นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ล่ารักรัฐภัทร [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ล่ารัก สาม 1







 

พระอาทิตย์ตกดินดวงตาเรียวก้มมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู บอกเวลาจะหกโมงเย็นเข้าไปแล้ว ชายหนุ่มช่างใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะปลุกเธอดีหรือเปล่า สุดท้ายจึงสรุปให้ตัวเองว่าปลุกเธอดีกว่า เขย่าร่างบางเบาๆให้เธอตื่นจากนิทรา

คนที่หลับมาหลายชั่วโมงค่อยๆปรือหนังตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างช้าๆ พอเห็นสิงห์ร้ายที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นแบบนี้ จึงขยับตัวถอยห่างพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง มือบางยกขึ้นกุมกระหมับนวดเบาเพื่อคลายอาการปวดหน่วงในหัว

“กี่โมงแล้ว” เอ่ยถามเสียงแหบแห้ง

“หกโมงเย็น” บอกเสียงอ่อนลง

“หา! ตายแล้ว ตาพีท โอ๊ย!

หญิงสาวรีบลุกขึ้นทันที นึกขึ้นได้ว่าลูกชายอยู่บ้านคนเดียว เท้าบางก้าวลงจากเตียงไป ความที่ยังไมฟื้นไข้ดี จึงทำให้เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมาชั่วแวบ

“คุณเดินไม่ไหวหรอก” รัฐภัทรรีบก้าวเข้าไปประคองเอาไว้ เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แต่กับถูกหญิงสาวปฏิเสธกลับมาทันควัน

 “ไม่ต้องมายุ่ง ฉันเดินเองได้”

ภาพตรงหน้าเบลอหนัก ร่างบางจึงโงนเงนจะล้มลงไปอีกรอบ สิงห์หนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลเกือบก้าวเข้ารับร่างบางไว้แทบไม่ทัน

“อย่าทำเป็นปากเก่งหน่อยเลยน่า ยืนเองจะไม่ไหวอยู่แล้ว”

รัฐภัทรไม่พอใจขึ้นมาบ้าง เขาพูดอะไรเธอไม่เคยจะฟังกันบ้างเลย หญิงสาวไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เขาบอก ก่อนตวัดร่างหญิงสาวขึ้นอุ้มโดยไม่ฟังคำขัดค้าน มุ่งตรงออกจากห้องพักเดินอ้อมไปยังประตูห้องทำงานใหญ่

 “ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะไปหาลูกฉัน” ร่างบางดิ้นขลุกขลักจะลงจากอ้อมแขนแกร่ง ก่อนจะหยุดดิ้นไปทันทีเมื่อถูกชายหนุ่มตวาดกลับมา

“หยุดดิ้น! ไม่อย่างนั้นผมจะปล้ำ เปลี่ยนชุดซะ แล้วผมจะพาไป”

“คุณจะพาฉันไปไหน?” เมฆณาขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันอย่างสงสัย นี่เขาจะพาเธอไปไหนอีก

“คุณจะไปหาลูกไม่ใช่หรือ หรือว่าไม่ไปแล้ว” สิงห์หนุ่มบอก ร่างบางชะงักงันเล็กน้อย ก่อนจะรีบพูดขึ้น

“ไปสิ รอฉันแปบหนึ่ง”

เมฆณารีบคว้าถุงเสื้อผ้าแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำ โดยที่เขาไม่ต้องบอกซ้ำให้เสียเวลา ไม่ถึงนาทีหญิงสาวก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ รัฐภัทรจ้องมองหญิงสาวนิ่ง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีเธอก็ยังเหมือนเดิมสำหรับเขา

ประตูห้องนอนเปิดออก ลูกน้องคนสนิททั้งสองที่นั่งดูแฟ้มเอกสารกันอยู่รีบลุกขึ้นอย่างรู้หน้าที่ เดินตามคนทั้งคู่ไปที่หน้าบ้าน หญิงสาวพยายามแกะมือหนาที่โอบเอวคอดออก จนแล้วจนลอดเขาก็ไม่ยอมปล่อย ชาติที่แล้วเป็นตุ๊กแกหรืออย่างไรกัน

ร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีของเมฆณาก็เป็นอุปสรรคจนได้ ผ่านไปไม่ถึงนาทีศีรษะได้รูปก็เอนซบอกกว้างพร้อมกับลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บอกให้รู้ว่าเธอหลับไปแล้ว

ใบหน้าคมก้มลงมองด้วยความสงสารและเห็นใจ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้เลยแม้แต่น้อย มือหนายกศีรษะเล็กวางลงตักกว้าง แล้วจัดท่านอนให้ เพื่อเธอจะได้หลับสบายมากขึ้น

แซมและเรย์มองดูนายหนุ่มผ่านกระจกมองหลัง เห็นแล้วก็อดที่จะเห็นใจไม่ได้ ทั้งที่รักเธอมากมายแต่ก็ไม่มีวิธีแสดงออกให้เธอรับรู้ เฮ้อ... ละครเรื่องนี้จะจบลงอย่างไรหนอ สองหนุ่มลูกน้องคนสนิทก็ได้แต่มองหน้ากัน พลางถอนหายใจออกมาอย่างหนักอึ้ง

 

รถหรูแล่นเข้ามาถึงที่บ้านพักของหญิงสาว ร่างสูงมองดูร่างบางเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอดูท่าจะไม่ตื่นง่าย จึงจัดการช้อนอุ้มคนตัวเล็กขึ้นอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ไปรบกวนการพักผ่อนของเธอเข้า

“อือ...” หญิงสาวส่งเสียงอืออา ซุกใบหน้าเนียนลงที่อกกว้างมากขึ้น เรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี จากนั้นทั้งหมดจึงเดินมุ่งหน้าขึ้นห้องชุดบนชั้นบนสุดทันที

ลูกน้องคนสนิทค่อยเปิดประตูออกกว้างเพื่อให้เจ้านายหนุ่มที่มีหญิงสาวในอ้อมแขนได้เข้ามาภายใน ร่างสูงก้าวเข้าห้องนอน วางหญิงสาวลงบนเตียงกว้างจัดท่านอนและห่มผ้าให้เรียบร้อย

ร่างสูงจึงเดินเลี่ยงออกจากห้อง เดินเข้าไปหาเด็กชายที่สั่งให้ลูกน้องดูแล เมื่อเดินเข้ามาในห้องก็เห็นว่าเขากำลังหลับอยู่ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปนั่งลงข้างเตียง มือหนาลูบศีรษะเล็กอย่างรักใคร่ ซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน แม้ว่าจะเคยเล่นกับลูกของพี่ชาย แต่มันก็ไม่เหมือนกับความรู้สึกนี้

“ทำไมฉันรู้สึกว่าเรารู้จักกันมานานเหลือเกิน” รัฐภัทรรำพึงกับตัวเอง ก้มมองหนูน้อยนาม พีระภัทร ไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย ก่อนจะผล็อยหลับข้างเด็กชายไปในเวลาต่อมา

 

สองหนุ่มลูกน้องคนสนิทที่จะเข้าเตือนเรื่องการประชุมในวันพรุ่งนี้ ได้แต่หยุดอยู่แค่หน้าประตู เห็นเจ้านายของพวกเขานั่งหลับอยู่บนเตียง โดยมีเด็กชายตัวน้อยน้อยนุ่นตักกว้างอยู่ ช่างเป็นภาพที่น่ามองนัก เหมือนคนเป็นพ่อกับลูกที่นั่งเล่าเรื่องราวให้กันฟังแล้วผล็อยหลับตามกันไปแบบนั้น

“นายคิดเหมือนกันกับฉันไหมเรย์” แซมถามคู่หู

“ฉันก็เคยสงสัยมานานมากแล้ว พอมาเห็นแบบนี้ก็ชักเริ่มแน่ใจแล้ว ที่เราพยายามหาคำตอบมาจะเป็นจริงหรือเปล่า” เรย์บอกขึ้น

กว่าสองปี... ที่พวกเขาติดตามหาคำตอบ จนถึงตอนนี้ความสงสัยใกล้ได้รับคำตอบแล้ว ดวงตาคู่คมลืมขึ้นเหมือนรู้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง จึงหันไปมองที่ประตู

ร่างสูงของคนสนิทยื่นจ้องมองมายังเขา ชายหนุ่มจึงยกศีรษะเล็กลงวางที่หมอนนุ่ม ก่อนจะลุกขึ้น ก้าวเดินออกจากห้องมา

“มีอะไร ทำไมพวกนายต้องจ้องฉันอย่างนั้น” รัฐภัทรเอ่ยถาม สงสัยกับสายตานั้นของคนสนิททั้งสอง

“ไม่มีอะไรครับ เอกสารการประชุมอาทิตย์หน้านี้ครับ”

แซมยื่นแฟ้มเอกสารส่งให้นายหนุ่ม เมื่อเดินมาถึงห้องนั่งเล่นด้านล่าง สิงห์หนุ่มรับมาเปิดอ่าน ก่อนจะจรดปากกาเซ็นลงไป แล้วยื่นคืนให้ลูกน้อง จากนั้นก็ลงมือจัดการกับเอกสารกองโตที่สะสมมาตั้งแต่เช้า

กว่างานทุกอย่างจะแล้วเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบตีสองกว่า ทั้งเจ้านายและลูกน้องที่นั่งเคร่งเครียดกันมายาวนาน ถึงกับถอนหายใจออกมาแทบจะพร้อมกัน

“ที่เหลือก็จัดการตามนี้เลย ส่วนเรื่องการประชุมอาทิตย์หน้าคอนเฟิร์มไป ฉันจะไปแน่นอน”

มือหนาปิดแฟ้มเล่มสุดท้ายของวันลง ลุกขึ้นบิดกายไปมาคลายความเมื่อยล้า คนสนิทพยักหน้ารับคำ

ประตูห้องนอนเปิดออกอีกครั้ง ตามด้วยร่างสูงใหญ่ที่เข้ามาเงียบๆ เพราะไม่อยากรบกวนใครอีกคนที่หลับสนิทอยู่ ฝามือกว้างยกขึ้นจับหน้าผากมนเพื่อวัดไข้ รอยยิ้มจางๆพลางถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อไข้ลดลงแล้ว ร่างสูงก้าวขึ้นแทรกกายใต้ผ้าห่มผืนหนา ดึงร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแรง กดริมฝีปากที่หน้าผากมน และหลับตามหญิงสาวไป

 

รุ่งขึ้น รัฐภัทร ฟรานเซส และแซมคนสนิท ก็ต้องเดินทางด่วนเพื่อเข้าประชุมสำคัญที่โคลัมเบีย โดยที่ยังไม่ได้บอกคนที่นอนกอดมาทั้งคืน เพราะงานนี้เขาจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด และให้ใครไปแทนก็ไม่ได้เช่นกัน ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะสั่งเรย์ลูกน้องคนสนิทอยู่ดูแลหญิงสาวคนรักและเด็กชายอีกคนไว้ให้ดี

“โทรรายงานฉันเป็นระยะ แล้วก็ดูแลเด็กคนนั้นให้ดีด้วย แล้วฉันจะรีบกลับมา”

“ผมจะดูแลให้ดีที่สุดครับ” เรย์รับปากแข็งขัน ก้มลงทำความเคารพนายหนุ่มอีกครั้ง

เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของตระกูลฟรานเซสออกจากท่าอากาศย่านภูเก็ต มุ่งหน้าสู่ประเทศที่เต็มไปด้วยการค้าอย่างโคลัมเบีย ที่มีทั้งการค้าดีและไม่ดี แต่ส่วนมากมักจะไม่ดีเสียมากกว่า ทั้งยาเสพติด อาวุธสงคราม และผู้หญิง เรียกได้ว่าครบสูตรความเลว ดวงตาคู่คมหลับนิ่งอย่างอ่อนล้า ต้องดูแลทั้งคนป่วยและงานไปพร้อมกัน เวลาพักผ่อนจึงไม่ค่อยมี ร่างกายจึงฟ้องออกมาอย่างที่เห็น

“ยาครับคุณเจท”

แซมยื่นยาแก้ปวดให้เจ้านายอย่างรู้ใจ เขาก็อดที่จะสงสารไม่ได้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เรื่องทั้งหมดก็เกิดจากเขาคนเดียว จะโทษใครก็ไม่ได้ ถึงต้องมาเหนื่อยตามแก้อยู่อย่างนี้

“อีกนานเท่าไหร่จะถึง” เสียงทุ้มถามเนือยๆ

“คุณเจทหลับพักผ่อนเถอะ ถ้าถึงแล้วผมมาปลุก” แซมบอก

“ขอบใจแซม”

ดวงตาคมก็หลับลงด้วยความอ่อนเพลีย สามวันเต็มที่เขาดูแลหญิงสาวไม่เคยห่างไปไหน จนร่างกายกำยำแสดงอาการเหนื่อยล้า อิดโรยออกมาให้เห็น ใบหน้าคมก็รกไปด้วยหนวดเคราขึ้นเต็มไปหมด เห็นแบบนี้แล้วก็สงสารนายหนุ่มจับใจ


        แสดง 8 - 8
วันที่โพสต์ :  26 มี.ค 2559 09:49 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:07    › จำนวนผู้เข้าชม 42287 คน
   › คะแนนโหวต 1652 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :