นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตามรักรัฐภาค [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ตามรัก สี่ 2













ไร่เหมันต์...

          

          เพี้ยเพี้ย!

          

          “ไอ้พวกโง่! ทำไมไม่ถามกูก่อนหา! แล้วทีนี่จะตอบท่านว่ายังไงหา ไม่ได้เรื่อง! ”


          บดินทร์โกรธเป็นฟื้นเป็นไฟ เมื่อลูกน้องลงมือจัดการปิดปากหลานสาวตัวดีไปเสียแล้ว ทั้งที่เขาพึ่งตกปากรับคำกับคู่ค้าคนสำคัญว่าจะยกหญิงสาวให้ท้าวต่างแดน แล้วแบบนี้จะทำยังไง โว้ย! วุ่นวายจริงเลย


          “ผมไม่ทราบนี่ครับ ว่าเจ้านายจะส่งยัยสมาให้ท่าน” สอนบอก ไม่มีใครบอกก่อนล่วงหน้านี่ เขาก็ถือคำสั่งแรกเป็นสำคัญ แล้ววันนั้นโอกาสก็มาได้จังหวะพอดี พ่อก็รีบสอยนะสิ กำจัดเสี้ยนหนามให้แล้วยังโดนตบอีก อะไรกันหนักหนาวะ!


          “โถเว้ย...งั้นพวกมึงไปประกาศให้ทั่วไร่ว่านังสมามันตายแล้ว แล้วให้คนของเราไปจัดงานศพที่วัดด้วย”

     

          “แล้วศพมันละครับ”


          “ไอ้โง่ ป่านนี้แล้วมันจะเหลือไหมล่ะ ก็จัดโล่งเปล่าไปสิวะ”


          “ครับๆ แล้วจะใหญ่เชิญแขกไหมครับ”


          “คิดเองไม่ได้หรือไงวะ ถามอยู่ได้ จะไปไหนก็ไปรำคราญ ออกไป!


          “ครับๆ” สองหนุ่มรีบกุลีกุจอออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอให้ไล่ซ้ำเป็นครั้งที่สอง


          “เราจะถูกตำรวจจับไหมพี่สอน”


          ลูกน้องเริ่มตื่นกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกรงว่าตัวเองจะถูกจับส่งตำรวจและต้องไปนอนกินข้าวแดงในคุกอีก ด้วยข้อหาเดิมๆ แถมยังเป็นเครื่องบรรณาการชิ้นสำคัญที่จะส่งให้กับท้าวต่างเมืองเสียด้วย แบบนี้จะรอดคุกตารางอีกไหมหนอ วันอดที่จะเครียดไม่ได้


          “อย่างพึ่งปอดแหกไปสิวะ ถ้ามึงหรือกูไม่พูดก็ไม่มีใครรู้หรอก อีกอย่างนายไม่ยอมให้เราติดคุกหรอก มึงเชื่อกู”


          สอนติงลูกน้องในปกครองอย่างมั่นใจ ถ้าคิดจะจับพวกเขาส่งตำรวจล่ะก็ มึงต้องเจอกับไอ้สอนสักตั้งก่อนโว้ย พ่อจะซักทอดให้หมดทุกคนเลย ให้มันเข้าตารางกันให้หมดนี่แหละ จะได้รู้ว่านรกบนดินเป็นยังไงจากนั้นก็ไปจัดการงานศพตามที่เจ้านายสั่ง

 


สิงห์หนุ่มแห่งไร่ครองทรัพย์เดินกลับบ้านพัก ค่อนข้างจะดึกพอสมควร หลังจากที่ไปตรวจดูคันคูที่สั่งให้ลูกน้องสร้างกันน้ำป่า มีสองคนสนิทเดินกลับมาด้วย


          “พวกนายกลับไปพักเถอะ”

     

          “ราตรีสวัสดิ์ครับ” บอกลานายหนุ่มเรียบร้อย ฌอนและเชนก็ผละเดินกลับห้องพักของตัวเอง ซึ่งก็อยู่ชั้นล่างของบ้านนั่นเอง


          ร่างสูงเดินมาถึงห้องนอนของตนก็ต้องแปลกใจที่เห็นร่างบางบนเตียงนอนกระสับกระส่าย ใบหน้านวลโทรมไปด้วยเหงื่อไคลไหลซึมออกมาจนเปียกโชก จึงรีบก้าวยาวเข้าไปหาทันที มือหนาแตะลงที่ผิวกายแล้วต้องรีบชักมือกลับ เหมือนต้องของร้อน สงสัยแผลจะอักเสบแน่


          “สมาคุณได้ยินผมไหม สมา บ้าจริง! ”


          ฝ่ามือกว้างประคองใบหน้ารูปเอาไข่ไว้เพื่อเรียกสติ ดูท่าทางแล้วเธอไม่ได้ยินเสียงเขา ชายหนุ่มลุกเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบชามพร้อมผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กกลับออกมา จัดการชุบผ้าแล้วบิดหมาดๆ เช็ดตามเนื้อตัวให้ มือหนาอดที่จะสั่นเทาเมื่อสัมผัสลงที่ผิวเนื้อเนียนนุ่ม แม้ว่าจะปิดไฟทุกดวงในห้องแล้วก็ตามภายในใจเต้นระส่ำไปหมด


          “ผมขอโทษนะคุณสมา” รัฐภาคพึมพำบอก


          หลังจากที่เช็ดตัวให้เรียบร้อย ชายหนุ่มถึงกับต้องถอนหายใจออกมายืดยาวอย่างโล่งอก หัวใจเต้นโครมครามจะเกรงว่ามันจะเต้นออกมานอกอก แม้ว่าจะเคยเห็นเรือนร่างผู้หญิงมามาก แต่ก็ไม่เคยต้องหวั่นไหวมาก่อน เธอต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ ความรู้สึกข้างในมันบอกเขาอย่างนั้น นี่อาจจะเป็น พรหมลิขิต’ ที่ทำให้คนที่อยู่คนละซีกโลก ได้เดินทางมาเจอกัน อย่างที่มารดาเขาบอกเอาไว้ไม่มีผิด

 

          “เนื้อคู่ของลูกเขาไม่ได้อยู่ข้างกาย แต่เธออยู่ในใจของลูกต่างหาก การเดินทางครั้งนี้จะทำให้ลูกได้พบกับเธอ ซึ่งเธอจะมาพร้อมกับกุหลาบสีเหลือง...”

 

          เขาก็ไม่ใช่คนที่จะเชื่อเรื่องพวกนี้นักหรอก แต่พอมาเจอหญิงสาวใบหน้าหวาน ผิวสีน้ำผึ้งคนนี้เข้า เขาชักจะเชื่อขึ้นมาเสียเต็มร้อยเสียแล้วสิ ร่างสูงส่ายหน้าไปมาสะบัดความคิดออกไปจากหัว


          พลางลุกจากเตียงกว้าง เดินเข้าไปจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื่อผ้าชุดใหม่หลังจากที่นั่งสังเกตอาการเธออยู่พักใหญ่


          สิบห้านาทีต่อมาเขาก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ เสื้อยืดพอดีตัวและกางเกงนอนตัวยาว เดินไปหยิบหมอนอีกใบที่อยู่ข้างคนตัวเล็ก ไปทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาตัวยาวริมหน้าต่างบานสูง ไม่ถึงนาทีก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

 


แขกสาวที่ไม่ได้รับเชิญที่พักอยู่ชั้นบนตื่นตั้งแต่ไก่โห่ ลงมาดูหญิงสาวอีกคนที่อยู่ร่วมบ้านซึ่งสิงห์หนุ่มพามาเมื่อวาน เธออยากรู้เหลือเกินว่าหล่อนเป็นใคร? มาจากไหน? ทำไมรัฐภาคถึงต้องดูแลหล่อนใกล้ชิดขนาดนั้น


          ร่างบางก้าวไปหยุดลงหน้าห้อง มือบางผลักประตูเปิดเข้าไปข้างใน หวังจากเข้าไปถามเจ้าหล่อน แต่กลับไม่เจอคนที่ต้องการ


          “หายไปไหน? เมื่อวานก็เห็นกับตาว่านอนอยู่ในห้องนี้นี่” พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะสะดุ้งตกใจกับเสียงทุ้มด้านหลัง


          “คุณมาทำอะไรที่นี่”


          ฌอนที่เดินตามเจ้าหล่อนออกมาตั้งแต่ก้าวออกจากห้องพักแล้ว และก็พอจะรู้ว่าเธอจะไปไหนจึงเดินมาตาม ก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เรื่องของคนอื่นนี่อยากรู้เหลือเกินนะแม่คุณ ไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่นสักวันเจ้าหล่อนจะขาดอากาศหายใจหรือไงวะ ชายหนุ่มพลางส่ายหน้าให้กับแขกดาราสาวสวยที่ไม่ได้รับเชิญ


          “ผู้หญิงที่อยู่ห้องนี้ไปไหน”


          เอสเทียร์หันมาถามเสียงเรียบ ไม่ได้สนใจกับสายตามีคำถามของลูกน้องคนสนิทของสิงห์หนุ่ม เธออยากจะรู้เต็มประดาแล้ว เพราะเรื่องนี้และที่รบกวนจิตใจจนทำให้เธอนอนไม่หลับทั้งคืน


          “คุณจะอยากรู้ไปทำไม มันไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย” ฌอนโต้กลับน้ำเสียงเดียวกัน ทำเอาสาวเจ้าไม่พอใจ ทำหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธมาให้เขา


          “ฉันต้องรู้สิ เพราะดอมเป็นแฟนฉัน ผู้หญิงทุกคนที่เข้าออกที่นี่ ฉันต้องรู้ว่าพวกหล่อนเป็นใคร มาจากไหน” พูดอย่างมั่นใจเต็มประดา ใบหน้าเชิดขึ้น


          “อดีตที่ทิ้งไปแล้ว เจ้านายไม่อยากจดจำหรอกครับ เท่าที่ผมทราบ คุณดอมไม่ได้บอกไว้ว่ามีใครเป็นแฟน”


          “แก! ” 


               เอสเทียร์แทบเต้นเร้าๆ เมื่อถูกลูกน้องของสิงห์หนุ่มตอกกลับด้วยวาจาเจ็บแสบถึงทรวงใน เหมือนโดนน้ำร้อนเดือดๆ เทราดลงตามร่างกายก็ไม่ปาน ปากร้ายไม่ต่างจากคนเป็นนายเลยนะ


          “ผมว่าคุณกลับห้องไปจะดีกว่า ถ้าคุณดอมลงมาเห็นคุณกำลังวุ่นวายเรื่อง ส่วน-ตัว ของเขาอยู่ คงจะไม่ดีต่อตัวคุณนัก และน่าจะรู้ว่าเขาทำได้มากกว่าฆ่าคุณ ถ้าอยากจะลองอีกสักครั้ง ก็ได้นะครับ” เสียงขู่ยานคางที่เอื้อนเอ่ยออกมา ทำเอาดาราสาวสวยพลอยขนลุกซู่


          เอสเทียร์รู้ซึ้งกับคำนั้นดีกว่าใครๆ เพราะเขาเคยมอบมันให้ในครั้งก่อน วันที่เธอทิ้งเขาไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น เขาโกรธและเสียใจจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน เกือบจะบุกไปฆ่าอดีตสามีของเธอ ถ้าไม่ได้พี่ชายทั้งหลายของเขาห้ามเอาไว้ เธอคงได้ตายคามือเขาไปแล้ว คิดแล้วก็ไม่อยากนึกถึง


          ฌอนผละเดินห่างจากไปด้วยแววสะใจ โดยไม่สนว่าหญิงสาวข้างหลัง ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าด้วยความโกรธเกรี้ยว เอสเทียร์จ้องมองแผ่นหลังกว้างไปอย่างเครียดแค้น


          “ค่อยดูนะ ฉันได้เป็นนายหญิงของที่นี่เมื่อไร นายเจอดีแน่!

 


สมานุชปรือดวงตากลมเรียวขึ้นในเช้าอีกวันด้วยความยากลำบาก อาการปวดหัวและเจ็บแปลบที่แขนเรียววิ่งพล่านขึ้นอย่างพร้อมเพรียงทันทีที่เธอขยับตัว ใบหน้าเรียวแหยเก๋ด้วยความเจ็บปวด พยายามพยุงตัวเองขึ้นนั่งพิงหัวที่นอน แต่มันก็ช่างยากเหลือเกิน เธอจึงทิ้งตัวลงนอนที่เดิม


          “ตื่นแล้วหรือครับ เป็นยังไงบ้าง ยังรู้สึกเจ็บแผลอยู่หรือเปล่าครับ”


          สิงห์หนุ่มรีบก้าวเข้าไปนั่งลงเก้าอี้ใกล้ๆ พลางถามอาการด้วยความเป็นห่วง


          “ยังเจ็บอยู่นิดหน่อยค่ะ ฉันหลับไปนานไหมค่ะ” ตอบน้ำเสียงแหบโหยเหลือเกิน


          “คุณหลับไปสองวันเต็มๆ จนผมกลัวว่าคุณจะไม่ฟื้นเสียแล้ว” รัฐภาคส่งแก้วน้ำให้ถึงริมฝีปากบาง 


          สมานุชนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะอ้าปากรับ ดื่มน้ำด้วยความกระหาย เธอซึ้งในน้ำใจของเขาที่มีให้ ทั้งที่ไม่ใช่คนรู้จักมักคุ้นกัน แต่เขาก็ยอมที่จะเสี่ยงลงไปช่วยเธอขึ้นมาจากภัยร้าย


          “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยชีวิตฉันไว้อีกครั้ง ฉันเป็นหนี้บุญคุณคุณสองครั้งแล้วสินะคะ”


          น้ำเสียงที่ฟังดูจะสมเพชตัวเองมากกว่า ร่วมถึงใบหน้าเนียนที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดนั้นด้วย ทำให้สิงห์หนุ่มพลอยไม่สบายใจด้วย  


          “อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับ คนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน อย่าถือเป็นบุญคุณเลย คุณก็ถือว่าเป็นเพื่อนผมคนหนึ่ง ไม่ช่วยก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” น้ำเสียงฟังดูจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง


          “เรื่องอะไรค่ะ? ” สมานุชเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย


          “คุณไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่า เราค่อยมาคุยกัน มาครับผมช่วย”


          รัฐภาคเข้าไปช่วยประคองเธอไปที่ห้องน้ำ แล้วผละเดินออกมารอด้านนอกให้เธอจัดการธุระส่วนตัว สมานุชมองตัวเองในกระจกนิ่งนาน คิดไม่ออกว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไป หนทางไหนบ้างที่เธอจะเดินไปต่อได้ จะกลับบ้านก็ไม่ได้ ทำไมเธอไม่ตายๆ ไปซะ จะได้ไม่ต้องมาทนอยู่ในสภาพแบบนี้ น้ำตามากมายหลั่งไหลออกมาเป็นสายอย่างห้ามไม่อยู่


          ร่างบางทรุดนั่งลงกับพื้นห้องน้ำร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ ผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังประตูก็รับรู้ได้ว่าหญิงสาวข้างในกำลังทำอะไรอยู่ เสียงสะอื้นที่ดังออกมา แม้ว่าเธอจะพยายามกักเก็บมันเอาไว้ก็ตาม ความรู้สึกมากมายตีรวนขึ้นในหัว มันกระตุ้นให้เขาอยากจะกางปีกปกป้องเธอ ช่วยแบ่งเบาความเศร้าโศกนั้นให้หายไป ให้เธอได้กลับมายิ้มแย้ม เป็นผู้หญิงที่เขาเคยเห็นในวันแรกที่เจอ


          หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำ ด้วยใบหน้าที่สดชื่นขึ้นกว่าเดิม รัฐภาคจึงรีบเดินเข้าไปช่วยประคอง พาไปนั่งที่โซฟาตัวยาวที่เขาใช้เป็นที่นอนเมื่อคืน ด้านหน้าของหญิงสาวมีชามข้าวต้มปลาหอมกรุ่น


          “คุณบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยกับฉัน เรื่องอะไรหรือค่ะ” พอนั่งลงเรียบร้อยก็ถามขึ้นทันที


          “ทานข้าวก่อนดีกว่าครับ เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยทีหลัง มาครับ” มือหนาเลื่อนถาดอาหารมาตรงหน้า เธอช่างใจอยู่ครู่ก่อนจะพยักหน้าตกลง


          “ก็ได้ค่ะ” สมานุชจึงหันมาสนใจ และลงมือทานข้าวต้มหอมกรุ่มหน้าตาหน้าแทน แต่ด้วยมือที่จับช้อนไม่ใช่ข้างถนัดทำให้มันร่วงลงไปในชามเหมือนเดิม รัฐภาคที่นั่งสังเกตอยู่จึงจับมันไปถือไว้เสียเอง


          “ผมป้อนดีกว่า คุณทานเอง วันนี้คงไม่ได้กินกันพอดี” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ เลื่อนชามข้าวต้มไปตรงหน้า แล้วตักข้าวต้มขึ้นเป่าสองสามครั้งแล้วยื่นไปตรงหน้า สมานุชทำหน้าเลอะละ เกรงใจเขาเต็มกำลัง


          “เออ ฉันทานเองดีกว่าค่ะ คือฉันเกรงใจ” ยื่นมือไปจะแย่งช้อนจากเขา แต่ถูกเขาชักช้อนกลับ


          “อ้าปาก” 


          หญิงสาวถึงกับทำตัวไม่ถูก จึงทำได้เพียงอ้างปากรับอาหารเข้าปาก คำแล้วคำเล่าจนข้าวต้มพร่องไปกว่าครึ่งจึงยกมือขึ้นเป็นการบอกว่าอิ่มแล้ว สิงห์หนุ่มวางถ้วยข้าวลงหันหยิบแก้วน้ำเปล่าส่งให้ 




        แสดง 11 - 11
วันที่โพสต์ :  27 ก.พ. 2559 16:46 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:08    › จำนวนผู้เข้าชม 32393 คน
   › คะแนนโหวต 1158 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :