นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เมียคืนแรม ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๑    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๒ ทวงคำสาบาน 25% ชื่อตอนมันชวนให้คิด


เมียคืนแรม

ทวงคำสาบาน

 

วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่ธรินดากลับมาอยู่บ้านในช่วงการปิดเทอมของเธอ แต่กลับเป็นวันแรกที่ลูกชายคนเล็กของแม่เลี้ยงลักษิกายอมกลับบ้านมาร่วมโต๊ะอาหารเย็นกับครอบครัว คนที่เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านพอใจจนยิ้มแก้มแทบปริ แม้ว่ากว่าจะตามปรัชญ์ให้กลับบ้านได้จะเหนื่อยในการโทรจิกอยู่หลายครั้งหลายคราก็ตาม

“คลินิกไปถึงไหนแล้วตาปราณต์” แม่เลี้ยงลักษิกาซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะหันไปถามลูกชายคนโตที่นั่งอยู่ด้านขวามือของตน โดยปรัชญ์นั่งอยู่ถัดจากพี่ชาย ส่วนธรินดานั่งทานอาหารเงียบๆ อยู่ด้านซ้ายมือ

“เกือบเสร็จแล้วครับแม่ เดือนหน้าก็น่าจะเปิดได้”

“จะไม่เหนื่อยเกินไปเหรอลูก ไหนจะต้องทำงานที่โรงพยาบาล ไหนจะต้องมาดูแลคลินิกอีก ตรวจโอพีดีอยู่ทุกวันไม่ใช่เหรอ”

“อีกสองเดือนผมก็ไม่ต้องตรวจโอพีดีแล้วล่ะครับ ตอนนี้มีหมอมาบรรจุใหม่หลายคน ทางโรงพยาบาลจะให้หมอใหม่ตรวจโอพีดีแทน ส่วนผมก็ตรวจคนไข้ใน น่าจะพอมีเวลาดูคลินิกครับ แต่คงไม่ได้ทำคนเดียว คงหาผู้ช่วย ไม่งั้นก็ไม่ไหวเหมือนกัน”

“ความจริงไม่เห็นต้องทำให้เหนื่อยเลย ทำงานที่โรงพยาบาลอย่างเดียวก็พอ เย็นก็กลับมาพักผ่อน เงินทองบ้านเราก็พอมีไมได้เดือดร้อนอะไร ทำไมไม่เอาเวลามาพักผ่อน” แม่เลี้ยงลักษิกาไม่ค่อยจะเห็นด้วยในเรื่องที่ลูกชายจะเปิดคลินิกเท่าใดนัก เพราะลำพังงานหมอในช่วงกลางวันก็หนักพอแล้ว

“ผมไม่ได้ทำเพื่อเงินหรอกครับแม่ ที่เปิดก็เพราะสงสารคนไข้ที่ต้องไปนั่งรอที่โรงพยาบาล บางคนรอเป็นครึ่งค่อนวันกว่าจะได้ตรวจ แม่ก็รู้ว่าโรงพยาบาลคนเยอะแค่ไหน”

“แล้วเรื่องค่ารักษาล่ะ ปราณต์จะเก็บยังไง”

“เก็บไม่แพงหรอกครับ ก็อย่างที่บอกว่าผมไม่ได้คิดจะเปิดคลินิกเพื่อเงิน อยากช่วยเหลือขนไข้ที่พอจะช่วยได้ตามกำลังตัวเองมากกว่า”

ธรินดาซึ่งนั่งฟังการสนทนาระหว่างพี่ชายคนโตกับแม่บุญธรรมของตัวเองอยู่เงียบๆ ยิ่งนึกชื่นชมความเป็นคนดีและมีน้ำใจอันน่ายกย่องของปราณต์ สมแล้วที่เขาเลือกเรียนหมอ เพราะหลังจากจบมาก็คิดแต่จะช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเอื้ออาทรจริงๆ

เอาเถอะก็แล้วแต่ปราณต์ก็แล้วกัน” แม่เลี้ยงลักษิกาไม่คิดจะคัดค้านอีกเมื่อลูกชายยืนยันเช่นนั้น “แล้วปรัชญ์ล่ะ เรื่องหมั้นกับหนูนัสรินจะว่ายังไง ปรัชญ์ผลัดแม่มานานแล้วนะ

เสร็จจากเรื่องของลูกชายคนโต คนเป็นแม่ก็หันไปถามลูกชายคนเล็กบ้างเพื่อพูดในเรื่องที่เขาผลัดวันประกันพรุ่งมานานหลายปีแล้ว ความจริงแม่เลี้ยงลักษิกาอยากให้ปรัชญ์หมั้นกับนัสรินซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนสามีผู้ล่วงลับตั้งแต่ก่อนเขาจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมิรกาเสียอีก แต่ปรัญช์ก็ปฏิเสธและหนีไปเรียนเอาเสียดื้อๆ ทว่าแม่เลี้ยงลักษิกาก็ยังคิดที่จะไม่เลิกล้มความตั้งใจของตนเองง่ายๆ เหมือนกัน 

คำถามของแม่บุญธรรมทำให้ธรินดาหันไปมองทางปรัชญ์อย่างเผลอตัว และลุ้นว่าเขาจะออกอาการโวยวายเหมือนเช่นทุกครั้งที่ถูกแม่ถามเรื่องนี้หรือเปล่า ปรัชญ์เหมือนจะมองมาทางเธอแวบหนึ่ง ทำให้ธรินดาต้องรีบก้มหน้างุดเพื่อหลบตาคมดุคู่นั้น ก่อนที่ชั่วอึดใจต่อมาปรัชญ์จะตอบคำถามของแม่ใหญ่ในแบบที่ทุกคนคาดไม่ถึง

“แม่ยังไม่เลิกคิดจะจับผมคลุมถุงชนอีกเหรอครับ”

“ไม่เลิกหรอก เรื่องอื่นแม่ยอมปรัชญ์หมด แต่เรื่องนี้ปรัชญ์ต้องยอมแม่” แม่เลี้ยงลักษิณายืนยันความตั้งใจของตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว คิดว่ายังไงเสียก็จะรบกับลูกชายคนเล็กอีกสักยก ถ้าขืนเขายังไม่ยอมตามใจตนในเรื่องนี้

งั้นจะทำยังไงก็แล้วแต่แม่เลี้ยงเถอะครับ

แสดงว่าปรัชญ์ยอมหมั้นกับหนูนัสแล้วใช่ไหม

ครับ ปรัชญ์สั้น น้ำเสียงราบเรียบ เช่นเดียวกับสีหน้าและแววตา จนไม่มีใครเดาได้ว่าเขาอยู่ในอารมณ์เช่นใด หากแต่ก็นำมาซึ่งความพอใจของคนเป็นแม่เป็นอย่างยิ่ง

นี่แม่ไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมตาปราณต์” แม่เลี้ยงลักษิกาหันไปมองตาลูกชายคนโตเหมือนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “โอ๊ย...แม่ดีใจจนไม่รู้พูดว่ายังไง เห็นทีต้องรีบไปให้หลวงตาที่วัดดูฤกษ์ให้แล้ว เอาฤกษ์ที่เร็วที่สุดก็แล้วกันนะ

“แล้วแต่แม่เลี้ยงเถอะครับ” จบคำปรัญช์ก็รวบช้อน ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินดุ่มๆ ไปยังห้องตัวเองโดยไม่ยอมดื่มน้ำด้วยซ้ำ โดยมีสายตาสามคู่มองตามด้วยความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก

               

หลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านไป สมาชิกของครอบครัวต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน แม่เลี้ยงลักษิกากับปราณต์ขึ้นห้องนอนของตัวเอง ส่วนธรินดาออกไปเดินเล่นที่หน้าบ้าน ที่เธอกล้าออกมาเดินเล่นเช่นนี้ก็เพราะคนที่ตัวเองกลัวว่าจะบังเอิญออกมาเผชิญหน้ากันนั้นกลับมาบ้านเรียบร้อยแล้ว

ใบหน้าสวยหวานแหงนเงยขึ้นมองท้องฟ้า คืนนี้พระจันทร์ทอแสงริบหรี่ สีเหลืองนวลที่เคยส่องสว่างเต็มดวงหดหายไปจนเหลือให้เห็นแค่เสี้ยวเล็กๆ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติการโคจรและมุมตกระทบของแสงระหว่างพระอาทิตย์ พระจันทร์ โลก และยังเป็นสัญญาณอีกว่า อีกไม่กี่วันแสงเสี้ยวเล็กๆ เหล่านั้นก็จะมืดดับลงในคืนวันแรมสิบห้าค่ำ ก่อนจะส่องสว่างใหม่อีกครั้งเมื่อคืนวันข้างขึ้นเดินทางมาถึง

ธรินดาถอนสายตาจากภาพนั้น ก่อนจะกลับเข้าบ้านพร้อมกับระบายลมหายใจเบาๆ เพื่อสลัดความเอาความเหงาอ้างว้างยามที่มองพระจันทร์ซึ่งใกล้จะมืดดับออกไปจากใจ แม้ว่าเธอจะเคยถูกพ่อแม่แท้ๆ ทอดทิ้งไปตั้งแต่เด็ก แต่ความรู้สึกเหล่านั้นก็ถูกเติมเต็มจนแทบจะสมบูรณ์จากความรักและความอบอุ่นของสมาชิกเกือบทุกคนในบ้านหลังนี้ แม้จะยกเว้นอยู่คนหนึ่งแต่เธอก็ไม่อยากเก็บมันมาเป็นปมใดๆ ในหัวใจ

ครั้งแรกตั้งใจจะขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำและเข้านอนเลย แต่ร่างเล็กเกิดนึกอยากจะดื่มอะไรเย็นๆ จึงแวะเข้าครัวก่อน เสียงกรุ๊งกริ๊งของช้อนที่กระทบกับแก้วดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอแว่วมาพร้อมกับกลิ่นกาแฟนหอมฉุย ธรินดาคลี่ยิ้มออกมานิดๆ เพราะชอบดมกลิ่นหอมๆ ของมัน แม้ว่าปกติจะเป็นคนที่ไม่ดื่มกาแฟเลยก็ตาม เมื่อเข้าไปถึงก็พบว่าคนที่กำลังชงกาแฟอยู่นั้นคือบัวคำนั่นเอง

“พี่บัวคำนี่เองนึกว่าใคร” เสียงหวานเอ่ยทักทายขณะเดินตรงไปยังตู้เย็นและหยิบน้ำออกมารินใส่แก้ว

“คุณหนูเล็ก...ยังไม่ขึ้นบ้านอีกเหรอคะ”

“ยังค่ะ พอดีเล็กออกไปเดินเล่นมาน่ะค่ะ หิวน้ำก็เลยแวะมาดื่มน้ำก่อน ว่าแต่พี่บัวคำจะดื่มกาแฟเหรอคะ นี่ก็ใกล้จะได้เวลานอนแล้วระวังจะนอนไม่หลับเอานะ”

“พี่ไม่ได้ชงดื่มเองหรอกค่ะ แต่จะชงให้คุณปรัชญ์ เธอสั่งไว้เมื่อกี้นี่เอง อุ๊ย!” บัวทานซี๊ดปากในตอนท้ายพร้อมทั้งทำหน้าบิดเบี้ยวเหยเกและยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมท้องตัวเอง

“เป็นอะไรไปคะพี่บัวคะ” ธรินดารีบถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของบัวคำ

“พี่บัวคำปวดท้องค่ะ ท้องเสียตั้งแต่ตอนบ่ายๆ แล้ว ตอนนี้เหมือนจะต้องรีบเข้าห้องน้ำอีกแล้ว พี่บัวคำวานคุณหนูเล็กเอากาแฟนี่ไปให้คุณปรัชญ์หน่อยได้ไหมคะ พี่บัวคำกลัวว่ากว่าจะออกจากห้องน้ำกาแฟจะเย็นชืดเสียก่อน อีกอย่างกลัวคุณปรัชญ์จะรอนานด้วยค่ะ”

“เอ่อ...ได้ๆ ค่ะ” ธรินดารับคำแม้ว่าจะลำบากใจไม่น้อย “ว่าแต่คุณปรัชญ์อยู่ที่ไหนคะ”

“อยู่บนห้องของเธอน่ะค่ะ”

“ไม่ได้อยู่ที่ห้องนั่งเล่นเหรอคะ”

“เปล่าค่ะคุณหนูเล็ก พี่บัวคำฝากด้วยนะคะ ขอบคุณคุณหนูเล็กมากค่ะ พี่บัวคำไปก่อนนะ” พูดจบบัวคำก็รีบวิ่งออกจากห้องครัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง ทิ้งกาแฟที่เพิ่งเชิงเสร็จใหม่ๆ ไว้พร้อมกับความว้าวุ่นใจของธรินดา

หญิงสาวแทบจะลืมอาการกระหายน้ำของตัวเอง มองกาแก้วกาแฟตรงหน้าอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็จำต้องหยิบมันขึ้นมาไว้ในมือและประคองขึ้นไปยังชั้นสองตามที่รับปากกับบัวคำเอาไว้


มาต่อให้แล้วน๊า น้องเล็กจะทำยังไงกับคำสาบานที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนพูด

มันจะผ่านเลยไปเฉยๆ หรือว่าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวมาต่อให้ค๊า

ฝากติดตาม ฝากเมนต์  ฝากแอดแฟนด้วยนะคะ 

ใครชอบแนวพระเอกใจร้ายปากร้าย เรื่องนี้นานาจัดให้เต็มค่ะ 

รักสุดหัวใจ

เทียนธีรา

สาวๆ ที่รักจ๋า

อีบุ๊ค รสรักหวานเอยมาแล้วน๊า

คลิ๊กเลยจ้า ความฟิน ความหื่น หวามหวาน รอสาวๆ อยู่จ้า

        แสดง 4 - 4
วันที่โพสต์ :  8 พ.ค. 2560 09:29    วันที่อัพเดท :   23 มิ.ย. 2560 07:49    › จำนวนผู้เข้าชม 14100 คน
   › คะแนนโหวต 95 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :