นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตื๊กรักพี่สาว    by Annakan
ชื่อตอน ตอน 1-7


ตอนที่ 1

      “มึงเห็นคันนั้นป่ะ แม่งโคตรเจ๋ง” เกือบสองทุ่มเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังคุยกับเพื่อนแก๊งนักซิ่งอย่างออกรส เขามีชื่อว่านายมารดาชื่อน้อยส่วนพ่อทิ้งไปตั้งแต่ยังแบเบาะ นายไม่เคยรู้ว่าตัวเองหล่อและเป็นที่หมายปองของสาวๆ เขาคิดว่าที่ทุกคนในกลุ่มโดยเฉพาะผู้หญิงชอบมาคุยด้วยเพราะเขานิสัยดีและชอบช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้เขาจะถูกเรียกว่าเด็กแว๊นเด็กซิ่งตามแต่ใครจะขนานนามเขาก็เป็นคนสุภาพและให้เกียรติผู้อื่นเสมอและเขาจะอ่อนโยนกับผู้หญิงมากเป็นพิเศษ ก็ชีวิตเขามีแต่แม่กับพี่สาวบ้านตรงข้ามมาตั้งแต่จำความได้

        “นาย ป้าน้อยให้มาตามกลับบ้าน” นึกถึงพี่สาวเธอก็มาทันที น้ำหรือที่เพื่อนๆ ของเขาเรียกว่าพี่น้ำอายุมากกว่าเขาสี่ปีแต่เขาไม่เคยเรียกน้ำว่าพี่สักครั้ง น้ำเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้ายส่วนเขาอีกไม่กี่เดือนก็จะครบกำหนดอายุต้องไปเกณฑ์ทหาร บ้านของเขาอยู่ตรงข้ามกับน้ำแม่น้อยขายข้าวแกงส่วนแม่นวลแม่ของน้ำขายเครื่องดื่มมีทั้งน้ำปั่นน้ำหวานกาแฟร้อนชาร้อนก็มี

        เขาอยู่ที่ซอยนี้มาตั้งแต่เกิดส่วนน้ำเพิ่งย้ายมาตอนเธออยู่มัธยมปีที่สองสาเหตุเพราะว่าเธอต้องเปลี่ยนที่เรียน เธอประสบอุบัติเหตุและทำให้ต้องหยุดเรียนไปหลายเดือนจึงทำให้ไปสอบไล่ไม่ทันและซ้ำชั้นในที่สุดและที่แย่กว่าการซ้ำชั้นก็คือพวกเด็กๆ ในโรงเรียนลือกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเธอทำผิดกฎจนโดนพักการเรียน บ้างก็ว่าเธอเป็นโรคติดต่อที่น่ารังเกียจแต่ที่ร้ายที่สุดคือพวกนั้นกล่าวหาว่าเธอหายหน้าไปเพื่อคลอดลูกและเธอท้องไม่มีพ่อ

        เขายังจำได้ดีว่าเดือนแรกๆ น้ำแทบไม่เดินออกมาพ้นเขตบ้านตัวเองเลยเธอดูหวาดระแวงและไม่ไว้ใจใครทั้งสิ้น แม่น้อยของเขาเองก็สังเกตเห็นว่าแม่หนูที่ย้ายมาใหม่ดูไม่ร่าเริงเอาซะเลยแม่จึงให้เขาไปซื้อน้ำซื้อขนมบ้านป้านวลทุกวันและพูดคุยทำความคุ้นเคยกับเพื่อนใหม่

        “พี่น้ำของน้องนายมาแล้ว” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนทักทายและแซวพี่สาวหน้าใสในเวลาเดียวกัน

        “จะสองทุ่มแล้วทำไมยังไม่กลับบ้าน” น้ำส่งยิ้มที่อาบไปด้วยยาพิษให้ไอ้เด็กปากเปราะ เธอชินแล้วกับคำแซวที่กวนโมโหและอวัยวะเบื้องล่างเพราะได้ยินมาเกือบปี

        “ลืมดูเวลาเลย ขอโทษนะน้ำ” นายดูเวลาที่ข้อมือแล้วก็ตกใจจริงๆ นี่เขานั่งโม้กับเพื่อนมาเป็นชั่วโมงแล้วหรอ

        “เวลาก็อยู่กับมือ น่าเบื่อ” น้ำยืนกอดอกและฟังข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย

        “ก็รู้อยู่ว่าป้าน้อยยกของหนักไม่ได้ยังจะมาเที่ยวเล่นจนมืดค่ำนี่กลับจากเรียนยังไม่ได้เข้าบ้านก็ต้องมาตามเธอเนี่ย” น้ำยังคงเทศนาน้องชายต่างสายเลือดอีกชุดใหญ่

        “ขอโทษจริงๆ นะน้ำ กลับบ้านกันเถอะ”

        “ไอ้เชียรขากลับปั่นจักรยานไปไว้หน้าบ้านให้ด้วย” น้ำปั่นจักรยานมาตาม เขาจึงฝากให้เพื่อนปั่นกลับเพราะอยากให้เธอซ้อนท้ายไปด้วยกัน

        “ไม่รู้จักเวล่ำเวลา” ขึ้นมานั่งน้ำก็ยังคงบ่นไม่เลิก

        “ทำผิดครั้งเดียวบ่นอะไรเยอะแยะ”

        “ไม่ใช่ครั้งแรกป่ะนาย”

        “นานๆ ครั้งก็ได้อ่ะก็มันลืมดูเวลาจริงๆ”

        “ไม่เคยแยกแยะได้หรอกว่าอะไรสำคัญ ผู้ชายก็เป็นแบบนี้ทุกคนทำตัวไร้สาระไปวันๆ”

        “ขอโทษ” นายไม่รู้จะบอกยังไงว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะผิดเวลาและเขาก็น้อยใจด้วยที่น้ำกล่าวหาคิดไม่ได้ว่าอะไรสำคัญ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาไม่ยอมให้มานั่งบ่นนั่งด่าฉอดๆ แบบนี้หรอก น้ำไม่เคยรู้เลยว่าเธอสำคัญกับชีวิตเขาขนาดไหน

        “ตั้งแต่คบเพื่อนกลุ่มนี้เกเรกว่าเมื่อก่อนนะ” ขนาดมอเตอร์ไซค์วิ่งอยู่น้ำยังไม่วายมาตะโกนบ่นใส่หูเพื่อให้เขาได้ยินชัดๆ

        “ไหนมาคุยกันดีๆ ดิ หงุดหงิดอะไรมาป่ะ” นายตัดสินใจจอดเจ้าสองล้อเข้าข้างทาง ปกติน้ำจะบ่นแต่ก็ไม่มากมายขนาดนี้เธอไม่ใช่คนพูดมากแต่วันนี้มันมากเกินปกติ

        “เปล่า” น้ำปฏิเสธ

        “ไม่อ่ะ มันต้องมีอะไรแน่ๆ”

        “เรื่องเกรดจบหรอ” เมื่อเขาถามประโยคนี้น้ำก็ปิดปากเงียบและทำท่าจะร้องไห้

        “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกังวล น้ำต้องหางานทำได้แน่ๆ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไรน้ำมาช่วยแม่ขายของก็ได้”

        “แต่น้ำไม่อยากเป็นแม่ค้า น้ำอยากทำงานตามที่เรียนมา”

        “และน้ำจะทำได้เชื่อนายสิ ไม่ต้องกลัวใครจะไม่รับคนเก่งๆ แบบน้ำเข้าทำงาน”

        “อืม ขอบใจนะแล้วก็ขอโทษ” น้ำบอกอายๆ เธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าไอ้ที่บ่นๆ ไปทั้งหมดเพราะกังวลเรื่องตัวเองแล้วเอาไปลงที่น้อง เธอกับนายเป็นลูกโทนและรู้จักกันมาเป็นสิบปีแล้วเธอรักและเอ็นดูนายเหมือนน้องชายคนนึง

        “ไม่เป็นไรกลับบ้านกันดีกว่า” นายขี่เจ้าสองล้อไปช้าๆ และมาถึงบ้านตอนสองทุ่มสิบนาที

        “ขอโทษนะแม่ นายลืมดูเวลาแม่เข้าบ้านเลยเดี๋ยวนายเก็บให้” เด็กหนุ่มกุลีกุจอเก็บจานชามไปหลังร้าน ทุกคืนเขาจะต้องล้างจานชามทั้งหมดหลังจากนั้นก็เช็ดทำความสะอาดโต๊ะกับเก้าอี้และจัดให้เข้าที่

        “ไม่เป็นไรข้าวอยู่บนโต๊ะนะ แม่ขอไปดูในตู้เย็นหน่อยว่าขาดผักอะไรบ้าง”

        “น้ำกินไหมลูก วันนี้มีแกงเลียงด้วยนะ”

        “ขอบคุณค่ะป้าน้อย” เธอยกมือไหว้แม่ของนายและทำหน้าเจื่อนๆ ขนาดแม่เขาเองแท้ๆ ยังไม่บ่นเท่าที่เธอบ่นเลย

        “ไปหาป้านวลก่อนก็ได้แล้วค่อยมากินข้าว” นายหันไปบอกน้ำ เธอพยักหน้าและเดินข้ามฝั่งไปบ้านตัวเอง

        “กลับมาแล้วค่ะแม่ หนูไปตามเจ้านายมาค่ะ” น้ำรายงานตัวกับแม่และวางสัมภาระลงบนโต๊ะ

        “อืม ป้าน้อยมาบอกแล้วจะกินข้าวไหมแม่จะได้ทำให้” นวลต้องทานข้าวตรงเวลาทุกวันคือหกโมงเย็นถ้าค่ำกว่านั้นตอนกลางคืนจะนอนไม่หลับเพราะมันอึดอัดแน่นไปหมด

        “ไม่เป็นไรจ้ะแม่เดี๋ยวหนูไปกินกับนาย วันนี้ขายได้เยอะไหมจ๊ะ”

        “เยอะลูก อากาศร้อนคนเดินซื้อน้ำกันทั้งวัน”

        “เหนื่อยไหมจ๊ะ ให้หนูนวดไหม” ลูกสาวเอ่ยถามมารดาด้วยความเป็นห่วง

        “ไม่เหนื่อยหรอกหนูไปกินข้าวเถอะเดี๋ยวแม่จะฟังเทศน์รอ” นวลมองตามลูกสาวแล้วยิ้มน้อยๆ เธอไม่รู้ว่าลูกของเธอรักนายแบบไหนเพราะที่มหาลัยก็เห็นมีหนุ่มๆ มาชอบพออยู่หลายคนแต่ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากให้ผู้ชายคนนั้นเป็นนายที่จะดูแลลูกสาวเธอไปตลอดชีวิต

        เด็กหนุ่มอายุยี่สิบเอ็ดปีแต่ความคิดและความรับผิดชอบมากกว่าผู้ใหญ่บางคนซะอีก น้อยเล่าให้ฟังว่าพอจบชั้นประถมลูกชายของเธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเลิกเรียนตามเกณฑ์แต่จะไปศึกษาแบบ กศน. เพราะไม่ต้องการเป็นภาระให้แม่และเขาก็จะได้เอาเวลาที่ต้องนั่งในห้องเรียนไปทำงานแทน เด็กน้อยที่ควรจะเรียนชั้นมัธยมต้นจึงไปอยู่ที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์และมีรายได้เดือนนึงหลายพันบาท สองแม่ลูกช่วยกันเก็บหอมรอมริบจนเปิดร้านข้าวแกงได้ในที่สุด

        พออายุเข้าเกณฑ์ทำงานพาร์ทไทม์ได้นายก็ไปสมัครทันทีและมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของงานอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแจกใบปลิว แจกสินค้าทดลองในย่านชุมชน เป็นตัวประกอบเดินผ่านฉากในละคร  เด็กเสิร์ฟในร้านฟาสต์ฟู้ดหรือแม้กระทั่งเต้นอยู่ในตัวมาสคอตตามห้างสรรพสินค้า อาชีพสุจริตที่ได้เงินขอให้บอกถ้ามีเวลาว่างแทรกได้นายจะไปทันทีเธอแทบไม่เคยเห็นนายหยุดทำงานเลยตั้งแต่เด็กจนโต

        นวลไม่เคยเห็นเด็กที่ไหนรู้คิดเท่านายมาก่อนและถ้าจะบอกว่าเด็กไม่ได้รับการศึกษาตามเกณฑ์ปกติจะไม่ฉลาดและเอะอะมะเทิ่งเด็กคนนั้นไม่ใช่นายแน่นอนเพราะนายสุภาพและพูดเพราะแถมยังมีเหตุผลและใจเย็น นายกับลูกของเธอสนิทสนมกันมากเพราะเด็กผู้ชายคนนี้แหละที่ทำให้ลูกน้ำกล้าเปิดใจรับมิตรภาพจากคนอื่นอีกครั้ง

        เธอยังจำได้ดีถึงความทุกข์ระทมของลูกสาวกับกล่าวโดนกล่าวหาต่อว่าต่างๆ นานา ทุกคืนลูกน้ำจะหลับไปพร้อมน้ำตาและได้แต่ถามเธอว่าทำไมเพื่อนๆ ว่าร้ายเธอแบบนั้น เธอจึงตัดสินใจให้ลูกย้ายโรงเรียนรวมถึงย้ายบ้านด้วย  

        “พรุ่งนี้เรียนเสร็จไปหานายที่ร้านได้ไหม” นายเอ่ยถามระหว่างที่กินข้าวด้วยกัน

        “อืม ได้”

        “อร่อยไหม”

        “อร่อย” น้ำตอบ เธอยังละอายอยู่ที่ไปหงุดหงิดใส่อารมณ์กับน้อง

        “ไม่เป็นไรหรอกไม่ต้องคิดมากน้ำแค่กังวล ยิ้มดิ” นายบอกผู้หญิงที่ยังนั่งหน้าตูมไม่เลิก

        “เอางี้ พรุ่งนี้ไถ่โทษด้วยการเลี้ยงไอติมนายก็ได้โอเคไหม”

        “โอเค” น้ำตอบแล้วยิ้มหน้าบาน

        “เพื่อนน้ำมีบริษัทต่างประเทศจองตัวด้วยแหละน่าอิจฉาเขาจัง” น้ำเรียนด้านตกแต่งภายในเธอฝันไว้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากมีบ้านสวยๆ ที่ตกแต่งทุกซอกทุกมุมด้วยตัวเอง

        “หรอ” นายใจหายวาบเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ถ้าน้ำต้องไปอยู่ต่างประเทศเขาต้องตายแน่ๆ เกือบสิบปีที่ผ่านมาเขาเจอหน้าน้ำทุกวันอาจจะมีบางวันที่น้ำงอนแล้วไม่ยอมออกมาหาตลอดทั้งวันแค่นั้นก็ทำให้เขาจะบ้าแล้ว

        “นายไม่อยากไปทำงานต่างประเทศบ้างหรอ ได้เจออะไรใหม่ๆ คนใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ดีจะตาย”

        “ไม่อ่ะ” เขาชินกับการมีน้ำอยู่ในชีวิตเขาไม่แน่ใจว่ารักน้ำแบบพี่สาวหรือชู้สาวแต่ที่แน่ๆ คือ เขาห่วงใยผู้หญิงคนนี้และทำใจไม่ได้แน่ๆ ถ้าเธอจะไปอยู่ที่อื่น

        “อิ่มแล้วไปล้างชามกันดีกว่าแม่น้ำรอแย่แล้ว” ทุกครั้งที่กินข้าวทั้งคู่จะช่วยกันล้าง นายมีหน้าที่ล้างส่วนเธอมีหน้าที่เช็ดให้แห้งและคว่ำให้เรียบร้อย น้ำคิดฝันไปไกลว่าถ้าเธอได้ไปทำงานต่างประเทศจะดีขนาดไหนส่วนนายคิดกังวลไปมากมายและภาวนาจนถึงขั้นอ้อนวอนว่าอย่าให้มีบริษัทต่างชาติที่ไหนมาเรียกตัวน้ำไป ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเขามีชีวิตต่อไปไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีน้ำอยู่ข้างๆ


ตอนที่ 2

      สิ่งหนึ่งที่น้ำกับนายมีเหมือนกันคือความไม่เฉลียวใจทั้งคู่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามมากแค่ไหน นายกำลังแตกหนุ่มเต็มตัวรูปร่างสูงใหญ่กำยำขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหน้าตาก็หล่อเหลาแบบไปเป็นพระเอกได้สบาย น้ำไม่ใช่ผู้หญิงสวยสะดุดตาแต่เธอมีเสน่ห์ที่รอยยิ้มและดวงตาอันสดใสร้อยทั้งร้อยที่ได้พูดคุยและสบตาเธอมักจะโดนมนต์สะกดเข้าทุกราย

        “เดือนเมษาสงสัยไม่ได้ไปแน่เลย” น้ำนั่งทำรายการล่วงหน้าในชีวิตประจำวัน แค่กดๆ จิ้มๆ ไม่กี่ทีทุกสิ่งทุกอย่างก็ลงไปอยู่ในมือถือแล้วเธอก็จะไม่พลาดนัดสำคัญเพราะมันมีระบบเตือนล่วงหน้าด้วย เดือนเมษายนนายจะต้องไปเกณฑ์ทหารที่จังหวัดสงขลาเพราะบิดาของเขามีภูมิลำเนาที่นั่น กว่าจะรู้เรื่องว่าการเกณฑ์ทหารยึดตามภูมิลำเนาบิดาผู้ให้กำเนิดก็สายเกินจะแก้แล้วเพราะไม่รู้จะไปตามหาบิดาได้ที่ไหน เธออยากไปช่วยลุ้นตอนน้องจับใบดำใบแดงและน้องคงไม่อยากไปคนเดียวด้วยแต่ก็ต้องดูก่อนว่าเธอจะปลีกตัวไปได้หรือไม่เพราะช่วงนั้นเธอคงจะวุ่นกับเรื่องขอจบไม่ก็หางานทำ

        “น้ำ ทางนี้” นายโบกมือเรียกน้ำ เขายืนรอเธออยู่แถวประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้า จริงๆ นายไม่ต้องโบกไม้โบกมือเล่นใหญ่ขนาดนั้นก็ได้ตัวสูงขนาดนั้นมองเห็นตั้งแต่ร้อยเมตรแล้ว

        “หิวไหม” นายถาม

        “นายล่ะหิวไหม”

        “ไม่ค่อย ถ้างั้นไปดูหนังก่อนไหม”

        “เรื่องไรอ่ะ”

        “การ์ตูนเจ้าหญิงไงวันก่อนน้ำบอกอยากดูไม่ใช่หรอ”

        “ไม่เป็นไรไว้น้ำมาดูกับเพื่อนดีกว่า” ถึงนายจะกวนประสาทและชอบแกล้งเธอแต่นายก็ตามใจเธอเสมอจนบางครั้งเธอคิดว่ามันมากเกินไปด้วยซ้ำ อย่างเช่นครั้งนี้ที่เขายอมดูหนังสุดหวานแหววเป็นเพื่อนเธอ

        “ไม่อยากดูด้วยกันหรอ” นายถามแล้วทำคอตก

        “นายไม่ได้ชอบจะฝืนทำไม”

        “ไม่ได้ฝืน นายอยากดูจริงๆ นะ”

        “อย่าดูเลยเก็บเงินไว้เถอะ” น้ำยังคงไม่อยากรับข้อเสนอ

        “วันนี้มีคุณป้าให้ทิปมาแต่ไม่เป็นไรถ้าน้ำไม่อยากดูกลับบ้านเลยก็ได้”

        “กลับได้ไงลืมหรอว่าวันนี้นัดมาทำอะไรกัน” น้ำทวงสัญญา

        “ไปกินไอติม กินเสร็จแล้วกลับบ้าน” นายตอบแล้วเดินนำลิ่วไปเลย

        “อ่ะ เลือกที่นั่งน้ำจะดูถ้าให้น้ำออกค่าตั๋วเอง” พอจัดการไอติมไปได้ครึ่งถ้วย น้ำก็ยื่นมือถือให้นายในนั้นมีแอพของโรงหนังที่บอกรอบฉายและที่นั่ง

        “น้ำออกค่าตั๋วของน้ำ นายออกค่าตั๋วของนายกับขนม” นายต่อรอง

        “โอเค” น้ำตกลงแล้วยื่นเงินให้นาย พอกินไอติมเสร็จก็ใกล้เวลาหนังเข้าพอดีน้ำไปทำธุระส่วนตัวกลับออกมานายก็ซื้อขนมชุดคอมโบ้เสร็จแล้ว

        “เข้าห้องน้ำป่ะ”

        “ไม่เข้า เดินดีๆ นะน้ำ” นายบอกเพราะน้ำเป็นผู้หญิงที่ซุ่มซ่ามมาก น้ำสามารถเดินบนพื้นเรียบๆ แล้วสะดุดล้มได้อย่างน่าประหลาดใจที่สุด

        “แล้วซื้ออะไรมาเยอะแยะ” ปากบ่นแต่มือหยิบกินตั้งแต่ทางเดินเข้าโรงแล้ว นายก็ไม่ว่าอะไรได้แต่แอบอมยิ้มทำไมเข้าจะไม่รู้ว่าน้ำชอบกินป๊อปคอร์นกับน้ำอัดลม

        ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหนนายก็ไม่เคยฉวยโอกาสถึงเนื้อถึงตัวน้ำสักครั้งรู้จักกันมาเป็นสิบปี นายไม่เคยจับมือน้ำด้วยซ้ำ เวลาเดินข้ามถนนนายจะเดินนำหน้าแล้วให้น้ำจับชายเสื้อไว้กับผู้หญิงคนอื่นเขาก็เคยไปเที่ยวเล่นด้วยแต่มันก็แค่เพื่อนและไม่ได้รู้สึกผูกพันแบบที่เขาเป็นกับน้ำ

        “โอ๊ยยย น่ารักจังเลยอ่ะนายสนุกเนอะ” ทั้งคู่เดินออกมาจากโรงหนัง นายพยักหน้าเห็นด้วยหนังมันก็สนุกแหละแต่เขามีความสุขมากกว่าที่ได้ตามใจน้ำ

        “กลับบ้านกันเลยไหมเย็นแล้ว นายจะไปไหนอีกรึเปล่า”

        “กลับเลยจะได้กลับไปช่วยแม่เก็บร้านแล้วรีบนอนพรุ่งนี้นายต้องไปถึงกองถ่ายหกโมง”

        “เดี๋ยวน้ำโทรปลุกจะตื่นกี่โมง”

        “ตีสี่แน่ะ ไม่ต้องหรอกนายตื่นได้”

        “จะโทร” น้ำตัดบทและนายรู้ว่าไม่ต้องไปเถียงให้เสียเวลา


        “ตีสี่แล้ว” เสียงมือถือปลุกตามที่ตั้งไว้ตรงเป๊ะเสียงสัญญาณรอสายดังแค่สองครั้งนายก็รับสายแล้ว

        “ขอบใจนะน้ำ” นายบอกขอบคุณด้วยเสียงอู้อี้มันเหมือนเขาเพิ่งหลับตานอนไปเมื่อนาทีก่อนเอง

        “ลุก” น้ำสั่ง

        “ลุกแล้ว” แต่นายยังคงนอนคลุมโปงอยู่ในผ้าห่ม

        “ไปเปิดไฟแล้วมาที่ระเบียง” น้ำจำใจต้องสลัดตัวขี้เกียจออกจากตัวแล้วลุกไปเปิดไฟบ้าง เธอตั้งใจว่าจะตื่นไปใส่บาตรด้วย

        “อรุณสวัสดิ์” นายทักทายน้ำผ่านมือถือแล้วโบกมือให้ น้ำออกมายืนหัวยุ่งอยู่ที่หน้าระเบียงแล้วโบกมือกลับมา

        “ไปอาบน้ำได้แล้วตั้งใจทำงานนะ”

        “ครับผม” นายตอบรับเสียงใสแค่ได้เห็นหน้าน้ำเขาก็หายง่วงสดชื่นขึ้นมาทันที ทำไมเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนเลยสักคนคงเป็นเพราะน้ำอยู่กับเขามาครึ่งชีวิตมั้ง

        “โจ๊กใส่ไข่ทุกอย่างถุงนึง อีกถุงใส่ทุกอย่างยกเว้นเครื่องใน” สถานที่นัดพบของกองถ่ายไม่ไกลมากนักและยิ่งออกเช้าขนาดนี้ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วแต่เขาก็ไม่อยากเสี่ยงเพราะถ้าไปสายจะทำให้หมดโอกาสกับงานครั้งต่อไป เขามาถึงปากซอยตอนตีสี่ยี่สิบแล้วแวะซื้อโจ๊กแล้วให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างเอาไปแขวนไว้หน้าบ้านน้ำ

        “เลิกเรียนยัง” นายโทรไปหาน้ำตอนบ่ายสาม วันนี้เขาเดินไปเดินมาทั้งวันแต่มันก็คุ้มมากเพราะได้เงินมาพันกว่าบาท

        “เลิกแล้วแต่อ่านหนังสืออยู่กับเพื่อนมีอะไรหรอนาย”

        “ว๊าย น้องนายคิดถึงจังเลยจ้า” ยัยมดเพื่อนสาวประเภทสองที่จ้องจะงาบนายร้องเสียงแหลมขึ้นมา

        “งั้นเดี๋ยวนายไปหานะนั่งรถไปไม่ถึงชั่วโมงหรอก”

        “อืม” น้ำวางสายและพอบอกว่านายจะมารับ ยัยมดก็กรี๊ดจนมหาลัยแทบแตก

        “แกมองข้ามผู้ชายหล่อล่ำแสนดีแบบนายได้ยังไงย่ะยัยน้ำหน้าโง่” มดเท้าสะเอวชี้หน้าถามเพื่อนด้วยความโมโหปนสงสัยถ้าเป็นเธอนะจับทำสามีตั้งนานแล้ว

        “น้องไหมล่ะเธอ อ่อนกว่าไหมล่ะเธอ ฉันแก่กว่าสี่ปีนะจ๊ะเธอ” น้ำท่องประโยคเดิมให้เพื่อนฟัง สมองเธอตั้งความจำมาแบบนี้มาตั้งหลายปีและมันคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้อีกแล้วนายเองก็คงเหมือนกัน

        “แก่กว่าสี่ปีมันจะอะไรหนักหนา คู่อื่นผู้หญิงแก่กว่าเป็นสิบๆ ปี ไม่เห็นเขาจะแคร์”

        “แต่ฉันแคร์และที่มันสำคัญกว่าแก่อ่อนคือนายเป็นน้องและนายก็เห็นฉันเป็นพี่ด้วย”

        “แต่ฉันว่าไม่” มดตบโต๊ะค้านสุดพลัง เธอเห็นสายตาของความห่วงหาเกินพี่น้องจากนายเสมอมีก็แต่แม่เพื่อนน้ำหน้าโง่นี่แหละที่มองไม่เห็นและดูจะไม่รู้ใจตัวเองหรือไม่ยอมรับซะมากกว่าว่าตัวเองก็คิดกับน้องเกินเลยกว่านั้น

        “ช่างมันเถอะแก พอเรียนจบก็คงไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้วเพราะนายต้องไปเป็นทหารส่วนฉันก็คงยุ่งกับเรื่องหางานและก็คงต้องไปเช่าห้องอยู่ด้วยก็บ้านฉันมันชานเมืองเหลือเกิน”

        “แกมาอยู่กับฉันก็ได้”

        “อืม ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันขอบใจแกมากนะมด”

        “หวัดดีครับพี่มดซื้อมาฝากครับ อันนี้ของน้ำ” นายซื้อลูกชุบมาฝากสาวๆ ทั้งสองคน

        “ว๊าย พี่ไม่ยอมนะของยัยน้ำมีแต่สีชมพูได้ยังไงพี่ก็ชอบสีชมพูนะ”

        “อ้าว หรอครับ ขอโทษนะครับพี่มด นายคิดว่าพี่มดชอบสีเหลืองซะอีกไว้วันหลังนายจะแก้ตัวใหม่นะครับ”

        “แหม่ๆ จำได้แต่ของพี่น้ำคนสวยเนอะ”

        “กินๆ ไปเหอะสีไหนก็เหมือนกันแหละ”

        “ไม่กินหรอ” น้ำถามแล้วยื่นกล่องขนมให้

        “ไม่อ่ะ น้ำกินเลย” นายนั่งมองพี่สาวคนสวยกินขนมเขาอาจจะเป็นโรคจิตอย่างนึงก็ได้เขาเสพติดรอยยิ้มของน้ำเวลาเห็นเธอมีความสุขเขาจะดีใจมากไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

        “เหนื่อยไหม” น้ำเอ่ยถามคนที่นั่งจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบ บางทีเธออยากจะถามนายว่าคิดอะไรกับเธอรึเปล่าแต่คิดไปคิดมาคงไม่หรอกถ้าคิดอะไรจริงๆ ต้องจับมือถือแขนเธอบ้างสิไม่ใช่ให้เธอจับชายเสื้อเป็นลูกหมาแบบนั้น

        “ไม่เหนื่อยแต่ง่วงจัง”

        “แบบนั้นแหละที่เรียกว่าเหนื่อย ป่ะกลับบ้านกัน” น้ำเก็บหนังสือแล้วบอกลาเพื่อน

        โชคดีมากที่รถเมล์มีที่ว่างน้ำนั่งด้านในส่วนนายนั่งด้านนอกผ่านไปไม่ถึงห้านาทีนายก็หลับแล้ว เธออดทนนั่งนิ่งๆ อยู่หลายนาทีเพราะรำคาญศีรษะของนายที่โยกไปมาสุดท้ายเลยจับให้มาซบลงที่ไหล่ของเธอ นายยิ้มออกมาน้อยๆ เขาหลับสนิทและคิดว่ากำลังนอนหนุนหมอนนิ่มๆ อยู่


ตอนที่ 3

      “อ้าวนาย ทำไมไม่ไปทำงาน” น้ำตะโกนถามเธอเพิ่งตื่นนอนและออกไปยืนที่ระเบียงก็เห็นนายกำลังช่วยป้าน้อยจัดข้าวของในร้าน

        “เพื่อนขอแลกอ่ะหยุดวันนี้พรุ่งนี้ไปทำ” นายตะโกนกลับไป

        “เดี๋ยวนายจะไปเล่นเกมที่ร้านไอ้ต๊อดนะไม่ได้เล่นนานแหละ”

        “อืม” น้ำตอบแล้วเดินเข้าห้องไป เธออาบน้ำแต่งแล้วลงไปช่วยแม่ทำงานบ้านแล้วก็ทำมื้อเช้ากินด้วยกันแต่ในใจกลับไม่หยุดนึกถึงนายสักนาที

        “ไม่ชวนนายไปเที่ยวล่ะนานๆ จะได้ว่างตรงกัน” นวลเอ่ยถามลูกสาว

        “แม่รู้ได้ไงจ๊ะว่านายไม่ไปทำงานเขามาบอกแม่หรอ”

        “ตะโกนคุยกันดังขนาดนั้นคนอยู่หน้าปากซอยยังได้ยินเลยมั้ง”

        “แหะๆ” น้ำหัวเราะแห้งๆ

        “ไม่รู้เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเป็นเด็กๆ กันสักที”

        “หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะแม่หนูแก่กว่านายตั้งสี่ปี”

        “แก่อายุนะใช่แต่การกระทำไม่ใช่เลย รู้ตัวไหมว่าเราเหมือนน้องสาวนายมาตลอดมีอะไรก็อภัยให้กันนะมิตรภาพดีๆ ของหนูกับนายมันไม่ใช่สิ่งที่หาง่าย”

        “จ้ะแม่”

        “ไปเที่ยวเล่นบ้างอีกหน่อยทำงานจะยิ่งหาเวลาว่างไม่ได้จานชามเดี๋ยวแม่ล้างให้เอง” น้ำหอมแก้มแม่แล้ววิ่งไปหยิบกระเป๋าเป้ใบเล็กสะพายขึ้นหลัง

        “อ้าว น้ำแม่ให้มาตามหรอ” นายทักพี่สาวที่เดินเข้ามาในร้านเกม

        “เปล่า อยากมาเล่นเกมด้วย” น้ำบอกแล้วยื่นเงินจ่ายไปชั่วโมงนึงเพราะนายกำลังติดพันกับเกมเขาคงไม่อยากไปไหนแน่ๆ ถึงจริงๆ เธอจะเกลียดการมานั่งร้านแบบนี้เข้าไส้ก็ตามเพราะมันมีแต่เด็กผู้ชายคุยกันดังลั่นไปทั้งร้าน

        “ไอ้เหี้ยนี่ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย” ผู้ชายข้างๆ เธอด่าเกมในจอดังลั่น

        “ไอ้ห่ายังวิ่งตามกูมาอีกไอ้เชี่ยต๊อดหายหัวไปไหนมาช่วยกูหน่อย” น้ำเปิดเกมตกแต่งบ้านขึ้นมาแล้วก็จัดวางข้าวของไปเรื่อยๆ แต่หูก็ฟังการสนทนาของหนุ่มๆ ในร้านไปด้วย เท่าที่รู้คือเกมที่นายเล่นมันเป็นเกมออนไลน์ผู้เล่นแต่ละคนต่อสู้กันแบบสมจริงและสามารถพูดคุยกันได้ผ่านไมค์

        “เชี่ยนาย กูโดนยิงมึงไม่เห็นหรอ” คนชื่อต๊อดตะโกนกลับมา

        “เชี่ย ใครว่างมาช่วยกูทีกูโดนรุม” นายยังคงเอะอะโวยวายกับหน้าจอต่อไป น้ำนั่งแต่งบ้านไปเรื่อยๆ จนชั่วโมงนึงผ่านไปนายก็ยังคงเมามันกับเกมอยู่

        “น้องคะต่ออีกชั่วโมง” น้ำเตรียมจะหยิบเงินให้เด็กในร้าน

        “แป๊บนะน้ำจบตานี้ก่อนแล้วกลับบ้านกัน” นายหันมาบอกแต่เมื่อเห็นสีหน้าของน้ำเขาก็เปลี่ยนใจทันที

        “กลับแล้วนะไอ้ต๊อด” นายตะโกนบอกเพื่อน

        “อ้าว ไอ้เวรทิ้งกูเฉยมึงอยู่เล่นให้จบด่านนี้ก่อน”

        “ไม่มีอารมณ์แหละ”

        “เบื่อทำไมไม่บอกอ่ะ” นายหันมาถาม

        “เปล่า ไม่ได้เบื่อก็นั่งเล่นเกมอยู่” น้ำบอกแล้วโชว์ผลงานของตัวเองให้นายดู

        “เก่งจัง น้ำชอบชิงช้าแบบนี้หรอ” นายชื่นชมฝีมือการแต่งบ้านผ่านเกมของน้ำเขามองและพยายามจดจำรายละเอียดทุกอย่างไว้ให้ได้มากที่สุด

        “อืม ถ้าบ้านมีพื้นที่มีสวนก็อยากได้ชิงช้าแบบนี้”

        “วันนี้นายว่างใช่ไหม”

        “ว่างทั้งวันเลยทำไมหรอ”

        “อยากไปถีบเรือเป็ดไปเดินเล่นสวนหลวงไปด้วยกันได้ไหม”

        “อืมไปสิ ไปชุดนี้ได้ไหมอ่ะ” นายใส่เสื้อยืดกับกางเกงสามส่วนเขาไม่แน่ใจว่าน้ำจะรู้สึกยังไงถ้าต้องไปไหนกับเขาด้วยชุดแบบนี้เขาอยากให้น้ำภูมิใจเวลามีเขาอยู่ข้างๆ อีกไม่กี่เดือนเขาก็ต้องไปเกณฑ์ทหารในใจลึกๆ เขารู้ว่าจะต้องได้ใบแดงแน่ๆ และเขาไม่มีปัญหาอะไรเลยกลัวก็แค่อย่างเดียวคือจะไม่ได้เจอน้ำทุกวันและคำถามในใจก็ยังคงค้างคาต่อไป

        “อากาศดีจังเลย” ทั้งคู่มาถึงสวนหลวงเอาตอนบ่ายๆ น้ำปูผ้าที่เตรียมมาลงบนพื้นหญ้าเธอนอนมองท้องฟ้าใสแจ๋วและสูดหายใจเข้าไปเต็มปอด

        “น้ำ ถ้านายติดทหารจะคิดถึงนายไหม”

        “ไม่อ่ะ” น้ำแกล้งคนถามให้ใจเสียเล่นๆ

        “หรอ” นายหันไปมองท้องฟ้าเหมือนเดิม น้ำไม่ได้คิดอะไรกับเขาจริงๆ ด้วย เขาเองก็ไม่ได้แน่ใจนักกับความรู้สึกตัวเองเขาแยกไม่ออกว่ามันคือความรักหรือความผูกพันเขาอยากให้น้ำช่วยพูดให้ทุกอย่างมันกระจ่างเขาอยากมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

        “แล้วถ้าน้ำไม่อยู่ นายจะคิดถึงน้ำไหม”

        “คิดถึงสิ” นายตอบแบบไม่ต้องคิด

        “แล้วทำไมถึงคิดว่าน้ำจะไม่คิดถึงนายล่ะ”

        “ก็เพราะไม่รู้ไงนายถึงถาม”

        “คิดถึงทำไมจะไม่คิดถึงมีน้องกับเขาคนเดียว นายไม่อยู่ใครจะพาไปเที่ยวแล้วกลับค่ำๆ ได้โดยที่แม่ไม่บ่น”

        “อืม” นายตอบแล้วเงียบไป แค่นี้ก็ชัดเจนพอแล้วน้ำไม่เคยคิดอะไรเป็นอื่นกับเขานอกจากน้องชายจะว่าไปเขาก็คงหลอกตัวเองให้ความหวังตัวเองไปวันๆ น้ำมีผู้ชายมาชอบอยู่หลายคน คนพวกนั้นเหมาะสมกับน้ำทุกอย่างทั้งฐานะและการศึกษาน้ำคงจะอายถ้าต้องมีคนรักที่ไม่ได้เรียนจบสูงๆ หรือไม่มีงานการอันมั่นคงแบบเขา

        “ทำไมดูมั่นใจจังว่าจะได้ใบแดง”

        “ก็เขตนั้นเห็นว่าคนขาดตลอดนายไม่มีปัญหาหรอกได้เป็นก็ดีนายจะได้สอบเลื่อนยศไปเรื่อยๆ แม่ก็จะได้สบายด้วยเป็นราชการสวัสดิการก็ดีกว่าแม่จะได้ภูมิใจไม่ต้องอายใครถึงลูกชายไม่ได้ปริญญาแต่ก็ยังได้เป็นทหาร”

        “ทำไมคิดงั้นอ่ะ” น้ำหันไปมองหน้าคนที่นอนข้างๆ

        “นายไม่ได้เรียนมหาลัยดังๆ ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาแม่ก็คงเสียใจและบางคนก็คงจะอายด้วย”

        “ไม่ใช่แหละ ลุกขึ้นมาคุยกันดีๆ เลย” น้ำบอกแล้วนั่งขัดสมาธิแต่ผู้ชายตัวโตก็ยังคงนอนเฉยๆ แถมหลับตาทำเป็นไม่สนใจเธอซะอีก

        “ป้าน้อยเขาภูมิใจในตัวนายมากนะป้าน้อยบอกน้ำเกือบทุกวันแหละและถึงแม่เขาจะไม่พูดนายก็น่าจะรู้นี่ว่าแม่เขารักและภูมิใจในตัวนายมากแค่ไหนทำไมคิดแบบนั้น”

        “และไอ้ประโยคที่ว่าบางคนก็จะอายด้วยคืออะไรหมายถึงใครหมายถึงน้ำหรอ”

        “ถ้าไม่พูดด้วยจะกลับบ้านแล้วนะ”

        “ใช่ หมายถึงน้ำ” นายตอบแต่ยังคงหลับตาอยู่

        “น้ำทำอะไรให้นายเข้าใจแบบนั้นหรอ” น้ำถามแล้วร้องไห้ เธอไม่เคยคิดแบบนั้นเลยสักครั้งเธอภูมิใจและชื่นชมในตัวนายมาตลอดที่เขาเป็นคนดีและรักแม่มากกว่าอะไรในโลก

        “ขอโทษนะน้ำ นายคิดไปเองนายเข้าใจผิด”

        “น้ำคิดว่านายเก่งมาตลอดนะบางครั้งอิจฉาด้วยซ้ำที่นายทำอะไรได้เยอะแยะในขณะที่น้ำก็ได้แต่นั่งเรียนมาเป็นสิบๆ ปี เงินก็หาไม่ได้สักบาทโตป่านนี้แล้วยังแบมือขอแม่ใช้อยู่เลย”

        “ขอบคุณนะ อ่ะ เช็ดหน้าซะ ไปถีบเรือกันดีกว่า” นายหยิบทิชชู่จากกระเป๋าส่งให้น้ำ เขาลุกขึ้นยืนแล้วฉุดแขนน้ำความสัมพันธ์ของเขาที่มีให้น้ำมันเหมือนมีสัญญาณเตือนตลอดเวลาเขากลัวจะไปล้ำเส้นเธอมากเกินไปเขากลัวว่าถ้าเธอไม่พอใจเธอจะไม่พูดกับเขาอีกเลย

        ทุกครั้งที่ไปไหนด้วยกันเขาจะเดินข้างๆ น้ำแต่ก็ไม่ได้ใกล้จนเกินไปและแน่นอนเขาไม่เคยจับมือเธอถ้ามีเหตุจำเป็นจริงๆเช่นเมื่อกี้เขาก็จะจับแขนแทน เขากลัวความรู้สึกของการประสานมือเพราะการกระทำแบบนั้นมันมีไว้สำหรับคนรักกันเท่านั้น ถึงในใจของเขามันจะร่ำร้องอยากทำแบบนั้นจะขาดใจก็ตามแต่เขาก็ต้องห้ามตัวเองไว้เพราะถ้าต้องเสียน้ำไปด้วยการกระทำที่โง่เง่าเพียงครั้งเดียวมันก็ไม่คุ้มค่าเลย

        “น้ำรอก่อน” นายคุกเข่าลงแล้วผูกเชือกรองเท้าของน้ำให้เรียบร้อย

        “ขอบใจนะ” น้ำบอกขอบคุณผู้ชายที่ทำแบบนี้ให้เธอมานับครั้งไม่ถ้วน เวลาไปไหนด้วยกันแล้วเชือกรองเท้าหลุดนายจะผูกให้เธอเสมอเหตุผลของเขาคือไม่อยากให้เธอก้มๆ เงยๆ ในที่สาธารณะมันจะดูไม่งาม

        “ห้ามคิดแบบนั้นอีกนะ” น้ำบอกเมื่อนั่งอยู่บนเรือถีบและให้อาหารปลาไปด้วย

        “อืม นายดีใจนะที่น้ำภูมิใจในตัวนาย”

        “นายจะเป็นอะไรจะทำอาชีพอะไรน้ำก็ภูมิใจทั้งนั้นแหละขอให้นายเป็นคนดีก็พอ”


ตอนที่ 4

      สัปดาห์หน้านายก็ต้องไปเกณฑ์ทหารแล้วและในที่สุดนายก็รู้ใจตัวเองสักทีเขามั่นใจแล้วว่าเขารักน้ำ สิ่งที่ยืนยันชัดเจนคือยิ่งใกล้เวลาจับใบดำใบแดงเท่าไหร่หัวใจของเขามันก็เจียนจะขาดรอนๆ เขานึกไม่ออกเลยว่าการไม่ได้เจอน้ำทุกวันมันจะเป็นยังไงเขาต้องคิดถึงน้ำจนขาดใจแน่ๆ

        “เป็นไรอ่ะ” น้ำถามนายที่นั่งจ้องหน้าเธอมาสักพักแล้วเหมือนเขามีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูดสักที จริงๆ นายมีอาการประหลาดแบบนี้มาได้สามสี่วันแล้ว

        “เย็นนี้ไปเดินเล่นริมบึงกันไหม” นายตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะบอกความในใจกับน้ำ เขาไม่อยากไปทั้งที่ยังมีเรื่องค้างคาใจอยู่

        “ไปสิ” น้ำตอบตกลงแล้วยกจานไปที่อ่าง น่าเสียดายมากที่วันนัดสัมภาษณ์งานตรงกับวันที่นายไปเกณฑ์ทหารพอดี


        “อีกสองปีแน่ะกว่าจะได้กลับมา” ทั้งคู่นั่งอยู่ที่ริมบึงมองสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ตามแรงลม เธอกับเขามักจะมานั่งเล่นที่นี่บ่อยๆ และทุกครั้งที่มามักจะมีเรื่องสำคัญเสมอครั้งนี้นายคงจะบอกเรื่องที่เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารเธอรู้สึกว่ามีบางอย่างที่นายยังบอกไม่หมด

        “ทำไมดูมั่นใจจังว่าจะติดทหารแล้วก็พูดเว่อร์ไปฝึกแค่สองเดือนหลังจากนั้นก็ลากลับบ้านได้ไม่ใช่หรอ”

        “นั่นสินะแล้วน้ำจะมากับนายเหมือนเดิมไหม”

        “มาสิ ทำไมถามอะไรแปลกๆ”

        “มีอะไรอยากพูดอีกรึเปล่า” น้ำหันไปถามและสบตาเขา

        “น้ำคิดว่านายเป็นคนดีไหม”

        “คิดสิ นายเป็นคนดีแล้วก็ใจดีมาก”

        “ถ้านายเป็นคนดีจริงๆ น้ำให้โอกาสนายดูแลน้ำได้ไหม”

        “นายก็ดูแลน้ำมาตลอดอยู่แล้วนี่นา”

        “ไม่ใช่แบบที่ผ่านมา นายอยากดูแลน้ำในฐานะคนรัก”

        “เอ่อ…” นั่นคือคำเดียวที่น้ำนึกออก เธอไม่รู้จะตอบว่ายังไงจริงๆ

        “นายไม่อยากไปทั้งที่ยังมีเรื่องนี้ค้างอยู่ในใจ นายรู้ว่าน้ำไม่ได้รักนายหรอกแต่นายอยากขอโอกาสได้ไหมให้นายได้ดูแลน้ำได้พิสูจน์ตัวเองว่านายทำให้น้ำมีความสุขได้”

        “และช่วงที่เราห่างกันมันจะยืนยันได้ว่านายรักและมั่นคงกับน้ำจริงๆ นายสัญญาว่าจะไม่มีใคร”

        “นี่เรียกบอกรักป่ะ”

        “เอ่อ ก็คงใช่มั้ง นายคิดเรื่องนี้มาเป็นเดือนๆ แล้ว แต่ไม่รู้จะพูดยังไงถึงนายจะเป็นคนดีแบบที่น้ำคิดแต่ก็ยังด้อยกว่าผู้ชายคนอื่นๆ อีกเยอะ นายถึงต้องอ้อนวอนขอโอกาสให้นายได้พิสูจน์ตัวเอง”

        “นายไม่ได้ด้อยกว่าใครและนายก็ไม่ต้องขอโอกาสหรอก นายดูแลน้ำมาตลอดและก็ห่วงใยแม่นวลของน้ำด้วยแค่ช่วงที่ห่างกันอย่าไปมีใครก็พอ”

        “นี่เรียกตกลงใช่ป่ะ” นายถามและพยายามคิดทบทวนคำพูดของน้ำ

        “แล้วแต่จะเข้าใจ” น้ำตอบแล้วบิดกระโปรงเล่นเพราะไม่รู้จะเอามือไปไว้ที่ไหน

        “ตกลงนะน้ำเราลองคบกันนะให้นายดูแลน้ำนะ”

        “อืม”

        “ขอจับมือหน่อยได้ไหม”

        “โห ลามปามป่ะ”

        “รู้จักกันมาตั้งนาน นายเคยลามปามน้ำหรอ” นายถามด้วยความน้อยใจ

        “โห บอบบางขี้น้อยใจจังพ่อคุณ” น้ำฉวยมือของนายมาจับไว้ มันเป็นความรู้สึกที่น้ำเน่ามากเธอไม่มีวันพูดให้ใครฟังเด็ดขาดตอนที่สองมือประสานกันเธอสัมผัสได้ถึงความรักและความผูกพันของคนสองคนที่มีให้กัน นึกย้อนไปที่เธอไม่เคยตกลงคบกับใครจริงจังก็เพราะนายนั่นแหละ

        ในใจลึกๆ เธอรู้ดีว่าไม่มีใครมาแทนที่นายได้แต่เธอไม่เคยพูดเพราะว่าอายที่ตัวเองแก่กว่านายตั้งสี่ปีและเธอก็ไม่มั่นใจด้วยว่านายจะคิดกับเธอเกินเลยกว่าพี่สาว

        เธอยังจำได้ดีถึงวันแรกที่นายเดินเข้ามาคุยด้วยและยื่นถ้วยแกงให้และตั้งแต่วันนั้นเด็กชายตัวน้อยก็ข้ามฝั่งมาคุยกับเธอทุกวัน เธอค่อยๆ ปรับตัวได้ทีละนิดเพราะตอนที่ต้องย้ายโรงเรียนเธอจิตตกจนเรียกว่าแทบจะป่วยเป็นโรคประสาทเลยก็ว่าได้เพราะไม่ว่าใครจะมาพูดอะไรด้วยเธอจะกลัวไปก่อนแล้วว่าคนพวกนั้นจะนินทาว่าร้ายเธอแต่นายก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้นถึงนายจะเป็นผู้ชายแต่นายก็สุภาพและอ่อนโยน

        “ขอบใจนะ” นายกำลังมองมือที่ประสานกันไว้แล้วยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเพราะวันที่รอคอยมาเนิ่นนานในที่สุดมันก็เป็นจริงสักที

        “ไม่อายใช่ไหมที่น้ำแก่กว่า”

        “เราเลิกมองเรื่องอายุได้ไหมน้ำให้เป็นแค่น้ำกับนายไม่ต้องมีใครแก่กว่าอ่อนกว่าไม่ต้องมีใครเป็นผู้นำใครเป็นผู้ตาม”

        “ให้เป็นแค่เราสองคนที่อยู่เคียงข้างกันก็พอ”

        “อืม” พอยิ่งเขินน้ำก็ยิ่งบีบมือของนายให้แน่นขึ้น ไม่น่าเชื่อว่านายจะพูดจาหวานๆ แบบนี้เป็นกับเขาด้วย

        “นายมีความสุขที่สุดในโลกเลย”

        “แล้วจะบอกแม่ยังไงดี” น้ำถามขึ้นมาด้วยความกังวล

        “ป้านวลคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง” นายเองก็ชักจะหวั่นๆ ใจ จริงอยู่ที่ป้านวลเอ็นดูเขาแต่มาตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าป้านวลจะเปลี่ยนไปจะรู้สึกยังไงป้าจะพอใจไหมที่ลูกสาวเพียงคนเดียวมีแฟนแบบนี้

        “ป่ะ กลับบ้านกัน”

        “เพิ่งมาถึงเองนะ”

        “ไปบอกป้านวล” นายบอกด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

        “บะ บอกอะไร”

        “ก็บอกว่าเราสองคนคบกันไง”

        “เฮ้ย ไม่ต้องก็ได้มั้ง”

        “ไหนว่าไม่อายที่คบกับนายไง”

        “ก็ไม่ได้อายแต่กลัวแม่ไม่รู้แม่จะว่าไง”

        “กลัวยิ่งต้องไปพูด ทำหลบๆ ซ่อนๆ คนที่โดนด่าคือนายไม่ใช่น้ำ” นายลากให้น้ำเดินตามมาจนได้มันเป็นการไปหาป้านวลที่น่าหวาดหวั่นที่สุดเป็นครั้งแรกในชีวิตเลย

        “ไปหาแม่น้ำก่อนแล้วค่อยไปหาแม่นาย”

        “ป้านวลครับ” นายเรียกมารดาของแฟนที่นั่งดูทีวีอยู่

        “อ้าว ไหนว่าไปริมบึงทำไมกลับเร็วกันจัง”

        “คือ ผม ผมขอรบกวนเวลาป้านวลสักครู่ได้ไหมครับ”

        “ได้สิลูก เข้ามาๆ ไปเอาน้ำท่ามาให้นายเขาสิลูก” น้ำเดินเลี่ยงออกไปช้าๆ เพราะเธอแทบจะก้าวขาไม่ออกเมื่อกลับมานายก็ส่งสายตาบอกให้เธอไปนั่งข้างๆ

        “ผมกับน้ำตกลงคบกันครับผมขอโอกาสดูแลน้ำได้ไหมครับป้านวล”

        “แล้วเจ้าตัวเขาตอบว่ายังไงล่ะ” นวลถามเด็กหนุ่มแล้วอมยิ้ม

        “เขาตกลงครับ”

        “ก็ถ้าเขาตกลงแม่ก็ตกลง ลูกแม่รักใครแม่ก็รักด้วย”

        “ขอบคุณครับป้านวล”

        “ทีนี้ก็เรียกแม่ได้แล้วนะลุ้นมาตั้งนานว่าเมื่อไหร่จะเลิกปากหนักกันสักที” นวลเย้าเด็กทั้งสองคน เธอรู้ว่าลูกสาวก็มีใจให้นายแต่ก็อายเกินกว่าจะพูดไปส่วนนายก็คงเกรงใจเพราะน้ำอายุมากกว่าและแม่ลูกสาวตัวดีของเธอก็เอาแต่พูดเรื่องอายุเรื่องพี่สาวแทบจะทุกวัน

        “ผมไปหาแม่ก่อนนะครับแล้วจะพาน้ำมาส่ง”

        “จ้ะ ไปกันดีๆ นะ ไกลมากเลย” นวลยังไม่วายจะแหย่ให้เด็กๆ เขินหนักกว่าเดิม

        “แม่ครับนายมีอะไรจะบอก” เด็กหนุ่มร่างโตเรียกหาแม่ตั้งแต่ยังเดินไม่ถึงประตูบ้าน

        “เอะอะโวยวายทำไมกันเล่า” น้อยหันมาเอ็ดลูกชาย

        “ตั้งแต่นี้ไปผมจะเป็นคนดูแลน้ำครับแม่ นายไปบอกป้านวลแล้วป้านวลไม่ว่าอะไร”

        “ดีเลยหนูน้ำทีนี้ถ้ามันดื้อก็หวดมันให้แม่ทีแม่แก่แล้วไม่มีแรง” น้อยหันไปบอกเด็กสาว

        “ถ้าตายด้วยมือของน้ำผมก็ยินดีครับแม่”

        “โหย เลี่ยนทำไมต้องเลี่ยนขนาดนี้” น้ำทำหน้าเบ้เพื่อกลบเกลื่อนความเขิน

        “เลี่ยนเพราะรักไง”   

        “พอเลย ทะลึ่งใหญ่แล้วเจ้านาย ไปส่งหนูน้ำแล้วมาช่วยแม่เก็บร้าน” น้อยปรามเจ้าลูกชายให้เลิกเกเรเพราะหนูน้ำเขินจนหน้าแดงบิดเสื้อตัวเองจนจะขาดอยู่แล้ว นายเดินไปส่งน้ำที่หน้าบ้านแล้วกลับมาช่วยแม่เก็บร้านเด็กหนุ่มทำงานไปผิวปากไปอย่างสบายอารมณ์พอทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็อาบน้ำแล้วโทรไปหาคนรัก


        นาย: ทำไรอยู่

        น้ำ: นอนเล่น

        นาย: ทำไมไม่นอนจริงๆ ล่ะ

        น้ำ: กวนแหละ

        นาย: พรุ่งนี้นัดเพื่อนไว้กี่โมง

        น้ำ: แปดโมง

        นาย: งั้นหกโมงครึ่งนายโทรมาปลุกนะ

        น้ำ: อืม

        นาย: น้ำ

        น้ำ: มีไร

        นาย: คิดถึงจัง

        น้ำ: เว่อร์ เพิ่งแยกกันไม่ถึงชั่วโมง

        นาย: ก็คิดถึง น้ำไม่คิดถึงนายหรอ

        น้ำ: หึ

        นาย: น้ำใจร้าย

        น้ำ: โอ๊ย งอแงเป็นเด็กอะไรเนี่ย

        นาย: ก็งอแงกับน้ำคนเดียว

        น้ำ: ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ไหม

        นาย: คิดถึงไหม คิดถึงรึเปล่า บอกคิดถึงหน่อย

        น้ำ:  คิดถึงหน่อย

        นาย: น้ำใจร้าย ฮือๆ

        น้ำ: ที่ผ่านมานี่แอ๊บแมนใช่ป่ะ

        นาย: ไม่ได้แอ๊บนี่ก็แค่อีกมุมนึงที่อยากให้คนรักเห็น

        น้ำ: เก็บซะมิดเลยนะ

        นาย: แล้วตกลงว่าคิดถึงไหม

        น้ำ: ตกลงจะให้คิดถึงไหมหรือให้คิดถึงหน่อย

        นาย: ก็ได้ ไม่คิดถึงก็ไม่คิดถึง ฝันดีนะ

        น้ำ: โอ๋ๆ คิดถึงจ้าคิดถึงนายนะ

        นาย: น่ารักที่สุดเลย รีบนอนนะพรุ่งนี้นายโทรไปปลุก

        น้ำ: โอเค

        นาย: น้ำ

        น้ำ: ว่า

        นาย: นายรักน้ำนะ น้ำไม่ต้องบอกก็ได้รอให้น้ำมั่นใจก่อนแต่นายมั่นใจแล้ว

        น้ำ: น้ำก็รักนาย

        เมื่อพูดจบน้ำก็ตัดสายทิ้งทันทีทั้งสองคนได้แต่นอนยิ้มกับเพดานแต่บนนั้นกลับไม่ใช่เพดานมันคือหน้าของคนอีกคนที่นอนอยู่ในบ้านฝั่งตรงข้าม


ตอนที่ 5

      พลทหารเข้ากรมไปได้หนึ่งเดือนแล้วชีวิตของทหารใหม่เหนื่อยสมกับที่เขาร่ำลือกันจริงๆ ทุกวันนายต้องตื่นตอนตีสี่เพื่อมาออกกำลังกายและฝึกวิชาชายชาติทหารระหว่างวันมันเหนื่อยแต่มันก็ไม่ทรมานเท่าตอนกลางคืนเพราะตอนนั้นคือเวลาที่เขาจะคิดถึงน้ำและแม่ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยห่างแม่มาก่อนและสิบกว่าปีหลังเขาก็เจอน้ำทุกวันมันเป็นความปวดร้าวที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้จริงๆ ว่าเขาคิดถึงและอยากเจอน้ำกับแม่มากขนาดไหน การที่ทำได้แต่เฝ้าคิดถึงเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้เจอไม่ได้คุยไม่ได้อยู่ใกล้ๆ มันกำลังจะทำให้เขาตายทั้งเป็น

        “คิดถึงเมียหรอมึง” ไอ้สันบัดดี้ที่จะเกาะติดกับเขาตลอดสองปีถามขึ้นมาเบาๆ เพราะถ้าพี่หมู่ได้ยินเสียงคนคุยกันได้ลุกไปวิดพื้นกันทั้งโรงนอนแน่ๆ

        “กูบอกว่าแฟนไม่ใช่เมีย” นายกระซิบกลับไป

        “เออ อดทนหน่อยอีกไม่ถึงเดือนญาติก็มาเยี่ยมได้แล้ว”

        “นอนเหอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรง” นับว่าเป็นโชคดีของคมสันที่ไม่มีคนรักให้ต้องคิด

        “เออ” นายบอกแต่อีกพักใหญ่ๆ เขาถึงจะข่มตาหลับได้ในที่สุด ในหัวของเขามีแต่ภาพใบหน้าของน้ำ หูก็ได้ยินเสียงแว่วๆ ของน้ำ มือที่วางพักอยู่บนหน้าท้องก็หวนไปถึงสัมผัสมือเล็กๆ นิ่มๆ ของน้ำที่เขาได้จับแค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนที่อยู่ริมบึง เมื่อไหร่จะถึงเดือนหน้ากว่าจะถึงตอนนั้นเขาจะตายด้วยความคิดถึงก่อนไหม

        “ฝันดีนะนาย” น้ำยืนอยู่ที่ระเบียงเธอมองไปที่ห้องของนายแล้วกระซิบเบาๆ ไปกับสายลม เธอไม่รู้เลยว่านายเป็นยังไงบ้างเขาจะเหนื่อยไหมจะลำบากแค่ไหนจะตื่นจะนอนกี่โมง วันๆ จะทำอะไรบ้างและที่สำคัญเธอไม่รู้ว่านายจะคิดถึงเธอบ้างไหม ทุกคืนเธอนอนร้องไห้เพราะคิดถึงเขาเธอไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองรักและติดนายมากขนาดไหนจนวันที่เขาไปนั่นแหละ

        ชีวิตที่ไม่มีนายอยู่ข้างๆ มันเคว้งคว้างจนเธอหวั่นใจ เธอรู้แล้วว่าเธอแก่แค่อายุเท่านั้นจริงๆ นายต่างหากที่เป็นผู้นำและดูแลเธอมาตลอดและวันนี้วันที่เขาไม่อยู่มันทำให้เธอกลัวเหลือเกิน เธอกลัวเขาไม่กลับมาเธอกลัวเขามีคนอื่นและที่สุดของความกลัวก็คือเธอกลัวเขาตาย

        “คิดถึงน้ำบ้างไหม” น้ำกลับมานอนบนเตียงแล้วกระซิบถามสายลมอีกครั้ง ป่านนี้นายคงจะนอนแล้วเพราะเธอไปหาอ่านข้อมูลจากที่ต่างๆ เขาว่ากันว่าทหารเกณฑ์จะต้องนอนสองทุ่มและตื่นตีสี่ เธอได้แต่นับวันรอให้ครบสองเดือนเร็วๆ จะได้ไปหานายซื้อขนมซื้อของใช้ไปฝากเขาแต่อีกใจนึงเธอก็แอบคิดว่าเขาคงไม่อยากเจอเธออีกแล้วก็ได้เพราะสองเดือนที่อยู่ไกลกันนายอาจจะคิดได้ในที่สุดว่าไม่มีเธอเขาก็มีชีวิตได้แถมไม่เหนื่อยต้องมาคอยดูแลเอาใจเธอให้ยุ่งยากด้วย

        ผ่านมาสองเดือนสามวันแล้วที่นายไปเป็นทหารและเธอก็เริ่มทำงานพร้อมๆ กับตอนที่นายเข้ากรม เมื่อครบกำหนดสองเดือนน้ำก็พกมือถือติดตัวไว้ตลอดเวลาเธอปิดเสียงและตั้งสั่นไว้ระดับสูงสุดเพื่อรอรับสายจากเขา ผ่านมาสามวันแล้วก็ยังไม่เห็นมีใครโทรมาหรือนายจะไม่รักเธอแล้วจริงๆ

        “ใจเย็นๆ เดี๋ยวเขาก็โทรมาของแฟนพี่รออยู่เกือบสิบวัน” พี่นกปลอบใจเธอ ทุกคนรู้ว่าแฟนของเธอไปเป็นทหารและต่างก็เห็นใจเธอ

        “ค่ะพี่” น้ำพยายามตั้งใจทำงานเธอต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกมาก่อน

        “เป็นอะไรน้ำ” พี่นกถามเมื่อเห็นเธอสะดุ้งเฮือกขึ้นมา

        “นายค่ะ นายโทรมาหนูตั้งสั่นไว้เลยตกใจ” น้ำหยิบมือถือขึ้นมาดูเธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเธอคิดว่าเธอฝันไป

        “ไปสิไปคุยกันในห้องประชุมก็ได้ไม่มีคนอยู่”

        “ค่ะพี่”


        นาย: น้ำ

        น้ำ: ฮือๆๆๆ (เธอดีใจมากที่การรอคอยมันสิ้นสุดลงสักที นายไม่ลืมเธอนายโทรมาหาเธอจริงๆ ด้วย)

        นาย: เป็นอะไรน้ำ

        น้ำ: น้ำ น้ำคิดว่านายจะไม่โทรมาจะ จะ ไม่คิดถึง

        นาย: คิดถึงสิ คิดถึงที่สุดเลย นายคิดถึงน้ำทุกคืนเลยนะแต่ตอนกลางวันมันไม่มีเวลาว่างให้คิดเท่าไหร่โดนพี่หมู่ฝึกหนักทุกวันแต่หลังจากนี้ก็จะเบาลงแล้ว

        น้ำ: ฮือๆๆๆ

        นาย: ไม่ร้องนะ

        น้ำ: น้ำกลัวนายจะลืมน้ำ กลัว ฮือๆๆ

        นาย: ไม่ลืม รักขนาดนี้ใครจะลืมได้ลงไม่ร้องแล้วนะเงียบก่อน เช็ดน้ำตาก่อน

        น้ำ: เหนื่อยไหม (น้ำสงบสติอารมณ์ได้ในที่สุด)

        นาย: ได้ยินเสียงน้ำก็หายเหนื่อยแล้ว นายรักน้ำนะรักที่สุดเลย

        น้ำ: รักเหมือนกัน

        นาย: สัปดาห์หน้าเขาให้ญาติมาเยี่ยมได้ถ้าน้ำว่างก็มานะแต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร

        น้ำ: อยากให้น้ำไปรึเปล่า

        นาย: อยากสิทำไมจะไม่อยากแต่มันไกล นายเป็นห่วงที่น้ำต้องเดินทางคนเดียว

        น้ำ: ก็ให้ป้าน้อยไปด้วยสิ

        นาย: นายโทรหาแม่แล้วบอกว่าไม่ต้องมานั่งรถนั่งรานานๆ มันไม่ดี รอให้นายได้วันหยุดนายจะลงไปหาแม่เอง

        น้ำ: แต่น้ำ น้ำคิดถึง

        นาย: นายก็คิดถึงน้ำคิดถึงมาก นายอยากให้น้ำมาหานะอยากให้มาที่สุดเลยแต่นายก็ไม่อยากเห็นแก่ตัวเพราะน้ำเป็นคนลำบากไม่ใช่นาย

        น้ำ: น้ำจะไปหาน้ำคิดถึง น้ำทนไม่ไหวแล้ว

        นาย: นายจะรอนะ รักน้ำนะนายต้องวางแล้ว

        น้ำ: น้ำก็รักนายแล้วเจอกันอาทิตย์หน้า

        พอวางสายน้ำก็ร้องไห้อีกโฮใหญ่แต่คราวนี้คือน้ำตาของความโล่งใจและความดีใจ นายคิดถึงเธอนายยังรักเธอเหมือนเดิมนายยังไม่เปลี่ยนไป


        ทางกรมเปิดให้เยี่ยมญาติวันอาทิตย์ตอนสายๆ น้ำออกเดินทางวันเสาร์แล้วหาโรงแรมใกล้ๆ นอนหนึ่งคืน เธอซื้อขนมและผลไม้มาฝากนายเยอะมากคืนนั้นเธอหลับไม่ค่อยสนิทนักเพราะต้องนอนแปลกที่แต่เมื่อคิดว่าพอรุ่งเช้าจะได้เจอหน้านายเธอก็ข่มตาหลับได้ในที่สุด

        น้ำมาถึงกรมก่อนเวลานัดหนึ่งชั่วโมงเพราะเธอไม่อยากพลาดการเข้าเยี่ยมนั่งรออยู่ด้านนอกสักพักก็ได้เข้าไปข้างในเธอมองหานายอยู่พักใหญ่ๆ ก็เจอและมันทำให้เธอแทบจะล้มกองไปกับพื้นมือไม้ที่ถือข้าวของอ่อนแรงขึ้นมาทันที

        “ดารินผมรอแฟนอยู่คุณอย่ามายุ่งกับผมได้ไหม” ดารินคือลูกของนายทหารใหญ่ เธออายุเพิ่งจะเต็มสิบเจ็ดแต่ส่วนสัดนำเข้ามหาลัยไปเรียบร้อยแม่สาวหน้านวลชอบมายุ่งเอาขนมเอาน้ำมาให้แทบจะทุกวันทั้งที่เขาบอกชัดเจนว่ามีคนรักอยู่แล้ว

        “เขาไม่มาแล้วแหละ พี่นายกินสิคะขนมเจ้านี้ส่งมาจากกรุงเทพเลยนะคะพ่อให้คนส่งขึ้นเครื่องมาให้” ดารินหมายตาพี่พลทหารสุดหล่อคนนี้ไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้า เธอไม่สนหรอกว่าเขาจะมีแฟนแล้วในเมื่อตัวเขาอยู่ตรงนี้ยังไงเธอก็มีสิทธิ์มากกว่ารักกันแค่ไหนยังไงก็ต้องแพ้ให้ดาริน…ไม่เชื่อก็คอยดู

        “มันยังไม่ถึงเวลานัด เลิกทำแบบนี้ได้ไหมคนอื่นเขามองมันน่าเกลียด” นายพยายามปัดป้องและหันหน้าหนีแต่ดารินก็ไม่ละความพยายาม เขาก็ไม่กล้าจะใช้ถ้อยคำรุนแรงเพราะกลัวชะตาตัวเองจะขาดถ้าไปขัดใจลูกหัวหน้าเข้า

        น้ำมองหาคนรักแค่ไม่นานเธอก็เห็นว่าเขานั่งอยู่กับผู้หญิงคนนึงและเธอคนนั้นกำลังป้อนขนมให้นายด้วย ขนาดเห็นไกลๆ ยังรู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นสวยมาก

        “น้ำ น้ำ” นายรีบวิ่งไปหาน้ำทันที น้ำเพิ่งเดินพ้นประตูเข้ามาแล้วเธอก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นแต่พอเขาเรียกน้ำก็วางข้าวของทุกอย่างแล้วเดินออกไปเลย

        “น้ำ ฟังนายก่อน” นายวิ่งมาทันและฉุดมือของน้ำไว้

        “เนี่ยหรอที่คิดถึงน้ำทุกวันเนี่ยหรอที่รักน้ำที่สุดมาอยู่แค่สองเดือนก็มีคนอื่นไปถึงไหนกันแล้วล่ะ” น้ำพูดด้วยเสียงต่ำๆ เธอไม่อยากเอะอะโวยวายให้ตัวเองเป็นขี้ปากใคร

        “ไม่ใช่นะน้ำ เขาเป็นลูกหัวหน้า นายไม่ได้คิดอะไรกับเขา”

        “แล้วไอ้ที่นั่งป้อนนั่งชิดจนแทบจะขี่กันนั่นมันอะไร ขอโอกาสเพื่อมาทำให้น้ำเสียใจแบบนี้หรอ”

        “นายทำอะไรไม่ได้จริงๆ น้ำ นายขอโทษแต่นายรักน้ำ นายรักน้ำคนเดียว”

        “ขอบคุณนะซื้อของมาให้นายเยอะแยะเลย” นายพยายามชวนเปลี่ยนเรื่อง

        “มันจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย” น้ำเสียใจมากที่ต้องมาเจอภาพบาดตาแบบนี้ นายต้องอยู่ที่นี่อีกเกือบสองปีมันเป็นไปไม่ได้เลยที่สองคนนี้จะไม่สานสัมพันธ์กัน

        “น้ำไม่มาก็ไม่เป็นไร นายจะไปหาน้ำเองตอนที่ได้วันหยุดไปนั่งก่อนนะนายมีเรื่องจะเล่าให้น้ำฟังเยอะแยะเลย” นายดึงมือให้น้ำเดินกลับเข้ามาแต่น้ำก็ไม่ยอม เธอยืนจ้องหน้าเขาเงียบๆ พร้อมน้ำตาหยดเล็กๆ ที่เริ่มไหลออกมา เขาไม่เคยเห็นน้ำเสียใจและโกรธแค้นแบบนี้มาก่อนเลย

        “นายขอโทษ มันไม่มีอะไรจริงๆ น้ำ ยกโทษให้นายเถอะนะ”

        “เชิญไปป้อนกันให้พอใจเถอะ น้ำอดหลับอดนอนวิ่งไปซื้อขนมจากทุกร้านที่นายชอบหอบมันมาคนเดียวทั้งหนักทั้งเหนื่อยแถมต้องมานอนที่แปลกๆ ทั้งที่นายก็รู้ว่าน้ำกลัวผีขนาดไหนแต่น้ำก็ยอมแล้วนี่คือสิ่งที่น้ำได้รับต้องมาเห็นแฟนตัวเองแทบจะนั่งเกยกับผู้หญิงอีกคน” เมื่อพูดจบน้ำก็สะบัดมือแล้ววิ่งออกไปทันที

        “น้ำ น้ำ” นายตะโกนเรียกและพยายามวิ่งตามแต่น้ำก็ไม่มองกลับมาและเขาก็ตามเธอไปไม่ได้แล้วเพราะถ้าวิ่งออกไปมันจะแปลว่าเขาออกนอกพื้นที่กลายเป็นหนีราชการทันที

        เวลาที่เหลือทั้งหมดสำหรับการเยี่ยมญาตินายกระหน่ำโทรหาน้ำแต่เธอก็ไม่รับสายคืนนั้นเขาแทบจะขาดใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นต้องรออีกเดือนนึงเลยเขาถึงจะได้วันลา

        น้ำกลับบ้านด้วยหัวใจแหลกสลายผู้ชายก็เหมือนกันทั้งโลกโกหก โลเล ไว้ใจไม่ได้อยู่ใกล้ใครก็รักคนนั้นเธอเองก็คงไม่ได้มีความหมายอะไรที่มาบอกรักมันก็แค่ความใกล้ชิดก็เท่านั้นเอง พอห่างกันไปใกล้คนอื่นก็รักคนใหม่ ง่ายๆ แบบนั้น

        “โดนเด็กหลอกเป็นยังไงล่ะน้ำเอ๊ย” เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำแยกแยะอะไรไม่ได้มีปากก็พูดพล่อยๆ ไปเรื่อย

        “รักน้ำนะ คิดถึงน้ำนะ” ยิ่งคิดถึงถ้อยคำที่เคยได้ฟังก็ยิ่งแค้น ไอ้เด็กเวรไอ้เด็กปากเปราะเสียแรงที่ไว้ใจเสียแรงที่ฉันรักแกจริงๆ


ตอนที่ 6

      “หนูน้ำไอ้นายเป็นไงมั่ง” พอออกจากกรมน้ำก็บึ่งไปที่สนามบินทันทีและโชคดีมากที่มีตั๋ว เธอกลับมาถึงบ้านเอาตอนเย็นๆ และป้าน้อยก็กำลังถามถึงลูกชายของเธอ

        “เขาสบายดีจ้ะ” น้ำตอบแต่ในใจยังคงโมโหไม่หายกับสิ่งที่เห็นตำตาเธอน่าจะเดินกลับไปตบอีนังคนนั้นสักฉาดสองฉาดให้หายแค้นแล้วเตะผ่าหมากไอ้เด็กบ้านั่นอีกสักที

        นายเองก็ไม่มีสติเขามัวแต่กระหน่ำโทรหาน้ำจนลืมไปว่ายังมีแม่อีกคนให้โทรหาอย่างน้อยเล่าความจริงให้แม่ฟังให้แม่ช่วยอธิบายอาจจะช่วยอะไรได้บ้างกว่าจะนึกได้ก็ตกค่ำแล้ว

        “ทำไมสีหน้าไม่ดีเลยลูก” น้อยถามเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง

        “เพลียๆ ค่ะ เหนื่อยเดินทาง”

        “อ้อๆ งั้นก็ไปพักผ่อนเถอะลูก” น้อยไม่อยากซักไซ้ให้มากความแต่เธอรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

        “เป็นไงบ้างลูก นายสบายดีไหม” นวลถามลูกสาวที่เดินลากขาเข้ามา

        “เขาสบายดีค่ะ หนูเหนื่อยจังเลยแม่ขอไปนอนเลยนะคะหนูกินข้าวมาแล้ว” นวลพยักหน้ารับรู้และก็เช่นกันที่เธอสังเกตได้ว่าลูกสาวมีอะไรปิดบังอยู่

        สองคุณแม่ได้แต่นั่งครุ่นคิดอยู่ในบ้านของตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเด็กสองคนแต่นวลและน้อยก็ได้แต่คิดว่ามันคงเป็นเรื่องเล็กๆ งอแงกันตามประสาหนุ่มสาวและคงจะคลี่คลายได้ในที่สุด

        แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่

        ระหว่างทางกลับบ้านน้ำคิดแผนทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอเกิดมายี่สิบสี่ปีไม่เคยตกปากรับคำคบกับใครจริงจังแล้วก็มาโดนไอ้เด็กรุ่นน้องหลอกซะเต็มเปา เธอเสียหน้าพอๆ กับที่เสียใจ เธอคิดว่านายเป็นคนดีมาตลอดเธอคิดว่าเขาอ่อนโยนและรักเธอเพียงคนเดียวแต่สิ่งที่เห็นคาตามันก็บอกอะไรได้หลายอย่าง เขาก็คงไปอ่อนโยนกับคนอื่นไปดีกับคนอื่นเหมือนที่ดีกับเธอนั่นแหละ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นยิ่งโมโหให้กับความโง่เง่าไร้เดียงสาของตัวเองที่หลงเชื่อคารมผู้ชายแถมยังเป็นผู้ชายที่เด็กกว่า

          “พี่นกคะ น้ำขอถามเรื่องย้ายสาขาที่คุยกันวันก่อนได้ไหมคะ” สัปดาห์ก่อนเจ้านายเกริ่นๆ ว่าจะให้พนักงานไปประจำที่สาขาปารีสสองปี พี่คนที่ได้รับมอบหมายยินดีเป็นอย่างยิ่งแต่ทุกอย่างก็ต้องชะงักไปเพราะพี่เขาตั้งท้องแผนการส่งพนักงานไปเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ จึงยังค้างคาอยู่

        “อืม ได้สิทำไมหรอน้ำ”

        “จำเป็นไหมคะว่าคนที่ไปทำงานต่างสาขาต้องเป็นพนักงานเก่า”

        “ไม่นะ บอสเขาก็เคยส่งเด็กฝึกงานไปปารีสแต่ไปแค่สามเดือนเพราะว่าเขายังไม่ใช่พนักงานประจำไง จริงๆ พี่ก็อยากเสนอน้ำนะแต่มันตั้งสองปีน้ำคงไม่อยากไปหรอกใช่ไหมคงอยากอยู่ใกล้ๆ แฟนมากกว่า”

        “น้ำอยากไปค่ะ”

        “อ้าว แล้วแฟนล่ะ”

        “โทรหากันก็ได้ค่ะ อีกอย่างไปสองปีก็ไล่ๆ กับตอนที่เขาออกมาพอดี น้ำอยากไปหาประสบการณ์ค่ะน้ำอยากเก่งเหมือนพี่ๆ ทุกคน”

        “ก็ได้ พี่จะบอกบอสให้เองแต่ถ้าได้ไปคือเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะเพราะเราต้องทำเอกสารการเดินทางแล้ว”

        “ค่ะพี่นก”

        ตกบ่ายเธอก็กลายเป็นพนักงานทรานซิสเรียบร้อย พรุ่งนี้เธอต้องเตรียมเอกสารชุดใหญ่สำหรับทำหนังสือเดินทางและสิ่งที่ใหญ่กว่ากองเอกสารคือการบอกแม่

        “อะไรนะ ไปปารีสสองปี” นั่นไงคิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าแม่ต้องโวยวาย น้ำบอกแม่หลังทานข้าวเสร็จ

        “แล้วนายล่ะ”

        “หนูบอกเขาเมื่อวานแล้วค่ะกลับมาก็เลยเนือยๆ แบบที่แม่เห็น” น้ำสร้างเรื่องเท็จขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนสงสาร

        “ยังไงหนูกับนายก็ไม่ได้เจอกันอยู่แล้วเราโทรหากันได้ค่ะแม่ หนูอยากไปหาประสบการณ์แม่ให้หนูไปเถอะนะบริษัทส่งไปหนูไม่ต้องออกค่าอะไรเองเลย”

        “แล้วจะไปอยู่ยังไงลูกเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว”

        “ผู้หญิงในโลกนี้อยู่คนเดียวเยอะแยะไปค่ะ แม่ให้หนูไปเถอะนะคะหนูขอร้องมันคืองานที่หนูรักมันจะต่อยอดให้อาชีพหนูได้อีกมากมายเลยค่ะ”

        “แล้วไปเมื่อไหร่ล่ะลูก” นวลเห็นถึงแววตาแห่งความมุ่งมั่นของลูกเธอก็เข้าใจและโอกาสก็ใช่ว่าจะวิ่งเข้าหาทุกวัน ถึงจะห่วงลูกแค่ไหนเธอก็ต้องทำใจให้ได้

        “เอกสารเสร็จก็ไปเลยค่ะ”

        “แม่ตามใจหนูลูก” นวลบอกลูกสาวแล้วสองแม่ลูกก็กอดกัน

        น้ำภาวนาว่าขอให้เอกสารอย่าใช้เวลาเกินหนึ่งเดือนเลยเพราะไม่อย่างนั้นนายก็จะได้วันลากลับบ้านแล้วมาเจอเธอซะก่อนและความลับมันต้องแตกแน่ๆ เธอจะหายไปจากชีวิตเขาในเมื่อเขาเลือกที่จะทำร้ายจิตใจเธอก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีกต่างคนต่างอยู่ชาตินี้ไม่ต้องเจอกันอีกเลยจะดีมาก

        “รอให้หนูไปก่อนก็ได้นี่แล้วแม่ค่อยย้าย” นวลต่อรองกับลูกสาวเธอเองก็อยากกลับไปอยู่บ้านที่พิจิตรเหมือนกันเพราะญาติพี่น้องก็อยู่ที่นั่นหมด

        “หนูอยากไปส่งแม่ด้วยตัวเอง”

        “แล้วไม่คิดว่าแม่ก็อยากไปส่งหนูบ้างหรอ”

        “วันที่บินหนูจะโทรมาหา ให้หนูไปด้วยความสบายใจนะหนูไม่อยากให้แม่ขนของคนเดียว”

        เอกสารการเดินทางของเธอใช้เวลาเตรียมยี่สิบวันที่มันรวดเร็วขนาดนี้เพราะบอสของเธอมีเส้นสายที่ดีอีกสามวันเธอก็จะบินลัดฟ้าไปปารีสแล้ว

        “แม่ไปเองก็ได้นะหนูจะได้เตรียมตัว”

        “ไม่เป็นไรจ้ะหนูไหว” น้ำไปส่งแม่ที่บ้านที่เธอเลือกจะไปเองเพราะอยากทดสอบจิตใจของตัวเองว่ามันเข้มแข็งจริงรึเปล่า ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วที่เธอย้ายออกจากตำบลนั้นเพราะทนความกดดันคำนินทาของชาวบ้านไม่ได้

        “นี่น้ำใช่ไหมเนี่ย” เดินเข้าหมู่บ้านมาเธอก็ได้รับการทักทายพร้อมสายตาดูหมิ่นทันที

        “ใช่จ้ะหนูจะกลับมาบอกทุกคนว่าตอนนั้นที่หนูหยุดเรียนเพราะโดนรถชนไม่ได้ท้องไม่ได้มั่ว” น้ำพูดดังๆ ชัดๆ ให้ทั้งหัวหงอกหัวดำได้ยิน

        “สมัยนี้แล้วคงไม่มีใครเชื่อข่าวลือกลวงๆ หรอกเนอะ” เธอหันไปส่งยิ้มหวานให้ทุกคนแล้วจูงมือพาแม่กลับไปบ้านหลังเก่า คนเช่าดูแลบ้านให้เป็นอย่างดีแม่ของเธอจึงเข้าอยู่ได้เลย

        “แล้วพี่เขาย้ายไปไหนคะ” น้ำถามถึงคนเช่ารายล่าสุดที่ย้ายออกไป

        “เห็นว่าได้งานอีกจังหวัด”

        “อีกสองปีเลยหรอเนี่ยแม่ถึงจะได้เจอหนู” เมื่อถึงเวลาต้องล่ำลากันจริงๆ มันก็อดใจหายไม่ได้ ลูกยังไงก็ยังเป็นเด็กน้อยในสายตาเธอเสมอ

        “หนูจะโทรมาหาบ่อยๆ จ้ะ แม่ไม่ต้องกลัว หนูรู้ว่าแม่เหงากลับมาอยู่นี่แม่มีความสุขมากกว่าขอบคุณนะคะที่แม่เสียสละเพื่อหนูมาตั้งหลายปี”

        “แม่รักหนูนะน้ำ ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก”

        “หนูก็รักแม่ค่ะ” สองแม่ลูกกอดกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วน้ำก็กลับมาบ้านที่กรุงเทพเพราะเธอต้องจัดกระเป๋าสำหรับการเดินทางครั้งใหญ่

       

        “แล้วเจ้านายมันไม่ว่าอะไรจริงๆ หรอลูก” น้อยถามย้ำเด็กสาวเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างที่เธอยืนรอแท็กซี่เพื่อไปสนามบิน

        “ไม่ว่าจ้ะ เขารู้ว่ามันคือความฝันของหนู” น้ำตอบและเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อลูกชายของป้าน้อย เธอโกรธและแค้นฝังใจมากกับสิ่งที่เด็กคนนั้นทำและเธอจะไม่มีวันอภัยให้เขาเป็นอันขาด

        “โชคดีนะลูกดูแลตัวเองดีๆ แล้วรีบกลับมานะ” น้อยกอดลาเด็กสาวและเธอก็ยิ่งมั่นใจว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่หนูน้ำปิดบังเอาไว้

        “ขอบคุณค่ะป้าน้อย” น้ำยกมือไหว้อดีตแม่แฟนเป็นครั้งสุดท้าย


ตอนที่ 7

      “เป็นยังไงบ้างลูก เหนื่อยไหม” น้อยดึงลูกชายเข้ามากอดด้วยความคิดถึงไม่ได้เจอกันเกือบสามเดือนลูกของเธอเปลี่ยนไปเยอะทีเดียว ท่าทางการเดินสง่างามถอดแบบทหารมาเป๊ะมือไม้ก็หยาบกร้านขึ้นกว่าแต่ก่อนส่วนผิวพรรณและหน้าตาไม่ต้องพูดถึงเพราะทั้งดำทั้งเกรียม

        “สบายดีครับ คิดถึงแม่จัง”

        “แล้วเป็นยังไงได้เห็นหอไอเฟลรึยัง”

        “หอไอเฟลอะไรหรอแม่” นายผละจากอ้อมกอดแม่แล้วก็นึกสงสัยขึ้นมาว่าทำไมบ้านน้ำปิดเงียบเชียวสงสัยป้านวลจะไปธุระข้างนอก

        “นี่อย่าบอกนะว่าเอ็งไม่รู้”

        “ไม่รู้อะไรหรอแม่แล้ววันนี้ป้านวลไปไหนบ้านปิดเงียบจัง นายซื้อของฝากมาให้ป้านวลกับน้ำเยอะแยะเลยของแม่ก็มีนะ” นายหยิบผลไม้และขนมมาอวดแม่ด้วยความดีใจอีกไม่กี่ชั่วโมงน้ำก็คงจะกลับบ้านแล้ว

        “น้ำไปปารีสไปเมื่ออาทิตย์ก่อน นวลก็ย้ายกลับต่างจังหวัดบ้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว”

        “อะไรนะแม่” นายหันมาถามกล่องของฝากในมือร่วงลงพื้น

        “น้ำไปปารีสเห็นว่าไปสองปี”

        “อะไรนะแม่แล้วทำไมแม่ไม่ห้าม”

        “เอ้า  แล้วแม่จะรู้ได้ยังไงก็หนูน้ำบอกว่าเอ็งไม่ว่าอะไร”

        “แล้วสรุปว่ามีเรื่องอะไรกันทำไมหนูน้ำทำแบบนี้เอ็งไปทำอะไรไว้รึ”

        “วันนั้นที่น้ำไปหาเขาเห็นนายนั่งอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เขาไม่ยอมฟังคำอธิบายอะไรเลย”

        “ไปอยู่ไม่กี่เดือนมีผู้หญิงแล้วหรอ” น้อยเองก็แปลกใจไม่แพ้กัน

        “เขาเป็นลูกหัวหน้าหมู่นะแม่ ชะตานายขาดได้เลยนะถ้าไปขัดใจอะไรเธอเข้า”

        “อันนี้แม่ก็ไม่รู้แล้วเป็นแม่ก็คงจะแค้นนะถ่อไปหาตั้งไกลดันเจอว่าอยู่กับคนอื่นแล้วยิ่งไกลกันความสัมพันธ์มันก็ยิ่งเปราะบาง”

        “ไปปารีสไปสองปี ทำไมน้ำใจร้ายกับนายขนาดนี้” นายทรุดนั่งบนเก้าอี้แล้วมองข้าวของทุกอย่างที่หอบกลับมา วันนั้นน้ำก็คงรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน

        “แน่ใจหรอว่ามีแค่เรื่องนี้ที่ผิดใจกัน” น้อยถามลูกชาย

        “แค่เรื่องนี้แต่น้ำเขาเสียใจมาก เขาคิดว่านายไม่ซื่อสัตย์แต่นายไม่ได้คิดอะไรกับดารินเลยนะแม่”

        “อืม แม่เชื่อแล้วจะทำยังไงต่อไป”

        “ก็รอน้ำกลับมา นายไม่มีเงินซื้อตั๋วบินไปหาน้ำหรอก”

        “ก็ตั้งใจฝึกทหารออกมาหนูน้ำก็คงกลับมาพอดีแหละ”

        วันลาที่วาดฝันไว้ว่าจะได้เจอคนรักได้ปรับความเข้าใจกันก็สลายยับไม่มีชิ้นดีและที่แย่กว่านั้นคือไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสได้เจอน้ำอีกไหม เผลอๆ น้ำอาจจะไปอยู่ถาวรเลยก็ได้ พลทหารกลับเข้ากรมด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวและเมื่อเห็นหน้าดารินเขาก็อยากตะบันหน้าเด็กคนนั้นให้หายแค้นจริงๆ เพราะเธอคนเดียวเลยที่ทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายแบบนี้

        “พี่นายกลับบ้านนานจังรินคิดถึงจะแย่แล้วเนี่ย” ดารินวิ่งนมกระเพื่อมมาหาพลทหารหนุ่มด้วยความคิดถึง

        “ดารินผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับผม” นายแกะมือปลาหมึกของยัยเด็กแก่แดดออกจากแขนด้วยความรำคาญ ช่างไม่รู้เลยนะว่าไอ้สิ่งที่เป็นมันทำลายความรักของเขาจนหมดสิ้น

        “พี่นายเนี่ยใจแข็งจัง รินไม่สวยตรงไหนคนอื่นอยากเป็นแฟนรินจะตาย”

        “ผมไม่ได้ชอบคุณผมมีคนรักอยู่แล้ว”

        “ก็คนรักของพี่นายไม่ได้อยู่ที่นี่พี่นายรักรินแทนไม่ได้หรอ”

        “ถ้ามันเปลี่ยนง่ายๆ แบบนั้นมันไม่ใช่ความรักหรอกและคุณก็ไม่รู้จักความรักด้วยดาริน” นายเดินกระทืบเท้าหนีไปอีกทางด้วยความขัดใจเขาจะทนอยู่ที่นี่ได้ยังไงอีกตั้งสองปีและยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจกับสิ่งที่น้ำทำ เธอไม่รักเขาเลยหรือไงถึงทิ้งเขาได้ลงคอ


        “เหนื่อยไหมคะพี่นาย” นายกลับมาฝึกอีกครั้ง วันนี้พี่หมู่ให้เขามาเช็ดตู้เอกสารกับไอ้สันและยัยเด็กแก่แดดก็ตามมาวุ่นวายอีกแล้ว ทำยังไงเขาถึงจะหนียัยนี่พ้น

        “พี่สันก็อยู่อีกคนนะครับน้องริน” คมสันส่งตาหวานให้ยัยเด็กแก่แดด

        “ทำงานไปอย่าพูดมากไม่งั้นจะฟ้องคุณพ่อ” ดารินหันไปเบ้ปากใส่พลทหารอีกคน

        “น้องรินรู้ไหมครับพี่สันเขาเป็นนายแบบนะแถมเคยถ่ายโฆษณาด้วย” นายรู้มาว่ายัยเด็กแก่แดดจอมแสบอยากเข้าวงการมาก ที่แต่งตัวล่อตะเข้เดินไปทั่วกรมก็เพราะหวังให้มีแมวมองมาเห็นเขากับไอ้สันก็ได้แต่ขำให้ความไร้สติของยัยเด็กไร้ความคิดนี่มันกรมทหารแมวที่ไหนจะเข้ามามองถึงในนี้

        “จริงหรอคะ” ดารินผละจากพลทหารนายทันที

        “จะ จริงครับ” คมสันตกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปแบบทันท่วงที เขาเองก็ปลื้มน้องรินเพราะเธอทั้งขาวทั้งอวบจริงๆ ผู้ชายทั้งกรมก็คงปลื้มน้องรินหมดแหละแต่ใครจะกล้ายุ่งล่ะเธอเป็นลูกหัวหน้าหมู่ขืนไปทำทะลึ่งได้หัวขาดไม่รู้ตัวแน่ๆ

        “พี่สันเหนื่อยไหมคะ”

        “ไม่ครับ”

        “พี่สันดื่มน้ำก่อนนะคะ” แก้วน้ำที่วางไว้สำหรับไอ้นายถูกยกมาให้เขาถึงริมฝีปาก คมสันจิบน้ำเย็นชื่นใจเข้าไปอึกใหญ่

        “กินเลอะเป็นเด็กเลยนะคะ รินเช็ดให้” แม่เด็กจอมแก่แดดเบียดอกอวบไปกับแผงอกล่ำสันของพลทหาร นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามริมฝีปากที่มีน้ำเย็นๆ เกาะอยู่

        “ขะ ขอบคุณครับ” พลทหารคมสันแทบจะหัวใจหยุดเต้นกับการแนบชิดถึงตัวขนาดนี้ มือใหญ่กำผ้าขนหนูไว้แน่นเพื่อระงับความตื่นเต้น

        “ร้อนหรอคะ” ดารินแสร้งถามชายหนุ่มทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขากำลังตื่นตาตื่นใจกับนมไซส์มหาลัยของเธอ เมื่อมองดีๆ พี่คนนี้ก็หล่อเหมือนกันนะทำไมเธอไม่เคยสังเกตแถมดูจะดื้อน้อยกว่าไอ้นายบ้านั่นซะอีก

        “ออกไปรอข้างนอกแล้วดูคนให้ด้วย” ดารินหันมาสั่งพลทหารนาย สองหนุ่มขยิบตาให้กันนายดีใจมากในที่สุดเขาก็สลัดยัยเด็กบ้าพ้นตัวสักที

        “พี่สันเคยถ่ายโฆษณาอะไรหรอคะ” ดารินถามพร้อมไล้มือไปตามกรอบหน้าของพลทหารหนุ่มที่มีเหงื่อซึมจนทั่ว

        “โฆษณาเสื้อผ้าครับ พี่ พี่ไม่ได้ดังมากแต่ก็มีงานเรื่อยๆ”

        “วันหลังพารินไปด้วยได้ไหมคะรินอยากเข้าวงการ”

        “ดะ ได้ครับ”

        “พี่สันใจดีจังเลย ก้มหน้ามาสิคะรินจะเช็ดเหงื่อให้” คมสันก้มหน้าไปตามคำสั่ง ดารินถลกเสื้อยืดของตัวเองขึ้นมาเช็ดหน้าให้พลทหารหนุ่ม คมสันแทบจะเลือดกำเดาพุ่งเพราะที่อยู่ชิดริมฝีปากคือหน้าอกอวบๆ ของดาริน

        “พี่สันว่าหน้าอกแบบรินสวยไหมคะ” เด็กสาวแสร้งถามแล้วนวดคลึงมันเบาๆ

        “สะ สวยครับ”

        “หัวนมของรินสีชมพูด้วยแหละพี่สันอยากเห็นไหมคะ”

        “หะ ห๊ะ พี่ว่าไม่ดีมั้งครับเดี๋ยวคุณพ่อน้องรินฆ่าพี่แน่ๆ”

        “คุณพ่อไม่กล้าขัดใจรินหรอกค่ะถ้าพี่สันอยากดูรินจะเปิดให้ดู”

        “อยากดูไหมคะพี่สัน”

        “อยากครับ อยากดู” คมสันเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดหน้าแล้วก็รีบปาทิ้งทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ น้องรินกำลังถอดเสื้อยืดสีขาวตัวเล็กคับติ้วออก

        “สวยไหมคะพี่สัน” ดารินอวดอกที่เบียดชิดกันอยู่ในยกทรงสีดำขลิบด้วยลูกไม้แถมยังคลึงหัวนมตัวเองอีกต่างหาก

        “สวยครับ” คมสันยืนขาสั่นสายตาก็จับจ้องที่หน้าอกภูเขาไฟของเด็กสาวแทบไม่กะพริบ อายุไม่เท่าไหร่แต่นมใหญ่เป็นบ้าเลย

        “เห็นไหมคะว่ามันสีชมพู เขาบอกว่าผู้ชายชอบจริงไหมคะพี่สัน” ดารินปลิ้นหน้าอกขาวผ่องออกมาแล้วบีบทับทิมเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อให้พลทหารเห็นชัดๆ

        “จะ จริงครับ ชอบครับ” คมสันไม่รู้จะหนีไปจากสถานการณ์นี้ยังไงถ้าพี่หมู่หรือใครมาเห็นเข้าได้ชะตาหัวขาดแน่ๆ แต่ขามันแข็งขยับไปไหนไม่ได้เลยไม่ใช่แต่ขาด้วยที่แข็ง

        “มันนิ่มมากเลยนะคะพี่สันลองจับดูสิ” ไม่พูดเปล่ามือเล็กๆ มากระชากมือใหญ่หนากร้านให้ไปวางแหมะอยู่บนอกอวบอัด

        “จับสิคะ บี้มัน” ดารินพานิ้วโป้งและนิ้วกลางของทหารหนุ่มวางตรงเม็ดทับทิมสีอ่อน คมสันคือชายหนุ่มเต็มตัวและขาดรักมาหลายเดือนแล้วเมื่อทรวงอกและทรวดทรงอันเย้ายวนอยู่ตรงหน้าเขาก็หมดสิ้นซึ่งความอดกลั้นใดๆ

        “อืม พี่สันขา” ดารินครวญครางเสียงหวานเมื่อยอดอกโดนเลียด้วยลิ้นหนาสาก เธอดูจากหนังโป๊และอยากรู้เหลือเกินว่าตอนที่ผู้ชายเล้าโลมมันจะรู้สึกยังไงจะเสียวซ่านขนาดไหนและเธอก็ได้รู้แล้วมันดีเกินกว่าที่คิดไว้ซะอีก

        “พี่สันอยากดูตรงนี้ด้วยไหมคะ” ดารินพามือใหญ่ของชายหนุ่มเลื้อยลอดผ่านกางเกงชั้นในตัวจิ๋ว


ติดตามให้จบได้ในฉบับเต็ม

อีบุ๊คจิ้มชื่อเรื่องได้เลย ---> ตื๊กรักพี่สาว



       


         



       









        แสดง 1 - 1
นิยายเรื่อง ตื๊กรักพี่สาว by Annakan
วันที่โพสต์ :  9 มิ.ย. 2560 14:51    วันที่อัพเดท :   9 มิ.ย. 2560 15:33    › จำนวนผู้เข้าชม 166 คน
   › คะแนนโหวต 1 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :