นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน พบรัก สาม 1







 

“วิธีอะไรค่ะ?”

นุชนารีถามอย่างสงสัย เธอคิดว่าลองมาทุกทางแล้วก็ไม่เห็นมันจะออกสักนิด เขามีวิธีอื่นด้วยอย่างนั้น เอ๊ะ! หรือว่าเขาจะตัดนิ้วเธอ ไม่หรอกนะ ถ้าเขาจะตัวก็คงตัดไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว หญิงสาวพูดปลอบใจตัวเองในใจไปพลางๆ

“นั่งก่อนสิครับ คุณอาจจะต้องคิดหนักหน่อยนะ” น้ำเสียงเนิบนาบฟังชวนขนลุก หญิงสาวเกิดลังเล ไม่แน่ใจกับอีกวิธีของเขาเสียแล้ว

“ฉันพร้อมค่ะ บอกมาเถอะ อีกอย่างฉันมีเวลาอยู่ที่นี่แค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น ถ้ามันไม่ออกจริงๆ ฉันก็ยินดีชดใช้คืนให้คุณทุกบาททุกสตางค์” นุชนารีบอกอย่างปลงตก

“คุณแน่ใจนะว่าจะรับได้...” ใบหน้านวลพยักรับ แต่ก็ยังมิวายกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองอยู่ดี อดที่จะหวั่นใจเสียไม่ได้อยู่ดี

“ผมจะถือว่าคุณตกลงรับข้อเสนอของผมแล้ว คุณกับพี่สาวกลับไปได้ แล้วผมจะติดต่อไปทีหลัง”

รัฐภามลุกขึ้นเต็มความสูงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนต์ เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานหน้าตาเฉย ปล่อยให้หญิงสาวอีกคนงงว่าตกลงอีกวิธีที่เขาบอกมันคืออะไร แล้วเธอก็ตอบตกลงไปแล้วด้วย แต่ไม่เป็นไรขอแค่เอาไอ้แหวนบ้านี้ออกจากนิ้วได้เป็นพอ

“เร็วหน่อยก็ดีนะคะ ฉันมีเวลาไม่มาก ขอบคุณอีกครั้งที่ให้เข้าพบ” กล่าวจบก็เดินออกจากห้องทำงานของประทานหนุ่มฟรานเซสจิวเวลรี่ไป

“คุณรอผมไม่นานนุชนารี วายาไทย” น้ำเสียงราวกระซิบตามแผ่นหลังบอบบางไป แววตาเจ้าเล่ห์เปล่งประกาย เป็นการบอกกลายๆ แต่ในฐานะไหน ก็ต้องรอดูกันต่อไป

 

เมวารีเดินกลับมาจากห้องน้ำ เห็นน้องสาวที่ออกมาจากห้องประธานหนุ่ม ก็นึกสงสัยว่าทำไมเร็วจัง หรือว่าเธอไปห้องน้ำนานเอง คิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แก้มนวลก็แดงระเรื่อขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ศีรษะได้รูปสั่นจะเส้นผมก็หนานุ่มสยายเต็มหลัง ไล่ความคิดเกี่ยวกับชายหนุ่มออกไป

“เป็นอะไรคุณ หรือว่ายังติดใจรสจูบของผมอยู่” แจ๊คสันถามมาตอกย้ำ ใบหน้าคมเปื้อนยิ้ม

“ไอ้บ้า! รสจูบไม่ได้เรื่องนะสิไม่ว่า รู้เอาไว้ด้วยว่ารสจูบของนายมันห่วยที่สุดเท่าที่ฉันเคยสัมผัสมาเลย” ใบหน้านวลแดงก่ำด้วยความโกรธ จึงไม่รู้ว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว

“ห่วยหรือ? ดูสิยังจะห่วยอยู่ไหม”

มือหนาดึงใบหน้านวลเข้าจุมพิตอย่างดูดดื่ม แทบจะสูบเอาวิญญาณออกจากร่างก็ว่าได้ ร่างบางดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขน แจ็คสันลุกล่ำเข้าสำรวจโพร่งปากเก่งนั้นอย่างหลงใหล เมวารีอ่อนระทวยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงยืนหยัด ยังดีที่ได้อ้อมแขนแกร่งโอบเอวบางไว้ แจ็คสันถอดจูบก้มลงมองใบนวลที่แดงระเรื่องตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย เป็นจูบที่ไร้เดียงสาเหลือเกินเหมือนมันไม่เคยผ่านชายใดมาอย่างที่เธอประกาศก้องกับเขา

“เป็นไง ดีกว่าผู้ชายคนอื่นคุณหรือเปล่า”

แจ็คสันยังไม่วายเหน็บแหนมด้วยความหมั่นไส้ที่เธอเอาเขาไปเปรียบเทียบกับผู้ชายคนอื่น

 “พอใจแล้วใช่ไหม สะใจแล้วใช่ไหมที่เอาชนะฉันได้”

มือบางผลักอกกว้างออกห่าง จ้องมองเขาอย่างโกรธจัด ดวงตากลมเรียวแดงก่ำจากนั้นน้ำตาใสก็ไหลออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้

แจ็คสันทำหน้าไม่ถูก ตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเธอจะร้องไห้ เขาแค่อยากจะสั่งสอนเธอว่าอย่าได้ดูถูกคนอื่นแบบนี้อีก

นุชนารีที่เดินออกมาจากห้องเห็นพี่สาวยืนร้องไห้อยู่ก็ตกใจ รีบเดินเข้าไปหาทันที หญิงสาวหันไปมองหน้าคนโน้นคนนี้อย่างขอคำอธิบาย

“พี่วารีเป็นอะไรค่ะ”

“ไม่มีอะไรหรอก พอดีฝุ่นมันเข้าตานะ เสร็จแล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะ”

ลากแขนน้องสาวจากไปทันที แจ็คสันได้แต่เพียงมองตามร่างบางไปเท่านั้น ความรู้สึกมากมายเทประดั่งเข้ามาเป็นกองทัพ ไม่รู้อะไรเป็นอะไร เห็นน้ำตาของเธอแล้วก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ แท้จริงแล้วเขาไม่ได้อยากให้เรื่องออกมาเป็นแบบนี้ แม่คุณเล่นมาบอกว่าจูบเขาห่วยแตก เป็นใครจะทนไหววะ!

ความคิดทุกอย่างหยุดลงชั่วครู่ เมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มือกว้างหยิบมันออกมา ก่อนจะกดรับเมื่อเห็นเป็นเบอร์ของนายหนุ่ม พลางกรอดเสียงทุ้มไปตามสาย

“ครับคุณคริส”

ร่างสูงร้อยแปดสิบเซนต์ของลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาในห้องทำงานใหญ่ ใบหน้าคมนิ่งเรียบ แตกต่างจากเมื่อห้านาทีก่อนลิบลับ

“มีเรื่องอะไรหรือครับ”

“ตามดูสองสาวนั้นที พวกเธอไปที่ไหน ทำอะไร ค่อยโทรรายงานฉันมาเป็นระยะ” แจ็คสันใจระส่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพียงเจ้านายบอกตามดูสองสาวเท่านั้น

“เป็นอะไรไป?” รัฐภามเงยหน้าขึ้นมองคนสนิทเมื่อเห็นว่าเขายังยืนนิ่งไม่ไปไหน

“เปล่าครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะให้แบร์โตขึ้นมาดูแลเจ้านายต่อ” สิงห์หนุ่มพยักหน้ารับ เขานึกว่าคนสนิทไม่สบายเสียอีกเห็นยืนเหมอทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

สองสาวพี่น้องก้าวลงจากรถแท็กซี่ หน้าร้านของฝากที่นุชนารีมาเจอตอนที่วิ่งออกกำลังกายเมื่อเช้า เดินจับจูงพี่สาวเข้าไปด้านใน แยกไปเลือกซื้อของฝากตามที่สัญญากับเพื่อนๆไว้ ลืมเรื่องชั่วโมงก่อนไปสนิท เมื่อมาเจอของฝากแปลกตามากมาย สวยๆทั้งนั้น ซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่าจะเคยไปต่างประเทศบ่อยก็ตามที แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปสิ้นเชิง

“พี่วารีค่ะ อันนี้สวยดี นุชว่าจะซื้อไปฝากยัยนัฐดีไหมค่ะ” นุชนารีเดินถือสร้อยคอเครื่องแก้วไปให้เมวารีดู

“สวยดีนะ งั้นเราส่งโปสการ์ดสักใบไปให้ดีไหม กว่าเราจะกลับก็น่าจะถึงพอดี”

เมวารีชูการ์ดรูปสถานทีต่างๆให้น้องสาวดู นุชนารีก็เห็นว่าเป็นความคิดที่ดีจึงพยักหน้ารับ ทั้งสองจึงไปช่วยกันเลือกโปสการ์ดด้านหน้าเป็นของฝากให้กับเพื่อนที่เมืองไทย แจ็คสันที่ตามดูสองสาวอยู่

กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ตามสองสาวอยู่ ก็โทรรายงานนายหนุ่มถึงความคืบหน้า เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากร้านของฝาก เรียกให้ชายหนุ่มที่กำลังคุยโทรศัพท์หันกลับไปดู

“กระเป๋าฉัน! ช่วยด้วยค่ะ”

พอเขาหันไปก็เห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยื้อแย่งกระเป๋าสะบัดของเมวารีอย่างเอาเป็นเอาตาย แจ็คสันรีบก้าวลงจากรถวิ่งข้ามถนนเข้าไปช่วยทันที ขโมยร่างยักษ์ล้มกลิ้งไปกับพื้นตามเหวี่ยง รีบลุกขึ้นพร้อมชักมีดพกออกมาปัดป่ายไปมาอย่างน่ากลัว ร่างสูงถอยหลังหลบมีดที่เหวี่ยงเข้ามาหา ก่อนจะใช้ทักษะที่มีมากกว่าล้มยักษ์ตนนั้นลงในไม่กี่นาทีต่อมา มือหนาจึงเดินหยิบกระเป๋าใบย่อมส่งคืนให้เจ้าของ

“ของคุณ” เมวารีรับกระเป๋ามาเหมือนจิตใจลอยไปไกล มือบางยังสั่นไม่หาย

“คุณนั่นเอง ขอบคุณมากนะคะที่มาช่วย แล้วเจ็บตรงไหนไหมคะ” นุชนารีขอบคุณจากใจถ้าไม่ได้เขาพวกเธอก็คงแย่

“ไม่ครับ ผมขอตัวก่อน”

“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” นัยน์ตาคู่คมจังจ้องมากหญิงสาวอีกคนที่ยืนนิ่งไม่พูดจา เดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่อีกฝากถนน แล้วขับออกไป

“ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ทั้งหล่อและก็ใจดีมากเลย พี่วารีว่าไหม”

นุชนารีชมลูกน้องคนสนิทของประธานหนุ่มแห่งฟรานเซสจิวเวลรี่ เมวารีเกิดสับสนในใจอย่างหนัก ตกลงเขาเป็นคนยังไงกันแน่ จากนั้นสองสาวก็เดินทางกลับโรงแรมที่พัก





        แสดง 8 - 8
วันที่โพสต์ :  13 ก.พ. 2559 13:13    วันที่อัพเดท :   4 เม.ย. 2561 19:11    › จำนวนผู้เข้าชม 53704 คน
   › คะแนนโหวต 1741 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :