นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตามรักรัฐภาค [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ตามรัก สอง 3

















ตืด ตืด ตืด...

ร่างบางที่กำลังนั่งทำงานอยู่อยู่อย่างเคร่งเครียดเหลือมองไปที่โทรศัพท์เครื่องบางเฉียบรุ่นใหม่ล่าสุดที่ดังรบกวนอยู่เป็นเนืองๆ จนต้องวางปากกาลงแล้วคว้ามันขึ้นมา นัยน์ตาสีดำสนิทก้มลงมองเห็นว่าเป็นลูกน้องหนุ่มที่โทรเข้ามาจึงกดรับแล้วก่อนจะกรอกเสียงหวานห้วนไม่สบอารมณ์ไปตามสาย

“ว่าไงราม

“เจ้าช่องนางหายไปครับ!” น้ำเสียงร้อนรนเป็นกังวนอยู่ในทีร้องผ่านมาตามสาย ร่างบางเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน เมื่อได้ยินประโยคต่อมาว่าม้าสาวคู่ใจหายไป

“อะไรนะหาทั่วหรือยัง”

พวกเราแยกย้ายกันหาแล้วครับ แต่ยังไม่มีใครเจอเลย ไม่รู้ว่าหลุดไปที่ไหน ราม บอกนายสาวเสียงเร็วระรัว

“บ้าจริง สั่งทุกคนให้ออกตามหาด่วนเลย ได้ข่าวได้ยังไงโทรรายงานฉันด้วย อีกเดี๋ยวฉันจะตามไป”

คิดไว้ไม่มีผิดเลยเธอมีลางสังหรณ์ไม่ดีตั้งแต่ลงจากหลังของมันเมื่อเช้านี้แล้ว หวังว่าคงไม่ได้หลงไปไหนไกลหรอกนะ ขาเรียวก้าวยาวไปขึ้นรถจิ๊ปคันโตที่จอดอยู่ด้านหน้าบ้านพักแล้วขับมุ่งหน้าตรงไปหาลูกน้องที่เรือนกล้วยไม้ รามได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของนายสาวเคลื่อนเข้ามาใกล้ก็รีบวิ่งเข้าไปหา

“มันหายไปได้ยังไง ทำไมไม่ดูแลให้ดี ฉันบอกแล้วว่าช่วงนี้ให้ดูมันอย่างใกล้ชิด สมานุชตำหนิลูกน้องเสียงเรียบห้วน และก็ไม่อยู่รอเอาคำตอบที่เหมือนกับคำแก้ตัว

ร่างบางก้าวขึ้นรถอีกครั้งพุ่งทยานออกไปตามหาม้าสาวตามที่ต่างๆที่คิดว่ามันจะไปหรือที่ที่เธอพามันไปบ่อยที่สุด แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของมันเลย เธอเริ่มใจคอไม่ดีกลัวไปสารพัดว่ามันจะเป็นอะไรไป หรือจะมีใครใครจับมันไปไม่ก็จับไปฆ่าทิ้งแล้ว! ขออย่าให้เป็นอย่างหลังเลย เธอคงจะรู้สึกผิดไปจนตายที่ดูแลของขวัญชิ้นล้ำค่าที่สุดในชีวิตไว้ไม่ได้

“ใจเย็นก่อนนะครับ บางทีมันอาจจะแอบไปอยู่ที่ไหนสักแห่งในไร่ก็ได้”

รามปลอบและให้กำลังใจให้หญิงสาวคลายความกังวลลง เขาเองก็กลัวไม่ต่างจากเธอหรอก เป็นความผิดของเขาเองที่ปล่อยให้คนงานใหม่ที่ยังไม่รู้งานดูแลเจ้าช่อนาง ผลถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้

สมานุชฉุดคิดอะไรบ้างอย่างออก รีบลุกพรวดขึ้นแล้ววิ่งออกไปไม่บอกกล่าวรามก็พลอยต้องวิ่งตามหลังไปติดๆ พอเห็นทุ่งหญ้ากว้างเขียวขจีที่มีรั้วสีขาวกางกั้นเขตแดนระหว่างไร่เหมันต์กับไร่ครองทรัพย์

รามพึ่งเข้าใจเมื่อสายตาคมเหลือบไป เห็นเจ้าช่องนางม้าสาวตัวสวยกำลังยืนเลมยอดหญ้าเคียงคู่กับม้าหนุ่มพันธุ์อาหรับสีดำทมิฬ ดูท่าทางจะเป็นม้าสายพันธ์ดีเพราะจากรูปร่างก้นใหญ่ ไหล่แข็งแรงและสมส่วน เส้นขนดุจแพรไหม สง่างามนักในความคิดของราม

“เฮ้อ... โล่งอกไปที กลับไปบอกทุกคนให้หยุดหาได้แล้ว”

สมานุชส่ายหัวไปมาให้กับม้าสาวที่สร้างความวุ่นวายทั้งร่างกายและจิตของคนเป็นนายเหลือเกิน ปล่อยให้ทุกคนตามหากันให้ควัก ที่แท้ก็หลบมาอยู่ตรงนี้นี่เอง ว่าแล้วก็น่าจะจับลงโทษเสียให้เข็ดเลยดีไหม

“ผมว่าพากลับไปพร้อมกันจะดีกว่า นี้ก็จะมืดเต็มทีแล้ว คงไม่ดีเท่าไรถ้าจะปล่อยให้คุณสมาอยู่ตามลำพัง” รามเอ่ย

ช่วงนี้ยิ่งมีเรื่องไม่ดีหนาหูขึ้นทุกวัน เขาไม่กล้าปล่อยให้เธออยู่เพียงลำพังได้หรอก ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเขาคงไม่ให้อภัยตัวเองตลอดชีวิตเธอลืมนึกถึงข้อนี้ไปเสียสนิท พอคิดถึงเรื่องเมื่อหลายวานก่อนก็ยังรู้สึกขยาดไม่หาย อยากได้เจออีกเลย แค่ทุกวันนี้ทำงานตัวจะเป็นเกี้ยวก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ยังจะต้องมาสู้รบกับใครเขาอีกมันคงจะไม่ไหวจะเคลียร์

“เอางั้นก็ได้ ไปเถอะ

สมานุชพยักหน้ารับ ปีนข้ามรั้วสูงสีขาวแค่อกกลับไปยังฝั่งไร่ครองทรัพย์อย่างทะมัดทะแมงก้าวเข้าไปหาม้าสาวคู่ใจกลับ แต่ม้าสาวดูจะไม่ค่อยพอใจที่ต้องจากหวานใจจึงออกอาการติดพยศเล็กน้อยให้รู้สึกหมั่นไส้ ทั้งสามกำลังจะเดินทางกลับบ้านพัก จู่ๆ ห่าฝนก็เท่กระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งเล่นเอาทั้งคนและม้าเปียกปอนกันเลยทีเดียว 

“นายขับรถตามมา”

กล่าวจบสมานุชก็กระโดดขึ้นบนหลังเจ้าช่อนางแล้วควบมุ่งหน้าตรงไปที่คอกม้าทันที พอมาถึงก็ส่งต่อบังเหี้ยนให้กับคนดูแลม้าที่ปล่อยให้ของขวัญชิ้นเดียวของเธอหลุดหายไป ยังดีที่เธอรู้นิสัยของมันจึงตามกลับมาได้ แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก คงไม่ต้องอยู่รวมงานกันแล้วล่ะ

“ฉันฝากดูต่อด้วยนะ ดูแลมันให้ดีล่ะ ถ้านายทำมันหายไปอีก เตรียมตัวหางานใหม่ได้เลย”

ร่างบางกระโดดขึ้นรถจิ๊ปคันโตมีรามลูกน้องคนสนิททำหน้าที่สารถีพาเจ้านายสาวกลับไปส่งที่เรือนแก้วหลังใหญ่ที่อยู่ห่างไปมีกี่ร้อยเมตรนาทีต่อมารถก็แล่นมาจอดสนิทลงที่หน้าบ้านก่อนคนเป็นเจ้านายลูกน้องจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน

 

“ของครบไหม”

สอนก้าวลงจากรถกลางเก่ากลางใหม่เดินเข้าไปตรวจเช็ดสินค้าล็อตใหญ่มูลค่าหลายร้อยล้านที่กำลังจะไปส่งให้กับลูกค้าคนสำคัญตรงเขตชายแดนเพื่อนบ้าน

“ครบทุกลังพี่สอน”

“งั้นไปขึ้นรถเตรียมออกเดินทางได้แล้ว เดี๋ยวไปถึงที่หมายสาย ลูกค้าจะโวยเราได้เชิญครับนาย ไปโว้ย”

เจ้านายใหญ่นั่งประจำที่เรียบร้อยก็ร้องบอกลูกน้องสามสี่คนที่ขับรถกระบะออกนำไปก่อนเพื่อดูลาดราว เผื่อเจอดานจะได้เลี่ยงไปทางอื่นได้อย่างทันท้วงที ส่วนพวกเขาก็ขับรถบรรทุกตามหลังไป ทิ้งระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย

รถบรรทุกสิบล้อสองคันเคลื่อนเข้าจอดสนิทลงท้ายไร่เหมันต์ตามเวลานัดหมาย ร่างท่วมลงพุงของพ่อค้ายารายใหญ่ทางภาคอีสานก้าวลงจากรถมายืนนิ่งรอ คู่ค้าหนุ่มจากต่างแดนที่ลงทุนข้ามลำโขงมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ มีลูกน้องรายรอบกายนับสิบยาเสพติดและอาวุธสงครามกว่าสิบห้าลังไม้ถูกทยอยขนลงจากรถ วางลงตรงหน้า

แดนเมือง รัฐมนตรีชื่อดังของอารยประเทศเพื่อนบ้าน ส่งสัญญาณให้ลูกน้องเขาไปตรวจดูของว่าตรงตามจำนวนที่สั่งหรือเปล่าลูกน้องหันกลับมาพร้อมพยักหน้า ส่งกระเป๋าเงินที่มีมูลค่านับร้อยล้านบาทให้ไป นับว่าเป็นสินค้าล็อตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้าขายกันมา

“เป็นเกียรติมากครับ ที่ได้ค้าขายกับคนมีชื่อเสียงอย่างท่าน”

บดินทร์กล่าวอย่างประจบ นัยน์ตาเปล่งประกายแพรวพราว เมื่อเห็นกระเป๋าใบใหญ่ที่น่าจะบรรจุเงินมาเต็ม มันต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน คิดแล้วก็อยากจะสัมผัสใจจะขาด

“เราเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง ถ้าไม่ค้าขายคุณ แล้วผมจะไปค้าขายกับใครล่ะ จริงไหม” แดนเมืองบอกอย่างอารมณ์ดี พลางหันไปสั่งลูกน้องให้ขนสินค้าทั้งหมดขึ้นรถ

“เชิญทานข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนสิครับ บางทีท่านอาจจะอยากได้ของหวานกลมกล่อมจากไร่ของผมกลับสักชิ้นสองชิ้น” บดินทร์บอกอย่างรู้ทันนิสัยของท้าวต่างแดน สีหน้าและแววตาแฝงนัยยะ ซึ่งอีกฝ่ายก็รู้ดีว่าหมายถึงสิ่งใด

“ไปสิ ผมชักเริ่มหิวขึ้นมาแล้วเหมือนกัน” แดนเมืองก้าวเดินไปขึ้นรถตู้คันใหญ่


        แสดง 6 - 6
วันที่โพสต์ :  27 ก.พ. 2559 16:46 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:08    › จำนวนผู้เข้าชม 34320 คน
   › คะแนนโหวต 1361 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :