นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เมียคืนแรม ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๑    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๒ ทวงคำสาบาน 75% โดนคนขี้โมเมรังแกเข้าแล้ว


เมียคืนแรม

ทวงคำสาบาน

 

คุ้มลักษิกาอันกว้างใหญ่นั้นเงียบเหงาไปถนัดตาเมื่อสมาชิกในบ้านต่างพร้อมใจกันออกไปข้างนอกกันหมด เหลือเพียงธรินดา บัวคำกับสาวใช้อีกสี่คนและคนสวนเท่านั้น หญิงสาวจึงฆ่าเวลาโดยการไปปั่นจักรยานเนินเขาหลังบ้าน ตัดดอกกุหลาบสีขาวมาเพิ่ม แล้วเอาเข้าไปจัดแจกันในห้องพระเสียใหม่ จากนั้นก็นั่งสมาธิให้จิตใจสงบอยู่พักใหญ่ จึงค่อยออกไปนั่งเล่นที่สวนหย่อมมุมโปรดของตน

ร่างบางมุ่นคิ้วเรียวเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำแล้วเห็นว่าที่โต๊ะอาหารมีกับข้าวและจานเปล่าวางบนที่นั่งประจำของตนเพียงที่เดียว ส่วนที่อื่นๆ ว่างทั้งหมด แม่ใหญ่นั้นเธอรู้อยู่แล้วว่าท่านไม่อยู่เพราะไปปฏิบัติธรรม ส่วนปรัชญ์ก็คงไม่กลับอีกเช่นเคย ทว่าพี่ชายคนโตอย่างปราณต์นี่สิ ทำไมเขาถึงยังไม่ลงมา

บัวคำยิ้มให้พร้อมกับขยับไปหยิบเอาโถข้าวเพื่อจะตักให้ เมื่อเห็นว่าลูกสาวบุญธรรมของเจ้านายเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหารแล้ว

“คุณหนูเล็กหิวหรือยังคะ”

“หิวแล้วค่ะ ว่าแต่พี่ปราณต์ยังอาบน้ำไม่เสร็จเหรอคะพี่บัวคำ ทำไมไม่เห็นลงมาเสียทีล่ะ” หญิงสาวถามถึงพี่ชายคนโตซึ่งปกติจะกลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านทุกวัน ไม่เหมือนปรัชญ์ที่แทบจะไม่กลับจนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว

“อ๋อ...วันนี้คุณหมอปราณต์เข้าเวรค่ะคุณหนูเล็ก”

“วันนี้พี่ปราณต์เข้าเวรหรอกเหรอคะพี่บัวคำ ถึงว่าไม่ได้ยินเสียงรถของพี่ปราณต์เลย สงสัยเมื่อเช้าแม่ใหญ่จะลืมบอกเล็ก” ประโยคหลังเจ้าของเสียงหวานนุ่มคล้ายจะรำพึงกับตัวเองมากกว่า พอรู้ว่าวันนี้ตัวเองต้องกินข้าวคนเดียว ธรินดาจึงให้บัวคำตักข้าวแค่ครึ่งทัพพี เพราะเธอคงกินได้ไม่เยอะเท่าใดนัก

แม้จะไม่อบอุ่นเหมือนทุกวัน แต่มือเล็กก็จับช้อนและค่อยๆ ตักข้าวใส่ปากทีละคำจนหมดเกลี้ยงจาน จึงค่อยรวบช้อนแล้วยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่ม ธรินดาเป็นเช่นนี้เสมอ รู้ตัวว่าจะกินมากน้อยเท่าไหร่ก็ตักเท่านั้น และข้าวในจานจะถูกตักกินทุกเม็ดเสมอ แม้เธอจะไม่เคยทำนา แต่ก็รู้ดีว่ากว่าที่ชาวนาจะได้ข้าวมาแต่ละเม็ดนั้นต้องเหนื่อยยากเพียงใด

ปกติหลังจากกินข้าวเย็นอิ่มแล้ว ธรินดาจะนั่งคุยกับแม่เลี้ยงลักษิกาก่อน แต่วันนี้แม่ใหญ่ของเธอไม่อยู่หญิงสาวจึงตรงขึ้นห้องตัวเองเลย

มือเล็กหยิบรีโมตโทรทัศน์มาเปิดดูเพื่อรอเวลานอน วันนี้อากาศค่อนข้างจะร้อนอบอ้าว ธรินดานึกอยากออกไปรับลมด้านล่างอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากพาตัวเองลงเสี่ยงเพราะถึงแม้ปรัชญ์หลายวันมานี้ปรัชญ์จะไม่กลับบ้าน แต่เขาอาจจะกลับมาคืนนี้ก็ได้ ตั้งแต่ที่เจอปรัชญ์ในสวนคืนนั้น เธอก็ไม่กล้าลงไปเดินเล่นยามกลางคืนอีก เพราะกลัวว่าจะปะทะกับปรัชญ์ ซึ่งเธอยอมรับกับตัวเองว่ากลัวการเผชิญหน้ากับคนร้ายกาจอย่างปรัชญ์มาก  

เวลาผ่านไปจนกระทั่งสี่ทุ่ม ตาคู่สวยที่ประดับด้วยแพขนตางอนยาวก็เริ่มปรือปรอยลง มือเรียวเล็กจึงหยิบรีโมตที่วางอยู่ข้างๆ ตัวมาปิดหน้าจอโทรทัศน์ ลุกไปถอดปลั๊ก ปิดไฟในห้องจนมืดสนิท แล้วจึงกลับมานอนที่เตียงหนานุ่มขนาดหกฟุตซึ่งนอนมาหลายปีตั้งแต่เริ่มโตเป็นสาว

คืนนี้เป็นคืนเดือนแรมที่พระจันทร์มืดดับ แต่ท้องฟ้าก็ยังไม่ไร้ซึ่งแสงดาว ธรรมชาติยังทำหน้าที่ของมันเช่นเดิม  เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องขับขานในยามค่ำคืนท่ามกลางบรรยากาศอันแสนเงียบสงบ ขับกล่อมให้คนในคุ้มลักษิการวมทั้งธรินดาหลับไปอย่างง่ายดาย

ปังปังปัง!

เสียงเคาะประตูหนักๆ ดังขึ้นกลางดึกทำให้คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ธรินดาลุกขึ้นนั่งแล้วเงี่ยหูฟังว่าเสียงนั้นมาจากไหน เมื่อไม่แน่ใจหญิงสาวจึงลุกไปจากเตียง เอาหูแนบประตูจึงรู้ว่าเสียงเคาะที่ดังแบบไม่เกรงใจนั้นมาจากหน้าห้องของตนนี่เอง

“ใครคะ” เสียงหวานถามออกไปโดยที่ยังไม่ยอมเปิดประตูตามสัญชาตญาณระมัดระวังตัวยามอยู่คนเดียว

“ฉันเอง เปิดประตูเดี๋ยวนี้ธรินดา” เสียงที่ตะโกนตอบกลับมาไม่ได้แค่ตอบแต่ยังออกคำสั่งไปพร้อมกันด้วย

ธรินดาตกใจมากกว่าเดิม เมื่อได้ยินเสียงดุๆ ที่บ่งบอกความเอาแต่ใจนั้นอย่างชัดเจน เธอจำได้ดีทีเดียวว่าเสียงนั้นเป็นเสียงใคร ปรัชญ์กลับมาบ้านคืนนี้ แถมมาเคาะห้องเธอดึกๆ แบบนี้ ไม่แคล้วคงจะมาหาเรื่องเธออีกเป็นแน่

“คุณปรัชญ์มีอะไรคะ” ธรินดาถามกลับไป แต่ยังไม่คิดจะเปิดประตูให้ตามคำสั่งของคนข้างนอกง่ายๆ เพราะรู้ดีว่าคนๆ นั้นชอบระรานตัวเองแค่ไหน

“นี่เธอจะไม่เปิดใช่ไหม”

“ถ้าคุณปรัชญ์มีอะไรจะให้เล็กช่วยก็บอกมาสิคะ หรือถ้ามีเรื่องอยากคุยกับเล็กเอาไว้คุยพรุ่งนี้เถอะค่ะ”

หลังจากธรินดาบอกเสร็จ เธอก็รู้สึกว่าปรัชญ์เงียบไป และคล้ายกับจะได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเดินห่างออกไปแล้ว หญิงสาวจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เรื่องจบลงด้วยดี

ร่างบางกำลังจะกลับไปนอน แต่แล้วก็ต้องร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อลูกบิดถูกขยับก่อนที่แสงจากข้างนอกจะสะท้อนเข้ามาในห้อง พร้อมๆ กับที่ประตูถูกผลักเข้ามา

“คุณปรัชญ์!

ธรินดาอุทานออกมาอย่างตกใจ รีบดันประตูห้องให้ปิดลงด้วยมือไม้อันสั่นเทา ตอนนี้ร่างสูงยืนค้ำตระหง่านอยู่ที่หน้าห้อง ใบหน้าหล่อเหลาที่มีหนวดเครารกครึ้มแดงก่ำ ลมหายใจกรุ่นไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์เข้มข้น บ่งบอกว่าดื่มมาอย่างหนัก ร่างเล็กใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีผลักประตู แต่ประตูนั้นไม่ได้ปิดลงตามที่เธออยากให้เป็น เพราะมันถูกมือแข็งแรงของคนเมาดันเอาไว้ด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาลของเขา

“ฉันบอกให้เปิดประตูทำไมไม่เปิด ต้องให้ฉันเสียเวลาไปเอากุญแจสำรองมาเปิดเอง” เขาเล่นงานเธอด้วยเสียงที่ดุดันและบ่งบอกความหงุดหงิดทันที

“เล็กเห็นว่ามันดึกแล้วนี่คะ”

“เธอตั้งใจจะหลบหน้าฉันมากกว่า คิดเหรอว่าจะหลบพ้นน่ะ”

ไม่แค่ถามแต่ร่างสูงยังย่างสามขุมขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะชนกับร่างบาง ทำให้ธรินดาต้องละมือจากประตู แล้วรีบถอยร่นหนีคนที่กำลังรุกคืบเข้ามาจนเกือบประชิดตัว หากเปรียบเป็นการรบตอนนี้เธอก็ถูกข้าศึกบุกผ่านกำแพงเมืองเข้ามาข้างในแล้ว

“ทำไมเล็กจะต้องหลบหน้าคุณปรัชญ์ด้วย” ทั้งที่กลัวแสนกลัวแต่ก็ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ โดยการตอบโต้กลับไปด้วยเสียงสั่นๆ

“ก็วันนี้เป็นวันที่เจ็ดที่เธอสาบานไว้กับฉันพอดีไม่ใช่เหรอ” ปรัชญ์ตอบพลางใช้มือดันประตูห้องให้ปิดลง แล้วสืบเท้าเข้าหาร่างบางที่เอาแต่ถอยหลังหนี ท่ามกลางความมืดสินทของห้อง เพราะธรินดารูดม่านให้ปิดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำแล้ว แสงไฟจากด้านนอกจึงไม่สามารถลอดผ่านเข้ามาได้

”แล้วมันเกี่ยวอะไรกันคะ” เจ้าของเสียงหวานทั้งถาม ทั้งถอยหนี

“ฉันก็จะมาพิสูจน์คำสาบานของเธอน่ะสิธรินดา”

ธรินดาไม่คิดว่าเขาจะจริงจังกับเรื่องวันนั้นขนาดนี้ ขนาดเธอยังลืมไปแล้วและไม่คิดจะเก็บมันมาใส่ใจ ซึ่งเธอคิดว่าเขาเองก็น่าจะไม่ใส่ใจกับการโต้เถียงกันเพียงไม่กี่ประโยคในวันนั้นเหมือนกัน

                “พิสูจน์ยังไงคะ”

“เธอสาบานว่าถ้าเธอโกหกว่าไม่ได้คิดถึงฉัน ขอให้เธอตกเป็นเมียฉันภายในสามวันเจ็ดวันไม่ใช่เหรอ”

“เล็กไมได้พูด คุณปรัชญ์พูดเองเออเองทั้งนั้น”

“ไม่ว่าจะใครพูดแต่นั่นก็คือคำสาบาน”

ปรัชญ์ก้าวยาวๆ จนถึงตัวของธรินดา แล้วตวัดแขนรั้งร่างบางเข้ามากอดอย่างรวดเร็วในแบบเธอไม่มีทางหลบเลี่ยงได้เลย นั่นทำให้หญิงสาวยิ่งตกใจเพราะไม่คิดว่าปรัชญ์จะกล้าทำเช่นนั้น

 “ปล่อยเล็กค่ะคุณปรัชญ์ ถ้าคุณปรัชญ์เมาก็ไปนอนเถอะนะคะ เสียงหวานร้องอุทธรณ์ขึ้น ในยามนี้ธรินดาไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครได้ เพราะแม่ใหญ่ไปปฏิบัติธรรม ส่วนปราณต์ก็เข้าเวรที่โรงพยาบาล ชั้นบนนี้จึงมีเพียงเธอกับปรัชญ์อยู่กันตามลำพังเท่านั้น

                เธอมีสิทธิ์มาสั่งฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ธรินดา

                เล็กไม่ได้สั่งนะคะ เล็กแค่ขอร้อง...

                “อยากร้องก็ร้องไปสิ ฉันไม่ได้ห้ามนี่” เขาตอบยียวนและใช้แขนกอดรัดร่างเล็กแน่นกว่าเดิม

                “ทำไมคุณปรัชญ์ถึงจงเกลียดจงชังเล็กนัก”

                “ใช่...ฉันเกลียดเธอ เกลียดตาซื่อใสๆ ของเธอ เกลียดสีหน้าท่าทางที่เหมือนไร้ความรู้สึกของเธอ เกลียดที่เธอชอบทำให้ฉันหงุดหงิด เกลียดที่เธอทำให้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเองเวลาที่อยู่ใกล้ๆ เธอ เกลียดที่เธอทำให้ฉันอยากทำแบบนี้กับเธอไงล่ะธรินดา”

เขาพูดโดยที่ธรินดาไม่มีโอกาสได้เห็นว่าสายตาเขาสื่ออะไรขณะพูดกับเธอเช่นนั้น จบคำปรัญช์ก็ก้มหน้าลงระดมจูบ คนถูกรุกรานรีบส่ายหน้าหนีเป็นพัลวัน แต่หลบปากและจมูกของคนพาลได้แค่ที่หน้า เพราะปรัญช์ซุกหน้าลงไปหาซอกคอขาวละมุนของเธอแทน


มาเอาใจช่วยน้องเล็กกันค่ะ ว่าจะรอด...ไม่รอด???

ฝากติดตาม ฝากเมนต์  ฝากแอดแฟนด้วยนะคะ 

ใครชอบแนวพระเอกใจร้ายปากร้าย เรื่องนี้นานาจัดให้เต็มค่ะ 

รักสุดหัวใจ

เทียนธีรา

สาวๆ ที่รักจ๋า

อีบุ๊ค รสรักหวานเอยมาแล้วน๊า

คลิ๊กเลยจ้า ความฟิน ความหื่น หวามหวาน รอสาวๆ อยู่จ้า

        แสดง 6 - 6
วันที่โพสต์ :  8 พ.ค. 2560 09:29    วันที่อัพเดท :   10 ส.ค. 2560 15:44    › จำนวนผู้เข้าชม 122398 คน
   › คะแนนโหวต 561 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :