นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตามรักรัฐภาค [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ตามรัก สี่ 3

















สมานุชอ้าปากจะปฏิเสธกลายเป็นเปิดโอกาสให้เขาป้อนน้ำเสียนี่


“ขอบคุณค่ะ เอ่อ ใครเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันค่ะ” เธอสงสัยตั้งแต่ตื่นแล้ว แต่ยังไม่โอกาสได้ถาม


“ผมเอง ...แต่คุณอย่างพึ่งเข้าใจผิด ผมไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้นเลย ผมสาบานได้” รีบออกตัว แสดงความบริสุทธิ์ใจ ให้หญิงสาวสบายใจ


ช่างเถอะค่ะ แล้วเรื่องที่คุณจะคุยกับฉัน เรื่องอะไรหรือค่ะ”


ใบหน้านวลแดงระเรื่อขึ้นแทบจะทันทีเมื่อได้ยินว่าเป็นเขาที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย ขื่นพูดเรื่องนี้ต่อมีหวังเธอคงอายเขาจนไม่กล้ามองหน้าเขาตลอดวันแน่ ชายหนุ่มเองก็ไม่อยากให้เธออึดอัดไปมากกว่านี้จึงถามเรื่องที่ตั้งใจไว้แต่แรกออกไป


“เรื่องที่คุณถูกลอบทำร้ายเมื่อวาน คุณรู้หรือเปล่าว่าเป็นฝีมือใคร แล้ววันนั้นได้บอกใครหรือเปล่าว่าออกจะไปไหน”


“ฉันก็ไม่รู้ จะไปไหนมาไหนก็ไม่ได้บอกใครไว้อยู่แล้ว หรือว่าพวกมันตามฉันไป”


ถ้าเป็นอย่างที่เขาตั้งข้อสังเกตมันก็น่าจะตามเธอมานานแล้ว ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้ยังไงว่าเธอจะไปไหน เมื่อไร จวบเหมาะก็ลงมือทำร้ายจนเธอเกือบตาย แต่จะว่าไปแล้วเธอก็พอจะรู้สึกว่ามีคนตามอยู่เหมือนกัน เนื่องจากพักหลังมานี้มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นกับเธอถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนมาครั้งนี้ที่เธอหวิดเกือบเอาชีวิตไม่รอด


“แล้วคุณสงสัยใครบ้างไหม” รัฐภาคถามขึ้นใหม่


“ฉันไม่รู้เหมือนกัน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ถ้าเกี่ยวกับธุรกิจก็ไม่น่ามี เพราะทุกคนที่ค้าขายด้วยก็เป็นคู่ค้ากันมาตั้งแต่สมัยที่พ่อฉันทั้งนั้น” บอกตามที่รู้สึก เธอก็ไม่เห็นว่าใครจะคิดร้ายกับเธอเลย


“คุณแน่ใจนะ ว่าไม่มีแล้ว”


ชายหนุ่มย้ำอีกครั้ง เขาเองก็ไม่ค่อยมั่นใจนักหรอกว่าจะไม่มีใครคิดฆ่าเธอ แต่เกิดเรื่องที่เกิดขึ้นทุกคนสามารถเป็นผู้ต้องสงสัยได้หมด


“แน่ใจค่ะ หรือคุณคิดว่ามีใครอื่นอีก?”


“ผมยังไม่อยากฟันธง แล้วคุณเคยไปขัดผลประโยชน์ของใครบ้างหรือเปล่า หรือไม่ก็ไม่สร้างศัตรูไว้โดยไม่รู้ตัวอะไรแบบนั้น” รัฐภาคหาประเด็นอื่น


“ฉันไม่รู้หรอก จะมีใครฆ่าฉันเพื่อผลประโยชน์อย่างที่คุณว่า”


สมานุชกุมขมับ คิดไม่ออก วันๆ หนึ่งเธอทำตั้งหลายอย่าง ไม่รู้จะไปขัดตาใครเข้าเมื่อไร


“คุณลองคิดทบทวนดูสิ ว่าใครที่พอจะเป็นไปได้บ้าง ถ้าสมมติ เอ่อ ผมแค่สมมติไม่ได้แช่งนะ ถ้าเกิดคุณตายขึ้นมา ใครจะเป็นคนได้รับประโยชน์โดยตรง”


“ก็อาฉันสิค่ะ ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้หรอก เขาเป็นน้องชายของพ่อฉัน และเป็นญาติคนเดียวของฉันด้วย ไม่มีทางที่เขาจะคิดแบบนั้นกับฉันเด็ดขาด” สมานุชปฏิเสธหัวชนฝา ท่านเป็นคนดีและรักเธอจะตาย ไม่มีทางจะทำเรื่องแบบนี้แน่


“ผมก็แค่สมมติ ถ้าคุณมั่นใจว่าท่านไม่ได้เป็นแบบนั้น เราก็ตัดออกไป แต่ผมอยากให้คุณระวังไว้หน่อยก็ดีนะ ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร ต่อให้เป็นลูกหลานก็ฆ่าได้ทั้งนั้น แล้วคุณคิดหรือยังว่าจะเอายังไงต่อไป”


รัฐภาคฝากความหวังดีเอาไว้ เผื่อเธอจะคิดถึงคำของเขาขึ้นมาบ้าง จะได้ระวังตัวเองมากกว่านี้


“ฉันว่าจะกลับบ้าน อยู่บ้านคุณนานๆ คงไม่ดีเท่าไร” บอกตามตรง


“ผมว่าคุณอยู่ที่นี่จะปลอดภัยกว่านะ ตอนนี้ทุกคนที่ไร่เข้าใจว่าคุณตายไปแล้ว”


“ตาย! ก็ฉันยังนั่งอยู่นี่ไง จะตายได้ยังไง”


เสียงหวานร้องลั่นด้วยความตกใจ จะมากล่าวหาว่าเธอตายกันได้ สติยังดีกันอยู่หรือเปล่า


“คนสนิทผมพึ่งเข้ามาบอกเมื่อเช้า ว่าอาบดินทร์ของคุณกำลังจัดเตรียมงานศพให้คุณ และประกาศไปทั่วว่าคุณตายแล้ว” 


รัฐภาคหนักใจที่จะบอกความจริงที่พึ่งรู้ก่อนเข้ามาพบเธอไม่นานนี้เอง เขาก็ไม่ได้ต้องการที่จะบอกหรอก แต่สาวเจ้าฟังเขาที่ไหนกัน


“บ้าไปแล้ว ฉันจะกลับไปบอกทุกคนว่าฉันยังไม่ตาย” ร่างบางลุกพรวดขึ้นตรงไปที่ประตู


“คุณใจเย็นๆ ก่อนเถอะ ขื่นกลับไปตอนนี้ ไอ้พวกที่กำลังตามฆ่าคุณอยู่ได้แห่กันมาซ้ำแน่ ผมว่าคุณรอไปก่อนจะดีกว่านะ”


ชายหนุ่มจึงต้องก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ แล้วบอกถึงสิ่งสำคัญที่เธอควรจะนึกถึงในเวลานี้ มือหนากุมไหลมนไว้มั่น จ้องมองดวงตากลมเรียวบอกเจตนาดีชัดเจน ไม่ใช่ว่าเขากลัว แต่หญิงสาวตรงหน้ายังไม่แข็งแรงดีพอที่จะไปต่อกรกับพวกนั้น คนที่อยู่ในเงามืดมักจะได้เปรียบเสมือน


“ทำไมถึงมีแต่เรื่องนะ ฉันอยากจะรู้เหลือเกินไอ้พวกที่อยากจะฆ่าฉันเป็นใคร ต้องการอะไรกันแน่”


สมานุชสบถออกมาอย่างเหลืออด หันมองใบหน้าคมตรงหน้า ความคิดมากมายตีรวนในหัวไปหมด จนต้องยกมือขึ้นกุมไว้แน่น รู้สึกเจ็บจี๊ดวิ่งริ้วๆขึ้นมา


 “ผมว่าคุณอย่าพึ่งคิดอะไรเลย พักผ่อนก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องนี้ผมจะช่วยจัดการให้เอง”


รัฐภาครีบก้าวเข้าไปดูอาการของคนตัวเล็ก พลางถามด้วยความเป็นห่วง พยุงร่างบางมาที่เตียงกว้างจัดแจ้งให้เธอนอนลงก่อนจะดึงผ้าห่มผืนหนาคุมให้เสร็จสรรพ


“ขอบคุณที่ช่วยฉัน”


หญิงสาวซึ้งในน้ำใจเขามากมายเหลือเกิน ถ้าไม่ได้เขาเธอก็คงกลายเป็นผีเฝ้าป่าไปแล้ว


“ไม่ต้องขอบคุณหรอก คุณพักผ่อนเถอะ ผมไม่รบกวนแล้ว”


ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มส่งให้ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองใบหน้านวลนิ่งนาน ไม่ยอมลุกไปไหน ใบหน้าคมก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนแช่อยู่เนิบนานแล้วถอดออก สมานุชมึนงงกับสัมผัสแปลกใหม่ที่เข้าอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว


ร่างสูงเดินออกจากห้องไปนานแล้วเธอก็ยังนิ่งค้างอยู่ท่าเดิม นานร่วมนาทีจึงรู้สึกตัวก่อนจะมองตามแผ่นหลังกว้างออกไป ใบหน้านวลร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และตอนนี้มันเห่อร้อนจนกลัวว่าแก้มเธอจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ 

 


ประตูห้องพักฝั่งตะวันตกแง้มออกมา ใบหน้าเรียวสวยด้วยมือแพทย์หันมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงก้าวออกจากห้องตรงไปที่ห้องนอนของสิงห์หนุ่มอย่างไม่รีรอ แล้วก็แทบคลั่งเมื่อเห็นรัฐภาคพานั่งผู้หญิงคนนั้นเข้าไปอยู่ในห้องนอนด้วย ทั้งที่เธอไม่ได้แม้แต่สิทธิ์ที่จะเฉียดกายไปใกล้เลยด้วยซ้ำ นี่เขาทำเกินไปแล้วนะ!


เอสเทียร์ผลักประตูเข้าไปภายในเมื่อเห็นว่าไม่เขาก่อนจะปิดมันพร้อมกับลงกลอนทันที วันนี้เธอจะต้องไล่ยัยผู้หญิงไร้ยางอายออกจากบ้านของคนรักให้ได้ ว่าแล้วก็ตรงไปที่เตียงกว้าง กระชากแขนเรียวของคนที่นอนอยู่ขึ้นมาอย่างไม่คิดปรานี หรือคิดว่าเธอบาดเจ็บอยู่


“โอ้ย! มันเรื่องอะไรกัน” 


ร่างบอบบางของคนเจ็บที่กำลังหลับสบายจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความตกใจ เมื่อถูกลากลงจากเตียงกว้าง และการกระทำนั้นทำให้บาดแผลที่แขนเรียวกระแทกเข้ากับพื้นแข็งเต็มแรง ใบหน้านวลแหยเก๋ความวิ่งพล่านจนชาไปทั้งแขน


“หล่อนเป็นใคร! กล้าดียังไงมานอนบนเตียงของสามีฉัน”


“สามี? ” คิ้วเรียวยาวขมวดยุ่ง ด้วยอาการปวดหัวที่ยังไม่ทุเลา มึนงงว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่กันแน่


“รัฐภาค! เจ้าของไร่ครองทรัพย์นี้ยังไงล่ะ อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลย หล่อนวางแผนมาเข้ามาจับเขาใช่ไหม ผู้หญิงหน้าด้าน ออกไปจากบ้านฉันเลยนะ! ”


กล่าวว่าเสียเทเสียใส่ไม่ยั้ง คำพูดร่ายยาวจนจำเลยสาวที่พึ่งสะลึมสะลือจากไข้ คิดคำพูดโต้ตอบกลับไปไม่ทัน


“เอ่อ


“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เก็บข้าวของของหล่อน แล้วออกไปจากบ้านนี้ซะ ไป! ” นิ้วเรียวชี้ไปที่ประตูห้องนอนบานใหญ่ สมานุชที่สติยังกลับมาไม่ครบถ้วนบอกอีกฝ่ายไป


“ฉันจะไปได้ยังไง เสื้อผ้าก็ไม่มี แล้วคุณภาคก็อนุญาตให้ฉันอยู่ที่นี่ได้


“อ้าย! นังหน้าด้าน แต่ฉันไม่ให้แกอยู่ที่นี่ ออกไป เร็วสิ! ”


เห็นว่าจำเลยสาวไม่ยอมออกไปง่ายๆ เอสเทียร์จึงใช้กำลังและร่างกายที่สูงใหญ่มากกว่าเข้าไปลากร่างบางขึ้นจากพื้นลากลงไปข้างล่าง ก่อนจะผลักเธอออกจากบ้านไป


ร่างกายที่ยังไม่หายจากพิษไข้ ทำให้การประมวลผลของสมองไม่เต็มร้อย สมานุชพยุงตัวเองขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วเดินจากบ้านหลังใหญ่ไปตามที่หญิงสาวต้องการ เท้าเรียวก้าวไปตามถนนลูกรังที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า ตอนนี้เธอไม่มีเรียวแรงจะไปตอบโต้ใครทั้งนั้น ถ้าเป็นสมานุชคนเดิมไม่มีทางที่เจ้าหล่อนจะได้เฉียดกายเข้าใกล้หรอก


“บ้านหลังนี้จะต้องมีฉันเป็นนายหญิงคนเดียวเท่านั้น!


ริมฝีปากแสยะยิ้มด้วยความสะใจ มีความสุขเหลือเกินที่กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจออกไปได้อย่างง่ายดาย โดยที่เธอไม่ได้เสียแรงมากมายอย่างที่ควรจะเป็น ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้าน แต่ต้องหันมาเจอกับสายตานับสิบที่จ้องมองมาที่เธอเหมือนางมารร้ายที่หลุดออกมาจากในละครทีวี  


“มองอะไร จะไปไหนก็ไปสิ ขวางหูขวางตาจริงเลย”


 

        แสดง 12 - 12
วันที่โพสต์ :  27 ก.พ. 2559 16:46 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:08    › จำนวนผู้เข้าชม 35411 คน
   › คะแนนโหวต 1561 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :