นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง -+- พรางพิษ -+-    by อัญจรี นักเขียน
ชื่อตอน บทที่ 1 แสนชัง 100%



***อัป 60%*** ทำมือ และ Ebook ***

พรางพิษ

บทที่ 1

แสนชัง

กลุ่มควันสีเทาปนดำ พวยพุ่งออกจากปากปล่องเมรุภายในวัดดังแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงฯ สมัตถ์ โสภณวิชญ์ มองตามกลุ่มควันแล้วถอนหายใจพรืดใหญ่ ดวงตาแดงก่ำนั้นแทนคำบอกเล่าถึงความเศร้าที่อยู่ภายใน หกเดือนที่แล้วเขาเสียมารดาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่นั่นไม่ทำให้เขาเจ็บปวดเท่าที่ว่ามารดาวัยเลยสาวของเขานั้นแอบนัดแนะสามีคนอื่นออกมาพูดคุยกัน บิดาผู้ซื่อตรงของเขารู้เรื่องนี้เข้า และติดตามจนพบเจอพวกเขา เกิดเรื่องเศร้าที่ไม่มีใครคาดคิด หลังมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงนั้น มารดาเขาขับรถออกไปพร้อมชู้รักและเกิดอุบัติเหตุขึ้น มารดาที่รักเสียชีวิตคาที่ ในขณะที่ชู้รักอาการหนักจนต้องนอนแบ็บติดเตียง ส่วนบิดาที่เคารพ ก็เข้าสู่โหมดตรอมใจนับตั้งแต่วันนั้น และครึ่งปีให้หลัง ท่านก็เสียชีวิตลง งานศพของท่านกำลังจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าแล้ว

“มัตถ์คะ พวกนั้นมาค่ะ”

เสียงศรีภรรยากระซิบใกล้ๆ หู สมัตถ์หันไปมองด้านหลัง ร่างสูงระหงที่เขาแสนชิงชังกำลังเดินเข้ามาในศาลา วงหน้างามด้วยเครื่องสำอางทาบทา ดูสดใสจนคนมองอย่างเขานึกหมั่นไส้ หล่อนควรตีหน้าเศร้าสักนิดตอนที่เดินเข้ามาในงานศพอย่างนี้

ร่างอรชรหยุดยืนกลางศาลา ความงามสง่านั้นทำให้สายตาของทุกคนในงานจ้องมองที่หญิงสาวเป็นตาเดียว

เทียนหยด เวชพิสิฐ เดินเข้าไปหาเมื่อแลเห็นหนึ่งในเจ้าภาพของงาน  เธอยกมือไหว้เขาตามมารยาท ก่อนเอ่ยถ้อยวาจาที่ตระเตรียมมาตั้งแต่บนรถ

“สวัสดีค่ะคุณสมัตถ์ เสียใจด้วยนะคะเรื่องพ่อของคุณ”

“ไม่จำเป็น!” เขาสวนคืนทันควัน ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อแสนดึงดูดใจนั้นมิได้ทำให้เขาใจอ่อนแต่อย่างใด ความงดงามของเทียนหยดแค่ทำให้ใจเขากระตุกเบาๆ เท่านั้น ไม่สามารถเข้ามาลบความแค้นในหัวใจเขาได้หรอก

“คุณลุงมีความจริงใจ และอยากมีพวงหรีดมาวางสักพวง แต่ฉันเกรงว่าคุณจะโยนมันทิ้ง”

“ฉันโยนแน่ คิดถูกแล้วที่ไม่เอามา” ตอบแล้วเริ่มกัดฟันกรอดๆ ยิ่งเห็นหน้าเทียนหยดก็ยิ่งขุ่นเคือง

“ฉันแค่อยากให้รู้ว่าทางเราเองก็เสียใจ โดยเฉพาะคุณลุงรุ่งรดิศ ท่าน...”

“อย่าเอ่ยชื่อผู้ชายคนนั้น ฉันขยะแขยง!” สมัตถ์ตาแทบถลนยามเอ่ยความจำนงให้เทียนหยดเข้าใจ เขาชิงชังเทียนหยดมากเท่าไหร่ บอกไว้เลยว่าน้อยกว่าเศษเสี้ยวที่เขารังเกียจเดียดฉันท์ตาแก่นั่นเลยทีเดียว

“มัตถ์คะ!ราตรี โสภณวิชญ์ จับแขนสามีเป็นเชิงปราม นี่มันงานศพแท้ๆ การมีเรื่องทะเลาะวิวาทย่อมดูไม่งามในสายตาแขกเหรื่อ

เทียนหยดเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของราตรี ยิ้มที่มุมปากน้อยๆ แต่เหมือนเย้ยราตรีเสียมากกว่า ราตรีเป็นสะใภ้บ้านโสภณวิชญ์ที่สมบูรณ์แบบเหลือเกิน สมบูรณ์แบบจนน่าอิจฉา

“อย่าอคตินักเลยคุณสมัตถ์ ฉันว่าทางที่ดีคุณควรทำดีกับฉันไว้จะดีกว่า”

“ฝันไปเถอะ มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ ออกไป!

นิ้วชี้ของสมัตถ์ชี้ตรงไปยังทางออกของวัด เทียนหยดมองตามไปแต่ไม่ยี่หระ ชินเสียแล้วกับความโกรธความไม่พอใจของเขา ความโกรธนั้นอาจจะลดลงหากเขาฟังเรื่องบางอย่างจากเธอสักเสี้ยวนาที แต่ก็เห็นแล้วนี่ว่าเขาฟังกันแค่ไหน

“ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณค่ะ แต่เลขาของคุณ...เธอไม่ยอมให้ฉันพบ” เอ่ยแล้วเลื่อนสายตาไปยังร่างของราตรี เมื่อก่อนสองสามีภรรยาคู่นี้ทำงานด้วยกัน เธอพยายามหลายครั้งหลายหนในการติดต่อสมัตถ์เพื่อคุยธุระอันสำคัญ แต่ถูกราตรีกีดกันอยู่ร่ำไป

“ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะคุย ออกไปเดี๋ยวนี้!

เขาตะคอกอีก เทียนหยดหน้าม้าน การถูกไล่บ่อยๆ ย่อมทำให้คนหน้าบางรู้สึกอับอาย

ขณะที่หนุ่มสาวมัวแต่จ้องหน้ากันราวกับอยากจะฆ่า ร่างเล็กบอบบางและใกล้ร่วงโรยของหญิงสูงวัยนางหนึ่งก็เดินเข้ามาขัดจังหวะ ผมยาวสีดอกเลาของนางถูกรวบเป็นมวยตึงๆ ที่ท้ายทอย นางสวมแว่นสายตาที่มีสายคล้องคอ มาดประหนึ่งคุณครูระเบียบผู้เกษียณแล้ว

“มีเรื่องอะไรกันตามัตถ์” ศรีสุรางค์ โสภณวิชญ์ สตรีวัยเจ็ดสิบห้า ท้วงถามหลานชายพร้อมใบหน้าบึ้งตึง งานศพบุตรชายนางแท้ๆ แต่คนเป็นหลานกลับส่งเสียงดังไล่แขก ช่างไม่ให้เกียรติบิดาของตัวเองบ้างเลย

เทียนหยดยกมือไหว้นางศรีสุรางค์ หากจะมีใครสักคนพอจะรับฟังข้อเสนอของเธอก็น่าจะเป็นนางศรีสุรางค์นี่แหละ

“อ้อ...เธอเองหรอกรึ นึกยังไงถึงได้มาล่ะ ไม่กลัวหลานฉันไล่ตะเพิดหรือไง”

“ไม่กลัวค่ะ เขาไล่หนูแล้ว” เทียนหยดตอบตามจริง พิศมองนางศรีสุรางค์ก็เห็นความงดงามตามวัย แต่ตาของนางนั้นออกจะดุไปหน่อย ยิ่งมาสวมแว่นเจ้าระเบียบนั่นเข้ายิ่งดูดุเข้าไปอีก

“เธอไม่ควรมาที่นี่ครับ” สมัตถ์บอกย่าของตน หน้าตายังไม่สบอารมณ์นัก

“หลานกำลังเสียมารยาท เธอมีธุระอะไรไหม” หันไปถามผู้มาเยือน

“มีค่ะ แต่คุณสมัตถ์ไม่ยอมคุยกับหนู”

“เรื่องสำคัญหรือเปล่า” นางถามต่อ

“ค่ะ อยากเจรจาให้เป็นเรื่องเป็นราว หนูมีข้อเสนอ”

สมัตถ์เริ่มควันออกหู “ข้อเสนออะไรฉันก็ไม่รับทั้งนั้น!

“อย่ามั่นใจนักสิคะ ลำพังแค่เงินประกันชีวิตของคุณศิเทพ ไม่ทำให้พวกคุณมีกินไปตลอดชีวิตหรอกค่ะ พวกคุณกำลังจะถังแตก ยอมรับความจริงบ้างสิคะ”

ทุกคนเงียบไปเมื่อถูกจี้ใจดำ นางศรีสุรางค์ถอนหายใจอย่างปลดปลง สมัตถ์กำหมัดแน่น ในขณะที่ราตรีดวงตากลิ้งกลอกไปมาราวกับใช้ความคิด ธุรกิจโรงแรมของโสภณวิชญ์นั้น เพิ่งถูกเปลี่ยนมือไปก่อนที่พ่อสามีของเธอจะเสียชีวิต มันขาดทุนจนสมัตถ์แบกรับไม่ไหว ทรัพย์สินที่มีบางส่วนถูกขายไปเพื่อนำเงินไปใช้หนี้เงินกู้ที่สมัตถ์กู้มาฟื้นฟูกิจการ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ดีขึ้น ตอนนี้พวกเธอไม่มีหนี้แล้ว แน่นอนว่าพวกเธอก็ไม่มีอะไรเหลือเช่นกัน

“เธอมาพบฉันได้ไหม ที่บ้านน่ะ เธอรู้จักหรือเปล่า”

“คุณย่า!” สมัตถ์ร้องปรามย่าของตัวเอง ไม่พอใจที่นางทำเหมือนยอมศิโรราบต่อเทียนหยด เขาเกลียด เขาไม่อยากก้มหัวให้คนพวกนี้

เทียนหยดยิ้มบางๆ อย่างสมใจ “บ้านโสภณวิชญ์คงหาได้ไม่ยาก อีกสองวันหนูจะไปพบคุณนะคะ สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้พร้อมกล่าวลา เธอลาแค่นางศรีสุรางค์แล้วเดินจากมา อย่างน้อยๆ การเข้ามาพบเจอพวกโสภณวิชญ์ตัวเป็นๆ ก็ทำให้เธอมีคำตอบให้กับคนที่เฝ้ารอ

 

เทียนหยดกลับมาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่บิดาเลี้ยงพักรักษาตัวอยู่ อาการของ รุ่งรดิศ นั้นร่อแร่เต็มที อุบัติเหตุที่เกิดเมื่อครึ่งปีก่อน ทำให้สุขภาพท่านย่ำแย่ มันไม่ได้มีผลแค่เพียงภายนอก แต่มันแย่ที่ภายใน อวัยวะของท่านหลายส่วนติดเชื้อจากการที่รถไถลลงไปในคลองข้างทาง มีการเฉี่ยวกันก่อนหน้านั้นระหว่างรถเก๋งสองคัน รถพังและถูกน้ำคลองท่วมแทบมิดหลังคา นั่นทำให้นางศมล มารดาของสมัตถ์เสียชีวิต ส่วนบิดาเลี้ยงของเธออาการทรุดลงทุกวัน

ภายในห้องพักฟื้นที่ไม่ใช่ห้องปลอดเชื้อเช่นเมื่อวาน เทียนหยดใจหายวาบ รุ่งรดิศถูกย้ายออกมาแล้ว ย้ายออกมาทำไมกันเล่า แล้วนั่น...น้องชายวัยสิบขวบของเธอ เขายังอยู่ในชุดนักเรียน แล้วเขามาที่นี่ทำไม

แพทย์สูงวัยท่าทางใจดีเดินผ่านหน้าเธอออกไปพร้อมพยาบาลนางหนึ่ง บรรยากาศในห้องแปลกๆ ชอบกล แล้ววินาทีต่อมา มารดาผู้ยังงดงามของเธอก็หันมามอง

“ลุงเขารออยู่ มาสิ” ผกากรอง เตชะทัต เอ่ยบอกบุตรสาวของตัวเอง น้ำตากบทั่วใบหน้าซีดเซียว พวงผมที่ดัดเป็นลอนสวยถูกรวบไว้อย่างไม่ใยดี และมีบุตรชายวัยสิบขวบยืนอยู่ข้างๆ เด็กน้อยสะอื้นฮักๆ มือข้างหนึ่งจับแขนบิดาไม่ปล่อย

เทียนหยดน้ำตาคลอ หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เป็นมาก่อน ครึ่งปีแล้วนะ ครึ่งปีที่เธอภาวนาไม่ให้วันนี้มาถึง แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว คุณลุงผู้แสนดีกำลังจะจากไปแล้ว ตลอดกาล...

“เทียนมาแล้วค่ะ เทียนมาแล้ว” บอกคนป่วยที่อาการร่อแร่เต็มที เธอนั่งลงด้วยสองเข่า สองมือกุมมือบิดาเลี้ยงเอาไว้แน่น

รุ่งรดิศ เตชะทัต ลืมตาขึ้นมามองสาวน้อยของตัวเอง ท่านเลี้ยงเทียนหยดมาด้วยความรักและเอ็นดู และวันนี้ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของท่าน ก็คงต้องฝากไว้กับสาวน้อยผู้นี้

“เทียน...จำ...ที่เราคุยกัน...ได้ไหม”

“ค่ะ เทียนจำได้ เทียนไปหาคนพวกนั้นมาแล้ว อีกสองวันเทียนจะไปหาอีก เขายอมแน่ๆ ลุงทำใจให้สบายนะคะ” บอกท่านขณะพยายามมิให้น้ำตามันไหล ความซูบโทรมบนหน้าของคุณลุงคนดีช่างบีบบี้หัวใจเธอเหลือเกิน ลุงกำลังจะไปแล้ว ทิ้งแม่ของเธอ ทิ้งน้องชาย และทิ้งเธอไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

รุ่งรดิศพยักหน้าช้าๆ “ฝากเทียน...ด้วย ช่วย...ดูแล...แม่...กับน้องแล้วก็...” มองมาทางศรีภรรยา ผกากรองเลยจับมืออีกข้างของเขาไว้ ทั้งสองจ้องตากันเป็นครั้งสุดท้าย ความบาดหมางใจเหมือนม่านบางๆ ที่กางกั้นความสุขอันน้อยนิดที่มี รุ่งรดิศเสียใจ แต่ท่านไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ “ผกา...ฉัน...ขอโทษ แต่ฉัน...ไม่ได้มีชู้จริงๆ ฉัน...รักเธอนะ รักเธอ คนเดียว...”

สิ้นคำบอกรักของชายสูงวัย เปลือกตาบางของท่านก็ปิดลงพร้อมๆ กับเสียงกรีดร้องของผกากรอง เด็กชายตัวน้อยปล่อยโฮลั่นห้องในขณะที่เทียนหยดต้องปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น หยดน้ำตาหลั่งมาราวฝนห่าใหญ่ ไปแล้ว...ที่พึ่งทางใจสุดท้ายของเธอ จากไปพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งที่ท่านวางไว้บนบ่า ให้เธอแบกไว้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

สองอาทิตย์ให้หลัง

สมัตถ์เดินวนไปวนมาหน้าประตูห้องทำงานของบิดา สองอาทิตย์มาแล้วที่เขาเฝ้ารอการมาของเทียนหยด และวันนี้ก็มาถึง เขาไม่รู้ว่าหล่อนติดธุระอันใด แต่เห็นแล้วว่าหล่อนผิดนัดไปหลายวันเชียวล่ะ ตอนนี้ย่าของเขากำลังเจรจากับเจ้าหล่อนอยู่ เขาจะไม่สนใจมันหรอกหากว่าวันนี้ย่าไม่เรียกตัวทนายมาด้วย มันชวนให้เขาวิตกถึงอะไรบางอย่างที่ยังไม่รู้แน่ชัด

แอ๊ด...

ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างผอมเตี้ยของทนายที่ทุกคนในโสภณวิชญ์รู้จักดี ด้วยว่าทำงานร่วมกันตั้งแต่กิจการโรงแรมของตระกูลยังรุ่งเรืองอยู่ ตามมาด้วยร่างอรชรของแม่สาวชุดดำที่เขายังนึกชิงชังมิคลาย

“เอ้า ตามัตถ์? มาทำอะไรตรงนี้” ศรีสุรางค์ที่เดินออกมาจากห้องเป็นคนสุดท้ายเอ่ยถามหลานชายด้วยสงสัย

“เอ่อ...เปล่านี่ครับ ก็เดินเล่นไปเรื่อย”

ศรีสุรางค์ทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ ก่อนจะเอ่ย “ย่าไปส่งคุณทนายก่อน แล้วจะกลับมาคุยกับเรา ไปรอในห้องนั่งเล่นล่ะ”

“ครับย่า”

เทียนหยดเตรียมตัวจะก้าวเดินเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองก้าวนำหน้า แต่ศอกของเธอถูกดึงไว้ด้วยมือแข็งๆ ราวคีมเหล็กของเขา

“ปล่อยค่ะ”

“บอกมาก่อนว่าเธอคุยอะไรกับคุณย่า”

เทียนหยดยิ้มเยือกเย็น เขาจะทำหน้าอย่างไรนะถ้ารู้เรื่องเข้า “มากกว่าการคุยค่ะ เอกสารสำคัญหลายแผ่น ฉันก็ได้เซ็นมันแล้ว” เธอตอบเป็นนัย ยังยิ้มอย่างผู้ชนะส่งให้ สมัตถ์เป็นผู้ชายที่ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ แต่ตอนนี้เขาคงต้องกล้ำกลืนฝืนงอเพื่อครอบครัวสักครั้ง มันคงเป็นความทรมานอย่างที่สุด ที่ผู้ชายอย่างเขาต้องมาตกอยู่ใต้อำนาจผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ

“เธอพูดบ้าอะไร! เอกสารอะไรฮะ!” ร้องถามพลางบีบข้อมือน้อยแรงขึ้นอีก

เทียนหยดข่มความเจ็บที่ข้อมือแล้วกวาดตามองรอบบ้านหลังใหญ่ของเขาอย่างมีความหมาย ทว่ามิได้ตอบในสิ่งที่เขาใคร่รู้

“อีกหน่อยเราคงได้เห็นกันทุกวัน ฉันว่ามันคงสนุกพิลึก เกลียดกันเข้ากระดูกดำแต่ต้องมาอยู่บ้านเดียวกัน หึๆๆ”

สมัตถ์สลัดข้อมือน้อยทิ้งแล้วผลักหล่อนออกห่างตัว กิริยาที่ทำนั้นหากเทียนหยดมิใช่สตรีละก็คงได้ชกหล่อนสักหมัดล่ะ

“ทำร้ายได้แม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ” เธอบอกเขาเสียงเรียบตึง ไม่พอใจที่ถูกทำร้ายร่างกาย แต่พอใจที่เห็นเขาเต้นเป็นเจ้าเข้า เอาสิสมัตถ์ ต่อให้เก่งกล้าสามารถมาจากไหน คุณก็หนีความจริงไม่พ้นหรอก

“ผู้หญิงอย่างเธอไม่สมควรทะนุถนอมหรอก ออกไปจากที่นี่ซะที! ออกไป!

เทียนหยดยิ้มเยาะ มองเขาตรงๆ ไม่มีหลบสายตา ต่อหน้าสมัตถ์ ชายผู้แสนชิงชังเธอนั้น เธอห้ามอ่อนแอเด็ดขาด เพราะหากเขาเห็นแม้เศษเสี้ยวแห่งความอ่อนแอของเธอละก็ รับรองว่าเขาคงพร้อมจะเหยียบเธอจมดินทีเดียว

ร่างอรชรในชุดดำเข้ารูปที่กระโปรงรัดรึงสะโพกสวย ก้าวออกจากบ้านโสภณวิชญ์ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง อย่างน้อยสิ่งที่ลุงรุ่งรดิศสั่งความไว้ก่อนท่านสิ้น เธอก็ทำสำเร็จไปกึ่งหนึ่งแล้ว ที่เหลือก็คงรอแค่เวลาเท่านั้นเอง

“ย่า! คุณย่า! คุณย่าอยู่ไหนครับ!

สมัตถ์เดินไปหาคุณย่าที่รักยังห้องที่นางสั่งไว้ นางกลับเข้ามาพอดี ร่างผอมบอบบางของหญิงชรายังเดินเหินเชื่องช้าตามแบบฉบับของวัยไม้ใกล้ฝั่ง นางนั่งลงยังชุดโซฟาหรูหราปักลายเถาไม้เลื้อยละลานตา มันถูกทำความสะอาดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนแม้แต่กาลเวลาก็ไม่สามารถพรากความงดงามไปจากมันได้ สีหน้านางไม่ค่อยสู้ดียามมองมาที่หลานรัก

“นั่งลงตามัตถ์”

ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆ ย่าของเขา หันไปหานาง แต่เห็นเพียงใบหน้าด้านข้าง เหมือนว่านางกำลังคิดบางอยู่ อย่างหนักใจเสียด้วย

“ยัยบ้านั่นบอกว่าจะมาอยู่บ้านเดียวกับเรา มันไม่จริงใช่ไหมครับย่า”

“จริง”

“ย่าบ้าไปแล้ว ย่าขายที่นี่ให้พวกมัน!

“ตามัตถ์! อย่ามาก้าวร้าวย่านะ!” นางศรีสุรางค์ท้วงหลานเสียงขรม ถึงกับต้องยกมือกุมขมับ อยากจะได้ยาดมยาหอมสักนิด

สมัตถ์ขยับไปหาคนเป็นย่า กอดนางไว้เหมือนเมื่อครั้งหนึ่งที่เขาเคยเป็นเด็ก

“ขอโทษครับ ผมแค่โมโห” บอกนางอย่างนั้นแม้ยังโกรธเคือง เขาคิดว่าจะหางานทำ ไม่จำเป็นต้องขายบ้านนี้ ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องขายให้พวกเตชะทัตด้วย คุณย่าคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้

“เราต้องคุยกันตามัตถ์ ย่าตัดสินใจแล้ว” คนเป็นย่าผลักหลานออก ดวงตาใต้กรอบแว่นเลนส์ใสฉายแววกังวลอย่างไม่คิดปกปิด

“อะไรครับ”

“ย่ายอมให้พวกเขาเข้ามาอยู่ที่นี่ แลกกับ...หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่พวกเตชะทัตเป็นเจ้าของ”

“อะไรนะ! ยัยบ้านั่นเสนออะไรกันแน่” เขามุ่นคิ้ว รอฟังย่าอธิบาย

“บ้านนั้นมีแต่ผู้หญิง ที่เป็นผู้ชายก็ยังเล็กนัก แม่หนูเทียนอะไรนั่นทำงานไม่ไหว เหมือนนายรุ่งรดิศจะสั่งไว้ว่าให้ทำแบบนี้”

“ทำไม ทำงานไม่ไหวก็จ้างสิ ผู้บริหารเก่งๆ มีเยอะแยะ”

“ย่าคิดว่า รุ่งรดิศคงเสียใจที่ทำให้ศมลต้องตาย”

“ก็แม่ผมตายเพราะมันจริงๆ” ยิ่งนึกถึงยิ่งแค้น มารดาที่รักไม่น่าทำเรื่องแบบนี้เลย อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ยังแอบนัดแนะไปพบกับนายรุ่งรดิศตั้งหลายครั้งครา จนในที่สุดบิดาเขาก็จับได้

“เขาคงแค่อยากไถ่โทษ”

“ผมไม่เอา” สมัตถ์ยืนยันเสียงหนักแน่น

“หลานต้องเอา สมัตถ์ บ้านเราหลังใหญ่ ค่าใช้จ่ายมันเยอะ ย่าไม่อยากคิดถึงวันที่ต้องขายมัน ย่าไม่ได้ขายบ้านนี้ให้พวกเขาหรอกนะ แค่ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าหลานจะทำหน้าที่บริหารบริษัทแทนรุ่งรดิศ แลกกับหุ่นสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่เขาให้ และแลกกับการที่ให้สามแม่ลูกนั่นเข้ามาอยู่ที่บ้านเรา”

“อะไรนะ! สามแม่ลูกงั้นเหรอ ให้ตายเถอะ ยกมาทั้งโขยง”

“ใจเย็นๆ สิมัตถ์ ฟังย่านะ ไหนๆ พ่อแม่เรากับนายรุ่งรดิศก็ตายไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่หลานจะเคืองโกรธ สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างหากที่หลานควรใส่ใจ ไหนๆ นายรุ่งรดิศก็เปิดทางให้หลานขนาดนี้ ทำไมหลานไม่ใช้มันให้เป็นประโยชน์ ความแค้นที่หลานมี หากมันมากนักก็มาลงที่เงินทองของพวกมันสิ กอบโกยจากเตชะทัตเสียให้พอ ทุกสิ่งมันอยู่ในมือหลานแล้ว หลานยังรีรออะไร”

“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะร้ายกาจขนาดนั้น มันคือการโกงชัดๆ” ความสับสนซ่อนอยู่ในแววตาของสมัตถ์อย่างล้นปรี่ ถึงจะโกรธพวกนั้นแค่ไหน แต่ยังไม่เคยคิดกอบโกยเอาของคนอื่นมาเป็นของตัว

“นายรุ่งรดิศมันคงรู้สึกผิดจนใกล้บ้า ถึงได้กล้าทำแบบนี้ ให้หุ้นเราตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์ น่าขำแท้ๆ”

สมัตถ์คิดตามที่ย่าเอื้อนเอ่ย หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์มันมากก็จริง แต่ไม่มากสักนิดหากเทียบกับชีวิตมารดาเขา

“เรามีทางเลือกอื่นไหมครับ”

“มี...แต่ย่าเลือกทางนี้ ย่าจมไม่ลงนะหลานรัก ย่าเคยใช้ชีวิตสุขสบายบนกองเงินกองทอง ย่าขาดมันไม่ได้หรอก อย่าทำให้ฐานะทางการเงินของเราสั่นคลอนเลย ย่าขอล่ะ วันนี้หลานอาจคิดว่าหลานเห็นแก่เงิน มันก็ใช่หลานรัก แต่สักวันที่หลานมีลูก มีข้าทาสบริวานที่ต้องจ่ายเงินเดือนพวกเขา หลานคงไม่รีรอเลยที่จะรับข้อเสนอบ้าบอของคนพวกนั้น เพราะเห็นได้ชัดแล้วว่าข้อเสนอบ้าๆ นั่นจะทำเงินให้เราเป็นกอบเป็นกำ”

“แต่ข้อเสนอมันดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่”

คนเป็นย่าส่ายหน้า ลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่ ดวงตานางมีแววมุ่งมั่นฉายชัด

“ย่าถึงได้บอกให้แม่หนูนั่นร่างเอกสารมาให้เราเซ็น หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่พวกเขามีต้องถูกเปลี่ยนมืออย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

“แต่ผมยังข้องใจ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ธุรกิจไม่ใช่ลงทุนบาทสองบาท จะมายกให้กันง่ายๆ ได้ยังไง”

“เพราะความรู้สึกผิดไงล่ะหลานรัก ถ้าให้แลกหลานจะแลกไหมล่ะ หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์กับชีวิตของศมล”

“ไม่...ถ้าเลือกได้ผมจะไม่แลกเลย” สมัตถ์บอกตามจริง เจ็บปวดทุกครั้งยามนึกถึงมารดาผู้ล่วงลับ

“งั้นหลานก็ได้คำตอบแล้ว ทำใจให้สบาย แล้วเตรียมตัวไปเป็นหุ้นส่วนของเตชะทัตอย่างภาคภูมิเถอะ”

สมัตถ์ถอนหายใจแล้วลุกยืน ในเมื่อถูกบังคับทางอ้อมขนาดนี้ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร คิดเสียว่าให้พวกนั้นตอบแทนอะไรบ้างเถอะหลังจากที่พรากมารดาไปจากเขาตลอดกาล

 

ไม่กี่วันหลังจากนั้น สมัตถ์ก็มานั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ของบริษัท RPS Cosmetic Co.,Ltd. บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงาม เขานั่งชั่งใจเป็นหนสุดท้ายก่อนรับภาระอันหนักอึ้งมาไว้บนบ่า คุณย่าที่รักปรารถนาให้เขารับมันไว้แต่โดยดี แต่เขายังสองจิตสองใจ แม้ว่าหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์มันจะมากกว่าหุ้นของหุ้นส่วนอีกสองคนที่เหลือ แต่ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับหุ้นของผกากรอง ท่านประธานคนใหม่ของ RPS Cosmetic Co.,Ltd.  และดูเหมือนว่ามารดาของเทียนหยดจะทำอะไรไม่เป็นเลยนอกจากจิกหัวใช้ลูกสาว น่าแปลกใจไหมเล่าที่เทียนหยดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในหุ้นของบริษัทนี้ หล่อนทำหน้าที่เป็นเพียงใครบางคนที่มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการสั่งการไม่ต่างจากเขา ทว่าไร้ตำแหน่งที่แน่นอน เขาเดาว่าตำแหน่งจริงๆ ของหล่อนนั้น น่าจะแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมเขาเสียมากกว่า

“เสร็จหรือยังยัยเทียน ฉันต้องรีบไปโรงเรียนตาโอบนะ” สตรีวัยเลยสาว ที่วันนี้แต่งกายเรียบหรูดูดีทุกสัดส่วน เอ่ยถามบุตรสาวอย่างไม่เกรงใจใคร ด้วยว่านั่งอยู่ตรงนี้มาชั่วโมงหนึ่งแล้ว ฟังถ้อยเจรจาเรื่องข้อตกลงของหุ้นส่วนใหม่จนเซ็งเหลือเกิน

“ชู่...คุณแม่คะ เสียมารยาท”

“ช่างสิ ฉันรีบ”

“ใช่ครับ พวกเราทุกคนก็คิดว่าคุณน่าจะเซ็นเอกสารสักที” หนึ่งในหุ้นส่วนสูงวัยของ RPS เอ่ยขึ้น บุรุษสูงวัยอีกท่านที่นั่งอยู่ข้างกันยังพยักหน้ารับคำ

สมัตถ์ขยับกายอย่างอึดอัด จนทนายเจ้าเก่าที่พามาด้วยยังรู้ได้ถึงความอึดอัดนั้น

“เซ็นเถอะครับ คุณมีแต่ได้กับได้ หุ้นส่วนนี้เป็นของคุณรุ่งรดิศมาก่อน ท่านมีสิทธิ์จะยกให้ใครก็ได้ แค่คุณเซ็นมัน ทุกอย่างก็จบ” ทนายร่างเตี้ยที่ยิ่งดูเตี้ยเมื่อนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ เอ่ยหว่านล้อมคนที่เป็นเหมือนเจ้านาย งานนี้คงไม่สำเร็จลงโดยง่ายหากว่าสมัตถ์ยังมีความลังเล

สมัตถ์ถอนหายใจแรงๆ ใบหน้าเครียดขึ้นทุกขณะ

“ไปคุยกับฉันที่ระเบียง สองนาทีค่ะ ลุกเดี๋ยวนี้” เทียนหยดเอ่ยแล้วลุกจากเก้าอี้เดินไปที่ระเบียง หญิงสาวเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไป ลมแรงพัดเข้ามาภายในห้องที่ติดแอร์เย็นฉ่ำ แดดแรงพอสมควรและเริ่มร้อนแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเดือนมกราคมซึ่งเป็นหน้าหนาว

สมัตถ์ตามออกมาราวกับโดนยาสั่ง เขาไม่ชอบการถูกสั่ง แต่ไม่มีทางเลือกยามที่เทียนหยดบัญชา

“มันไม่มีแรงจูงใจอะไรเลยที่พ่อเลี้ยงของเธอต้องมายกหุ้นให้ฉันฟรีๆ ตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์” สมัตถ์โพล่งออกมาอย่างเหลืออด สองตาจ้องมองวงหน้าเนียนกริบของเทียนหยดแล้วใจเต้นแรง วงหน้างามช่างนวลเนียนเกินจะกล่าว ราวกับมิเคยมีไฝฝ้าราคีใดๆ

“มีแน่นอนค่ะ มันมีแน่ ฉันอยากบอกคุณจะแย่แต่ต้องให้อคติในใจคุณมันหายไปเสียก่อน”

“เธอมีความลับที่ยังไม่ได้บอกฉัน”

“ค่ะ ใช่” เธอเอ่ยรับ ยกมือกอดอกอย่างไม่รู้จะเอามันไปไว้ตรงไหนดี

สมัตถ์มองตามมือนั้น ทรวงอกอันพอเหมาะของหล่อนถูกทำให้รูปร่างชัดเจนขึ้นด้วยการกอดอก ให้ตายเถอะ หล่อนยั่วเขาโดยไม่รู้ตัวเลย

“คุณแค่เซ็นยอมรับหุ้นนั่นแล้วมาทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ แค่นั้นก็จบ”

“แต่ฉันไม่อยากเซ็น” เขายืนยัน มีความไม่มั่นใจมากมายหลายสิ่งอย่าง

“คุณต้องเซ็น คุณมีความจำเป็นที่ตัวเองรู้ดีที่สุด” เธอหว่านล้อม เริ่มโมโหขึ้นมาแล้วล่ะ คนอะไรดื้อด้าน เอาเงินมากองให้แทบเท้าแท้ๆ แต่ไม่ยอมก้มลงมาหยิบมัน

“เธอจะได้อะไร เธอไม่มีหุ้นในบริษัทด้วยซ้ำ” เขากังขา

เทียนหยดส่ายหน้า ผมยาวถึงบั้นเอวถูกรวบเป็นหางม้าสูงกลางศีรษะ มันช่วยดึงใบหน้างามให้ตึงมากขึ้นไปอีก

“ฉันได้ความสะดวก”

“ยังไง”

“แม่ฉันคงอกแตกตายถ้าบริษัทตกเป็นของคนอื่น แม่ไม่มีความรู้เรื่องงานบริหาร และฉันไม่มีความสามารถพอ ฉันมีงานของฉัน ฉันทำงานให้ RPS เต็มตัวไม่ได้ ที่สำคัญก็คือคุณลุงอยากได้ความมั่นคงในระยะยาว ท่านหวังว่าความสามารถของคุณจะดูแล RPS ไว้ให้ท่านจนกว่าตาโอบจะโตพอที่จะทำงานแทนท่านได้ ท่านอยากให้เตชะทัตยังมีความมั่นคงทางการเงิน”

“แต่ฉันไม่อยากได้เงินของศัตรู” เขาเอ่ยอีก คอแข็งขึ้นมา เชิดหน้าไปทางอื่นที่มิใช่ใบหน้าของเทียนหยด

“คุณไม่อยากแต่ครอบครัวคุณอยาก ทุกคนมองออกว่างานนี้คุณมีแต่ได้กับได้ มีแต่คุณที่ทำเป็นหยิ่งยโสไม่เข้าท่า คุณกำลังลำบากสมัตถ์ คุณขายโรงแรมขายสมบัติใช้หนี้ และครอบครัวคุณกำลังจะไม่มีกิน ยอมรับความจริงซะ!

สมัตถ์กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ศักดิ์ศรีของเขากำลังถูกบั่นทอนด้วยวาจาเรียบเย็นของสตรีที่อยู่ตรงหน้า หล่อนช่างพูดความจริงได้ยอกแสยงใจเหลือเกิน

“คุณโกรธฉันได้สมัตถ์ เพราะฉันก็โกรธเหมือนกันที่คุณลุงทำแบบนี้ คุณลุงไม่จำเป็นต้องให้อะไรพวกคุณเลยด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เตชะทัตก็สูญเสียไม่แพ้โสภณวิชญ์ คุณคิดแต่ว่าแม่คุณต้องตาย แล้วคุณลุงฉันล่ะ น้องฉันอายุแค่สิบขวบ เขายังเล็กกว่าคุณด้วยซ้ำ แต่เห็นแล้วว่าเขาก็กลายเป็นกำพร้าไม่ต่างจากคุณ อย่าหยิ่งในศักดิ์ศรีให้มากนัก ยอมรับความจริงและยอมรับสิ่งที่สวรรค์ส่งมาให้คุณเถอะ!

“เทียนหยด!” สมัตถ์ร้องออกมาอย่างสุดจะทน โกรธจนตัวสั่นเพราะรู้สึกเหมือนถูกดูแคลนจากวาจาสาวเจ้า เทียนหยดไม่ได้ด่าเขาเลย แต่ทำไมถึงรู้สึกเจ็บจุกในใจอย่างนี้ก็ไม่รู้ ความมั่นใจในตัวเองถูกกดให้จมดินเสมอยามอยู่ใกล้หล่อน หล่อนคือตัวโชคร้าย เป็นเหมือนปีศาจประจำตัวเขาเลยล่ะ

“คะ คุณสมัตถ์ ฉันคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจสิ่งที่ฉันบอกแล้ว เราควรเข้าไปข้างในแล้วเซ็นเอกสารให้เสร็จๆ ดีไหมคะ” บอกแล้วขยับไปที่ประตูกระจก จัดการเลื่อนมันออกแล้วก้าวเข้าไปในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ

สมัตถ์ก้าวตามมา หน้าตาไม่เข้าใกล้ความรื่นรมย์ เขานั่งลงยังเก้าอี้ตัวเอง จัดการเซ็นเอกสารจนเรียบร้อย ท่ามกลางความโล่งใจของเทียนหยด ก่อนที่การประชุมภายในของผู้ถือหุ้นจะจบสิ้นลง สมัตถ์กลับไปพร้อมทนายของเขาและเอกสารแฟ้มเขื่อง ผกากรองกับเทียนหยดเดินออกจากห้องประชุมเป็นกลุ่มสุดท้าย ถัดจากผู้ถือหุ้นสองคนที่ล่วงหน้ามาก่อน ใบหน้าผกากรองยังบึ้งตึงแม้แต่ตอนที่เดินมาเข้าลิฟต์ที่รอท่าอยู่

ภายในลิฟต์โดยสารที่มีเพียงสองแม่ลูก ลิฟต์เคลื่อนลงไปเรื่อยๆ ตามความสูงของอาคารหกชั้น

“แม่คะ”

“อย่ามาพูดกับฉัน ฉันโกรธอยู่” ผกากรองว่าแล้วมองหน้าตัวเองในผนังลิฟต์มันวาว มีความไม่พอใจระบายอยู่บนใบหน้าของตัวเองจนต้องเบือนหน้าหนี

“มันเป็นความประสงค์ของคุณลุงนี่คะ”

“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้อะไรคนพวกนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ แกรู้ดีที่สุดยัยเทียน” ว่าแล้วจับกระเป๋าคลัตช์ใบหรูมาหนีบไว้ใต้วงแขนแรงๆ ด้วยรูปร่างที่ระหงทุกสัดส่วนทำให้ผกากรองยังดูดีเมื่อเทียบกับอายุจริง

“ถ้าไม่ยกให้เขา แม่อยากยกให้ใครละคะ คุณลุงให้หุ้นพวกเขาอย่างน้อยๆ แม่ก็มั่นใจได้เลยว่าเขาไม่พาบริษัทเจ๊งแน่ๆ หนูทำคนเดียวไม่ไหวหรอกนะคะ” เทียนหยดชี้แจง เธอไม่ได้ทำงานให้ RPS เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเอง การบริหารจัดการของเธอเธอก็ต้องดูแล

“นั่นแหละที่ทำให้ฉันโกรธ ถ้าฉันรู้เรื่องงานบริหารมากกว่านี้สักนิดก็คงไม่ต้องให้หุ้นพวกเขาหรอก”

เทียนหยดส่ายหน้าช้าๆ มองมารดาแล้วสะท้อนในอก

“แม่คะ ถึงยังไงคุณลุงก็ยกหุ้นให้คุณสมัตถ์อยู่ดี ต่อให้แม่ทำงานเก่งแค่ไหน หุ้นตรงนั้นคุณลุงก็ไม่ให้แม่หรอกค่ะ”

“ใช่! แกรู้ดีนี่ว่าอะไรเป็นอะไร มีแต่ฉันเท่านั้นแหละที่ไม่รู้” บอกอย่างนึกเคืองบุตรสาว มีบางเรื่องที่เป็นความลับที่อดีตสามีไม่ยอมบอกนาง แต่กลับบอกบุตรสาวของนางแทน

“มันไม่มีอะไรนี่คะ แม่เชื่อเถอะว่าคุณลุงท่านไม่ได้นอกใจแม่จริงๆ”

“น่าเชื่อตายล่ะ พวกนั้นแอบนัดแนะพบกันตั้งหลายครั้งหลายหน และเป็นแกแท้ๆ ที่คอยอำนวยความสะดวกให้พวกนั้นได้เจอกัน ฉันอยากรู้นักเทียนหยด แกยังคิดว่าฉันเป็นแม่อยู่หรือเปล่าฮะ!

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับร่างของผกากรองและอารมณ์อันติดลบของนาง เทียนหยดมองตามร่างมารดาแล้วได้แต่ทอดถอนใจ บางครั้งการเป็นคนกุมความลับก็น่าหนักใจเกินจะกล่าว เธอพูดมันออกมาไม่ได้ จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร

ครืดๆๆ

เสียงโทรศัพท์ไร้สายสั่นครืดๆ อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูท เทียนหยดหยิบมันออกมาดู มีสายจากผู้ช่วยของเธอนั่นเอง

“ฮัลโหล ว่ายังไงนิดา” เธอกรอกเสียงส่งไป นิดาคือผู้ช่วยครบวงจรของเธอเอง

“ของมาแล้วนะคะ คุณเทียนจะลองดูของก่อนไหมคะหรือว่าจะเอาเข้าห้องแล็ปเลย”

ผู้ช่วยนิดาถามไถ่ ของที่ว่านั้นหมายถึงวัตถุดิบในการทำครีมบำรุงผิวนั่นเอง

“จัดการไปเลยนิดา ช่วงนี้ฉันยุ่งๆ ถ้าไม่มีปัญหาหนักอะไรเธอก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนได้เลย เดี๋ยวครีมส่งเข้าตลาดไม่ทัน”

“ค่ะๆ สู้ๆ นะคะบอส”

เทียนหยดอมยิ้มก่อนวางสาย แบรนด์ บล็องค์เต้ เป็นแบรนด์เครื่องสำอางของเธอ เครื่องสำอางที่นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศฝรั่งเศสและใช้โรงงานของ RPS เป็นฐานผลิต แต่เธอไม่ได้ใช้อำนาจที่มีทำมันฟรีหรอกนะ เธอทำทุกอย่างอย่างทุกต้อง เหมือนลูกค้าคนอื่นๆ ของ RPS เธออยากทำมันด้วยตัวของเธอเอง อยากรู้จักคำว่ากำไรและขาดทุน และนับตั้งแต่เปิดแบรนด์มาจะสองปีแล้ว เธอยังไม่เคยพบคำว่าขาดทุนเลย กำไรนั้นมีมาทุกเดือน มากบ้างน้อยมากสลับกันไป ด้วยว่าบล็องค์เต้นั้นไม่ได้ผลิตสินค้าเพียงตัวเดียว แต่มีทั้งครีมบำรุงผิวกาย ผิวหน้า เซรั่ม สบู่ และกำลังจะทำแป้งตลับด้วย เธอทำมันทุกอย่าง และหวังว่ามันจะมั่นคงในอนาคต

“คุณเทียนครับ คุณเทียน เอ่อ...เรื่องห้องทำงานของผู้บริหารใหม่จะเอายังดีครับ” อเนก ชายผิวขาวซีดวัยใกล้สี่สิบ ร่างท้วมนิดๆ ศีรษะเถิกหน่อยๆ เดินมาหานายสาวอย่างรีบเร่ง วงหน้ามีแต่ความกังวล

“ให้เขาใช้ห้องคุณลุงเถอะ ท่านประธานคนใหม่คงไม่มานั่งทำงานให้เมื่อยหรอก อีกอย่าง มันคงดีถ้าเขาได้ทำงานในห้องที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุด และห้องมันก็กว้างมากด้วย คงมีพื้นที่มากพอให้เขาวางเอกสารตอนศึกษางานของ RPS

อเนกทำหน้ากลั้นขำ “โอ...จริงครับ งั้นผมจะรีบจัดการทันที”

เทียนหยดยิ้มน้อยๆ “อ้อ...อย่าลืมยกโต๊ะทำงานของเทียนเข้าไปไว้ในห้องเขาด้วยนะคะ”

“ทำไมละครับ”

“ไม่ไว้ใจค่ะ”

เทียนหยดตอบสั้นๆ แต่อเนกกลับเข้าใจดี เขาทำงานให้ RPS มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ บริษัทเติบโตและได้กำไรในทุกๆ ปี และมีเม็ดเงินมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาที่นี่ เป็นธรรมดาที่เจ้านายของเขานั้นย่อมมีความระแวงในตัวผู้บริหารคนใหม่ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณรุ่งรดิศถึงทำแบบนี้ แทนที่จะยกหุ้นที่มีให้เทียนหยด คนที่ทำงานหนักไม่ต่างจากท่าน เทียนหยดไม่มีตำแหน่งที่แน่นอนใน RPS ทว่าได้รับอำนาจสั่งการจากคุณรุ่งรดิศว่าหากเทียนหยดบัญชาสิ่งใดแล้วละก็ ให้ถือว่าท่านมาบัญชาด้วยตัวเอง ฉะนั้นหากจะพูดให้ถูก เทียนหยดก็คือเงาอีกด้านของรุ่งรดิศ เงาที่ไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินของท่าน เป็นแค่เงาที่ทำทุกอย่างเหมือนอย่างที่ท่านทำนั่นเอง บางครั้งเขาก็นึกสงสัย นอกจากเงินเดือนที่เทียนหยดได้รับจากรุ่งรดิศแล้ว หล่อนยังได้อะไร

 

บ้านสวน นนทบุรี

ผกากรองยืนกอดอกมองละมุด พี่เลี้ยงของบุตรชายที่กำลังจัดเสื้อผ้าใส่ลงกระเป๋าใบใหญ่ ไม่รู้อดีตสามีนึกอย่างไรถึงให้พวกนางย้ายไปอยู่บ้านโสภณวิชญ์ ตอนแรกที่เทียนหยดบอกเรื่องนี้นั้น นางคิดว่ามันเป็นตลกร้ายที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเชียวล่ะ ใครเล่าจะอยากเข้าไปอยู่ในถ้ำของศัตรู ทว่าบวกลบคูณหารสิ่งที่โสภณวิชญ์ได้ไป นางเลยขอหอบกระเป๋าหนีความสงบสุขไปอยู่ใจกลางความวุ่นวายอย่างเมืองกรุงฯ สักพัก

หลายปีมานี้ นางอยู่ที่บ้านสวนเล็กๆ ที่เป็นสมบัติของอดีตสามีซึ่งเป็นบิดาของเทียนหยด อยู่อย่างเรียบง่ายโดยที่รุ่งรดิศจะแวะมาค้างด้วยอาทิตย์ละสามถึงสี่ครั้ง นางเลี้ยงโอบนิธิที่นี่ และคิดไว้ว่าหากบุตรชายจบชั้นประถมเมื่อไหร่ค่อยย้ายเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ และอาจจะกลับมาที่บ้านสวนเฉพาะเสาร์อาทิตย์ แต่ความฝันมีอันพังทลาย รุ่งรดิศตายจากไปอีกคนแล้ว และทิ้งนางไว้กับสมบัติมากมายที่นางไม่รู้จักแม้แต่วิธีจัดการกับมัน

“เธอเก็บเสื้อผ้าของตาโอบเสร็จหรือยังละมุด” เอ่ยถามพี่เลี้ยงสาวซึ่งเป็นบุตรของลุงกับป้าที่ดูแลสวนแห่งนี้

“เก็บแล้วค่ะ”

“ดี ผลไม้ในสวนน่ะ อะไรพอขายได้ก็ขาย ได้เงินมาก็เอาไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ถ้าเหลือก็เก็บเอาไว้ ถ้าสิ้นเดือนเดือนไหนไม่ได้มา ฉันจะโอนเงินค่าใช้จ่ายมาให้ อ้อ...อย่าลืมทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ ล่ะ เดี๋ยวฝุ่นจับ”

“ค่ะ คุณผกา” ละมุดบอกแล้วถอนหายใจ ระหว่างนั้นเด็กชายตัวไม่สูงร่างสมส่วนก็โผล่ขึ้นหน้าประตู บนใบหน้าเลอะไปด้วยดินโคลน

“โธ่...คุณโอบของละมุด” ละมุดทำหน้าเศร้ายามมองใบหน้าของเจ้านายตัวน้อย โอบนิธิเดินมานั่งข้างละมุดแล้ววาดแขนโอบเอวพี่เลี้ยงคนดี

“ไม่อยากไปเลยพี่ละมุด” โอบนิธิว่า

“ไปเถอะค่ะ จะได้ปรับตัวไว้แต่เนิ่นๆ คนในเมืองเขาเรียนกันหนักจะตาย” ละมุดแนะด้วยหวังดี โอบนิธิไม่ได้เรียนโรงเรียนดังในจังหวัด แต่เรียนในโรงเรียนใกล้ๆ บ้านที่ไม่ได้จ่ายแม้แต่ค่าเทอม ผกากรองนั้นถึงจะติดหรูตรงเสื้อผ้าอาภรณ์และของใช้แบบผู้หญิง แต่สิ่งหนึ่งที่นายสาวยึดติดมาตลอดก็คือการพอใจในชีวิตอันเงียบสงบและอยู่กับธรรมชาติ ฉะนั้นจงอย่าประหลาดใจ หากจะเห็นนางสวมรองเท้าแบรนด์ดังจากเวอซาเช่เยี่ยมชมสวนอันร่มรื่นแห่งนี้

“ไม่รู้จะเป็นยังไง ไปอยู่บ้านใครก็ไม่รู้” เด็กชายตัวน้อยบ่นแล้วแนบแก้มไว้กับต้นแขนของพี่เลี้ยง ผกากรองมองมาอย่างไม่พอใจ

“ออกมาจากพี่เขา โอบโตแล้ว เลิกติดพี่เขาเสียที”

เด็กน้อยทำหน้ายุ่ง ก่อนจะผละจากพี่เลี้ยงคนดี

“พ่อเราอยากให้ไป แม่ก็จะไป พวกนั้นได้จากเราไปมากแล้ว แค่แบ่งบ้านให้เราอยู่จะเป็นไรไปลูก”

“ก็โอบไม่อยากไป คิดถึงลุงกับป้า คิดถึงพี่ละมุด”

“แล้วไม่คิดถึงพี่หรือจ๊ะ”

เสียงหวานของเทียนหยดดังขึ้นที่ประตู เด็กน้อยยิ้มกว้างรับคำถาม

“ก็คิดถึง แต่รู้นี่นาว่าเสาร์อาทิตย์พี่เทียนต้องมา” โอบนิธิว่า

เทียนหยดเดินเข้ามาหา นั่งลงยังเตียงของมารดา

“ต่อไปเราจะได้เจอกันทุกวัน พี่จะเข้าไปอยู่ที่บ้านนั้นด้วย ไม่ต้องกลัวนะ คิดซะว่าเป็นบ้านญาติเราก็แล้วกัน”

“ญาติเนี่ยนะ! ให้น้ำท่วมหลังเป็ดเถอะยัยเทียนถ้าแกจะให้ฉันนับญาติกับคนพวกนั้น” ผกากรองโพล่งออกมา หน้าตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“โธ่...แม่ค่ะ หนูแค่พูดให้น้องสบายใจ”

“แต่ฉันไม่สบายใจนี่”

“งั้นแม่ก็ไม่ต้องไปก็ได้นี่คะ คอนโดฯ หนูก็มี แม่ซื้อบ้านอีกหลังก็ได้ โครงการบ้านดีๆ มีเยอะแยะ”

“ไม่! ฉันไม่ไปอยู่หรอกในเมืองน่ะ วุ่นวาย แต่ฉันจะไปอยู่บ้านโสภณวิชญ์แน่ๆ มันคงสนุกพิลึกล่ะให้เสือสองตัวมาอยู่ถ้ำเดียวกัน ฉันไม่ยอมให้พวกนั้นอยู่อย่างมีความสุขหรอก” ผกากรองเอ่ยอย่างมุ่งมั่น ยังโกรธอยู่ไม่น้อยเรื่องที่สามีแอบไปมีสัมพันธ์ลับๆ กับศมล มารดาของสมัตถ์ แม้ว่าตัวต้นเรื่องจะเสียไปแล้วทั้งสองคน แต่ความโกรธนั้นยังมีอยู่เต็มหัวใจเชียวล่ะ

เทียนหยดส่ายหน้าระอา ขณะที่โอบนิธิกับละมุดหันหน้ามามองกันด้วยไม่เข้าใจในสิ่งที่สองแม่ลูกเจรจากันอยู่

“คิดถึงพ่อจัง”

ทุกคนนั่งเงียบเมื่อเด็กชายตัวน้อยเอ่ยขึ้นมา โอบนิธิปาดหลังมือกับแก้มตรงที่รู้สึกเหมือนมีดินโคลนติดอยู่

“พ่อมองเราอยู่” เทียนหยดว่าแล้วลงไปนั่งกับน้อง ช่วยเช็ดคราบดินโคลนที่เลอะใบหน้าน่าเอ็นดูนั้น

“คิดถึงนี่ครับ ถ้าพ่ออยู่คงได้ช่วยโอบปลูกต้นไม้ ต้นเทียนหยด กำลังงามเลย” เด็กน้อยว่า หน้าบ้านหลังนี้ปลูกดอกไม้ที่มีชื่อเหมือนมารดาและพี่สาวเขา และเขากับบิดาจะช่วยพรวนดินใส่ปุ๋ยมันทุกๆ เสาร์อาทิตย์

ผกากรองสะเทือนใจจนน้ำตาคลอ หันหน้าหนีทุกคน สองตามองออกไปนอกหน้าต่างที่มีต้นไม้ขึ้นจนครึ้ม ต้นมะม่วง ต้นชมพู่ ทั้งต้นส้มโอ ยืนต้นเรียงกันเต็มบริเวณ

“ถ้าพ่อเขาคิดถึงแม่ เขาคงไม่มีคนอื่นหรอกโอบ”

“แม่คะ อย่าพูดสิคะ น้องไม่ได้รู้เรื่องนะ”

“ก็มันอดไม่ได้นี่ แกดูหน้าน้องแกสิ เหมือนฉันนักหรือไง ยิ่งมองฉันยิ่งแสลงใจ” ผกากรองแอบปาดน้ำตา เทียนหยดลุกไปหามารดา แตะมือเบาๆที่ศอกนางข้างหนึ่ง

“ไม่เอานะคะแม่ สงสารโอบนะ อย่าพูดสิ” เตือนมารดาด้วยเสียงอันอ่อนลงด้วยไม่อยากให้โอบนิธิรับรู้เรื่องราวที่มารดาเอื้อนเอ่ย เขายังเด็กเกินไป เด็กเหมือนผ้าขาว ไม่ควรเอาสีไปละเลงใส่ก่อนวัยอันควร

ผกากรองปาดน้ำตาดีๆ ความเจ็บช้ำในอกยังเหมือนแผลที่กลัดหนอง เวลาได้ยินเรื่องราวของสามีผู้ล่วงลับ ก็คล้ายๆ ว่ามีใครเขาเข็มมาบ่งให้แผลมันปริแยกแตกออก ความทรมานนี้เทียนหยดคงไม่มีวันรู้จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง

“ฉันจะไปสั่งงานลุงกับป้า แกช่วยละมุดเก็บเสื้อผ้าให้ฉันก็แล้วกัน” สั่งความแล้วก้าวจากไป ทิ้งเทียนหยดไว้กับความหนักอกหนักใจ หญิงสาวเข้าใจดีว่ามารดาย่อมเจ็บปวด เธอรู้ และพยายามบอกหลายครั้งหลายหนแล้วว่าคุณลุงนั้นมิได้นอกใจ ท่านไม่เคยนอกใจมารดาของเธอเลย แต่มารดาที่รักก็หาได้เชื่อไม่ บางครั้งการพูดความจริงก็เป็นสิ่งไม่น่าฟังไปเสียแล้ว

“บ้านนั้นเป็นยังไงครับ” เด็กชายถามหน้าซื่อตาใส

“ก็ดีจ้ะ บ้านนั้นมีสามคน มีผู้ชายผู้หญิงอายุราวๆ พี่ แล้วก็มีผู้หญิงแก่ๆ แก่กว่าลุงกับป้าอยู่คนหนึ่ง” เธอหมายถึงลุงกับป้าที่เป็นบิดามารดาของละมุด

เด็กชายพยักหน้าเข้าใจ ทว่าวงหน้านั้นไซร้มีความกังวลระบายอยู่

“ทำไมเราต้องไปอยู่ที่นั่นด้วยก็ไม่รู้ อยู่คอนโดฯ พี่เทียนดีกว่า”

“บางครั้งเราก็เลือกไม่ได้หรอกจ้ะโอบ บางที...อาจมีบางอย่างซ่อนอยู่ในคำสั่งของพ่อโอบก็ได้นะ”

“จริงหรือครับ โอบคิดถึงพ่อจัง”

“พี่ก็คิดถึงจ้ะ” บอกแล้วดึงน้องชายมากอด โอบนิธิผูกพันกับบิดามาก ด้วยว่าตั้งแต่เกิดมาบิดามิได้อยู่บ้านทุกวัน ต้องไปกลับที่บ้านกับที่ทำงานอยู่เสมอ ในทุกวันที่บิดาไปทำงาน โอบนิธิมักเฝ้ารอบิดาอยู่หน้าบ้าน เฝ้ารอว่าบิดาจะกลับจากทำงานเมื่อใด หากว่าค่ำนั้นบิดากลับมา โอบนิธิจะสดใสเป็นพิเศษ ทว่ากลับกัน หากบิดาเลือกค้างที่เมืองกรุงฯ โอบนิธิจะหงอยเหงาลงไปถนัดตา ก็ได้แต่ว่าหวังว่ากาลเวลาจะหล่อหลอมให้เด็กชายเข้มแข็งขึ้น เข้มแข็งอย่างที่บิดาเขาเคยต้องการ

 

บทที่ 2

สงครามอารมณ์


อัปครั้งต่อไปหลังวัยที่ 8 นะคะ นักเขียนไป ต่างจังหวัดจ้า


sds


พร้อมส่งนิยายนางเช่า

ส่งฟรีลงทะเบียน ราคา 330

ส่งด่วน EMS ราคา 360



การจองนิยาย

- โอนเงินให้เรียบร้อยแล้วแจ้งโอนทาง

หน้าเพจ เฟสบุ๊ค อัญจรี น้ำจันทร์ สิมันตรา

*** ทางนี้ง่ายสุด คลิกเลย

https://www.facebook.com/ANCHAREE.EROTIC.DRAMA/



ทางอีเมลAn_jung2011@hotmail.com

ทางโทรศัพท์0818322579 ,ทางline idlilly_valalee




โอนเสร็จแจ้งวันและเวลาที่โอน ธนาคารของอัญที่ลูกค้าโอนเข้า พร้อมชื่อที่อยู่

เก็บสลิปโอนเงินไว้จนกว่าจะได้นิยายน้าา เพื่อความปลอดภัยจ้า ในกรณีที่ไม่แนบสลิปมา หากมีการแจ้งโอนเวลาซ้ำกัน ธนาคารเดียวกัน วันเดียวกัน แต่มีเงินเข้าบัญชีอัญแค่ยอดเดียว อัญจะเช็คสลิปเป็นหลักนะค้า



l

****อีบุ๊คนางเช่ามาแล้ว ^_^ ขอบคุณมากๆ นะคะ

ทรายทองก้มพิจารณาเช็คใบนั้น ดวงตาพลันเบิกโตพอๆ กับริมฝีปากที่อ้าค้าง “เช็คนี่คือค่าอะไร”“ค่าอะไรก็ได้ที่จะทำให้ในท้องของเธอไม่มีสิ่งที่เรียกว่าทารก!” เขาบอกเสียงดุ หน้าตาเต็มไปด้วยความเครียดขมึง“คุณ...จะให้ฉันทำแท้ง?” “ใช่ละมั้ง” เขาเอ่ย รู้สึกว่าตัวเองเป็นปีศาจชั่วร้าย แต่สมองมันคิดได้เท่านี้จริงๆ “ทำไม!” “เพราะการเกิดมาเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่ต้องการมันเจ็บปวดยังไงล่ะทรายทอง ฉันเกิดมาและเผชิญกับมันมาทั้งชีวิตแล้ว เธอยังจะหวังให้ลูกเธอมาเจ็บปวดอย่างที่ฉันเจองั้นหรือ ฉันไม่ต้องการการแต่งงาน”“ฉันไม่ได้บอกสักคำว่าอยากแต่งงาน!” เธอเถียง น้ำตาเริ่มคลอที่สองตา“ฉันไม่ต้องการเด็กด้วย ฉันเกลียดเด็ก!”



ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ

นางเช่า

นางเช่า e-book : ระหว่างอังเดรกับทรายทอง ทุกอย่างมันคือธุรกิจ ไม่มีความรัก ไม่มี ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี


EBOOK กดเลยจ้า


EBOOK นิยายทุกเรื่อง ตามลิงค์ไปเลยจ้า ^_^ หรือง่ายกว่านั้น กดสั่งซื้อได้เลยในกรอบนิยายแต่ละเรื่อง ด้านล่างนะค



Meb https://www.mebmarket.com/index.php? action=SearchBook&page_no=1

กูเกิ้ล เพลย์

https://play.google.com/store/search? q=อัญจรี&c=books&hl=en


อีบุ๊คไทย


http://www.ebooks.in.th/search/cat/0/อัญจรี

OOKBEE

อัญจรี (น้ำจันทร์) - OOKBEE - ฟรี อีบุ๊ค(e-book) อีแมก(e-magazine ...




ต้องการนิยายเรื่องไหน รบกวนดูรายละเอียดที่ท้ายบทความจ้า


7 วันฉันจะเป็นชายาโหลดฟรี!

ก่อนจะเป็นนางบำเรอ โหลดฟรี!

ก่อนจะเป็นนางบำเรอ

ก่อนจะเป็นนางบำเรอ

ก่อนจะเป็นนางบำเรอ e-book : บุพเพฤาชะตา ที่นำพามาพบเจอ หน้าที่เมียบำเรอ เขาให้เธอจำขึ้นใจ ฉากห ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี


7 วันฉันจะเป็นชายา

7 วันฉันจะเป็นชายา

7 วันฉันจะเป็นชายา e-book : เพราะความดื้อด้านของแฟนเก่าผู้ไม่ยอมรับความจริงว่าพวกเธอเลิกกันแล ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี


นางเช่า

นางเช่า

นางเช่า e-book : ระหว่างอังเดรกับทรายทอง ทุกอย่างมันคือธุรกิจ ไม่มีความรัก ไม่มี ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี



ภรรยาชั่วราตรี

ภรรยาชั่วราตรี

ภรรยาชั่วราตรี e-book : ภรรยาชั่วราตรี มีสามีเพียงค่อนคืน รุ่งเช้าพอฟื้นตื่น เขาก็ลืมว่าเคยมี ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี

แรงรักยั่วพิศวาส

แรงรักยั่วพิศวาส

แรงรักยั่วพิศวาส e-book : มีนาเดือดดาลอย่างที่สุดเมื่อถูกอัจฉราโป้ปดว่าเขาฉุดคร่าพรหมจรรย์ของหล ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี


แรงรักซ่อนปรารถนา

แรงรักซ่อนปรารถนา

แรงรักซ่อนปรารถนา e-book : เมื่อความสัมพันธ์ทางกายเกิดขึ้นเพราะแรงปรารถนา หาใช่ ความรัก ดังนั้น ก ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี



แรงรักทวงแค้น

แรงรักทวงแค้น

แรงรักทวงแค้น e-book : เกล็ดมุกรักวาคิม เธอทุ่มเท เธอเฝ้ารอความรักจากเขา แต่มันไร้ประโยชน์ ผ ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี



อาหมวยไซด์ไลน์กับตุ๊กตาเฟอร์บี้

อาหมวยไซด์ไลน์กับตุ๊กตาเฟอร์บี้

อาหมวยไซด์ไลน์กับตุ๊กตาเฟอร์บี้ e-book : ตัวอย่าง ปวีณันต์รีบสวมเสื้อผ้าให้เสร็จ จะได้ออกจากสถานที่แห่งนี้ สถา ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี



นางบำเรอตีทะเบียน

นางบำเรอตีทะเบียน

นางบำเรอตีทะเบียน e-book : บุพเพฤาชะตา ที่นำพามาพบเจอ หน้าที่เมียบำเรอ เขาให้เธอจำขึ้นใจ ฉากหน้ ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี


ตราบาปนางบำเรอ

ตราบาปนางบำเรอ

ตราบาปนางบำเรอ e-book : นิลอร หญิงสาวที่ถูกตราบาปในอดีตขีดเส้นทางเดินจนต้องรับภารกิจผลิตทายาท ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี (น้ำจันทร์)


เพลย์บอยร้อยรัก

เพลย์บอยร้อยรัก

เพลย์บอยร้อยรัก e-book : เขาคือมาเฟียค้าอาวุธ เขาฉุดผู้หญิงขึ้นเตียงด้วยความหล่อเหลา เขาคือ ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี (น้ำจันทร์)



เล่ห์นรี (พิมพ์ครั้งที่ 2)

เล่ห์นรี (พิมพ์ครั้งที่ 2)

เล่ห์นรี (พิมพ์ครั้งที่ 2) e-book : สองเดือนก่อนงานวิวาห์ บุรุษหนุ่มอย่างผาทิศกลับถูกลักพาตัวไป ข่มขืน! ด้ ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี (น้ำจันทร์)



รักยั่วริษยา

รักยั่วริษยา

รักยั่วริษยา e-book : \



รอยจูบจอมมาร

รอยจูบจอมมาร

รอยจูบจอมมาร e-book : “มินัญญา! เธอกำลังปั่นหัวพี่เล่นใช่ไหมฮะ! ที่ผ่านมาเธอแค่หลอ ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี


เผด็จศึกซาตาน

เผด็จศึกซาตาน

เผด็จศึกซาตาน e-book : ชายหนุ่มค่อยๆ ไล้หลังมือไปตามวงหน้าเรียวขาวซ้ายทีขวาทีอย่างต้องการปลุก ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี



หัวใจใกล้เกินเอื้อม (พิมพ์ครั้งที่ 2)

หัวใจใกล้เกินเอื้อม (พิมพ์ครั้งที่ 2)

หัวใจใกล้เกินเอื้อม (พิมพ์ครั้งที่ 2) e-book : ในบ้านเอวะโยธิน เมธาวีคือกาฝากผู้น่าสงสาร แต่ไม่ใช่สำหรับธีรภัทร เข ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี




จุมพิตอัคคี

จุมพิตอัคคี

จุมพิตอัคคี e-book : *นิยายเคยออกเล่มกับสำนักพิมพ์ทัช ชื่อเรื่องนี้ นามปากกา น้ำจันทร์ ค่ะ ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี

ฉุดรัก

ฉุดรัก

ฉุดรัก e-book : “ปล่อยฉัน!” “เราปล่อยแน่ แต่เจ้าต้องเลิกพยศเสียก่อน ฮึบ!” ผู้พันฮัน ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี




ชายาอสูร

ชายาอสูร

ชายาอสูร e-book : “ถ้าชีคไม่พอใจ ฉันจะไปบอกพี่ชายกับท่านพ่อเดี๋ยวนี้ ว่าฉันโกหก! เราสองค ในรูป



บุหงาราคี

บุหงาราคี

บุหงาราคี e-book : เพราะความเมาทำให้เขาเผลอกาย เพราะรักมากมายทำให้เธอเสียตัว ***** ในค ในรูปแบบ ebook โดย อัญจรี.





ชี้แจงนิยายชุด ทุกเล่มที่เป็นภาคต่อ สามารถแยกเล่มอ่านได้นะคะ


บุหงาราคี เป็นภาค 1

ชายาอสูร เป็นภาค 2

ฉุดรัก เป็นภาค 3 แบบเล่มพร้อมส่ง EBOOK 1-1-60 จ้า


ชุดนางบำเรอ

1 ก่อนจะเป็นนางบำเรอ เล่มพิเศษ

2 นางบำเรอตีทะเบียน

3 ตราบาปนางบำเรอ


ชุดจอมมารซาตาน

1 เผด็จศึกซาตาน

2 รอยจูบจอมมาร


ชุดหัวใจ

1 หัวใจใกล้เกินเอื้อม

2 จุมพิตอัคคี


ชุดแรงรัก

1 แรงรักทวงแค้น

2 แรงรักซ่อนปรารถนา

3 แรงรักยั่วพิศวาส

4 ภรรยาชั่วราตรี

5 แรงรักเหมืองร้อน (เล่มนี้ยังไม่ออก)


สั่งนิยายของอัญจรี แบบเล่ม กรุณาอ่านให้ละเอียด

****ส่งนิยายทุกวัน จ และ ศ นักเขียนส่งเอง ได้รับของแน่นอน สั่งนิยายให้แจ้งความต้องการพร้อมชื่อนิยาย มาตามช่องทางด้านล่างจ้า




หนังสือที่มีพร้อมส่ง

นิยายที่เป็นซีรีส์ สามารถแยกอ่านได้ทุกเล่ม เนื้อหาเป็นส่วน อ่านแยกเล่มก็เข้าใจจ้า


สั่งหลายเล่มมีส่วนลด และของแถมจ้า

1 เล่ห์นรี ส่งลงทะเบียน 300 EMS 330 พิมพ์ครั้งที่ 3 มีหนังสือ

2 พนันสวาท ส่งลงทะเบียน 320 EMS 350 มีหนังสือ


ซีรีส์รักโรมานซ์

1 บุหงาราคี ส่งลงทะเบียน 200 EMS 230 พิมพ์ครั้งที่ 2 มีหนังสือ

2 ชายาอสูร ส่งลงทะเบียน230 EMS 260 พิมพ์ครั้งที่ 2 มีหนังสือ

3 ฉุดรัก ส่งลงทะเบียน 299 EMS 330 มีหนังสือ


ซีรีส์ นางบำเรอ

1 ก่อนจะเป็นนางบำเรอ (แถมฟรี ไม่ขาย)

2 นางบำเรอตีทะเบียน ส่งลงทะเบียน 330 EMS 360 พิมพ์ครั้งที่ 2 มีหนังสือ

3 ตราบาปนางบำเรอ ส่งลงทะเบียน 330 EMS 360 พิมพ์ครั้งที่ 3 หนังสือเข้าสิ้นเดือนมีนาค่ะ


ซีรีส์ หัวใจรัก

1 หัวใจใกล้เกินเอื้อม ส่งลงทะเบียน 330 EMS 350 พิมพ์ครั้งที่3 มีหนังสือค่ะ

2 จุมพิตอัคคี ส่งลงทะเบียน 260 EMS 290 พิมพ์ครั้งที่ 2 หมดชั่วคราว


ซีรีส์ ซาตานกับจอมมาร

แถมสมุดโน้ต

1 เผด็จศึกซาตาน ส่งลงทะเบียน 290 EMS 320 พิมพ์ครั้งที่ 2 มีหนังสือ

2 รอยจูบจอมมาร ส่งลงทะเบียน 340 EMS 370 มีหนังสือ



ซีรี่ส์แรงรักทั้ง 4 เล่ม ได้แก่

1 แรงรักทวงแค้น ส่งลงทะเบียน 240 EMS 270พิมพ์ครั้งที่ 2 มีหนังสือ

2 แรงรักซ่อนปรารถนา ลงทะเบียน 240 EMS 270 พิมพ์ครั้งที่ 2มีหนังสือ

3 แรงรักยั่วพิศวาส ส่งลงทะเบียน 240 EMS 270พิมพ์ครั้งที่ 2มีหนังสือ

4 ภรรยาชั่วราตรีส่งลงทะเบียน 330 EMS 355มีหนังสือ


        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  1 เม.ย. 2560 08:10    วันที่อัพเดท :   25 มิ.ย. 2560 12:01    › จำนวนผู้เข้าชม 35072 คน
   › คะแนนโหวต 440 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :