นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เมียเก็บพรหมจรรย์ (by ดอกโบตั๋นสีขาว) NC 25+    by funny_angel
ชื่อตอน ตอนที่ 4 อดีตที่ผูกพัน part 2




 มาต่อแล้วค่ะ

แวะเข้ามาอ่านแล้ว ฝากคอมเม้นท์

กดโหวต แอดFav กดแชร์กันบ้างน๊าาาาา

 

E-book มาแล้วค่ะ (พร้อมโหลดที่ Meb)

คลิก!!! Get it now

ดอกโบตั๋นสีขาว
“เราอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงเหรอคะ” เธอถามเสียงสะอื้นเหมือนใกล้จะขาดใจ อยากให้เรื่องนี้คือเรื่องโกหกที่จิรายุทธแต่งเรื่องขึ้นมามากกว่า “ถ้าเธอยอมเอ...



ติดตามงานนิยาย

สั่งซื้อหนังสือทำมือเรื่องอื่นๆ ทางแฟนเพจ


 

**ผลงานนิยายเรื่องอื่นๆ**

https://goo.gl/et0Lxc


 

สั่งซื้อหนังสือทำมือเรื่องอื่นๆทางแฟนเพจ

 

หนังสือทำมือพร้อมส่ง

http://bit.ly/2uOzOw3



        วันต่อมา ภายในโรงพยาบาลรัฐขนาดเล็กของอำเภอที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ อุปกรณ์ทางการแพทย์และสถานที่ ไม่ได้มีการอำนวยความสะดวกให้มาก แบบโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเหมือนในกรุงเทพฯ

โรงพยาบาลนี้ใกล้สุดเท่าที่จะหาได้ เพราะถ้าจิรายุทธจะขับรถพาเด็กหญิงไปรักษาตัวในเมืองของจังหวัด ที่โรงพยาบาลใหญ่กว่านี้เห็นทีว่าเธอคงจะไม่ปลอดภัย แต่เขาก็พยายามเลือกห้องพักวีไอพีและเรียกร้องแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สุดมารักษาให้เธอ

        หลังจากเข้าห้องฉุกเฉินไปเมื่อวาน นอกจากเด็กหญิงวัยแปดขวบจะมีร่องรอยฟกช้ำ ผลเอกซเรย์ยังตรวจวินิจฉัยพบว่ากระดูกหัก เพราะกลิ้งตกจากที่สูงและถูกรถชน 

ตอนที่ได้เห็นสภาพเธอหลังเกิดเหตุ ชายหนุ่มตัวชาวาบกับสิ่งที่เห็น ใจหายวูบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะเด็กหญิงบาดเจ็บกว่าที่คิดไว้มาก คงเพราะเธอตัวเล็กและยังเด็กอยู่ แม่หนูน้อยล้มกองอยู่บนพื้นในสภาพนอนคว่ำ ศีรษะแตกเลือดไหลอาบ และตามลำตัวมีรอยฟกช้ำโดยเฉพาะขา

ส่วนจักรยานพังยับเยินหมดสภาพอยู่ข้างๆ ไม่ต่างกับเจ้าของ ที่สำคัญแพทย์บอกว่าต้องใช้เวลาหลายเดือน กว่ากระดูกขาจะกลับมาติดกันอีกครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้เขาเศร้าลึกอยู่ในใจเพราะแพทย์ให้เขาเผื่อใจเอาไว้ว่าถ้ากระดูกไม่กลับมาประสานกันอีก เธออาจจะต้องใส่เหล็กดามหรืออาจจะเดินไม่ปกติไปตลอดชีวิต

จิรายุทธนั่งหน้าเครียดอยู่บนโซฟา ภายในห้องพักฟื้นของคนไข้ ขอบตาคล้ำลึกเพราะไม่ได้นอนหลับมาทั้งคืน พลางมองไปยังเตียงคนป่วยด้วยความกังวล

เจมส์

วราภาเปิดประตูห้องเข้ามาเรียก พอเห็นลูกชายหน้าตาหมองเศร้าเป็นกังวลก็ชักเป็นห่วง นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเจอเรื่องช็อกสะเทือนใจ เพราะตั้งแต่บุตรชายคนโตของเธอเกิดอุบัติเหตุ เธอก็ไม่กล้าให้ลูกคนไหนขับรถเองอีกเลยมาร่วมหลายปี

เดี๋ยวอีกหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์จะมารับเราที่ดาดฟ้าของโรงพยาบาลนะ แม่โทร.บอกที่บ้านแล้ว

อะไรนะครับ

เขาหันมามองมารดางงๆ ที่อีกฝ่ายทำเฉยดูไม่ทุกข์ร้อน

คืนนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดคุณพ่อที่โรงแรม เราต้องรีบกลับ มีนักข่าวมาทำข่าว ไหนจะแขกวีไอพีอีกตั้งเยอะ

แล้วเด็กคนนี้ล่ะครับ

จิรายุทธเอ่ยถาม พลางมองไปยังเตียงที่มีสายน้ำเกลือ สายเลือด และสายให้ยาสารพัดชนิดอยู่ข้างๆ

เด็กหญิงตื่นขึ้นมาเป็นครั้งคราว แต่ยังไม่ได้สติมากนักเพราะศีรษะบาดเจ็บ เขาเกรงว่าจะกระทบกระเทือนทางสมอง แต่แพทย์แจ้งว่าไม่รุนแรงถึงขั้นนั้น

เดี๋ยวแม่จะส่งทนายความมาจัดการให้

โธ่คุณแม่ครับ ผมต้องรับผิดชอบดูแลเธอ

เด็กคนนี้แม่ก็จะมารับอุปการะอยู่แล้วไง แต่ถ้าพิการขึ้นมานี่ อาจต้องส่งไปสถานสงเคราะห์ดีๆ สักแห่ง

วราภาทำหน้าครุ่นคิด เหมือนกำลังเลือกที่ส่งตัวเด็ก ทำเอาคนฟังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

คนนี้เหรอครับ” เขาทำหน้าประหลาดใจ

แม่ไปดูทะเบียนประวัติคนไข้มาแล้ว เธอชื่อพลอยน้ำเพชร คนเดียวกับที่เราจะมาหานี่แหละ

แล้วญาติเด็กล่ะครับ เขาว่ายังไงบ้างเรื่องอุบัติเหตุ เขาไม่เอาเรื่องเราหรือไง

ไม่หรอก...แม่ยัยพลอยตายไปแล้ว ไม่มีใครมาเอาเรื่องลูกแน่ ทางผู้ใหญ่บ้านเขาก็ยกให้เราจัดการเอง เพราะถือว่ายัยเด็กนี่เป็นคนของเราแล้ว” คุณหญิงผู้มีอันจะกินบอกอย่างมั่นใจ พลางปรายตามองคนบนเตียงเหมือนเห็นอากาศธาตุ ด้วยแววตารังเกียจไร้ซึ่งความโอบอ้อมอารีดั่งที่เจตนาจะมาอุปการะเด็กกำพร้า 

เราจะพาเด็กไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯ ใช่ไหมครับ

จิรายุทธถามด้วยสีหน้ามีความหวังขึ้นมา เพราะเขาคงไม่สบายใจแน่หากต้องกลับบ้านไปทั้งที่เธอยังอาการหนักแบบนี้

ไม่โรงพยาบาลนี้ก็รักษาได้เหมือนกัน

แต่ผมว่า...

แม่จะให้เด็กอยู่ที่โรงเรียนประจำแถวนี้แหละ ที่แม่ต้องมาช่วยเพราะได้รับการติดต่อมา ผู้ใหญ่บ้านเขาเลี้ยงไม่ไหว แค่นี้ก็บุญหัวมันมากแล้ว ยังดีกว่าเร่ร่อน

วราภาบอกเสียงเข้ม พลางมองผ่านๆ อย่างไม่แยแสมากนัก ยิ่งเห็นคนบนเตียงที่ดูมีใบหน้าถอดพิมพ์เดียวมาเหมือนกับคนในอดีตที่เธอเกลียดนักหนา ก็ทำให้อยากแช่งให้มันตายไปซะเลย แต่เธอก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบเด็กคนนี้ เลยจะมารับเลี้ยงเอาไว้ตามมีตามเกิด

ถ้าอย่างนั้นคุณแม่กลับไปก่อนเถอะครับ

จิรายุทธพูดเรียบๆ พลางถอนใจด้วยความผิดหวัง อีกใจก็งุนงงสับสน ที่มารดาต้องดั้นด้นมารับอุปการะเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ต่างจังหวัดห่างไกล แต่กลับปล่อยปละละเลยแบบนี้

ถึงเขาจะไม่ได้เป็นคนดีพ่อพระมากนัก เพราะทุกวันนี้ยังมั่วอบายมุขทำตัวเหลวไหลบ้าง แต่เรื่องแบบนี้เขาก็ควรรับผิดชอบในเมื่อขับรถชนคนอื่น

เอ๊ะตาเจมส์ จะมาวุ่นวายให้เสียเวลาไปทำไม กลับบ้านกับแม่นะ!” วราภาตวาดเสียงดังพลางเดินเข้าไปกระชากแขนลูกชายที่ทำไม่ได้ดั่งใจ ส่งผลให้คนป่วยบนเตียงเริ่มขยับตัวเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถูกรบกวน

ผมเป็นคนขับรถชนเธอก็อยากรอดูอาการ ถ้าเกิดเด็กพิการหรือเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงครับ

        หมอบอกแล้วไง แค่ใส่เฝือกรอให้กลับมาเดินได้

        วราภาพูดแล้วนึกถึงแผนการที่คิดเอาไว้เป็นฉากๆ ว่าจะไม่มีทางให้เด็กนี่มาสร้างความเดือดร้อนให้เธอและลูกชายแน่

พอดีกับโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น คุณหญิงกดรับสายจากลูกน้องที่แจ้งว่าเอาเฮลิคอปเตอร์มาจอดรับแล้ว บนดาดฟ้าของโรงพยาบาล   

        “ไปเร็วตาเจมส์ ถ้ามันพิการจริงก็ส่งไปสถานสงเคราะห์นู่น เดี๋ยวแม่บริจาคเงิน มารดาเอ่ยเร่งหลังจากวางสาย ทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมมองแม่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา

ตั้งแต่เกิดมาพอรู้ความ เขารู้มาตลอดว่าครอบครัวเขามักจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคนในครอบครัวเป็นหลัก หลายสิ่งที่ทำนั้นก็มีบ้างที่ไม่ใช่เรื่องขาวสะอาด แต่เขาก็มองผ่านเพราะโลกนี้ย่อมมีทั้งขาวและดำถึงรวมเป็นสีเทา แต่การละทิ้งคนที่เราทำเขาบาดเจ็บ  จิรายุทธมองว่ามันไร้ศีลธรรม 

ผมไม่ไป

เจมส์!”

แม่กลับไปก่อนเถอะครับ ผมจะอยู่ที่นี่ จนกว่าจะรู้ว่าเธอปลอดภัยแล้ว

จิรายุทธยืนยันหนักแน่นและนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับตัวไปไหน จนคนเป็นมารดามองตาวาวโรจน์ โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ก่อนหมุนตัวเดินกระแทกเท้าจากไปพร้อมปิดประตูเสียงดังปัง 

+---------+

 


        แสดง 11 - 11
วันที่โพสต์ :  31 ก.ค. 2560 20:30    วันที่อัพเดท :   20 ม.ค. 2561 04:50    › จำนวนผู้เข้าชม 29601 คน
   › คะแนนโหวต 497 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :