นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน พบรัก สี่ 1
















 

คฤหาสน์ฟรานเซส นิวยอร์ก อเมริกา...

นุชนารีเดินทางมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กินอาณาเขตเกือบสิบไร่ ตามข้อตกลงที่ทำกับสิงห์หนุ่มไว้ หญิงสาวนั่งนิ่งมาตลอดทางไม่พูดจาหรือเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมานอกจากลมหายใจ บรรยากาศในรถจึงดูอึมครึม ชวนน่าอึดอัดเป็นที่สุดในความรู้สึกของสามหนุ่ม แต่ที่ทำให้ลูกน้องอย่างพวกเขาไม่เข้าใจก็คือ ไม่เคยมีสิงห์หนุ่มคนไหนพาผู้หญิงเข้าบ้าน ถ้าไม่ใช่ สะใภ้

อย่าบอกนะว่า... เจ้านายของเขากำลังคิดอะไรอยู่ จะเลือกเธอคนนี้หรือ? ถ้าไม่เลือกคงไม่ให้สวมแหวนประจำตระกูลแบบนี้หรอก เฮ้อ ทำอะไรไม่เคยบอกก่อนล่วงหน้าสักครั้ง คุณคริสนะ คุณคริส...

“ขอต้อนรับสู่คฤหาสน์ฟรานเซสครับ”

รัฐภาม ฟรานเซส กล่าวต้อนรับ เดินนำเข้าไปด้านใน นัยน์ตาสีดำสนิทมองห้องโถงใหญ่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เธอไม่เคยเห็นบ้านที่สวยขนาดนี้มาก่อน พื้นมันวาวถูกปูด้วยหินอ่อน พนังและบันไดก็เช่นกัน เรียกได้ว่าทำจากหินอ่อนทั้งหลังก็คงจะไม่แปลก

“มาทางนี้สิ ผมจะพาชมบ้าน”

สิงห์หนุ่มเดินนำโมเดลสาวสวยชมรอบคฤหาสน์หลังงาม ที่มีเนื้อที่กว่าสิบไร่กินอาณาบริเวณกว้างขวาง ด้านหลังติดทะเลสาบซึ่งก็ไม่ใช่ของใครอื่น ก็เป็นของตระกูลฟรานเซสนั่นเอง โดยเปิดเป็นที่พักผ่อนให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมด้วย เป็นความคิดของมาดามเครือทิพย์ที่อยากแบ่งปันความสุขที่ครอบครัวเธอได้รับให้กับทุกคนในเมืองนี้นั่นเอง 

ร่างบางเดินมาหยุดลงที่เรือนกระจกขนาดใหญ่ ซึ่งด้านในมีพันธุ์ไม้หายากนานนับร้อยสายพันธุ์ ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่ก็มีด้วย แต่จะว่าไปเงินสามารถเนรมิตได้ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการได้เพียงชั่วข้ามคืนอยู่แล้ว

รัฐภามที่เห็นหญิงสาวยืนจ้องอยู่นานแล้ว ก็พอจะเดาออกว่าเธอคิดอะไรอยู่

“ไปไหนค่ะ?”

นุชนารีเดินตามแรงรั้งที่เข้ามาลากเธอไป นัยน์ตาสีดำสนิทต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตากับความงามของมัน มีทั้ง ดอกไม้จากแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้านของเธอ และอื่นๆอีกมากหมาย ตระการตาไปหมด

“ดอกไม้เยอะขนาดนี้ พวกคุณดูแลยังไงคะ สวยๆ ทั้งนั้นเลย” เสียงหวานถามขึ้น ใบหน้ายังก้มลงอยู่กับกลุ่มดอกไม้นานาพันธุ์ตรงหน้า

“ดอกไม้ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างพันธุ์ที่เรานำมาศึกษาเพื่อผลิตเป็นน้ำหอม การดูแลทั้งหมดจึงเป็นหน้าที่ของนักวิจัย ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หรอก แต่ก็พอบอกได้” กล่าวอย่างถ่อมตัว ทั้งที่จริงแล้วเขานั้นแหละตัวพ่อเรื่องน้ำหอมระดับต้นๆของโลก

“ไม่น่า กลิ่นภายในบ้านถึงมีกลิ่นหอมที่เฉพาะมาก ต้นนี้ชื่ออะไรค่ะ?  สวยมากเลย”

นุชนารีเดินมาหยุดตรงต้นไม้พุ่มที่มีดอกสีขาวทั้งต้น สวยงามมาก สามารถดึงดูให้เธอหยุดมองได้ ร่างสูงก้าวมาหยุดลงข้างกายหญิงสาว พร้อมกับกล่าวขึ้น ทำเอาโมเดลสาวทำหน้าไม่ถูก

“นุชนารี...”

“หือ นั้นมันชื่อฉันนี่คะ” หันมามองหน้าคนพูด แล้วกลับไปมองต้นดอกไม้แสนสวยแล้วยิ้มกว้าง

“ผมเห็นว่าชื่อคุณเพาะดี จึงเอามาตั้งเป็นชื่อต้นไม้ คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ

“ไม่หรอกค่ะ เป็นเกียรติเสียด้วยซ้ำ ฉันไม่คิดว่าจะมีคนเห็นคุณค่าของชื่อฉัน ฉันอยากพักแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

ผละเดินออกจากโดมหลังใหญ่ ปล่อยให้สิงห์หนุ่มมองตามด้วยความงงงวย รัฐภามชักอยากจะรู้แล้วว่าที่เธอพูดมาเมื่อครู่มันหมายถึงใครกัน เขาต้องรู้ให้ได้เสียแล้ว มือหนาล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นโทรหาใครคนหนึ่งที่จะทำให้เขาได้คำตอบ

“ผมมีเรื่องรบกวนหน่อย สืบข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับนุชนารีให้ฉันด่วนที่สุด!

 

เมวารีที่กลับมาจากข้างนอกมองหาร่างของน้องสาว แต่ก็ไม่เจอแม้แต่เงา ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นบาง วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งหน้ากระจก เดินไปหยิบขึ้นมาอ่านและก็เข้าใจว่าน้องสาวไปไหน แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แม้ว่ารัฐภามจะเป็นสุภาพบุรุษ ไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าอย่างที่ใครต่อใครเล่าบอก

แต่เขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ยิ่งน้องสาวเธอสวยขนาดนั้น ก็อดที่จะเป็นห่วงน้องสาวขึ้นมาไม่ได้ หยิบเอาโทรศัพท์เครื่องบางต่อสายหาทันที รอเพียงครู่ก็เสียงหวานของน้องสาวของผ่านมาตามสาย

“ฮัลโหลนุช ทำไมไปไม่บอกพี่เลย”

“นุชขอโทษค่ะพี่ว่ารี มันฉุกละหุกไปหมดเลย นุชเองก็เตรียมตัวไม่ทัน เลยไม่ได้บอก” นึกขอโทษพี่สาวที่ไปไม่ได้บอก ได้แต่เพียงทิ้งจดหมายไว้ฉบับเดียวเท่านั้น

“ไม่เป็นไรหรอก พี่แค่จะโทรมาถามเฉยๆ ตอนนี้อยู่ที่บ้านเขาแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ แต่พี่วารีไม่ต้องห่วงน่า นุชอยู่ที่นี่แค่เดือนเดียว ครบกำหนดเมื่อไหร่ก็กลับบ้านแล้ว” บอกให้พี่สาวสบายใจ

“แล้วแน่ใจหรือว่าเขาจะยอมปล่อยเรากลับนะ พี่หมายถึงถ้าสมมติว่าแหวนมันถอดไม่ออกนะ” เมวารีรีบอธิบาย แต่ใจจริงแล้วเธอมีลางสังหรณ์ว่าน้องสาวจะไม่ได้กลับ

“ถึงเขาไม่ปล่อย นุชก็จะกลับค่ะ ครบกำหนดที่ตกลงแล้ว มันยังถอดไม่ได้ นุชคงต้องหาเงินมาชดใช้คืนเขาแทน”

“จะไหวเหรอนุช แค่จ่ายหนี้ให้ธนาคารก็จะไม่ไหวอยู่แล้วนะ”

“ไม่ไหวก็ต้องไหวค่ะ มันคงเป็นคราวซวยของนุชเองแหละ ถึงต้องมาเจอแต่เรื่องให้ปวดหัวอยู่แบบนี้”

ทุกคำพูดคุยของแขกสาว ถูกเจ้าของบ้านหนุ่มที่ผ่านมาได้ยินฟังหมดแล้ว โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า มีเขายืนอยู่ใกล้ๆ ตรงนั้น

“ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง พี่กับยัยนัฐก็จะช่วยอีกแรง”

“ขอบคุณค่ะ แต่ยังไงนุชก็ขอช่วยตัวเองก่อนนะ ถ้าไหวจริงๆจะรีบบอก โอเคไหมค่ะ”

หญิงสาวไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องของเธออีก ทุกอย่างต่อจากนี้เธอจะเป็นคนจัดการต่อเอง มาดูกันว่าเธอจะผ่านมันไปไม่ได้

“เอางั้นก็ได้จ้ะ” คนเป็นพี่สาวตอบรับ พลางถอนหายใจออกมายืดยาว ทั้งที่ภายในยังอดห่วงไม่ได้

“นุชต้องวางแล้ว พี่วารีเองรักษาสุขภาพด้วยนะคะ”

“นุชก็เหมือนกันนะ อีกหนึ่งเดือนเจอกันที่เมืองไทย”

“ค่ะ อีกหนึ่งเดือนเจอกัน”

วางสายจากพี่สาวไป ร่างบางก็ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตกกับชีวิต มาทำงานไกลถึงต่างแดนยังต้องมาเจอเรื่องปวดหัวอีก จะมีสักครั้งไหมที่เธอทำงานเสร็จก็กลับไปนอนตีพุงหลับสบายอยู่ที่บ้าน เฮ้อ...

“ผมจะไม่ยอมให้คุณไปจากผมได้ง่ายๆ หรอกนุชนารี!” เสียงทุ้มกังวานพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาว

“ไม่สบายใจอะไรครับ ถอนหายใจแรงเชียว”

“อุ้ย คุณรัฐภาม! มายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ” ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อจู่ๆ เขาก็โผล่เข้ามาไม่ให้สุ่มให้เสียง

“ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณตกใจ” ชายหนุ่มรีบบอกขึ้น พลางเดินเข้าไปใกล้

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณมีอะไรกับฉันหรือเปล่า” นุชนารีเงยหน้าถามเขา เท้าเรียวก้าวถอยห่างไปสองก้าวเป็นรักษาระยะห่างระหว่างเขาและเธอ

“ผมเห็นคุณยืนเหมอๆ ก็เลยจะเข้ามาทัก คิดอะไรอยู่หรือครับ”

“เปล่าหรอกค่ะ ฉันก็คิดไปเรื่อยเปื่อยนะ” บอกปัด

“หรือว่าคิดถึงผม” วกเข้าหาตัวเองซะงั้น ทำเอาสาวตรงหน้าไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว

“คุณก็อยู่ตรงหน้าฉันนี่ค่ะ ไม่เห็นต้องคิดถึงเลย” นุชนารีปรับสีหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะตอบเขา

“พูดแบบนี้ผมก็น้อยใจแย่เลยนะครับ คิดสักนิดก็ได้ครับ ผมเป็นคนไม่หวงตัวน่า” ยื่นใบหน้าคมเข้ามาใกล้ พร้อมส่งยิ้มมาให้ เรียกสีแดงระเรื่อบนใบหน้านวลได้อีกคำรบ

“คุณรัฐภาม” นุชนารีเงยหน้ามองเขา ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคหวานๆเช่นนี้

“ผมล้อเล่นนะ ไปครับ”

รัฐภามผละห่างออกมา ส่งรอยยิ้มเก๋มาให้ ทำเอาหญิงสาวตาพร่ามัวไปหมด ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะตั้งสติแล้วถามเขากลับ

“ไปไหนค่ะ?”

“ได้เวลาอาหารว่างแล้ว ไปครับ”

ยื่นแขนแกร่งมาให้ นุชนารีมองด้วยความสงสัย เขายิ้มแล้วคว้าแขนเรียวของหญิงสาวมาคล้อง ใบหน้านวลเงยหน้ามองเขาเลอะละ ทำตัวไม่ถูกไปเลยทีเดียว

“เออ ฉันเดินเองดีกว่าค่ะ” พยายามดึงแขนกลับ แต่เขาไม่ยอมปล่อย

“ผมพาไปดีกว่าครับ เดียวคุณจะหลง...

มือหนาเปลี่ยนจากแขนเรียวมาเป็นโอบประคองเอวคอด รั้งให้เดินตามเขาไปที่ห้องนั่งเล่น ไม่รอให้หญิงสาวปฏิเสธอะไรได้อีก






        แสดง 11 - 11
วันที่โพสต์ :  13 ก.พ. 2559 13:13    วันที่อัพเดท :   4 เม.ย. 2561 19:11    › จำนวนผู้เข้าชม 53708 คน
   › คะแนนโหวต 1741 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :