นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตามรักรัฐภาค [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ตามรัก ห้า 2










 

รถจิ๊ปคันใหญ่ก็จอดสนิทลงหน้าบ้านพักหลังใหญ่ของสิงห์ตัวที่สี่ รัฐภาคจัดการอุ้มร่างของคนตัวเล็กตรงขึ้นชั้นบน ไม่สนใจสายตานับสิบที่กำลังมองมา 


เอสเทียร์ที่นั่งจิบไวน์อย่างสบายใจ หันมาจะยิ้มให้กับสิงห์หนุ่มต้องเปลี่ยนเป็นอ้าปากค้างแทน เมื่อเหลือบไปเห็นคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา


ถึงขนาดต้องออกไปตามมันกลับมาด้วยตัวเองเลยหรือดอม นี่คุณรักมันเหรอ? ได้! ฉันไม่ยอมให้คุณได้เสวยสุขกับมันหรอก ไม่มีทาง! 


นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองไปที่ทั้งคู่ด้วยแววริษยา ทั้งโกรธและแค้นเคืองในเวลาเดียวกัน แต่ต้องรีบหลบเมื่อถูกนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ส่งประกายตาอาฆาตไปให้ เอสเทียร์ถึงกับสะดุ้ง หลบสายตาคู่คมที่ทำเอาขนลุกเกรี้ยวกราวไปร่าง รีบเดินหนีขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว


รัฐภาคอุ้มร่างบางไปที่เตียงกว้าง จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หญิงสาว เลือกเสื้อผ้าที่คิดว่าอุ่นที่สุดสวมมาสวมให้ ครั้งนี้ไม่มีแววเคอะเขินหรือความรู้สึกหวั่นไหวเหมือนคราแรก เพราะความห่วงใยและความกลัวเข้ามาแทนที่ กลัวว่าคนตัวเล็กจะจากเขาไปมากกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงอยู่กับความรู้ผิดไปจนวันตาย


ผละไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้เป็นการด่วน เธอคงจะล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง แผลถึงได้เต็มตัวไปหมด เลือดสีแดงสดไหลออกจากบาดแผลไม่หยุด ยิ่งทำให้ใจเขาไม่ดี ยังดีที่บาดแผลจากกระสุนเมื่อครั้งก่อนไม่ฉีกขาด


สภาพอากาศตอนนี้ก็เป็นการยากที่จะไปรับตัวคุณหมอสาวมาที่นี่ มือหนาจับร่างบางให้นอนลงที่เตียงกว้างอีกครั้งพร้อมกับดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมให้อีกชั้น


“หนาว... พ่อค่ะ... สมาหนาว...”


เสียงหวานละเมอไม่ได้ศัพท์ มือบางปักป่ายไปทั่ว แล้วปัดไปโดนมือหนาที่ยื่นมาใกล้จึงดึงมากอดไว้แน่น


รัฐภาคที่ไม่ทันตั้งตัวจึงเซถลาล้มลงไปข้างร่างบาง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลงคอ ไม่คิดว่าจะได้อยู่ใกล้ชิดหญิงสาวมากขนาดนี้ จากนั้นจึงปล่อยเลยตามเลย


“ชู่ว์ ไม่เป็นไรแล้ว คุณปลอดภัยแล้ว หลับเสียคนดี”


อาการกระสับกระส่ายเมื่อครู่เงียบสงบลงเหมือนถูกร่ายมนต์ ร่างสูงเลื่อนกายลงนอนข้างแล้วหลับตาลง แม้กายจะหลับแต่ภายในส่วนลึกในใจยังคงทำงานอยู่ตลอด ใครที่มันทำให้คนดีของเขาต้องเจ็บตัว เขาเคยเตือนแล้วว่าอย่ายุ่ง ในเมื่อไม่ฟังก็ต้องเจอกันหน่อย

 


ไร่อัครัตน์


ดวงตาคู่คมลืมขึ้นในรุ่งเช้าวันอาทิตย์ ใบหน้าคมแหยเก๋ด้วยความเจ็บปวดเมื่อขยับร่างกาย ดวงตาคู่คมปรือขึ้นกวาดตามองโดยรอบ มาหยุดลงที่ผ้าพันแผลตามร่างกาย


มือหนาพยายามดันตัวเองขึ้นนั่งพิงหัวเตียง หางตายาวเรียวก็กวาดไปปะทะเข้ากับใครอีกคนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนโซฟาหนานุ่มชิดริมหน้าต่างบานสูง ร่างบางขยับพลิกกายเล็กน้อย เมื่อรู้สึกเมื่อยขบตามร่างกาย เขาชายหนุ่มอดที่จะยิ้มออกมากับความขี้เซาของสาวเจ้า รีบหุบลงเมื่อคนที่เขากำลังมองขยับตัวขึ้นนั่ง เขาจึงรีบเลื่อนตัวลงนอนตามเดิม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วรีบหลับตาลง ต้องสูดปากแผ่วเบาเพราะลืมตัวว่าตัวเองเจ็บอยู่


อังครินทร์ลุกขึ้นบิดขี้เกียจไปมาสองสามรอบ ลุกขึ้นเดินเข้ามาดูอาการของทหารหนุ่ม พร้อมกับตรวจวัดชีพจรเหมือนทุกวัน นี้ก็ปาเขาไปวันที่สี่แล้ว เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นเลย


“เมื่อไรจะฟื้นน่าคุณทหารรั้วของชาติ” เสียงหวานเอื้อนเอ่ย ใบหน้านวลห่างจากจมูกโด่งไม่ถึงคืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัว


คนที่แกล้งหลับเผลอสูดดมเอาไว้เสียไม่ได้ มือบางดึงผ้าห่มขึ้นให้ แล้วผละกลับห้องนอนของเธอไป


วันนี้เธอต้องไปตรวจดูอาการของเพื่อนรักต่อ ทางโน้นส่งข่าวมาบอกว่าเจอตัวแล้ว เธอรู้สึกโล่งใจมากที่ไม่ได้ถูกจับตัวไปอย่างที่ห่วง จะว่าไปแล้วก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครกันที่อยากจะฆ่าเพื่อนเธอ พวกมันต้องการอะไร? เธอก็ตัวแค่นั้นมีอะไรที่พวกมันต้องการหรือ เลิกคิดเถอะ คิดไปก็ไม่ได้คำตอบ บอกตัวเองเสร็จก็เดินออกจากห้องไป


พอสิ้นเสียงปิดประตูคนที่แกล้งหลับถึงกับต้องผ่อนลมหายใจออกมายืดยาว แล้วสูดเอาอากาศเข้าปอดเป็นการใหญ่เพราะกลั้นเอาไว้จนคิดว่าตัวเองจะตายไปเสียแล้ว จะไม่ให้เขากลั้นได้อย่างไร ก็แม่คุณเล่นเอาหน้ามาใกล้เสียขนาดนั้น ไม่หัวใจวายตายก็ดีแค่ไหนแล้ว


ขาแกร่งก้าวลงจากเตียงอย่างระวังเดินไปที่หน้าต่างบานยาวมองออกด้านนอกเห็นทุ่งกว้างด้านนอกที่เขียวชอุ่ม มีแสงวูบวาบจากน้ำฝนที่ค้างบนยอดใบไม้เต็มไปหมด


เป็นภาพที่สวยงามเหลือเกิน แต่ละวันก็เห็นแต่โจรผู้ร้ายและปืนผาหน้าไม้ ความสวยงามเช่นนี้จึงยากที่จะผ่านตา ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าไรไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนร่างบางก้าวมาหยุดลงข้างกายเสียแล้ว


“มันสวยมากใช่ไหมค่ะ มันเป็นเหตุผลที่ฉันรักที่นี่ และไม่คิดจะไปอยู่ในเมืองหลวงที่แสนวุ่นวาย” อังครินทร์กล่าว ใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข เขาสัมผัสได้ว่าเธอพูดออกมาจากใจจริง


“คุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมเจอแล้วบอกว่าอยากอยู่ในป่าเขาที่ไม่มีความสะดวกสบายอะไรเลย” ชายหนุ่มว่า


“คุณจะว่าฉันแปลกสินะคะ ไม่ใช่แค่คุณหรอก ฉันคิดว่าของนอกกายพวกนั้นไม่ได้ทำให้ฉันมีความสุขจริงหรอก สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันนี่สิค่ะคือความจริง ฉันเพ้อเจ้อเสียนานเลย เสื้อผ้าวางอยู่ที่เตียงนะคะ เสร็จแล้วเรียกฉัน เดี๋ยวจะให้เด็กเอาข้าวและยามาให้” 


ชายหนุ่มหันมามองหน้าหญิงสาวกับคำถามนั้น ซึ่งหญิงสาวมองเขาอยู่ก่อนแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะตอบมันได้ เพราะไม่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงมันคืออะไร


“ขอบคุณนะครับคุณ...”


“อังครินทร์ค่ะ หรือจะเรียกหมออังก็ได้ คนแถวนี้เรียกฉันอย่างนั้น”


“ผมต้องขอบคุณคุณหมออังมาก ถ้าไม่ได้คุณช่วย ผมก็คงตายไปแล้ว”


“หรือบ้างทีอาจจะเป็นเหยื่อของนกแร้งแถวนี้” บอกน้ำเสียงติดตลก ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ร่างบางหยุดกึก พึ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรไปอย่าง


“แล้ว... ชื่อคุณ”


“ขอโทษที่ครับ ผมลืมแนะนำตัวไปเลย ตฤณ นฤเบศ หรือจะเรียกตฤณเฉยก็ได้” ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำชื่อเสียงเรียงนามให้หญิงสาวได้ฟัง


“คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เปลี่ยนเองได้ใช่ไหม ถ้าไม่ได้ฉันจะให้ลุงมิ่งเข้ามาช่วย” เสียงหวานถามเพื่อความแน่ใจ ด้วยบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดีเขาอาจจะเปลี่ยนไม่ถนัด


“สบายมากครับ” ตฤณรีบบอก เรื่องแค่นี้เล็กน้อย เมื่อก่อนเจอหนักว่านี้ยังรอดมาได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร


“งั้นก็เชิญตามสบาย ฉันไปเตรียมอาหารให้ก่อน”


อังครินทร์ผละจากห้องไปปล่อยให้ทหารหนุ่มได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ซึ่งเธอไปขอยืมพี่ชายมาให้ก่อน เขาน่าจะใส่ได้จากที่เธอดูจากรูปร่างก็พอกันกับพี่อัค


อึดใจต่อมาหญิงสาวก็กลับมาที่ห้องคนไข้หนุ่มอีกครั้ง โดยในมือมีถาดข้าวต้มหอมกรุ่น ยาและแก้วน้ำเปล่า เขาหมดสติไปหลายวัน ร่างกายคงต้องการอาหารมากกว่าปกติ


“ฉันเข้าไปนะ คุณ!


ร่างบางเดินถึงถาดอาหารไปที่โต๊ะรับแขกชุดเล็กในห้องแล้ววางลง หันไปจะเรียกเขา และต้องตกใจรีบวิ่งไปรับร่างสูงแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆเขาก็เซถลาจะล้มลงเสียอย่างนั้น คงเพราะเขานอนหมดสติเป็นเวลานาน จึงเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมาฉับพลัน ซึ่งไม่ใช้เรื่องแปลกอะไร สำหรับคนไข้ที่พึ่งฟื้น


“เป็นยังไงบ้าง นั่งลงก่อนค่ะ ขอฉันตรวจดูอาการหน่อย”


อังครินทร์พยุงร่างสูงไปนั่งลงที่โซฟา แล้วถามอาการของเขา หมอสาวรีบจัดการตรวจดูอาการเบื้องต้นทันที มือบางหยิบเครื่องวัดเสียงหัวใจลงบนหน้าอกกว้าง เพื่อฟังความผิดปกติของหัวใจ ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง


จากนั้นจึงทดสอบการไวต่อแสงของดวงตาคู่คม ซึ่งเขาก็ตอบสนองได้ดี แล้วถามขึ้นใหม่หลังจากที่เก็บอุปกรณ์ลง


“คุณมีอาการหูอื้อ หรือว่ามือเท้าชาบ้างหรือเปล่า”


“ไม่มีครับ ผมไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับหมอ”


“โดยรวมแล้วไม่เป็นไร ที่คุณหน้ามืดคงเพราะขาดอาหารหาไปหลายวัน จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ทานข้าวก่อนดีกว่า คุณจะได้ไม่ต้องเป็นลมให้ฉันลำบากแบกขึ้นเตียงอีก”


มือบางยื่นช้อนข้าวต้มที่เป่าเรียบร้อยมารอที่ริมฝีปากหยักลึก ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่เมื่อเห็นว่าเธอตั้งใจทำให้จึงยอมอ้าปากรับข้าวต้มหอมยั่วน้ำย่อย แล้วก็อ้าปากรับคำต่อไปๆ จนหมดถ้วย เรียกรอยยิ้มจากคนทำได้เป็นอย่างดี หมอสาวก็พลอยดีใจที่คนไข้ของเธอกินได้ปกติ ไม่ได้มีผลข้างเคียงอย่างที่ห่วง


“ดูคุณจะหิวมาก เอาเพิ่มอีกสักถ้วยไหม ฉันจะไปตักมาให้”


“ไม่ล่ะครับ แค่นี้ก็อิ่มมากแล้ว”


ตฤณยิ้มรับเขินๆ นึกเกรงใจเธออยู่ในที เขาบาดเจ็บมาให้เธอรักษายังต้องเป็นภาระให้เธอมาป้อนข้าวป้อนน้ำอีก


“ไม่เอาแน่นะคะ ถ้าอย่างนั้นก็ทานยาซะ น้ำค่ะ ฉันจะไม่อยู่สักสองสามชั่วโมงนะคะ ถ้าอยากได้อะไรก็ลุงมิ่งได้เลย ฉันบอกให้ลุงแกมาอยู่เป็นเพื่อนคุณแล้ว”


มือบางยื่นยาเม็ดเล็กสองสามเม็ดเทลงบนฝ่ามือหนา พร้อมยื่นแก้วน้ำเปล่าส่งให้


“คุณจะไปไหนหรือครับ” ตฤณเอ่ยถามด้วยความสงสัย


“ต้องไปดูอาการของเพื่อนหน่อย ฉันไปไม่นานหรอก เที่ยงฉันจะกลับมาทานข้าวด้วย ไปนะคะ”


“ขับรถดีๆ นะครับ”


อังครินทร์ส่งยิ้มหวานมาให้แทน ตฤณนึกขอบคุณหญิงสาวจากใจ ขนาดว่าไม่รู้จักกันเลย เธอยังช่วยเหลือเขามากถึงขนาดนี้ นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกแบบนี้ ร่างบางที่กำลังจะลุกจากโซฟาหนาก็ต้องเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดโดยไม่ทันได้ตั้งตัว พยายามจะขื่นจะออกจากอ้อมแขน แต่ต้องหยุดลงเมื่อเขากล่าวออกมา


“ผมขอนาทีเดียว...” 






        แสดง 14 - 14
วันที่โพสต์ :  27 ก.พ. 2559 16:46 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:08    › จำนวนผู้เข้าชม 32397 คน
   › คะแนนโหวต 1158 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :