นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ทวงรักสิเน่หาเถื่อน [วางแผงแล้วนะคะ]    by tichakorn
ชื่อตอน ตอนที่ 1-1


ตอนที่ 1

          ประตูห้องทำงานผู้บริหารหนุ่ม เจ้าของตำแหน่งชายเนื้อหอมหลายปีซ้อนถูกผลักเข้ามา โดยที่เลขายังไม่ได้ทันได้แจ้งให้ผู้บริหารหนุ่มรับทราบ ส่งผลให้เจ้าของห้องเงยหน้ามองผู้บุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยสายตาแข็งกร้าว ทว่าสาวไฮโซคนดังหาได้ใส่ใจอีกทั้งยังเดินหน้าเชิดเข้าไปโอบรอบลำคอของผู้บริหารหนุ่มแล้วแนบเรียวปากบนแก้มสาก

        “ทำไมไม่รอให้เลขาแจ้งพี่ก่อน แซนด้า” คลินท์ตักเตือนหญิงสาวเสียงเข้ม

“ดุอีกแล้ว แล้วดูพี่ทำหน้าเหมือนไม่ดีใจที่ได้เห็นแซนด้า ทำแบบนี้แซนด้าเสียใจนะคะ” สาวไฮโซ ลูกสาวของนักธุรกิจคนดังเอ่ยเสียงกระเง้ากระงอด พลางเลื่อนเก้าอี้ทำงานของผู้บริหารหนุ่มออกเล็กน้อยแล้วเบียดตัวเข้าไปนั่งบนตักกว้างโดยที่สองไม่ได้ล่ะจากการโอบลำคอของอีกฝ่าย

คลินท์ คาร์เตอร์ ตำแหน่งประธานบริษัท คาร์เตอร์ สตีล จำกัด (มหาชน) ผู้ส่งออกโลหะและแร่ธาตุแห่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษในวัยสามสิบสามปีถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายระคนรำคาญ ก่อนจะเบี่ยงหน้าหลบเรียวปากของสาวไฮโซเมื่อเจ้าตัวกำลังจะทาบปากมาจูบปากของเขา

“พี่คลินท์! ทำไมต้องหลบแซนด้าด้วย รังเกียจแซนด้ามากขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ” สาวไฮโซต่อว่าด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“แซนด้า พี่จะทำงาน” คลินท์บอกเสียงต่ำ สีหน้าบ่งบอกชัดว่าไม่พอใจกับการกระทำของหญิงสาว

“ก็แค่จะจูบมันไม่เสียเวลางานของพี่มากนักหรอก” แซนด้ายังคงเอาแต่ใจเพราะถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้ตั้งแต่เด็กทำให้ไม่ชอบให้ใครขัดใจ

“แต่พี่คิดว่าแซนด้าคงไม่ได้คิดแค่จูบ” สีหน้าออกอาการเบื่อหน่าย

“โอเค! แซนด้าอยากทำมากกว่านั้น แล้วพี่คลินท์จะให้แซนด้าได้หรือเปล่าละค่ะ” สาวไฮโซเบียดสะโพกกับตักกว้างอย่างยั่วยวน ปลายนิ้วก็กรีดกายบนแผงอกกำยำ

“พี่ให้แซนด้าตอนนี้ไม่ได้ พี่จะรีบทำงาน เข้าใจพี่นะ” คลินท์เอ่ยเสียงราบเรียบ

“งานอีกแล้วนะ ทำไมพี่จะต้องสนใจงานมากกว่าแซนด้าด้วย แซนด้าขอเถอะ แล้วพี่รู้บ้างไหมว่าพี่ทำหน้าที่แฟนไม่ได้เรื่องเลยเอาซะเลยตั้งแต่เข้ามาทำงาน”

“ก็ถ้าพี่ไม่ได้เรื่อง แซนด้าก็ไปหาคนรักใหม่เถอะ” คลินท์บอกด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายแต่มันก็จริงอย่าที่เธอว่าเพราะตั้งแต่เขาเข้ามาบริหารงานในบริษัทในตำแหน่งที่สูงขึ้นก็ทำให้เขาไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้นเลย

“ทำไมพี่ต้องพูดแบบนี้ด้วย”

“ก็พี่ทำหน้าที่แฟนไม่ได้เรื่อง แซนด้าก็ควรจะหาคนรักใหม่ที่มีเวลาดูแลเอาใจใส่เธอแทนพี่ มันไม่ดีกว่าหรือไง”

“พี่ลำบากใจที่จะคบกับแซนด้าขนาดนี้เลยเหรอถึงได้ไล่ให้แซนด้าไปมีคนอื่น” แต่เธอยังไม่ยอมไปเพราะในเวลานี้พี่คลินท์เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคกว่าใครแม้จะเคยมีเมียมีลูกมาแล้วก็ตามเถอะ

“พี่ไม่ได้ลำบากใจอะไรเลยแต่พี่เคยบอกแซนด้าไปแล้วว่าพี่ยังไม่อาจรักใครได้ เพราะพี่ต้องดูแลลูกชายของพี่แล้วก็งานของพี่ก่อน”

“แต่ลูกพี่ ก็มีคุณย่าคอยดูแลให้อยู่แล้วนี่ มันจะอะไรกันนักกันหนา หรือที่พี่ให้ความสนใจแต่ลูกชายของพี่ก็เพราะยังอาลัยอาวรณ์เมียเก่าของพี่อยู่กันแน่ แต่เท่าที่แซนด้าได้ยินมาแม่นั่นไม่มีอะไรดีสักอย่าง แล้วที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือแม่นั้นเห็นแก่เงินมากๆ เพราะแค่คุณย่าลองใจมันด้วยการประเคนเงินให้เป็นสิบๆ ล้าน เมียเก่าของพี่มันเห็นแก่เงินก็เลยหอบเงินหนีไปทั้งที่เพิ่งจะคลอดลูกได้ไม่กี่วัน แล้วเนี่ยเหรอผู้หญิงที่พี่ยังอาลัยอาวรณ์หามันอยู่”

“มันไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้นแซนด้า แล้วก็จำเอาไว้ด้วยว่าพี่หมดรักผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว”

“พี่แน่ใจเหรอว่าหมดรักมันแล้ว”

“ถ้าแซนด้าไม่เชื่อ พี่ก็หมดปัญญาจะทำให้แซนด้าเชื่อเหมือนกัน” คลินท์กระแทกลมหายใจออกมาสุดแรงเพราะได้ยินชื่อก็นึกถึงที่ผู้หญิงหน้าเงินคนนั้นทำเอาไว้เขาก็อยากตามไปหักคอเธอให้ตายคามือเสียให้ได้ ผู้หญิงอะไร แม้แต่สามัญสำนึกความเป็นแม่ก็ไม่มีเพียงแค่เห็นเงินก้อนโตกองอยู่ตรงหน้า

นิด ผู้หญิงอย่างคุณต้องได้รับโทษที่สาสมคลินท์โกรธแค้นคนหน้าเงิน...แค้นที่เธอทิ้งลูกของเขาไปอย่างไม่ไยดี ทั้งที่เขาบอกให้เธอรอให้เขาเรียนจบแล้วเขาจะกลับมาหาเธอกับลูก

“ตอบแบบนี้แสดงว่าพี่ยังไม่หมดรักมัน ทำไมค่ะ มันมีดีอะไร ทำไมพี่ยังต้องไปรักมันด้วย” แซนด้าเอ่ยถามเสียงกราดเกรี้ยว

“เลิกพูดเรื่องนี้ซะทีแซนด้า แล้วก็กลับไปได้แล้วพี่จะทำงาน “ คลินท์เอ่ยเพื่อตัดปัญหาไม่อยากทะเลาะด้วย

“พี่คลินท์!” แซนด้าแผดเสียงใส่ สีหน้าท่าทางบ่งบอกชัดเจนว่าไม่พอใจ

“แซนด้ากลับไปได้แล้ว” คลินท์บอกเสียงราบเรียบ

“แซนด้าไม่กลับ! แซนด้าจะอยู่รอจนกว่าพี่จะเลิกทำงาน” หญิงสาวยื่นคำขาดเสียงแหลมสูงพลางเดินไปนั่งหน้าเชิดอยู่บนโซฟามุมห้อง

“ถ้างั้นอย่ามาโวยวายใส่พี่อีกก็แล้วกัน เพราะอีกครึ่งชั่วโมงพี่ต้องเข้าประชุม” คลินท์โต้กลับด้วยความเหนื่อยหน่ายใจเพราะรู้จักนิสัยของสาวไฮโซคนนี้ดี พอไม่ได้ดังใจก็อาละวาทจนเขาเอือมระอาแล้วหากเธอไม่คิดจะปรับปรุงนิสัยในส่วนนี้เรื่องการแต่งงานระหว่างเขาและเธอที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นชอบไม่มีทางเกิดขึ้นแน่

“แล้วพี่จะเลิกประชุมกี่โมง”

แซนด้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแต่ก็ต้องทนเพราะค่ำนี้เธอจะต้องเขาควงไปงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่ทุกคนล้วนอยากพบหน้าแฟนหนุ่มของเธอ ในเมื่อพี่คลินท์กำลังเนื้อหอมและยังเป็นที่จับตามองของคนในวงธุรกิจอีกด้วยหลังจากเข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทแทนผู้เป็นย่าได้ไม่ปีก็สามารถสร้างผลงานได้ดีเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับของทุกคน จนต้องขายฐานโรงงานสร้างที่ประเทศไทยด้วย

“พี่คลินท์ แซนด้าถามพี่ไม่ได้ยินหรือไง” สาวไฮโซตวาดเสียงกร้าวเกรี้ยวเมื่อแฟนหนุ่มเอาแต่สนใจงานมากกว่าจะตอบคำถามของเธอ ซึ่งมันทำให้เธอหงุดหงิดใจมากทีเดียวกับความบ้างานของเขา

“พี่บอกไม่ได้” คลินท์กระแทกลมหายใจออกมาแรงๆ เมื่อตอบคำถามของหญิงสาวจบ

“โอเค! บอกไม่ได้ก็ไม่ได้ แต่คืนนี้พี่ต้องไปงานปาร์ตี้กับแซนด้า ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด แล้วพี่ก็ไปรับแซนด้าที่บ้านด้วยนะคะ” แซนด้าข่มอารมณ์กรุ่นโกรธแล้วพูดออกไปด้วยเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเพราะยิ่งเธอดึงดันเอาแต่ใจมากเท่าไร พี่คลินท์ก็เหมือนจะตีตัวออกห่างเธออยู่ร่ำไป

“งานปาร์ตี้อะไร”

“ไม่บอกหรอกค่ะ แต่พี่ห้ามเบี้ยวแซนด้าเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มาด้วย ทุ่มตรงพี่ไปรับแซนด้าด้วยนะคะ”

แซนด้าลุกขึ้นเมื่อพูดจบแล้วเดินเข้าไปโอบรอบลำคอของแฟนหนุ่ม แนบริมฝีปากลงบนแก้มสากอย่างเอาใจพร้อมเสียงออดอ้อน “นะคะพี่คลินท์ คืนนี้ไปรับแซนด้า แล้วหลังจากงานปาร์ตี้จบแซนด้ามีของขวัญสุดพิเศษมอบให้กับพี่ด้วย รับรองว่าพี่จะสนุกทั้งคืนแน่นอน” เธอยิ้มยั่วยวนและรู้ดีว่าแฟนหนุ่มติดอกติดใจลีลารักของเธอไม่น้อยแล้วก็คงจะมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นแหละที่เธอและพี่คลินท์เข้ากันได้เป็นอย่างดี

“ได้สิ แต่ถ้าพี่ไปช้าก็รอหน่อยแล้วกัน” คลินท์ตอบตกลงไปในที่สุด

“อย่าช้ามากก็แล้วกัน ถ้างั้นแซนด้ากลับก่อนนะคะ พี่จะได้ทำงาน”

สาวสวยเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยแล้วทาบปากบดเบียดกับริมฝีปากหยัก สองหนุ่มสาวแลกจูบกันนานอยู่หลายนาทีกว่าจะผละห่างจากกันและเพียงเท่านี้ก็ทำให้แซนด้าอารมณ์ดีขึ้นเป็นกองเมื่อได้รับจุมพิตจากแฟนหนุ่ม กระทั่งเมื่อได้เวลานัดหมายคลินท์ก็เดินทางไปรับแฟนสาวตามที่ได้รับปากเอาไว้และเขาก็ไปช้าจริงๆ เพราะต้องกล่อมลูกชายตัวน้อยเข้านอนเสียก่อน แล้วเมื่องานปาร์ตี้สิ้นสุดลงแซนด้าก็มอบของขวัญสุดพิเศษด้วยบนรักแบบถึงพริกถึงขิง

******

ประเทศไทย

“นิดทางนี้” ศุภิสรา หรือ เอย เจ้าของร้านผ้าไหมที่มาเปิดร้านขายผ้าไหมอยู่ในใจกลางเมืองกรุงกวักมือเรียกเพื่อนเมื่อเห็นเดินเข้ามาในร้านแล้วกำลังมองเธออยู่

“รอนานหรือเปล่าเอย นิดขอโทษด้วยนะที่มาช้านะ” คนเพิ่งมาใหม่เอ่ยถามเพื่อนกลับเสียงใสแล้วมองหาคนรักของเพื่อนที่เจ้าตัวนัดมาให้เจอแล้วบอกว่าจะแนะนำแฟนให้รู้จัก

“อย่าคิดมาก เอยก็นั่งได้สักพักเดี๋ยวเอง”

“แล้วทำไมนั่งรอคนเดียวล่ะ” พูดจบแล้วสอดสายตามองคนรักของเพื่อนที่นัดกันกว่าจะมาแนะนำให้รู้จัก

“ถ้านิดหมายถึงแฟนฝรั่งของเรา เพิ่งเลิกกันนะ” สีหน้าของศุภิสราไม่มีวี่แววเศร้าเลยสักนิดทำเอาคนฟังได้แต่แปลกใจ ผิดกับเธอที่กลัวจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ก็ใช้เวลาหลายเดือนมากจนทุกคนสงสัยว่าเธอเป็นอะไร แต่เธอก็ไม่ได้บอกใครนอกจากเพื่อนรักคนนี้

“คบกันมาตั้งหกเดือน พอเลิกทำไมเอยดูร่าเริงจัง” นิธาราเอ่ยถามด้วยความแปลกใจแต่ก็ดีใจที่เพื่อนไม่ฟูมฟายเหมือนเธอตอนที่กลับมาจากอังกฤษแล้วก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนฟังทั้งน้ำตา

“ก็ไม่รู้จะเศร้าไปทำไมไง แต่ก็ดีนะที่จับได้ว่ามันมีคนอื่นตอนนี้ดีกว่ารู้ว่าตอนแต่งงานกันไปแล้ว ไม่งั้นเอยคงใช้มีดแทงผู้ชายเจ้าชู้ไปแล้วแน่ๆ” 

“พูดน่ากลัวจังเอย ว่าแต่เรามาสั่งอาหารทานกันเถอะ” นิธาราชวนเปลี่ยนเรื่องพูด จากนั้นก็พากันสั่งอาหารรอไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ สองสาวที่โสดสนิทเหมือนกันพูดคุยกันสนุกสนามเฮฮาหลังจากไม่ได้เจอกันมานานเมื่อเธอไปเรียนต่อที่อังกฤษ ส่วนเพื่อนก็ไปเรียนที่ฮ่องกง

“นิด ถามไรหน่อยสิ” หลังทานอาหารคาวจนเกลี้ยงแล้วต่อด้วยอาหารหวานใกล้หมดถ้วยแล้วศุภิสราก็นึกขึ้นได้ว่าเพิ่งจะอ่านข่าวซุบซิบมาว่าทายาทเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดังกำลังจะหมั้นกับแฟนสาวทำให้เธอสงสัยว่าหมอนี่มีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ถามมาสิ ถ้านิดรู้ตอบได้หมด”

“ขอถามเรื่องเจ้านายของนิดนะ เอยได้ข่าวมาว่าเขาจะหมั้นแล้วหมั้นกับใครเหรอ”

“กับ...นิดนี่แหละ” ตอบแบบไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะเรื่องนี้คุณหญิงฤทัยรัตน์ได้พูดคุยกับแม่ของเธอแล้วว่าอยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้ ทั้งที่เธอเป็นแค่ลูกสาวของหัวหน้าแม่บ้านที่คอยรับใช้คุณหญิงมานานจนท่านเมตตาส่งเสียเธอไปเรียนไกลถึงอังกฤษ

“จริงเหรอ” ศุภิสราทำหน้าประหลาดใจ

“ก็...คงจริงแหละเอย แต่นิดขอเวลาคุณหญิงคิดสักพักนะ แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะหมั้นหรือเปล่า” เพราะคิดไว้แล้วว่าจะไม่แต่งงานกับใครอีกแล้วเมื่อเธอได้มอบกายมอบใจให้กับอดีตคนรักสมัยเรียนไปแล้ว แต่เมื่อแม่ของเธอพูดถึงเรื่องบุญคุณที่คุณหญิงมีต่อเธอและแม่ ทำให้เธอต้องกลับมาคิดจนหัวแทบระเบิด

“แล้วนิดได้คำตอบหรือยังล่ะ” ศุภิสราเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เพราะได้ข่าวมาจากหนังสือซุบซิบว่าลูกชายของคุณหญิงฤทัยรัตน์เจ้าชู้ใช่เล่น แล้วนี่ถ้าเพื่อนรักตกลงปรงใจหมั้นจนไปถึงขึ้นแต่งงานกันเพื่อนเธอน้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่ๆ เลย

“ยังหรอกเอย บอกตรงๆ ว่านิดไม่อยากหมั้นไม่อยากแต่งงานกับใครเลย”

“ถ้างั้นก็ไม่ต้องหมั้นไม่ต้องแต่งสิ นิดก็รู้จัดนิสัยลูกชายคุณหญิงดีไม่ใช่เหรอว่าเขาเจ้าชู้ขนาดไหน เอยนี่อ่านเจอประจำว่าเขาควงผู้หญิงไฮโซยันนักศึกษาเข้าโรงแรม เอยว่าผู้ชายแบบนี้ไม่ควรเอาชีวิตไปเสี่ยงด้วยเลยนะนิด” ศุภิสราเอ่ยเตือนเพื่อนรักให้ได้ฉุกคิด

“นิดรู้ แต่แม่บอกว่าเราต้องตอบแทนบุญคุณคุณหญิงนะเอย”

“บุญคุณนะมันตอบแทนได้เลยวิธีนะนิด แล้วเอยก็ไม่เห็นด้วยที่คุณหญิงจะให้นิดตอบแทนบุญคุณด้วยการหมั้นแล้วก็แต่งงานกับลูกชายที่แสนจะเจ้าของชู้ของตัวเองแบบนี้ มันไม่ดีแน่ๆ เอยว่านิดไม่ต้องหมั้นหรอก ส่วนบุญคุณนิดก็ค่อยคิดว่าจะตอบท่านอย่างไรดี แต่ที่นิดไปทำงานที่โรงพยาบาลด้วยการปฏิเสธบริษัทดีๆ ให้เงินเยอะกว่านี้ไปเอยว่านี่ก็ถือว่าตอบแทนแล้วนะนิด”

ศุภิสรารู้สึกหนักใจแทนเพื่อนรัก พลางจ้องมองเพื่อนรักอย่างเห็นใจแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อมารดาของเพื่อนบอกว่าต้องตอบแทนบุญคุณมาแบบนี้แล้ว

“นิดก็คิดแบบนั้นแหละเอย แต่นิดขอคิดดีๆ ก่อนแล้วกันว่าจะทำยังไงต่อไป”

“งั้นก็คิดให้ดีๆ ด้วยล่ะ แล้วถ้ามีอะไรก็มาเอยได้ตลอดเลยนะ เอยยินดีช่วย”

“ขอบใจนะเอย” สองสาวยิ้มกันและกันก่อนจะพากันทานของหวานเมื่ออิ่มแล้วก็แยกย้ายกันกลับแล้วไปเผชิญหน้ากับปัญหาของแต่ละคน

******

        แสดง 2 - 2
วันที่โพสต์ :  26 พ.ค. 2560 09:38    วันที่อัพเดท :   1 ก.ย. 2560 11:11    › จำนวนผู้เข้าชม 8328 คน
   › คะแนนโหวต 175 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :