นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เมียคืนแรม ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๑    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๑ ผู้หญิงในโลกสีขาว 70% น้องเล็กเจอคนใจร้ายเข้าแล้ว


เมียคืนแรม

ผู้หญิงในโลกสีขาว

 

          ที่โต๊ะอาหารเย็นของคุ้มลักษิกาวันนี้มีสมาชิกนั่งล้อมโต๊ะอยู่สามคน ธรินดาเพิ่งจะได้เจอปราณต์เป็นครั้งแรกหลังจากกลับมาถึงบ้าน ซึ่งตอนนี้พี่ชายคนโตอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดทำงานเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว

            “สวัสดีค่ะพี่ปราณต์”

มือเล็กยกขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม เรียวปากสีชมพูหยักสวยได้รูปที่น้อยครั้งจะยิ้มคลี่แย้มบางๆ ให้กับคนที่ตัวเองไหว้ เพราะถึงแม้จะไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากนักแต่เธอก็รับรู้ได้ว่าเขาเอ็นดูเธอเสมอมา

“กลับมาถึงนานหรือยังหนูเล็ก”

“ถึงก่อนหน้าพี่ปราณต์ประมาณชั่วโมงหนึ่งค่ะ”

“เป็นไงเทอมหน้าก็จบแล้วใช่มั้ย” ปราณต์ถามถึงเรื่องการเรียนของน้องสาวบุญธรรม ขณะที่บัวคำซึ่งเป็นแม่บ้านที่ดูแลโต๊ะอาหารเริ่มทยอยตักข้าวสวยใส่จานให้กับเจ้านาย

“ใช่ค่ะพี่ปราณต์” เสียงหวานตอบสั้นๆ ลักษิกาจึงตอบขยายความให้ต่ออีก

“ไม่ใช่แค่จบนะตาปราณต์ แต่ยังจะได้เกียรตินิยมอันดันหนึ่งเหมือนปราณต์ด้วย” ลักษิกาบอกอย่างภูมิใจในตัวเด็กสาวที่ตนเลี้ยงมากับมือ เพราะตั้งแต่เด็กจนโตธรินดาเป็นเด็กดีและว่าง่ายมาตลอด เรียกได้ไม่เคยทำให้แม่บุญธรรมอย่างนางผิดหวังเลยสักครั้ง

“น้องผมก็ต้องเก่งเหมือนผมสิครับแม่” ปราณต์บอกยิ้มๆ ขณะมองน้องสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวเองด้วยสายตาที่อ่อนโยน

“ไม่จริงหรอก ดูอย่างตาปรัชญ์นั่นสิ  จบปริญญาตรีมาแบบเกรดสองนิดๆ แม่ล่ะลุ้นใจหายใจคว่ำ กลัวจะถูกรีไทม์เอาเสียก่อน” ผู้เป็นแม่บ่นไปถึงลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้ยังอยู่ข้างนอก และยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาบ้าน

“ปรัชญ์ก็เก่งเหมือนกันล่ะครับแม่ ไม่งั้นจะต่อโทจนจบและได้ทำงานในบริษัทชื่อดังของอเมริกาเหรอครับ เพียงแต่ตอนเรียนปรัชญ์ไม่เอาจริงเท่านั้นเอง แล้วนี่แม่ไม่ได้โทรบอกปรัชญ์เหรอครับว่าหนูเล็กจะกลับมาวันนี้ ทำไมปรัชญ์ถึงยังไม่กลับบ้าน หรือว่าที่ไซต์งานยุ่ง”

“โทรสิตาปราณต์ โทรแต่เช้าแล้วแล้วรอบหนึ่ง เมื่อก็โทรไปย้ำอีกหนึ่ง พูดไม่กี่คำก็ตัดสายแม่ทิ้ง ถามว่าอยู่ไหนก็ไม่บอก แต่ไม่ได้อยู่ที่ไซต์งานหรอก เพราะแม่โทรเช็คกับหัวหน้าคนงานแล้ว เฮ้อ...ถ้าไม่อยู่กับผู้หญิงคนไหนสักคนก็คงอยู่บ้านตาตะวันนั่นละ ช่างเถอะอย่าไปสนใจเลยนะหนูเล็ก พ่อคนนี้ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” แม่เลี้ยงลักษิกาหันไปทางลูกสาวบุญธรรมซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ตน ธรินดาได้แต่เพียงยิ้มบางๆ เพราะไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วว่าปรัชญ์จะต้องให้ความสำคัญกับการไปการมาของเธอ ตั้งแต่เล็กจนโตเขาก็เป็นแบบนี้ ไม่เคยแสดงออกสักครั้งว่าเอ็นดูเธอ หนำซ้ำยังทำท่ารำคาญและตวาดใส่เวลาที่เธอพยายามจะเข้าไปทำดีด้วย เธอจึงไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ขณะเดียวกันตอนนี้คนที่ถูกพูดถึงกำลังนั่งดื่มอยู่กับเพื่อนสนิทที่บ้านของเขา ตะวันหรือรังสิมันต์เป็นทั้งญาติและเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก รังสิมันต์เพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อสี่เดือนก่อนและก็เรื่องร้ายเกิดขึ้น เพราะภรรยาของรังสิมันต์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ รังสิมันต์จึงอยู่ในภาวะของคนซึมเศร้าและโมโหร้าย ซึ่งคนที่คอยรองรับอารมณ์อันน่ากลังของรังสิมันต์ตอนนี้ก็คือจันทริกาน้องเมียของรังสิมันต์นั่นเอง

ปรัชญ์ลุกไปรับโทรศัพท์ไม่ถึงห้านาทีก็กลับมานั่งลงที่เดิม และรังสิมันต์ก็พอจะเดาได้ว่าคนที่โทรมาเป็นใคร เมื่อเห็นปรัชญ์มีสีหน้าเซ็งๆ ตอนที่เดินกลับมานั่ง

“ป้าลักโทรมาเหรอ”

“อือโทรมาตามให้กลับไปกินข้าวที่บ้าน เมื่อเช้าก็โทรทีหนึ่งแล้ว นี่ก็โทรมาอีก เห็นบอกว่าวันนี้ลูกสาวคนเล็กกลับมา อยากให้ฉันกลับไปกินข้าวเย็นด้วย” ปรัชญ์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากสีหน้า

“แล้วทำไมแกไม่กลับ ป้าคงอยากให้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา”

“ไม่ล่ะ ขาดฉันสักคนคงไม่ถึงกับกลืนข้าวกันไม่ลงละมั้ง”

“ไอ้บ้าแกนี่มันก็ปากเสียไม่เลิกจริงๆ แขวะได้ไม่เว้นแม้แต่กับแม่ตัวเอง” รังสิมันต์ส่ายหัวนิดๆ กับพฤติกรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนของปรัชญ์ในเรื่องชอบงัดข้อกับแม่ แต่เขาก็ชินกับนิสัยแบบนี้ของเพื่อนสนิทเสียแล้ว เพราะปรัชญ์เป็นคนไม่ยอมคนและไม่ชอบกฎเกณฑ์ใดๆ มาตั้งแต่เด็ก จึงมักมีเรื่องชกต่อยและถูกเชิญผู้ปกครองไปที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำ บางทีก็พ่วงเขาไปด้วย

“ทำไงได้ ขัดใจใครก็ไม่สนุกเท่ากับขัดใจแม่เลี้ยงลักษิกา”

“แกมันไอ้โรคจิต ชอบแกล้งแม่ตัวเอง”

“แล้วแกล่ะ ทำใจได้หรือยังเรื่องเมียแก”

สีหน้าของและแววตาของรังสิมันต์เคร่งขรึมลงไปทันทีเมื่อถูกถามเช่นนั้น มือจับแก้วเหล้าสาดลงคอ ก่อนจะเค้นเสียงต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยไฟแค้นที่ยังสุมอก ไม่ว่าเวลาจะค่อยๆ ผ่านไปวันแล้ววันเล่าก็ตาม เขาก็ไม่มีวันลืมเหตุการณ์ร้ายๆ ในวันนั้นได้ง่ายๆ

“ไม่มีทางหรอกปรัชญ์ ฉันไม่ได้เสียแค่เมียแต่ยังเสียลูกด้วย และคนที่ทำให้ฉันสูญเสียก็ต้องเจ็บแบบตายทั้งเป็นพอกัน”

“แกใจเย็นๆ นะ เวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง” มือใหญ่แข็งแรงของปรัชญ์ตบลงบนบ่าของรังสิมันต์เบาๆ เป็นการปลอบใจที่ทำได้ดีที่สุดในเวลานั้น เขาเองก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียเช่นกัน ตอนที่พ่อเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุเขาก็แทบจะคลั่ง เพราะพ่อคือคนที่เขารักมากที่สุด ในขณะที่กับแม่นั้นเขาไม่ค่อยจะลงรอยด้วยสักเท่าไหร่ เพราะแม่ชอบขีดเส้นให้เขาเดิน และเขาก็ต่อต้านด้วยการเดินออกจากเส้นที่แม่ขีดไว้ให้เสมอ

 

การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงบวกกับการต้องทำรายงานและทบทวนตำราเรียน ทำให้ธรินดานอนดึกเกือบเที่ยงคืนเป็นประจำ ดังนั้นพอกลับมาที่บ้านในวันแรกของการปิดเทอมร่างกายจึงยังปรับตัวไม่ได้ เธอเลยต้องพาตัวเองออกมาเดินเล่นในสวนที่จัดตกแต่งได้อย่างสวยงามและกลมกลืนกับธรรมชาติที่อยู่ติดกับตัวบ้านเช่นนี้

แสงไฟนวลตาที่ลอดผ่านโคมสีขาวซึ่งตั้งประดับประดาอยู่ในสวนหย่อม ทำให้บรรยากาศในยามค่ำคืนของคุ้มลักษิกางดงามไม่น้อยไปกว่าตอนกลางวันแม้แต่นิด เท้าเล็กๆ ก้าวย่างไปตามพื้นหญ้าสีเขียวสุดนุ่มเท้า มือทั้งสองไพล่ประสานกันอยู่ด้านหลัง ตามองไปยังดอกลีลาวดีสีขาวที่ตอนนี้กำลังบานสะพรั่งเต็มต้น และส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ มาพร้อมกับดอกแก้วที่ปลูกอยู่ตามมุมต่างๆ ของสวน ทำให้ยิ่งอยากดื่มด่ำกับความสวยเย็นตาเย็นใจของธรรมชาตินั้นให้นานที่สุด ทว่าความรื่นรมย์ของอารมณ์ที่กำลังทอดไปนั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเข้ามาพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าจากหน้ารถสาดปะทะ ทำให้ร่างบางซึ่งกำลังเดินเล่นอยู่ร้องยกมือเล็กขึ้นป้องสายตาจากแสงอันเจิดจ้า ซึ่งมีผลกระทบทำให้ตาถึงกับพร่ามัวไปชั่วขณะ

รถคันนั้นจอดยังลานหน้าบ้าน ก่อนที่คนขับจะเปิดประตูลงมา ตาที่พร่ามัวเริ่มปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ เพ่งมองไปยังคนที่เพิ่งก้าวลงจากรถ และเมื่อเห็นว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอก็รีบขยับไปหลบฉากที่หลังพุ่มกระดุมทองอย่างตกใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ไวเท่ากับสายตาของเขา ร่างสูงสาวเท้ายาวๆ ตามมาทันทีพร้อมกับเอ่ยเสียงดุๆ ขึ้น

“นั่นใคร มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนั้น”

...

เงียบไม่มีเสียงตอบใดๆ ธรินดายอมรับว่าตอนนี้หัวใจเต้นแรงโครมครามไปหมดเพราะกลัวเสียงดุๆ นั้นจนไม่กล้าตอบ อีกทั้งไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะได้เจอปรัชญ์ในเวลานี้

“ฉันถามว่าใคร ออกมาซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปลากตัวออกมาเอง”

ปรัชญ์ไม่แค่ขู่ แต่ยังขยับเข้าไปใกล้หลังพุ่มไม้เล็กๆ ที่ร่งบางหลบซ่อนอยู่ ทำให้ธรินดาต้องค่อยๆ ขยับตัวออกมาจากที่กำบังของตัวเองและเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีก

“สวัสดีค่ะคุณปรัชญ์”

มือเล็กยกขึ้นไหว้พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น พร้อมกับมองคนที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าอย่างสำรวจโดยไม่รู้ตัว


ฝากติดตาม ฝากเมนต์  ฝากแอดแฟนด้วยนะคะ ใครชอบแนวพระเอกใจร้ายปากร้าย เรื่องนี้นานาจัดให้เต็มค่ะ ตอนหน้ามาดูกันว่าคุณปรัชญ์ของเราจะปากร้ายสมกับที่โฆษณาไว้หรือเปล่า

รักสุดหัวใจ

เทียนธีรา

สาวๆ ที่รักจ๋า

อีบุ๊ค รสรักหวานเอยมาแล้วน๊า

คลิ๊กเลยจ้า ความฟิน ความหื่น หวามหวาน รอสาวๆ อยู่จ้า

        แสดง 2 - 2
วันที่โพสต์ :  8 พ.ค. 2560 09:29    วันที่อัพเดท :   10 ส.ค. 2560 15:44    › จำนวนผู้เข้าชม 116883 คน
   › คะแนนโหวต 500 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :