นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เมียเก็บพรหมจรรย์ (by ดอกโบตั๋นสีขาว) NC 25+    by funny_angel
ชื่อตอน ตอนที่ 4 อดีตที่ผูกพัน part 1


E-book มาแล้วค่ะ (พร้อมโหลดที่ Meb)


คลิก!!! Get it now

ดอกโบตั๋นสีขาว
“เราอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงเหรอคะ” เธอถามเสียงสะอื้นเหมือนใกล้จะขาดใจ อยากให้เรื่องนี้คือเรื่องโกหกที่จิรายุทธแต่งเรื่องขึ้นมามากกว่า “ถ้าเธอยอมเอ...



มาต่อแล้วค่ะ

แวะเข้ามาอ่านแล้ว ฝากคอมเม้นท์

กดโหวต แอดFav กดแชร์กันบ้างน๊าาาาา


**ผลงานนิยายเรื่องอื่นๆ**

https://goo.gl/et0Lxc


 

สั่งซื้อหนังสือทำมือเรื่องอื่นๆทางแฟนเพจ

 

หนังสือทำมือพร้อมส่ง

http://bit.ly/2uOzOw3


ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ


ตอนที่ 4

อดีตที่ผูกพัน

 

หลายปีก่อน รถยนต์สีดำสุดหรูรุ่นใหม่ล่าสุด ขับหักเลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่ลาดยางเข้ามาในซอยแคบๆ ที่เป็นดินลูกรังผิวถนนขรุขระ ทำเอารถยนต์ราคาแพงที่เคยเงาวับในตอนแรกจับไปด้วยฝุ่นสีแดงขุ่นรอบคัน

ทั้งสองฝั่งริมทางของถนน บรรยากาศเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหนาเขียวชอุ่ม มีแปลงนาของชาวนา และปลูกพืชสวนพืชไร่ติดกันเป็นแนวยาว นอกจากปลูกผัก ก็ยังมีเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ไข่ทั้งกินเองและค้าขายเป็นอาชีพหลัก รวมถึงทำประมงจับปลาแม่น้ำจืดเพราะอยู่ติดกับแม่น้ำใหญ่ ตามวิถีชีวิตการเกษตรแบบผสมผสานและอยู่แบบพอเพียงของคนต่างจังหวัดในอำเภอเล็กๆ ที่ห่างใกล้จากเมืองหลวงแต่อากาศดีและเงียบสงบ  

        หลังจากขับลึกเข้ามาตามทางเรื่อยๆ เจ้าของรถเริ่มหัวเสียสบถคำหยาบออกมาหลายครั้ง เพราะกังวลว่ารถสุดโปรดที่เหมือนลูกรักจะพังก่อนเวลาอันควร และตัวเองก็เคยชินแต่ขับอยู่ในเมืองกรุงศิวิไลซ์ที่มีแต่ถนนคอนกรีตลาดยาง จนผู้โดยสารสูงวัยกว่าที่ติดรถมาด้วยถึงกับต้องห้ามปรามหลายรอบ

        แม่งเอ๊ยเทศบาลแถวนี้ มันไม่มาทำห่าอะไรเลยหรือไงวะ”  

จิรายุทธบ่นตามประสาชายหนุ่มเลือดร้อนวัยยี่สิบเอ็ดปี คิ้วเข้มหงุดหงิดที่ น้องเจได’ รถยนต์สุดที่รักที่มารดาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดต้องมาลำบากลำบนในถิ่นทุรกันดาร ถ้ากลับไปกรุงเทพฯ เขาคงต้องเอาไปล้างรถดูดฝุ่นรอบคันพร้อมกับเช็กสภาพเครื่อง

        ชายหนุ่มเพิ่งเรียนจบ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้หมาดๆ จากนั้นเขาก็เริ่มเข้ามาเรียนรู้งานของโรงแรมซึ่งเป็นกิจการหนึ่งครอบครัว ตั้งใจว่าจะลองทำงานสักสองปีเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก่อนบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ

วันนี้เขาอยากอาสาขับรถ พามารดามาทำธุระที่ต่างจังหวัดด้วยตัวเอง แม้ตอนแรกคุณหญิงวราภาทำท่าจะไม่ยอมนั่งรถมาด้วยเพราะเขาขับรถเร็วและเพิ่งขับเป็นได้ไม่กี่เดือน เนื่องจากปกติชายหนุ่มจะมีคนขับรถคอยไปรับไปส่งเสมอ แต่ในที่สุดแม่ก็ไม่อาจต่อต้านความเอาแต่ใจของจิรายุทธได้ จนคนเป็นแม่ต้องยอมให้ลูกชายขับเอง   

แม่บอกให้พูดเพราะๆ ไงตาเจมส์ เดี๋ยวก็ติดเป็นนิสัยหรอก

วราภาดุลูกชายเสียงเข้ม เพราะกลัวชายหนุ่มไปเผลอพูดแบบนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่ที่เป็นคนในแวดวงสังคม อีกฝ่ายโตจนเรียนจบมหาลัยแล้วแต่ก็ยังใจร้อนเอาแต่ใจ อย่างล่าสุดยังไปมีเรื่องมีราวตอนไปเที่ยวกลางคืน หาเรื่องเตะต่อยกับชาวบ้านแบบพวกเด็กไม่รู้จักโต จนเธอต้องไปเคลียร์ให้เพราะคู่กรณีก็เป็นผู้มีอิทธิพลไม่ต่างกัน   

        “ทำไมไม่บอกว่ามาที่กันดารขนาดนี้ครับ ผมจะได้เอารถกระบะมาแทน” ลูกชายบ่น พลางเปลี่ยนเรื่องด้วยความไม่สบอารมณ์ ตั้งแต่ขับรถมายังไม่มีแหล่งน่าเที่ยว นอกจากป่าเขาลำเนาไพรกับวัด คนที่ชอบอยู่กับแสงสี และชอบเที่ยวต่างประเทศมาตลอดแอบเซ็งไม่น้อย เพราะเมืองนี้ไม่ใช่อำเภอใหญ่โตที่มีสถานที่เที่ยวดังๆ

        แม่ก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกเหมือนกัน

        แบบนี้ก็วนหากันตายเลยสิครับ

เจมส์นั่นแหละดื้อไม่ฟังแม่เลย แทนที่จะให้ลุงชาติชายขับมาส่ง แกขับรถมาหลายสิบปีคงชินทางมากกว่า

วราภาพูดถึงคนขับรถที่บ้าน ก่อนเอ่ยต่ออย่างไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกตามประสานักธุรกิจ ที่ไม่ค่อยคิดถึงส่วนรวม

ต่างจังหวัดก็แบบนี้แหละลูก งบน้อย เขาต้องเอาเงินไปพัฒนาประเทศด้านอื่นที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสิ จะเอามาสร้างแถวนี้ให้เปลืองเงินทำไม”   

แล้วไหนครับบ้านเด็กกำพร้าที่ว่านั่น เข้ามาซะลึกเชียว

จิรายุทธมองไปรอบด้าน ก็เห็นแต่บ้านไม้เก่าๆ หลังคาสังกะสีเต็มไปด้วยสนิม ซึ่งน่าจะเป็นบ้านพักอาศัยของชาวบ้านแถวนี้

เด็กมันอาศัยอยู่กับผู้ใหญ่บ้าน แม่ว่าน่าจะอยู่แถวนี้นะ บ้านคงหลังใหญ่กว่าเพื่อนหน่อย

วราภาพึมพำ พลางหยิบซองจดหมายในกระเป๋าที่ได้รับมาเมื่อเดือนก่อนออกมาดู แล้วกดโทร.ออกตามเบอร์ที่ระบุไว้แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายสาย   

        ผมว่าแม่โทร.เรียกใครให้ออกมานำทางไปดีกว่า

        “แถวนี้สัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดี แม่ว่าเราต้องค้างสักคืนนะ ถ้าขับรถกลับดึกๆ ทั้งที่ถนนเป็นแบบนี้มันอันตราย ตั้งแต่ขับมายังไม่เห็นไฟเลย ตอนกลางคืนคงมืดน่าดู”  

วราภาบอกด้วยสีหน้าเป็นกังวล ทั้งที่ความจริงกลัวการขับรถเร็วของลูกชายมากกว่า ขับซิ่งเร็วขนาดนั้นคนแก่หัวใจวายพอดี

        แต่พรุ่งนี้วันเกิดพ่อนะครับ ตอนเช้าทุกปีเราต้องออกไปตักบาตรกัน” จิรายุทธเอ่ยเตือน พลางเหลือบมองมารดาผ่านกระจกหลังแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมาทำสมาธิขับรถต่อเพราะไม่อยากวอกแวกขับรถตกหลุมที่มีน้ำขัง

แต่เมื่อครู่เขาแน่ใจ ว่าเห็นแววตาเสียใจปนโกรธเคืองของมารดา หรือว่าพ่อกับแม่จะทะเลาะกันอีกแล้ว ชายหนุ่มคิดด้วยความกังวล แต่มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเขาเพราะเขาชินชาแล้ว แต่พักหลังตั้งแต่เจ้าสัวนพพลป่วยด้วยโรคหัวใจ และหมอบอกว่าอาจอยู่ได้อีกไม่กี่ปี มารดาก็พยายามเลิกหาเรื่องทะเลาะมานานแล้ว

หรือว่าจะเป็นเรื่องนั้น...

เขานึกถึงข่าวซุบซิบของคนใช้ภายในบ้าน ที่แอบพูดกันปากต่อปากว่าบิดาแอบมีบ้านเล็ก มีเมียน้อยเป็นสาวใช้จำนวนมาก ทำให้มารดาต้องคอยจัดการขับไล่พวกนั้นออกไปจากบ้าน

จับได้สักคนก็ไล่ไปอีกคน วนเวียนแบบนี้ไม่มีจบสิ้น ทำให้ตอนนี้ส่วนใหญ่คนใช้ในบ้านเลยเหลือผู้หญิงน้อยลงทุกวัน เพราะพักหลังเริ่มรับเข้ามาทำงานแต่ผู้ชาย

เอี๊ยด!

โครม!

เสียงรถยนต์เหยียบเบรกมิดล้อ เพราะชนกับอะไรบางอย่าง ก่อนจะหักหลบเลี้ยวไปชนต้นไม้ข้างทางเต็มแรง เพราะไม่ทันได้มองรถจักรยานของใครบางคนที่พุ่งมาตัดหน้า จนถูกเขาชนตกถนนไปยังเนินเขาเตี้ยๆ ข้างล่าง

ส่งผลให้รถยนต์คันหรูของจิรายุทธก็พังเสียหายเช่นกัน หลังจากได้สติขึ้นมา จิรายุทธพยายามขยับตัวจากถุงลมนิรภัยที่ทำงานเป็นอย่างดีสมราคารถ ก่อนรีบหันไปดูความเรียบร้อยข้างหลังพลันถอนใจโล่งอก เมื่อพบว่าโชคดีที่มารดาก็คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้และปลอดภัยดี

คุณแม่ไม่เป็นอะไรนะครับ”  

เขาถามเสียงร้อนรน ก่อนรีบลงจากรถมาเปิดประตูด้านหลังสอบถาม เมื่อประเมินด้วยตาเปล่าอีกฝ่ายอาจจะแค่เคล็ดขัดยอกเล็กน้อย แต่ยังไงเขาก็ต้องพาแม่ไปเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

 แม่ปลอดภัยดี นี่มันเกิดอะไรขึ้นตาเจมส์ เมื่อกี้ขับชนใครหรือเปล่า” วราภาถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เพราะกลัวลูกชายจะพลาดไปขับรถชนใครตายเข้าแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่

น่าจะเป็นเด็กแถวนี้ เดี๋ยวผมไปดูก่อน คงต้องพาไปโรงพยาบาล

ไม่ต้องห่วงนะลูก ถ้าตายก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ เดี๋ยวแม่ให้คนมาจัดการเอง

วราภาบอกเสียงเรียบ เข้าข้างคนของตัวเองเต็มที่ด้วยความเลือดเย็น ทำเอาลูกชายอ้าปากค้าง พลางมองมารดาหน้าเหลอหลาก่อนส่ายหน้าไปมาอย่างตกใจ

ถึงเขาอยากจะลงไปด่าเด็กเปรตรายนั้น ที่มันขี่จักรยานออกมาไม่ดูตาม้าตาเรือก็ตาม แต่ถ้าถึงขั้นทำให้ชีวิตของคนคนหนึ่งต้องสูญสิ้น เขายินดีจะรับผิดชอบกับความผิดตัวเอง

ถ้ามีใครเป็นอะไร ผมรับผิดชอบเอง

ชายหนุ่มบอกหน้าเครียดๆ ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ก่อนเดินไปปีนลงตรงเนินเขาเพื่อไปข้างล่างที่เป็นป่ารกชัฏ ด้วยความยากลำบากทุลักทุเล กว่าคุณชายเจ้าสำอางอย่างเขาจะสามารถปีนลงไปได้ก็นานหลายนาที แต่แถวนี้ห่างไกลผู้คนมากนัก ถ้าเรียกให้คนมาช่วยก็เกรงว่าจะนานเกินไปอีก วันนี้เขาดวงไม่ดีจริงๆ ถึงมาเจอเรื่องซวยแบบนี้

วราภามองตามหลังลูกชายไป ภาวนาให้คนที่ถูกชนรอดปลอดภัยดี แต่เธอก็ยังไม่กล้าหยิบโทรศัพท์มากดโทร.เรียกรถพยาบาล เพราะอีกใจหนึ่ง ก็กลัวว่าถ้าจิรายุทธิขับรถชนคนตายจริงๆ แล้วจะทำให้ประวัติเขาด่างพร้อย

สิ่งที่เธอทำคือ กดเบอร์ติดต่อหาทนายความชื่อดังประจำตระกูล เพื่อให้เตรียมรับมือกับเรื่องนี้เอาไว้ ไม่ว่ายังไงลูกชายเธอต้องไม่ใช่คนผิด

        แสดง 10 - 10
วันที่โพสต์ :  31 ก.ค. 2560 20:30    วันที่อัพเดท :   20 ม.ค. 2561 04:50    › จำนวนผู้เข้าชม 29617 คน
   › คะแนนโหวต 497 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :