นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง [ชุด Men Of Lions] ขอรักรัฐภูมิ (Ebook + ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ เจ็ด 1









ขอรักครั้งที่ เจ็ด

 

รถคันใหญ่แล่นปาดเข้ามาจอดลงหน้าห้องฉุกเฉิน หมอและพยาบาลต่างวิ่งกรูเข้ารับตัวคนไข้วีไอพีลงจากรถ เข็นร่างสูงเข้าไปด้านในเป็นการด่วน ปานรีย์ยืนกุมมือตัวเองแน่นเดินวนไปวนมาหน้าห้องอย่างกระวนกระวายใจ เป็นห่วงคนที่อยู่ด้านใน


คู่หูคู่โหดอดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้ พวกเขาคอยบอกให้นั่งพักก็ก่อนก็ไม่ยอม ทั้งที่พึ่งเจอเรื่องวุ่นวายมาแท้ๆ เมื่อทนดูอีกต่อไปไม่ไหว มาร์ตินเดินเข้ามาบอกให้หญิงสาวเธอนั่งพักก่อน


“คุณปานรีย์ไปพักก่อนดีกว่านะครับ คุณรอฟถึงมือหมอแล้ว ทุกอย่างต้องเรียบร้อย”


“ฉันขออยู่ตรงนี้จนแน่ใจว่าเขาปลอดภัยเถอะนะคะ”


ปานรีย์ยืนยันเสียงแข็งที่จะอยู่ตรงนี้ เมื่อเธอขอร้องมาแบบนี้พวกเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน


“ถ้าอย่างนั้นก็นั่งพักก่อนดีกว่าครับ คุณหน้าซีดมาก ถ้าเป็นอะไรไปอีกคน เจ้านายคงเล่นงานพวกผมเละแน่ที่ไม่ดูแลคุณให้ดี” ไรอันบอกอย่างลำบากใจ


ก็ได้ค่ะ”


ปานรีย์ยอมทำตามที่ลูกน้องของเขาขอ แต่เธอก็นั่งลงได้ไม่ถึงห้านาทีก็ลุกขึ้นเดินอีกครั้ง ทำเอาสองหนุ่มต้องถอนหายใจออกมา รู้สึกหนักใจและเป็นกังวลกับความดื้อรั้นของสาวเจ้า


เวลาล่วงเข้าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีวี่แววจะมีใครออกมาส่งข่าวปานรีย์กระวนกระวายใจหนักขึ้น มือบางกุมเข้าหากันแน่น ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกพร้อมร่างของหมอวัยกลางคน หญิงสาวและคู่หูคู่โหดจึงรีบก้าวเดินเข้าถามอาการของชายหนุ่ม


“คุณรอฟ/เขาเป็นอย่างไงบ้างค่ะ”


“ปลอดภัยแล้วครับ ดีที่ไม่โดนจุดสำคัญอะไร อีกสักครู่พยาบาลจะพาไปที่ห้องพักฟื้น


ทั้งหมดแทบจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน โล่งอกที่เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก ปานรีย์เกิดมีความรู้สึกว่าพื้นตรงหน้าไหวโคล่งเคล่งอย่างบอกไม่ถูก สายตาพร่ามัว แล้วทุกอย่างรอบตัวก็มืดสนิทลง ร่างบางทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นไม่บอกกล่าว ไรอันผวาเข้าไปรับแต่ไม่ทัน


“คุณปานรีย์! คุณพยาบาลช่วยด้วยครับ”


ไรอันร้องเรียกนางพยาบาลสาวเสียงดังลั่น เมื่อเห็นว่าเธอเดินผ่านมาพอดี ให้ช่วยปฐมพยาบาลว่าที่นายหญิงของเขาด้วย ก่อนร่างบางจะถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินไปอีกคน

 


ดวงตาเรียวกระพริบตื่นขึ้นในชั่วโมงถัดมาสิ่งแรกที่เธอคิดถึงกลับเป็นชายหนุ่มอีกคน แต่ต้องยกมือขึ้นกุมหน้าผากของตัวเองเอาไว้ เมื่อความเจ็บวิ่งปาดขึ้นมาริ้วๆ


นมแจ่มและน้อยรีบก้าวเข้าไปอาการของนายสาวด้วยความห่วงใยและดีใจที่เธอฟื้นขึ้นมาเสียที พวกเธอรีบมาทันทีที่ลูกน้องของชายหนุ่มโทรไปบอก ทั้งกลัวและเป็นห่วง นี่ยังไม่ได้บอกพี่ชายทางใต้ ถ้ารายนั้นรู้เรื่องเข้ามีหวังบินด่วนมาถึงนี้แน่ และอาจจะเกิดศึกย่อมขึ้นระหว่างคนที่นอนอยู่ร่วมห้องกับคุณหนูของนางด้วยก็เป็นได้


“คุณหนูฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้างค่ะ ค่อยๆ ลุกค่ะ”


คำพูดของแม่นมยังคงเป็นเพียงลมที่ผ่านเข้ามาและผ่านไป ตอนนี้จิตใจลอยไปหาเขาแล้ว ไรอันเหมือนจะรู้ว่าเธอกำลังมองหาใครจึงเอ่ยขึ้น


“เจ้านายอยู่ตรงนี้ครับ”


ปานรีย์พูดอะไรไม่ออก มองสายระโยงระยางที่ห้อยเต็มไปหมด น้ำตาที่เหือดแห้งเริ่มไหลเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง คุณหมอบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรมากไม่ใช่หรือ แล้วนี่มันอะไรกัน หญิงสาวแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงจะก้าวเข้าไปหาเขา ต้องอาศัยการประคองจากสาวใช้ร่างอ้วนค่อยช่วยพาเข้าไปที่เตียงของเขา น้อยเห็นอาการของนายสาวก็อดที่จะสงสารไม่ได้ สภาพจิตใจดูจะย้ำแย่ไม่น้อย


ปานรีย์ก้าวเข้าไปหาเขาทีละนิด ลูกน้องชายหญิงได้แต่ยืนนิ่ง รู้สึกเห็นใจเธอไม่น้อย ผละเลี่ยงกันออกจากห้องอีกกลุ่มปล่อยให้ทั้งคู่ไว้ตามลำพัง


“ฉันขอโทษ ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเจ็บตัว คุณไม่น่าไปช่วยฉันเลย”


ปานรีย์กล่าวโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ มือบางกุมมือกว้างเอาไว้ เธอรู้สึกซึ้งใจในสิ่งที่เขาทำให้ และก็เจ็บปวดไม่แพ้กับผลที่เกิดขึ้นกับเขาด้วยเช่นกัน ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อช่วยเธอ ทั้งที่เธอกับเขาพึ่งจะรู้จักกันไม่นาน


“ขอบคุณที่ไปช่วยฉันขอบคุณจริงๆ” ร่างบางสะอื้นจนตัวโยกอย่างน่าสงสาร ใบหน้านวลแดงก่ำก้มลงบนหลังมือใหญ่อย่างรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เขาเกือบตายเพราะเธอ


ทุกคนที่ยืนอยู่หน้าห้องได้ยินทุกคำพูดยิ่งอดสงสารและเป็นห่วงสภาพจิตใจของเธอไม่ได้ ตลอดทั้งวันเธอเอาแต่นั่งเฝ้าร่างสูงใหญ่บนเตียงไม่ห่างไปไหน ข้าวปลาก็กินอย่างกับแมวดม พวกเขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นมแจ่มและน้อยจึงต้องคอยเตือน


“คุณหนูไปพักก่อนดีกว่าค่ะ ร่างกายก็พึ่งฟื้น เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน”


“นั่นสิครับ ไปพักก่อนดีกว่า กว่าคุณรอฟจะฟื้นก็น่าจะพรุ่งนี้” มาร์ตินเสริมขึ้น


“แต่ว่าฉัน” เสียงหวานเศร้าเตรียมจะปฏิเสธ เธอไม่อยากจะห่างจากเขา ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม จึงต้องยืนคำขาด


ถือว่าขอร้องล่ะครับ อย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย” ปานรีย์มองหน้าลูกน้องตัวโตที่บอกว่าหนักใจระคนเป็นห่วงเธอด้วยใจจริง


ก็ได้ค่ะ ถ้าเขาฟื้นแล้ว รีบปลุกฉันด้วยนะคะ” ปานรีย์บอกยำกับลูกน้องของชายหนุ่ม ก่อนจะยอมไปพัก พอเห็นแววตาลำบากใจและเป็นห่วงของทั้งแม่นมและคนสนิททั้งสองของสิงห์หนุ่ม ปรายตามองร่างสูงที่นอนเหยียบยาวบนเตียงคนไข้อีกครั้ง ก้าวขึ้นเตียงที่อยู่ข้างกัน ล้มตัวลงนอน ไม่ถึงนาทีก็หลับสนิทไปด้วยความอ่อนเพลีย


“เหมือนกันจริงๆ”


สองหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทั้งที่ตัวเธอเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว ยังมีกะใจเป็นห่วงคนอื่นอีก สิ่งหนึ่งที่คนทั้งคู่มีเหมือนกันมาก นั่นคือ ความดื้อรั้น’ และ ‘ชอบเอาชนะ

 


คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อแสงสว่างจ้าส่องกระทบม่านตา ดวงตาเรียวยาวขยับปรือขึ้นทีละน้อย จนทุกอย่างชัดเจนในที่สุด สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาด ไล้กวาดสายตาสำรวจซ้ายทีขวาทีจึงรู้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาล ร่างสูงขยับตัวเพียงเล็กน้อย ความเจ็บปวดที่บาดแผลก็แล่นปาดขึ้นมาจนต้องส่งเสียงร้องออกมา


“โอย...”


“เจ้านายฟื้นแล้ว ค่อยๆนะครับ พวกเราเป็นห่วงแทบแย่” มาร์ตินก้าวเข้ามาพยุงร่างสูงขึ้นและจัดท่านั่งให้สบายขึ้น


“ฉันหลับไปนานเท่าไหร่...” น้ำเสียงทุ้มแหบแห้ง สูดปากด้วยความเจ็บแปลบที่บาดแผลขึ้นมาสายตาคมหันไปมองร่างบางที่นอนหลับสนิทอยู่เตียงข้างๆ


 “หนึ่งวันเต็มๆครับ” ไรอันมองตามจึงบอกอย่างรู้ทันความคิดของคนเป็นนาย เห็นว่าเขากำลังมองหญิงสาวอยู่


“คุณปานนั่งเฝ้าคุณรอฟไม่ยอมห่าง นี่ก็พึ่งจะหลับไปไม่นานนี่เอง ...จะให้ปลุกไหมครับ”


“ไม่ต้องหรอก ปล่อยให้เธอพักเถอะ แล้วเรื่องไอ้ทูริโอได้เรื่องว่ายังไงบ้าง” น้ำเสียงเข้มขึ้นเมื่อเอ่ยถึงคู่อริ


“มันหนีไปได้ครับ” ไรอันรายงาน


“เจ็บใจจริงๆ สั่งคนของเราตามล่าตัวมันให้เจอ! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องหาให้เจอ!” 


สิงห์หนุ่มกำมือเข้าหากันแน่น เจ็บใจที่ไม่สามารถจัดการไอ้สารเลวนั้นได้ที แถมยังทำให้เขาต้องเจ็บตัวอีก งานนี้มันจะไม่มีแม้ชื่ออยู่บนโลกนี้อีกแน่!


“พวกเราต้องขอโทษที่ปล่อยให้คุณรอฟได้รับบาดเจ็บ”


คนสนิททั้งสองก้มหน้ารู้สึกผิดที่ปล่อยให้พวกคนชั่วทำร้ายสิงห์หนุ่มได้ ทั้งที่พวกเขาก็มีมากกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรนายหนุ่มได้


“ช่างเถอะ ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก พวกเราที่ตายก็จัดการด้วยนะ”


สิงห์หนุ่มไม่ถือโทษโกรธเคือง โจรยังไงมันก็คือโจรวันยังค่ำ มันไม่มีทางทิ้งลายตัวมันเองได้หรอก จะไปเชื่อน้ำคำของคนแบบมันได้ยังไง เขาก็เตรียมการรับมือมาอยู่แล้ว แต่สถานการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก เขาเองก็คิดเพียงว่าหญิงสาวในอ้อมกอดต้องปลอดภัย อย่างอื่นไม่สนใจจึงไม่ทันระวังเอง


“แล้วจะจัดการยังไงกับมันต่อครับ” ไรอันหารือกับนายหนุ่ม


“ไม่ต้องห่วงหรอก ป่านนี้มันคงจะโกรธแทบคลั่งอยากจะเอาปืนมายิงฉันให้พรุนแล้วละ หึ หึ”


นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเปล่งประกายจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง รอยยิ้มที่ปรากฏที่ริมฝีปากนั้นยิ่งทำให้คนสนิทงงงวยหนักขึ้นไปอีกได้แต่มองด้วยความไม่เข้าใจ

 


ทูริโอมอราเลส หลบหนีการไล่ล่าจากลูกน้องของรัฐภูมิอย่างหัวซุกหัวซุนมาไกล จนได้ที่กบดานในโรงแรมเก่าแถบชานเมือง มือหยาบดึงหมวกแก็ป ออกอย่างหัวเสีย มือหนาโยนกระเป๋าเอกสารที่ได้มาลงบนที่นอนกลางห้อง ไปทิ้งตัวลงเก้าอี้ริมหน้าต่าง เหลือบมองไปที่กระเป๋าที่ได้มาจากสิงห์หนุ่ม คว้ากระเป๋ามาเปิดออกดูด้วยความดีใจ ที่อย่างน้อยยังได้ทุกอย่างของรัฐภูมิมาครอบครอง มือหนาดึงซองเอกสารมาคลี่ออก รอยยิ้มที่ฉีกกว้างหุบฉับ เมื่อเป็น 


เอกสารเปล่า


ไม่มีแม้แต่ตัวหนังสือสักตัว แล้วฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ อย่างไม่เหลือชิ้นดี เจ็บใจและแค้นเคืองศัตรูเบอร์หนึ่งอย่าง รัฐภูมิ ฟรานเซส เพิ่มเป็นทวีคูณ


“ไอ้รอฟ!


สบถเสียงกร้าวด้วยความเจ็บใจที่โดนหลอก เขาน่าจะเอ๊ะใจตั้งแต่ทีแรกว่าทำไมมันถึงได้ยอมรับข้อเสนอเขาง่ายๆ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดจนเป็นสันนูน ขวางปาข้าวของในห้องกระจัดกระจาย แตกละเอียดด้วยความโมโหสุดขีด แววตาแข็งกร้าวมาดมั่นแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าตา มือหนาล้วงดึงเอาโทรศัพท์เครื่องบางออกมาต่อสายหาใครคนหนึ่ง


“ผมตกลงรับข้อเสนอ พรุ่งนี้ไปเจอกันที่เดิม”


ตราบใดที่กูยังมีลมหายใจ มึงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่ ค่อยดู!

 






        แสดง 20 - 20
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00    วันที่อัพเดท :   16 ม.ค. 2561 20:55    › จำนวนผู้เข้าชม 122594 คน
   › คะแนนโหวต 2242 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :