นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตามรักรัฐภาค [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ตามรัก หก 2,3












“ตายจริง! ไหนมาให้ฉันดูหน่อยสิสมา”

ร่างบางขยับเข้าไปหาเพื่อนรัก ตรวจดูอาการโดยละเอียดด้วยความเป็นห่วงจับใจ เธอก็มัวแต่ดูแลคุณทหารรั้วของชาติเลยไม่ได้มาดูเพื่อนเลย

“เป็นยังไงบ้างครับ” ชายหนุ่มรีบถามขึ้นเมื่อคุณหมอผละห่างออกมา

“ยังมีไข้และอ่อนเพลียอยู่ ก็เลยทำให้เป็นลมนะคะ” หมอสาวกล่าว เธอก็พลอยเบาใจลงมาบ้างที่เพื่อนไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง

“ไม่มีอาการอย่างอื่นเพิ่มใช่ไหมครับ” ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“ไม่มีค่ะ ฉันจะเพิ่มยาบำรุงให้อีกตัวก็แล้วกัน จะได้หายเร็วขึ้น” อังครินทร์บอกยิ้มๆ

“ไม่เอา / ดีเลยครับ” สมานุชส่ายหน้าดิก

“ทำไมล่ะครับ” คิ้วหนาขมวดยุ่งเมื่อคนไข้สาวเอ่ยปฏิเสธ

“ยัยสมาไม่ชอบกินยานะคะ แต่ยังไงแกก็ต้องกิน ไม่อย่างนั้นแกจะไม่หายเข้าใจไหม และอย่าดื้อด้วย” หมออังบอกเสียงเข้มขึ้น เมื่อเพื่อดื้อไม่ยอมทำตามที่เธอบอก

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมจะจัดการให้คุณสมาทานตรงตามที่หมอบอก ไม่ให้ขาดแน่นอนครับ” น้ำเสียงขึงขังของเจ้าของบ้านหนุ่มทำเอาคนไข้ที่เตรียมจะปฏิเสธอีกรอบต้องหุบฉับลง

อังครินทร์ก้มลงมองนาฬิกาเรือนเล็กบนข้อมือเรียวก็ได้เวลาที่เธอต้องกลับแล้ว ป่านนี้คุณทหารรอทานข้าวแย่ล่ะ

“ดีค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว พอดีทิ้งคนไข้ไว้”

“อยู่ต่อก่อนไม่ได้หรือ แกพึ่งมาได้แปบเดียวเอง”

“เขาพึ่งฟื้น อาการก็ยังหน้าเป็นห่วงอยู่ ฉันต้องกลับไปดูเขาก่อน”

 แม้ว่าจะเป็นความจริงและไม่จริงคนละครึ่ง แต่ก็ยังมีความจริงเธอก็ยังรู้สึกผิดน้อยลงอยู่ที่โกหกเพื่อนรักไปแบบนั้น

“งั้นหรอ” สมานุชเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาคนเป็นเพื่อนต้องหนักใจอีกครั้ง

“ไว้พรุ่งนี้ฉันมาเยี่ยมใหม่ กลับก่อนนะคะคุณดอม” 

หันมากล่าวลาเจ้าบ้านหนุ่ม ฉวยกระเป๋าสะพายและกระเป๋ายาขึ้นไหล่บาง รัฐภาคจึงก็ลุกขึ้นตามพร้อมเอ่ยตามมารยาทเจ้าของบ้านที่ดี

“ผมเดินไปส่งครับ คุณรอตรงนี้นะ เดี๋ยวผมมา” ชายหนุ่มเดินไปส่งคุณหมออังที่รถทางหน้าบ้าน ปล่อยให้สมานุชนั่งอยู่คนเดียวที่สวนด้านหลัง

 


สมานุชมองแมกไม้นานาที่ขึ้นอุดมสมบูรณ์ รู้สึกได้ เพราะที่บ้านเธอไม่มีดอกไม้ให้เห็น เพราะคนเป็นอาแพ้เกสรของมัน จึงไม่มีการปลูกในรัศมีร้อยเมตรรอบบ้าน

ร่างสูงโปร่งที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่นานแล้วก็รู้สึกโกรธเคืองและเครียดแค้นเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่าคนรักของตัวเองเอาอกเอาใจสาวบ้านป่าอย่างออกหน้าออกตาจนน่าหมั่นไส้ เท้าเรียวก้าวเดินเพื่อเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่ศาลาทรงแปดเหลี่ยม ...แต่ต้องชะงักเดินกลับไปหลบที่เดิม เมื่อร่างสูงใหญ่ของสิงห์หนุ่มเดินกลับมาเสียก่อน จึงได้เพียงยืนกำมือแน่นอย่างแค้นใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่ใจคิด

“คุณชอบกุหลาบสีเหลืองหรือครับ”

รัฐภาคก้าวเข้ามาหาร่างบางที่ยืนจับดอกกุหลาบสีเหลืองของมารดาเขาอยู่

“ค่ะ แต่ที่บ้านปลูกไม่ได้ เพราะคุณอาแพ้เกสรดอกไม้” มือบางลูบไล้กลีบกุหลาบดอกงามแผ่วเบา

“คุณแม่ผมเป็นคนปลูกเองทุกต้นเลยนะครับ ท่านชอบดอกกุหลาบสีเหลืองเอามากๆสั่งห้ามไม่ให้ใครเด็ดหรือตัดเด็ดขาดเลยล่ะ”

“บังเอิญจังค่ะ”

สมานุชตื่นเต้นดีใจที่เธอใจตรงกันกับมารดาของเขาที่ชอบสีเหลืองเหมือนกัน ส่วนใหญ่ผู้หญิงเขาจะชอบดอกกุหลาบไม่สีแดงก็สีขาวกัน ไม่ค่อยมีคนชอบสีเหลือง

“ผมว่าเหมือนโชคชะตามากกว่า”

“ยังไงค่ะ? ” ใบหน้านวลเงยขึ้น อดที่จะแปลกใจที่เขาบอกอย่างนั้น

“เพราะคุณ...” นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองใบหน้านวลนิ่งนานไม่ยอมพูดต่อ เธอก็รอฟังอยู่ว่าเขาจะบอกอะไรกันแน่

“ฉันหรือค่ะ? ”

“คุณแม่เคยบอกผมว่าเนื้อคู่ของผมจะมาพร้อมกับกุหลาบสีเหลืองและเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งมันหมายถึงคุณ

สมานุชนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน มันเรื่องอะไรกันแน่ เธองงไปหมดแล้ว เขาจะบอกว่าเธอเป็นเนื้อคู่เขาอย่างนั้นหรือ?

“ผมล้อเล่นนะครับ ดูคุณตกใจจริงๆ ” 

รัฐภาคส่งยิ้มเก๋ไปให้ ทำเอาเธอตาพร่ามัวไปชั่วครู่ สมานุชงงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มือหนายื่นกุหลาบดอกโตสีเหลืองสวยสดส่งมาให้

“อะไรหรือค่ะ”

“ผมให้คุณครับ”

“ก็คุณบอกว่าห้ามเด็ดห้ามตัดไม่ใช่หรือค่ะ แล้วคุณตัดมาแบบนี้แม่คุณจะไม่ว่าเอาหรือค่ะ” เสียงหวานดูเป็นกังวล มองกุหลาบในมือของเขานิ่ง

“ไม่มีใครเห็นนี่ครับ อีกอย่างแม่ผมก็กลับไปแล้ว ไม่มีใครกล้าว่าหรอก” ชายหนุ่มบอกหน้าตาย ยื่นกุหลาบดอกงามให้ผู้หญิงตรงหน้า

“ถึงอย่างนั้นก็เถะค่ะ ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก” เอ่ยปฏิเสธไปอย่างนิ่มนวลและมองเจ้าดอกไม้สีสวยนิ่ง

“ทำไมล่ะครับ รับไปเถอะ ...ผมตั้งใจเอามาให้คุณ”

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองกรอบเรียวรูปไข่ไร้เครื่องสำอาง ช่างกระจ่างใสน่าทะนุถนอมเหลือเกินในความรู้สึกของเขา เผยให้เห็นที่ความสดใสของผิวพันธุ์ผู้หญิงอย่างแท้จริง

สมานุชนิ่งค้างไม่คิดว่าเขาจะพูดเช่นนี้ ดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาอย่างรวดเร็ว เธอยังไม่พร้อมกับสิ่งที่เขากำลังจะหยิบยื่นมาให้ หมุนกายเดินกลับเข้าไปในบ้าน ด้วยความที่พื้นเบื้องหน้าที่เป็นคราบไคลเขียวหญิงสาวที่ไม่ทันระวังจึงเหยียบเข้าอย่างจัง แล้วก็เซถลาหงายลงไปอย่างรวดเร็ว

“ว้าย! / สมา! ”

ดวงตากลมเรียวหลับแน่น คิดแล้วว่าตัวเองต้องล้มก้มกระแทกพื้นเต็มทีแน่ แต่น่าแปลกที่มันไม่เป็นอย่างที่คิด จึงลืมตาขึ้นดู แล้วเห็นว่าเป็นร่างสูงใหญ่ที่เข้ามารับ เป็นเบาะรองรับร่างของเธอเอาไว้แทน

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า! ” รัฐภาครีบถามขึ้น ไม่สนใจร่างกายที่ระบมไปหมดทั้งตัว

“ฉะ ฉันไม่เป็นไรค่ะ อุ้ย...” 

สมานุชหลบตาคมที่กำลังก้มลงถามด้วยความเป็นห่วง  ความเขินอายนั้นทำให้เธอเสียหลักอีกครั้งและก็เป็นเขาที่เข้ามารับร่างของเธอไว้อย่างอ่อนโยน หัวใจของเธอแทบจะหลุดออกมานอกอก ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้จนอายุจะยี่สิบเจ็ดอยู่แล้วก็ตามที

“คุณโอเคนะ มาครับผมช่วยดีกว่า เดี๋ยวคุณจะได้เจ็บตัวจริงเสียก่อนจะได้เข้าบ้าน” 

รัฐภาคประคองร่างบางเดินกลับเข้าบ้าน ท่ามกลางสายตาริษยาที่แผ่กระจายออกมาโดยรอบ ของหญิงสาวอีกคนที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ ถ้าเปรียบกับสารกัมมันตรังสี สวนสวยก็คงกลายเป็นซากพื้นที่เน่าเฟะ

 


อังครินทร์เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนรักในรุ่งเช้าวันใหม่ตามสัญญา โดยมีผู้พันตฤณตามติดสอดห้อยตามมาด้วย ช่วงนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นถี่เหลือเกิน ความปลอดภัยจึงหาแทบไม่ได้ เขาจึงอาสามาเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณหมอ ซึ่งหญิงสาวก็ยินดีเพราะเธอก็กลัวอยู่เหมือนกันว่ามันจะเกิดกับเธอขึ้นที่ไหน เมื่อไร

“วันก่อนลุงมั่นไปหาฉันที่ไร่ บอกว่าอาบดินทร์กำลังทำเรื่องบางอย่างและดูเหมือนจะร้ายแรงมากด้วย” อังครินทร์บอก

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าฝีห่าตัวไหนที่มันสิงอาฉันให้กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้” สมานุชเอ่ยอย่างแค้นเคือง

“ความโลภไงครับ ทุกคนมีเหมือนกันขึ้นอยู่กับว่าจะมีมากมีน้อยต่างกันแค่ไหน” ชายหนุ่มเอ่ยหลังจากที่นั่งฟังสองสาวคุยกันอยู่นาน เขาเองก็เห็นมาเยอะแล้ว

พวกที่แก่งแย่งชิ่งดีเพื่อเอาสิ่งที่ไม่ใช่ของตนหรือใช่ก็ตามแต่ให้มีเพิ่มพูนงอกเงยขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะกำลังของตัว มันได้มาจากการเหยียบหลังคนอื่นขึ้นไปเพื่อเป็นใหญ่ต่างหาก

“แกจะเอายังไงต่อ”

“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอาบดินทร์คิดจะทำอะไรต่อ” น้ำเสียงหวานเปลี่ยนเป็นเรียบต่ำ สีหน้าและแววตาเปลี่ยนไปเป็นอีกคน หนุ่มสาวที่นั่งอยู่ด้วย อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้

อังครินทร์ที่รู้จักเพื่อนมานานก็ไม่เคยเป็นด้านนี้มาก่อนเช่นกัน สภาพร่างกายและจิตใจของหญิงสาวที่กำลังบอบช้ำจากหลายๆ เรื่อง เกรงว่าเธอจะกลายไปเป็นคนที่ไม่รู้จักตลอดไป ถ้าเป็นแบบนั้นเธอคงรับไม่ได้

 


บ่ายคล้อยอังครินทร์และตฤณจึงขอตัวกลับ ด้วยมีงานที่พี่ชายฝากไว้ให้ดูแลต่อ ยังค้างอยู่ต้องสะสางให้แล้วเสร็จก่อนที่เขาจะกลับมา ซึ่งไม่รู้ว่าอีกกี่วันหรือกี่อาทิตย์

“ขับรถกลับดีๆ นะ ถึงแล้วโทรหาฉันด้วย”

“รับทราบค่ะคุณแม่ ฉันไปล่ะ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ อย่าเจ็บอีกเข้าใจไหม ถ้ายัยปีศาจนั้นแกล้งแกอีกก็จัดการไปเลย ถ้ารับมือไม่ไหวก็โทรหาฉัน ฉันจะรีบบึ่งรถมาช่วยเลย”

“จัดให้ ฝากยัยเพี้ยนด้วยนะคะคุณตฤณ” หันไปฝากคุณทหารผู้เป็นองครักษ์ของคุณหมอสาว

“ด้วยชีวิตครับ”

ประโยคนั้นทำเอาคุณหมอสาวนิ่งงันไปชั่วครู่ มองผู้ชายที่อยู่ข้างกายด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาหมายความว่ายังไง จะมาทำให้เธอหวั่นไหวหรือ? หรือพูดไปงั้น?

รถเคลื่อนออกจากไร่ครองทรัพย์มาได้สักพักความเงียบก็ปกคลุมไปทั่วรถ ไม่เหมือนตอนขามาที่เธอพูดไม่หยุด เป็นอะไรหรือเปล่าน่า ตฤณลอบมองคนข้างกายเป็นระยะ ซึ่งเธอก็นั่งเงียบ เสมองอกไปนอกหน้าต่าง ชายหนุ่มทนความเงียบไม่ไหวจึงหันไปถาม

“เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ เห็นเงียบตัวแต่ออกมาจากไร่แล้ว”

“เปล่าหรอก คุณขับรถต่อไปเถอะ” บอกทั้งที่ใบหน้ายังมองออกไปนอกหน้าต่างรถอยู่ ชายหนุ่มจึงไม่อยากเซ้าซี้อะไรต่อ จึงปล่อยให้เธออยู่เงียบต่อไป



รถคันใหญ่แล่นเข้ามาในไร่อัครัตน์ จอดสนิทลงหน้าบ้านพักของคุณหมอสาว อังครินทร์ก้าวลงจากรถไม่รอให้สารถีหนุ่มมาเปิดให้ ซึ่งมันไม่ใช่วิสัยของเธอเลย ตฤณกระโดดลงจากรถแล้วเดินตามหญิงสาวเข้าไปในบ้าน

“อุ้ย! ทำอะไรของคุณ”

อังครินทร์สะดุ้งตกใจเมื่อถูกมือหนายื่นมากางกั้นประตูไว้และผลักเข้ามา โดยที่เธอยังไม่ทันที่จะได้ปิดมันลงสนิท

“คุณเป็นอะไรไป ทำไมไม่พูดหรือบอกอะไรผมเหมือนทุกวัน”

“ฉันไม่เป็นอะไร เหนื่อยอยากพักผ่อน” หญิงสาวพูดบดคำโต ใบหน้านวลเริ่มแดงระเริ่มหนักขึ้น เมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้

“ไม่จริง คุณมีอะไรก็บอกผมได้นี่”

ร่างบางถอยหลังจนไปชนเข้ากับผนังห้อง แต่เขาก็ตามมา มือหนายันค้ำผนังห้องมองหน้าคนโกหกไม่เนียนในวง อังครินทร์หาทางออกให้กับตัวเองไม่ถูก เมื่อถูกจู่โจมกะทันหัน

“ก็ฉันบอกว่าไม่” ดวงตากลมเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อถูกริมฝีปากหยักลึกพุ่งลงมาหาโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างบางยืนตัวแข็งทื่อไปช่วงขณะ กว่าจะดึงสติกลับมาได้ก็เกือบนาที รวบรวมแรงที่เหลืออยู่ผลักเขาออกห่าง มือบางยกขึ้นแตะริมฝีปากบางที่รับรู้ได้ว่าแดงระเรื่อจากแรงจูบจากเขา

ออกไป”

“เอ่อคุณ ผม” ตฤณเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เห็นริมฝีปากแดงๆนั้นแล้วเขาอดใจไม่ไหวจริงๆ

“ฉันบอกออกไปไง ! ”

ร่างสูงหยุดกึกกับประโยคนั้น เธอคงจะโกรธเขามากแน่เลย ไม่ใช่ว่าเขาไปให้เกียรติเธอ แต่มันอดใจไม่ไหวจริงๆ ซึ่งเขารู้สึกเสียใจและอยากขอโทษ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อจึงได้แต่เพียงเดินออกจากห้องของหญิงสาวไป



สิงห์หนุ่มที่ให้ลูกน้องออกไปจับตาดูความเลื่อนไหวของไร่เหมันต์ เขาได้ข่าวที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เกี่ยวกับยาเสพติดหลายล้านเม็ดที่ถูกขนมาเก็บไว้โกดังท้ายไร่เหมันต์ ส่งลงเรือข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

“พวกมันจะเริ่มเมื่อไร” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนสนิท

“ยังไม่กำหนดครับ แต่น่าจะเป็นเร็วๆนี้แน่ ช่วงนี้พวกมันเงียบอยู่ คงเพราะทางการกำลังเข้มงวดมันคงกลัวจะถูกจับได้” ฌอนบอกขึ้น

“เห็นลูกน้องมันคุยกันว่าสินค้าล็อตใหญ่ และจะมีการกระจายกันส่ง และเห็นว่ามีรัฐมนตรีคนดังฝั่งโน้นเป็นหัวหอกด้วย” เชนเสริมขึ้น

“ทำเป็นขบวนการใหญ่เลยหรือ” รัฐภาคโกรธลมออกหู เมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องบอก

“จะเอายังไงต่อครับ”

“จับตาดูมันต่อไป เฝ้าไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มีการเคลื่อนไหวเมื่อไร ให้มารายงานฉันทันที” น้ำเสียงทุ้มกังวานเข้มขึ้นอีกนิด มองไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด พื้นที่ที่งดงามต้องกลายเป็นสถานที่การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายมหาศาล มันไม่ยุติธรรม ทุกวันนี้ถึงต้องถูกธรรมชาติลงโทษ ทั้งน้ำ ไฟ และลม ที่หอบเอาทุกอย่างคืนสู่ที่เดิมของมัน

พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเจ้านายจะเอาตัวไปยุ่งเรื่องของคนอื่นทำก็ไม่รู้ แต่ก็อย่างว่าอดีตทหารฝีมือเยี่ยมของกองทัพสหรัฐจะยอมให้พวกหนักแผ่นดินลอยนวลอยู่ต่อได้อย่างไรกัน ก็ดีเหมือนกัน ให้พวกมันเจอกับเจ้านายของเขาหน่อยจะได้รู้รสชาติของชีวิต เผื่อมันจะได้จำไปชาติหน้าด้วยว่ามันเป็นยังไง

“แล้วเรื่องนี้จะบอกคุณสมานุชไหมครับ” ยังไงเรื่องนี้สาวเจ้าก็ควรจะรู้ไว้

“ไม่ต้อง และก็ห้ามใครบอกเด็ดขาด” เสียงทุ้มเรียบสวนขึ้นทันที

“แต่ว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของเธอด้วยเหมือนกันนะครับ ไม่คิดจะบอกเธอหน่อยหรือครับ” ฌอนถามอีกครั้ง

“ฉันบอกว่าไม่ต้อง เธอจะต้องไม่รู้เรื่องนี้” ใบหน้าคมเงยขึ้นจ้องคนสนิทนิ่งด้วยแววตาน่ากลัว เขาไม่อยากให้เธอต้องมารับรู้เรื่องที่หนักเกินไปในเวลานี้ สภาพร่างกายและจิตใจที่ยังไม่ฟื้นเต็มร้อย เธออาจจะช็อคเอาได้

ตึก

เสียงกุกกักด้านนอกทำให้สามหนุ่มที่อยู่ข้างใจมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ร่างสูงของรัฐภาคก้าวพรวดถึงหน้าประตู เห็นว่าเป็นเจ้าของไร่เหมันต์

“สมา...” สมานุชตั้งใจจะมาหาเขาแล้วเผอิญได้ยินในสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่ รีบหันหลังก้าวยาวขึ้นห้องไปไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ ชายหนุ่มกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดจึงรีบตามไปทันทีเมื่อเปิดประตูเข้าไปและเห็นว่าเธอนอนหันหลังให้จึงไม่อยากกวนใจ

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจนะครับ”

“ฉันเข้าใจ คุณไปทำงานต่อเถอะ ฉันง่วง อยากพักผ่อน”

ร่างสูงจึงยอมถอยฉากออกมา สมานุชได้ยินเสียงปิดประตู น้ำตาที่พยายามกลั่นและเสียงสะอื้นก็ไหลรินออกมาอย่างสุดจะทนอีกต่อไป เขาคงจะคิดว่าเธอเป็นตัวถ่วงที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยสินะ ขนาดตัวเธอเองก็ยังไม่มีปัญญาจะช่วยได้เลย คิดถึงจุดนี้ก็ร้องมันออกมาอีกเหมือนเขื่อนแตก แล้วก็ผล็อยหลับไปในเวลาต่อมา

 


เอสเทียร์ที่ถูกย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังก็เดินโซเซมาที่เรือนหลังใหญ่ ตามร่างกายมีรอยเขียวซ้ำเต็มไปหมด รัฐภาคและสมานุชที่กำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ ต่างหันมามองที่ร่างบางที่ตอนนี้ล้มกลิ้งไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

“คุณเอสเทียร์! ”

สมานุชลุกขึ้นแล้ววิ่งมาหาร่างที่หมดสติด้วยความตกใจ รัฐภาคเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอไปทำอะไรมาถึงได้มีสภาพแบบนี้

“ฌอนโทรตามหมออังเร็วเข้า”

กล่าวจบรัฐภาคก็ตวัดร่างบางขึ้นอุ้มตรงไปยังห้องเดิมของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

สมานุชเองได้แต่มองตามไปยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้นเป็นครู่ใหญ่ เมื่อหลายวันก่อนยังบอกว่าเกลียดเธออยู่เลย แต่อาการที่เขาแสดงออกวันนี้มันต่างกัน จะแปลกอะไรคนเคยรักกันก็ต้องมีความห่วงใจให้กันเสมออยู่แล้ว ต่อให้ห่างไปกี่ร้อยล้านไมล์ถ้าความรักมันยังเหลืออยู่ก็ต้องกลับอยู่ดี

เชนเห็นสิ่งที่นายหนุ่มทำแล้วก็นึกเห็นใจผู้หญิงอีกคนไม่ได้ เธอไม่น่าต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าอึดอัดนี่เลย ยัยนั้นก็เหลือเกิน คนเขาจบไปแล้วก็ไม่ยอมจบ ยังตามมาราวีไม่เลิก

สมานุชจึงผละเดินเลี่ยงกลับห้องของตัวเอง ความรู้สึกในหัวตีกันวุ่นวาย มือบางวางทาบลงที่หน้าอก มันเจ็บแปลบๆ ขึ้น และแน่นขึ้นจนทำให้หายใจไม่ออก เธอยังไม่พร้อมจะรับเรื่องนี้

 


คุณหมออังครินทร์ถูกตามตัวเป็นการด่วน ให้มาดูอากรของดาราสาว ตามร่างกายของเอสเทียร์ก็มีหลายจุดที่บอบซ้ำมาก และยังแผลที่ริมฝีปากที่ปริแตกลึกพอสมควร เจ้าหล่อนไปทำอะไรมา ถึงได้มีแผลเต็มตัวแบบนี้ แต่ปากแบบนี้ก็คงจะไปพูดไม่เข้าหูใครเข้า จึงโดนย้ำมาไม่เหลือสภาพ

เมื่อตรวจดูอย่างระเอียดอีกครั้ง ก็พบว่าเธอถูกกระทำขื่นใจหรือว่าสมยอมอันนี้เธอก็ไม่ทราบได้ คงต้องรอถามเจ้าตัวเอาเองแล้ว

“เธอเป็นยังไงบ้างหมออัง”

“อาการหนักอยู่เหมือนกันค่ะ คงต้องให้นอนนิ่งๆ สักวันสองวัน เพราะดูแล้วสะโพกของเธอจะได้รับการกระแทกอย่างแรง ฉันเกรงว่าจะเป็นอันตราย” หมอสาวบอก

“อย่างอื่นละครับ” รัฐภาคถาม

“แค่รอยซ้ำตามร่างกาย ไม่กี่วันก็หายแล้ว” เสียงหวานบอกขึ้น หันไปเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋า

“ขอบคุณหมอมากครับที่มา”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันหน้าที่ฉันอยู่แล้ว แต่ฉันอยากจะเตือนคุณเอาไว้อย่าง จะคนเก่าหรือคนใหม่ ก็เลือกเอาสักคน ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่เหลือใครแม้แต่คนเดียว คุณไม่ต้องตอบฉันหรอก แต่ตอบตัวเองให้ได้ก่อนดีกว่า ขอตัวนะคะ”

อังครินทร์ผละเดินออกจากห้องไป โดยที่ไม่ลืมแวะไปหาเพื่อนรักที่อยู่ห้องอีกฝั่ง พอจะเดาได้ว่าเพื่อนรู้สึกยังไงกับเจ้าของบ้าน เธอมองปาดเดียวก็รู้แล้ว คงจะทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว

ประตูบานสูงถูกผลักเข้ามา ร่างสูงโปร่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนต์ก้าวไปนั่งลงข้างเพื่อนรักที่ตอนนี้หลับสนิทไปแล้ว ใบหน้านวลยังมีคราบน้ำตาที่ยังมีให้เห็นอยู่ เป็นเครื่องยืนยันว่าหญิงสาวหลงรักเขาเข้าเสียแล้ว

“ฉันภาวนาให้แกได้พบกับรักที่สมหวังเร็ววันนะสมา วันที่เลวร้ายนี้จะต้องผ่านไปเสียที”

ลูบเส้นผมหนานุ่ม ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป จะยังไงก็ตามแต่ ผู้ชายที่เพื่อนตามหา เธอก็ขอให้เป็น รัฐภาค ฟรานเซส คนนี้ก็แล้วกัน





        แสดง 17 - 17
วันที่โพสต์ :  27 ก.พ. 2559 16:46 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:08    › จำนวนผู้เข้าชม 35391 คน
   › คะแนนโหวต 1561 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :