นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เมียเก็บพรหมจรรย์ (by ดอกโบตั๋นสีขาว) NC 25+    by funny_angel
ชื่อตอน ตอนที่ 3 ผิดหวัง part 3



E-book มาแล้วค่ะ (พร้อมโหลดที่ Meb)

คลิก!!! Get it now

ดอกโบตั๋นสีขาว
“เราอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงเหรอคะ” เธอถามเสียงสะอื้นเหมือนใกล้จะขาดใจ อยากให้เรื่องนี้คือเรื่องโกหกที่จิรายุทธแต่งเรื่องขึ้นมามากกว่า “ถ้าเธอยอมเอ...


**ผลงานนิยายเรื่องอื่นๆ**

https://goo.gl/et0Lxc




แวะเข้ามาอ่านแล้ว ฝากคอมเม้นท์

กดโหวต แอดFav กดแชร์กันบ้างนะคะ

มีกำลังใจจะมาเร็วกว่าเดิม 555


       สั่งซื้อหนังสือทำมือเรื่องอื่นๆทางแฟนเพจ

 

หนังสือทำมือพร้อมส่ง

http://bit.ly/2uOzOw3




++++++++++

ภายในห้องสี่เหลี่ยมของแพทย์ชื่อดัง แผนกจิตเวชโซนผู้ป่วยวีไอพีที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มีกลิ่นยาหลายชนิด รวมถึงกลิ่นยาฆ่าเชื้อคละคลุ้งไปทั่วบริเวณโรงพยาบาลตามปกติ  

จิรายุทธนั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาเบาะหนานุ่มสีขาว ด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวด พลางก้มดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือเรือนแพง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาถูกลดทอนลงแม้แต่น้อย

        ขอโทษที่มาช้านะครับคุณเจมส์ ผมขอโทษจริงๆ”  

ดอกเตอร์เกรียงไกร’ พูดเสียงร้อนรน หลังจากเปิดประตูห้องทำงานตัวเองเข้ามา ก็พบคนไข้วีไอพีนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

คนสูงวัยกว่าทำตัวพินอบพิเทาอย่างให้เกียรติคนหนุ่ม ก่อนจะรีบเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามเขา แทนที่จะเรียกให้อีกฝ่ายไปนั่งคุยที่โต๊ะทำงานเหมือนคนไข้รายอื่น

        คุณหมอมาสายสิบนาที” 

จิรายุทธกล่าวเสียงแข็ง เพียงแค่นี้ก็ทำให้คุณหมอแทบจะต้องหยิบกระดาษทิชชูมาซับเหงื่อที่ซึมตามขมับเพราะความกริ่งเกรง เขารู้ว่าถึงจิรายุทธจะไม่ใช่ผู้บริหารของโรงพยาบาลนี้ แต่ยังไงครอบครัวของอีกฝ่ายก็มีหุ้นส่วนเป็นอันดับสองของโรงพยาบาล  

ดังนั้นต่อให้คุณหมออยู่ไกล หรือยุ่งมากแค่ไหน และคนไข้วีไอพีรายนี้ไม่ได้นัดก่อนล่วงหน้า เขาก็ต้องกลับมาให้ทัน อย่างเมื่อวานเขาติดบรรยายอยู่ที่เชียงใหม่ แต่พอจิรายุทธโทร.มาว่าจะแวะเข้ามาในเช้าวันนี้ เขาก็ต้องรีบจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเช้าสุดเพื่อมาพบตามที่คนไข้ต้องการ

ต้องขอโทษคุณเจมส์มากๆ นะครับ ตรงหน้าสนามบินรถติดมากเลย วันนี้รู้สึกจะมีนักร้องเกาหลีมา คนแห่มารอกันเพียบ

เข้าเรื่องเถอะหมอ เพราะผมไม่มีเวลามาก

จิรายุทธบอกเสียงขรึม เพราะเบื่อหน่ายที่ต้องแวะมาโรงพยาบาลด้วยเรื่องบ้าบอของตัวเอง

นับสิบปีแล้ว....อาการประหลาดของเขาก็ยังไม่หายสนิท เวลาแวะมาโรงพยาบาลแต่ละครั้งเขาก็ต้องปลอมตัว เพื่อหลบหลีกผู้คนและนักข่าวโดยไม่ให้ถูกจับตามอง ราวกับตัวเองเป็นนักโทษหนีคดีอย่างเช่นวันนี้เขาต้องอยู่ในมาดหนุ่มเซอร์ ขับบิ๊กไบค์มาพร้อมสวมหมวกแก๊ปกับแว่นกันแดดสีดำ แทนที่จะเป็นชายหนุ่มนักธุรกิจมาดเข้มสุดหรูตามปกติ

เพราะหากข่าวเรื่องความผิดปกติทางจิตของเขาหลุดออกไป จนคนตามขุดคุ้ยต้นเหตุ ว่าชายหนุ่มเคยขับรถชนเด็กคนหนึ่งจนเฉียดตายและไร้ความรับผิดชอบ คงได้มีคนออกมาต่อต้าน

โดยเฉพาะกลุ่มดราม่าตามอินเทอร์เน็ต พวกโซเชียลเน็ตเวิร์กที่แชร์กันอย่างรวดเร็ว หรือเว็บบอร์ดต่างๆ ที่ขอได้ด่าไว้ก่อนไม่ว่าเรื่องอะไร ก็อาจจะหันมาเพ่งเล็งเขาแทน

แต่ความจริงเขาไม่ได้สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น นอกจากเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพราะหุ้นบริษัทจะตก และความน่าเชื่อถือในตัว

ผู้บริหารลดลง เพราะอาจมีพวกจ้องรอโอกาสนี้มาชิงตำแหน่งเขา

คุณยังฝันถึงเรื่องนั้นอยู่เหรอครับ

คุณหมอวัยกลางคนถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล

เขาจำได้ว่าจิรายุทธมารักษาตัวครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน แล้วอาการเกือบดีขึ้นมาช่วงหนึ่ง ก่อนจะหายไปนาน ชายหนุ่มขอให้ปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และไม่ยอมบอกแม้แต่มารดาของตัวเอง

ผมได้อีเมลจากเธออีกครั้ง...ในรอบหลายปี

จิรายุทธเอ่ยเสียงเครียดด้วยความอึดอัด มันเลยทำให้เขาฝันถึงเหตุการณ์วันนั้นอีกแล้ว ความฝันและภาพมโนในสมองของเขามันเริ่มตั้งแต่หลายปีก่อน ตอนเกิดอุบัติเหตุที่เขาขับรถไปชนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เซ่อซ่าขี่จักรยานมาตัดหน้ารถ

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เธอไม่สามารถกลับมาเดินได้ปกติเหมือนเดิมและต้องทำกายภาพบำบัดช่วย เขาอยากรับผิดชอบที่ต้องทำให้เด็กผู้หญิงพิการ แต่ก็มีคนมารับเธอไปดูแลตัดหน้าเขาก่อนแล้ว ทำให้เขารู้เรื่องเธอเพียงแค่นั้น

ชายหนุ่มไม่อยากยอมรับสักนิด ว่าตัวเองต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยจิตเวชได้ แต่หลังจากวันนั้นเขาก็มีอาการโรคจิตเฉียบพลันขึ้นมา มักจะรู้สึกถึงเหตุการณ์นั้นอยู่ซ้ำๆ บ่อยๆ จนหยุดไม่ได้

เขาจำแต่ภาพโหดร้ายได้ติดตา ว่าเห็นร่างของเด็กผู้หญิงนอนหมดสติเนื้อตัวฟกช้ำจมกองเลือดอยู่บนพื้น และเขามักฝันร้าย ย้ำคิดแต่เรื่องเดิมๆ จนถึงขั้นท้อแท้ตำหนิตัวเอง ที่ไม่สามารถรับผิดชอบแค่เด็กเพียงคนเดียว

พอผ่านมาหลายปี อาการทางจิตที่มีความคิดฝังใจถึงแต่เรื่องนั้นก็เริ่มหายสนิท เพราะเขาไม่ยอมเข้าไปอ่านอีเมลที่เธอส่งมาอีก เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ในการตัดสินใจตั้งรหัสผ่านที่แน่ใจว่าตัวเองจะจำไม่ได้

แต่ไม่กี่วันก่อน ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเข้าไปกู้บัญชีคืน ราวกับอยากลองอ่านอีเมลที่เธอส่งมาในปัจจุบัน และทำให้เรื่องพรรค์นั้นกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้งเธอบอกว่าตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ และอยากเจอเขา 

จิรายุทธยอมรับว่าตัวเองในตอนนั้นขี้ขลาด และเห็นแก่ตัว เพราะกลัวประวัติจะด่างพร้อย เมื่อรู้ว่าเธอมีคนมารับไปดูแล เขาก็ปัดความรับผิดชอบด้วยการปิดเบอร์มือถือทิ้ง จนทำให้เหลือเพียงช่องทางเดียวที่จะติดต่อได้

แต่สาเหตุที่เขายังไม่ปิดบัญชีอีเมลนั้นทิ้งไป เพราะเขายังชอบอ่านข้อความที่เธอส่งมาถามไถ่อยู่เรื่อยๆ และเธอก็ช่างดีเหลือเกินที่ไม่พูดถึงอาการของตัวเองเลยสักนิด ทั้งที่เขาอยากรู้แทบคลั่งตายว่าเธอกลับมาเดินอีกได้ไหม

ก็ดีเลยสิครับ คุณก็ติดต่อขอพบเธอ

คุณหมอทำหน้าดีใจแทน เพราะเขาเชื่อว่าอาการของชายหนุ่มควรรักษาที่ต้นเหตุ หากจิรายุทธได้ช่วยเหลือเด็กหญิงผู้น่าสงสารตามที่เคยตั้งใจไว้ ความกลัวในจิตใจที่เป็นปมมานานอาจจะดีขึ้นมา

ถ้าเธอเป็นอย่างที่ผมคิดขึ้นมาล่ะ

คุณต้องยอมรับความจริง

ผมนึกถึงเธอในสภาพนั้น มันทำผมหงุดหงิดแทบบ้าตาย!

เสียงห้าวคำรามอย่างระบายอารมณ์ พลางยกมือขึ้นมาทึ้งผมตัวเองแบบที่ไม่เคยทำให้ใครเห็นมาก่อน

เขารู้ว่าตัวเองหลีกหนีความจริงอย่างน่าละอาย และมโนภาพอยู่ทุกวันว่าเธอคงสบายดี หากเขาไปพบว่าเธอใช้ชีวิตน่าสงสาร อย่างคนพิการเพราะเขาคือสาเหตุ เขาก็ไม่แน่ใจว่าความคลุ้มคลั่งโทษตัวเองของเขาจะอยู่ระดับไหน

เรื่องมันอาจไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิดนะครับ

แต่เท่าที่จำได้ ผมอยู่กับเธอเป็นเดือน...แต่เธอก็ยังนอนเป็นผักอยู่เตียง ต้องพึ่งรถเข็นตลอด

คนป่วยทุกคนอาการย่อมดีขึ้นครับ เด็กย่อมฟื้นตัวเร็ว

ผมเกือบฆ่าคนตาย!

คุณไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น และตอนนี้แสดงว่าเธอยังสบายดีถึงติดต่อคุณได้” ดอกเตอร์เกรียงไกรออกความเห็น พลางเอื้อมมือมาแตะแขนเขาเบาๆ เพื่อให้ระงับสติ เขารู้ดีว่าจิรายุทธคงคิดว่าทำแบบนั้นแล้วจะทำให้อาการรู้สึกผิดขอตนเจือจางลงและจะลืมเธอได้ แต่เปล่าเลย...มันกลับทำให้อาการชายหนุ่มแย่กว่าเดิม จนต้องหันมาพึ่งยา

ผมก็หวังอย่างนั้น อย่าให้ฝันร้ายนั้นคือความจริงเลย

จิรายุทธถอนใจ พลางเอนตัวพิงพนักโซฟาแล้วหลับตาลง ถึงเขาจะจำภาพเป็นสิบๆ ปีได้ไม่ชัดเจน จนเหมือนความทรงจำสีจางที่เลือนราง แต่เวลาที่เจอเหตุการณ์คล้ายกัน เขาก็มักจะนึกถึงเสมอว่าตอนนี้เด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไร อยู่ไหนหรือทำอะไรอยู่

อย่างวันก่อน มูลนิธิเด็กพิการแห่งหนึ่งได้ส่งคนเข้ามาขอทุนการศึกษา เพื่อให้เขามอบทุนเด็กเรียนดี ก็ทำให้จิรายุทธเฝ้าโทษตัวเองอีกครั้ง ว่าเด็กพวกนี้พิการโดยกำเนิดแต่เด็กผู้หญิงคนนั้นต้องเดินไม่ได้เพราะเขา แม้จะทำทุกวิถีทางถึงขนาดรับอุปการะเด็กผู้หญิงคนอื่นที่เจอเคสใกล้เคียงกันเพื่อลดความรู้สึกผิด แต่มันกลับช่วยไม่ได้เลยเมื่อมันไม่ใช่เธอ

คุณอยากให้หมอจ่ายยานอนหลับ หรือยาระงับประสาทเพื่อช่วยผ่อนคลายอีกไหม” คุณหมอถามความต้องการของคนไข้ เพราะ  จิรายุทธเลิกยาพวกนี้มานานเกินห้าปีได้แล้ว   

ไม่ เขาปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะรู้ดีว่ายาพวกนี้ก็แค่ช่วยให้เขาผ่อนคลายชั่วคราวเท่านั้น

คุณเจมส์ครับ…” เกรียงไกรเอ่ยเสียงเรียบ “…หมอว่าบางทีเด็กคนนั้นอาจจะสุขสบายดี ครอบครัวต่างชาติที่รับไปอุปการะเธอ อาจจะรักเธอยิ่งกว่าที่คุณอยากจะดูแลเธอในตอนแรกก็ได้นะ

จากการวิเคราะห์ จิรายุทธก็แค่อยากมาระบายความอึดอัดให้แพทย์ฟังมากกว่า มันก็เหมือนเรื่องบางเรื่องที่บางคนเคยเจอในวัยเด็ก เช่นทะเลาะกับเพื่อน หรือเลิกคบกับแฟนคนแรกที่รักมากแต่ต้องมีเหตุเลิกรากันไป ทุกวันนี้ก็ยังคงฝันถึงคนนั้นเพราะรู้สึกผิดหรือคิดถึง หากแต่เรื่องของจิรายุทธอาจจะหนักหนาสาหัส เพราะถึงขั้นทำให้ชีวิตคนหนึ่งต้องมีตำหนิ

+----------+

        แสดง 8 - 8
วันที่โพสต์ :  31 ก.ค. 2560 20:30    วันที่อัพเดท :   20 ม.ค. 2561 04:50    › จำนวนผู้เข้าชม 32210 คน
   › คะแนนโหวต 589 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :