที่หน้าผากมนเหมือนจะวัดอุณหภูมิร่างกาย เห็นเธอส่ายหัวไปมาเหมือนคนไม่สบาย





“...ไข้ก็ไม่มีนี่นาปานรีย์ยื่นตัวแข็งค้างไปครู่





“...ฉันไม่ได้เป็นอะไร รีบไปเถอะ ฉันจะสายแล้ว





หญิงสาวขื่นกายออกจากอ้อมแขนแกร่ง เดินไปเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งรอเขาด้านใน รัฐภูมิก็พอจะรู้สาเหตุของอาการนั้น แค่อยากจะแกล้งเธอเท่านั้น เห็นแก้มแดงๆ นั้นแล้ว เขาแทบจะอดใจไม่ไหว อยากจับมาหอมสักฟอดสองฟอดให้ชื่นใจ





ตลอดการเดินทางไม่มีการพูดคุยกันเลย จนรถแล่นเข้าจอดเทียบลงหน้าโรงแรมเคอาร์ คอร์ป ลูกน้องตัวโตก้าวลงไปรอเปิดประตูอย่างรู้หน้าที่ ปานรีย์รู้สึกประหม่าทำตัวไม่ถูกที่มีคนมาค่อยเปิดประตูให้ ปกติแล้วเธอจะขับรถเองมากกว่า เท้าเรียวแตะพื้นยังไม่ถึงนาที แสงแฟลตมากมายสาดรัวใส่เหมือนกับฟ้าผ่าทำเอาตาสวยพร่ามัวไปหมด





กลุ่มนักข่าวนับสิบคนต่างกรูเข้าถ่ายรูปและสัมภาษณ์หญิงสาวกันยกใหญ่ ปานรีย์ตกใจและงงงวยกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ





คุณปานรีย์ค่ะ ข่าวที่พวกคุณกำลังจะแต่งงานกันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมค่ะ





แล้วจะแต่งเมื่อไหร่ครับ แล้วจะแต่งที่ไหน





เมื่อคืนมีคนเห็นคุณไปนอนที่ห้องชุดของคุณรัฐภูมิจริงหรือเปล่าค่ะ





ช่วยตอบคำถามด้วยค่ะ...





รัฐภูมิรีบก้าวลงจากรถหรู เมื่อเห็นนักข่าวนับสิบกำลังรุมคนตัวเล็กของเขาอยู่ ร่างสูงแหวกเข้ากลางวง มือหนาโอบเอวบางรั้งเข้าหาตัว เอาตัวเองบังหญิงสาวจากนักข่าวหน้ามึนที่รุมทึ่งหญิงสาวอยู่ ปานรีย์เงยหน้าขึ้นมองคนที่เธอคิดว่าเขากลับไปแล้ว และไม่เข้าใจว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร





นิ่งไว้คนสวย เดี๋ยวผมจัดการเองเสียงทุ้มก้มลงกระซิบ





ปานรีย์พยักหน้ารับยืนเงียบรอฟังว่าเขาจะว่าอะไร ทุกอย่างไม่สามารถรอดพ้นสายตาของนักข่าวไปได้





ใครมีอะไรจะถาม เชิญครับ





เมื่อคืนพวกคุณไปค้างด้วยกันมาจริงหรือเปล่า





สิงห์หนุ่มตวัดดวงตาคู่คมมองไปยังคนถามเชิงเอาเรื่อง ทำเอานักข่าวหน้ามึนทั้งหลายถึงกับร้อนวูบวาบไปตามๆ กัน





บางคำถามก็ไม่ควรจะถามนะครับ อีกอย่างมันเป็นเรื่องส่วนตัว เข้าใจนะครับว่า ส่วน-ตัวชายหนุ่มเน้นประโยคสุดท้าย กางแขนปกป้องเกียรติให้ผู้หญิงในอ้อมแขนเต็มที่





แล้วข่าวที่ว่าพวกคุณกำลังจะแต่งงานกันนั้นล่ะค่ะจริงเปล่าค่ะ..





ปานรีย์เงยขึ้นจะปฏิเสธพลางส่ายหน้าดิก เตรียมจะหันไปตอบนักข่าว แต่คำตอบทั้งหมดต้องถูกพับเก็บเมื่อชายหนุ่มข้างกายพูดตัดหน้าขึ้นแทน


 


จริงครับ!" 


 


 


 


        แสดง 11 - 11
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 133383 คน
   › คะแนนโหวต 2611 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :