นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๑ บุษบาริมทาง 80%


ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ


บุษบาริมทาง

 

   “เอาน่าแพท วันหลังผมจะมาชดเชยให้เต็มที่”

          “สัญญานะคะคิม” เมธินีรีบอ้อนทันที

          “โอเคครับ” ภาคิมรับปากพร้อมกับยื่นมือไปบีบจมูกเล็กๆ ของอีกฝ่ายคล้ายจะเอาใจ

และคืนนั้นก็เป็นคืนแรกที่คาสโนวาหนุ่มปล่อยให้คู่ควงสาวสวยกลับขึ้นไปบนห้องพักของเธอโดยที่เขาไม่ตามขึ้นไปด้วย

 

          บนเตียงกลางเก่ากลางใหม่ในห้องนอนเล็กๆ ของสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า นาฬิกาบนหัวเตียงบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว แต่วิโรษณายังคงลืมตาโพลงอยู่ท่ามกลางความมืดในขณะที่ครูแก้วกานดาหลับไปนานแล้ว ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเองนอนไม่หลับ มือบางยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความรู้สึกร้อนผ่าวจากการถูกจุมพิตอย่างหยาบคายเมื่อตอนกลางวันยังคงกรุ่นอยู่ ภาคิมช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ควรจะเข้าใกล้เลยจริงๆ เขากล้าดียังไงมาจูบเธอแบบนั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามีใครสักคนผ่านมาเห็นตอนที่เขากระชากเธอเข้าไปจูบ มันจะน่าอับอายขายหน้าสักแค่ไหน

          “คุณภาคิม คนหยาบคาย! ร้ายกาจที่สุดฉันเกลียดคุณ!” เสียงหวานบ่นพึมพำเบาๆ กับตัวเอง

วิโรษณารู้ดีอยู่แก่ใจว่าภาคิมไม่ชอบที่อยุทธ์ให้ความเอ็นดูกับเธอเป็นพิเศษ เขาคงคิดอกุศลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับบิดาของเขาเป็นแน่ ซึ่งเธอเองก็คงจะไม่เดือดร้อนอะไรถ้านับจากพรุ่งนี้ไปจะไม่ต้องไปทำงานที่ธนากิจกรุ๊ป การเผชิญหน้ากับภาคิมคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และแน่นอนว่าคนพาลแบบนั้นจะต้องระรานเธออีก เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นรูปแบบไหนเท่านั้น

สาวน้อยได้แต่ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพลิกตัวอีกครั้ง ทำให้ครูแก้วกานดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วเอ่ยถามลูกศิษย์ที่ตัวเองรักเหมือนลูกสาวด้วยเสียงงัวเงีย

          “ยังไม่หลับอีกเหรอปุ้ม”

          “ปุ้มขอโทษค่ะครูที่รบกวนจนครูตื่นนอน” วิโรษณาเอ่ยอย่างเกรงใจ นึกตำหนิตัวเองที่พลิกไปพลิกมาจนพลอยทำให้ครูแก้วกานดาต้องตื่นมากลางดึกไปด้วย

          “เป็นอะไรล่ะปุ้ม ตื่นเต้นที่ต้องไปทำงานพรุ่งนี้เหรอ”

          “ก็มีบ้างค่ะครู”

          “จะตื่นเต้นทำไมล่ะหือ...” ครูแก้วกานดาเอื้อมมือมาลูบเรือนผมสลวยของวิโรษณาอย่างเอ็นดู “ชุดที่จะใส่ไปทำงาน คุณอยุทธ์ก็อุตส่าห์เอามาฝากเมื่อเย็นแล้วนี่จ๊ะ มีแต่ชุดสวยๆ ทั้งนั้น มีอะไรที่ต้องกังวลอีกหรือปุ้ม”

          “ปุ้มกลัวจะทำงานได้ไม่ดีเท่าที่คุณลุงอยุทธ์คาดหวังค่ะครู” วิโรษณาตอบไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าใดนัก เพราะไม่กล้าบอกในสิ่งที่ตัวเองเป็นกังวลกับครูแก้วกานดาออกไปตรงๆ

          “ปุ้มของครูเก่งอยู่แล้ว ครูเชื่อว่าปุ้มต้องทำงานได้ดีอย่างแน่นอน”

          “ขอบคุณครูมากค่ะที่เชื่อใจปุ้ม ปุ้มรักครูนะคะ”

          วิโรษณาพลิกตัวไปหาครูแก้วกานดา แล้วซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดอันอบอุ่นอย่างเคยชิน ครูแก้วกานดากอดกระชับสาวน้อยในอ้อมแขน

          “หลับซะนะ พรุ่งนี้จะได้สดชื่นพร้อมกับการทำงานวันแรก”

          “ค่ะครู”

          เมื่อได้ไออุ่นจากครูแก้วกานดา ความคิดฟุ้งซ่านของวิโรษณาก็หยุดชะงักลง ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ปรือปรอยก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

เวลาตีห้าตรงของเช้าตรู่วันต่อมา นาฬิกาบนหัวเตียงที่ถูกตั้งเวลาปลุกเอาไว้ก็แผดเสียงดังขึ้น วิโรษณาตื่นมาปิดเสียงและรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำเพราะไม่อยากไปทำงานในวันแรกสาย โดยเลือกชุดที่อยุทธ์ซื้อมาให้เมื่อวานออกมาชุดหนึ่งมาใส่

ร่างอ้อนแอ้นหมุนตัวไปมาอยู่หน้ากระจกเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง ก่อนจะหยิบเอากระเป๋าซึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างๆ โต๊ะเครื่องแป้งมาสะพายเอาไว้เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ครูแก้วกานดาตื่นมาพอดี

“ครูตื่นแล้วเหรอคะ”

“เพิ่งตื่นนี่แหละจ้ะ ปุ้มใส่ชุดนี้แล้วดูสวยสง่ามากเลยลูก” สายตาของผู้เป็นครูมองลูกศิษย์ที่ตนรักเหมือนลูกด้วยความชื่นชม ชุดที่วิโรษณาใส่อยู่นี้ช่างเหมาะสมกับรูปร่างที่อรชรอ้อนแอ้นของเธอเสียเหลือเกิน     

“ปุ้มว่าปุ้มใส่ชุดนี้แล้วเหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ที่เอาปีกหงส์มาประดับยังไงก็ไม่รู้ค่ะ ชุดมันดูสวยเกินไปสำหรับปุ้มค่ะครู”

          “ลูกเป็ดขี้เหร่ที่ไหนจะสวยขนาดนี้จ๊ะ กลัวแต่หนุ่มๆ ที่ทำงานจะมองเหลียวหลังล่ะสิไม่ว่า” แก้วกานดาสัพยอกอย่างภูมิใจที่เห็นเด็กน้อยซึ่งตนเลี้ยงดูอุ้มชูมาแต่เล็ก โตเป็นผู้ใหญ่ที่หน้าตาสะสวยและกิริยามารยาทเรียบร้อยแบบนี้

“ใครจะตาถั่วมามองปุ้มคะ”

“คนที่มองปุ้มของครูต้องเป็นคนที่ตาถึงต่างหากล่ะจ๊ะ ว่าแต่จะออกไปตอนนี้เลยเหรอ”

          “ค่ะครู อวยพรปุ้มหน่อยสิคะ”

          “ครูขอให้ปุ้มเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้าได้อย่างราบรื่นนะจ๊ะ”

          “ขอบคุณค่ะครู” สาวน้อยพนมมือไหว้ผู้ที่ตนรักเสมือนแม่ “ปุ้มจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดค่ะ รับรองว่าจะไม่ให้ครูเสียชื่อ”

          “ครูเชื่อว่าปุ้มทำได้จ้ะ”

          “ถ้าอย่างนั้นปุ้มไปก่อนนะคะ ตอนเย็นจะมาเล่าให้ฟังว่างานที่ปุ้มทำเป็นอย่างไรบ้าง”

          “โชคดีลูก”

          หลังจากได้พรอันประเสริฐจากครูแก้วกานดาผู้เปรียบเสมือนมารดาแล้ว วิโรษณาก็เดินออกไปรอรถเมล์ที่ป้ายซึ่งอยู่บริเวณหน้าสถานสงเคราะห์ เช้าวันทำงานแบบนี้รถเมล์อัดแน่นกันมาตั้งแต่ต้นทางราวกับปลากระป๋องก็ไม่ปาน แต่สาวน้อยก็จำต้องก้าวขึ้นไปยืนเบียดกับคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่ไม่ชอบบรรยากาศที่ต้องแก่งแย่งกันแบบนี้เลย แต่ก็เลี่ยงไม่ได้และจะต้องปรับตัวให้ชินเพราะนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะต้องใช้บริการรถเมล์ทางสายนี้เป็นประจำ

          วิโรษณามาถึงตึกทีเอ็นทาวเวอร์ด้วยสภาพเหงื่อโซมกายเพราะคนแน่นขนัดมาตลอดทาง เมื่อลงมายืนข้างล่างเธอก็พลิกข้อมือขึ้นดูเวลาจากนาฬิกาเรือนละไม่ถึงสองร้อยแล้วค่อยโล่งอกนิดหน่อยเพราะตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดนาฬิกาสิบนาทีเท่านั้น

ร่างอรชรก้าวเข้าไปในตึกอย่างไม่รีบร้อนนักเพราะยังเช้าอยู่มาก แต่ถึงจะเช้าก็ยังมีพนักงานบางส่วนเริ่มมาทำงานบ้างแล้ว หลายคนหันมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจและใคร่รู้ คงเป็นเพราะวิโรษณายังเป็นคนใหม่ของตึกแห่งนี้ สาวน้อยบอกตัวเองอย่างนั้นในขณะที่ก้าวเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดออกพอดี

          บริเวณชั้นสามสิบห้ายังเงียบเชียบ ไฟในห้องทุกห้องยังคงปิดมืด ก็คงเหมือนอย่างที่วิโรษณาเห็นวันก่อนว่าชั้นนี้เป็นห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงและห้องประชุมจึงมีคนทำงานอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

          แล้วร่างบางก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเรือนร่างอันสูงเด่นน่ามองในชุดสูทเรียบหรูก้าวมายืนขวางหน้าเธอไว้ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงระรัวเพราะไม่คิดว่าเขาจะมาทำงานเช้าขนาดนี้ ความร้อนผ่าวลามเลียขึ้นบนริมฝีปากอมชมพูไปจนถึงพวงแก้มนวลทั้งสองข้างเมื่อนึกถึงสัมผัสอันแสนหยาบคายของเขาเมื่อวานนี้

          ดวงตายาวรีสีนิลมณีของเขากวาดมองเรือนร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างสำรวจ วันนี้สาวน้อยตรงหน้าดูดีกว่าที่เห็นเมื่อวาน คงเพราะได้สวมใส่เสื้อผ้าราคาแพงที่พ่อของเขาอุตส่าห์หอบหิ้วไปประเคนให้ถึงสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า แต่สิ่งที่ทำให้ภาคิมค่อนข้างหงุดหงิดก็คือการที่ได้เห็นความสวยสดใสชวนมองคล้ายหยดน้ำค้างบริสุทธิ์บนใบหน้ารูปไข่ของเธอ แบบนี้นี่เองพ่อของเขาจึงได้ทำท่าหลงเด็กคนนี้ถึงขนาดให้วิโรษณามาทำงานที่นี่ ทั้งๆ ที่เธอยังไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนด้วยซ้ำ

          “มาแต่เช้าดีนี่ กะจะให้ได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นตั้งแต่ทำงานวันแรกเลยงั้นสิ” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นก่อน หากน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความยียวนไม่ใช่คนที่ทักทายกันตามปกติแต่อย่างใด วิโรษณารู้ในทันทีว่าเขาจงใจมาหาเรื่องจึงไม่ต่อปากต่อคำกับเขาและเตรียมจะเดินเลี่ยงหนี แต่มือใหญ่ยื่นมาจับต้นแขนบอบบางเอาไว้เสียก่อน

          “ปล่อยฉันนะคะคุณภาคิม!” สาวน้อยพยายามขืนตัวเอาไว้

          “เธอไม่เคยได้รับการอบรมเรื่องมารยาทหรือไง ผู้ใหญ่พูดด้วยทำไมถึงเดินหนีแบบนี้”

          เขาพูดถูกที่ว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าเธอเพราะอายุมากกว่าร่วมสิบปี ตอนนี้ภาคิมอายุสามสิบแล้ว หากแต่พฤติกรรมของเขาที่กำลังทำเหมือนระรานเธอเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กต่างหากล่ะที่ทำให้วิโรษณาไม่อยากจะพูดด้วย

          “แล้วคุณล่ะเป็นผู้ใหญ่ประเภทไหนถึงได้ชอบหาเรื่องเด็กนักคะ” วิโรษณาย้อนถามด้วยใบหน้าที่เชิดขึ้น

          ภาคิมหรี่ตาลงแคบๆ สะอึกเหมือนกันที่โดนยอกย้อนอย่างเผ็ดร้อนเช่นนี้ แต่คนอย่างเขาไม่มีทางยอมให้เด็กอย่างวิโรษณามาต่อปากต่อคำด้วยเป็นอันขาด

“ก็เพราะเด็กอย่างเธอมันเต็มไปด้วยจริตมารยาน่ะสิ ฉันถึงต้องตามจับตาดูเธอเป็นพิเศษ ท่าทางไว้ใจได้ที่ไหน”

          “ถ้าคุณไม่พอใจที่ดิฉันมาทำงานที่นี่ก็ไปพูดกับคุณลุงอยุทธ์สิคะ ถ้าคุณลุงบอกไม่ให้ดิฉันมาดิฉันก็จะไม่มา”

          “ที่เธอกล้าท้าทายฉันแบบนี้ก็เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนโปรดของคุณพ่อใช่ไหม”

          หญิงสาวตวัดสายตามองอย่างไม่ชอบใจทันที “คุณกำลังหาเรื่องดิฉันอยู่นะคะคุณภาคิม”


ปล. เรื่องนี้เคยตีพิมพ์มาแล้วในชื่อ เมียน้อยทะเบียนเถื่อน แต่นานาเคยลงให้อ่านออนไลน์ในชื่อ ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ ดังนั้นตอนนี้นานาจึงขอกลับมาใช้ชื่อเดิมนะคะ

ฝากอีบุ๊คเรื่องใหม่ล่าสุดด้วยจ้า


        แสดง 4 - 4
วันที่โพสต์ :  2 ก.ย. 2560 06:03    วันที่อัพเดท :   19 ก.ย. 2560 08:12    › จำนวนผู้เข้าชม 3129 คน
   › คะแนนโหวต 19 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :