นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เงาเพลิงสวาท    by mustang
ชื่อตอน ตอนที่ 5 l2 l


  “ยาขอโทษ” หญิงสาวคร่ำครวญปากคอสั่น

            “ไม่ต้องมาขอโทษพี่ คิดให้ออกมามันเกิดได้ยังไง แล้วเราจะเอายังไงกับพี่” เขาทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟาสีดำอย่างหมดแรง
            “ยาจะไปเอง ยาไม่ต้องการอะไรจากคุณสิงห์”
            “แต่พี่ต้องการชดใช้ พี่ไม่อยากรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ยาอยากได้อะไรบอกพี่มา นอกจากความรักแล้ว พี่ให้ยาได้หมด”
            “ยาไม่ต้องการอะไรจริงๆ ค่ะ ขอยาไปเถอะ”
            “พี่ขอโทษที่รับผิดชอบยาไม่ได้ พี่รักพี่ลดามาก ไม่มีใครมาแทนที่ได้”
            “ยาเข้าใจค่ะคุณสิงห์”

            หากวันนั้นเขาเลือกที่จะตามคนรักไป มันคงไม่เกิดเหตุการณ์ร้าย ชายหนุ่มไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เห็นหน้าลดามาศ มือหนากำเข้าหากันเป็นก้อนกลมจนเส้นเลือดที่แขนปูดนูน ความเจ็บแทรกแซงความแค้นขึ้นมาเป็นระลอก แม้มันจะผ่านมาประมาณห้าปีได้แล้ว แต่เหตุการณ์มันยังเด่นชัดในจิตใจไม่ต่างจากวินาทีแรกที่รับรู้ว่าคนรักได้สิ้นลมหายใจ ทุกวันที่ดำเนินผ่านมา สิงห์ราชอยู่ได้เพราะมีความคิดที่จะแก้แค้นมาหล่อเลี้ยงจิตใจ
          
ยิ่งยามเห็นใบหน้าของยติยา นัยน์ตาคมก็มีเปลวเพลิงเต้นระริก กรามแกร่งขบกันดังกรอด ใจนึกอยากจะกระชากร่างเล็กมาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอน อยากจะรู้จริงๆ ว่าจิตใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงทำร้ายเขาและลดามาศได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่เขาและลดามาศดีกับเจ้าหล่อนมาก ซึ่งคำถามนี้เขาไม่เคยถามกับหญิงสาวสักครั้ง เพราะคิดว่าทุกคำที่เจ้าหล่อนจะเอื้อนเอ่ยคงมีแต่คำโป้ปด
                ด้านยติยารีบจ้ำอ้าวเดินหนียามเวลานี้จำต้องเดินผ่านซาตานใจยักษ์ เจ้าของร่างระหงพาใจที่บอบช้ำเดินโผเผกลับไปยังบ้านพักครั้นได้เวลาเลิกงาน แต่ละก้าวที่ต้องเดินผ่านคนทั้งคู่ราวกับมีตุ้มเหล็กมาพันธนาการข้อเท้าไว้ มันหนักอึ้ง เพราะความเจ็บที่ต้องแบกรับมาทุกวันมันหนักหนาเอาการ
                กระทั่งได้ยินเสียงแตรดังขึ้น ร่างน้อยกัดเม้มปากอิ่ม เพราะใจเต้นระส่ำกลัวว่าจะเป็นคนใจร้ายบีบแตรเรียกเพื่อให้เห็นภาพความเจ็บปวด ไม่อยากจะหันกลับไปมอง แต่ด้วยแตรที่บีบย้ำๆ หลายครั้งราวกับเร่งเร้า ทำให้ยติยาจำใจต้องหันกลับไปมอง 
                จู่ๆ หัวใจของหญิงสาวก็เต้นแรงขึ้นจนต้องนำมือขึ้นมาแตะหน้าอก ชั่วประเดี๋ยวเดียวเธอต้องคลี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่ามีใครเปิดประตูรถแล้วกำลังวิ่งมาหาตน
                “แม่ยาครับ” 
                “ลีโอ” หญิงสาวเรียกชื่อลูกชายเสียงสั่น รอยยิ้มผุดขึ้นทันตา หัวใจเหือดแห้งชุ่มชื่นขึ้นมา ก่อนจะย่อตัวลงไปอ้าแขนรับลูกชายที่วิ่งเข้ามาพร้อมกอดกระชับลูกไว้แน่น น้ำตาถึงกับปริ่มดวงตาด้วยความดีใจ 
                “สบายดีไหมหนูยา” 
ขวัญชีวาเปิดปากร้องถาม
                “ยาสบายดีค่ะคุณหญิง” มือน้อยปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลเพราะความดีใจออกจากดวงตา ก่อนจะเอ่ยตอบ ซึ่งคำถามต่อมาทำให้หญิงสาวได้แต่ยิ้มจืดเจื่อนกลับไป       
                “แน่ใจหรือ เธอตอบความจริงกับฉันได้ ฉันไม่ใช่ตาสิงห์” สบายดีอย่างนั้นหรือ หล่อนไม่เคยได้ลิ้มรสกับความสุขสบายเลยสักนิด ทั้งตัวและจิตใจ  มันมีแต่ความเจ็บปวด แต่อย่างน้อยวันนี้คนตัวเล็กก็มีความสุขเพราะได้กกกอดลูกชาย ก่อนจะก้มลงไปหอมขมับเล็กอีกครั้ง 
                แต่เวลาความสุขก็อยู่กับคนเป็นแม่ได้ไม่นาน เพราะได้ยินเสียงคำรามดังมาจากทางด้านหลัง ซึ่งไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร
                “ทำไมคุณแม่พาตาลีโอมาที่นี่ครับ” ด้านเจ้าของไร่ซึ่งเห็นเหตุการณ์รีบดับเครื่องยนต์แล้วก้าวไวๆ ไปหา ชายหนุ่มไม่คาดคิดว่ามารดาจะมาโดยที่ไม่บอกกล่าว
                “ลูกคิดถึงแม่ ฉันพาหลานมาหาแม่ผิดหรือไงตาสิงห์” เอ่ยพร้อมปรายตามองหญิงสาวอีกคนที่ก้าวลงจากรถตามลูกชาย เห็นแล้วอดเหนื่อยใจไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าสิงห์ราชจะทำอะไรอีก แต่มันคงไม่ใช่เรื่องดี
                สิงห์ราชไม่ตอบกลับ  แต่รีบจ้ำอ้าวเข้าไปคว้าตัวของลีโอมาไว้ในอ้อมกอด
                “แม่มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านกันเถอะครับ” ชายหนุ่มรีบตัดบท
                “ยติยาเย็นนี้ไปกินข้าวกับฉันนะ ลีโอบ่นบอกอยากกินอาหารฝีมือเธอ”
                ยติยายิ้มกริ่มอย่างขอบคุณ เพราะรู้ว่าขวัญชีวีกำลังช่วยตน
                ด้านพลอยภัทร์ชาขัดใจไม่น้อยในการมาของขวัญชีวีและลีโอ แต่ก็ได้แต่แสร้งยิ้ม

                กับข้าวกลิ่นหอมฉุยถูกจัดวางไว้บนโต๊ะสี่เหลี่ยมสามอย่าง ทุกอย่างล้วนเป็นของโปรดของลีโอ ยติยาลงมือทำมันอย่างสุดฝีมือ รอยยิ้มถูกประดับบนใบหน้ายามปรุงอาหารให้ลูกรัก อาจจะเรียกได้ว่าในรอบห้าปีที่ผ่าน มันคือรอยยิ้มแรกที่ทำให้หัวใจชุ่มชื่นกลับมามีชีวิตมีชีวาอีกหน แต่ไม่ทันไรดวงตาต้องอมโศกยามได้สบตาประธานที่นั่งหัวโต๊ะ     
                นัยน์ตาสีนิลจ้องมาด้วยความหยาบกระด้าง ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะย่างกายเข้าไปนั่งใกล้กับบุตรชาย โดยมีขวัญชีวีนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม 
                ขวัญชีวีอดยิ้มไม่ได้ ยามเห็นหลายชายหัวเราะ
เอิ๊กอ๊ากอย่างมีความสุข สุขใดจะเท่าอยู่กันครบพ่อแม่และลูก ก่อนจะแอบมองผู้หญิงอีกคนที่นั่งข้างกับลูกชาย ไหล่ถึงกลับงุ้มลง เรื่องนี้มิวายมีสามคนต้องเสียใจ ไม่ว่าจะเป็นยติยาที่จะมาถูกแทนที่ หรือจะเป็นพลอยภัทร์ชาที่ถูกดึงเข้ามาร่วมแผนการร้าย สุดท้ายคนที่เสียใจมากที่สุดไม่พ้นบุตรชาย ถึงแม้ว่าเรื่องการแต่งงานจะถูกจัดขึ้นจริง ลีโออาจจะยังเด็กยังไม่รู้ความถึงการเปลี่ยนแปลง แต่หากโตขึ้นล่ะ เด็กน้อยมิวายต้องร้องถามถึงความใจร้ายที่บิดามีให้มารดาผู้ให้กำเนิด                 
                
ขวัญชีวีคิดว่าลูกชายร้ายสุดขั้ว  แต่ความเป็นจริงยังไม่สามรถสู้ความริษยาในจิตใจของหมอสาวซึ่งอีกไม่นานจะถูกถ่ายทอดออกมา    
                ก่อนขมวดคิ้วในการกระทำของลูกชายคนโต ทุกครั้งที่ยติยาตักกับข้าวให้บุตรชาย สิงห์ราชก็จะตักเช่นกันแล้วเขี่ยอาหารของหญิงสาวไว้ริมขอบจาน ขวัญชีวีขัดใจแต่ไม่อยากจะว่ากล่าวลูกชายต่อหน้า ด้านพลอยภัทร์ชาก็แอบยิ้มสะใจ แต่ในที่สุดหญิงอายุมากสุดก็ทนไม่ไหว         
                “ลีโอ อยากกินจานไหนบ้างคะ”           
                “ชอบทุกอย่างครับคุณย่า” ลีโอตอบเสียงใสพร้อมยิ้มแป้น เด็กน้อยยังเล็กเกินกว่าจะรับรู้ถึงความตึงเครียดของเหตุการณ์ตรงหน้า                 
                “แล้วอยากให้แม่ยาตักให้กินไหมครับ” หากหล่อนเปิดปากว่ากล่าว มิวายคนหัวแข็งอย่างลูกชาย ต้องไม่ฟัง แล้วกระทำซ้ำ ใช้ไม้นี้รับลองว่าได้ผล มีหรือที่คนเป็นพ่อจะไม่อยากเห็นลูกชายมีความสุข
                “อยากครับ”
                “แกได้ยินแล้วใช่ไหมตาสิงห์ ว่าลูกต้องการให้แม่เขาตักให้”             
                สิงห์ราชหยุดการกระทำ พร้อมเลือกที่จะส่งสายตามุ่งร้ายให้คนตัวเล็ก หญิงสาวต้องหลบสายตา การกระทำของคนใจยักษ์มันยิ่งตอกย้ำในหัวใจดวงน้อยว่าเขารังเกียจตนแค่ไหน และไม่ต้องการให้เธอได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่แม่แม้แต่น้อย ใจดวงน้อยชาหนึบ            
                ด้านพลอยภัทร์ชาก็อารมณ์กรุ่นขึ้นเป็นกอง เพราะเรื่องนี้หล่อนคงมีขวากหนามเพิ่มเสียแล้ว ท่าทางขวัญชีวีดูท่ายังพึงพอใจในตัวของมารหัวใจไม่น้อย หาได้เกลียดชังเช่นเดียวกับบุตรชาย
                หลังจากนั้นอีกประมาณยี่สิบนาทีต่อมา การร่วมวงรับประทานอาหารเย็นก็หยุดลง ยติยาลุกขึ้นเก็บจานชามไปทำความสะอาด โดยมีผู้ช่วยเป็นญาติสาว หญิงสาวกลั้นใจตอบคำถามมากมายราวต้องการซักไซ้ของพลอยภัทร์ชาด้วยการพยายามคุมน้ำเสียงให้ปกติ ทั้งที่บางคำถามมันสะกิดรอยแผลร้าวในใจอย่างจัง บางคำถามก็ได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนไปให้
                “น่าเสียดายจัง พรุ่งนี้พลอยก็ต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว พลอยอยากให้ถึงวันที่ย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างถาวรเร็วๆ จัง”  หล่อนทำเสียงเศร้า คอตกเล็กน้อย แล้วลอบสังเกตอาการของอีกฝ่าย  ซึ่งปราศจากเสียงใดๆ เล็ดลอดออกจากปากอิ่ม พลอยภัทร์ชาจึงปล่อยหมัดเด็ดราวต้องการน๊อกให้หัวใจของอีกคนแตกสลายไป 
                “ยาต้องช่วยพลอยนะ ฝากดูคุณสิงห์ด้วย อย่าให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งย่ามคนของพลอยนะคะ เพราะพลอยรักคุณสิงห์มาก มากจริงๆ จนไม่แบ่งให้ใคร ไม่ว่าจะหน้าไหนก็ตาม”  
                ประโยคนี้เล่นเอาคนฟังเจ็บจุกจนพูดไม่ออก สะท้านอยู่ในอก แววตาหม่นหลบสายตาของคนพูดเพราะกลัวว่าจะแสดงความเจ็บปวดให้อีกฝ่ายได้รู้ ข่มเก็บน้ำตาไว้
                คนเอ่ยปากแสร้งฉีกยิ้มให้แต่มันไม่ได้มีความจริงใจอยู่สักนิด ด้านคนตัวเล็กเร่งจัดการทำความสะอาดให้เสร็จโดยเร็ว ไม่อยากจะอยู่ให้มันอึดอัดอีกต่อไป ทั้งที่จริงอยากจะวิ่งหนีหายไปจากจุดนี้เสียตั้งแต่คำถามแรกแล้ว แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ สำคัญคือตอนนี้อยากจะขึ้นไปกอดลูกชายอยู่บนห้องแล้ว   
                เพียงก้าวออกมาจากห้องครัวก็โดนกระชากข้อมือแล้วบังคับให้เดินตาม ปากสีซีดสั่นเพราะคนที่กระทำอย่างอุกอาจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสิงห์ราช ปกติแล้วเขาไม่คิดจะเฉียดใกล้หรือจับเนื้อต้องตัวเธอด้วยซ้ำ แต่ถึงกับจับต้องเธอ ใจเต้นรัวเพิ่มจังหวะเป็นถี่ยิบ             
                “กลับไปซะ” ยามถึงหน้าประตูหน้าสิงห์ราชก็สะบัดมือเล็กออกแล้วเอ่ยปากไล่เสียงกระด้าง       
                
“ยาขอไปกล่อมลูกนอนก่อนนะคะ เสร็จแล้วยาจะรีบไปเลยค่ะ” หัวอกคนเป็นแม่เปิดปากร้องขอ อยากจะกอดลูกน้อยให้หายคิดถึง เพิ่มกำลังใจให้หัวใจที่เหือดแห้งไร้ความรักมาหล่อเลี้ยงเป็นเวลานานกลับมามีพลังสู้ต่อ 
                “กลับไป
!” ชายหนุ่มบอกเสียงกร้าว ใบหน้าคมตึงบ่งบอกว่ากำลังหงุดหงิดคนตรงหน้าเสียเต็มประดาแล้ว
                คำตอบทำให้สาวร่างเล็กต้องเม้มริมฝีปากอีกหน มองคนตรงหน้าด้วยสายตาวิงวอน แต่มันคงไม่ได้ผล สีหน้าเขายังคงความเย็นชาเอาไว้ ซึ่งมันเป็นคำตอบได้อย่างดีว่า อย่างไรคำขอของเธอก็ไม่มีทางถูกอนุมัติ ร่างช้ำจำเป็นต้องล่าถอย เพราะวิงวอนต่อไปอย่างไรก็เปล่าประโยชน์ คนใจยักษ์ไม่มีทางให้ในสิ่งที่ต้องการ    
             

Ebook เงาเพลิงสวาท  

เจ็บใดจะเท่า…ถูกพรากลูกไปจากอก
จาก 279 บาท เหลือ 198 บาท เท่านั้น (Save 29%)
R-mustang
เจ็บใดจะเท่า…ถูกพรากลูกไปจากอก ยติยาทนอยู่เพื่อชดใช้กรรมที่ร่วมสร้างขึ้น..…แม้ใจจะต้องเจ็บปวด…มีลมหายใจก็เหมือนไม่มี…ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น…ชดใช้ให้...

        แสดง 18 - 18
นิยายเรื่อง เงาเพลิงสวาท by mustang
วันที่โพสต์ :  4 เม.ย. 2560 18:40    วันที่อัพเดท :   15 พ.ย. 2560 20:36    › จำนวนผู้เข้าชม 12839 คน
   › คะแนนโหวต 302 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :