นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง อ้อมกอดสุภาพบุรุษ (ขออนุญาตเปลี่ยนนามปากกานะคะ จากปุณยวีร์ เป็นพัชญา เนื่องจากว่านามปากกาดังกล่าวมีค    by Punyawee
ชื่อตอน บทที่ 1 100%




1


เอ็นเคการ์เด้นรีสอร์ท มวกเหล็ก สระบุรี

เวลา 18.00 น.

แสงจากหลอดไฟทางที่ตั้งเรียงรายเป็นต้นไปตามแนวของริมถนนเริ่มเปิดเป็นสีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงินสลับแดงหรือสลับขาว ส่องสว่างตั้งแต่ทางเข้าไปถึงบริเวณจัดงานซึ่งเป็นลานกว้างและนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งดูดวงดาวสุกสกาวส่องแสงจากท้องฟ้าในยามค่ำคืน วันนี้กลับเต็มไปด้วยโต๊ะ เก้าอี้ และเวที

ด้านหน้าทางเข้างานถูกทำเป็นซุ้มไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ ตกแต่งด้วยดอกไม้สดโทนขาวอย่างดอกกุหลาบสลับสีชมพูอ่อนของลิลลี่ จากช่างมากฝีมือที่จัดได้ถูกใจและสวยงามมีความประณีต แถมยังมีภาพที่ไปถ่ายเวดดิ้งตั้งโชว์ไว้กว่าสามรูป

แต่ละรูปจะแตกต่างกันออกไป ภาพแรกเป็นรูปที่นนทภัทรอยู่ในชุดราชปะแตน เสื้อสีครีม มีสไบลายจกสีฟ้าน้ำทะเลพาดไว้บนบ่าข้างซ้าย เข้าชุดกับโจงกระเบนสีแดงเลือดหมูส่งผลให้ชายหนุ่มดูมีสง่าราศี ยืนโอบว่าเจ้าสาวที่กำลังเชิดหน้ามาทางด้านซ้ายเล็กน้อยส่งยิ้มหวาน ๆ ให้กล้อง ใบหน้าเรียวงามถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีอ่อน เกล้ารวบผมเก็บไว้กลางกระหม่อมปักด้วยปิ่นลายไทยที่มารดามอบให้ อยู่ในชุดไทยประยุกต์เย็บจากลูกไม้อย่างดี ตัวชุดเป็นแบบคอตั้งแขนยาวเข้าชุดกันกับกระโปรงทำจากผ้าอินเดียสีทอง

รูปที่สองหญิงสาวในชุดเกาะอกหันหน้าเข้าหาเจ้าบ่าวที่โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อยทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกันท่ามกลามพระอาทิตย์ใกล้ตก และรูปสุดท้ายจะเป็นชุดไปรเวท์ที่สวมใส่อยู่บ้านธรรมดาดูเรียบง่ายแต่หรูหรา ทั้งยังเป็นสไตล์ที่ทั้งคู่ชอบ เดินอยู่กล่ามกลางทุ่งดอกหญ้าเป็นภาพที่เธอและเขาชอบมากที่สุดเพราะหมายถึงตัวตนที่แท้จริง

เดินเข้ามาภายในงานจะมองเห็นโต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางไว้สำหรับรับรองแขกทุกท่าน ทุกโต๊ะถูกปูด้วยผ้าปูสีขาวลายลูกไม้ บนโต๊ะนั้นจะมีแก้วน้ำ ถ้วยใบเล็ก ๆ และตะเกียบ ตามจำนวนเก้าอี้ที่จัดไว้ ตัวคุมด้วยผ้าคุมสีครีมคาดด้วยโบว์สีเหลืองทองสำเร็จรูปผูกไว้ด้านหลัง

มองไปด้านหน้าจะมีเวทีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ความสูงประมาณ 1.50 เมตร มีเครื่องดนตรีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กลอง กีตาร์ ไมค์ คีย์บอร์ด ที่ถูกวางไว้บนนั้น และทุกคนกำลังซาวด์เสียงรอการแสดงในเวลา 19.00 น. โดยมีป้ายชื่อของบ่าวสาวถูกติดอยู่ข้างหลัง

ช่างเป็นงานแต่งงานที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้เลยก็ว่าได้ แสดงให้เห็นว่าเป็นลูกของคนมีอันจะกิน ซึ่งความคิดของคนเหล่าถูกเสียด้วย เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นลูกหลานของคนมีชื่อเสียงในจังหวัดและยังติดท็อปเท็นที่มีอิทธิพลและชื่อเสียงดังไปทั่ว แถมทั้งสองตระกูลยังคบหากันมานานตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายเลยทีเดียว

ตอนนี้แขกเหรื่อเริ่มทยอยมากันบ้างแล้ว เป็นผลให้เจ้าภาพซึ่งเป็นบิดามารดาของเจ้าบ่าวเจ้าสาวออกมาต้อนรับก่อน เพราะทั้งคู่ยังแต่งองค์ทรงเครื่องยังไม่เรียบร้อย

สวัสดีครับท่าน” คุณกรรชัยเอ่ยทักผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่มีภรรยาเดินควงแขนเข้ามา

สวัสดีครับคุณกรรชัย คุณนนทวัฒน์

พร้อมกับเดินยกมือไหว้ตอบ เมื่อเดินมาตัว ถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างสนิมสนม

สบายดีนะครับท่าน” คุณนนทวัฒน์เอ่ยถาม

ก็ตามวัยแหละครับ” ท่านเอ่ยเย้าอย่างอารมณ์ดี

หลังจากที่พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว คุณกรรชัยได้เชิญให้เข้าไปนั่งโต๊ะที่เตรียมไว้ พร้อมกับแขกคนอื่น ๆ บางส่วนมาเป็นกลุ่ม บ้างก็มาคนเดียวบ้างก็มาเป็นคู่ แล้วนัดมาพบปะกันที่นี่เพื่อรวมกันให้ได้ครบจำนวนเก้าอี้ที่จัดรอไว้อยู่ก่อนแล้ว

 

ชั่วโมงก่อนหน้า

กรรณิกาที่กำลังนอนพักผ่อนในห้องรับรองของรีสอร์ท ถูกเพื่อนสนิทปลุกให้ไปอาบน้ำ เพราะตอนนี้ช่างมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว หลังจากออกมาจากห้องน้ำเธอก็ถูกช่างมากฝีมือมะรุมมะตุ้มอยู่บนศีรษะและใบหน้าเรียวงาม ที่ไปเข้าคอร์สเจ้าสาวมีจนมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง ผมที่เคยมัดเป็นหางม้าประจำทุกวันถูกช่างถักเปียประดับด้วยคริสตัลรวบมวยเก็บบนศีรษะทุย ดวงตาสุกสกาวสดใสถูกปัดด้วยมาสคาร่าเพื่อให้ตากลมใสมากยิ่งขึ้น ใบหน้าที่ขาวนวลเหมือนน้ำนมแต่งแต้มด้วยสีชมพูด้วยบลัชออนและริมฝีปากบางถูกทาด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน พอเครื่องสำอางต่าง ๆ มาอยู่บนใบหน้างามทำให้ดูสวยและน่ามอง

จวนจะได้เวลางานเริ่ม ช่างต่างช่วยกันเก็บลายละเอียดอีกเล็กน้อยเพื่อให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดชวนคนมองให้ตกตะลึง

ว้าว สวยมากค่ะคุณน้องขา” เสียงใหญ่ของผู้ชายถูกดัดให้เล็กของเจ้แม็กกี้ เจ้าของห้องเสื้อและช่างแต่งหน้ามากด้วยฝีมือเอ่ยชม เมื่อเห็นโครงหน้าของหญิงสาว

ผู้หญิงอะไรช่างมีใบหน้าสวยงามเหลือเกิน ตั้งแต่ที่เธอเคยเป็นช่างแต่งหน้ามา ก็ไม่เคยมีใครมีใบหน้าที่ขาวนวลดุจเด็กน้อยแรกเกิด หญิงสาวร่างบางส่วนสูง 165 เซนติเมตรไม่ต้องเต็มแต่งอะไรมากมาย ก็ออกมาสวยหมดจดไปซะทุกส่วน ด้วยโครงหน้าที่เรียวงามไร้ที่ติ เจ้าห้องเสื้อชื่อดังในจังหวัดกล่าวพรรณนาอยู่ในใจคนเดียวด้วยความอิจฉาตาร้อน

ใช่ฮ่ะ คุณกันต์สวยงามมากมาย” ช่างอีกคนที่เป็นลูกมือของเจ๊แม๊กกี้เอ่ยชมอีกคน

ขอบคุณค่ะ พี่ ๆ ตั้งใจทำให้กันต์ออกมาสวยมากกว่านะคะ” หญิงสาวเอ่ยถ่อมตัวที่เธอสวยขนาดนี้ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนสวยหรอก แต่เป็นเพราะช่างฝีมือดีของเจ๊แม๊กกี้และลูกทีมมากกว่าที่ทำออกมาสวยดั่งเจ้าหญิง

พวกพี่ ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะคุณน้องขา เพราะเครื่องหน้าคุณน้องสวยอยู่แล้ว พี่ ๆ แค่เติมอีกนิดหน่อยเองค่ะ

แหม!!! คุณเธอบอกตัวเองไม่สวย แล้วพวกฉันละ ไม่เป็นศพเดินได้เลยเหรอ ลูกทีมคนหนึ่งของเจ๊แม๊กกี้นึกในใจที่ออกจะทีเล่นทีจริงมากกว่า

นี่! พวกเธอจะชวนน้องคุยกันอีกนานไหมห๊า จวนจะได้เวลาแล้วนะ รู้ไหมว่าเจ้าบ่าวเขามายืนคอยเจ้าสาวของเขานานแล้วน่ะ

เจ๊แม็กกี้กล่าวดุลูกน้องของตนอย่างไม่จริงจัง แต่ประโยคสุดท้ายกับเอ่ยแซวเจ้าสาวให้เขินอายไปด้วย เป็นเวลาเดียวกับที่นนทภัทรเดินเข้ามาในห้องเพื่อมารับเจ้าสาวของตนลงไปต้อนรับแขกพร้อมกัน

นนทภัทรเมื่อเห็นเจ้าสาวของตนต้องตะลึงตาโตในความสวยของหญิงสาว ที่อยู่ในชุดเกาะอกสั้นเสมอเข่ารูปหัวใจใช้ด้ายวีนัสเบอร์เล็กถักลายลูกไม้สีชมพูเย็บติดกับตัวชุดและยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการถักเป็นกลีบดอกไม้ไว้ชายกระโปรงเพื่อไม่ให้ชุดดูเรียบจนเกินไป ช่างเป็นงานที่ประณีตอะไรเช่นนี้ บนคอระหงนั้นหญิงสาวเลือกสวมสร้อยทำจากเงินแท้จี้รูปหัวใจที่แฟนหนุ่มซื้อเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว พอมาอยู่บนคอของหญิงสาวแบบนี้ช่างเข้าชุดกันอย่างพอเหมาะในความรู้สึกของเขา

ร่างสูงที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว สวมทับด้วยสูทสีครีมเข้าชุดกันกับกางเกง โดยเลือกใช้เนคไทสีน้ำตาลลายขวางของแฟนสาวที่ซื้อให้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ดูหล่อเหลาและสมบูรณ์แบบมากขึ้นเมื่ออยู่บนตัวของคนตัวโต

ไปกันเลยไหมคะ” เอ่ยชวนเมื่อหายจากอาการอ้าปากค้างพร้อมทั้งงอแขนให้ภรรยาได้ควง

ค่ะ

กันต์สวยมากเลยนะคะ” ชายหนุ่มร่างหนาเอ่ยชมเมื่อเดินออกมาจากห้องรับรอง

ขอบคุณค่ะ พี่นนท์ก็หลอเหมือนกันนะคะ

พี่นนท์ก็ชมกันซึ่ง ๆ หน้าอย่างนี้ได้ยังไงนะ ไม่รู้หรือคะว่ากันต์เขินน่ะ

กันต์ครับไม่ต้องเขินพี่จนหน้าแดงก็ได้นะ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างคนกลั้นหัวเราะเต็มที

นนทภัทรเห็นอาการอายม้วนของแฟนสาวเกิดอยากแกล้ง เลยอดที่จะเอ่ยปากแซวไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อลดอาการตื่นเต้นทั้งของตนเองและเจ้าสาวไปในตัว

พี่นนท์ก็ หญิงสาวตวัดค้อนให้ พร้อมยกมือเรียวบางตีไปแขนแกร่งอย่างหมั่นไส้

เพี๊ยะ!!!

โอ๊ย!! กันต์พี่เจ็บนะ ลูบแขนตัวเองไปพลางอย่างอยากให้แฟนสาวเห็นใจ กรรณิกาเห็นแล้วก็เกิดอาการหมั่น เขี้ยวขึ้นอีกคราเลยหยิกขมับเข้าให้

ผู้มาร่วมงานเมื่อเห็นทั้งคู่เดินหยอกล้อกันไปมา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช่างเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกและอดจะชื่นชมไม่ได้ถึงความสวยความหล่อของบ่าวสาวไม่ได้...

 

สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ เชิญถ่ายรูปด้วยกันก่อนนะครับ

บ่าวสาวไหว้ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมเชื้อเชิญให้ถ่ายรูปร่วมกัน

ยินดีกับหลานทั้งสองด้วยนะ

ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ

ญาติผู้ใหญ่กล่าวอวยพรเสร็จทั้งสองคนได้ยกมือไหว้อีกครั้ง ผู้ใหญ่ท่านนี้ก็รับไหว้ พร้อมทั้งมีพนักงานในรีสอร์ทพาไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่ด้านหน้าอีกหลายสิบชุด

ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะลูก

ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เป็นเพื่อนสนิทของคุณนนทวัฒน์และคุณกรรชัยเดินเข้ามาอวยพรให้บ่าวสาวทั้งยังมีภรรยาควงแขนมาด้วย

ค่ะ / ครับ” พร้อมกับยกมือไหว้ เมื่อแขกหลายท่านต่อหลายคนผ่าน

เป็นยังไงกันบ้างลูก ตื่นเต้นไหม

คุณขวัญฤทัยควงสามีอย่างคุณกรรชัยเดินเข้ามาถามลูกสาว หลังจากลูก ๆ มาเปลี่ยนให้ไปพัก พลางส่งยิ้มมาให้แต่ไกลด้วยความดีใจที่ลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา จะได้หมดห่วงเสียทีที่มีคนดี ๆ อย่างชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้เป็นคนดูแลต่อจากนางและสามี เหลือก็แต่ลูกชายคนโตที่ทำแต่งานจนไม่สนใจจะหาเมียให้แม่อุ้มหลานเสียที คิดแล้วก็กลุ้มใจ

ตื่นเต้นจังค่ะคุณแม่ กรรณิกาตอบมารดาเสียงสั่น ๆ โดยมีมือหนาของนนทภัทรกุมไว้ไม่ยอมปล่อยเพื่อลดอาการตื่นเต้น

ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกลูก มีพี่นนท์อยู่ข้าง ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนของคุณภาวิดาที่เดินตามหลังสองสามีภรรยาทันได้ยินประโยคของเพื่อนสนิทถามบุตรสาว

ค่ะคุณแม่ คุณภาวิดาพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำตอบที่พอใจจากลูกสะใภ้ที่นางเอ็นดูเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่อ่อน ทั้งยังเลี้ยงมาเองกับมือจะไม่รู้ได้ยังไงว่าหญิงสาวรู้สึกอะไรอยู่ตอนนี้

ขวัญจ๊ะ ฉันว่าเราเข้าไปในงานดีกว่านะ...ปล่อยให้ลูก ๆ ต้อนรับแขกกันเองเถอะ” คุณภาวิดาหันมาชวนเพื่อน

จ้ะ งั้นเราไปกันเลยนะ จะได้ดูความเรียบร้อยในงานด้วย” คุณขวัญฤทัยเอ่ยอย่างเห็นด้วย

งั้นพ่อกับแม่เข้าไปดูในงานก่อนนะลูก

ค่ะ / ครับ

นนทภัทรเมื่อเห็นบิดาและมารดาทั้งสี่เดินเข้างาน หันใบหน้าหล่อคมมองกรรณิกากำลังใช้กระดาษซับหน้าอยู่ เห็นอย่างนั้นแล้วเลยยื่นมือแย่งมาเช็ดให้เธอด้วยตัวเอง สาว ๆ หลายคนที่เห็นภาพต่างพากันอิจฉาตาร้อนผ่าว ที่เจ้าบ่าวแสดงความรักต่อเจ้าสาวให้เห็น ตบท้ายด้วยก้มหอมแก้มเจ้าสาวโชว์

ส่วนกรรณิกาน่ะเหรอตอนนี้อายแทบจะสิงร่างกับเจ้าบ่าว ช่างภาพที่จ้างมาก็รู้ใจเสียจริง เพราะว่าถ่ายภาพจนมดขึ้นไปหลายต่อหลายซอต

พอแล้วค่ะพี่นนท์ เจ้าสาวแย่งกระดาษซับหน้ามาถือไว้เอง นนท์ภัทรเห็นอาการเขินอายอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยเปลี่ยนเรื่องเป็นถามอย่างห่วงใยแทน

กันต์เหนื่อยไหมคะ

ไม่เหนื่อยค่ะพี่นนท์ แล้วพี่นนท์ละคะ?” กรรณิกาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะถามกลับ

ไม่เหนื่อยค่ะ...พี่ขอบคุณกันต์มากนะคะ

ชายหนุ่มพูดอย่างคนมีความสุขที่มีวันนี้ได้เพราะกรรณิกายอมรับความรักจากเขา รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้คนดี ๆ อย่างนี้มาเป็นเพื่อนคู่คิดดูแลซึ้งกันและกันไปจนแก่จนเฒ่า

ขอบคุณทำไมกันคะ กรรณิกามองคนพูดอย่างงง ๆ ที่เขาขอบคุณเธอ พอสบตาของชายหนุ่มถึงรู้สึกกับความสุขที่เขาแสดงออกมา สำหรับเธอไม่มีคำไหนจะพูด แค่ใช้ใจมองก็รู้ถึงข้างในว่าเราสองคนคิดเห็นตรงกัน อย่างที่เขาบอกว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ความรู้สึกที่แสดงออกมาก็เช่นกัน

ตั้งแต่เล็กจนโตผู้ชายคนนี้ดูแลเธอเป็นอย่างดีไม่ว่าจะไปไหนจะมีเขาคอยรับส่งเสมอ

พี่รักกันต์นะคะ” ชายหนุ่มบอก

กันต์ก็รักพี่นนท์ค่ะ

ถึงชายหนุ่มจะพูดจาด้วยคำเสียงอ่อนโยนสักเพียงใดหรือมีคะ ขา ตลอด สำหรับกรรณิกาแล้วไม่เท่ากับการกระทำที่เขาทำให้...


น้องกันต์คะ พี่ขอให้น้องมีความสุขในชีวิตคู่นะ...แกด้วยนะนนท์ อย่าทำให้น้องฉันเสียใจล่ะ

กานตพงศ์ รุ่งโรจน์ วัย 26 ปี ผู้บริหารร้านอาหารของครอบครัวฝั่งมารดาและเป็นพี่ชายของกรรณิกาพ่วงด้วยเพื่อนสนิทของนนทภัทร ใช้มือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้ามาอวยพรให้น้องสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน กลับเพื่อนสนิทกับใช้นิ้วชี้ชี้หน้าแถมใช้น้ำเสียงแกมขู่เพื่อให้น้องเขยกลัว

สำหรับนนทภัทรแล้วหากลัวไม่ เพราะถูกเลี้ยงดูมาคู่กัน รู้ไส้รู้พุงจนหมด เหมือนสุภาษิตที่ว่า ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ แม้กานตพงศ์ไม่พูดเขาก็ไม่ทำให้หญิงสาวคนรักต้องเสียใจอยู่แล้ว

ขอบคุณค่ะ พี่กานต์” กรรณิกาเข้าไปสวมกอดพี่ชายและเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ด้วยความสุข

ขอบใจเว้ยกานต์

นนทภัทรเอ่ยขอบคุณพร้อมกับตบบ่าเพื่อนเบา ๆ แต่กับใช้สายตามองเพื่อนตาขวางเป็นเหตุให้กานตพงศ์กอดน้องสาวแน่นกว่าเดิมเพื่อแกล้งเพื่อนเล่น นับเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่แกล้งเพื่อนได้สำเร็จในเรื่องนี้

ไม่เป็นไรจ้ะ” พี่ชายที่รักน้องสาวมากยอมปล่อยอ้อมแขนแกร่งที่กอดน้องสาวออก ก่อนจะหันมองเพื่อนสนิทพ่วงน้องเขย “...แกไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นก็ได้มั้ง นี่น่ะน้องสาวฉัน

เขาล่ะหมั่นไส้มันจริง ๆ ที่หวงได้แม้กระทั่งพี่ชายที่กอดน้องสาว ซึ่งเป็นการแสดงความรักให้กันมาตั้งแต่เด็กและเคยชินที่จะแสดงออกอย่างนี้อยู่บ่อย ๆ

มันจะหวงอะไรหนักหนาก็ไม่รู้ เขาล่ะเพลีย

พี่ชายก็ไม่ได้! ยังไงก็ผู้ชาย! นนทภัทรตอบด้วยสีหน้าบึ้งตึงและดึงร่างของแฟนสาวที่จะกลายเป็นภรรยามากอดไว้ แถมด้วยการหอมแก้มให้ได้เห็นเป็นบุญตา

ฮ่า ๆ ๆ...ฉันว่าฉันเข้าไปในงานดีกว่า” กานตพงศ์หัวเราะออกมากับอาการหวงของเจ้าบ่าว ก่อนจะขอตัวเมื่อแกล้งนนทภัทรได้

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เพราะตอนนี้เขาสนใจแต่เจ้าสาวคนเดียว กานตพงศ์เห็นอย่างนั้นเลยเดินเข้างานไปดูแลแขกด้านใน พร้อมทั้งสอบถามที่สิ่งขาดเหลือ

 

พี่กันต์ พี่นนท์คะได้เวลาขึ้นเวทีแล้วค่ะ

นันท์นลินเดินมาตามพี่ชายและพี่สะใภ้ที่กำลังรับแขกอยู่ให้ไปรอกล่าวอะไรเล็กน้อย

สาวน้อยร่างเล็กอยู่ในชุดกระโปรงบานประมาณเข่า เสื้อและกระโปรงถูกเย็บให้อยู่ในชุดเดียวกัน ช่างเหมาะสมกับวัยอะไรอย่างนี้นะ ใบหน้าเรียวถูกปัดด้วยบลัชออนให้ออกสีชมพูเล็กน้อยเพิ่มความน่ารักไปในตัว ใครพบเห็นอย่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน

‘นลินน่ารักจัง’

‘สวยจังเลยนลิน’

‘นลินดูโตขึ้นเยอะเลยนะลูก’

คำพูดแบบนี้แหละ ที่ทำให้เธอเขินจนขอตัวออกมาตามพี่ชายและพี่สะใภ้ให้เข้างาน

อ้อ จ้า

ก่อนจะเข้างานก็ไม่ลืมที่จะจัดแจ้งดูชุดให้สามีว่ามีความเรียบร้อยดีหรือ ฟากชายชายหนุ่มก็ทำไม่ต่างจากแฟนสาวที่กลายเป็นภรรยามากนัก ปล่อยนันท์นลินมองภาพนั้นอย่างชื่นชมในความรักของคนที่เธอรักทั้งสอง

เรียบร้อยแล้วค่ะ

จ้ะ ป่ะ...เราเข้างานกันดีกว่านะ

ชายหนุ่มตอบรับทั้งยังเอ่ยชวนเข้าไปข้างในงาน และไม่ลืมที่จะจับมือของแฟนสาวให้เดินเข้าไปพร้อมกัน

 

ขณะนั้นจิระภาส ซึ่งเป็นน้องชายของอัครเดช เพื่อนสนิทของนนทภัทรและกานตพงศ์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้ขึ้นกล่าวต้อนรับแขกทุกคน

สวัสดีครับ ผมจิระภาส ภิญโญ ได้รับเกียรติจากเจ้าบ่าวให้มาเป็นพิธีกรในงานมงคลสมรสของบ่าวสาวอย่าง กรรณิกา รุ่งโรจน์และนทภัทร เกรียงไกร นะครับ และเพื่อไม่ให้การเป็นเวลา ผมว่าเรามาทำความรู้จักกับทั้งคู่ให้มากขึ้นดีกว่านะครับ ว่าความรักของเขาทั้งสองเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่...

เมื่อจิระภาสพูดจบ เสียงเพลงรักที่ฮิตอยู่ช่วงหนึ่งดังขึ้นพร้อมวิดีโอรูปต่าง ๆ ที่นนทภัทรถ่ายไว้ฉายออกมาจากเครื่องฉายภาพ (Projectorขนาดใหญ่ตั้งไว้สองฟากฝั่งเพื่อให้ทุกคนได้มองเห็นภาพคมชัด

 

เธอ...เป็นดวงตะวันเมื่อฉันเจอ

และเป็นดั่งจันทร์ยามค่ำคืน

แต่ว่าเธออาจจะไม่รู้ตัว เย้ เฮอ เฮ

 

เธอ...และเธอก็เป็นเหมือนดอกไม้ผลิบาน

พูดแล้วก็เขินเธออยู่เหมือนกัน

แต่มันก็อยากให้รู้....

 

พอมาถึงท่อนฮุก (Hook) ชายหนุ่มร้องคลอไปกับเสียงเพลงจนจบ กรรณิกาที่ตอนนี้น้ำตาไหลออกมา ก่อนจะโผเข้ากอดด้วยความซึ้งใจ

ว่าฉันรักเธอคนเดียว ไม่เหลือเศษเสี้ยวให้ใคร

ให้เธอหมดหัวใจรับไปได้เลยนะเธอ จะขอรักเธอคนเดียว

ไม่ขอเกี่ยวข้องใคร ๆ รักเธอสุดหัวใจ

รักเธอ รักเธอ คนเดียว

 

ฉันมันอาจไม่ดีเท่าไหร่ แต่เธอไม่เคยจะทิ้งไป

แต่ก่อนอย่างไรก็อย่างนั้น เย้เฮ..

ฉันก็อยากขอบคุณเธอที่เปลี่ยนให้ฉันเข้าใจ

ว่ารักที่แท้นั้นเป็นอย่างไร

ที่บอกกับเธอคงไม่ช้าไป ก็ใจฉันนะให้เธอคนเดียว

 

ว่าฉันรักเธอคนเดียว ไม่เหลือเศษเสี้ยวให้ใคร

ให้เธอหมดหัวใจรับไปได้เลยนะเธอ จะขอรักเธอคนเดียว

ไม่ขอเกี่ยวข้องใครๆ รักเธอสุดหัวใจ

รักเธอ รักเธอ คนเดียว

 

ก็แค่อยากจะให้มันใจ ที่พูดไปจากใจฉัน

ว่าฉันรักเธอคนเดียว ไม่เหลือเศษเสี้ยวให้ใคร

ให้เธอหมดหัวใจรับไปได้เลยนะเธอ จะขอรักเธอคนเดียว

ไม่ขอเกี่ยวข้องใครๆ รักเธอสุดหัวใจ

รักเธอ รักเธอ คนเดียว

 

สัญญาจากหัวใจ รักเธอ รักเธอคนเดียว

** เพลงรักเธอคนเดียว Taxi

 

เธอไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างนี้ให้ ไม่ว่าจะเป็นรูปตอนที่เธอยังเด็กไปจนถึงสมัยเรียนอาชีวะ ที่ส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ให้กล้องด้วยรอยยิ้มสดใสสมวัย บางรูปเธอไม่เคยเห็นมาก่อนก็มีอยู่หลายสิบรูป เพราะไม่รู้ตัวว่าชายหนุ่มถ่ายตอนไหนและยังมีรูปเธอกับเขาไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ อีกมากมาย จนมาถึงรูปสุดท้ายที่ชายหนุ่มขอเธอแต่งงานตรงจุดชมวิวสถานที่แห่งความทรงจำของทั้งสอง ซึ่งรูปนี้เป็นภาพที่ทำให้เธอมีความสุขมากที่สุด

ไม่เคยคิดว่านนทภัทรจะมีภาพของเธอเยอะขนาดนี้

...และไม่คิดว่าจะถูกเซอร์ไพรส์อย่างนี้ด้วย

ที่ทุกทุกรับชมกันไปนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวความรักของทั้งสอง...และคงอยากจะรู้จักตัวจริงของคู่บ่าวสาวในค่ำคืนนี้กันแล้วใช่มั้ยครับ...ผมขอเชิญท่านผู้มีเกียรติทุกท่านปรบมือต้อนรับคู่บ่าวสาวในค่ำคืนนี้ด้วยครับ...เชิญเจ้าสาวของเรากรรณิกา รุ่งโรจน์และเจ้าบ่าวนนทภัทร เกรียงไกรครับ” จิระภาสกล่าวแนะนำให้แขกทุกท่านที่นั่งอยู่หน้าเวทีได้รู้จักกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่ถึงจะไม่แนะนำก็ยังมีคนรู้จักคนทั้งคู่เป็นอย่างดี “และตอนนี้เรามาคุยกับเขาทั้งสองกันมั่งดีกว่าครับ ว่าไปรักกันตอนไหน แล้วทำไมถึงตัดสินใจแต่งงานกับเจ้าบ่าวครับ เชิญเจ้าสาวครับ

ค่ะ กันต์ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าไปรักพี่นนท์ตอนไหน อาจจะเป็นตั้งแต่เด็กแล้วล่ะมั้งคะ ประมาณว่าป๊อบปี้เลิฟ นอกจากพ่อและพี่ชายของกันต์...ก็มีนนท์นี่แหละค่ะที่คอยดูแลและปกป้องเสมอ...กันต์ขอขอบคุณพี่นนท์มากนะคะที่ดูแลกันต์เสมอมา ต่อไปนี้กันต์จะดูแลพี่นนท์บ้าง…” เจ้าสาวพูดด้วยความรักทั้งหมดที่มีให้เจ้าบ่าวได้รับรู้ ทำให้แขกปรบมือเสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

ว้าว ช่างหวานอะไรอย่างนี้ครับกันต์ หวานจนผมนึกอิจฉาเลยนะครับเนี่ย มาถึงเจ้าบ่าวกันบ้างนะครับ ว่าทำไมถึงอยากใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงคนนี้” จิระภาสแซวขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามอย่างเข้าประเด็น

กันต์เขาเป็นคนที่น่ารักมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ เลยทำให้ผมรักและคิดจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เป็นคนดูแลเขา” ชายหนุ่มกล่าว

อือหือ คู่นี้เขาช่างหวานกันจริง ๆ นะครับ...” ยังไม่ทันจบคำของจิระภาสดี แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างพากันส่งเสียงดังเกรี้ยวกราวเชียร์ให้เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาว

หอมเลย!! หอมเลย!! หอมเลย!!

และเจ้าบ่าวก็ไม่ทำให้ผิดหวังก้มหอมแก้มนวลที่ถูกแต่งแต้มเครื่องสำอาง ซ้ายขวาอย่างไม่ให้น้อยหน้ากัน กรรณิกาที่พยายามจะเขย่งปลายเท้าที่ใส่รองเท้าส้นสูงให้ได้ความสูงของแฟนหนุ่มที่ตัวสูง ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นเลยก้มใบหน้าอันหล่อเหลาคมเข้มให้ชิดปลายจมูกของคนร่างเล็ก กดแค่ปลายจมูกแล้วปล่อยไม่หยุดค้างเหมือนชายหนุ่มทำด้วยความอาย

เย้ ๆ วู๊ ๆ วี๊ดวิ๊ว~” ตามมาด้วยเสียงผิวปากของผู้ชายที่ผิวออกมา เห็นจะมีกานตพงศ์ที่โห่ร้องออกมาเสียงดังอย่างถูกใจ

นันท์นลินถือช่อดอกไม้ที่จะให้เจ้าสาวโยน ถูกจัดเป็นทรงกลม ๆ ด้วยดอกกุหลาบสีขาวแซมด้วยกุหลาบสีชมพูล้อมด้วยยิปโซอีกชั้นหนึ่ง ห่อช่ออย่างสวยงามด้วยกระดาษสาสีชมพูและสีขาวมีริบบิ้นที่ทำเป็นโบว์ผูกติดไว้

และแล้วมาถึงในช่วงที่สาวใหญ่สาวน้อยหลายคนรอคอย...เรามาดูพร้อมกันสิครับว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไป...เดี๋ยวจะให้เจ้าสาวโยนช่อดอกไม้นะครับ...พร้อมหรือยังครับ เดี๋ยวผมจะนับ น้องกันต์โยนเลยนะครับ...ถ้าพร้อมแล้ว 3 2 1 โยนเลยครับ

จิระภาสนับถึงหนึ่ง ดอกไม้สีหวานช่อใหญ่ก็ลอยลิ่วตกใส่มือของคนที่ไม่ได้ไปแย่งกับเขาอย่างพราวนภาที่นั่งร่วมโต๊ะกับพ่อแม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่หน้าเวที

อุ๊ย!!” พราวนภาอุทานด้วยความตกใจที่ช่อดอกไม้หล่นใส่มืออย่างไม่ได้ตั้งใจจะรับไว้

และแล้วเราก็ได้คนที่ได้รับช่อดอกไม้แล้วนะครับ เชิญคุณน้ำฟ้าขึ้นมากล่าวอวยพรให้กับบ่าวสาวหน่อยครับ

พราวนภาเดินขึ้นเวทีทันทีที่จิระภาสเอ่ยชื่อของเธอ หลาย ๆ คนคิดตรงกันว่าหญิงสาวสวยสดงดงามอย่างนางสาวไทย ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางบาง ๆ ดูลงตัวในชุดเดรสสั้นแขนกุดกระโปรงบานมีลูกไม้เย็บมือประดับไว้ตรงปลายกระโปรง สีหวานของชุดอย่างสีชมพูอ่อนยาวพอดีเข่าเข้ากับร่างขาวนวลลออดูสง่างามราวนางฟ้านางสวรรค์เป็นผลให้ร่างสมส่วนสูงโปร่งที่อยู่ในรองเท้าสูงเตี้ยสีน้ำตาลดูงามขึ้นอีกเป็นกอง

ฟ้าขอให้พี่นนท์และกันต์รักกันอย่างนี้ไปนาน ๆ แล้วมีหลานให้พวกเราอุ้มไว ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างเขินอายเมื่อทุกสายตาหันมาจับจ้องที่เธอคนเดียว

ในนามของเจ้าภาพและคู่บ่าวสาว ผมขอขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันสำคัญของคู่บ่าวสาวในวันนี้ และหากมีข้อบกพร่องประการใด ทางเจ้าภาพต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ ขอบคุณครับ” จิระภาสกล่าวขอบคุณ


พัชญา

        แสดง 2 - 2
วันที่โพสต์ :  2 มิ.ย. 2560 11:21    วันที่อัพเดท :   7 มิ.ย. 2560 12:05    › จำนวนผู้เข้าชม 256 คน
   › คะแนนโหวต 12 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :