นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตามรักรัฐภาค [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ตามรัก สี่ 1

















ก่อการณ์ (รัก) ร้าย

 

 

 

 

          อังครินทร์นั่งคิดถึงใบหน้าครามคมของเจ้าของไร่ครองทรัพย์ แทนที่จะคิดถึงอาการของเพื่อนรัก อย่างบอกนะว่า... เธอตกหลุมรักเขา 


          'ไม่! ไม่ได้เด็ดขาด...' 


          เขาเป็นคนยังไงก็ยังไม่รู้ ไหนจะนิสัยใจคออีก หลงรักคนง่ายไปแล้วยัยหมออัง จากที่นั่งดูเขาอยู่นานก็พอจะเดาได้คราวๆว่าเขาเป็นคนที่อารมณ์ร้อน แล้วนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่จับจ้องมานั้นทำเอาเธอแทบละลายให้ได้ เผากายของเธอให้มอดไหม้ได้เพียงชั่วพริบตาเดียว


          เอี๊ยด!!!


          ความคิดทุกอย่างหยุดลงแทบจะทันที เมื่อคนขับรถตัวใหญ่เหยียบเบรกชนิดที่ทำให้ผู้โดยสารสาวถึงกับพุ่งไปด้านหน้า ยังดีที่เธอใช้มือจับเบาะด้านหน้าไว้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้หน้ากระแทกไปเต็มแรงแน่


          “ขอโทษด้วยครับคุณหมอ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”


          ฌอนเอี่ยวตัวกลับมามองผู้โดยสารหนึ่งเดียวของเขาด้วยเป็นห่วง เกรงว่าหญิงสาวจะได้รับบาดเจ็บ


          “ไม่เป็นไรค่ะ มีอะไรหรือค่ะ? ” อังครินทร์เงยหน้าตอบ พลางถามออกไปขณะที่ถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิมที่ถลามาก่อนหน้า


          “พอดีมีคนนอนขวางถนนอยู่ข้างหน้า คุณหมออังอยู่บนรถก่อนนะครับ อย่าลงมาเด็ดขาดถ้าผมไม่เรียก เข้าใจไหมครับ” ฌอนบอกน้ำเสียงจริงจัง


          “ได้ค่ะ ระวังตัวด้วยนะคะ”


          มือหนาเอื้อมไปเปิดลิ้นชักหน้ารถหยิบมัจจุราชสีดำทะมึนออกมา อังครินทร์พลอยมองตามด้วยกลัว ฌอนก้าวลงจากรถเข้าไปดูอย่างช้าๆ เมื่อเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าเป็นเครื่องแบบทหารเต็มยศ มีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายที่ถูกยิงด้วยกระสุนหลายจุด ชายหนุ่มจึงก้าวยาวกลับมาที่รถ ร้องเรียกคุณหมอสาวให้ไปดูอาการเขาทันที


          “เป็นยังไงบ้างค่ะ”


          “น่าจะเป็นทหารนะครับ มีบาดแผลถูกยิงมาหลายจุด คุณหมอช่วยลงไปดูหน่อย” กล่าวน้ำเสียงเป็นกังวลในที


          “ได้ค่ะ”

     

          ร่างบางรีบก้าวลงจากรถคันใหญ่ลงไปดูอาการของทหารรั้วของชาติ โดยไม่มีแววลังเลหริอหวาดกลัวเหมือนคราแรก ชีวิตคนตรงหน้าสำคัญกว่าสิ่งใด


          “เขาเป็นยังไงบ้างครับ”


          “ชีพจรเต้นอ่อนมาก เราคงต้องรีบพาเขาไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด” 


          อังครินทร์บอกเร็วระรัว มือบางดึงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมามัดบาดแผลที่แขนแกร่งไว้ก่อนเป็นการห้ามเลือด แล้วหันไปหยิบผ้าอีกผืนกดทับบาดแผลห้ามเลือดตรงหน้าท้องเอาไว้


          “แต่ที่นี่ไกลจากโรงพยาบาลมากเลยนะครับ ผมเกรงว่าเขาคงทนไม่ไหวเสียก่อน” 


          ชายหนุ่มให้ความเห็น เพราะจากที่นี่ลงไปที่โรงพยาบาลด้านลงก็หลายสิบโล คุณทหารอาจจะช็อคกลางทางแล้วตายได้


          “ถ้าอย่างนั้นไปบ้านฉันแทนแล้วกันค่ะ ที่นั่นพอจะมีอุปกรณ์การแพทย์อยู่บ้าง ไปค่ะ”

     

          ทั้งสองช่วยกันพยุงร่างสูงใหญ่ของทหารหนุ่มไปที่รถ พอนั่งประจำที่เรียบร้อย ทั้งสองมุ่งหน้าตรงไปที่ไร่อัครัตน์ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลทันที อังครินทร์ก้มลงมองดูอาการของคนไข้ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนตักเป็นระยะ และพลอยภาวนาให้เขาปลอดภัย อดทนอีกนิดเดี๋ยวก็ถึงบ้านเธอแล้ว อย่าพึ่งเป็นอะไรไปตอนนี้นะ 

 


          รถคันใหญ่ก็แล่นเข้ามาจอดลงที่หน้าบ้าน ฌอนกระโดดลงจากรถคันใหญ่ วิ่งอ้อมมาที่ประตูอีกฝั่งเพื่อรับร่างของคนไข้ร่างยักษ์ คนงานที่อยู่บริเวณเห็นเหตุการณ์ก็รีบเข้าไปช่วยห่ามร่างสูงของคุณทหารลงจากรถ

     

     “ระวังนะคะ พี่อัคล่ะ”


          “ออกไปทำธุระเรื่องสินค้าที่มีปัญหาที่กรุงเทพฯ ...แล้วเขาเป็นอะไรมาครับนั้น” คนงานที่เฝ้าบ้านเอ่ยถามด้วยความอยากรู้


          “อย่าพึ่งถามอะไรเลย ช่วยพาเขาไปที่ห้องปฐมพยาบาลก่อน และไปบอกให้ป้าแช่มต้มน้ำให้ฉันด้วย ด่วนเลย! ”


          สั่งคนงานเสียงเรียบ แล้วเดินตามร่างสูงของนายทหารไปที่ห้อง ตอนนี้เธอจะต้องช่วยชีวิตเขาเอาไว้ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก ร่างบางก้าวเดินไปเปิดตู้ยาหยิบเอาอุปกรณ์ที่มีอยู่ไม่กี่อย่างออกมาทำความสะอาด แล้วนำมาวางเรียงรายเอาไว้พร้อมสำหรับการผ่าตัด


          “ฉันขอแรงคุณอยู่ช่วยเป็นลูกมือหน่อยนะคะ” อังครินทร์เดินไปล้างมือฟอกด้วยสบู่ให้สะอาด แล้วเดินกลับมาอีกครั้ง


          “ได้เลยครับ” ฌอนรีบรับปากโดยไม่ลังเล เดินไปล้างทำความสะอาดมือตามคุณหมอสาว


          ฌอนจัดการถอดชุดทหารเครื่องแบบอันหนักอึ้งออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีหมัดกล้ามเรียงเป็นแถวสวย


          ดวงตากลมเรียวของคุณหมอสาว กวาดไปร่างกายของคนไข้หนุ่ม ก็เห็นว่ามีแผลตรงซีกโครงข้างซ้าย เหนือช่องท้องขึ้นมามีรูกระสุนปักอยู่หนึ่งนัด มองเรื่อยมาที่แขนแกร่งก็มีอีกนัดฝังอยู่ พอมองกวาดลงต่ำก็เจอถากที่สีข้างขวาแต่ก็ฉกรรจ์ไม่น้อย


          ตอนนี้งานยากของเธอคืออุปกรณ์ที่มีอยู่ในตอนนี้ไม่ครบ แต่การรักษาก็ยังต้องดำเนินต่อไป เธอจะต้องช่วยชีวิตเขาเอาไว้ให้ได้ อย่างอื่นไม่ต้องคิดถึงมันแล้ว


          อังครินทร์เริ่มการผ่าตัด โดยมีฌอนเป็นผู้ช่วยคอยหยิบเครื่องมือให้อย่างชำนาญเธอต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากในการผ่าตัดครั้งนี้

 


          กว่าหนึ่งชั่วโมงทุกอย่างจะเรียบร้อยลง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเขาน่าจะรอด มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่ถ้าไม่ มันก็แล้วแต่บุญพาวาสนาของเขาแล้วมาพกใส่กระเป๋ามาด้วยมากน้อยแค่ไหน


          “ขอบคุณมากเลยนะคะที่อยู่ช่วย ถ้าไม่ได้คุณฉันคงวุ่นแย่เลย”


          หญิงสาวเดินออกมาส่งชายหนุ่มหน้าฝรั่ง ซึ่งลูกน้องคนสนิทของสิงห์หนุ่มแห่งไร่ครองทรัพย์ที่เธอพึ่งจากมาเมื่อชั่วโงก่อนโน้น


          “ด้วยความยินดีครับ เห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันบาดเจ็บเจียนตายมาไม่ช่วยก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อย” ฌอนบอกยิ้มๆ


     “อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิค่ะ ฉันให้เด็กตั้งโต๊ะเตรียมไว้แล้ว”


          อังครินทร์เอ่ยชวนตามประสาเจ้าบ้านที่ดี เป็นการขอบคุณที่เขาเป็นผู้ช่วยในการผ่าตัด ซึ่งดูแล้วเขาดูชำนาญการใช้เครื่องมือที่ดีมาก ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน เธออาจจะคิดว่าเขาเป็นหมอก็เป็นได้


          “ขอบคุณครับ แต่มื้อนี้คงต้องขอปฏิเสธ ผมต้องกลับไปรายงานคุณดอมก่อน คงไม่ว่ากันนะครับ”


          ฌอนปฏิเสธกลับไปอย่างนุ่มนวล เขาเกรงใจคุณหมอสาวไม่น้อย ทั้งที่เธออุตส่าห์ชวน แต่เขากลับไม่ได้อยู่ทานด้วย 


          “ไม่เป็นไรค่ะ ไว้วันหลังก็ได้ บ้านฉันยินดีต้อนรับเสมอ ฉันเดินไปส่งค่ะ  บอกเจ้านายคุณด้วยว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปเยี่ยมยัยสมา”


          “ได้ครับ ผมจะบอกให้ ลาแล้วครับ” กล่าวลาหมอสาว ก่อนจะก้าวขึ้นรถคันใหญ่แล้วขับรถออกไป


          อังครินทร์นั่งลงที่โซฟากลางห้องรับแขกอย่างอ่อนเพลีย วันนี้มีหลายเรื่องที่ทำให้แปลกใจและตกใจในเวลาเดียวกัน ทั้งที่พึ่งกลับมาไม่ถึงอาทิตย์ ไหนจะเรื่องที่เพื่อนรักถูกลอบยิงอาการสาหัส เจอคุณทหารรั้วของชาตินอนใกล้สิ้นใจอยู่ข้างถนนโลกเรานี่มันยังไง เห็นคนเป็นผักปลาหรือยังไง ถึงได้คิดจะฆ่าแกงกันเป็นผักปลาไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

      


          ฌอนวนรถเข้าไปจอดลงที่ด้านหน้าเรือนทิพย์ คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็อดที่จะเป็นห่วงสิงห์หนุ่มไม่ได้ สิงห์ตัวนี้ยิ่งเป็นพวกเลือดร้อนอยู่ด้วย ถ้ามีใครมาสะกิดเป็นไม่ได้ ต้องมีใครสักคนหรือสักตัวต้องเจ็บตัว งานนี้ชายหนุ่มคงจะไม่น่าจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่ง เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับเขา แต่มันไม่แน่นอนเสมอไปอีกนั้นแหละ ความที่ชอบเอาเรื่องของคนอื่นมาเป็นเรื่องของตัวเองนี่สิงห์ตัวนี้ก็ไม่น้อยหน้า


          เอสเทียร์ก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มที่พึ่งเดินออกจากห้องพักที่มีเจ้าของไร่สาวนอนหลับอยู่ เดินกลับมาดูอีกครั้งหลังจากที่ได้ยินสาวใช้พูดกันว่าเจ้าหล่อนอาการปลอดภัยแล้ว

    

           “หล่อนเป็นยังไงบ้างค่ะ”

     

          “ปลอดภัยแล้ว ผมขอสั่งห้ามยุ่งกับเธอเด็ดขาด ถ้ายุ่ง เราได้เห็นดีกันแน่” สั่งน้ำเสียงเรียบห้วน ไม่มีแววพูดเล่นแม้แต่น้อย

  

        “ฉันจะไปยุ่งทำไมค่ะ ไม่ใช่เรื่องของฉันสักหน่อย” เอ่ยหน้าตาย เธอก็ไม่ได้จะยุ่งด้วยหรอก เกิดเป็นโรคอะไรขึ้นมา เอาแพร่ใส่เธอ แค่คิดก็สยองแล้ว

  

        “ก็ดี กลับห้องคุณไปได้แล้ว และอย่าลืมที่พูดล่ะ” รัฐภาคเอ่ยไล่ดื้อๆ

     

          หญิงสาวไหวไหล่ยอมทำตามที่เขาต้องการ แม้ในใจจะร้อนรุมดังไฟสุมก็ตาม เธอไม่พอใจมากที่เขาดูเอาอกเอาใจยัยนั้นออกนอกหน้า ไม่เป็นไร เธอยังอยู่ที่นี่อีกนาน มาดูกันว่าเขาจะสนใจมันได้อีกสักกี่น้ำกัน


          “ฉันไม่มีวันให้คุณอยู่เสวยสุขกับมันหรอกค่ะดอม!


          ดวงตากลมเรียววาวโรจน์ด้วยความหึงหวงนายหญิงของที่นี่ต้องเป็นเธอคนเดียวและผู้หญิงที่จะได้ครอบครอง รัฐภาค ฟรานเซส ก็ต้องเป็นเธอคนเดียวเท่านั้น!






        แสดง 10 - 10
วันที่โพสต์ :  27 ก.พ. 2559 16:46 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:08    › จำนวนผู้เข้าชม 35409 คน
   › คะแนนโหวต 1561 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :