นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๑ บุษบาริมทาง 60%


ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ


บุษบาริมทาง

 

     ภาคิมมองตามไปด้วยสายตาชนิดหนึ่งแล้วยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองพลางเหยียดยิ้มร้าย เขายืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งจึงเดินกลับห้องทำงาน ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาคมปลาบเพ่งมองที่จอคอมพิวเตอร์คล้ายกำลังสนใจมันนักหนา ทว่าในสมองกลับมีแต่ภาพของเด็กสาวในอุปการะของบิดาที่เขาเพิ่งจะยัดเยียดบทเรียนของการอวดดีกับเขาให้ไปหยกๆ ความหวานละมุนจากเรียวลิ้นและร่างกายนุ่มนิ่มของเธอยามเสียดสีกับกายแกร่งของเขาก่อกวนอารมณ์บางให้ตื่นเตลิดขึ้นอย่างจนน่าหงุดหงิด

ติ๊ด... ติ๊ด...

เสียงโทรศัพท์มือถือที่เขาวางทิ้งไว้บนโต๊ะดังขึ้น เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นเบอร์ของเมธินีสาวสวยหนึ่งในจำนวนคู่ควงหลายคนของเขา ภาคิมจึงพ่นลมหายใจออกมายาวๆ เพื่อดึงตัวเองออกจากห้วงความคิดและสลัดมันทิ้งไปก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย

“ว่าไงครับแพทกำลังคิดถึงอยู่พอดี” ชายหนุ่มแกล้งหยอดคำหวานใส่ไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ห่างไกลจากความจริงคนละโยชน์

“คิดถึงจริงๆ หรือว่าแกล้งปากหวานให้แพทดีใจเล่นๆ คะ”

“ถึงปากผมจะหวาน แต่ก็หวานสู้ปากแพทไม่ได้หรอก” เสียงนั้นยั่วเย้าปนกระเส่า

“หวานพอที่คิมอยากจะกลับมาชิมอีกหรือเปล่าคะ” ปลายสายก็ส่งเสียงเชิญชวนกลับมาอย่างเย้ายวนเช่นกัน

“แน่นอนครับคนสวย”

“ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ก็แวะมาชิมสิคะ”

“ครับ เลิกงานแล้วผมจะแวะไปชิม ไม่ใช่แค่ชิมแต่จะ กิน’ ให้อิ่มเลยทีเดียว”

“กินไม่กลัว กลัวไม่กิน รีบๆ มานะคะแพทจะรอค่ะ” เมธินีตอบกลับมาอย่างมีจริต

“เตรียมตัวไว้ให้ดีก็แล้วกันครับ ปากดีแบบนี้รับรองว่าจะทำให้ครางกระเส่าเลยทีเดียว”

แค่คำพูดของเขาที่ดังมาตามสายก็ทำเอาสาวสวยแทบดิ้นพล่านด้วยความกระสันซ่าน ด้วยรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่ได้มีแต่แค่คำพูด แต่ลีลารักของเขาก็ดุเดือดเร่าร้อนไม่แพ้กัน

“มาไวๆ นะคะแพทจะรอ”

“แล้วเจอกันครับ”

พอวางสายจากเมธินีแล้วภาคิมก็ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ แปลกใจตัวเองไม่น้อยที่ไม่ได้รู้สึกคึกคักหรือตื่นเต้นเหมือนยามปกติที่มีนัดกับสาวๆ ใช่ว่าเมธินีจะไม่สวยถูกใจ ถ้าพูดกันจริงๆ เธอคือผู้หญิงเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างที่ผู้ชายปรารถนาด้วยซ้ำ ทั้งสวย เย้ายวนและเร่าร้อน ไม่เรื่องมากแถมยังเอาอกเอาใจเก่งอีกต่างหาก แต่ก็นั่นแหละวันนี้เขากลับไม่มีความรู้สึกอยากจะพาเธอหรือสาวคนไหนขึ้นเตียงด้วย นอกจาก...

ภาคิมรีบสลัดความคิดบ้าๆ ของตัวเองทิ้งไปทันที ดวงตาคู่คมเหลือบมองเวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แวบหนึ่งเมื่อรู้ว่าอีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน เขาจึงลุกจากโต๊ะเดินไปยังห้องทำงานของบิดา เป็นเวลาเดียวกับที่อรชาพาพนักงานจากร้านเสื้อชื่อดังเดินถือถุงกระดาษหลายใบเข้ามา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ รอจนกระทั่งคนอื่นๆ ออกไปหมดจึงหันไปเอ่ยถามบิดา

“คุณพ่อสั่งซื้อของพวกนี้มาทำไมเยอะแยะครับ”

“เย็นนี้พ่อจะแวะไปสถานสงเคราะห์เลยจะเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปให้หนูปุ้มด้วย”

ภาคิมเหยียดยิ้มมุมปากหลังจากได้ยินคำตอบของบิดา ก็ไหนเมื่อครู่เด็กสาวคนนั้นยังทำเชิดหน้าหยิ่งผยองเถียงเขาเสียงแข็งว่าไม่ได้มาอ้อนเอาอะไร ก็นี่ไงล่ะหลักฐานเห็นกันอยู่โทนโท่ ยังทำเป็นตีหน้าซื่อไร้เดียงสาที่แท้ก็ร้ายไม่ใช่เล่น

“นี่นอกจากคุณพ่อจะส่งเสียให้เรียนแล้วยังต้องซื้อข้าวของพวกนี้ให้ด้วยเหรอครับ  รู้สึกเด็กคนนี้จะพิเศษซะเหลือเกินนะครับ ตอนนี้อ้อนเอาเสื้อผ้าต่อไปก็คงเป็นเครื่องประดับ รถ บ้าน ซึ่งผมคาดว่าคุณพ่อก็คงจะยินดีประเคนให้” ภาคิมพูดด้วยน้ำเสียงเชิงประชดบิดาและดูถูกวิโรษณาไปพร้อมๆ กัน

“เล็กๆ น้อยๆ น่าคิม ปกติคิมก็ใจกว้างออก แล้วจะมาคิดเล็กคิดน้อยอะไรกับเรื่องแค่นี้”

“ผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยหรอกนะครับ ถ้าคุณพ่อเพียงแค่คิดจะทำบุญทำทาน แต่ที่ผมพูดก็เพราะนอกจากคุณแม่แล้วผมก็ไม่เคยเห็นคุณพ่อจะใส่ใจผู้หญิงคนไหนเท่านี้มาก่อน” น้ำเสียงของภาคิมแข็งกระด้างจนออกจะเป็นห้วน

“ก็พรุ่งนี้หนูปุ้มจะมาทำงานกับพ่อ ซึ่งพ่อคิดว่าหนูปุ้มคงไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใส่มาทำงานหรอก”

“คุณพ่อว่าไงนะครับ นี่คุณพ่อจะให้เด็กคนนั้นมาทำงานที่นี่อย่างนั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงก่อนจะขมวดเข้าหากันเพราะคาดไม่ถึงว่าผู้เป็นบิดาจะหลงใหลวิโรษณาถึงเพียงนี้

“ก็ใช่นะสิ หนูปุ้มเขาเรียนเก่ง ได้เกียรตินิยมเชียวนะตาคิม พ่อรับรองว่าหนูปุ้มจะต้องทำงานได้ดีแน่ๆ”

“แล้วยังไงครับ ต่อไปถ้าเขาทำงานเก่งพ่อไม่ต้องซื้อรถซื้อบ้านให้เป็นรางวัลเลยเหรอ”

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ใครทำดีเราก็ควรจะให้รางวัลไม่ใช่หรือไง เขาจะได้มีกำลังใจ” อยุทธ์ยิ้มน้อยๆ

“คุณพ่อ!” ภาคิมเสียงดังแทบจะตะโกน ก่อนจะเดินลิ่วๆ ออกจากห้องทำงานของผู้เป็นบิดากลับห้องทำงานของตัวเองอย่างหัวเสีย

ชายหนุ่มบึ่งรถกลับบ้านโดยไม่รอให้ถึงเวลาเลิกงาน ไปถึงก็ตรงเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อให้ตัวเองหายหงุดหงิด เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงบิดาของเขาก็ยังไม่ถึงบ้าน ซึ่งภาคิมรู้ดีว่าอยุทธ์ไปสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าตามที่บอกเขาไว้และอาจจะพาเด็กคนนั้นไปไหนต่อไหนตามลำพังกันต่อ

ร่างสูงเดินวนไปวนมาหลายรอบราวกับหนูติดจั่น ก่อนจะคว้าเอากุญแจรถออกไปหาเมธินีตามที่นัดเอาไว้และพาเธอไปยังผับหรูแห่งหนึ่ง

เมธินีแต่งตัวด้วยชุดเดรสเข้ารูปสีแดงคว้านคอลึกจนเห็นร่องอกโผล่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนด้วยมาดหมายว่าคืนนี้ภาคิมจะเป็นผู้ถอดชุดนี้หลังจากที่ทั้งสองคนกลับจากผับ

ในช่วงหัวค่ำอย่างนี้ผับแห่งนี้คนยังบางตาอยู่มาก หากแต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้คิดจะสนใจบรรยากาศรอบข้างสักเท่าใดนัก ภาคิมนั่งบนโซฟาโดยมีเมธินีนั่งเบียดกายอยู่ข้างๆ หากทว่าภวังค์ความคิดของชายหนุ่มยังวนเวียนอยู่กับเรื่องของบิดากับวิโรษณา เขาไม่อยากคิดอกุศลแต่รู้สึกได้ว่าอยุทธ์กำลังหลงเด็กคนนั้น ไม่รู้ว่าบิดาของเขาติดอกติดใจอะไรวิโรษณานักหนาถึงได้ออกอาการหลงหัวปักหัวปำถึงเพียงนี้ หรือจะเป็นเพราะลีลาอันไร้เดียงสาเหมือนอย่างที่เขาเพิ่งจะได้ลิ้มลอง

          “คิดอะไรอยู่คะคิม ทำไมดูเครียดๆ” เมธินีเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มเงียบขรึมผิดปกติ ทั้งๆ ที่ตอนคุยโทรศัทพ์กับเธอน้ำเสียงยังเต็มไปด้วยการหยอกเย้าอยู่เลย

          “คิดเรื่องงานนิดหน่อยน่ะครับ” ภาคิมตอบไม่ตรงความจริงเลยสักนิด

          “ถ้าอย่างนั้นไปเต้นรำกันหน่อยไหมคะ เผื่อคิมจะหายเครียด”

          “ไปสิครับ”

          ทั้งคู่ควงกันออกไปที่ฟลอร์เต้นรำ เกาะกอดกันแนบชิดและโยกย้ายไปตามจังหวะช้าๆ ของเพลงที่กำลังเปิดอยู่ เมธินียกมือขึ้นโอบกอดรอบคอของภาคิมพลางจงใจเบียดอกอวบอิ่มเข้ากับแผงอกแกร่ง ช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายอย่างหวานเชื่อม

          “บอกแพทได้ไหมคะว่างานมีปัญหาอะไรถึงได้ทำให้คิมทำหน้าซังกะตายได้แบบนี้”

          “เรื่องหยุมหยิมน่ะครับแพท อย่างไปสนใจเลย”

          “ไม่สนใจก็ได้ค่ะ แต่ว่าแพทขอทำให้คิมหายเบื่อนะคะ”

          “ทำยังไงครับ” ภาคิมแกล้งตีหน้าซื่อ เลิกคิ้วเข้มขึ้นสูงทั้งๆ ที่ก็รู้ดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เขาพยายามปรับสีหน้าให้สดชื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเซ็งของตัวเองไม่ให้คู่ควงได้เห็น

          “ก็อย่างนี้ไงคะ”

          จบคำเมธินีก็โน้มคอของภาคิมลงมาหาโดยที่เขาก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ เรียวปากนุ่มนิ่มซึ่งเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงประกบจูบกับปากหยักอย่างเผ็ดร้อน ก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากอุ่นกระหวัดเข้ากับลิ้นของเขาด้วยความช่ำชองในลีลารัก

ชั่ววูบหนึ่งในสมองของภาคิมก็เกิดมโนภาพตอนที่เขากระชากวิโรษณาเข้ามาจูบ มือหนาเผลอกอดกระชับร่างอ้อนแอ้นของเมธินีแน่นขึ้นกว่าเดิมแล้วจูบตอบอย่างหนักหน่วงทำให้หญิงสาวครวญครางออกมาอย่างพอใจ หากทว่ารสจูบที่ได้รับนั้นกลับไม่หวานละมุนอย่างที่เขาคาดหวัง ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ผ่อนปรนตัวเองจวบจนกระทั่งจุมพิตนั้นสิ้นสุดลง...

          “คราวนี้หายเบื่อหรือยังคะ” เมธินีสบตาอย่างยั่วยวนปนจริตจะก้าน “หรือถ้ายังไม่หาย แพทก็มีวิธีที่ดีกว่านี้อีกนะคะ”

          “หายแล้วครับ แพทเก่งและรู้ใจผมที่สุด” คาสโนวาหนุ่มหยอดคำหวาน

          “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ค้างกับแพทนะคะ”

          “ไม่กลัวจะไม่ได้นอนเหรอ” ภาคิมสัพยอก ดวงตาคู่คมแพรวพราวฉายประกายระยิบระยับ แต่ให้ตายเถอะตอนนี้เหมือนร่างกายของเขาด้านชาจนชัดเจนว่าคืนนี้คงไม่สามารถลงเอยกับเมธินีบนเตียงได้เหมือนเคย

          “กลัวที่ไหนคะ...” สาวสวยหรี่ตามองอย่างหวานเยิ้มราวกับลูกอมชุบน้ำผึ้งป่า “ถ้ากลัวคงไม่ชวน”

          “แต่พรุ่งนี้ผมมีประชุมเช้าคงค้างด้วยไม่ได้นะครับคนสวย”

          เมธินีทำหน้างอง้ำด้วยความผิดหวัง เพราะเธอคิดว่าคืนนี้ห้องพักที่คอนโดมิเนียมตนเองคงจะร้อนระอุด้วยไฟปรารถนาของทั้งคู่ไปจนกระทั่งถึงเช้า เธออยากจะโวยนักแต่เท่าที่คบกันมาได้ระยะหนึ่ง ทำให้เมธินีรู้ว่าภาคิมไม่ชอบผู้หญิงจู้จี้จุกจิกเรื่องมาก เขาพร้อมจะหันหลังให้ผู้หญิงทุกคนอย่างไม่แยแสหากเขาไม่พอใจ ซึ่งตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะรับกับสถานการณ์นั้น เพราะมีหลายๆ อย่างในตัวภาคิมที่ไม่น่าปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ


ปล. เรื่องนี้เคยตีพิมพ์มาแล้วในชื่อ เมียน้อยทะเบียนเถื่อน แต่นานาเคยลงให้อ่านออนไลน์ในชื่อ ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ ดังนั้นตอนนี้นานาจึงขอกลับมาใช้ชื่อเดิมนะคะ

ฝากอีบุ๊คเรื่องใหม่ล่าสุดด้วยจ้า


        แสดง 3 - 3
วันที่โพสต์ :  2 ก.ย. 2560 06:03    วันที่อัพเดท :   19 ก.ย. 2560 08:12    › จำนวนผู้เข้าชม 3131 คน
   › คะแนนโหวต 19 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :