นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ทวงรักสิเน่หาเถื่อน [สนพ.isis ตีพิมพ์]    by tichakorn
ชื่อตอน ตอนที่ 2-1


ตอนที่ 2

 “คุณ! ดูนั่นสิ ที่แท้พิณแก้วไม่ยอมให้เราไปส่งก็เพราะนัดกับคุณสิริเอาไว้ ไม่น่าเลยจริงๆ เห็นเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาแต่ที่ไหนได้ไวไฟซะไม่มี ฉันล่ะสงสารเพื่อนจริงๆ เลยที่ต้องมาโดนว่าที่คู่หมั้นสวมเขาให้ แล้วคุณสิรินี่ก็ทำน่าเกลียดมากมาไล่ว่าที่คู่หมั้นขึ้นแท็กซี่ไปแล้วตัวเองก็รับผู้หญิงอีกคนไป”

คนที่พิณแก้วคิดว่ากลับไปแล้วพูดขึ้นพร้อมกับมองตามท้ายรถหรูจนลับตาไปจึงหันไปถอนหายใจกับผู้เป็นสามี อีกทั้งก็นึกสงสารว่าที่คู่หมั้นของเจ้านายหนุ่มไม่ได้แล้วคงไม่รู้หรอกว่าที่คุณสิริไม่ยอมไปส่ง เพราะนัดกับผู้ชายเลขาสาวเอาไว้

“ถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย ก็ไปบอกว่าที่คู่หมั้นเจ้านายของคุณ ก่อนที่สองคนนั้นจะเลยเถิดไปมากกว่านี้” สามีแนะนำทั้งที่ความจริงไม่ได้อยากให้ภรรยาที่กำลังอุ้มท้องได้หกเดือนเศษไปยุ่งวุ่นวายเรื่องของคนอื่น แต่ก็อดเห็นใจว่าที่คู่หมั้นคู่หมายของเจ้านายภรรยาไม่ได้ ที่เขาและภรรยาก็เพิ่งจะเห็นนั่งรถแท็กซี่ออกไป

“ฉันก็อยากจะบอกอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าถ้าบอกไปแล้วจะมีปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่านี่สิ แต่เอาเป็นว่าฉันจะเตือนๆ พิณแก้วก็แล้วกัน อีกอย่างฉันก็คิดว่าแม่พิณแก้วก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าคุณสิริกำลังจะหมั้น แต่ทำไมถึงยังทำตัวแบบนี้ก็ไม่รู้สิ น่าเสียดายจริงๆ ไม่น่าทำตัวแบบนี้เลย” พูดแล้วก็ถอนหายใจ

“แต่บ้างทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราๆ เห็นก็ได้” สามีพูดปลอบเพื่อให้ภรรยาสบายใจขึ้นบ้าง แต่ร้อยทั้งร้อยถ้าผู้ชายถึงกับไล่ให้ว่าที่คู่หมั้นกลับไปเองแล้วผู้ชายก็มีนัดกับหญิงอื่นแบบนี้ คงไม่แคล้วจะต้องมีเรื่องเลยเถิดไปถึงไหนๆ แน่ คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจตามภรรยาไปอีกคน แต่ดูเหมือนฝ่ายภรรยาจะเครียดกว่าตนเป็นร้อยเท่าเพราะนั่นก็เจ้านาย นี่ก็ลูกน้อง อีกคนก็เป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกันดีจะพูดจะบอกอะไรไปก็ลำบากใจ

“แต่ดูสองคนนั้นสนิมสนมกันเกินไปนะสิ ฉันล่ะเห็นใจเพื่อนจริงๆ ไม่รู้ว่าสองคนนี้ไปรู้จักกันได้ยังไง ในเมื่อฉันยังไม่เคยพาเด็กพิณแก้วไปแนะนำให้คุณสิริรู้จักอย่างเป็นทางการเลยด้วย เคยแต่เห็นผ่านๆ กันแค่ไม่กี่ครั้ง เพราะช่วงที่เด็กพิณแก้วเข้ามาทำงานคุณสิริก็เดินทางไปต่างประเทศพอดี”

กมลวรรณบอกเสียงเครียดทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

“ไม่เอาน่ามล อย่าทำหน้าเครียดแบบนี้เดี๋ยวลูกออกมาก็หน้าบูดหน้าบึ้งกันพอดี” ฝ่ายสามีพูดเย้าหวังให้ภรรยาหายเครียดกับเรื่องของเจ้านาย

ฝ่ายภรรยาก็พานค้อนควับเข้าให้แล้วก็ฉีกยิ้มกว้างพยายามสลัดเรื่องยุ่งๆ ออกไปจากหัว แต่ก็คิดว่าจะไปเตือนๆ ผู้ช่วยเลขาสักครั้ง ดีกว่าเห็นแล้วไม่เตือนหรือไม่คิดทำอะไรเลย ก่อนที่สองสามีภรรยาจะพากันขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน ส่วนทางคนที่ทำให้สองสามีภรรยานึกห่วงและเห็นใจก็กำลังลงจากรถแท็กซี่เดินเอื่อยๆ เข้าไปในคอนโดฯ ที่ใช้เงินตัวเองผ่อน ใจก็ครุ่นคิดถึงความหลังครั้งโดยเฉพาะลูกน้อยที่เธอไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดู

นิดรอผมนะครับ ผมจะตั้งใจเรียนแล้วผมจะกลับมาอยู่ดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด

ค่ะ นิดจะรอคุณ

คุณสัญญากับผมได้ไหมว่าจะอดทนไม่ว่าคุณย่าของผมท่านจะทำอะไรหรือแสดงท่าทางไม่พอใจอะไรคุณ แต่คุณจะอดทนเพื่อครอบครัวของเรา

ค่ะ นิดสัญญาว่านิดจะอดทนเพื่อครอบครัวของเรา แต่ท่าทางคุณย่าของคุณไม่ชอบนิดเลย แต่นิดจะพยายามทำให้ท่านยอมรับในตัวนิดให้ได้ คุณไม่ต้องห่วงนะคะ

ผมรักคุณ...นิด

นิดก็รักคุณค่ะ...คุณคลินท์

'สักวันแม่คงได้พบหน้าลูกนะ ลูกรักของแม่' เจ้าของเสียงรำพันยกนิ้วปาดน้ำตาออกก่อนจะหันไปยิ้มให้หนุ่มข้างห้องที่เปิดประตูออกมาทักทายเหมือนเช่นทุกวันที่เธอเองก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมหนุ่มฝรั่งคนนี้ถึงต้องเปิดประตูออกมาทักทายเธอทุกครั้งด้วย

“เพิ่งกลับเหรอครับ”

“ค่ะ งานเพิ่งเลิก ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอส่งยิ้มให้เล็กน้อยแล้วเปิดประตูเข้าไป ทิ้งให้หนุ่มฝรั่งได้แต่โคลงศีรษะไปมาอยู่อึดใจก่อนจะกลับเข้าห้องพักบ้างเพราะดูท่าสาวเจ้าไม่อยากจะสนทนากับเขาอีกตามเคย

******

          ช่วงสายวันถัดมา ภายในห้องทำงานของผู้บริหารหนุ่ม ที่เวลานี้เจ้าของห้องทำงานกำลังนั่งมองภาพสนิทสนมของสองหนุ่มสาวผ่านหน้าจอโทรศัพท์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเหยียดปากยิ้มหยันเมื่อรับฟังคำรายงานจากลูกน้องว่าภายในเดือนหน้า สองหนุ่มสาวในภาพนี้จะเข้าพิธีหมั้นหมายกันตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย

“คิดจะหนีไปเสวยสุขกับผู้ชายคนใหม่งั้นเหรอ อย่าฝันไปเลยว่าจะมีความสุข”

คลินท์คำรามก้าว นัยน์ตาเรืองโรจน์ด้วยความโกรธที่เขาต้องทนเก็บมันเอาไว้เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับงานเพื่อให้บริษัทประสบผลสำเร็จในเร็ววัน แล้วเขาก็ทำสำเร็จภายในเวลาสามปีและตอนนี้กำลังไปลงทุนไปที่ประเทศไทยที่ใกล้ความจริงขึ้นมาทุกทีเมื่อเวลานี้โรงงานใกล้เสร็จสมบูรณ์และมันก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องตามไปเอาคืนผู้หญิงบางคนที่หน้าเงินจนทิ้งได้แม้กระทั่งลูกที่เพิ่งคลอดไม่ถึงสัปดาห์

“คุณคลินท์จะไปร่วมงานหมั้นหรือเปล่าครับ” บารอน บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ คาดเดาว่างานนี้เจ้านายไปแน่ แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะไปร่วมงานหรือไปป่วนงานหมั้น

“เมียเก่าฉันจะหมั้นทั้งที ยังไงฉันก็ต้องไปแสดงความยินดีอยู่แล้ว” คลินท์เหยียดปากยิ้มร้ายลึก พลางมองสบตากับบอดี้การ์ดรู้ใจบอกเป็นนัยว่างานนี้มีเรื่องสนุกให้ทำแน่

“ถ้างั้น ผมจะรีบให้คุณคอนนี่จัดการเรื่องการเดินทางให้เจ้านายเลยนะครับ”

“จัดการได้เลย เพราะงานทางนี้ก็ลงตัวแล้ว แล้วระหว่างที่ฉันอยู่เมืองไทย ฉันจะฝากให้คอนนี่ดูแลงานแทนฉันสักเดือนสองเดือน แต่หากมีเรื่องด่วนฉันคงต้องบินกลับมาดูงานเอง”

“ได้ครับ แล้วคุณหนูล่ะครับ เจ้านายจะพาไปด้วยหรือเปล่าครับ” บารอนหมายถึงทายาทเพียงคนเดียวของเจ้านายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังเข้าสู่วัยซนเอาเรื่องเหมือนกันจนต้องเปลี่ยนคนดูแลไปแล้วหลายคน แต่ก็น่าเห็นใจคุณหนูตัวน้อยก็ตรงที่คุณเซียล่า ซึ่งเป็นย่าแท้แต่ท่านกลับไม่ชอบคุณหนู

“พาไปด้วย ฉันไม่อยากทิ้งลูกฉันไว้ที่นี่ตามลำพัง นายก็รู้ๆ อยู่ว่าคุณย่าฉันไม่ชอบน้องฟลินท์ แล้วฉันก็ไม่อยากจะทิ้งแกไปไหนไกลด้วย ไหนยังจะแซนด้าอีกคน ที่ไม่ชอบลูกชายฉันเหมือนกัน”

ท้ายประโยคน้ำเสียงเสียงสะบัดเล็กน้อย แต่เขาไม่เคยแยแสเลยว่าว่าที่คู่หมั้นอย่างแซนด้าจะชอบหรือไม่ชอบลูกชายของเขา เพราะเขาไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเธอ แม้ว่าคุณย่าจะอยากให้แต่ง ซ้ำยังเร่งให้แต่งเร็วๆ เสียด้วย แต่เขาก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่าการเดินทางไปประเทศไทยของเขาครั้งนี้ ท่านจะมายื่นคำขาดอะไรกับเขาอีกหลังจากท่านเคยยื่นคำขาดกับเขาไปเมื่อหลายปีก่อน จนเขาต้องพรากจากคนรักไปเรียนต่อโดยขาดการติดต่อกับคนรัก แต่สุดท้ายเมื่อเขากลับมาก็ได้รู้ความจริงว่าเธอกลับประเทศบ้านเกิดไปแล้วพร้อมเงินหลายสิบล้าน

“ผมทราบครับ แต่คุณหนูคงดีใจมากๆ ที่จะได้ไปเที่ยว” บารอนยิ้มบางๆ อย่างเข้าใจความรู้สึกของเจ้านายหนุ่มเป็นอย่างดี เพราะเขารับรู้เรื่องนี้มาตลอดนับตั้งแต่คบหากันเป็นเพื่อนจนได้มาทำงานร่วมกัน

“ถ้างั้นนายออกไปได้แล้ว แล้วอย่าลืมให้คอนนี่จัดการเรื่องเดินทางให้เรียบร้อยล่ะ”

“ครับเจ้านาย” บารอนลุกขึ้นยื่นแล้วโค้งศีรษะเล็กน้อย จากนั้นก็เดินออกจากห้องทำงานของเจ้านายหนุ่มตรงไปยังโต๊ะทำงานของคอนนี่เพื่อจัดการตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม ขณะที่คนเป็นเจ้านายก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมแล้วยื่นมือไปเปิดลิ้นชักหยิบกล่องสร้อยเพชรน้ำงามที่เขาเก็บเงินจากการทำงานระหว่างที่ไปศึกษาต่อที่แคนนาดาเพื่อนำมอบเป็นของขวัญให้กับเธอ...ผู้หญิงหน้าเงิน

 ‘คุณต้องชดใช้ความเจ็บในครั้งนี้ให้ผม

คลินท์พึมพำเสียงเครียด มือกำสร้อยเพชรที่เขาตั้งใจสั่งทำเพื่อคนรักแน่นจนได้เลือดแต่มันไม่เจ็บเท่าหัวใจของเขาสักนิดหลังจากมันถูกทำร้ายด้วยผู้หญิงหน้าเงิน ทั้งที่เขาทุ่มเทความรักให้หมดหัวใจ แต่เธอกลับเห็นความรักของเขามีค่าน้อยกว่าเงิน!

        แสดง 4 - 4
วันที่โพสต์ :  26 พ.ค. 2560 09:38    วันที่อัพเดท :   20 มิ.ย. 2560 10:33    › จำนวนผู้เข้าชม 1206 คน
   › คะแนนโหวต 34 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :