นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เมียคืนแรม ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๑    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๑ ผู้หญิงในโลกสีขาว 30%


เมียคืนแรม

ผู้หญิงในโลกสีขาว

 

“รอด้วยค่ะ รอด้วยค่ะ”

ประตูลิฟต์ของหอพักที่กำลังจะลงเลื่อนตัวปิดลง ทำให้เจ้าของร่างบางในชุดนักศึกษาร้องบอกคนข้างในให้กดเปิดประตูรอ พร้อมกับเร่งฝีเท้าของตัวเองจนกลายเป็นเดินแกมวิ่งเพื่อให้คนข้างในไม่ต้องรอนาน

“ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานใสสมตัวที่หอบนิดๆ กล่าวขอบคุณเมื่อคนในนั้นมีน้ำใจกดเปิดรอ ก่อนจะขยับไปยินติดผนังลิฟต์พร้อมกับกระชับสมุดเล็คเชอร์และแฟ้มชีสที่เก็บอย่างเป็นระเบียบแนบไว้กับอก ขณะเงยหน้าขึ้นมองตัวเลขของลิฟต์ที่เลื่อนมาถึงชั้นห้าในเวลาเพียงไม่ถึงสองนาที

เท้าเล็กๆ ที่รองรับด้วยรองหุ้มส้นสีดำก้าวออกจากลิฟต์ตรงไปยังห้องพักของตัวเอง วางกระเป๋า สมุดเล็คเชอร์และชีสที่อยู่ในมือไว้บนโต๊ะ แล้วถอนหายใจเบาๆ อย่างเกือบจะโล่งอก เพราะพรุ่งนี้ก็เป็นวันสอบวันปลายภาควันสุดท้ายของเทอมแรกของการเรียนปีสี่แล้ว

ความเคร่งเครียดจากการสอบบวกกับความร้อนอบอ้าวที่ต้องนั่งรถเมล์จากมหาวิทยาลัยกลับมาหอพัก ทำให้เจ้าของร่างบางรีบถอดชุดนักศึกษาแล้วพาตัวเองเข้าไปอาบน้ำจึงค่อยรู้สึกสบายตัวขึ้น

หลังจากตากผ้าขนหนูที่เปียกชุ่มจากการซับน้ำไว้ที่ราวตากผ้าเสร็จ ธรินดาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปยืนหวีผม ทาครีมบำรุงก่อนจะทาทับด้วยแป้งฝุ่นกลิ่นหอมอ่อนๆ ลงบนใบหน้าที่เนียนใสละเอียดราวกับผิวของเด็กก็ไม่ปาน

ภาพที่สะท้อนออกมาจากกระจกตรงหน้าฟ้องได้ชัดว่า เธอเป็นผู้หญิงที่หน้าตาชวนมองและรูปร่างดีคนหนึ่ง ทว่าธรินดาก็ไม่คิดจะใส่ใจกับรูปลักษณ์ของตัวเองแต่อย่างใด สิ่งที่เธอสนใจตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการตั้งใจเรียนให้จบ เพื่อไม่ให้คนที่ส่งเสียต้องผิดหวัง ถึงแม้ว่าลักษิกาแม่บุญธรรมของเธอจะร่ำรวยในระดับเศรษฐีนีทางภาคเหนือ หรือที่ใครๆ เรียกว่า ‘แม่เลี้ยง แต่ธรินดาก็อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวมาตลอด ด้วยรู้สถานะของตัวเองดีว่าเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกขอมาเลี้ยงเท่านั้น แม่บุญธรรมของเธอส่งเธอเข้าเรียนมัธยมในโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงและค่าเทอมแพงเอาการในเชียงใหม่  ด้วยตระหนักในข้อนี้ดี เธอจึงตั้งใจเรียนและอ่านหนังสืออย่างมุ่งมั่นจนสามารถสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้ในที่สุด ซึ่งนั่นทำให้แม่เลี้ยงลักษิกาหรือคนที่เธอเรียกว่าแม่ใหญ่ภูมิใจในตัวเธอมาก  

กริ๊ง กริ๊ง

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าดังขึ้น ธรินดาจึงวางหวีลงแล้วรีบสาวเท้าไปหยิบเอาโทรศัพท์มากดรับเมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาคือแม่ใหญ่ของเธอ

“สวัสดีค่ะแม่ใหญ่” เสียงหวานกรอกผ่านเครื่องมือสื่อสารนั้นไปอย่างนุ่มนวลสมบุคลิก

“พรุ่งนี้สอบวันสุดท้ายแล้วใช่มั้ยหนูเล็ก” แม่เลี้ยงลักษิกาถามกลับมาอย่างคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของลูกสาวบุญธรรมเป็นอย่างดี เพราะโทรมาไถ่ถามอยู่แทบจะทุกวัน

“ใช่ค่ะแม่ใหญ่ สอบเสร็จเล็กก็ปิดเทอมเลย”

“งั้นวันมะรืนหนูเล็กกลับบ้านเราเลยนะลูก เดี๋ยวแม่ใหญ่จะจองตั๋วเครื่องบินไว้ให้”

“เล็กนั่งรถไฟกลับก็ได้นะคะแม่ใหญ่ นั่งเครื่องบินแพงออกค่ะ สิ้นเปลืองเงินเปล่าๆ ค่ะ” ธรินดาบอกอย่างเกรงใจ แม้แม่ใหญ่ของเธอจะรวยมาก แต่เธอก็ไม่อยากจะรบกวนท่าน แค่ที่ท่านให้ความเมตตาชุบเลี้ยงและส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือ เธอก็ไม่รู้จะตอบแทนพระคุณท่านหมดอย่างไรแล้ว

“เปลืองอะไรกัน มันต่างกันไม่กี่บาทหรอกหนูเล็ก แม่อยากให้หนูเล็กกลับมาถึงบ้านไวๆ หนูเล็กจะได้ไม่เหนื่อย อีกอย่างตอนนี้คุณปรัชญ์ของหนูเล็กก็กลับมาแล้วเหมือนกัน

ชื่อนั้นทำให้ธรินดาเงียบไปหลายอึดใจ แม่ใหญ่พูดผิดถนัดเลยละ เพราะ คุณปรัชญ์’ ไม่ใช่ของหนูเล็ก เธอหรือจะกล้าคิดว่าเขาเป็นคุณปรัชญ์ของเธอ เธอเป็นแค่ลูกสาวบุญธรรมที่แม่เลี้ยงลักษิกาขอมาเลี้ยงจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าหลังจากที่ผู้เป็นสามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ตอนที่เธอเข้ามาอยู่ที่คุ้มลักษิกาใหม่ๆ เธออายุได้ห้าขวบแล้ว จึงรู้ดีว่าปรัชญ์และปราณต์ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง เธอไม่สนิททั้งกับปรัชญ์และปราณต์ เพราะรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร แถมการเรียกขานชื่อของทั้งคู่ก็เรียกไม่เหมือนกัน เธอเรียกคนหนึ่งว่า คุณ’ เรียกอีกคนว่า พี่’ ตามที่ทั้งสองอยากให้เรียก

คุณปรัชญ์ ตรงข้ามกับ พี่ปราณต์ ทุกอย่าง เรียกว่าสีดำกับสีขาวเลยก็ว่าได้ พี่ปราณต์เป็นพี่ชายคนโต มีบุคลิกที่อบอุ่นเป็นกันเอง พูดจาสุภาพ สะอาดสะอ้าน แต่งตัวเนี๊ยบ ดูเป็นมิตร และไม่ถือตัว ในขณะที่ปรัชญ์นั้นเป็นผู้ชายเซอร์ๆ ไว้ผมยาว นิสัยมุทะลุ กินเหล้า สูบบุหรี่ เจ้าชู้ พูดจาหยาบกระด้าง แถมก่อนไปเรียนต่อเขายังไปสักที่ต้นแขนด้านซ้าย ทั้งๆ ที่แม่ใหญ่ห้ามเอาไว้แล้วแท้ๆ ถ้าจะมีเพียงส่วนเดียวที่อ่อนโยนที่เธอค้นหาเจอในตัวเขานั่นก็คือ แพขนตาที่ดกดำงอนยาวจนผู้หญิงต้องอิจฉาเท่านั้น

ตอนเธอเข้าเรียนชั้นมัธยม คนที่อยู่ในฐานะพี่ชายทั้งสองเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ทั้งสองเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวที่เธอเรียนอยู่ตอนนี้ เรียกได้ว่าเธอเป็นศิษย์รุ่นน้องก็ไม่ผิด แต่ทั้งสองจบไปก่อนหลายปี โดยปราณต์เรียนแพทย์ ส่วนปรัชญ์เรียนวิศวะ ในยามที่ปรัชญ์กลับมาเยี่ยมบ้าน เขามักจะพูดจาค่อนแขวะอย่างไม่รักษาน้ำใจเธอเสมอว่า เธอทำตัวไม่สมวัยให้เขารำคาญสายตา บางครั้งก็ว่าเธอทำหน้านิ่งไร้อารมณ์เหมือนพวกรูปนั้นในวิหาร บางครั้งก็ว่าเป็นนางซินที่ขลุกอยู่ในครัว เป็นนางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ชอบเดินชมนกชมไม้อยู่ในสวนดอกไม้บ้า หนักๆ เข้าก็บอกว่าเธอเป็นนางชีและไล่ให้ไปบวชในวัดเสียเลย ซึ่งเธอก็ได้แต่อดทนให้เขาค่อนแขวะอย่างสบายใจและไม่เคยคิดจะต่อล้อต่อเถียงด้วยสักครั้ง

หลังจากเรียนจบปราณต์ก็บรรจุเป็นหมอที่โรงพยาบาลในจังหวัด ส่วนปรัชญ์ไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วอยู่ทำงานที่นั่นเสียหลายปี และแทบจะไม่กลับมาบ้านเลย จนธรินดาคิดว่าเขาอาจจะแต่งงานและตั้งรกรากอยู่ที่นั่นเลย ดังนั้นเมื่อได้ยินจากแม่ใหญ่ว่าปรัชญ์กลับมาแล้ว เธอจึงแปลกใจอยู่ไม่น้อย

 

เย็นวันต่อมาหลังจากสอบเสร็จในช่วงบ่าย ธรินดาก็นั่งแท็กซี่ไปยังสนามบินดอนเมือง และเดินทางไปยังเชียงใหม่ตามคำสั่งของผู้เป็นแม่บุญธรรมเลย ทันทีที่เครื่องบินภายในประเทศร่อนลงจอดที่สนามบินจังหวัดเชียงใหม่ในเวลาเกือบจะสี่โมงเย็น ร่างบางลุกจากเครื่องพร้อมกับกระเป๋าสะพายกระเป๋า เดินเข้ามาในอาคารผู้โดยสารโดยไม่ต้องรอสัมภาระอย่างอื่น เพราะเธอไม่ได้เอามาด้วย เนื่องจากที่บ้านมีของใช้ส่วนตัวครบครันอยู่แล้ว และก็พบว่าคนที่มายืนรอรับคือแม่ใหญ่ของเธอกับอินแปงคนขับรถของแม่ใหญ่นั่นเอง

                ร่างบางโผเข้าไปในอ้อมกออดของคนที่กางมือรอรับ แม่เลี้ยงลักษิณาหอมแก้มลูกสาวทั้งแก้มซ้ายและแก้มขวาอย่างคิดถึง จากนั้นธรินดาจึงผละจากอ้อมกอดของแม่บุญธรรมตัวเอง แล้วค่อยยกมือขึ้นไหว้อินแปงอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่อินแปงมารอรับ

                “สวัสดีค่ะลุงอินแปง”

                “สวัสดีครับคุณหนูเล็ก” คนขับรถวัยห้าสิบยกมือขึ้นรับไหว้ ยิ้มให้อย่างอบอุ่นและเอ็นดู เพราะธรินจะไหว้แกเช่นนี้เสมอแม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในฐานะของลูกสาวแม่เลี้ยงลักษิกาเจ้านายของแกก็ตาม

“ลุงอินสบายดีนะคะ”

“ก็สบายดีตามประสาคนแก่ล่ะครับคุณหนู มีเจ็บออดๆ แอดๆ บ้าง ดีว่าอยู่ใกล้หมออย่างคุณปราณต์ก็เลยไม่ลำบากเท่าไหร่”

หลังจากไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันพอสมควรทั้งกับแม่บุญธรรมและคนขับรถ ธรินดาถูกเดินนำไปยังรถคนหรูที่มาจอดรอรับ จากนั้นอินแปงก็ออกรถอย่างนุ่มนวล และพาหญิงทั้งสองที่นั่งอยู่เบาะหลังมุ่งหน้ากลับบ้าน

ธรินดามองความงามโดดเด่นของบ้านสไตล์ล้านนาเก่าแก่ เพราะเจ้าของบ้านสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เวลาผ่านไปเนินนานเกือบร้อยปี คุ้มเจ้าแห่งนี้ถูกปรับปรุงและปฏิรูปให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมอันสุดประณีตแบบท้องถิ่นดั้งเดิมจนคนที่ผ่านไปผ่านมาสะดุดตาอยู่เสมอ รอบๆ คุ้มปลูกต้นลีลาวดีสีขาวที่ตอนนี้ออกดอกบานสะพรั่ง แต่ด้านหลังที่เป็นที่ดินแปลงใหญ่ติดกับเนินเขาปลูกดอกกุหลาบเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งธรินดาเดาว่ามันคงจะแข่งกันออกดอกและเบ่งบานเช่นเดียวกับดอกลีลาวดีเพราะได้รับการดูแลอย่างดีเหมือนกัน

ปภพสามีของแม่เลี้ยงลักษิณาเป็นนายทหารระดับนายพล ส่วนแม่เลี้ยงลักษิกาเจ้าของโรงแรม รีสอร์ท และโครงการหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ กิจการทั้งหมดนี้ได้ปภพคอยช่วยดูและและแบ่งเบาภาระอยู่บ้าง แต่หลังจากที่เขาเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก กิจการทั้งหมดก็อยู่ในความดูแลของแม่เลี้ยงลักษิกาคนเดียวมาตลอด และคนที่แม่เลี้ยงลักษิกาหวังให้สืบทอดกิจการก็คือปรัชญ์ลูกชายคนเล็ก เพราะปราณต์นั้นเลือกอาชีพหมอซึ่งคงไม่มีเวลามาดูแลกิจการพวกนี้ ดั้งนั้นนางจึงทั้งบังคับและขู่เข็ญให้ปรัชญ์กลับจากต่างประเทศมาช่วยงาน แต่กว่าเขาจะยอมกลับมาก็ใช้เวลาหลายปีทีเดียว

บ้านยังคงเงียบตอนที่ธรินดาลงจากรถ ปราณต์คงยังไม่กลับจากโรงพยาบาล ส่วนปรัชญ์เธอไม่ทราบว่าไปไหนเพราะแม่ใหญ่บอกว่าตั้งแต่กลับมาเขาก็กลับบ้านดึกตลอดหรือบางวันก็ไม่กลับเลย

หญิงสาวขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง เปิดประตูหลัง และออกไปยืนที่ระเบียงด้านนอกซึ่งเปิดโล่ง เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์และมองเห็นแปลงกุหลาบที่แยกแปลงไว้ตามสีของมัน ไกลออกไปเป็นวิวอันสวยงามของดอยสุเทพที่ตอนนี้ปกคลุมด้วยสีชมพูอ่อนของดอกพญาเสือโคร่งสีที่บานสะพรั่งคล้ายดอกซากุระ   


ฝากติดตามด้วยนะคะ ใครชอบแนวพระเอกใจร้ายปากร้าย เรื่องนี้นานาจัดให้เต็มค่ะ

รักสุดหัวใจ

เทียนธีรา

สาวๆ ที่รักจ๋า

อีบุ๊ค รสรักหวานเอยมาแล้วน๊า

คลิ๊กเลยจ้า ความฟิน ความหื่น หวามหวาน รอสาวๆ อยู่จ้า

        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  8 พ.ค. 2560 09:29    วันที่อัพเดท :   10 ส.ค. 2560 15:44    › จำนวนผู้เข้าชม 116877 คน
   › คะแนนโหวต 500 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :