นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง [ชุด Men Of Lions] ขอรักรัฐภูมิ (Ebook + ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ สี่ 3







ตลอดการประชุมในช่วงบ่ายหญิงสาวไม่สมาธิอยู่กับงานเอาเสียเลย คำพูดและใบหน้าของผู้ชายบ้าอำนาจนั้นค่อยเข้ามาวนเวียนกวนใจในหัวเต็มไปหมด หงุดหงิดจนอยากหาที่ระบาย ความคิดกำลังตีรวนในหัวจึงไม่ทันได้ยินว่าที่ประชุมกำลังถามเธออยู่


“ท่านรอง คุณปานรีย์


“คะ ค่ะ” ปานรีย์สะดุ้งตื่นจากภวังค์ หันไปมองหน้าทุกคนในห้อง


“ไม่สบายหรือเปล่า ให้เลื่อนการประชุมก่อนดีไหมครับ” หนึ่งในผู้บริหารบอกด้วยความเป็นห่วง พอจะเข้าใจเธออยู่ว่าต้องรับผิดชอบหลายอย่างพร้อมกัน


“ไม่เป็นไรค่ะ ถึงตรงไหนแล้วค่ะ


รีบดึงสติของตัวเองกลับมา รวบรวมสมาธิให้จดจ่อกับงานตรงหน้าให้ได้มากที่สุด แต่ยังมิวายมีเขาเข้ามาวนเวียนกวนใจอยู่ กว่าจะประชุมเสร็จเธอก็ถึงกับหมดเรี่ยวแรง เดินมาถึงห้องทำงานก็หันไปสั่งเลขาเสียงเนือย


“สรุปการประชุมในวันนี้ให้ปานด้วยนะค่ะ แล้วก็ขอชาแก้วหนึ่งด้วย”


“ได้ค่ะ จะรับยาแก้ปวดสักเม็ดด้วยไหมค่ะพี่จะไปเอาให้ สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย” นวลทิพย์เอ่ยด้วยความเป็นห่วง สีหน้าของหญิงสาวดูไม่ค่อยดี เธอสักเกตเห็นตั้งแต่ตอนเริ่มประชุมแล้ว


“ไม่ล่ะค่ะ พักสักหน่อยก็คงดีขึ้น” ร่างบางผละเดินเข้าห้องไปด้วยท่าทางอ่อนเพลีย เจอปัญหารุมเร้าหลายทาง ผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอก็ไม่อาจจะทนได้


“เอ่อคุณปาน จะบอกว่ามีคนรออยู่ในห้อง” เลขาสาวใหญ่ไหวไหล่เล็กน้อย แล้วเดินไปชงชาเขียวน้ำผึ้งมะนาวให้นายสาว


ร่างของรองประธานเคอาร์ คอร์ป เดินโซเซเข้ามาในห้อง ล้มตัวลงนอนที่โซฟาตัวยาวอย่างอ่อนแรง ดวงตากลมเรียวหลับพริ้ม เธอเหนื่อยเอามากๆ เหนื่อยจนอยากนอนให้ลืมวันเวลาไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด จึงไม่ทันสังเกตว่ามีใครอีกคนนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเธอมานานร่วมชั่วโมง


ร่างสูงเตรียมจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาหญิงสาวก็ต้องหยุดลง แล้วนั่งลงที่เดิมแล้วหมุนก้าวอี้หันกลับ เมื่อเห็นว่าประตูห้องทำงานถูกผลักเข้ามาด้วยแรงที่ไม่เบานัก


ปราบเดินเข้ามาใบหน้าบอกบุญไม่รับ โยนซองกระดาษสีขาวลงตรงหน้าคนเป็นน้องสาวด้วยความเดือดดาล


“นี่มันหมายความว่ายังไงยัยปาน!” ปานรีย์พยุงตัวเองขึ้นนั่ง เงยหน้ามองไปที่พี่ชาย แล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างเหลืออด


ก็อย่างที่เห็นนั้นแหละค่ะ เหตุผลคงต้องไม่ถาม เพราะพี่น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว” ร่างสูงก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับน้องสาว


ดวงหน้าหวานอิดโรยเต็มที ดวงตาเตรียมจะปิดอยู่รอมร่อ หญิงสาวพยายามควบคุมสติคุยกับพี่ชายจอมหาเรื่อง คราวก่อนยังไม่คิดจะรับผิดชอบ คราวนี้จะมาเรียกร้อง บริษัทต้องเกิดเรื่องวุ่นวายก็มาจากเขาคนเดียว


“แกไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้” ปราบตวาดเสียงกร้าว เขาไม่มีวันยอมเด็ดขาด


“มีหรือไม่มี พี่ก็หมดหน้าที่ที่นี่แล้ว เชิญกลับไปได้แล้วค่ะ” ปานรีย์สวนกลับทันควัน เธอเหนื่อยจนแทบจะยืนต่อไม่ไหวอยู่แล้ว มือบางยึดขอบพนักพิงของโซฟาเอาไว้แน่นมากขึ้นกว่าเดิม


“ไม่! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด จะปลดกันง่ายๆได้ยังไง ฉันไม่ยอมหรอก!” ปราบไม่ยอมรับกับมติบ้าบอที่เขาไม่รับรู้ด้วย


“พี่คงจะลืมอะไรไปอย่าง” ปานรีย์ก้าวไปเผชิญหน้ากับพี่ชาย ยิ้มหยันปรากฏบนใบหน้า รู้สึกสมเพชซึ่งมันก็รวมทั้งตัวเธอด้วย ต้องมารับเคราะห์สิ่งที่ไม่ได้ก่อ


“เรื่องอะไร ฉันไปทำอะไร” ปราบถามหน้าตาย นัยน์ตาไหววูบก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เขารู้อยู่แก่ใจว่าน้องสาวกำลังหมายถึงเรื่องอะไร


“เคนอิจิ มิคารุ! ชื่อนี้คงจะยังไม่ลืมหรอกนะค่ะ”


ชื่อคู่ค้าหนุ่มคนสำคัญที่เอ่ยออกจากปากน้องสาว ทำให้คนเป็นพี่ชายสะดุ้งเล็กน้อย เขาคิดจะส่งตัวเธอให้ไปเป็นนางบำเรอ แลกกับเงินก้อนโตที่เขาจะเอาไปต่อทุนที่ฮ่องกง แต่ความฝันของเขาต้องทะลายลงไม่เป็นท่า


มันเป็นครั้งแรกที่ปานรีย์โกรธแทบยั้งตัวเองไม่อยู่ตอนที่รู้เรื่อง ที่ผ่านมาเธอให้เกียรติเขาด้วยความที่เขาเป็นพี่ แต่ไม่เลยสักครั้งที่เขาจะเห็นเธอเป็นน้อง ถ้าเห็นสักนิดก็คงไม่คิดพิเรนทร์ยกเธอให้กับไอ้บ้ากามเคนอิจิเพียงเพื่อผลประโยคแค่หยิบมือเดียว


“แล้วยังไง เรื่องแค่นะหรือที่แกสั่งให้ที่ประชุมปลดฉัน” ปราบหน้าเจื่อนไป ถึงกับพูดอะไรไม่ออก หลบสายตาน้องสาวเสมองไปทางอื่น แต่ก็แค่ชั่วครู่ก่อนจะหายไปแล้วกลับมาเป็นปกติ แสดงสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาแทน


“พี่พูดว่าเรื่องแค่นี้หรือ” มองหน้าพี่ชายอย่างผิดหวัง


“พี่รู้ไหมสิ่งที่พี่ทำมันส่งผลยังไงกับบริษัท โปรเจคทั้งหมดถูกยกเลิก ลูกค้าที่พักในโรงแรมเช็คเอ้าท์เกือบหมด เราแทบจะรับมือกันไม่ไหว แล้วพี่ทำอะไรบ้าง ไม่มีเลย ...สมควรแล้วที่โดนปลด!


ปานรีย์ต่อว่าพี่ชายรุนแรง ความอดทนอดกลั้นที่มีขาดสะบั้นลง จากนี้ไปก็ต่างคนต่างอยู่ อย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันอีกเธอเหนื่อยมามากเกินกว่าที่จะมารับผิดชอบแทนแล้ว


เพี้ย!


ใบหน้านวลหันไปตามแรงตบที่ไม่เบานัก ปานรีย์รู้สึกเค็มปะแล่มในปากซึ่งไม่ต้องเดา เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาที่ริมฝีปากบางให้เห็นทันทีเช่นกัน มือบางยกขึ้นเช็ดมันออกอย่างไม่ใส่ใจนัก จ้องมองหน้าพี่ชายนิ่ง


“ยัยปาน!  ฉันเป็นพี่นะ แกไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันแบบนี้” ปราบเรียกชื่อน้องสาวเข้มห้วน แม้จะไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ความรู้สึกผิดในใจก็ยังมีแต่ความถือดีและทิฐิในตัวอยู่จึงไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้ก่อไว้ มือบางกุมข้างแก้มหันมามองหน้าพี่ชายอย่างผิดหวัง


“พี่หรือ หึ คนเป็นพี่เขาขายน้องสาวกันเหมือนพี่ไหมค่ะ!” ปราบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกน้องสาวย้อน


“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อความอยู่รอดของพวกเราทุกคน”


“ของทุกคนรึ มันของพี่คนเดียวมากกว่า เลิกดึงเอาคนโน้นคนนี้มาเกี่ยวด้วยเลย แล้วก็เลิกพูดให้ตัวเองดูดีเสียที  มันน่าสมเพช” น้ำเสียงเย็นเฉียบ สั่นเครือเล็กน้อย ส่งไปให้พี่ชายอย่างสุดจะทนอีกต่อไป


“ยัยปาน!


ฝ่ามือกว้างยกขึ้นจะฟาดเข้าใบหน้านวลให้สมกับความโกรธอีกครั้ง


มือหนาของใครอีกคนที่ยึดเอาไว้ ปราบหันไปมองด้วยความโกรธเกรี้ยวว่าใครกันที่กล้าเข้ามาห้าม ใบหน้าคมซีดเผือกเมื่อเห็นว่าเป็นใคร


“อย่าได้แตะต้องเธออีก! คุณไม่มีสิทธิ์ ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว และอย่ากลับมาที่นี่อีก ไป!


น้ำเสียงทรงอำนาจ ส่งสายตาคมดุจ้องพี่ชายเห็นแกตัวของหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง เขาทนฟังและเห็นแม่ทูนหัวของเขาโดนทำร้ายต่อไปไม่ได้ จนต้องลุกขึ้นมาปกป้อง


ปราบถอยหลังไปสองสามก้าว เห็นหน้าคนที่เข้ามาขวางชัดๆ ถึงกลับตกใจ ไม่คิดว่าเขาอยู่ที่นี่ด้วย งั้นแสดงว่าที่น้องสาวบอกจะแต่งงานกันเขาก็เป็นเรื่องจริง ร่างสูงของอดีตประธานเคอาร์ คอร์ป ถอยลนไป แล้วหันหลังก้าวยาวออกจากห้องทำงานของน้องสาวไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังมิวายหันมามองคนทั้งสองด้วยความเครียดแค้น


“กูไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าใครหน้าไหนมันจะได้เลย!


 


“คุณโอเคใช่ไหม”


รัฐภูมิกวาดสายตามองสำรวจร่างบางตรงหน้า แต่ก็ได้คำตอบเป็นการส่ายหน้ากลับมาแทน ปานรีย์ทรุดนั่งลงที่โซฟาตัวเดิมอย่างหมดแรง เธอเหนื่อยเหลือเกิน ไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้ว


“อยากดื่มอะไรหน่อยไหม”


“คุณกลับไปก่อนเถอะ ถ้ามีเรื่องอะไรก็ฝากไว้กับเลขาฉันก็แล้วกัน” บอกน้ำเสียงเนือยๆ มือบางยกขึ้นปิดหน้า ไม่อยากรับรู้เรื่องอะไรอีก เธออยากจะหายไปจากนั้นด้วยซ้ำถ้าทำได้


“แต่


“ฉันขอร้อง ฉันอยากอยู่คนเดียวจริงๆ” ส่งน้ำเสียงและแววตาขอร้องไปให้เขา เธอแทบจะอดกลั่นต่อไปไม่ไหว เธอไม่ต้องการให้เขาเห็นว่าเธอกำลังร้อง ไม่ต้องการเลย...


“ก็ได้ ไว้ผมจะโทรหา” รัฐภูมิมองดูหญิงสาวครู่หนึ่ง แล้วผละเดินเลี่ยงออกจากห้องทำงานใหญ่ไปตามที่หญิงสาวต้องการ แม้จะยังเป็นห่วงอยู่มากก็ตาม


ปานรีย์ยกมือบางขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั่น หมดเรี่ยวแรงจะอดกลั่นต่อไป เธอไม่รู้จะจัดการยังไงกับพี่ชายคนนี้ดี สร้างเรื่องให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน คราวนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ทำเอาบริษัทป่วนกันไปหมด น้ำตาที่พยายามกลั่นมันเอาไว้พลั่งพรูออกมาเป็นสายราวเขื่อนแตก


 


ร่างโปร่งของรองประธานสาวที่ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ แม้ว่าร่างกายจะยังเพลียอยู่บ้างจากปัญหามากมายที่เกิดขึ้นหลายวันก่อนทำให้เธอไม่อาจจะข่มตาลงได้ และอีกเรื่องที่กังวลมากพอกัน คือ


ข้อเสนอ


ของ รัฐภูมิ ฟรานเซส ทั้งที่เธอพึ่งได้เจอเขาไม่กี่ครั้ง แต่ทำไมความรู้สึกเหมือนรู้จักกันมานานแสนนาน และคำถามนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวให้คิดถึงแต่ใบหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา


นมแจ่มเดินออกมาเห็นนายสาวที่แต่งตัวจะออกไปทำงาน ทั้งที่วันนี้ก็เป็นวันหยุด และเข้าใจเหตุผลในเวลาต่อมา พลางส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจออกมายืดยาว รู้สึกสงสารและเห็นใจไม่น้อยนายสาวไม่น้อย ตัวก็มีอยู่แค่นี้ แต่ต้องมาแบกรับภาระอันหนักอึ้งของครอบครัวเอาไว้บนบ่า


“พักบ้างเถอะค่ะคุณหนู เดี๋ยวร่างกายได้ล้มป่วยกันพอดี”


“ยังพักไม่ได้หรอกค่ะช่วงนี้บริษัทเกิดเรื่องยุ่งวุ่นวายเป็นพันอย่าง ปัญหาหยิบย่อยอีกเป็นร้อย ถ้าขื่นมัวมานั่งพักอยู่บ้านเฉยๆ งานก็คงไม่เดินไปไหน แล้วอีกอย่าง ปานก็อยากจะจัดการทุกอย่างให้มันจบเร็วๆ เสียที” มันเป็นไปตามความจริงที่เราๆ เห็นกันอยู่ทุกวัน


“โถ คุณหนูของนม” แม่นมแจ่มมองตามด้วยความสงสารจับใจ


“อย่าห่วงเลยค่ะ ปานจัดการได้ และจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดด้วย ดีไหมค่ะ” ปานรีย์บอก


“ถึงอย่านั้นก็เถอะค่ะ นมก็ยังห่วงอยู่ดี ...แล้ววันนี้จะรับเป็นอะไรดีค่ะ นมจะได้เตรียมให้”


“ไม่ดีกว่าค่ะ สายมากแล้ว เย็นนี้ปานอาจจะกลับดึกหน่อยนะคะ นมไม่ต้องรอนะค่ะ” ปานรีย์บอกเห็นว่าแม่นมแจ่มยกชามาให้


“ได้ค่ะ ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ นมเป็นห่วง” แม่นมแจ่มอดเป็นห่วงนายสาวไม่ได้ นางรู้สึกใจไม่ดีแปลกตั้งแต่เช้าแล้ว


“รับทราบค่ะ ไปนะคะ” ยื่นหน้าไปหอมแก้มหย่อนคล้อย ก้าวเดินไปขึ้นรถยนต์คู่ใจที่จอดรออยู่ด้านหน้าประตูบ้าน


แม่นมแจ่มจึงได้แค่เพียงมองตามหลังคุณหนูของนางไป แต่ไหนแต่ไรก็ถูกผู้เป็นพี่ชายเอาเปรียบอยู่ตลอด ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ น้ำตาของผู้เป็นน้องสาวจึงถือว่าเป็นกำไรชีวิตที่หอมหวาน และคนเป็นน้องสาวก็ยอมพี่ชายแกล้งตลอดมา ออกรับและแก้ไขแทนทุกอย่าง ไม่มีปริปากบ่นสักคำและที่หญิงสาวเป็นแบบนั้นนางรู้ดีว่าไม่ต้องการให้คนรอบข้างต้องไม่สบายใจไปด้วยนั้นเอง


“จะเก็บความรู้สึกไปถึงไหนค่ะคุณหนู” รำพึงกับตัวเองและอดเป็นห่วงไม่ได้


“สงสารคุณปานนะป้า ถ้าเป็นหนูนะไม่ทนแล้ว”


สาวใช้วัยรุ่นเดินเข้ามาได้ยินคนเป็นป้าพูดพอดี ถึงแม้ว่าหล่อนจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็มีความผิดชอบชั่วดี ไม่คิดรังแกคนที่อ่อนแอกว่าเหมือนกับพี่ชายของนายสาว คนนั่นก็เหลือเกินจริงๆ ไม่สงสารน้องสาวตัวเองบ้างเลยหรือยังไง


“ไม่ใช่เรื่องของเรา ไปทำงานได้แล้วไป”


แม่นมแจ่มตำหนิหลานสาวที่มาสอดรู้เรื่องของเจ้านาย มือเหี่ยวตีแขนเรียวเล็กอย่างหมั่นไส้กับความแก่แดดของสาวเจ้าพลางไล่ให้ไปทำงานที่ค้างอยู่ต่อ


“โอ้ยป้า ก็มันจริงนี่จ้ะ คุณปานต้องมาทำงานงกๆหาเงินเข้าบ้าน แต่ดูคุณปราบสิ กลับเอาเงินไปละลายในบ่อนหมด”


“มันไม่ใช่เรื่องของเอ็ง ไปทำงานของตัวเองเลยไป ยังไม่ไปอีก...”


ฝ่ามือบางที่เริ่มเหี่ยวย่นยกขึ้นจะตีอีกรอบ หลานสาวตัวดีก็วิ่งแจ้นหายเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว แต่มันก็จริงอย่างที่หลานสาวพูดทุกอย่าง


 






        แสดง 13 - 13
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00    วันที่อัพเดท :   16 ม.ค. 2561 20:55    › จำนวนผู้เข้าชม 122578 คน
   › คะแนนโหวต 2242 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :