นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ล่ารักรัฐภัทร [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ล่ารัก ห้า 1,2,3








รถยนต์คันหรูแล่นมาหยุดลงหน้าโรงแรมฟรานเซส สิงห์หนุ่มตัวที่ห้าตัวร้ายก้าวลงมายืนข้างรถหรู รอสาวสวยและร่างของเด็กชายตัวน้อย บรรดาช่างภาพที่อยู่ตรงนั้นต่างวิ่งกรูมาเก็บภาพทั้งสาม ชนิดที่ทำเอาปวดกระบอกตาไปตามๆ กัน ขณะนั้นยังไม่ยอมให้พวกเขาผ่านไปได้ง่ายๆ รัฐภัทรจึงก้มลงอุ้มร่างของเด็กชายพีระภัทรขึ้นไว้ที่แขนข้างขวา ส่วนมือซ้ายก็โอบเอวบางของหญิงสาวดึงให้แนบชิดมากขึ้น เมฆณาเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจ ซึ่งเขาก็มองอยู่ก่อนแล้ว

“ขอทางด้วยครับ”

 แซม เรย์ และลูกน้องกว่าห้าคนเข้ากันนักข่าวออกจากทั้งสาม ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะบางคนอย่างจะรู้ว่าหญิงสาวเด็กชายหน้าตาจิ้มลิ่มเป็นใครกัน ทำไมถึงมากับสิงห์หนุ่มได้

เมื่อเข้ามาในงานรัฐภัทรก็ต้องมาตอบคำถามของคนในครอบครัวยกใหญ่ว่าหญิงสาวและเด็กชายเป็นใคร แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้บอกอะไร หญิงสาวก็ชิงพูดขึ้นก่อน

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณรัฐภัทรหรอกค่ะ ฉันเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมฟรานเซสสาขานี้เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่แนะนำตัวช้าไป”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ นั้นลูกชายหรือจ้ะ น่าตารักน่าชังเชียว” มาดามเครือทิพย์ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเด็กชายกอดรอบคอผู้เป็นแม่ไม่ปล่อย

“ค่ะ พีทครับ สวัสดีมาดามหน่อยเร็ว” เมฆณาก้มลงกระซิบบอกลูกชาย

“สวัสดีฮะ”

มาดามเครือทิพย์ ฟรานเซส ถึงกับผงะเล็กน้อย เมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อย ไม่น่าเชื่อว่าจะเหมือนกันถึงเพียงนี้

มิสเตอร์อเดลตาร์ ฟรานเซส เองสงสัยว่าภรรยาเป็นอะไร มือหนายกขึ้นกุมไหล่บางเอาไว้ นั่นแหละนางจึงรู้ตัว พลางก้มลงถาม

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ...ฉันขออุ้มเขาได้ไหมจ้ะ” 

เมฆณาเริ่มใจไม่ดีขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอพอจะรู้มาบ้างว่ามารดาของสิงห์หนุ่มมีเซ้นส์แรงมาก เธอกลัวว่าท่านจะรู้

“ดิฉันว่าอย่าดีกว่าค่ะ แกตัวหนักมาก เดี๋ยวจะทำให้มาดามบาดเจ็บได้”

“ฉันยังไม่แกขนาดนั้นหรอก มานี่มา”

มือบางของมาดามยื่นมาตรงหน้าเพื่อรอรับร่างเล็ก เมฆณาลังเลอยู่เล็กน้อย ก้มลงกระซิบบอกลูกชาย เด็กชายไม่มีท่าทีกลัว แต่กลับยิ้มแย้มสดใสส่งไปให้คนอุ้มเสียอีก ยื่นมือเล็กไปหามาดามเครือทิพย์ทันทีเช่นกัน เมฆณาน้ำตาระรื่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอทำกำลังทำอะไรอยู่

รัฐภัทรหันมามองหญิงสาวข้างกายก็ต้องแปลกใจ ทำไมเธอต้องทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ก็แค่แม่เขาขออุ้มลูกชายเธอเท่านั้น หรือว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น... เธอยังไม่ได้บอกอีกอย่างนั้นหรือ? มันต้องมีอะไรแน่ๆ ชายหนุ่มชักสงสัยขึ้นมาทันที เขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร!

“ชื่ออะไรจ้ะ”

“พีระภัทรฮะ” เสียงเล็กบอกฉะฉาน

“ชื่อไพเราะมาก ตั้งเองหรือจ้ะ”

 มาดามเครือทิพย์หันมาทางร่างบางที่ยืนก้มหน้า เก็บซ้อนน้ำตาไว้ ไม่ให้คนอื่นได้เห็น ก่อนจะรีบเช็ดมาออกอย่างรวดเร็ว แล้วเงยหน้าขึ้นตอบ

“ค่ะ ดิฉันตั้งตาม พะ ค่ะ” 

เมฆณาหยุดคำพูดไว้เท่านั้น เมื่อรู้ว่าเธอพูดมากเกินไปแล้ว เรื่องนี้เธอไม่ควรที่จะพูดออกมาให้คนอื่นได้รู้ โดยเฉพาะ รัฐภัทร ฟรานเซส คนนี้!

“งั้นหรือจ้ะ เราอยากทานอะไรดี หืม”

“แอปเปิ้ลฮะ พีทชอบ” เสียงเล็กบอกอย่างอารมณ์ดี มันช่างต่างจากสีหน้าและแววตาของผู้เป็นมารดาเหลือเกิน

มาดามเครือทิพย์คิดว่าพ่อลูกคู่นี้ช่างชอบอะไรเหมือนกัน สงสัยจะได้คนเป็นพ่อมาเยอะ หรือจะเรียกว่าลอกต้นฉบับมาเลยก็ว่าได้

“เดี๋ยวแม่พาไปดีไหมครับ” หญิงสาวจึงรีบบอกขึ้น เพราะเธอไม่อยากให้ใครรู้อีกเรื่องสำคัญของลูกชาย

“ไม่เป็นไรจ้ะ ดูเหมือนตาเจทจะมีเรื่องจะคุยกับหนูนะ เราไปกันดีกว่าครับ” มาดามเครือทิพย์เดินจู่มือเด็กชายพีระภัทรไปที่โต๊ะอาหารที่เรียงรายยาวเป็นแถว

 

รัฐภัทรจึงคว้าแขนเรียวพาเดินเลี่ยงออกไปข้างนอกห้อง เขามีหลายเรื่องที่อยากจะถามเธอเหลือเกิน และเขาต้องได้คำตอบวันนี้ด้วย

“ปล่อยฉันได้แล้ว มีอะไรก็รีบๆ พูดมา”

“ตาพีทเป็นลูกผมใช่ไหม” เสียงทุ้มติดจะเรียบถามขึ้น เมฆณาผงะเล็กน้อย จะปรับสีหน้าเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ไม่ให้เขาจับผิดได้ โต้กลับน้ำเสียงราบเรียบ

“ฉันเคยบอกคุณไปแล้ว ว่าตาพีท

“ถ้าคุณหมายถึง ภานุ ชาญกุล ล่ะก็ เขาไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ นอกจากเพื่อนสนิท” รัฐภัทรไม่ยอมหยุด เขาไม่ชอบใจที่เธอเอาชื่อเพื่อนมาอ้างอยู่เรื่อย เพื่อกันเขาออกไป

“คุณจะมารู้ดีไปกว่าตัวฉันได้ยังไง” เมฆณายิ้มที่มุมปาก สมเพชตัวเองมากกว่า ทำเป็นเหมือนว่าเขายังไม่รู้ว่าความจริงทั้งหมดเป็นยังไง

“เมฆณา! ”

“ฉันบอกแล้วไง ว่าคุณจะเสียแรงเปล่า เลิกยุ่งกับเราสองแม่ลูกซะ ไม่อย่างนั้น ฉันจะหายไปไกลๆ ให้คุณหรือใครตามเราไม่เจออีกตลอดไป” น้ำเสียงหวานโต้กลับทันควันอย่างเหลืออด แต่ก็ช้ากว่าร่างสูงที่ก้าวมารวบร่างบางไว้ในอ้อมกอด รั้งเธอไว้ไม่ให้จากเขาไปไหนได้อีก

“ไม่ผมไม่ยอมให้คุณไม่ไหนทั้งนั้น คุณต้องอยู่ที่นี่กับผมนะเมย์

“นี่มันเรื่องอะไรกันตาเจท หนูเมย์”

หนุ่มสาวสะดุ้งตกใจนิ่งค้างไปครู่ เมื่อได้ยินเสียงของมาดามใหญ่แห่งฟรานเซส หันมาก็ไม่ใช่แค่ท่านเพียงคนเดียว แต่ยังมีบิดาและพี่ชายทั้งสี่ร่วมทั้งพี่สะใภ้ยืนอยู่ และจ้องมองมาที่พวกเขาเป็นจุดเดียว

“ว่ายังไง มีใครจะบอกแม่ได้ไหม”

“เออ คุณแม่ครับ คือว่า

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณรัฐภัทรแค่เข้าใจอะไรผิด หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ ไปครับพีท”

ทั้งหมดได้แต่เพียงมองตามร่างบางของเมฆณาไป ความขับข้องใจทั้งหมดจึงตกมาที่สิงห์หนุ่มตัวที่ห้า เป็นคนอธิบายทั้งหมด

“เล่ามาให้หมด อยากได้ปกปิดแม้แต่คำเดียวเชียว” ประมุขใหญ่บอกเสียงเครียดและเด็ดขาด เมื่อไม่สามารถปิดเรื่องทั้งหมดไม่ได้อีกแล้ว รัฐภัทรจึงยอมอ้าปากเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมด โดยเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน...


สองปีก่อน...

ร้านอาหารชื่อดังใจกลางเมืองของอเมริกา เนื่องแน่นไปด้วยผู้คนหลายสัญชาติ ต่างเดินทางเข้ามารับประทานอาหารกัน ทั้งที่มาคนเดียว มาเป็นคู่รัก หรือว่าจะมาเป็นครอบครัว หญิงสาวร่างบอบบางนักศึกษาพาร์ทไทม์กำลังยื่นรับเมนูอย่างแข็งขัน ใบหน้าสวยยิ้มแย้มเป็นกันเอง สร้างความพึ่งพอใจแกลูกค้าที่มาทานอาหารเป็นอย่างมาก

“เมย์จ้ะไปรับออเดอร์โต๊ะวีไอพีให้พี่หน่อยนะ”

ผู้จัดการร้านเดินเข้ามาบอก ซึ่งสาวไทยหน้าหวานก็ตอบรับโดยไม่ลังเล เธอชอบอาชีพนี้มาก เธอวางแผนในอนาคตว่าอยากจะเป็นผู้จัดการโรงแรมสักแห่ง ฝันของเธอจะต้องเป็นจริง

“ได้ค่ะ”

ร่างบางก้าวมาหยุดลงหน้าประตูห้องวีไอพีตามที่ผู้จัดการสาวบอก รู้สึกประหม่าเล็กน้อยเนื่องจากมีลูกน้องตัวโตยืนคุ้มหน้าห้องอยู่ พลางสูดหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความมั่นใจอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปภายใน เมื่อลูกน้องเขาเปิดประตูให้

“ดิฉันได้รับหน้าที่มารับออเดอร์ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะรับอะไรดีค่ะ”

สิงห์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนถาม นัยน์สีน้ำตาลอ่อนจ้องมองหญิงสาวนิ่งนาน เหมือนถูกสะกดอย่างนั้น รอยยิ้มธรรมชาติไม่เสแสร้ง มันช่างตรึงใจเขาเหลือเกิน คนถูกมองก็ทำอะไรไม่ถูก ยิ่งประหม่าเพื่อขึ้นไปอีก เกรงว่าตัวเองจะจดเมนูผิดเหลือเกิน

“มีเมนูแนะนำหรือเปล่า”

มือหนาผสานเข้าหากัน วางคางเหลี่ยมลง แล้วจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ยืนถือกระดาษและปากกาจดรายการอาหารของเขาอยู่ในมือ

“มีค่ะ

แนะนำรายการอาหารขึ้นชื่อและเมนูใหม่ของทางร้านให้ลูกค้าหนุ่มฟังอย่างคล่องแคล่ว เมฆณาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อเธอพูดจบ โดยที่ไม่มีอะไรติดขัดหรือพูดผิดจากที่ท่องจำมา

“งั้นเอาทุกอย่างที่คุณพูดมา แล้วก็ขอไวน์ปีแปดศูนย์ขวดหนึ่งด้วย” รัฐภาคบอก จ้องมองหญิงสาวนิ่ง

“ค่ะ? ”

เมฆณาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่เคยมีลูกค้าคนไหนสั่งเมนูอาหารที่เธอแนะนำยกเซตแบบนี้มาก่อน ซึ่งเขาถือว่าเป็นคนแรกก็ว่าได้

“มีอะไรหรือเปล่า” ถามอย่างสงสัย

“เปล่าค่ะ รอสักครู่นะคะ”

 คล้อยหลังหญิงสาวไปสักครู่ รัฐภัทรก็เรียกให้คนสนิทเข้าไปหา ร่างสูงใหญ่ของแซมและเรย์เดินเข้ามาในห้องตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

“หาประวัติผู้หญิงคนนั้นให้ฉัน ขอเร็วที่สุด”

“ได้ครับคุณเจท” 

สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ เขาอยากรู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ พวกเขาก็เห็นเธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เอ๊ะหรือว่าสิงห์หนุ่มเกิดปิ้งรักพนักงานเสิร์ฟเข้าให้แล้ว 

 


อึดใจต่อมาอาหารตามเมนูที่สั่งก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องลูกค้าวีไอพี อาหารครบทุกอย่างตามรายการที่เขาสั่ง ไม่มีขาดแม้แต่อย่างเดียว ร่างบางจัดอาหารเรียบร้อยก็เตรียมจะเดินออกจากห้องไป แต่ถูกลูกค้าหนุ่มเรียกไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนครับ”

“มีอะไรจะเพิ่มเติมหรือเปล่าค่ะ” เสียงหวานถามขึ้น พลางล้วงหยิบเอาสมุดจดขึ้นมา

“เชิญนั่งสิครับ” เสียงทุ้มกล่าวขึ้น

“เออ... ค่ะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ไม่เข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าหนุ่มจะบอก ยังไม่ทันได้ตัดสินใจก็ถูกมือหนารั้งให้นั่งลงเก้าอี้ข้างกัน

“ทานด้วยกัน”

“ดิฉันคงทานกับคุณไม่หรอกค่ะ มันผิดกฎของทางร้าน” เมฆณารีบขึ้น บอกถึงกฎข้อห้ามของทานร้านที่ห้าพนักงานร่วมโต๊ะกับลูกค้า

“ผมรับผิดชอบเอง ทานเถอะ” รัฐภัทรไม่สนใจ เขาอยากจะทานข้าวกับเธอ ใครจะมาห้ามเขาได้

เมฆณาไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอยังคงนั่งนิ่งมองอาหารน่าตาน่าทานที่เธอเป็นคนแนะนำเขา รัฐภัทรจึงตักอาหารยื่นมาตรงริมฝีปากบาง เมฆณามองด้วยความตกใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทานเองดีกว่า”

“อ้าปาก” เสียงทุ้มส่งมาอีกครั้ง

หญิงสาวจึงจำเป็นต้องอ้าปากรับอาหารที่ยื่นมาตรงหน้า รัฐภัทรยิ้มออกมาอย่างพอใจที่เธอเชื่อฟัง และว่าง่ายกว่าที่เขาคิด อาหารมื้อเที่ยงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขาวางช้อน

ร่างบางก็ลุกขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณจากใจจริง เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มีโอกาสทานอาหารมื้อละหลายแสนบาทเช่นนี้...

 

มือเรียวยาวคว้าโทรศัพท์ต่อสายหาคนสนิทที่อยู่ด้านนอก ประตูห้องทำงานใหญ่เปิดเข้ามาแทบทันทีที่ชายหนุ่มสั่ง แซมส่งสายตาคมไปหานายหนุ่มอย่างมีคำถาม อย่างรู้แทบขาดใจ แต่ไม่กล้าถามไปเท่านั้น

“มีอะไร”

“เจ้านายคิดยังไงกับเธอครับ” เอ่ยถามขึ้น

“นายถามทำไม”

รัฐภัทรวางปากกาลงไม่เบานัก บอกให้รู้ว่าเขาเริ่มไม่พอใจที่คนสนิทถามถึงหญิงสาว พลางจ้องมาที่คนสนิทนิ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไหวระริกแค่แวบเดียวก็หายไป

“เปล่าหรอกครับ เห็นเจ้านายเป็นห่วงและดูแลเธอมากกว่าผู้หญิงคนอื่น ผมคิดว่า

“หยุด! ไม่ใช่เรื่องของนาย เรื่องที่ให้ไปทำว่าไง” พูดขัดขึ้น ติดจะไม่พอใจ

“ทุกอย่างเรียบร้อยตามที่สั่งครับ”

“ดีมาก 

ใบหน้าคมเรียบเฉยไร้อารมณ์ใดตามฉบับ หลังจากที่ได้ฟังข่าวดีจากคนสนิทที่ส่งไปทำงานสำคัญ ซึ่งเป็นของขวัญที่เขาตั้งใจจะมอบให้หญิงสาว

นานวันเข้าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถครอบครองหัวใจของเมฆณาได้สำเร็จ และเพราะความหลงใหลในตัวเขา เธอจึงเผลอมอบร่างกายที่เป็นเหมือนทรัพย์สุดท้ายให้เขาไป

และทุกวันสิงห์หนุ่มแห่งฟรานเซสก็เดินทางมาทานมื้อเช้า เที่ยง เย็น จนพนักงานด้วยกันเริ่มซุบซิบนินทาถึงเมฆณาไปในทางเสียๆหายๆ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเธอไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขากล่าวหา เธอก็ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไป ใครจะว่ายังไงก็เรื่องของเขา

ทุกเย็นเธอต้องกลับมานั่งท่องหนังสือเตรียมสอบ จึงไม่มีเวลามาคิดเรื่องพวกนี้ เพราะอาทิตย์หน้าเธอก็จะจบการศึกษาจากที่นี่แล้ว เรื่องพวกนี้จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเธออีก

พอจบเธอก็เตรียมเดินทางกลับเมืองไทยไปใช้ทุนที่ได้จากมหาวิทยาลัยให้มาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน

 


ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูกลางดึกปลุกให้หญิงสาวจากแดนสยามประเทศต้องลุกขึ้นไปดูว่าเป็นใคร มือบางหยิบเสื้อคลุมตัวสวยขึ้นสวมทับ เดินไปที่หน้าประตูที่ยังเคาะไม่หยุดนั้น

“มาแล้วค่ะ”

หญิงสาวส่องผ่านเลนส์ตาแมวเห็นลูกน้องของ รัฐภัทร ฟรานเซส ก็เกิดความแปลกใจว่าเขามาทำอะไรดึกดื้อป่านนี้ ก่อนจะเปิดประตูในที่สุด

“คุณเรย์มีธุระอะไรหรือเปล่าค่ะ มาซะดึกเลย” ถามขึ้น

“อย่าพึ่งถามอะไรเลยครับ ไปกับผมก่อน”

กล่าวจบก็ลากหญิงสาวเดินตามออกจากห้อง โดยที่ลืมปิดประตูห้อง เมฆณาก็ยังไม่เข้าใจว่ามีนเรื่องอะไรกัน ทำไม่ต้องรีบร้อนขนาดนี้ด้วย

ชั่วโมงต่อมาเธอก็เข้าในใจว่าที่เขารีบเพราะอะไร ร่างบางแทบถลาเข้าไปหาร่างสูงที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ศีรษะถูกพันด้วยผ้าพันแผล และยังมีบาดแผลและรอยพกช้ำจากแรงกระแทกกระจายตามร่างกายเต็มไปหมด น้ำตาใสไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ พลางหันไปถามคนสนิทของชายหนุ่มว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

“เจ้านายกำลังจะเดินทางไปหาคุณที่ห้อง แต่ดันเกิดอุบัติเหตุขึ้น สภาพก็อย่างที่เห็นนะครับ”

แซมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้หญิงสาวคนรักของเจ้านายฟัง ก่อนจะเสมองไปทางอื่น เป็นความผิดของเขาที่ปล่อยให้เจ้านายขับรถไปคนเดียว ถ้าเขาไปด้วยเรื่องก็คงจะไม่เกิด เป็นหญิงสาวที่เอ่ยปลอบลูกน้องตัวโตของเขา

เธอเข้าใจดีว่าพวกเขารักกันมาก ถ้าขั้นยอมตายแทนกันยังได้ แต่เรื่องแบบนี้มันห้ามกันได้เสียที่ไหน เราไม่สามารถไม่กำหนดได้ว่าเรื่องจะเกิดนาทีนี้หรือว่าพรุ่งนี้

“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ เรื่องอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอก ดีนะคะที่เขาไม่เป็นอะไรมาก”

“ต้องขอโทษคุณเมย์ด้วยที่ไปรบกวนกลางดึก และคงต้องรบกวนให้อยู่เป็นเพื่อนเจ้านายสักสองสามวัน เพราะเราสองคนต้องเดินทางไปประชุมแทนเจ้านายที่เจนิวา” แซมบอกขึ้น

“ถึงคุณไม่บอกฉันก็เต็มใจอยู่เฝ้าอยู่แล้วค่ะ” เสียงหวานบอกขึ้น พลางเช็ดน้ำตาที่ยังขังอยู่ที่กรอบตาสวยออก

“ขอบคุณมากครับ ถ้าอย่างนั้นพวกผมลานะครับ”

“เดินทางปลอดภัยค่ะ” เมฆณาบอก ส่งยิ้มหวานไปให้ เป็นการอวยพรให้เขาเดินทางโดยสวัสดิภาพ ทั้งขาไปแล้วขากลับ อึดใจต่อมาหญิงสาวก็ฟุบหลับทั้งที่ยังกุมมือหนาอยู่

 


เช้าตรู่ร่างบางของเมฆณาแทบจะปลิวออกออกจากเก้าอี้ เมื่อถูกใครคนหนึ่งดึงรั้งให้ออกจากตรงนั้น เมฆณาเงยหน้าขึ้นมองคนที่ลากเธอลงจากก้าวอี้อย่างโกรธจัด มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับเธอ

“นี่มันอะไรกัน คุณเป็นใคร? ”

“ฉันเป็นคู่หมั้นของเขา แล้วเธอเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในห้องนี้”

เรนีย์ ซาเปีย’ ลูกสาวคนเดียวของรัฐมนตรีคนดังของเมืองแห่งนี้ เธอจ้องมองหญิงสาวอีกคนตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างประเมินค่ะ เมฆณาเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ทั้งซ้ายและขวา นี่เขามี ‘คู่หมั้น’ แล้วอย่างนั้นหรือ? แล้วเขาทำดีกับเธอเพื่ออะไร... เพื่ออะไร คำถามวนกลับมาถามตัวเองซ้ำๆ

“เมื่อกี้คุณบอกว่าเป็น คะ คู่หมั้นของเขาอย่างนั้นหรือค่ะ...”

“ใช่ แล้วเธอเป็นใคร” เรนีย์ถามเสียงห้วน

“คือฉันเป็น

เมฆณาอำอึ้งไม่รู้จะหญิงสาวกลับไปอย่างไร ถึงสถานะของเขากับเธอ ซึ่งจนถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับเขากันแน่ เมื่อคิดอะไรไม่ออกจึงประสิ่งที่ตรงข้ามออกไป

“เป็นพยาบาลพิเศษค่ะ ...ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวก่อนค่ะ”

กล่าวจบก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที น้ำตาที่แห้งเหือดไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย ร่างบางทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี เขาทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร

“เขามีเจ้าของอยู่แล้ว...”

แล้วเขามายุ่งกับเธอทำไมกัน! หญิงสาวนั่งอยู่อย่างนั้นนานหลายนาที แล้วลุกขึ้นยืน สูดหายใจเข้าปอด เรียกกำลังกายที่มีอยู่ให้สู้กับชีวิตที่เหลืออยู่ต่อไป หันไปมองห้องของชายหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย

เธอจะหายออกจากชีวิตเขา ไม่ติดต่อหรือติดตามข่าวสายของเขาอีก การที่เธอจากมาครั้งนี้มันก็เป็นทั้งผลดีต่อเธอและเขา ที่ไม่ต้องทำบาปกันอีกต่อไป เธอคงไม่มีหน้าอยู่ต่อให้คู่หมั้นของเขามาตราหน้าว่าแย่งผู้ชายที่มีเจ้าของหรอก ซึ่งเธอไม่ได้มีเจตนาจะทำแบบนั้นเลย ไม่รู้มาก่อนว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะว่าไปแล้วคนระดับเขาก็ไม่แปลกที่จะมีคู่หมั้นคู่หมาย คิดแล้วก็สมเพชตัวเองนักที่หลงไปมอบทุกอย่างให้กับเขา เป็นผู้หญิงใจง่าย รักง่ายๆของเธอถึงต้องเจอกับเรื่องไม่ง่ายอย่างนี้

 


ปัจจุบัน...

รัฐภัทร ฟรานเซส ได้เจอกับหญิงสาวที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง ทั้งสองจึงเริ่มปลูกต้นรักกันมาเรื่อยๆ จนเมื่อเรนีย์ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา ทุกอย่างจึงพังลงเพราะความเข้าใจผิด เธอก็หนีหายจากเข้าไปเสียแล้ว

เขาเสียใจมากจึงจัดการผู้หญิงที่ทำลายชีวิตเขาให้ย่อยยับเช่นกัน ถึงขั้นตัดขาด ไม่ขอเจอกันอีกตลอดไป และนั้นทำให้หญิงสาวเสียใจจนเสียสติ พ่อเธอจะเอาเรื่องเขา แต่พอเขาบอกว่าลูกสาวเขาทำร้ายคนรักเขาก่อน ท่านจึงยอมเลิกแล้วต่อกัน

“แล้วทำไมแกไม่ไปตามหาเข้าล่ะ”

รัฐภพ ฟรานเซส พอจะเข้าใจสถานการณ์ของน้องชาย เพราะจากที่ฟังมันคล้ายกับเขาอยู่เหมือนกัน ปล่อยให้คนรักหลุดมือไป กว่าจะได้กลับมาก็ยากเย็นเหลือเกิน ซึ่งมันก็เกือบจะสายเกินไป

“ตามสิครับ แต่ไม่เจอแม้แต่เงาเลย ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน นี่ก็พึ่งมารู้เมื่อไม่กี่วันว่าเธอมาเป็นผู้จัดการอยู่ที่โรงแรมของพี่ชายตัวเองนี่แหละครับ”

“เฮ้ยอย่ามองพี่อย่างนั้นนะโว้ย ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นอะไรกับแก” รัฐภูมิ ฟรานเซส รีบออกตัว

“แล้วเด็กคนนั้นเป็นลูกแกหรือเปล่า” รัฐภาม ฟรานเซส ถามขึ้น

“แม่ว่าใช่”

ทุกคนหันไปทางมาดามใหญ่แทบจะทันที ท่านรู้ได้อย่างไรว่าใช่ ไม่มีอะไรที่บ่งบอกเลยว่ามันเป็นอย่างนั้น หรือว่าจะเป็น

“ยังไงครับ ทำไมคุณแม่ถึงคิดว่าใช่” รัฐภาค ฟรานเซส สงสัย

“เซ้นส์ไงลูกชาย พ่อก็มีความรู้สึกเหมือนกันกับแม่เขา ว่าเด็กคนนั้นเป็นสายเลือดฟรานเซส” มิสเตอร์อเดลตาร์สำทับขึ้นอีกคน

“แน่ใจหรือครับ” 

รัฐภัทรเองก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือเปล่า จะจับไปตรวจดีเอ็นเอก็ดูจะเป็นเรื่องยากแสน เพราะคนเป็นแม่ของเด็กชายดุอย่างกับเสือ

“เซ้นส์ของแม่แกไม่เคยพลาด ถามพี่ๆ แกดูได้เลย”

“ใช่! ” สิงห์คนพี่ทั้งสี่ยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน

“และอีกอย่างที่บอกชัด และยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นฟรานเซสคือ

“อะไรครับ? ”

ห้าสิงห์ร่วมทั้งสะใภ้ทั้งสี่จ้องมองมาที่มาดามเครือทิพย์เป็นจุดเดียว มันยังมีอย่างอื่นที่ยืนยันได้อีกหรือ ทำไมเรื่องนี้พวกเขาไม่รู้มาก่อน

“ปานแดงรูปพระอาทิตย์อยู่หลังใบหู”

ทั้งห้ารีบให้คนเป็นภรรยาดูให้แทบจะทันที ซึ่งมันเป็นจริงอย่างที่คนเป็นแม่บอก เป็นเรื่องที่น่าตกใจและแปลกมาก มีเรื่องแบบนี้ด้วย

“จะว่าไปแล้ว ตาฟาร์ส ตาฟลุค ยัยฟลินท์ ก็มีค่ะ แต่มีอยู่คนล่ะข้าง” ปานรีย์บอก เธอก็แปลกใจตอนที่เล่นกับลูกและบังเอิญเห็นเข้า

“ใช่แล้วจ้ะ ชายจะอยู่ข้างขวา ส่วนหญิงจะอยู่ข้างซ้าย”

“จริงอย่างที่คุณแม่บอกค่ะ เคส ไคน์ คิม ก็มีเหมือนกัน” อ้อมเดือนบอกด้วยความตื่นเต้น

“นาวี นาวิน นาริน ก็มีเหมือนกันค่ะ” นุชนารีก็ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญเสียอีก

“เอม อุ่น อาร์ม โอม ก็ด้วยค่ะ”

สมานุชเองตกใจกับสิ่งใหม่ที่พึ่งเจอ ตั้งแต่อยู่กับครอบครัวฟรานเซสมาก็ร่วมหลายปี ก็พึ่งทราบว่ามีเรื่องน่าอัศจรรย์แบบนี้ด้วย เธอก็ไม่เคยถามสามีเรื่องนี้เช่นกัน

“แล้วตาพีทล่ะครับ” รัฐภัทรเริ่มหวั่นใจ กลัวว่าเด็กชายจะไม่ใช่ลูกชายของเขา

“แล้วแกคิดว่าไงพ่อลูกชาย” 

มิสเตอร์อเดลตาร์หันมาทางลูกชาย เขาอยากจะรู้ว่าลูกชายมีความมั่นใจมากแค่ไหน ว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของตัวเอง

“เออ” สิงห์หนุ่มอึกอัก ไม่มั่นใจเอาเสียเลย เพราะถูกเมฆณาพูดกรอกหูอยู่ตลอดตลอดว่าตาพีทเป็นลูกของ ภานุ ชาญกุล

“มั่นใจหน่อย” คนเป็นบิดาตอบไหล่หนาของลูกชาย สำทับเพิ่มความมั่นใจให้

“ใช่หรือเปล่าครับคุณแม่”

สิงห์ตัวที่ห้าหันไม่ถามมารดามเพื่อขอความมั่นใจอีกครั้ง เพราะมีท่านเท่านั้นที่เห็น แม้ว่าเขาจะอุ้มเด็กชายหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทันสังเกตว่ามีปานรูปพระอาทิตย์จริงหรือเปล่าหรือเปล่า

“ข้างขวาจ้ะ”

“งั้นแสดงว่าใช่! ตาพีทเป็นลูกผม” 

รัฐภัทรร้องดีใจ แทบจะกระโดดกอดมารดา ถ้าไม่ติดสายตาคมดุของบิดาที่ส่งมาห้ามเสียก่อน เขาเคลือบแคลงมานานแล้ว แต่เพราะคำพูดของเมฆณาที่พูดกรอกหูเขาว่าตาพีทไม่ใช่ลูกเขา เขาก็เลยไม่แน่ใจ

“รู้แบบนี้แล้วจะทำยังไงต่อ” พี่ชายใหญ่เอ่ยขึ้น

“ผมจะไปตามเอาครอบครัวผมกลับคืนมาครับ” สิงห์หนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมากขึ้น

“มันต้องอย่างนี้สิ ไปเลยไอ้สิงห์ ตาเอาว่าที่สะใภ้และหลานชายของพ่อกลับมาให้ได้นะ” 

ฝ่ามือกว้างของประมุขใหญ่แห่งฟรานเซสตบลงบนไหล่หนาของสิงห์ตัวที่ห้าเป็นการให้กำลังใจ ท่านก็หวังว่าทั้งสองจะกลับมาคืนดีกันได้อีกครั้ง ทำเพื่อหลานตัวน้อยที่น่าสงสารของเขา





        แสดง 15 - 15
วันที่โพสต์ :  26 มี.ค 2559 09:49 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:07    › จำนวนผู้เข้าชม 41952 คน
   › คะแนนโหวต 1587 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :