นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน บทนำ




เพราะความเข้าใจผิด ก่อเกิดเรื่องวุ่นวาย

ทำให้ผู้หญิงอันเป็นที่รักบินหนี แต่กว่าจะรู้ตัว เธอก็หายไปเสียแล้ว!

 


เคทีโมเดลลิ่ง ประเทศไทย

บรรดานางแบบหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่มารวมตัวกันให้ห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานอันเป็นที่ตั้งบริษัทโมเดลลิ่งแนวหน้าของประเทศ เป็นสถานที่ที่ปั้นนางแบบระดับเอเชียมาแล้วหลายต่อหลายคน หญิงในร่างชายของ ลูซี่ หรือ เจ้ลูซี่ ตะโกนแข่งกับเสียงของเหล่าบรรดานางแบบในสังกัดของตัวเอง เมื่อถึงเวลาที่เธอต้องแจ้งข่าวดีในรอบห้าปีก็เห็นจะได้

“เงียบก่อนสาวๆ ...ที่พี่เรียกพวกเรามาในวันนี้ พี่มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบจ้ะ”

“เรื่องอะไรหรือค่ะ” หนึ่งในนางถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ทางบริษัทจะคัดเลือกนางแบบยี่สิบคน ส่งเข้าไปร่วมคัดเลือกเดินแบบเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่ชุดพิเศษของบริษัทฟรานเซสจิวเวลรี่ ในอีกสองอาทิตย์ที่จะถึงนี้”

นางแบบทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้นดีใจกันถ้วนหน้า ผู้จัดการร่างยักษ์จึงเปิดแฟ้มรายชื่อที่ทางบริษัทได้คัดเลือกไว้แล้ว ก่อนจะเริ่มอ่านรายชื่อนางแบบ

“คนที่จะมีรายชื่อต่อไปนี้ก็คือคนที่ได้เป็นตัวแทนของบริษัท คนแรก เหมี่ยว ตีย่า ฝ้ายและนุช

นุชนารี วายาไทย ดีใจจนพูดอะไรไม่ออก ความฝันของเธอใกล้เข้าไปอีกขั้นแล้ว ถ้าเธอได้ผ่านการคัดเลือกจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ฟรานเซสจิวเวลรี่ เธอก็จะมีเงินไปใช้หนี้ก้อนสุดท้ายได้สำเร็จ และก็ไม่ต้องทนอยู่ให้แม่เลี้ยงใจร้ายโขกสับอีกต่อไป เพราะที่ผ่านมากว่าสิบปีที่เธอต้องอยู่ที่นี่ก็เหมือนอยู่ในกรงขังที่หาทางออกไม่เจออยู่แล้ว เธอยอมมามากพอแล้ว มันถึงเวลาเสียที เวลาที่เธอจะโผล่บินออกจากกรงขังนี้เสียที

เมวารี เขตกุล และ นัฐชยา กวม ก้าวเดินเข้าแสดงความยินดีกับเพื่อนรักที่ได้รับคัดเลือก ซึ่งพวกเธอเองก็ได้รับโอกาสที่ดีนั่นด้วยเช่นกัน มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝัน เพราะพวกเธอก็พึ่งได้เข้ามาเป็นนางแบบที่นี่ได้ไม่นาน อีกอย่างคือถ้าไม่ได้นุชนารีช่วยแนะนำให้มาเป็นนางแบบก็คงไม่ได้ลืมตาอ้างปากอย่างทุกวันนี้

“ฉันดีใจมาเลยแก ไม่คิดว่าเราสามคนจะผ่านการคัดเลือกด้วย…”

“แบบนี้มันต้องฉลองกันหน่อย ไปกันเลยดีกว่า พี่เปรี้ยวปากจะแย่อยู่แล้ว” สามสาวกอดคอเดินออกจากบริษัทไปด้วยความดีใจ

ร่างสูงโปร่งของ ตีระยา มองตามแผ่นหลังบอบบางของสามสาวไปด้วยความ อิจฉาริษยา เกียจชังแทบอยากจะเข้าไปจิกหัวมาตบให้รู้แล้วรู้รอดไป

 


บริษัทฟรานเซสจิวเวลรี่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ผู้จัดการสาวในร่างชายเดินส่ายบั้นท้ายงอนอ้อนแอ้นนำนางแบบในสังกัดที่ผ่านการคัดตัวของบริษัท เดินทางข้ามทวีปสู่อาณาจักรฟรานเซสจิวเวลรี่ คลังเพชรที่เรียกได้ว่าใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก และเป็นบริษัทที่ได้รับการโหวตจากทั่วโลกสู่สุดให้เป็น ‘Diamond Of The Word’ ก้าวแรกที่ทุกคนย่างกายเข้ามาภายในอาณาจักรของเจ้าพ่อจิวเวลรี่ต่างตกตะลึงตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่พวกเธอเห็นตรงหน้า

ล้อบบี้อันกว้างขวางที่ประดับประดาไปด้วยคริสตอลนับล้านเม็ด และยังมีอัญมณีแฟนซีประดับประดาแซมลงไปด้วย ช่างเป็นสิ่งที่หรูหราและลงตัวได้อย่างงดงามเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนของตัวอาคารก็ระยิบระยับเหมือนเดินอยู่บนพื้นน้ำ เหมือนมีแสงอาทิตย์ส่องมากระทบแตกเป็นสีต่างๆ ล่อตาจนพร่ามัวไปหมด ซึ่งมันก็เป็นสวรรค์ของคนมีเงิน ของคนที่มีพร้อมทุกอย่าง ขอมีเพียงแค่สั่งมาเท่านั้น ความต้องการทุกอย่างของพวกเขาก็จะมากองอยู่ตรงอย่าง เหมือนเสกได้ยังอย่างนั้น

พนักงานสาวสวยที่มายืนคอยต้อนรับแขกจากทั่วทุกมุมโลกที่มาเข้าร่วมการคัดเลือกของบริษัท ซึ่งก็มีนางแบบเดินทางมาร่วมคัดเลือกในครั้งนี้เยอะจนล้นออกมาถึงทางเดินด้านนอก แล้วยังมีดาราเซเลปคนดังก็ไม่พลาดที่จะตบเท้าเข้าร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน จนทำให้ห้องบอลรูมขนาดใหญ่แคบลงไปถนัดตา

“เชิญทางนี้ค่ะ นี่เป็นหมายเลขของนางแบบ งานจะเริ่มในอีกสิบนาที ให้นางแบบไปเตรียมตัวทางด้านหลังเวทีไว้ด้วยนะคะ”

ทีมงานยื่นหมายเลขให้พร้อมกับบอกตำแหน่งและคิวที่ต้องขึ้น พลางเดินนำเหล่าบรรดานางแบบมาส่งเข้าประจำที่ตามที่ได้ตักเตรียมกันไว้ก่อนหน้านี้

 

เสียงกรีดร้องดังอื้ออึงไปทั่วห้องบอลรูมขนาดใหญ่ เหล่าบรรดานางแบบที่ยืนออกันอยู่ทางด้านนอกต่างวิ่งกรูเข้ามา ร่างสูงใหญ่ของ รัฐภาม ฟรานเซส ประธานหนุ่มฟรานเซสจิวเวลรี่ แต่งตัวเนียบทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่หัวจรดเท้า เรื่องรสนิยมก็ดูจะดีเกินสามัญชนคนธรรมดาไปสักหน่อย

กลม ยาว เพรียว

อะๆ อย่าพึ่งคิดไปไกลค่ะ

กลม ที่ว่าถึงนี่ก็คือ ...ใบหน้า... นางแบบที่เขาเลือกต้องมีรูปหน้าที่กลมเรียว เพราะเวลาแต่งออกมาแล้วจะได้ดูให้ความรู้สึกว่าแต่งให้คน ไม่ใช่ศพเดินได้

ยาว ที่ว่านี่ก็คือ ...เส้นผม... ที่ยาวสลวยเป็นธรรมชาติ และถ้าเป็นสีดำสนิทแล้วละก็ คือมันใช่ที่สุดแล้วนาทีนี้

เพียว ที่ว่านั้นก็คือ ...สัดส่วน... เรื่องหุ่นนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการเป็นนางแบบ แต่นางแบบของฟรานเซสจิวเวลรี่จะมีความต่างจากที่อื่น เพราะนางแบบทุกคนจะเป็นกลุ่มสาวที่มีรูปร่างมีเนื้อหนังมากกว่านางแบบทั่วไปที่ผอมจนเนื้อติดกระดูก ไม่ยอมกินอะไรเลยเพราะมัวแต่กลัวอยู่คำเดียว อ้วน นั้นเป็นคติที่พนักงานทุกคนแทบจะท่องขึ้นใจมากกว่าจำวันเกิดของแฟนตัวเองเสียอีก เพราะถ้าเจ้านายเห็นพวกเธออาจจะไม่ได้เดินต่อไป

ด้วยรูปร่างส่วนสูงกว่าร้อยแปดสิบเจ็ดเซนต์ การที่ดูแลตัวเองและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงทำให้เขามีรูปร่างที่สาวๆ หลายคนต่างเก็บไปเพ้อฝันกันแทบจะทุกคืน แม้ว่าไม่เคยได้ย่างกายขึ้นเตียงกับเขาสักครั้ง บุคลิกที่น่าประทับใจที่สุดของสิงห์หนุ่มตัวที่สามก็คือ การวางตัวและมีบุคลิกที่ดี ทั้งการเดิน การนั่ง หรือแม้แต่การพูดจาที่ไม่รีบเร่งและไม่เชื่องช้าจนเกินพอดีไปนั้น จึงเป็นเสน่ห์ที่ยากจะมีคนเลียนแบบได้

ร่วมไปถึงรอยยิ้มน้อยที่มุมปากแต่จริงใจ อาจจะเพราะเขาเป็นคนยิ้มยาก แต่นั้นก็ทำให้สาวค่อนโลกแทบละลายกลายเป็นขี้ผึ้งเพียงชั่วพริบตา ความรอบรู้หลากหลายของเขา มีธุรกิจภายใต้การดูแลอีกมากมายและแน่นอนเรื่องธุรกิจ การจัดการคนเขาย่อมรู้ดี

การดูแลฟรานเซสจิวเวลรี่ที่มีมูลค่ามหาศาลนั้น เขาทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นนักออกแบบและจัดการตัวยง และเขาทำได้ดีไม่แพ้พี่น้องทุกคนและเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงโหยหาจากผู้ชายมากที่สุด โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ที่ผู้ชายหลายคนหลงลืมไป หรือเผลอเข้าใจว่าเราอยู่ในโลกที่ชายหญิงเท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ ชายหญิงจะเท่าเทียมกัน แต่สิ่งที่ทำให้สิงห์หนุ่มเห็นแตกต่างและโดดเด่นเหนือผู้ชายอีกหลายคนก็คือ

ความเป็นสุภาพบุรุษ

บริษัทฟรานเซสจิวเวลรี่ส่งข่าวให้ทุกประเทศที่มีความต้องการจะส่งนางแบบเข้าร่วมคัดเลือกเป็นยี่สิบคนสุดท้ายในการแสดงเครื่องเพชรชุดพิเศษที่ใหญ่ที่สุดและแพงที่สุดจากทั้งหมดที่เคยจัดมา ซึ่งจะมีขึ้นในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้านี้ และที่พิเศษสุดทุกรายละเอียดของเครื่องเพชรทุกชุด

ท่านประธานหนุ่มเป็นคนออกแบบและลงมือคุมทุกส่วนด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าใครที่ได้ไปครอบครองก็ไม่ต่างกับได้ตัวแทนของรัฐภามไปนอนกอด

“เชิญนางแบบทุกคนเตรียมตัวด้านหลังเวทีค่ะ…” เสียงทีมงานประกาศเรียกเหล่านางแบบทุกสังกัดดังแว่วมา เวลาที่ทุกคนรอค่อยก็ได้เริ่มขึ้นเสียที

“แกฉันตื่นเต้น มือเท้าเย็นไปหมดแล้ว ฉันกลัวสะดุดเท้าตัวเองล้มเหมือนคราวที่แล้ว” นัฐชยากระวนกระวายใจ ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ ซึ่งหญิงสาวได้ขึ้นเป็นคนที่สามด้วยแล้วส่วนของเมวารีได้เลขยี่สิบเก้า และของนุชนารีได้หมายเลขสี่สิบห้า เพื่อจะได้ยุติธรรมแกทุกฝ่าย

“แกตั้งสติก่อน ใจเย็นๆ หายใจเข้า ผ่อนออกมา อย่างนั้น ดีมาก เป็นไง รู้สึกดีขึ้นไหม”

นุชนารีช่วยเพื่อนรักคลายความตื่นเต้น ซึ่งดูแล้วจะไม่ค่อยจะได้ผลนัก เมื่อเพื่อนส่ายหน้าดิกกลับมาให้ สีหน้าของเพื่อนรักยังไม่ดี ฉายแววตื่นเต้นจนเก็บไว้ไม่อยู่

“พี่เชื่อว่าเธอทำได้... สู้ๆ” เมวารีกุมมือนางแบบรุ่นน้องที่เธอรักเหมือนน้องแท้ๆเมื่อทีมงานประกาศหมายเลขของเพื่อนดังขึ้น

“นัฐมันจะทำได้ดีใช่ไหมพี่วารี”

นุชนารีอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่มีงานแสดงโชว์ใหญ่ๆ มักจะเป็นเช่นนี้อยู่ตลอดเลยก็ว่าได้ แม้จะผ่านมาหลายเวทีแล้วก็ตาม

นัฐชยาเดินเสร็จก็เดินหน้าเศร้าเข้าไปนั่งที่มุมห้อง ถึงเธอจะไม่ได้พลาด แต่ก็พอจะรู้ตัวว่าทำได้ไม่ดีพอ ลืมจังหวะการเดินกลางเวทีเสียอย่างนั้น งานนี้เธอคงพลาดที่จะเดินบนเวทีของฟรานเซสจิวเวลรี่อีกตามเคย

ทั้งหมดจึงเริ่มเดินให้กับคณะกรรมการและประธานหนุ่มสุดหล่อเริ่มขึ้น นางแบบจากทุกชาติ ทุกบริษัทต่างโชว์ความสามารถของตัวเองเต็มที่ แต่ก็ยังมีคนพลาดอย่างที่ไม่น่าจะพลาด เมื่อแม่คุณเล่นขยิบตาให้กับท่านประธานหนุ่มเข้า ใบสมัครใบนั้นถูกกากระบาทแล้วโยนลงตะกร้าไปอย่างไม่ใส่ใจอีกเลย

 

ประธานหนุ่มและคณะกรรมการได้ประชุมและตัดสินเลือกคนที่เหมาะสมตามที่ต้องการ และวินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อหนึ่งในคณะกรรมการเดินนำรายชื่อนางแบบที่ผ่านการเลือกจากฟรานเซสจิวเวลรี่เดินเข้ามายืนด้านหน้าเหล่านางแบบทุกคน

“หมายเลขที่จะประกาศต่อไปนี้คือผู้ที่รับเลือก หมายเลขสอง ห้ายี่สิบห้า และสี่สิบห้า”

สิ้นเสียงการประกาศผล นางแบบทุกคนต่างเข้าแสดงความยินดีกับเพื่อนที่ผ่านการคัดตัวเดินแบบครั้งนี้ และหนึ่งในนั้นก็รวมทั้งนุชนารีด้วย แต่น่าเสียดายที่เพื่อนรักอย่างนัฐชยาไม่ผ่านการตัดตัวในครั้งนี้

“ดีใจทั้งสองคนด้วยนะ

“แกโอเคนะ” นุชนารีอดเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนรักไม่ได้ เห็นใบหน้านวลเศร้า เธอก็เป็นกังวลใจขึ้นมา

“อยู่แล้ว ดีเสียอีกที่ไม่ได้ไป จะได้ไม่ต้องไปขายหน้าบนเวทีใหญ่ ถ้าเป็นอย่างนั้นนะ ฉันคงลาออกจากการเป็นนางแบบตลอดชีวิต” นัฐชยาบอกน้ำเสียงติดตลก โอบกอดบุคคลที่เธอรักทั้งสองคน

“เอาเป็นว่าวันนี้ฉันเลี้ยงเอง อยากกินอะไร” โชว์ป๋าอาสาเลี้ยงอาหารพี่สาวและเพื่อนรัก

“พูดจริง?” นุชนารียื่นหน้าเข้าไปหา ดวงตาพราวไปด้วยรอยยิ้ม

“จริงสิ หรือว่าไม่กิน โอเคก็ได้ ไปกินคนเดียวก็ได้...” 

ร่างสูงโปร่งบอบบางของนัฐชยาหันหลังจะเดินหนีด้วยท่าทีงอนๆ เมื่อถูกสองสาวมองอย่างไม่เชื่อว่าเธอจะเป็นคนเลี้ยงข้าว

“โอ... กินจ้ะกิน งั้นเจอกันที่ล้อบบี้ข้างล่างตอนทุ่มหนึ่ง โอเค” 

พี่ใหญ่สุดอย่างเมวารีกล่าวสรุป จากนั้นจึงแยกย้ายกลับห้อง เมื่อผู้จัดการร่างยักษ์แจ้งรายละเอียดของโปรแกรมของพรุ่งนี้เรียบร้อย


 

        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  13 ก.พ. 2559 13:13    วันที่อัพเดท :   4 เม.ย. 2561 19:11    › จำนวนผู้เข้าชม 53716 คน
   › คะแนนโหวต 1741 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :