นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เมียคืนแรม ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๑    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๔ คน(ไม่)สนิท 70%


เมียคืนแรม

คน(ไม่)สนิท

 

“เพื่ออะไร”

          “ก็แกกับน้องจะแต่งงานกัน ควรจะต้องทำตัวให้สนิทสนมกันเข้าไว้สิ อีกอย่างเรียกน้องแบบนั้นมันฟังดูห่างเหินและเหมือนเราไว้ตัว”

          “งั้นผมต้องเรียกธรินดาว่าน้องเล็กด้วยหรือเปล่า จะได้ฟังดูไม่ห่างเหิน” เขาเน้นประโยคหลังเป็นพิเศษ คนถูกพาดพิงร้อนใจจนต้องเงยหน้าขึ้นมองคนหาเรื่อง และเขาก็ตวัดมองมาพอดี  ตาที่เหมือนจะเรียบเฉยคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความนัยที่รู้กันสองคน ทำเอาธรินดาถึงกับวุ่นวายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียว

          “แม่ก็บอกให้เรียกตั้งนานแล้ว แต่เราไม่ยอมเรียกเองนี่” แม่เลี้ยงลักษิกาย้อนลูกชาย และไม่ได้สังเกตเห็นสายตาระหว่างคนทั้งคู่ที่มองกันแปลกๆ เพราะปรัชญ์ชอบหาเรื่องรวนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

          “ก็แต่ก่อนไม่สนิท แต่ตอนนี้ สนิท กันแล้วนี่ครับแม่เลี้ยง”

          “แกไปสนิทกับน้องตอนไหน”

          “ก็ตอน” ปรัชญ์แกล้งลากเสียง จนธรินดาถึงกับลืมหายใจขณะรอฟังคำตอบของเขา “...ตอนที่แม่เลี้ยงไม่อยู่นั่นแหละ ทำไมครับแม่เลี้ยงไม่อยากให้ผมสนิทกับลูกสาวคนเล็กของแม่เลี้ยงหรือไง”

          “แกน่ะมันชอบหาเรื่องพาลแม่ แม่ไม่เคยห้ามไม่ให้แกสนิทกับน้อง มีแต่แกนั่นแหละที่ท่ามาก ถ้าสนิทกันแล้วจริงๆ แม่ก็ดีใจ”

“แล้วเธอล่ะธรินดา อยากให้ฉันเรียกว่ายังไง” คราวนี้เขาถามคนที่ตัวเองกำลังจ้องอยู่

          “แล้วแต่คุณปรัชญ์สะดวกเถอะค่ะ เล็กยังไงก็ได้” ธรินดาตอบแบบกลางๆ แล้วเสมองจานข้าวเช่นเดิม เพื่อหลบตาคนที่จงใจทำให้เธอเดือดร้อนใจ

          “ว่าง่ายดีจริงๆ นะครับลูกสาวแม่เลี้ยงเนี่ย” ปรัชญ์หันไปพูดกับมารดาอีก เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอาแต่ก้มหน้างุดจนคอแทบจรดคางอยู่แล้ว

          “ก็แหงล่ะ แม่เลี้ยงของแม่มาดี มีแต่แกนั่นล่ะที่ดื้อ แหกคอก ไม่รู้ไปได้นิสัยห่ามๆ ขวางโลกพวกนี้มาจากใคร พ่อเราก็ออกจะเป็นสุภาพบุรุษ ปราณต์ก็ออกจะว่าง่าย” แม่เลี้ยงลักษิกาอดบ่นไม่ได้ แม้จะชินชาเสียแล้วกับนิสัยของลูกชายคนเล็ก

          “บางทีคนที่เป็นลูกบุญธรรมของแม่เลี้ยงอาจเป็นผมก็ได้มั้ง พี่ปราณต์กับธรินดาต่างหากที่เป็นลูกแม่เลี้ยงจริงๆ” ปรัชญ์ยังไม่วายพูดยอกย้อนมารดาอีกประโยค ก่อนจะรวบช้อน ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม และลุกจากโต๊ะอาหารเป็นคนแรกอีกเช่นเคย

 

          เวลาสองสัปดาห์สำหรับช่วงปิดเทอมของธรินดาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่เธอกลับมาบ้านนั้นจะเกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมายกับตัวเอง ทว่าเธอก็กำลังพยายามจะลืมและบอกตัวเองว่าเรื่องพวกนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

          กระเป๋าสองใบถูกแพ็คไว้เรียบร้อย เป้ที่เคยแฟบๆ ตอนสะพายมาจากกรุงเทพตอนนี้เต็มจนแทบยัดไม่ได้ เพราะแม่เลี้ยงลักษิกาซื้อเสื้อผ้าใหม่และของใช้หลายอย่างให้ ส่วนอีกใบสำหรับบรรจุเสบียงโดยเฉพาะ และเมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปสนามบิน บัวคำก็ขึ้นมาช่วยยกกระเป๋าไปใส่ท้ายรถ จากนั้นอินแปงก็เปิดประตูหลังเพื่อให้แม่เลี้ยงลักษิกากับธรินดาขึ้นไปนั่ง

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะขึ้นรถ เสียงแตรของรถอีกคันที่แล่นเข้ามาใหม่ก็ดังขึ้น

          ปริ๊น ปริ๊น

          ทั้งแม่เลี้ยงลักษิกาและธริดาต่างแปลกใจอย่างมากเมื่อเห็นว่ารถที่แล่นเข้ามาใหม่เป็นรถของใคร ร่างสูงก้าวลงมาจากรถโดยไม่ได้ดับเครื่อง

          “มาได้ไงตาปราณต์” คนเป็นแม่ถามเมื่อลูกชายคนโตก้าวเข้ามาหา

          “พอดีคนไข้ไม่เยอะครับ ผมก็เลยลางานมาสองชั่วโมง ทันเวลาส่งน้องเล็กพอดี”

          “นี่ลางานมาเพื่อจะไปส่งน้องเลยเหรอ”

          “ครับแม่ ก็ตอนน้องเล็กมาผมไม่ได้ไปรับ เลยชดเชยความผิดด้วยการไปส่ง”

          “งั้นอินแปงไปยกกระเป๋าคุณหนูเล็กขึ้นรถหมอปราณต์” แม่เลี้ยงลักษิกาหันไปส่งคนขับรถส่วนตัว ก่อนจะแตะเอวเล็กของลูกสาวบุญธรรมให้ขยับไปยังรถของปราณต์แทน

          “เล็กไปก่อนนะคะลุงอินแปง พี่บัวคำ” ธรินดาบอกกับทั้งสองคนที่เดินมาส่งถึงรถปราณต์แล้วยกมือไหว้ลาอย่างไม่ถือตัว

          “เดินทางปลอดภัยค่ะคุณหนูเล็ก” อินแปงกับบัวคำรับไหว้พร้อมกับยิ้มและกล่าวอวยพรให้กับหญิงสาวที่วางตัวดีเช่นนี้มาตลอด

          แม่เลี้ยงลักษิกาให้ธรินดานั่งหน้าคู่กับปราณต์ ส่วนตัวเองนั่งเบาะหลัง จากนั้นปราณต์ก็พารถเคลื่อนตัวออกจากคุ้มลักษิกา หัวใจดวงน้อยวูบโหวงเหมือนเช่นทุกครั้งที่จะจากบ้าน ทว่าครั้งนี้มันมีความรู้สึกแปลกๆ อย่างอื่นแทรกเข้ามาด้วย

          รถเคลื่อนผ่านสวนหย่อมที่อยู่ติดกับโรงรถ ทำให้ธรินดานึกถึงคืนแรกที่ตัวเองกลับมาถึงบ้านไม่ได้ จากนั้นเรื่องราวต่างๆ ที่ตามมาก็พร่างพรูเข้ามาในหัวทั้งๆ ที่กำลังพยายามลืมอยู่แท้ๆ แต่สมองกลับยิ่งเหมือนจะจดจำภาพพวกนั้นชัดขึ้นๆ ตาคู่สวยกะพริบถี่ๆ เพื่อบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ไปตามอารมณ์อันสุดอ่อนไหวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ทว่าก็ไม่อาจข่มความน้อยใจของตัวเองเอาไว้ได้ทั้งหมด ธรินดารู้ดีว่าตัวเองไม่ควรรู้สึกแบบนั้นกับคนที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิด เพราะอย่างมากเธอก็เป็นได้แค่กาฝากในบ้านและเมียในคืนแรมคืนหนึ่งเท่านั้น

 

          เทอมสุดท้ายของการเรียนปีสี่และการเป็นนักศึกษาเริ่มขึ้นแล้ว ธรินดารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เพราะการเรียนและงานสารนิพนธ์ที่ทำคู่กับชนิศาทำให้เธอยุ่งจนแทบไม่มีเวลาคิดเรื่องส่วนตัว

          ร่างบางนั่งตรงข้ามกับคู่บัดดี้ทำสารนิพนธ์และต่างก็กำลังจ้องจอแล็ปท็อปอย่างตั้งอกตั้งอกใจ ก่อนที่ธรินดาจะเป็นฝ่ายสะดุ้งเบาๆ เมื่อเสียงโทรศัพท์มือที่วางอยู่ในกระเป๋าสะพายดังขึ้น มือเล็กรีบเปิดกระเป๋าและหยิบเอาโทรศัพท์ออกมากดรับ เพราะเกรงใจชนิศาที่เสียงโทรศัพท์ของตนรบกวนสมาธิของเพื่อน

          “สวัสดีค่ะแม่ใหญ่” เสียงหวานเอ่ยตอบต้นสายอย่างนุ่มนวลและไม่ใช้เสียงที่ดังเกินไป

          “แม่จองตั๋วให้เรียบร้อยแล้วนะหนูเล็ก”

          “จองตั๋วไปไหนคะแม่ใหญ่” ธรินดาถามแบบงงๆ เล็กน้อย

          “ก็กลับบ้านไงลูก วันเสาร์นี้ก็เป็นวันหมั้นของตาปรัชญ์กับหนูนัสแล้ว หนูเล็กลืมเหรอลูก” แม่เลี้ยงลักษิกาถามกลับแต่ไม่มีความโกรธหรือหงุดหงิดเจืออยู่ เพราะเข้าใจดีว่าธรินดาคงจะยุ่งจนลืมวัน

          “ตายจริง ขอโทษนะคะแม่ใหญ่ เล็กลืมไปเลยค่ะ”

          “ไม่เป็นไรหรอกลูก แม่เข้าใจว่าหนูเล็กยุ่งกับการเรียน เอาเป็นว่าเตรียมตัวเดินทางนะ เป็นวันศุกร์ช่วงเย็น ส่วนชุดแม่เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หนูเล็กไม่ต้องกังวล”

          “ขอบคุณแม่ใหญ่มากๆ ค่ะ วันศุกร์นี้เจอกันนะคะ”

          “จ้ะลูก แล้วเจอกัน”

          แม่เลี้ยงลักษิกาวางสายแค่นั้น ธรินดาที่เบี่ยงตัวหันหลังให้หน้าจอคอมพิวเตอร์ตอนรับโทรศัพท์หันกลับมาทางเดิมอีกครั้ง โดยพยายามบังคับให้ตัวเองมีสมาธิจดจ่อกับงานสารนิพนธ์ที่กำลังพิมพ์อยู่เช่นเดิม แต่เหมือนสมาธิจะแตกกระเจิงตั้งแต่ได้ยินว่าต้องกลับบ้านเพื่อไปร่วมงานหมั้นของปรัชญ์แล้ว

          “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าเล็ก ดูตาลอยๆ ชอบกล” ชนิศาซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามถามขึ้น เมื่อสังเกตเห็นว่าธรินดาจ้องคอมแต่ตากลับดูลอยๆ ซึ่งอาการเช่นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ธรินดาคุยโทรศัพท์เสร็จ

          “เปล่าหรอกศา เพียงแต่ว่าวันศุกร์นี้แม่ใหญ่จะให้กลับบ้านน่ะ ที่บ้านมีงานมงคล”

          “แล้วไม่ดีใจเหรอที่บ้านมีงานมงคลน่าจะเป็นเรื่องดีนะ ทำไมไม่ยิ้มเลย หรือว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ”

          “เปล๊า” รีบปฏิเสธเสียงสูง “เราต้องดีใจสิ ก็นี่ไงยิ้มอยู่นี่ไง”

          ว่าแล้วธรินดาก็รีบปรับสีหน้าให้ดูร่าเริงพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้ชนิศาดู แม้ว่ารอยยิ้มนั้นจะไม่ได้มาจากความรู้สึกข้างในเลยสักนิดก็ตาม

          “เราว่าเล็กยิ้มแปลกๆ”

          “อะไรของศา พอไม่ยิ้มก็ว่าเครียด แต่พอยิ้มก็ว่าเราแปลกๆ อีก”

          “ก็มันจริงนี่ ปกติเราไม่เคยเห็นเล็กเป็นแบบนี้”

          “ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอก ทำงานกันต่อดีกว่า”

          ชนิศาจ้องหน้าหวานใสของคนที่พยายามปกปิดความรู้สึกอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงมองหน้าจอแล็ปท็อปเช่นเดิม แม้จะรู้สึกได้ว่าธรินดามีเรื่องบางอย่างอยู่ในใจ แต่ในเมื่อเพื่อนไม่พร้อมจะเล่า เธอก็ไม่คิดจะเซ้าซี้

 


คนพาลจะหมั้นแล้ว...หมั้นแล้วยังจะรังแกน้องเล็กอีกมั้ย มาลุ้นกันค่ะ 

ฝากติดตาม ฝากเมนต์  ฝากแอดแฟนด้วยนะคะ 

ใครชอบแนวพระเอกใจร้ายปากร้าย เรื่องนี้นานาจัดให้เต็มค่ะ 

รักสุดหัวใจ

เทียนธีรา

สาวๆ ที่รักจ๋า

อีบุ๊ค รสรักหวานเอยมาแล้วน๊า

คลิ๊กเลยจ้า ความฟิน ความหื่น หวามหวาน รอสาวๆ อยู่จ้า

        แสดง 13 - 13
วันที่โพสต์ :  8 พ.ค. 2560 09:29    วันที่อัพเดท :   10 ส.ค. 2560 15:44    › จำนวนผู้เข้าชม 118918 คน
   › คะแนนโหวต 521 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :